คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย ѡͧ รักของเรา เขาหรือเธอ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


ฤดูร้อน ณ คฤหาสน์หลังมหึมา ในย่านการค้าและธุรกิจใหญ่ ใจกลางกรุงโซล

ช่วงค่ำวันนั้น ภายหลังปาร์ตี้ฉลองอายุครบ 18 ปีจบสิ้นลง เพื่อนฝูงและญาติมิตรล้วนร่ำลาจากกันด้วยสีหน้าท่าทีสนุกสนาน หลงเหลือไว้เพียงความเงียบสงบภายในตัวบ้าน และกลิ่นอายของความครื้นเครง

กรี๊ดดดดดดดด! เฮ้ย! เสียงเรา? อะไรฟระ! มะ ไม่นะ ไม่!!!!ทว่าจู่ๆ ณ สุดทางเดินมุ่งสู่ห้องบุคคลสำคัญของวัน กำเนิดเสียงแผดร้องฟังสูงปรี๊ดดดดด...ดังแทรกผ่านบานประตูไม้เนื้อดี ในวินาทีเดียวกันนั้น คงถือได้ว่าเป็นวันเกิดของอีกหนึ่งชีวิต ผู้ถูกลิขิตให้งดงามน่าตื่นตะลึง กระทั่งผู้ประสบพบล้ม...ตึ้ง!!!...เนื่องด้วยหมดสติไปในบัดดล  


เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ธ.ค. 53 / 12:48




 

ฤดูร้อน ณ คฤหาสน์หลังมหึมา ในย่านการค้าและธุรกิจใหญ่ ใจกลางกรุงโซล

ช่วงค่ำวันนั้น ภายหลังปาร์ตี้ฉลองอายุครบ 18 ปีจบสิ้นลง เพื่อนฝูงและญาติมิตรล้วนร่ำลาจากกันด้วยสีหน้าท่าทีสนุกสนาน หลงเหลือไว้เพียงความเงียบสงบภายในตัวบ้าน และกลิ่นอายของความครื้นเครง

กรี๊ดดดดดดดด! เฮ้ย! เสียงเรา? อะไรฟระ! มะ ไม่นะ ไม่!!!!ทว่าจู่ๆ ณ สุดทางเดินมุ่งสู่ห้องบุคคลสำคัญของวัน กำเนิดเสียงแผดร้องฟังสูงปรี๊ดดดดด...ดังแทรกผ่านบานประตูไม้เนื้อดี ในวินาทีเดียวกันนั้น คงถือได้ว่าเป็นวันเกิดของอีกหนึ่งชีวิต ผู้ถูกลิขิตให้งดงามน่าตื่นตะลึง กระทั่งผู้ประสบพบล้ม...ตึ้ง!!!...เนื่องด้วยหมดสติไปในบัดดล  

.

.

.

 1 ปีต่อมา ณ สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง

ได้ข่าวว่า ปีนี้มีดาราสอบติดคณะพวกเราด้วยนะ ถึงไม่ได้ตั้งใจรับฟังจริงจัง เพียงแต่ระดับเสียงแสบแก้วหูของเจ้าเพื่อนหน้าสวยด้านข้าง มันดันพุ่งเข้ากระทบโสตประสาทเขาอย่างจัง

ดารา? เออ น่าสนใจตาย ทำหยั่งกะไม่เคยเห็นงั้นแหละ เขาเหน็บแนม ขณะก้มหน้าก้มตาผูกเชือกรองเท้าอีกข้าง ขะมักเขม้น

พูดเป็นเล่นไป มิโน คู่นี้เค้าดังจริงๆนะโว้ย คิบอมรีบหันขวับมาเถียงกลับทันควัน

โอ้โห มาเป็นคู่ซะด้วยแฮะ ฮาฮาฮา ไปละ เอาเป็นว่านักกีฬาตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเขา ไม่มีความสามารถอดทนรับฟังเรื่องไร้สาระของเพื่อนซี้ได้นานเกินสอง..เออ..เขาให้สามนาทีเลยก็ได้ และที่แน่นอนยิ่งกว่า ในคณะอักษรศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ของเขาน่ะ มีพวกดาราอะไรนั่นเดินเพ่นพ่านอยู่เต็มไปหมด เอาเข้าจริง มันก็มนุษย์ปุถุชนธรรมดาๆนี่แหละ

นอกจากฟุตบอล นายเคยสนใจอะไรบ้าง ไอ้เพื่อนบ้า! หัดเปิดหูเปิดตาซะมั่งซิ! คิบอมรีบตะโกนจิกกัดไล่ท้าย ก่อนแยกย้ายเข้าชั้นเรียนทำอาหารของตน ไม่สนใจเขาอีกต่อไป

หากลองย้อนเวลาสืบสาวไปถึงต้นตระกูล ไม่แน่นา เขาอาจสืบสายพันธุ์มาจากมนุษย์ต่างดาวจริงๆก็เป็นได้ ด้วยมีโครงสร้างร่างกายสูงยาวโดดเด่น และดวงตากลมโตคมเข้มแตกต่างจากชายฉกรรจ์เชื้อชาติเดียวกัน ครั้นร่วมกับผิวพรรณกร้านแดด มิได้แลขาวซีดอย่างคนเกาหลีควรจะเป็น เหมาะเจาะนักแล เมื่อเหมารวมอุปนิสัยแปลกแยกจากสังคม นอกเสียจากข่าวสารในวงการกีฬา ขอยอมรับตามตรง...เขานิยมอยู่ในกะลา

เริ่มต้นจากการวิ่งอบอุ่นร่างกายรอบสนาม เขาทำเช่นนี้ทุกครั้ง วิ่งเหยาะๆไปเรื่อยๆมิได้เร่งรีบ พลางสูดอากาศบริสุทธิ์และชื่นชมทัศนียภาพคุ้นตา ทว่าไม่เคยนึกเบื่อสักหน ไม้ยืนต้นขนาดค่อนข้างใหญ่รายรอบสนามหญ้าสีเขียวสด แผ่กิ่งก้านกว้างขวางพร้อมใจผลิใบเขียวชอุ่ม ช่วยกันกลั่นกรองแสงอาทิตย์จัดจ้าในยามบ่ายแก่ๆได้ค่อนข้างดีพอสมควร สภาพอากาศในวันนี้ มิได้ร้อนอบอ้าวดั่งใจคิด ผิวชื้นเหงื่อสัมผัสได้ถึงสายลมเย็นสบายหวนพัดปะทะกาย รุนแรงตามความเร็วขณะขับเคลื่อนไปเบื้องหน้า ยามอุณหภูมิในกายร้อนระอุพอเริ่มต้นการฝึกซ้อมจริงจัง

ฟ้าววว ได้ยินเสียงลูกฟุตบอลเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ตัดผ่ากระแสลมตามวิถีโค้ง พุ่งแตะตาข่ายในกรอบประตูสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างแม่นยำเป็นพักๆ และคาดว่าคงให้เห็นซ้ำไปเวียนมาอีกหลายครั้ง จนกว่าเจ้าของหน้าแข้งข้างนั้นจะพึงพอใจ

โดยปกติ สองตมคมกริบได้แต่จับจ้องยังลูกบอลกลมกลิ้งและกรอบสี่เหลี่ยมนั่น ประดุจดั่งสรรพสิ่งเลอค่า ประมาณว่าหากคลาดสายตาคงมีอันสูญหาย ทว่าในเสี้ยววินาทีวิกฤต สองตาคู่เดิมดันคลาดจากตาข่าย พลั้งโฟกัสไปเบื้องหลังอีกนิด ครั้นปรากฏภาพสิ่งมีชีวิตผู้ไม่รู้ประสีประสา กำลังเดินนวยนาถอยู่หลังกรอบประตูฟุตบอล ไม่ใกล้ไม่ไกล

ซวยละ เขาสบถออกมาเบาๆ ทันทีที่รู้ตัวว่ายั้งเท้าไว้ไม่อยู่

โอ้ย! ” นั่นไง ไซร้โค้งโดนเข้าเต็มๆ

กระนั้น ถึงจะมีบุคลิกแข็งกระด้าง อีกทั้งยังปากไม่ค่อยดี หากแต่บุพการีพร่ำสั่งสอนให้เติบใหญ่มาเป็นสุภาพบุรุษเต็มตัว สองขาไม่รั้งรอเร่งควบวิ่งเข้าหาร่างเพรียว ผู้เพิ่งถูกลูกฟุตบอลของเขาพุ่งชน จนล้มทั้งยืน 

ขอโทษครับ จากระยะทางใกล้เข้ามาอีกหน่อย เขาอดประหลาดใจมิได้ เมื่อร่างผอมบางในชุดเสื้อแจ็คแก็ตแขนขายาวสีดำนั้น ไม่ใช่หญิงสาวตามคาด

เพียงแต่ แม้ว่าเขาจะมาหยุดยืนเอ่ยขอโทษอยู่เคียงข้าง ร่างเล็กยังคงนั่งพังพาบก้มหน้าลงจดจ้องสองมือเปื้อนดินของตนนิ่ง และเนื่องจากไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของเด็กหนุ่มผมบรอนซ์ผ่านแว่นกันแดดอันใหญ่นั่นได้ เขาจึงตัดสินใจละสายตาไปเอื้อมคว้าเจ้าลูกบอลเจ้าปัญหาข้างๆมาถือไว้ในมือ แก้เก้อ

ผิวขาวผุดผ่องภายใต้เครื่องแต่งกายค่อนข้างมิดชิดนั้น ถือว่าเตะตาเขามากอยู่...เจ้าเด็กนี่ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ...เขาครุ่นคิดในใจ ขณะยืนพักขาสังเกตสังกาท่าทีของร่างเล็ก ยังไม่คิดเดินหนีไปไหน...

หรือว่าเจ้านี่จะปัญญาอ่อน มัวแต่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่ได้ จวบจนถึงบัดนี้ มันเกินสามนาทีแห่งความอดทนอดกลั้นมามากโข และโดยไม่มีเหตุผล...หนนี้...เขาเต็มใจรอ

ผลลัพธ์ของการเฝ้าคอยครั้งแรกในชีวิต น่าสนใจกว่าที่คิด ครั้นเด็กคนนั้นยอมละสายตาจากมือตน แหงนเงยขึ้นมามองเขา นิ้วเรียวยกขยับแว่นดำเลื่อนลงมาตามสันจมูกโด่งรั้นนิดหน่อย พอเผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลกลมโตคู่นั้นซึ่งกำลังจดจ้องมาทางเขาอย่างจงเกลียดจงชัง

ตาบอดหรือไงมิทราบ ชิ! เสียทีที่เกิดมาตาโตผิดมนุษย์มะนา ถ้อยคำร้ายกาจจากริมฝีปากเป็นกระจับ ทำให้เขารู้สึกปวดหนึบตรงขมับฉับพลัน

นายน่ะ เด็กใหม่หรือไง เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเองแท้ๆ ยังกล้าหาเรื่องชาวบ้านอีกนะ มิได้โกรธเกรี้ยว เพียงแต่ท่าทีมันออกจะดูฉุนเฉียวมากไปสักหน่อย อย่าได้ว่ากัน

ครั้นเขาฉวยคว้ามือขวาเจ้าปัญหา หมายช่วยฉุดให้ลุกยืนตรง ร่างเล็กเร่งดึงแขนนั้นกลับแลนำมาวางแนบอก ทำเสมือนเป็นสิ่งของล้ำค่า สำคัญประดุจดั่งชีวิตจิตใจยังไงอย่างงั้น

เป็นผู้ชายด้วยกันแท้ๆ หวงเนื้อหวงตัวอะไรนักหนา เขาบ่น ทว่าเสียงดังฟังชัดใช้ได้

แทมิน! อ๊ะ! มือนาย!?! เป็นอะไรมากหรือเปล่าจ้ะ??? ฉับพลัน คงเป็นเพราะเขาไม่ทันสังเกต ปรากฏสตรีอายุคราวพี่ผู้มีร่างเล็กกะทัดรัดวิ่งแทรกเข้ามานั่งคุกเข่าติดชิด พลางสำรวจตรวจตราสภาพของมือขาวสองข้างนั้น ดูตื่นตกใจ  

เอาเข้าไป นี่จะไม่ห่วงสวัสดิภาพของเจ้าของมือเลยหรือไงครับ คุณผู้หญิง เขายังคงยืนเฝ้ามองพฤติกรรมแปลกประหลาดของคนทั้งคู่ และได้แต่ส่ายหน้าไปมา

เนื่องจากถูกลูกบอลพุ่งเข้ากระแทกอย่างรุนแรง เขาพอดูออกว่าร่างเล็กกำลังรู้สึกปวดระบมบริเวณหัวไหล่บอบบางมิใช่น้อย ผิวขาวนวลผ่องคงแลแดงช้ำ มิใช่เล่นน่าสงสารเหมือนกันแฮะเขาคิดขณะเข้ามองเด็กหนุ่มหน้าหวานพยายามพยุงตัวลุกยืนอย่าลำบากลำบน ก่อนจะสะบัดหน้าและจ้ำอ้าวลาจากเขา ด้วยท่าทีหยิ่งผยอง 

แทมิน! แทมิน! ขอโทษนะคะ คุณ...เอ่อ ครั้นเจ้าของนามรีบเดินหนี สตรีร่างเล็กเร่งรีบลุกยืนปัดป่ายฝุ่นหญ้าออกจากกระโปรงของตนเร็วไว พลางหันมามองทางเขาและหยักยิ้มละไม

มินโฮครับ ผม ชเว มินโฮ สีหน้าท่าทางอันอ่อนน้อมของพี่สาว ทำให้เขาจำต้องรีบเอ่ยแนะนำตัวอัตโนมัติ

พี่ขอโทษแทนเด็กคนนั้นด้วยนะคะ คุณมินโฮ มือคู่นั้นมีความสำคัญเทียบเท่าชีวิต ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจ พี่สาวหยักยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร ก่อนน้อมศีรษะลงนิดหน่อยหมายบอกลา แล้วกระวีกระวาดสับขาวิ่งตามร่างเล็กเบื้องหน้าว่องไว

ครั้นอีกหนึ่งเหตุการณ์วุ่นวายผ่านพ้น ได้เวลาหวนกลับมาจดจ่ออยู่กับลูกฟุตบอลและกรอบประตูอีกครั้ง เพียงแต่...

มิโน! วันนี้ฝีมือตกหรือไงเพื่อน พลาดโกลหลายหนแล้วนะนาย ได้ยินเพื่อนรวมทีมตะโกนหยอกกลอกใส่รูหู เสียงดังฟังชัด

อืม เรารู้สิ เราไม่เข้าใจเหมือนกัน ไม่ใช่ไม่แม่น เพียงแต่เป้าหมายที่เขาเพ่งเล็ง บัดนี้มันดันเคลื่อนไปอยู่ด้านหลังโกลซะงั้น

มือคู่นั้นมีความสำคัญเทียบเท่าชีวิต ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจ

ไม่ครับ นูนา ผมไม่เข้าใจสักนิด หลังจากวินาทีนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะคลานออกจากกะลาโลกล้านปีใบนี้ซะที

.

.

.

อี แทมินนักเปียโนชื่อดัง! เฮ้อเข้าใจละ เรานี่มันงี่เง่าชะมัด ภายหลังลองกลับไป search หาชื่อของเจ้านั่นใน internet ทันทีที่กดปุ่ม enterดูเหมือนข้อมูลเกี่ยวกับนักดนตรีรุ่นใหม่ไฟแรงที่เขาเพิ่ง(บังเอิญ)ทำร้ายร่างกายไปหยกๆ มันมีมากมายจนเกือบจะทะลักล้นออกจากหน้าจอ notebook ของเขาเสียให้ได้

ชิ! fake ได้อีก เขาเผลอบ่นพึมพำอย่างหมั่นไส้ ครั้นนึกไปถึงรอยยิ้มแสนสดใส และภาพลักษณ์ประดุจเทพบุตรแสนบริสุทธิ์ ซึ่งตรงกันข้ามกับบุคลิกเย่อหยิ่งและสายตาก้าวร้าวเมื่อวันวาน จากหน้ามือเป็นหลังมือ

ว่ากันด้วย..ดารา..หรือมนุษย์ผู้ดำรงชีวิตอยู่บนพื้นฐานของการเสแสร้ง เรืองรอง..เฉพาะยามต้องแสงสปอร์ทไลต์สาดส่อง และมักหยิ่งผยอง..ด้วยนึกลำพองว่าเป็นคนสำคัญ

ไงมินโฮ มาจนได้นะนาย รีบเข้าไปซะทีสิ ถือเป็นอีกหน เขานั่งเหม่อลอยจนไม่ทันสังเกตเห็นเพื่อนซี้ และพลาดท่าเสียที ครั้นถูกคิบอมลากเข้าไปปะปนกับฝูงชนนับร้อย ผู้กำลังร่วมกิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัยอย่างสนุกสนาน

โอเค โอเค...เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทั้งหลาย ตั้งใจฟังทางนี้หน่อย ครั้นได้ยินเสียงหัวหน้าชั้นปีป่าวประกาศขึงขัง ทุกคนในคณะจำใจต้องทำทีเป็นตั้งใจรับฟังเต็มที่

เขียนลักษณะเด่นของตัวเอง ลงในกระดาษที่แจกให้ เน้น! อย่าหลงตัวเอง! เสร็จแล้วส่งมาให้เรา เผด็จการใช้ได้ แต่ก็ตรงไปตรงมาดี เขาเต็มใจปฏิบัติตามเพื่อนบอกอย่างรวดเร็ว

ต่อไป พี่และน้องรหัสแต่ละสายต้องตามหากัน ด้วยข้อความที่พวกนายบรรยายไว้ในกระดาษนั่นแหละ เข้าใจตรงกันนะ โชคดี ^^” ป๊าดดดด อ้ายหัวหน้าชั้นปีบ้าบอ มันไปเอาความคิดอันบรรเจิดนี้มาจากใครฟระ น่าจับมาหักคอซะ ไม่คิดจะเตี๊ยมเพื่อนๆกันก่อนบ้างหรือไงเนี่ย

เมื่อได้รับแจกแผ่นกระดาษเล็กๆของน้องรหัส เขายังไม่เปิดอ่าน เพราะมัวแต่กลัดกลุ้มกับคำจำกัดความตลกๆที่ตนเขียนลงไปเล่นๆ

โอปา ทว่าจู่ๆแผ่นหลังกว้างกลับถูกสะกิดสะเกาเบาๆ พร้อมได้ยินเสียงหวานเรียกหาเขา...เรียกเขาใช่หรือเปล่า?...เพราะไม่มั่นใจเท่าไหร่ เขาจึงค่อยๆเหลียวหลังหันมอง

สาวสวยเบื้องหน้า..เอ่อ..ค่อนข้างยืนอยู่ใกล้เขามากพอสมควร และเนื่องด้วยมีสรีระสูงเพรียว โดดเด่นกว่าหญิงสาวในวัยเดียวกันด้วยกระมัง ระยะห่างจากใบหน้าน่ารักนั้นถึงได้น้อยนิด เสียจนเขาพลั้งผงะถอยหลัง..คิกคิก..ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์จากริมฝีปากเอิบอิ่มดูคุ้นตาคู่นั้น เขาเริ่มใจสั่น

คุณเอเลี่ยน...ใช่มั้ย? คิกคิก วันนี้หนูต้องรีบกลับก่อน เอาไว้คุยกันวันหลังนะคะ พี่รหัส สาวน้อยผมบรอนซ์ยาวระบ่า พกพาความมั่นใจมาทุกกระเบียด ร่างสูงชะลูดในชุดเดรสสั้นแขนกุดไม่เคยหยุดอยู่เฉย ผ้าเนื้อดีสีดำขลับขับผิวขาวให้ยิ่งผ่องแผ้วแลนวลเนียน บุคลิกร่าเริงและรอยยิ้มแสนสดใสนั้น มันคลับคล้ายคลับคราชอบกล

เดี๋ยว...น้อง...เอ่อ...หัวไหล่น่ะ ไปโดนอะไรมา ครั้นสาวสวยชิงหมุนตัวกลับหลังหัน พลางสาวเท้าก้าวออกห่าง สองตาสังเกตเห็นรอยช้ำเหนือไหล่ซ้ายบอบบาง ท่าทางคงจะเจ็บน่าดู ทว่าไป...เขายังไม่รู้ชื่อน้องรหัสตัวเองเลยนี่หว่า

ว่าแล้วเชียว คิกคิก หนูชื่อ แทมิยอง ค่ะ ส่วนแผลนี่ หนูโชคร้ายนิดหน่อยน่ะ หึหึ ไปก่อนนะคะ เมื่อสิ้นคำถามไถ่ ได้ยินเสียงเล็กหัวเราะคิกคักได้ใจ แลหมุนตัวกลับมาเอ่ยแนะนำตัวอารมณ์ดี ก่อนสองตากลมกรีด eye liner คมกริบจะปรายตามองรอยช้ำบนร่างกายตน พลางหยักยิ้มมุมปากปลดปลงคล้ายไม่ใส่ใจ

ท่ามกลางสายรหัสหลายสิบคู่ ห้านาทีผันผ่าน สันนิษฐานว่ามีแค่สายรหัสเขาที่ประสบความสำเร็จ คล้ายตลกร้ายหลอกให้ตายใจในตอนต้น เมื่อการค้นหาใครสักคนในสถานการณ์ฉุกละหุก กลับกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย  ด้วยสามนาทีแห่งบทสนทนาแสนรื่นรมย์ ส่งผลให้สองนาทีส่งท้ายช่างขื่นขม แววตาอันหมองหม่นได้แต่เฝ้ามองร่างเพรียวเดินฝ่าฝูงชน จนกระทั่งห่างหายไปจากสายตา

โอ๊ะ!ลืมไปเลยแฮะ สัมผัสยับย่นในกำมือทำให้เขาเพิ่งฉุกคิด และค่อยๆคลี่แผ่นกระดาษชิ้นเล็กๆแผ่ออก

ลายมือของน้องรหัสคนสวยจัดว่าตรงกันข้ามกับหน้าตาจนเขานึกขำ ทว่าเมื่อตั้งใจอ่านทีละตัวอักษร เขาถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ สองพยางค์สุดมั่น มันได้ใจเขาไปเต็มๆ

น่าจูบ (^3^)

.

.

.

“ ok cut ขอบคุณทุกคนมากนะครับทันทีที่ผู้กำกับสั่ง cut มันให้ความรู้สึกโล่งอกอย่างนี้ทุกทีสินา

ขอบคุณค่ะ ครั้นน้อมศีรษะบอกลาพี่ๆในกองถ่ายหนังเสร็จสรรพ นางเอกของเรื่องในชุดแต่งงานสีขาวฟูฟ่องเร่งรีบจ้ำอ้าวมุ่งสู่ห้องแต่งตัวของตน ไม่ลืมหูลืมตา

อ๊ะอ๊ะ จะรีบไปไหนครับ แทมิยอง ทว่าฉับพลัน บุรุษร่างสูงผู้แสดงเป็นพระเอกในเรื่องโผล่เข้ามาขวางทาง พลางหยักยิ้มกว้างขวางส่งให้

ขอโทษที เรากำลังรีบ สาวน้อยน่ารักลอบชักสีหน้านิดหน่อย ก่อนค่อยๆเงยสบสายตาเพื่อนร่วมงานเบื้องหน้า เพื่อเอ่ยบอกอย่างใจเย็น

วันนี้ไม่มีตารางถ่ายทำต่อแล้วนี่ ชายหนุ่มผู้นั้นเร่งเถียงกลับ

เอ้ย! แย่ละ! ทว่าเมื่อสาวสวยเหลือบมองยังหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของชายหนุ่มผู้ยืนกรานจะขัดขวาง เธอพลั้งอุทานออกมาเสียงดัง กระทั่งชายคนนั้นผงะถอยหลัง เปิดโอกาสให้ร่างเพรียวขับเคลื่อนกายแทรกผ่าน พร้อมถกชายกระโปรงรุ่มร่ามขึ้นวิ่งตรงไปข้างหน้า ไม่สนใจใคร

.

รบกวนด้วยครับ ในตัวตึกเดียวกัน ณ อีกมุมหนึ่งของสตูดิโอ ถูกจัดเป็นสถานที่ถ่ายทำรายการดนตรีชื่อดัง แลเห็นหนุ่มน้อยผมบรอนซ์ในชุดสูทสีเทาเร่งสาวเท้าเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งของตนอย่างรู้งาน

แทมิน พร้อมนะครับ...one two three ” ภายหลังนูนาเข้ามาตบแป้งแต่งผมเสร็จสรรพ ได้เวลาเริ่มต้นการทำงานจริงจังเสียที

เพียงชั่วอึดใจ ภายในห้องอัดเงียบสงัด เมื่อนักดนตรีฝีมือจัดจ้านหลับตาลงพลางสูดอากาศเย็นเยียบเข้าลึก ก่อนเริ่มต้นจรดปลายนิ้วทั้งสิบบรรจงกดลงบนแป้นแกรนเปียโนสีขาว พร้อมค่อยๆปลดปล่อยลมหายใจออกช้าๆ ด้วยท่าทางผ่อนคลาย แลลื่นไหลไปกับท่วงทำนอง

ทว่าฉับพลัน จากบทเพลงรักหวานซึ้งกลับแปรเปลี่ยนเป็นร้าวราน ไม่บอกกล่าว ทุกจังหวะล้วนกระแทกกระทั้นใส่อารมณ์ก้าวร้าว เสียจนหัวใจผู้รับฟังสั่นไหว ไม่มีใครกล้าเอ่ยห้าม ปราศจากท่าทีทัดทาน สิ่งมีชีวิตรอบด้านล้วนนิ่งอึ้งตะลึงงัน      

อูยยย ปวดใช้ได้เลยแฮะ ไอ้เอเลี่ยนบ้า! บ้า! บ้า! บทเพลงคุกรุ่น กำเนิดจากความขุ่นเคืองเป็นที่ตั้ง อีกทั้งเจ็บระบมทุกครายามขยับหัวไหล่บอบช้ำ ยิ่งทำให้หงุดหงิด หากแต่ด้วยอัจฉริยภาพล้วนๆ สามารถร้อยเรียงลำดับตัวโน้ตใหม่เอี่ยมอ่อง ตั้งใจระบายบอกความรู้สึกโกรธเกรี้ยวของตนออกมา ทว่าผลลัพธ์ของอุปนิสัยเอาแต่ใจมักได้เป็นแนวเพลงคลาสิกล้ำสมัย ยิ่งน่าชื่นชม

.

โห! สุดยอด!

ทันทีที่เพลงบรรเลงสะท้านอารมณ์นั้นสิ้นสุด กำเนิดเสียงปรบมือดังกระหึ่มจากลำโพงเครื่องเสียงเบื้องหน้า และถ้อยคำชื่นชมไม่ขาดปากจากฝูงชนรายล้อม ผู้กำลังยืนดูรายการดนตรีถ่ายทอดสดพร้อมเพรียงไปกับเขา

เจ้าเด็กนั่น มีพรสวรรค์จริงๆแฮะ หลังจากได้รับฟังเดี่ยวเปียโนสุดอลังการเมื่อครู่ เขาคงต้องยอมรับ เพียงแต่..

ทำไมขนมันลุกซู่ไปทั้งตัวแบบนี้ฟระ สีหน้าและท่าทางของเจ้านั่น มันคล้ายกับ..วันนั้น..ไม่มีผิด

เฮ้! พ่อนักกีฬา ไหนว่าไม่สนใจไง ฮาฮาฮา ดันมายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ได้นะนาย กลายเป็นแฟนคลับน้องเค้าแล้วอะดิ มาอีกละ เสียงแซวแสบแก้วหู มาได้จังหวะจนน่าขับไล่ไปให้ไกลๆ

เออ เก่งจริง เรายอมรับ แต่ไม่ได้เป็นแฟนคลับ ไม่มีทาง เขาเร่งสาวเท้ายาวๆออกห่างจากกลุ่มคน โดยมีคิบอมก้าวเดินตามมาติดๆ

เย็นชาจริงน้า อุตส่าห์ได้น้องสาวของเค้ามาเป็นน้องรหัสแล้วแท้ๆ นายน่าจะสร้างสัมพันธไมตรีกับคนในครอบครัวด้วยนะ ครั้นได้ยินคำแนะนำมากมายพรั่งพรูออกจากปากเพื่อนรัก หนึ่งในนั้นทำให้สองขาหยุดชะงัก พาลทำให้คิบอมเกือบเสียหลักสะดุดขาตัวเอง ล้มทับเขา

แทมิยองกับแทมินอะนะ เขารีบยกมือผลักดันอกเพื่อนผู้กำลังถลาเข้ามาใส่ และไถ่ถามกลับทันใด

ใช่ สองคนนั่นเป็นพี่น้องกัน...เหวออออ ส่วนคิบอมคนดีอุตส่าห์รีบตอบคำถามเพื่อนซี้ ทั้งที่ยังทรงตัวไม่ได้ สุดท้ายไม่วายเสียหลักหงายเงิบไปด้านหลัง ชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง

ว้าววววว ไก่อบซอส ใช่ไหมนี่ อืมมมมม ใครคนนั้น ผู้มีภาพลักษณ์ไม่แตกต่างจากนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องในหนัง ร่างสูงในชุดกราวด์ยาวสีขาว ใส่แว่นกรอบทองหนาเตอะ ก้มหน้าก้มตาพูดจาฟังเลอะเทอะ ไม่สามารถจับใจความสำคัญ

เฮ้ย!ถอย!ถอย!ถอย! ทันทีที่เพื่อนซี้หันไปประสบพบใบหน้าใครอีกคนในระยะประชิด สองมือยกผลักไสอกกว้างสุดชีวิต

คนสวย นายเป็นพ่อครัวรึ? นี่เขาไม่ใช่หูฝาดใช่ป่ะ ก๊ากๆๆ เจ้าคิบอมมันต้องสติแตกแน่ๆ

เมื่อกี๊เรียกผมว่าอะไรนะ นาย...จินกิ...อี จินกิ...ใช่มะ ครั้นได้ฟังคำเรียกขานขัดหู คิบอมโมโหจนเสียงสั่น ดวงตาเรียวจดจ้องไปยังป้ายชื่อเหนือกระเป๋าเสื้อคนแปลกหน้าพลัน คาดว่าเพื่อนของเขาคงกำลังตั้งใจจดจำชื่อนั้น ไปจนวันตาย

ตัวนายหอมดี พี่ชอบ โดยไม่รู้ร้อนรู้หนาว อี จินกิ ผู้นั้นพร่ำเอ่ยชื่นชมเพื่อนของเขาอารมณ์ดี ทว่าไปพี่เค้าก็ดูจริงใจใช้ได้นะ

ตะ...ตาย ตายซะเถอะ อี จินกิ! ตะหลิวในกระเป๋าเป้มาอยู่ในมือเพื่อนซี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีใครทราบได้ แต่ที่แน่ๆ มันกำลังถูกนำมาเป็นอาวุธทำร้ายชายแปลกหน้าคนนั้น ไม่ได้การ

อย่า! คิบอม! เขารีบร้องห้าม พร้อมพุ่งเข้าไปหมายคว้ามือเพื่อนยับยั้งไว้

เคล้ง!!!เสียงโลหะกระทบโลหะดังสนั่นหวั่นไหว ละ..แล้ว ไอ้กระทะนั่น มันโผล่มาจากไหนฟระ

ฮาฮาฮา เอาเป็นว่า อย่าไปใส่ใจเลยดีกว่า ในเมื่อสถานการณ์เบื้องหน้ายังคุกรุ่น เขาได้แต่พยายามครุ่นคิดว่าไอ้ผมหยักศกสีบรอนซ์ทองของนักวิทยาศาสตร์ ผู้กำลังหัวเราะร่วนนั่น มันคุ้นตาเขายังไงชอบกล

นายนี่มันคนบ้าชัดๆ มินโฮ เรียกตำรวจมาจับเลยดีกว่า ขณะคิบอมยังคงเฝ้าหวดตะหลิวทุบตีจนเริ่มเมื่อย จินกิผู้พี่เอาแต่ยกกระทะเหล็กรับสนุกสนาน ส่วนตัวเขาคอยยืนดูเหงื่อตก งุนงงกับสถานการณ์ มันวุ่นวายคล้ายกำลังเฝ้ามองเด็กเล็กๆสองคนเล่นต่อสู้กัน

รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวเราไปเรียกยามมาให้ ด้วยสีหน้าแสนเบื่อหน่าย ได้เวลาขอตัวลาจากแล้วกระมัง

มินโฮ! อย่าทิ้งเราอยู่กับเจ้านี่คนเดียวสิ ขณะเขาฉวยโอกาสสาวเท้าหนีห่าง คิบอมเร่งแผดเสียงไล่ท้ายทันทีทันใด

ไม่ต้องกังวล เพื่อนรัก นายไม่ถูกปล่อยให้อยู่กับพี่เค้าตามลำพังแน่นอน ในเมื่อสองคนนั่นมีนักศึกษามากหน้าหลายตาเฝ้ามุ่งดูอยู่รายล้อม ไม่มีจังหวะให้คิบอมรู้สึกเดียวดายแน่นอน เขามั่นใจ

.

.

1 อาทิตย์ผ่านมา ในสวนหย่อมของมหาวิทยาลัย

ขอโทษนะคะ คิบอมโอปา คือ จินกิ เขาเป็นพี่ชายของหนูเองค่ะ ข้อเท็จจริงจากปากน้องรหัสเพื่อนซี้ ทำเอาเขาแทบคลั่ง

ทำไมพี่กับน้อง มันถึงได้แตกต่างจากหน้ามือเป็นหลังตีนอย่างงี้ฟระ ทว่าคราวนั้น รอยยิ้มหวานหยดจากดาราสาวชื่อดังสามารถกำหราบเขาได้ซะอยู่หมัด

ลำบากใจวุ้ย อึ๋ย! ” แม้ว่าแท้จริง อยากเตะเจ้านี่ให้กระเด็นออกนอกโลก แต่เขาดันเผลอไปตบปากรับคำแทมิยองเสียดิบดีก่อนซะนี่

วันนี้ ไก่ทอดสินะ หนึ่งในพฤติกรรมแปลกประหลาดของรุ่นพี่จินกิ ที่เขาไม่สามารถทำใจให้เคยชินเสียที คือการไล้ปลายจมูกไล่สูดดมไปทั่วร่างกายอย่างเช่นในขณะนี้

ปิ๊งป่อง..ไก่ทอด..ถูกต้องคร้าบ แล้วก็..ถอยออกไปได้ละ คำตอบรับเดิมๆหลุดออกจากปากเขาไม่รู้กี่ครั้ง ไม่ต้องคาดเดาด้วยซ้ำ เพราะจินกิจมูกดีอย่างกับ...แหะ แหะ เอาเป็นว่าประสาทรับสัมผัสของพี่เค้าดีจริงก็แล้วกัน

น่ากินจัง ^^ ครั้นได้รับข้าวกล่องฝีมือเขา จินกิยิ้มกริ่ม ทุกคราเวลาค่อยๆแง้มเปิดฝาออก พี่ชายสติเฟื่องจะสูดดมกลิ่นหอมเข้าลึกจนเขานึกขำ ดวงตาเรียวเล็กแลวาววับระยิบระยับ ยามประสบพบหน้าตาของอาหารกลางวัน ซึ่งเขาตั้งใจจัดแต่งเสียพิถีพิถัน ก่อนค่อยๆละเลียดลิ้มชิมรสชาติช้าๆ ละเมียดละไม

จากเหตุการณ์น่าอับอายขายขี้หน้า นับตั้งแต่วันนั้น เขาถูกนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ปีสี่คนนี้เฝ้าตามติดเกือบทุกฝีก้าว หวาดผวาอย่างกับติดอยู่ในนิยายสั่นประสาท เมื่อต้องพบเจอกับแสงสะท้อนวาววับจากแว่นตากรอบทองแทบทุกครา ยามพลั้งเผลอเหม่อมองออกนอกหน้าต่าง ระหว่างจดจ่ออยู่กับความรู้ในห้องเรียน ครั้นถึงเที่ยงวันหากเขาไม่มาพบปะตามนัด จะถูกเกาะติดหนึบจนไม่สามารถสะบัด มิอาจคิดหาหนทางหลบหนี  5-6 วันผันผ่านจวบจนกระทั่งวินาทีนี้ ณ จุดนัดพบร่มรื่น ใต้ต้นไม้ใหญ่เหนือโต๊ะม้านั่งตัวเดิม เขาเริ่มคุ้นเคย

คิบอม ไม่กินด้วยกันเหรอ ทว่าถ้อยคำถามไถ่นั้น มันดันมาพร้อมกับน่องไก่ทอดยื่นชิดติดริมฝีปาก หากไม่คิดว่าบ้าบอเป็นพื้นฐาน ป่านนี้รุ่นพี่จินกิคงโดนด่ากระจุย

เขาผงะถอยหลังนิดหน่อย เพื่อเหลือบมองรอยยิ้มกว้างขวางเบื้องหน้า ไม่แน่ใจนัก ก่อนค่อยๆยกมือขึ้นหยิบจับ ทว่ากลับถูกยื้อแย่งคืน ไม่มีเหตุผล

อ้าปากสิ ^^ ” คิดอะไรของพี่เค้า อยากป้อนเรางั้นรึ?

เหอ? เขาเลิกตาหยักคิ้ว แสดงออกบอกว่าไม่เข้าใจ

อิอิ จินกิยังคงหยักยิ้มละไม เอาจริงอะ

เขาหันซ้ายแลขวาเร็วๆ ก่อนอ้าปากกัดชิ้นส่วนกรุบกรอบจากน่องไก่ทอดสีเหลืองทองที่พี่ชายจ่อติดริมฝีปากว่องไว เคี้ยว เคี้ยว เคี้ยว แล้วก็กลืน

เก่งมาก ^^ ” หืม? นั่นคือคำชมสำหรับเขาเหรอ???

เออ... เขาอ้ำอึ้ง

อร่อยมั้ย? แหม ถามเหมือนตัวเองเป็นคนทำเลยนะนั่น

แน่นอนอยู่แล้ว ฝีมือเขาซะอย่าง ^^

ขอบคุณนะ อ๋าย! จะมาไม้ไหนอีกละเนี่ย อย่าทำหน้าตาเหมือนเป็นคนสติสะตังดีแบบนั้นได้ไหมอา ผมขอร้อง

ครับ เว้ย! ตอบรับเค้าทำไม สงสัยติดเชื้อติงต๊องเข้าไปแล้วเต็มๆ ฟู่ หน้าร้อนผ่าวเลยแฮะ หรือว่าเขากำลังจะมีไข้

คิบอม นายแก้มแดงหยั่งกับมะเขือเทศ อ้าวพี่ ขยับเข้ามานั่งข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่นี่

เอ่อ..ฮยองครับ..คือ.. เขาต้องจัดการกับฝ่ามือนุ่มที่กำลังโอบประคองสองแก้มนี้อย่างไร มันช่างอ่อนโยนจนเขาไม่สามารกลั้นใจหันหนี เอาไงดี

ถ้าเอา..ผักนี่ มาแปะตรงนี้ ฮาฮา เหมือนเด๊ะ ทว่าฉับพลัน จินกิกลับหยิบชิ้นผักใบเขียวในกล่องมาติดบนแก้มเขา พลางหัวเราะขำขัน

จินกิ!!! ” และแล้ว ตะหลิวคู่กายก็มีโอกาสได้ออกมาทำงานนอกสถานที่อีกครั้ง

.

ภายหลังหมดคาบเรียนช่วงเช้าวันศุกร์ ณ ห้องสมุด ภาควิชาภาพยนตร์

โอปาคะ...มินโฮโอปา! ได้ยินเสียงหวานขานเรียกเขาซะดังลั่น

เออ..ออ..แทมิยอง มีอะไรรึ? เนื่องจากเมื่อสองสามนาทีก่อนหน้า เขากำลังเหม่อได้ที่ สมองจึงยังแบเบลอไม่กลับเข้าที่ดี คำพูดคำจาฟังตะกุกตะกัก ขณะพยายามเรียบเรียงต้นสายปลายทาง

หนูน่าเบื่อมากเลยเหรอคะ โอปาถึงชอบเหม่ออยู่เรื่อย ได้เรื่องละ เขากำลังนั่งติวบทเรียนให้แทมิยองในห้องสมุดนี่นา ไอ้โง่เอ๊ย ทำน้องเค้างอนแล้วเห็นมั้ย

บ้าสิ! น่ารักขนาดนี้ ไม่มีผู้ชายหน้าไหนกล้าเบื่อเราหรอก เขาหันไปสบสายตากลมโตคู่นั้นจริงใจ พลางบอกความคิดเห็นของตนตามตรง

คิกคิก เย้ ทำให้คนสวยอารมณ์ดีได้แล้ว

“ ? ” เพียงแต่รอยยิ้มแสนสดใสนั้น มันจับใจเขาจนไม่สามารถละสายตา

รู้อะไรมั้ย มินโฮฮยอง เวลาฮยองมองหน้าหนูน่ะ มันมักจะมีเครื่องหมายคำถามปรากฏอยู่ด้วยเสมอ ^^ ” ครั้นได้ฟังเสียงหวานเจื้อยแจ้ว เผลอหลงเคลิบเคลิ้มไปกับริมฝีปากเอิบอิ่มนั่นเหมือนกันแฮะ ทว่าประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ไอ้เครื่องหมายคำถามของน้องเขาต่างหาก

แล้ว...คิดว่าพี่อยากรู้เรื่องอะไรล่ะ เขาหยักยิ้มมุมปากท้าทาย

อืม อะไรดีน้า คำถามจากคนแปลกๆอย่างฮยอง ต้องแตกต่างจากคนอื่นแน่ๆ สองตากลมทว่ากรีด eye liner คมกริบกลอกมองมาทางเขาเพ่งพิจารณา เอ ทว่าไปถ้อยคำเลื่อนลอยเมื่อสักครู่ มันให้ความรู้สึกเหมือนเขากำลังถูกหลอกด่าอะ คิดมากไปรึเปล่าฟระ

ครั้นได้เฝ้ามองร่างเล็กใส่ชุดนักศึกษาเหมือนคนปกติธรรมดา ถึงจะดูแปลกตาไปบ้างแต่เขากลับชอบนะ และต้องยอมรับอย่างไม่อายปากว่า เสื้อผ้าพื้นๆเหล่านี้ไม่สามารถบดบังความเปล่งประกายของแทมิยองได้เลย        

แล้วเจ้าเด็กนั่นล่ะ จะคล้ายกันไหมนะ

อี แทมิน ครั้นจู่ๆได้ยินนามนั้นเต็มสองหู เขาตกใจสะดุ้งตัวลอย ก่อนจะเพ่งสมาธิกลับมาที่น้องหน้าหวานอีกครั้ง ค่อนข้างตะลึงงัน

หนูทายถูกละสิ ^^ ” แทมิยองเอ่ยบอกมั่นอกมั่นใจ ทำเอาเขาอึ้ง พูดอะไรไม่ออก

เนื่องจากเค้าเป็นพี่ชายฝาแฝดของหนู เพราะฉะนั้น หนูเปิดโอกาสให้ซักถามได้แค่หนึ่งข้อสงสัยเท่านั้น เมื่อเขายังนิ่งงัน แทมิยองเริ่มเอ่ยอธิบายข้อตกลง ชัดถ้อยชัดคำ

คำถามเดียวเท่านั้น?

แทมิยองสนิทกับแทมินไหมครับ? ไงล่ะ คำถามของเขาทำเอาน้องมึนตึบ

สนิทสิคะ คิกคิก แน่นอน หนูรู้จักคู่แฝดของหนูดีที่สุด ภายหลังนิ่งอึ้งอยู่ชั่วครู่ แทมิยองคนสวยเกือบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

แปลก! เขาเปล่งเปรยตามความรู้สึก คำว่าแปลกควรนำมาใช้กับความคิดของเขาหรือฝาแฝดคู่นั้นกันแน่นะ ไม่มั่นใจเหมือนกันแฮะ

“ ? ” ดวงตากลมเฝ้ามองเขาครุ่นคิด ดูงุนงง

พี่ไม่เคยเห็นเราอยู่กับพี่ชายฝาแฝดเลยนี่นา จะว่าไป..แม้แต่รูปถ่ายคู่กันยังไม่มีเลย แต่ทว่าข้อสันนิษฐานไร้สาระ กำลังทำให้สาวสวยหน้าซีดเผือดจนเขานึกตระหนก ขณะแววตาเปี่ยมความมั่นใจ มันกำลังถูกสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด

“ Hello Hello นา-รึม-แด-โร ยง-กิม แนซ-ซอ-โย… ” จู่ๆได้ยินเสียง ringtone จากมือถือของแทมิยองดังขึ้น

มินโฮโอปา ขออนุญาตนะคะ…hello แทมิน โทรมาได้เวลาพอดีเลย น้องสาวรีบเปิดกระเป๋าหนังราคาแพงระยับหยิบจับโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ล่าสุดของตนขึ้นมาทันทีทันใด

แทมินเหรอ? ’ เอาจริงดิ

แทมิน ช่วยคุยกับพี่รหัสเราหน่อยนะ แทมิยองเหลือบมองมาทางเขาเร็วๆ

ใจสั่นอะ เขารีบยกมือแนบอกซ้ายอัตโนมัติ ตื่นตระหนกกับปฏิกิริยาตอบสนองพิลึกพิลั่น

ทำไมล่ะนะนะ สีหน้าท่าทางออดอ้อนนั่น ดูแล้วเพลินตาดีเหมือนกัน

ค่ะ...โอเค โอเค เดี๋ยวเรารีบไปนะ บาย อ้าว ไหงวางหูไปซะแล้ว

มีงานเหรอ? ครั้นเห็นน้องรหัสฉวยคว้าหนังสือปากกาเก็บเข้ากระเป๋าถืออย่างรวดเร็ว เขาจึงเอ่ยถาม

ค่ะ ขอโทษนะคะ ต้องกลับไปก่อนทุกทีเลย แทมิยองโค้งศีรษะขอโทษเขายกใหญ่

เฮ้อออ มีเรื่องให้เก็บไปคิดอีกแล้วสิเรา เขาได้แต่ส่ายหน้าไปมาบอกว่าไม่เป็นไร..ดาราดัง..จะมามีเวลาว่างมากมายได้ไง

อา...อีกแล้ว ทว่าขณะก้มหน้าลงอ่านหนังสือของตนต่อนั้นเอง ได้ยินเสียงหวานเปรยออกมาชัดถ้อยชัดคำ

“ ? ” เขาจึงเงยหน้าสบสายตากลมสดใส ไม่เข้าใจ

“ Question mark (?) ตัวเบ้อเริ่ม ^^ แทมิยองหยักยิ้มทะลึ่งทะเล้นส่งให้ ส่วนตัวเขาได้แต่ยักไหล่ยอมรับความจริง

แทมิน เขาฝากมาบอกว่า… ” แทมิยองค่อยๆเลื่อนเก้าอี้เก็บเข้าที่ พลางกระซิบบอก...

“ ? ” ด้วยระดับเบากว่าปกติ ทำให้เขาต้องโน้มกายไปด้านหน้าเพื่อตั้งใจฟังอย่างลืมตน

ล้างหน้าบ้างนะคะ แทมิน เค้าเหม็นขี้หน้าฮยองน่ะ ฮาฮาฮา คำตอบตรงประเด็นโดยไม่จำเป็นต้องถาม ทำเอามือที่กำลังท้าวคางแทบไร้เรี่ยวแรง

.

เวลาบ่ายแก่ๆ วันเดียวกันนั้นเอง ณ ภาควิชาดนตรีสากล

ฮาฮาฮา สะใจนัก ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยหยันดังกึกก้องลอดออกมาจากห้องน้ำ(สำหรับอาจารย์) ภายในตึกเรียนนั้นเอง

เนื่องจากเป็นนักดนตรีชื่อดัง เขาย่อมมีอภิสิทธิ์มากกว่าใครๆ ในเมื่อทางคณะไม่ได้จัดห้องทำธุระส่วนตัวให้ ห้องน้ำของเหล่าคณาจารย์จึงกลายเป็นของเขาโดยสิ้นเชิง

ถูกใจตรงมีเครื่องทำน้ำอุ่นนี่แหละ ^^ ’ ในชุดนักศึกษาเหมือนเด็กหนุ่มปกติ เขาวักน้ำอุ่นในอ่างล้างหน้าล้างตาสบายใจ เสื้อสูทแขนยาวสีกรมท่าถูกถอดแขวนไว้ในห้องแต่งตัว เพราะเขาไม่อยากให้มันเปียกชื้นก่อนเวลาอันควร

ภายหลังผ่านชั่วโมงเรียนทฤษฏีดนตรีมาอย่างหนักหนาสาหัส เนื่องจากเขาไม่มีเวลามาเข้าเรียนมากนัก อาจารย์จึงทั้งอัดและยัดเนื้อหาแทบหมดตำราใส่หัวเขา ผลลัพธ์คืองุนงง มึนตึ้บเหมือนคนเมา ทันทีที่สิ้นสุด เขาจำต้องรีบรุดมาชำระล้างความเครียดออกจากกาย

เปียกอีกละ ไม่ได้การ อุตส่าห์ถลกแขนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนขึ้นแล้วหนา ทว่าคงไม่สูงพอหลบหลีกสายน้ำอุ่นจากสองอุ้งมือ ซึ่งกำลังพร่ำวักหรือเรียกได้ว่าสาดน้ำใส่หน้าตน ด้วยกำลังโหยหาความรู้สึกผ่อนคลาย

ร่างผอมบางรีบคว้าไดร์เป่าผมใกล้มือกดสวิตช์จดจ่อลมร้อนปะทะทุกบริเวณเปียกชื้น ตั้งแต่แขนเสื้อยันปก กระทั่งผมสีบรอนซ์นุ่มนิ่มยังถูกเป่าแลปลิวพลิ้ว

ขออนุญาตครับ อาจารย์เยซองอยู่ในนี้หรือเปล่าครับ ทว่าจู่ๆได้ยินเสียงทุ้มคุ้นๆตะโกนถามไถ่เข้ามาในห้อง เขารีบปิดสวิตช์และตั้งใจรับฟังอีกหน

ปึ้ง! อ้าวเฮ้ย! ประตูทำไมเปิดไม่ได้ฟระ!?! ” เข้าใจว่าเจ้างั่งนั่นคงเผลอปิดประตู ที่เขาอุตส่าห์ผลักเปิดไว้ซะกว้าง เนื่องจากอาจารย์เคยย้ำนักย้ำหนาว่า...ห้ามปิดประตูบานนี้เด็ดขาด!

วินาทีนั้น เขาฉุนขาด...ไอ้บ้าเอ๊ย!...ก่อนเร่งจ้ำอ้าวออกไปเผชิญหน้ากับตัวก่อปัญหาว่องไว

นาย อะ...เอเลี่ยน!?! ทว่าเมื่อสองตาประสบกับร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า กางเกงสูทขายาวสีกรมท่าเช่นเดียวกับเขา ผู้กำลังวุ่นวายอยู่กับการหมุนลูกบิดประตู ขณะแขนข้างหนึ่งเฝ้าหนีบปึกกระดาษ(คาดว่าเป็นรายงาน)ไว้แน่น ไม่คิดสนใจอีกหนึ่งชีวิตซึ่งกำลังยืนตะลึงงันอยู่ด้านหลัง

ซวยละ อันนี้เรียกได้ว่าซวยของจริง ดังนั้น เขาตัดสินใจค่อยๆก้าวถอยหลังเงียบกริบมือถือ! ต้องรีบโทรบอกนูนาผู้จัดการก่อนละ

อะไรวะเนี่ย! เฮ้! นาย... และในจังหวะหมุนตัวกลับหลังหันหวังวิ่งหนีเข้าไปอยู่ในห้องแต่งตัวนั้นเอง นายเอเลี่ยนสังเกตเห็นเขาเข้าพอดิบพอดี

โดยไม่มีเหตุผล สองขามันขยับวิ่งไปด้านหน้าสุดชีวิต เพียงแต่...

จะหนีไปไหนมิทราบ! ” มนุษย์ต่างดาวผู้บ้าคลั่งสามารถฉวยคว้าข้อมือเขาไว้ได้ทันใด

ลองคิดในแง่ดี เขายังไม่เห็นหน้าเรานี่

อี แทมิน! ป๊าดโธ่ ยังไม่ทันขาดคำ สบายใจได้ไม่ถึงนาที

เอาไงดี ออร่าของเราไม่สามารถทำอะไรนายนี่ได้ซะด้วยสิ เขาครุ่นคิดคิ้วขมวด และยังคงดื้อรั้นไม่หันกลับไปเผชิญหน้า

เหม็นหน้ากันขนาดนั้นเชียว ลองหันมาดมใหม่ดีกว่า มามะ ตายละ ถ้อยคำลามปามนั่น หมายว่านายนี่ยังเจ็บแค้นกันเห็นๆ อย่ามาจับมือเขานะ ให้ตาย คนอะไรแรงเยอะชะมัด

เจ็บ! เนื่องจากไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แขนขาถึงไม่มีมัดกล้ามแข็งแรงเฉกเช่นชายหนุ่มสมควรเป็น เหตุเพราะมัวแต่หลงใหลในเสียงเพลง จนหลงลืมใส่ใจตัวเองซะอย่างนั้น และด้วยมีอุปนิสัยแสดงออกตามอารมณ์ความรู้สึกภายใน เมื่อข้อมือมันเจ็บจริงจัง เขาจึงไม่รั้งรอ รีบประกาศกร้าวให้รับรู้โดยทั่วกัน

ได้ผล..สองมือบ้าพลังถึงกับชะงักงันในทันใด แย่หน่อย..ตรงการปล่อยข้อมือบอบบางให้เป็นอิสระกะทันหัน ทำให้ร่างเพรียวไม่สามารถทรงตัวยืนตรง มีหวังได้หงายหลังลงกระแทกพื้นแข็งแน่นอน

“ oops! ” หยั่งกะฉากหนึ่งในหนังรักโรแมนติก ครั้นชายหนุ่มรูปงามพยายามคว้าประคองคนน่ารัก แต่ดันเสียหลักล้มทาบทับ และพลั้งประทับจุมพิตเหนือริมฝีปากเป็นกระจับ ตอกย้ำซ้ำเติมกันอีกนิด เมื่อจู่ๆไฟฟ้าดับนำพาความมืดมิดเข้าปกคลุมร่างทั้งสองฉับพลัน

.

จากกำลังจะยกมือผลักดัน ครั้นไฟดับวูบกลับเผลอผวากอดเขาซะแน่นขนัด สัมผัสนุ่มนิ่มจากหนุ่มน้อยน่ารักกำลังทำให้หัวใจเขาทำงานหนักโดยไม่มีเหตุผล สองแขนค่อนข้างลังเลได้แต่ค่อยๆเลื่อนโอบประคอง พลางลูบแผ่นหลังสั่นเทาขึ้นลงช้าๆ เฝ้าปลอบประโลม

กลัวเหรอ? ท่ามกลางความเงียบงัน ภายในอ้อมกอดของกันและกัน เขาเริ่มเอ่ยถามแก้เก้อ

อืม ท่าทางจะกลัวจริง ขนาดน้ำคำสั้นๆยังฟังสั่นเครือ

กลัวสัตว์ประหลาด เขาแกล้งหยอก

บ้า ใช่สิ เขามันบ้า

กลัวผี เขาลองเดาไปเรื่อย

ผีไม่มีในโลก เสียงเล็กตอบกลับฉะฉาน

เขาปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำชั่วครู่เพื่อครุ่นคิด ก่อนค่อยๆพยุงหนุ่มน้อยลุกนั่ง ทว่ายังคงตระคองกอดร่างบางไว้เสมอ ไม่เคยไกลห่าง

 หรือว่า...กลัวพี่ ด้วยรอยยิ้มน้อยๆเหนือมุมปาก เขาค่อยๆโน้มใบหน้าเข้ากระซิบถามข้างใบหู

หลงตัวเอง ได้ยินถ้อยคำตำหนิสวนกลับมาทันควัน ทั้งนี้ทั้งนั้น หนุ่มน้อยยังคงกอดเขาแน่น ไม่มีท่าทีจะถอยหนี

เอาใจยากจัง เขาตัดพ้อออกมาตามตรง พลางลูบสางเส้นผมสีสวยไปมาแผ่วเบา

ผม...ไม่ชอบความมืด แทมินค่อยๆอธิบาย ฟังกล้ำกลืนจนน่าอึดอึด

ทำไม? เขาถามเสียงเรียบ

ผมเล่นเปียโนไม่ได้ เอาล่ะสิ อย่าเพิ่งร้องไห้นา

แทมิน เมื่อร่างเล็กในอ้อมกอดเริ่มสั่นสะท้าน พาลทำให้สองแขนต้องโอบกระชับอย่างเสียมิได้

มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนไร้ความสามารถ ทำให้ผมไม่มีตัวตน! จากสั่นเครือเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นแผดร้อง จากน้ำตานองบัดนี้กลับกลายเป็นแข็งกระด้าง แหม อารมณ์แปรปรวนใช้ได้

ตลกละ นายเป็นดารานะ อย่าลืม เขาสวนกลับเสียงเรียบ

ขอโทษที ผมไม่เข้าใจภาษาต่างดาว อ้าว เริ่มก่อกวนบาทาซะแล้ว

นาย คือดาวฤกษ์ แทมิน เป็นดารา ผู้สามารถเปล่งแสงระยิบระยับได้ ด้วยตัวของนายเอง หัวใจ...ใยต้องสั่นไหวนักหนา เจ้าไม่เห็นด้วยกับริมฝีปากว่า หรืออยากกระซิบบอกด้วยตัวเอง

อีกครั้ง เสมือนนรกก่อการกบฏ บันดาลให้ประจุไฟฟ้าเริ่มขับเคลื่อนกำเนิดแสงสว่างอีกหน หมายว่านับตั้งแต่วินาทีนี้นกน้อยในอ้อมกอดสามารถกางปีกโบยบินโชยลม ผิดคาดตรงเด็กหนุ่มยังคงก้มหน้าลงซบบ่ากว้าง ไม่กระดิกกระเดี้ยกายา

แทมิน! เขาเร่งเอ่ยทัก ทันทีที่แผ่นหลังรับสัมผัสจักจี้จากปลายนิ้วเล็กๆ บรรจงแตะลงจนครบสิบ

ชูว์ ทว่าได้ยินเพียงสุ้มเสียงห้ามปรามแผ่วเบา ทำให้เขาจำใจต้องนิ่งงัน

รู้กันอยู่ เดิมที นักกีฬาอย่างเขามิได้มีอารมณ์สุนทรีเฉกเช่นศิลปินหน้าสวยคนนี้หรอก ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะคิดออก สิบนิ้วพลิ้วไหวกำลังบรรเลงบทเพลงทดแทนถ้อยคำสื่อสาร ไล่เรียงแต่ละตัวโน้ตบนแผ่นหลัง กำเนิดท่วงทำนองไร้เสียงอันแสนหวาน จังหวะจะโคนชวนให้นึกไปถึงวันวาน ความประทับใจแรกยามได้พบเจอ

ขอบคุณครับ

.

2วันต่อมา...

ตลกดี การพบเจอกันแต่ละที ไม่มีคราใดราบเรียบแลเป็นปกติเลยสักครั้ง สิ่งนี้คือวิถีของดวงดารา หรือความมหัศจรรย์ เพราะในทุกวินาทีมีค่านั้น ผลลัพธ์ทิ้งทวนล้วนชวนให้เป็นสุขในหัวใจ

แทมิยองว่างเช้า ส่วนแทมินมักมาเรียนช่วงบ่าย สองคนนี้จัดตารางทำงานได้สวนทางกันดีแฮะ บ่ายแก่ๆ ขณะฝึกซ้อมเดาะบอลด้วยหัวเข่าอยู่ข้างสนามฟุตบอลนั้นเอง ร่างสูงเฝ้าครุ่นคิดคาดเดาชีวิตส่วนตัวของชาวบ้านไปเรื่อยเปื่อย

ได้เวลาละ ภายหลังเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เขาหันมองไปยังอีกฝากฝั่งถนน ยังทางเดินมุ่งสู่ประตูหน้าตึกเรียนของใครบางคน พลางสอดส่ายสายตาไปมา

สังเกตได้ไม่ยาก หากลองไล่ตามองจากสุดปลายทางเดินอิฐสีส้มสด นำหน้าคือร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่าผู้มีผมสีบรอนซ์เดินก้มหน้าก้มตา รีบเร่งสาวเท้าขาแทบขวิด พร้อมสะพายเป้ใบโตทว่าคงไม่สามารถใส่แกรนเปียโนได้ตามนึกคิด ตามติดด้วยนูนาผู้จัดการส่วนตัว และกลุ่มก้อนแฟนคลับผู้จงรักภักดี ทั้งนี้ทั้งนั้น สีหน้าของนักดนตรีหนุ่มไม่เคยแสดงออกถึงความพึงพอใจ

แทมิน ส่วนตัวเขาได้แต่กอดลูกฟุตบอลย่างก้าวตามในแนวขนาน ณ ฝั่งตรงข้ามถนน แม้กว้างขวางเพียงแค่สองคันรถยนต์ เขาไม่มีความกล้าพอจะตะโกนขานนามนั้นออกไป

ใกล้ถึงประตูเข้าตึกเรียนแล้วสินะ เคยไหม รู้สึกผิดหวัง ทั้งที่ยังมิได้คิดหวัง เขาหยุดยืนนิ่งงัน ปล่อยตัวตนจมอยู่กับความขลาดกลัว ไม่กล้ายอมรับความจริง

ทันใดนั้น ดวงตากลมกลอกมองมาทางเขา ชั่วครู่เดียวเท่านั้น ริมฝีปากเป็นกระจับขยับอมยิ้มเบาบาง ทว่าเพียงพอให้สังเกตเห็น ร่างเพรียวเหลียวหลังมากระซิบบอกผู้จัดการส่วนตัวเร็วๆ พลางจัดแจงหยิบยื่นสิ่งของบางอย่าง ก่อนรีบก้าวผ่านบานประตูว่องไวกระทั่งห่างหายไปจากสายตา

ตั้งใจเรียนนะ หากมีโอกาสเขาคงเอื้อนเอ่ย เฮ้อ...

มินโฮชิ! ทว่าในจังหวะหมุนตัวเริ่มเดาะบอลต่อ ได้ยินใครบางคนเรียกขานพาลทำให้หัวใจวูบไหว

แน่นอน เขาปล่อยให้ลูกบอลกระเด้งกระดอนตกพื้น เพื่อหันกลับไปเผชิญหน้ากับนูนาร่างเล็กทันทีทันใด เขาควรยิ้มไหมนะ ไม่แน่ใจ วินาทีนี้ได้แต่น้อมศีรษะทักทาย

แทมินฝากมาให้จ้ะ ^^ ” นูนาใจดีรีบยื่นถุงกระดาษเล็กๆส่งให้ถึงมือเขา ก่อนหยักยิ้มละไมและเดินจากไปทำหน้าที่ของตนต่อ ท่าทางกระฉับกระเฉง

หว๋า ไหงรู้สึกตื่นเต้นจังฟะ ขณะเปิดปากถุง หัวใจมันเต้นตึกตัก

แผ่นซีดี? อืม ได้เวลาขุด mp3 ขึ้นมาใช้งานแล้วสิ

.

เวลาใกล้เคียงกัน วันถัดมา...

เหนือพื้นหญ้าเขียวชอุ่ม เจ้าของรองเท้าสตั๊ดคู่เดิมเฝ้าคอยย่างก้าวเคียงข้างใครบางคน แม้จำต้องอยู่คนละฝากฝั่งถนน ลูกฟุตบอลถูกสองขาสลับเตะกลิ้งนำไปข้างหน้าเป็นจังหวะ ขณะเสียบหูฟัง mp3 คู่กาย และพยายามหันไปส่งยิ้มให้ศิลปินผู้รังสรรค์บทเพลงไพเราะ..สำหรับเขา..เขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น

วันแรก หนุ่มน้อยไม่ได้หันมาสบสายตาเขาตามตรง เพียงแต่ก้มหน้าเอียงอาย และคอยยกมือปิดป้องรอยยิ้มแสนสดใส

วันต่อมา ตาหวานชำเลืองมองมาทางเขาบ่อยครั้ง ทว่ายังไม่ยอมสอดประสานสายตาง่ายดาย ได้แต่ก้มหน้าหัวเราะคิกคัก จนนูนาด้านข้างประหลาดใจ

วันที่สาม ครั้นปอยผมสีบรอนซ์เลื่อนระพวงแก้ม นิ้วเรียวค่อยๆยกเกี่ยวพลางเหลียวมองมาทางเขา ทว่าจังหวะเดียวกันเขาดันสะดุดลูกบอลเกือบหกล้มหน้าคะมำ กำเนิดเสียงหัวเราะดังลั่นจากริมฝีปากอิ่ม ช่างน่าอับอาย

วันที่สี่ ไม่มีอีกแล้วลูกฟุตบอลเจ้าปัญหา ทว่าหูฟังและเสียงเพลงยังกึกก้องอยู่ในหัวใจไม่จางหาย สองขาก้าวขึ้นมาเยื้องย่างบนฟุตบาท ร่นระยะทางใกล้เข้ามาอีกหน่อย พอให้สังเกตเห็นพวงแก้มของหนุ่มน้อยค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ สุขตาสุขใจ

วันที่ห้า เกือบวิ่งมาไม่ทัน เหตุเพราะติดงานสำคัญ ส่วนอาจารย์ท่านก็ชักช้าร่ำไร หากเขาไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง ดูเหมือนร่างเล็กมิได้รีบเร่งจ้ำอ้าวเฉกเช่นอุปนิสัย เฝ้าหันซ้ายแลขวามองข้ามฝั่ง สีหน้าประหลาดใจ และในทันทีที่บังเอิญสบสายตากันโดยมิได้ตั้งใจ เขาพลั้งหลุดหัวเราะเริงร่า เมื่อเห็นหนุ่มน้อยเดินสะดุดขาตัวเอง

วันที่หก เขาเปลี่ยนเป็นก้าวถอยหลังตั้งใจหันเผชิญหน้า แสร้งไม่ใส่ใจสายตาจิกกัดจากกลุ่มก้อนแฟนคลับด้านหลัง ตาหวานคอยจับจ้องมาทางเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ พลางส่ายหน้าไปมาตักเตือนให้ระวัง ดังนั้น ครั้นร่างเพรียวหายลับไปจากสายตา เขาเร่งรีบวิ่งกลับตึกเรียนว่องไว

หนึ่งอาทิตย์พอดิบพอดี ยังมีบางสิ่งติดค้างในหัวใจ กังวลกับปฏิกิริยาตอบสนอง หากเย็นชา..เขาจะรับได้ไหม ถึงสองร่างจะย่างก้าวสอดคล้องแทบมองเป็นจังหวะเดียวกัน ยังไม่กล้าคาดเดาความรู้สึกนึกคิดของตาหวานคู่นั้นที่คอยเฝ้ามองมา

เอาไงดี ไม่กี่ก้าวก็จะถึงบันไดหน้าตึก หนึ่ง..สอง..สาม..สี่..ห้า..เขากำลังปล่อยให้หนุ่มน้อยหายวับไปกับตาอีกแล้วหรือ

แทมิน! ” เอาไงเอากัน เขากลั้นใจตะโกนเรียก

ตายแน่ตรู เหตุเพราะหลงลืมคำนึงถึง ปฏิกิริยาแรกกลับกลายเป็นสายตาอำมหิตหลายสิบคู่ ทำให้ขนลุกซู่ เริ่มหวาดผวา

เอาวะ ถึงตาย เราก็ยอม คุ้มค่าแล้วเพียงแค่ได้เห็นหนุ่มน้อยผมบรอนซ์ค่อยๆเหลียวมองกลับหลัง และหยุดนิ่งเพื่อสบสายตา

ตั้งใจเรียนนะ แค่หนึ่งข้อความอุตส่าห์ทนเก็บไว้กับตัวจนครบเจ็ดวัน หนึ่งความหวังดีสั้นๆ กว่าจะเอ่ยออกมาได้ มันช่างยากเย็นเข็ญใจ

ครับ ^^ ” รอยยิ้มแสนสดใสและคำตอบรับจากศิลปินหน้าหวาน พาลทำให้หัวใจนักกีฬาสั่นไหว ทว่าเคลิบเคลิ้มได้ไม่ทันไร ครั้นตระหนักว่าฝูงชนกำลังเปลี่ยนทิศทางมุ่งมาทางตน สองขากำยำจำต้องเร่งจ้ำอ้าวออกมาจากบริเวณนั้นว่องไว

.

.

4-5 วันหลังจากนั้น ณ ม้าหนังใต้ตึกเรียน

คิบอมโอปา มินโฮโอปาไม่อยู่เหรอคะ ขณะนั่งท้าวคางเฝ้ามองรุ่นน้องหน้าสวยพูดนู่นทำนี่อย่างมีความสุข จู่ๆมี นักศึกษาสาวสวยเดินมาหยุดยืนเกือบชิดติดขอบโต๊ะ เหลือบมองมาทางเขาเร็วๆพอให้รู้ว่ามีตัวตน ก่อนหันไปทางน้องชายผู้นั่งอยู่ตรงกันข้ามกับเขา พลางไถ่ถามน้ำเสียงค่อนข้างผิดหวัง

อืม ใกล้เที่ยงแล้วนี่ น่าจะคุยกับอาจารย์อยู่นะ นั่งก่อนสิ แทมิยอง คิบอมชักชวน

จินกิโอปา วันนี้ไม่ต้องเข้าห้องทดลองเหรอคะ แทมิยองเหลียวมองมาทางเขาจิกกัด ก่อนออกแรงผลักให้เขาเขยิบไปอีกด้าน และซักไซร้ดักคอกันเองเสียนี่

แหะ แหะ แหม ขอเวลาว่างให้พี่พักสมองมั่งสิ น้องรัก

อย่าบอกนะ ว่าฮยองโดดเรียน? ทว่าเสียงหัวเราะแห้งๆของเขาดันทำให้คิบอมเข้าใจผิดไปโน่น

ปะ เปล่าน้า เขารีบโบกไม้โบกมือไปมาปฏิเสธ

คิบอมโอปา คือ จินกิโอปาเค้าสอบผ่านหมดทุกวิชาตั้งแต่เรียนปีแรกแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณที่แก้ตัวให้พี่นะจ๊ะ แทมิยองคนงาม

ฮ๊า! ” กะแล้ว ใครได้ยินก็ต้องตกใจ

เค้าถึงมีเวลาว่างมานั่งเฝ้าโอปาแบบนี้ไง ^^ ” แทมิยองช่วยขยายความทันทีทันใด

อัจฉริยะสติเฟื่อง คิบอมจ๋า พี่ขอถือว่าเป็นคำชมนะ ^^

หนูเชื่อมั่นในตัวจินกิโอปาค่ะ โอปาไม่เคยทำให้หนูผิดหวัง สายตาเยี่ยงนั้น น้องกำลังตั้งใจกดดันกันเห็นๆ

แทมิยองถามหามินโฮทำไมเหรอ เฮ้อ โชคดีไปที่คิบอมไม่สงสัย

คิดถึง ตอบแทนสายตาจิกกัดเมื่อครู่นะน้องสาว ^^

โอปา! ” แทมิยองน้องรัก อย่าทำหน้าดุใส่พี่แบบนั้นสิ

ฮาฮาฮา ไม่เห็นต้องอายเลย แทมิยอง พี่ก็อยากให้เจ้ามิโนมีแฟนเป็นตัวเป็นตนซะที พี่เชียร์น้องเต็มที่ คิบอมหัวเราะได้ใจ

หัวเราะอะไรน่ะ คิบอม ครั้นคนกลางร่างสูงมาถึง เขาเพิ่งรู้นะว่าเวลาน้องเขิน มันก็ดูน่ารักดีเหมือนกันแฮะ

มินโฮโอปา ไม่มีอะไรหรอกค่ะ รีบปฏิเสธเชียว

เรามีสาวจะแนะนำให้นายรู้จัก โอ๊ะโอ คิบอม พี่ว่า..ไม่..ดีกว่าม้าง

สาวๆเรอะ สวยป่าววะ คิบอม ไม่สวย เราไม่เอานะโว้ย ฮาฮาฮา ส่วนเจ้ามินโฮเองก็คล้อยตามเพื่อนได้ไหลลื่นเหลือเกิน ให้ตาย

ปึ้ง! ” ฉับพลัน เสียงกำปัดเล็กๆทุบโต๊ะหนักแน่น ทำให้ทุกชีวิตสะดุ้ง

แทมิยอง มินโฮหันไปทางต้นกำเนิดเสียงก้าวร้าวนั้นทันใด งงล่ะสิ ใช่ดิ เป็นใครก็งง

หนูต้องไปแล้วล่ะคะ แทมิยองผุดลุกขึ้นฉับพลัน แล้วนั่น..จะรีบวิ่งไปไหน?

เขินล่ะมั้ง? คิบอมสันนิษฐาน

“ ? ” มินโฮผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆทั้งสิ้น ยังคงได้แต่ยืนงง

ขอตัวก่อนนะ ทำไงได้ ในเมื่อความวุ่นวายทั้งหลายแหล่ ล้วนเกิดจากตัวเขา เขาต้องรับผิดชอบ

.

.

สามวัน...กับการเปลี่ยนแปลงตารางงานกะทันหัน พาลทำให้เขาตามสองพี่น้องคู่นี้ไม่ทัน ไม่มีโอกาสได้พบปะพูดคุย กระทั่งได้สบสายตา จนถึงป่านนี้ แม้ว่าเขายังไม่กล้าฟันธง เพียงแต่ลึกลงไปพอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ซึ่งน่าจะมีจุดกำเนิดมาจากตัวตน

เราทำอะไรให้ไม่พอใจรึเปล่าหว่า ภายหลังเล่นฟุตบอลเสียเหงื่อท่วมกาย เย็นย่ำทว่ายังไม่ค่ำมืด เขาตัดสินใจนั่งหย่อนกายอยู่ริมสนามฟุตบอล ล้วงหา mp3 จากกระเป๋าเป้และเสียบหูฟังเฉกเช่นทำอยู่ทุกวัน

ครั้นแหงนเงยเหม่อมองท้องฟ้าม่วงครามยามเย็นอีกครั้ง แสงสีส้มของสุริยันร่ำลานภากว้างรวดเร็วจนน่าใจหาย ย่างย่ำฤดูหนาว สายลมเย็นเฉียบทำให้เขาต้องเอื้อมหยิบเสื้อวอร์มตัวเก่งเร่งสวมใส่อย่างเสียมิได้ และอดทนฝืนนั่งนิ่งได้ไม่ทันไร ไม่วายลอบเหลียวมองยังเส้นทางสีส้มอิฐเบื้องหลัง ด้วยแอบหวังไว้ลึกๆว่า...     

แทมิน? แว้บเดียวเท่านั้น จนหนแรกเขาคิดว่าตัวเองตาฝาด หากไม่สังเกตเห็นนูนาร่างเล็กหยุดเดินนวยนาถอยู่หน้าตึก เขาคงไม่กล้าปักใจเชื่อ

 การเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของศิลปินหนุ่มร่างสูงเพรียว ผู้มีเรือนผมสีบรอนช์ทองเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เขาตัดสินใจเกี่ยวเก็บหูฟังใส่กระเป๋ากางเกง รีบคว้ากระเป๋าเป้สะพายบ่า ขณะสองขาเริ่มขยับวิ่งตามอัตโนมัติ

ระหว่างทางเดินภายในตัวตึกภาควิชาดนตรีสากลนั่นเอง ด้วยท่าทางรีบเร่งก่ำกึ่งจะออกวิ่ง พฤติกรรมเช่นนั้นชักนำทำให้เขานึกสงสัย ไม่มีแฟนคลับตามติด มีเพียงร่างเล็กและกระเป๋าเป้ใบใหญ่ มุ่งตรงสู่...

ปัดโธ่! ที่แท้ก็วิ่งเข้าห้องน้ำ ทันทีที่หนุ่มน้อยหายลับเข้าไปในห้องน้ำอาจารย์ เขารู้สึกหยั่งกับตัวเองเป็นพวกโรคจิตไม่แตกต่าง

.

30นาที ผ่านไป

.

ครึ่งชั่วโมงแล้วนะ นานเกินไปรึเปล่า ภายหลังตัดสินใจหลบอยู่หลังเสาในบริเวณใกล้เคียงได้สักพัก เขาเริ่มนึกฉงน

ดังนั้น เขาจึงค่อยๆสืบเท้าออกจากที่ซ่อนเชื่องช้า ตรงมายังประตูห้องน้ำเจ้าปัญหาซึ่งจำเป็นต้องเปิดอ้าตลอดเวลา (บทเรียนจากประสบการณ์หนก่อน) ทว่าระหว่างทางดันได้ยินเสียงฝีเท้าใครบางคนกระทบกระเบื้องปูห้องน้ำเสียงดังฟังชัดมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเร่งหันซ้ายแลขวารวดเร็ว ก่อนอาศัยมุมตึกข้างห้องน้ำเป็นสถานที่หลบภัย

แทมิน หรือนายจะไม่สบาย เขาจดจำกลิ่นหอมติดจมูกนี้ได้ดี และนึกห่วงใยสุขภาพของหนุ่มน้อยขึ้นมาตงิดๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาจำเป็นต้องอำพรางตนกระทั่งกลิ่นหอมหวานเริ่มจางหาย พร้อมกับเฝ้าฟังเสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นไม้กระดาน สลับซ้ายขวาคล่องแคล่วว่องไว ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ

แทมิยอง!?! หือ! เขาไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม? หรือเขาพลาดอะไรไป? ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ครั่นคร้ามนิดหน่อย ครั้นสองหูสะดุดหยุดรับฟังเสียงรองเท้าส้นสูงนิ่งงัน ทว่ายังไม่มั่นใจนัก กระทั่งตัดสินใจย่างก้าวออกมามองด้วยสองตา ผลลัพธ์คือความประหลาดใจอย่างสุดซึ้ง เมื่อสิ่งมีชีวิตภายใต้เสื้อแจ็คแก็ตแขนยาวและกางเกงยีนส์สีดำ มิใช่ศิลปินมากพรสวรรค์แต่กลับกลายเป็นนักแสดงสาวดาวรุ่ง ผู้มีเรือนผมสีเดียวกัน ซึ่งบัดนี้ถูกรวบรัดและเก็บซ่อนในหมวกแก๊ปมิดชิด แล้วส้นสูงนั่น ให้ตาย รองเท้าหนังราคาแพงลิบลิ่วของหนุ่มน้อย คนที่เขาเฝ้าจับตามองก่อนหน้า มันหายไปอยู่ไหนแล้วเล่า  

ก็ห้องน้ำชายนี่หว่า เอาเข้าไป สุดท้ายเขาจำเป็นต้องหันกลับไปมองป้ายหน้าห้องน้ำอีกครั้ง และได้แต่ยืนเกาหัวแกรกๆ ไม่เข้าใจ

.

.

.

เที่ยงวันรุ่งขึ้น...

จวบจนถึงวินาทีนี้ ความคลางแคลงและสงสัยยังคงมี ไม่เคยจางหาย ต้องมีสิ ทุกสิ่งอย่างในโลกย่อมมีเหตุผลอธิบาย ก่อนจะอกแตกตาย ต้องรู้ให้ได้ เขาต้องการรู้ความจริง

เพลงเพราะมั้ยคะ ทว่าจู่ๆ ครั้นปลายจมูกแตะกลิ่นหอมคุ้นเคย จังหวะเดียวกันกับหูฟังข้างหนึ่งถูกเกี่ยวออก เขาสะดุ้ง

เอ่อ...อืม เพราะมาก แม้นยังงุนงงกับการจู่โจมประกบติด ภายหลังหายหน้าหายตาไปโดยไม่มีเหตุผล เขายังอุตส่าห์อมยิ้มน้อยๆ และเอ่ยยอมรับเต็มปากเต็มคำ

ขอหนูฟังด้วยคนสิ จากรอยยิ้มอิ่มเอมตอบกลับ หมายว่าดาราสาวในชุดนักศึกษาคงรู้สึกพึงพอใจกับคำตอบของเขามากอยู่ และโดยไม่สนใจสายตาของใครภายในโรงอาหารแห่งนี้ทั้งสิ้น ร่างนุ่มนิ่มเร่งถัดสะโพกเข้ามานั่งข้างเขาเสียติดชิด พลางร้องขออย่างมีความหวัง

เอ้ย! ไม่ได้! ไม่ได้! ” เขาเร่งขยับถอยห่างนิดหน่อย โบกไม้โบกมือห้ามปรามพัลวัน

ใจดำจัง แทมิยอง อย่าทำแก้มป่องอย่างนั้นสิ พี่เห็นแล้วใจอ่อนทุกทีสิน่า

เดี๋ยวพี่ได้ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งกันพอดีดิ ไม่เอาด้วยหรอก ฮาฮาฮา เขาแกล้งเฉไฉไปเรื่องอื่น

ทำไมคะ มีข่าวกับหนูมันแย่มากเลยเหรอ ท่าทางน้องจะงอนจริงแฮะ

โอ๋ แทมิยองคนสวย อย่าทำหน้าบึ้งสิจ้ะ เขาไม่แน่ใจนักว่ารอยยิ้มตรงหน้า เป็นผลลัพธ์จากท่าทางง้องอนไร้สาระของเขา หรือความคิดพิเรนในสมองอันปราดเปรื่องของน้องรหัสคนสวยกันแน่

มินโฮโอปา โอปายังไม่มีแฟนใช่มะ? นั่นไง เริ่มส่อแววไม่ดีละ

ดะ เดี๋ยว แทมิยอง(อู้อี้) ยังไม่ทันขาดคำ แทมิยองรีบยกมือปิดปากเขา ตั้งใจยับยั้ง

คบกับหนูนะ ถ้อยคำชักชวนหวานหยดกำลังทำให้เขาเหงื่อตก รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจ

ท่ามกลางสายตาคนแปลกหน้าหลายสิบคู่ นำพามาซึ่งความรู้สึกอึดอัดและไม่เป็นส่วนตัวจนเขาทนไม่ได้ ร่วมกับการจู่โจมกันซึ่งหน้าของสาวสวย เขาเกือบหัวใจวาย สมองอันอื้ออึงทำได้แต่สั่งให้ลุกขึ้น และฉวยคว้าข้อมือบางออกห่างจากโรงอาหารนั้นเร็วไว

.

ณ มุมของสวนหย่อมร่มรื่น ค่อนข้างลับตาคน

มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ แทมิยอง เสียงทุ้มพยายามเอ่ยอธิบาย

หนูไม่ได้ล้อเล่น เสียงเล็กสวนกลับทันทีทันใด

ไม่มีเหตุผลเลย ร่างสูงเริ่มตำหนิ

ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล แต่ดูเหมือนร่างเล็กไม่เคยใส่ใจ

.

เอ๋! นั่นมันเจ้ามิโนกับแทมิยอง สืบเนื่องจากตัวเขาอุตส่าห์เฝ้าแสวงหามุมสงบ สำหรับนั่งรับประทานอาหารกลางวันมาตั้งนาน บัดนี้กลับได้ยินเสียงใครสองคนทะเล่อทะล่าเข้ามาส่งเสียงเอะอะโวยวาย จนเขาเริ่มรำคาญ

ไหน ไหน ไหน รุ่นพี่สติเฟื่องโผเข้ามาเกาะไหล่เขาไม่บอกกล่าว พลางพยายามชะเง้อมองผ่านพุ่มไม้เบื้องหน้า แลวุ่นวาย

จุ๊จุ๊จุ๊ เงียบหน่อยสิ จินกิ เขาจึงรีบเหลียวหลังกลับไปจุ๊ปาก กระซิบเตือน

อืม แตกต่างตรงหนนี้ พี่ชายตัวดีถึงกับเงียบงันฉับพลัน และเฝ้าฟังบทสนทนานั้นต่ออย่างตั้งใจ

.

ทำไมคะ? เมื่อแทมิยองก้าวเข้าใกล้อีกนิด เจ้ามิโนกลับถอยห่าง จงใจเว้นช่องว่างไว้เท่าเดิมไม่มีผิด เอาแต่ส่ายหน้าไปมา ไม่พูดไม่จา

หรือหนูไม่ดีพอ ท่าทางเฉยชาทำให้สาวน้อยก้มหน้าลงตัดพ้อ พลางก้าวถอยหลัง คล้ายกำลังจะหลีกหนี

เปล่านะ ไม่ใช่อย่างนั้น มินโฮเร่งคว้าข้อมือเปราะวางรั้งไว้ หน้าตาดูลำบากใจยิ่งยวด

โอปามีคนที่ชอบอยู่แล้วใช่มั้ย? โฮ! น้องเค้าถามตรงใช้ได้เลยแฮะ

เอ่อ ไงล่ะ มินโฮ นายจะตอบแทมิยองว่าอะไร

ใช่รึเปล่า? เพื่อนเรา ถูกสาวสวยกดดันซะแล้ว

ใช่ เฮ้ย! จริงเดะ นายไปแอบหลงรักใคร ตั้งแต่ตอนไหนฟระ

ค่ะ หนูเข้าใจละ ลาก่อน อ้าว แทมิยอง ไหงตัดใจจากพี่เขาง่ายนักล่ะ

.

เดี๋ยว! จินกิ! ฮยองกำลังจะไปไหนน่ะ? ครั้นแลเห็นสาวสวยชิงวิ่งหนี รุ่นพี่ด้านหลังทำท่าจะออกตัวตามติดทันทีทันใดเช่นกัน

แทมิยอง ชื่อบุคคลสำคัญ คือคำตอบรับสั้นๆ

จริงสิ เราลืมไป เอาเข้าไป เขาหลงลืมเสียสนิทใจ เพียงแต่...ในอกซ้าย มันรู้สึกหวิวๆชอบกล

รอก่อนนะ เดี๋ยวพี่กลับมา เนิ่นนานเท่าไหร่แล้วนะ แม้นมิอาจสบสายตาภายใต้แว่นหนาเทอะทะ แค่ได้เห็นรอยยิ้มจริงใจจากริมฝีปากอิ่มเอม เพียงพอทำให้เขาเชื่อมั่นในตัวรุ่นพี่คนนี้เสมอไป

.

แทมิยอง! ” ภายหลังพยายามวิ่งไล่ตามติด กระทั่งมาสิ้นสุดตรงลานจอดรถยนต์ ปราศจากผู้คน เขาถึงเริ่มส่งเสียงเรียกขาน

แทมิน! ” แต่ในเมื่อร่างเล็กเลือกจะไม่ตอบสนอง เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ

การเปล่งเรียกชื่อเสียงเรียงนามแท้จริง นับว่าได้ผลชะงักงันนัก นอกจากไม่ต้องวิ่งตามให้เสียพลังงาน สาวน้อยหน้าหวานเร่งหมุนตัวหันหลังกลับ และจ้ำอ้าวมุ่งตรงมาทางเขาว่องไว

“ …จินกิฮยอง ด้วยสีหน้าบึ้งตึง ร่างเล็กสาวเท้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อสบสายตาเขาชั่วครู่ ก่อนร่ำร้องเรียกหาและโผเข้าสวมกอด ซบหน้าลงกับอกเขา

สามนาทีผันผ่าน โดยไร้ซึ่งถ้อยคำเอ่ยปลอบ ถือเป็นพฤติกรรมปกติของเขา สองแขนได้แต่เฝ้าตระคองกอด และเอียงศีรษะอิงซบศีรษะทุย พลางโอนกายเอนไปมาพร้อมฮัมเพลงเบาๆ หมายช่วยบรรเทาความรู้สึกทุกข์ระทม

แทมิน… ” แตกต่างตรงคราวนี้ เขาจำเป็นต้องเอ่ยบางสิ่ง ย้ำเตือนข้อเท็จจริงบางอย่าง

ขอร้อง จินกิฮยอง ได้โปรด เสมือนอ่านใจเขาออก น้องหน้าหวานเร่งส่งสายตาเว้าวอน แน่ล่ะ เขามักใจอ่อนเสมอไป

ใช่ครับ ผมกำลังหลอกเขา ผมรู้ และโดยไม่จำเป็นต้องไถ่ถาม แทมินยอมรับความผิดของตนอย่างกล้าหาญ

กล้าๆหน่อยสิ น้องรัก เขาไม่ได้ต้องการให้ท้าย และไม่สนับสนุนทุกพฤติกรรมลวงหลอก ความรักเป็นสิ่งสวยงามเกินกว่านำมาวางอยู่บนพื้นฐานของความปอกลอก ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม ขอแค่กล้ายอมรับความจริง

รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีวันเป็นไปได้ ผมกล้ายอมรับ เพียงแต่ไม่อาจหาญพอสารภาพรัก ความสัมพันธ์นอกคอก มันน่ารังเกียจเกินรับไหว แม้นน้ำเสียงฟังบีบคั้นแทบขาดใจ แววตาแสนเศร้าของน้องน้อย ไม่เคยเคล้าหยาดน้ำตา

แล้วนายจะทำอย่างไรต่อไป เขาเคารพทุกการตัดสินใจ

ทำใจไงครับ จินกิฮยอง เค้ามีใครคนนั้นอยู่ในหัวใจเป็นตัวเป็นตน แม้แต่แทมิยองผู้น่ารักยังมิอาจทำให้รักมั่นสั่นคลอน แล้วเด็กผู้ชายเย่อหยิ่งอย่างผม...จะทำอะไรได้

.

.

บนโต๊ะหินอ่อนตัวเดิม แลเห็นร่างเพรียวสะท้านไหวทุกครา ยามสายลมเย็นหวนพัดมาแตะสัมผัสกายา เหตุเพราะงัวเงียเกินสรรหาสถานที่เหมาะสมกว่า สุดท้ายได้แต่นอนเอียงแก้มหนุนแขนขวา จนเห็นเป็นรอยกดทับชัดเจน

อุ่นจัง ด้วยสติสัมปชัญญะอันเลือนราง ก่ำกึ่งระหว่างความจริงกับฝันกลางวันแสนหวาน ทั้งนี้ทั้งนั้น ไออุ่นจากใครบางคนกำลังทำให้เขามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

น่ารัก ได้ยินคำชมเชยลอยละล่องอยู่ในอากาศ

สำหรับเขารึ ไม่น่าจะใช่ ควรไขว่คว้ามันไว้ไหมนะ เขาครุ่นคิดไปเรื่อยเปื่อย ขณะไล่ซุกไซ้หมายสัมผัสไออุ่นเพิ่มเติม ไม่หยุดหย่อน

จั้กจี้นา คิบอม เจ้าของเสียงนุ่มเอ่ยทักท้วงอารมณ์ดี ทันทีที่ปลายจมูกโด่งลากไล้ไปตามซอกเนื้ออ่อนนิ่มนวล หอมสดชื่นมีชีวิตชีวา

ผม...นิ่มจัง ครั้นสองมือบังเอิญสัมผัสเรือนผมหยักศก สิบนิ้วพลั้งลูบไล้สลับเกี่ยวสาง กลิ่นแชมพูอ่อนๆหอมเจือจาง เย้ายวนชวนให้เขาโน้มเข้าสูดดม

คิดถึงกันขนาดนั้นเชียว ยามฝ่ามือนุ่มโอบประคองสองแก้ม ช่างอ่อนโยนนัก

คิดถึงเหรอ? คิดถึงใคร? เขาไม่เข้าใจ

พี่ควรรอให้นายตื่นก่อนหรือเปล่าน้า เอาไงดีๆ พึมพำงึมงำอยู่ได้ ฟังไม่รู้เรื่องเลย

สุภาพบุรุษต้องไม่ฉวยโอกาส ไม่ดี ไม่ดี ทว่าเสียงบ่นน่ารำคาญยังคงมีเข้าหู ไม่หยุดหย่อน

หุบปาก! ” และเมื่อความรู้สึกรำคาญพุ่งทะยานแตะจุดสูงสุด ถ้อยคำสั่งมันหลุดออกมาจากริมฝีปากอัตโนมัติ ยิ่งไปกว่านั้น...

ภาพแรกคือแสงวาบฉาบฉายเข้าตา จัดจ้าจนจำต้องรีบหรี่ตาปรือทันทีทันใด ภาพต่อมาคือริมฝีปากยิ้มกริ่มค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ วัสดุต้นกำเนิดแสงสว่างเมื่อครู่ถูกถอดออกว่องไว เผยให้เห็นแก้วตาสีน้ำตาลสดใส ในจังหวะปลายจมูกสัมผัสไอร้อนจากลมหายใจใครอีกคน

รับทราบ ^^ ” ครั้นได้รับฟังสองพยางค์ขานกลับ บุคคลผู้นี้เร่งปฏิบัติตามคำสั่งของเขาพลัน

วินาทีสองริมฝีปากแตะสัมผัส สองร่างยังคอยตระคองกอดก่าย สองสายตาเฝ้าสอดประสานไม่ขาดหาย หนึ่งตะลึงงัน สองทะลึ่งทะเล้น อารมณ์และความรู้สึกนับว่าตรงกันข้าม มีเพียงหัวใจสองดวงกระมังที่กำลังขยับเต้นเป็นเสียงเดียว

จินกิฮยอง จูบแรกในชีวิต มิได้เนิ่นนานดั่งใจคิด ทว่ามีรสหวานประดุจลูกกวาด ละมุนละไมยิ่งกว่าสายไหม

ครับ ทั้งนี้ จินกิไม่ยอมเว้นระยะห่างมากพอให้เขาได้หายใจ รุ่นพี่เพียงแต่หยักยิ้มกว้าง พลางขานรับเสียงใส

ปากน่ะ ปิดให้สนิทอีกหน่อย ไม่ได้หรือไงครับ คำแนะแนวน่าอายทำให้ตัวเขาเองแทบหัวใจวาย ไม่ทันได้ครุ่นคิด ไม่มีมูลเหตุสักนิด

ภายใต้เงาไม้ร่มรื่น เขาค่อยๆหลับตาลงดื่มด่ำรสสัมผัส สองมือวางเหนือบ่ากว้างเสมือนไร้น้ำหนัก ขณะรอบเอวถูกโอบรัดกระชับบังคับให้ขยับเข้าชิดใกล้ จุมพิตรสลูกกวาดบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นมากาเร็ตต้า ซาบซ่าชื่นใจ เนิ่นนานอีกนิดคงเมามายมากเกินยับยั้งชั่งใจ จากเคลิบเคลิ้มกลับกลายเป็นคลั่งไคล้เกินเยียวยา

.

.

.

โว้ย!กลุ้ม! ฝาแฝดคู่นั้น ไม่มาเรียนหลายวันแล้วนะ เพราะเขาใช่ไหม ใช่สิ แล้วทำไมถึงหายหน้าไปทั้งพี่ทั้งน้องเลยล่ะ จะตั้งป้อมโกรธเขาทั้งครอบครัวเลยหรือไงนะ

มันก็น่าอยู่นา เจ้าคิบอม ถ้าไม่คิดจะช่วยปลอบ กรุณาปิดปาก

เฮ้อ เราไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า เขาต้องทำยังไงล่ะ อะไรถูก แบบไหนผิด ว่ามา

เอ้า!มินโฮ! รับไว้สิ จู่ๆนึกจะโยน ก็โยนเลยนะนาย รอให้เพื่อนตั้งตัวก่อนไม่ได้หรือไง ไอ้นี่

กุญแจกับแผนที่? ดีนะที่รับไว้ได้อย่างทันท่วงที ว่าแต่ คิบอม นี่มันแผนที่หรือลายแทงกันแน่ฟระ ลายมือหยั่งกะไก่เขี่ย

มัวแต่เงอะงะอยู่ได้นะนาย ไปหาเค้าซะสิ ผลักไสกันได้อีก ไอ้เพื่อนบ้า แต่ก็...ขอบใจนะ คิบอม 

.

.

แหม กุญแจนี่ มีประโยชน์ใช้ได้เลยแฮะ เขาครุ่นคิด ขณะเฝ้ามองรั้วเหล็กใหญ่ยักษ์เบื้องหน้าขยับเคลื่อนที่ช้าๆ เปิดเผยให้เห็นสวนหย่อมกว้างขวาง และตัวบ้านขนาดมหึมา ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของดาราดัง ยากมีผู้ใดได้รับอนุญาตให้มาเยี่ยมเยือน

เพียงแค่เขาล้วงหยิบลูกกุญแจทองเหลืองทรงโบราณออกจากกระเป๋ากางเกง การเดินทางสู่ตัวบ้านดูจะราบรื่นและง่ายดายไปเสียหมด แน่นอนที่สุด เขามีรถลีมูซีนรับส่งถึงประตูหน้าบ้านอย่างกับในหนัง   

เชิญครับ คุณมินโฮ เขาน้อมศีรษะสนองตอบการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อบ้านวัยชราแทบไม่ทัน เหตุเพราะมัวแต่ยืนเสียวสันหลัง หวาดหวั่นว่าสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ขนดำขลับสองตัว ที่กำลังนั่งนิ่งและเฝ้าจ้องมองคนแปลกหน้าเช่นเขาไม่วางตา จะนึกหมั่นเขี้ยวอยากขบเคี้ยวกระดูกขาเขาขึ้นมากะทันหัน

เขารีบก้าวตามคุณลุงในชุดสูทสีแดงเข้มว่องไว กระทั่งมาหยุดยืนอยู่ ณ กึ่งกลางห้องโถงโอ่อ่า ซึ่งมีเพียงตู้ปลาโดดเด่นด้วยสีฟ้าสดของสายน้ำ และพันธุ์ปลาสวยงามหลายสิบชนิดแหวกว่ายไปมาอย่างเป็นอิสระ ตู้แก้วใสแจ๋วรูปทรงกระบอกมีความสูงมากกว่าเขานิดหน่อย ส่วนความกว้างกะประมาณสองคนโอบได้กระมัง นับว่าน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย  

รอสักครู่นะครับ ครั้นได้ยินเสียงพ่อบ้านเอ่ยบอก เขารีบพยักหน้ารับคำไว้ก่อน และได้แต่เฝ้ามองผู้สูงอายุท่าทางใจดีเยื้องย่างผ่านประตูอีกบานหนึ่ง ซึ่งอยู่ในทิศตรงกันข้ามกับหนทางที่เขาเพิ่งเดินผ่านมา

เสียงเปียโน? แทมิน? แม้นยังไม่มั่นใจแหล่งกำเนิด ทั้งนี้ ไม่ว่ามาจากแผ่นซีดีหรือสิบนิ้วนิ่มนวล เขาพร้อมจะเสี่ยง ดังนั้น โดยไม่รอช้า เขารีบเร่งย่างย่องมุ่งตรงสู่ประตูบานเดิม ไม่มีเหตุผล ทางเดินหน้าห้องยังคงว่างเปล่า ปราศจากผู้คน เขาจึงเงี่ยหูฟังอีกครั้ง ก่อนเริ่มต้นสาวเท้าไปทางขวาท่าทางมุ่งมั่น

ขณะแต่ละตัวโน้ตเริ่มดังฟังชัด ได้ยินเสียงหัวใจขยับเต้นตึกตัก ลมหายใจติดขัด ท่วงทำนองไร้เนื้อร้องฟังเศร้าสร้อยนัก บทเพลงเปี่ยมชีวิตชีวาล้วนแปรเปลี่ยนเป็นเหงาหงอย วินาทีนี้ เขามั่นใจเต็มร้อยว่าหนุ่มน้อยจะต้องอยู่ในห้องถัดไปแน่ๆ เพียงแต่..สมควรหรือ..เขาควรเสนอหน้าให้น้องเห็นจริงหรือ

ถึงหัวใจนึกลังเล ทว่าสองขามุทะลุไม่เคยไหวหวั่น อีกแค่สามก้าวสั้นๆ สองตาประสบพบแกรนเปียโนตัวใหญ่ใกล้ๆเตาผิง แม้นสิ่งแวดล้อมนอกบานหน้าต่างจะแลดูมืดสลัว เฉกเช่นช่วงเวลาย่ำค่ำควรจะเป็น ภายในห้องกลับสว่างไสวด้วยโคมไฟระย้าขนาดมหึมา หมายว่าเจ้าของห้องหน้าหวานไม่ยินยอมให้รัตติกาลคืบคลานเข้ามาย่างกราย และด้วยแสงสว่างกระจ่างตานั้นเอง ช่วยให้ภาพเบื้องหน้าคมชัดจนเขาไม่สามารถปฏิเสธ หรือหาเหตุผลอื่นใดมาลวงหลอกตัวตน

แทมิยอง? แม้ผมสีบรอนซ์ทองถูกรวบรัดเรียบร้อย เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานคล้ายคลึง ถึงท่าทางยามขยับปลายนิ้วเปี่ยมพรสวรรค์จะพลิ้วไหวไม่แตกต่าง ทั้งนี้ทั้งนั้น สัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสสีดำ เป็นเรือนร่างของสตรีเพศไม่ผิดแน่ แต่...เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อบทเพลงซึ่งหญิงสาวกำลังก้มหน้าก้มตาบรรเลง คือบทเพลงที่แทมินแต่งขึ้นเพื่อเขา สำหรับเขาเท่านั้น

มินโฮฮยอง เอ้ย! โอปาเข้ามาในนี้ได้ไงคะ...โอย และทันทีที่สังเกตเห็นเขา สาวน้อยถึงกับผุดลุกยืนตื่นตระหนก ก่อนจะก้าวถอยกรูดกระทั่งแผ่นหลังพลั้งกระแทกกับผนังห้องเต็มๆ

พี่เพิ่งรู้ว่าเราเล่นเปียโนเป็นด้วย เขาไม่คิดจะตอบคำถาม ทำได้เพียงแต่สาวเท้าก้าวตาม มุ่งไถ่ถามข้อข้องใจ

ออกไปจากบ้านหนูเดี๋ยวนี้นะ! ร่างเล็กหันซ้ายแลขวาหาตัวช่วยวุ่นวาย พลางแผดเสียงร้องขับไล่ ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

เกิดอะไรขึ้นครับ คุณหนู ไม่นานนัก คุณลุงพ่อบ้านใจดีก็โผล่เข้ามาช่วยปลอบขวัญเจ้านายตัวน้อยได้อย่างทันท่วงที

ให้เค้าเข้ามาได้ยังไง? ทว่ากิริยาท่าทางของแทมิยองคนนั้น ก้าวร้าวได้อีกนะนั่น

คุณมินโฮเป็นแขกของคุณหนูจินกิครับ อ้อ กุญแจดอกนั้น มันหมายความว่าหยั่งงี้นี่เอง ขอบคุณมากนะคร้าบ คุณพี่ ^^

ชิ! ฮยองนะ ฮยอง ผู้เป็นน้องถึงกับพูดไม่ออก

เมื่อสักครู่ คุณหนูจินกิเพิ่งโทรมา ฝากให้คุณหนูช่วยดูแลคุณมินโฮไปก่อนนะครับ ครั้นได้รับฟังคำสั่ง สาวน้อยหันไปชักสีหน้าใส่พ่อบ้านทันทีทันใด บอกให้รู้ว่าตนกำลังไม่พอใจอย่างยิ่งยวด

รบกวนด้วยนะ แทมิยอง ^^ สรุปว่างานนี้ เขาไม่ได้มีเอี่ยวด้วยนะ

.

ภายในห้องนั่งเล่นสว่างไสว สาวสวยร่างผอมเพรียวเอาแต่นั่งไขว่ห้างเชิดหน้าเหนือโซฟา ไม่พูดไม่จา พลางลอบมองร่างสูงเดินวนเวียนไปมา สอดส่ายสายตาสำรวจตรวจตราสรรพสิ่งรายล้อม สังเกตสังกา 

ไม่ยักจะมีรูปของเราตอนเด็กๆนะ เหนือชั้นวางของ อัดแน่นไปด้วยเหรียญทอง และถ้วยรางวัลชนะเลิศจากหลากหลายสถาบันดนตรี ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ สลับกับรูปภาพของเด็กน้อยเจ้าของรางวัล ผู้มีรอยยิ้มแสนสดใส..อี แทมิน..หนึ่งเดียวเท่านั้น  

มีแต่ตอนเป็นดารา...ก็แค่นั้น ถัดมาอีกตู้โชว์คือรางวัลสาขานักแสดงนำ สำหรับดาราหน้าใหม่ รางวัลแห่งความสำเร็จเหล่านั้นล้วนการันตีถึงฝีมือและความก้าวหน้าในวงการมายาได้เป็นอย่างดี  

หนูไม่ชอบถ่ายรูป ภายหลังเฝ้าฟังร่างสูงเอ่ยพึมพำเกี่ยวกับตน คงรำคาญเสียจนเริ่มทนไม่ได้ ถึงได้รับฟังถ้อยคำอธิบายแรกแทรกผ่านออกมาจากริมฝีปากบึ้งตึง

กับจินกิฮยอง กับคุณพ่อคุณแม่ แม้แต่พ่อบ้าน ยกเว้น..แทมิน..สรุปว่าเราไม่เคยมีรูปถ่ายคู่กับพี่ชายฝาแฝดเลยใช่มั้ย เขาเข้าใจถูกต้องไหม

โอปามีปัญหาอะไรกับหนูหรือเปล่าคะ ครั้นถูกเขาจงใจชายตามองอย่างท้าทาย สาวน้อยชักสีหน้าขุ่นเคือง ก่อนขึ้นเสียงฟังเอาเรื่อง

ขอโทษที พี่...จำเป็นต้องพิสูจน์ เขาเดินตรงไปยังจุดหมายใหม่ไม่ใส่ใจ หากผลลัพธ์เป็นดั่งคาดเดา เขาคงรู้สึกผิดมากเอาการ ทำไงได้ เขาจำเป็นต้องทำ

พรึ้บ! ” ฉับพลัน สวิตซ์ไฟถูกกดปิดนำพาความมืดมิดเข้าครอบคลุมทุกสิ่งอย่างภายในห้อง

กรี๊ดดดดดดดดดดด! ตามติดด้วยเสียงหวีดร้องหวาดผวา พุ่งบาดหัวใจใครอีกคน เจ็บเสียจนด้านชา เมื่อข้อสันนิษฐานไร้สาระ กลับกลายเป็นเรื่องจริง

เถียงพี่สิ บอกมาว่าเรากลัวความมืดเหมือนกับพี่ชาย เป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรมหรืออะไรก็ได้ พูดสิ! พูดออกมา! เขาพยายามสะกดกลั้นความคับข้องใจทั้งหมดไว้ในอก

เปิดไฟ! เปิดไฟเดี๋ยวนี้นะ! ด้วยความกลัวเข้าแทรกแซงสติจนแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ สุ้มเสียงสั่นประสาทมันสะท้านสะเทือนหัวใจของบุคคลผู้คอยเฝ้าดูมากอยู่

สารภาพออกมาตามตรง ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ พวกเธอกำลังหลอกลวงทุกๆคนใช่มั้ย!?! ในที่สุด คำปรักปรำแสนเจ็บปวดก็มีโอกาสได้เล็ดลอดออกมาจากเรือนฟันสบแน่น

ไม่! ได้โปรด ไม่! ไม่! เหนือโซฟาหนังตัวเดิม ร่างเล็กเฝ้าส่ายหน้าไปมา หลับตาปิดหู ดูทุรนทุราย คล้ายกำลังจะเสียสติ   

นาย...หลอกพี่ แทมิน มิใช่ไม่เจ็บปวด วินาทีนี้...เขาเสียใจที่สุด

อย่า อย่าไป มินโฮโอปา ไม่! มินโฮฮยอง! กลับมาก่อน! ผิดไหม หากจะไม่สนใจใยดีถ้อยคำห้ามปรามเหล่านั้น ใจร้ายเกินไปหรือไม่ เขาตัดสินใจปล่อยให้ร่างบางเผชิญหน้ากับความกลัวอย่างโดดเดี่ยว

ครั้นย่างเหยียบออกมานอกห้อง น้ำตาถึงเริ่มรินไหล ชายหนุ่มรีบปาดซับทุกหยาดหยดทันทีทันใด ไม่ต้องการให้อารมณ์ขมขื่นมันยืดเยื้อ คงน่าสมเพชสุดทานทน ขณะสมองสั่งการให้นำกายาหนีห่าง สองขากลับหมางเมิน นอกจากไม่ก้าวหน้ายังถดถอยเรื่อยๆ กระทั่งแผ่นหลังพิงชิดแนบติดประตูบานเดิม

แทมิน? ’ จู่ๆ เขาแทบไม่อยากเชื่อหู ครั้นได้ยินเสียงแป้นเปียโนถูกกดคล้ายเด็กเล็กเริ่มฝึกหัด ท่วงทำนองฟังสะดุด แต่ละตัวโน้ตล้วนตะกุกตะกัก บทเพลงรักแสนเศร้าจากปลายนิ้วสั่นเทากำลังทำให้เขาร่ำไห้อย่างหนัก ไม่สามารถสกัดกลั้นความรู้สึกรักไว้ได้อีกต่อไป    

ครืนนนนน เสียงตัวโน้ตพังครืนดังสนั่นทำเอาหัวใจตกไปอยู่ตรงตาตุ่ม เขาทุ่มทั้งกายใจเปิดประตูถาโถมเข้าหาร่างไร้สติเหนือแกรนเปียโนตัวใหญ่ น้ำตาแห่งความตื้นตันยังคงหลั่งไหล เขาค่อยๆช้อนร่างนุ่มอุ้มตัวลอยโอบประคองไว้แนบใจ แล้วนำมานอนหนุนตักเหนือโซฟาใกล้ๆ คอยเฝ้าลูบไล้คลอเคลีย

.

.

เมื่อแง้มเปิดบานประตูแล้วประสบพบแต่ความมืดมิด เขาแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ เตรียมพร้อมเอาเรื่องทุกคนผู้หาญกล้านำพาความรู้สึกหวาดกลัวมาสู่น้องชายสุดที่รักของเขา

แทมิน! มินโฮ นาย! ” และทันทีที่กดเปิดสวิตซ์ไฟอีกครั้ง สภาพไร้สติของน้องรักกำลังทำให้เขาคลุ้มคลั่ง

ใจเย็นก่อน จินกิฮยอง อยู่นิ่งๆ ผมบอกให้นิ่งไม่ได้ยินหรือไงครับ เพียงแต่แขนข้างหนึ่งถูกน้องชายอีกคนรั้งไว้อย่างรู้เท่าทัน น้ำเสียงเยือกเย็นนั่น มันทำให้เขาต้องเชื่อฟังเสมอไป

เขาคงหุนหันพลันแล่นจริงอย่างคิบอมว่า ครั้นเดินเข้าไปใกล้อีกนิด สังเกตเห็นคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนใบหน้าคมเข้มจนแลหมดท่า..ผิดคาด..เกิดอะไรขึ้นกันแน่

ทำไม? ทำไมแทมินถึงกลายเป็นแบบนี้ครับ? มินโฮ นายรู้แล้วรึ

เฮ้อ!...ในวันเกิด เมื่อหนึ่งปีก่อน เหตุเพราะความเมามายของน้อง ร่วมกับความสะเพร่าวางของไม่เป็นที่เป็นทางของพี่ ทำให้แทมินเผลอดื่มสารเคมีบางตัวเข้าไป เอาวะ คงได้เวลาเปิดเผยเรื่องราวแท้จริง

สารเคมีอะไร? คิบอมหันมาไถ่ถาม ด้วยความสงสัย

อธิบายยังไงดีล่ะ อืม การทดลองของพี่ คือการนำความร้อนมาก่อกำเนิดพลังงานของเพศชาย และในทางกลับกัน ความเยือกเย็นเป็นตัวกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีในร่างกายจนเกิดเป็นความลี้ลับซับซ้อนของเพศหญิง แหะๆ งงอะดิ

เอาเป็นว่า สารเคมีนั่นทำให้แทมิน สามารถเปลี่ยนเป็นผู้หญิงได้ใช่มั้ยครับ มินโฮสรุปออกมาให้ฟังง่าย

ว้าว เป็นไปได้จริงๆเหรอเนี่ย คิบอมอุทานออกมาเสียงดัง พลางหันมองมาทางเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

พี่กำลังหาทางแก้อยู่ ขอเวลาเขาอีกสักนิดนะ

สงสารแทมินจัง อย่าทำหน้าเศร้าอย่างนั้นสิ คิบอม

กว่าจะปรับตัวให้คุ้นเคย นับว่าหนักหนาสาหัส สำหรับเด็กอารมณ์อ่อนไหวอย่างเขา ทุกสิ่งยิ่งยากเป็นสองเท่า เขาเห็นมาตลอด กว่าน้องจะผ่านช่วงชีวิตแปลกประหลาด แทมินต้องใช้ความพยายามอย่างมาก

ความรักถือเป็นสิ่งต้องห้ามอันดับต้นๆ มันทำให้แทมินสับสนจนไม่กล้าเปิดหัวใจ และกลายเป็นคนเก็บตัวไปโดยปริยาย ครั้นเล่ามาถึงจุดนี้ น้ำเสียงของเขามันสั่นเครือจนสะดุด จำเป็นต้องหยุดพักสักนิด

แต่แทมิยองก็ดูร่าเริงดีนี่ครับ คิบอมตั้งข้อสังเกต

ใช่ ในขณะที่อารมณ์ของแทมินมีแต่ยิ่งแปรปรวนถลำลึก แทมิยองกลับมีชีวิตชีวาและสดใสจนพี่เป็นกังวล อันที่จริงตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจพฤติกรรมของน้องลึกซึ้งนัก น่าละอายใจ  

ความรัก มันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น ไม่ได้มีไว้กดดัน ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวตน ทว่าจู่ๆได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยแทรกบทสนทนาชัดถ้อยชัดคำ

“ ? ” เขาหันไปสบสายตาคมกริบ ซึ่งกำลังมองมาทางเขามุ่งมั่น

จินกิฮยอง เอาเป็นว่า ช่วยบอกวิธีการทำให้แทมินกลับมาอยู่ในร่างเดิมหน่อยสิครับ มินโฮเอ่ยถามกระตือรือร้น พร้อมหยักยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย

.

.

น้ำร้อน ปรับเปลี่ยนร่างกายเป็นชาย ขณะน้ำเย็นทำให้กลายเป็นหญิง ลองดูด้วยตาตัวเอง นายถึงจะรู้และเข้าใจ

.

.

ณ บริเวณหนึ่งภายในบ้าน

หลังจากตระเตรียมปรับอุณหภูมิในอ่างจากุซซี่ทรงรีขนาดสองคนอาบเสร็จสรรพ หนุ่มตาคมเร่งหันกลับไปมองร่างเปลือยเปล่าของสาวสวยผมบรอนซ์ ซึ่งบัดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำสีชมพูหนานุ่ม เฝ้าปกปิดผิวกายขาวผ่องเสียมิดชิด ทั้งนี้ทั้งนั้น หนุ่มวัยฉกรรจ์จำต้องกลืนน้ำลายพลางกลั้นใจอย่างเสียมิได้ ยามต้องช้อนร่างนุ่มขึ้นอุ้ม มันยากยับยั้งชั่งใจมิให้คิดเกินเลย กระนั้น...    

ตูม! เว้ย! ร้อน! อะไร? อะไรกันเนี่ย? มินโฮ...ฮยอง เฮ้ย!!! ภายหลังถูกโยนลงอ่างน้ำร้อน ใช่! ร้อนมากจนต้องรีบประคองตัวลุกยืนอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ในสถานการณ์วุ่นวาย เมื่อสองตากลอกไปสบเข้ากับรุ่นพี่ร่างสูง ผู้กำลังยืนกอดอกเฝ้ามองตนอยู่เบื้องหน้า หนุ่มน้อยเร่งก้มลงสำรวจร่างกายอัตโนมัติ กระชับสายรัดเสื้อคลุมซะแน่นขนัด สีหน้าดูหวาดวิตกสุดขีด

สุดยอด! กลับมาเป็นคนเดิมจริงๆด้วย ฮาฮาฮา ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติตรงหน้ากำลังทำให้ผู้เฝ้ามองอึ้ง ทึ่ง และตลกขบขันในเวลาเดียวกัน

หนอย! ออกไปเลย ไปให้พ้น! ถึงยังไม่รู้ที่มาที่ไปแน่ชัด วินาทีนี้จำเป็นต้องกำจัดบุคคลแปลกหน้าออกไปจากห้องน้ำของตนโดยเร็ว

แทมิน คุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิ เริ่มละ พอรู้ตัวปุ๊บ ก็หาเรื่องขับไล่กันปั๊บ ไม่มีทางซะล่ะ ถ้าหากนายยังดื้อด้านแบบนี้ เดี๋ยวลงไปอาบน้ำด้วยซะเลยนี่

ไม่! ผมไม่อยากคุย ยิ่งเห็นขายาวๆก้าวข้ามเข้ามาในอ่างน้ำวนไม่เกรงใจ อีกทั้งคว้าจับลาดไหล่และผลักดันซะตนเซถลาหลังเกือบชนผนัง ระรานกันมากเกินไปแระ ไม่มีวันยอมง่ายๆหรอกนะ ไม่มีอารมณ์จะคุย หงุดหงิด ขี้เกียจพูด เข้าใจปะ คุณเอเลี่ยนหูตึง หัดเรียนรู้ภาษาชาวโลกซะบ้างสิ!!!

ในจังหวะหนุ่มน้อยคอยแต่ปัดป่ายโวยวายไม่ลืมหูลืมตา ร่างสูงผู้มองเห็นลู่ทางชัดเจนกว่า เร่งก้าวขาอีกข้างเข้ามาในอ่าง พลางเหนี่ยวท้ายทอยเด็กดื้อโน้มเข้ารับจุมพิต ประกบปิดริมฝีปากฟุ้งซ่านเสียสนิท ไม่สามารถเอ่ยประท้วงได้อีกต่อไป

หยุด..งื้อ ทันทีที่ริมฝีปากหาเรื่องอ้าเอ่ย กลับถูกลิ้นหนาสอดแทรกเกินเลย บรรจงกวาดหารสหวาน ซาบซ่านไปทั้งกาย

เอาสิ อยากพูดอะไรก็เชิญเลย พูดสิ เสียงทุ้มเอ่ยท้าทาย หากอีกฝ่ายกล้าแง้มกลีบปากด่าว่า ลิ้นหนาพร้อมล่วงล้ำในทุกวินาทีที่มีโอกาส

“ (อู้อี้) ” ลำบากลำบนนัก ในเมื่อมือข้างหนึ่งยังคงพะว้าพะวงกับเสื้อคลุมเจ้าปัญหา ขณะอีกด้านต้องคอยผลักดันอกกว้าง อีกทั้งเฝ้าปัดมือหนายามเลื่อนลูบไล้ลามปามตามแผ่นหลัง พาลคลึงเคล้นลงสู่ต้นขาสั่นเทา

หึหึ แหม รีบเม้มริมฝีปากเสียมิดชิด คิดว่าจะหนีรอดรึ หึหึ ว่าแต่...ไอ้เสื้อคลุมเกะกะลูกตานี่ ถอดออกซะเลยดีกว่าเนอะ ^^

ว๊ากกกกกก! ช่วยด้วย ใครก็ได้ ช่วยผมที ผมไม่มีแรงมายื้อแย่งเสื้อผ้ากลับคืนจากมนุษย์ต่างดาวหน้าหื่นนี่หรอกนะ น่าอายชะมัด  

ฮาฮาฮา ยอมอยู่นิ่งๆซะทีนะ ร่างสูงหัวเราะร่า เมื่อเจ้าของเรือนร่างขาวผ่องเร่งรีบย่อกายลงนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ผิวน้ำนิ่งงัน ไม่กล้าขยับเขยื้อนกายา

เอาเป็นว่า ถึงอยู่ในวัยหนุ่มแน่น เขาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายมากมายขนาดนั้น แต่ก็ไม่ใช่นักบวชผู้สามารถปลดปลงได้หมดสิ้นเช่นกัน ดังนั้นโดยไม่รอช้า ร่างสูงค่อยๆก้าวถอยหลังและลดกายลงนั่งเหนือขอบอ่างด้านตรงกันข้าม เว้นระยะห่างจากเรือนร่างยั่วน้ำลายนั่นสักหน่อย อย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัย

จังหวะอีกคนกำลังก้าวถอยหลัง ร่างเล็กรีบเอื้อมกดสวิตซ์กำเนิดฟองสบู่ฟูฟ่องหมายช่วยปกปิดความเปลือยเปล่าพลัน ก่อนขยับกลับมานั่งจุ้มปุ๊กกอดเข่า เฝ้าจดจ้องใบหน้าหล่อเหลา ด้วยอารมณ์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

คุณเอเลี่ยน คุณจูบผมทำไมมิทราบ ภายหลังได้แต่นั่งเฝ้ามองกันในความเงียบงัน ตากลมจำต้องเสมองฟองสบู่เบื้องหน้าแก้ขัด ขณะตัดสินใจเอ่ยข้อคำถามคลางแคลงหัวใจ

ก็นาย..น่าจูบ..นี่ ตอนนั้น นายบอกพี่เองนะ อิอิ ตาคมจดจ้องหน้าหวาน เอ็นดูชม พลางตอบคำถามกลับ ยียวนกวนประสาทใช้ได้

ได้เวลากลับดาวตัวเองแล้วล่ะ ลาก่อน ศิลปินหนุ่มเร่งขับไล่ น้ำเสียงเบื่อหน่าย

รัก เสียงทุ้มเอ่ยแทรกขึ้นมาสั้นๆ

ฮึ? ตากลมเบิกกว้าง

ใช่ รัก เสียงทุ้มเอ่ยย้ำ พลางหยักยิ้มละไม

รักใคร? เสียงเล็กไถ่ถามกลับ ไม่มั่นใจนัก หญิงหรือชาย? แทมินหรือแทมิยอง?

เอ น้ำยังร้อนดีอยู่ไม่ใช่รึ? มินโฮแสร้งยื่นหลังมืออังแตะผิวน้ำ ก่อนจะวักสาดหนุ่มน้อยตาโต ผู้มัวแต่ก้มหน้าก้มตามองฟองสบู่ ไม่สนใจเขา

มินโฮฮยอง! ครั้นฟองสบู่ถูกสาดมาติดผมสีสวย หน้าหวานรีบแหงนขึ้นส่งสายตาตำหนิ ไม่ยอมแพ้

เจ้าโง่เอ๋ย มัวแต่เล่นเปียโน ไม่ลืมหูลืมตา ด้วยนึกหมั่นเขี้ยวอยากบิดแก้มป่องขึ้นมาตงิดๆ มือหนาเร่งวักน้ำสาดสิ่งมีชีวิตสวยงามด้านตรงข้ามอีกครั้ง พอให้หายคันไม้คันมือ

ผม...ไม่ใช่สาวๆพวกนั้น ไม่สวยด้วย ถึงแม้ถูกสาดน้ำเสียผมเผ้าเปียกปอน หนนี้หน้าหวานกลับหมองหม่น ไม่ถกเถียงกลับอย่างเคย

ถึงจะไม่ใช่..สาวๆ..พี่รับรองว่านายสวยกว่า และตอนนายเป็น..สาวจริงๆ..อี แทมิน พี่สาบานได้ว่านายสวยที่สุด ^^ ความสลดหดหู่ของดวงใจ ดึงดูดให้ตนอยากเข้าไปโอบกอดทุกคราไป

พูดเอง เออเอง เป็นตุเป็นตะ ขณะปลายหางตาสังเกตเห็นใครอีกคนค่อยๆเดินเข่าเข้ามาใกล้ มือบางได้แต่ลูบหน้าปาดฟองสบู่แก้เขินไปเรื่อย

วันนั้น พี่ขอโทษที่ปฏิเสธน้องสาวของนาย แต่ตอนนี้ แทมิน นายลองถามพี่อีกสักครั้ง..ได้มั้ย ครั้นฉวยคว้ามือนุ่มมากอบกุมไว้ได้ เสียงทุ้มค่อยๆเอื้อนเอ่ย

ผมขอตัวช่วย ง้า อย่าสิครับ เพียงแต่น้องน้อยกลับสนองตอบด้วยรอยยิ้มทะลึ่งทะเล้น จนถูกผู้พี่ขโมยหอมแก้มเนียนไปเสียฟอดใหญ่

อะไร? น่ารักน่าหยิกแบบนี้ ขอหอมอีกสักครั้งได้ไหมนี่

เปียโน ขอเถอะนะ ขอให้เขาได้ระบายบอกความรู้สึกมากมายผ่านเสียงเพลงเถอะนะ

ไม่ได้ พี่ชายดันปฏิเสธซะเสียงแข็ง

เอเลี่ยนใจดำ และในทันทีที่ถูกร่างสูงเคลื่อนกายคร่อมเหนือร่างตน โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น หนุ่มน้อยอ้าปากฮุบอากาศ แล้วรีบเลื่อนกายด่ำดิ่งลงไปอยู่ใต้สายน้ำวน

ให้ตาย หนีหน้ากันง่ายๆอย่างนี้เนี่ยนะนาย ทั้งนี้ทั้งนั้นร่างสูงเร่งสอดแขนประคองร่างขาวโผล่ขึ้นเหนือน้ำทันทีทันใดเช่นกัน

ดูสิ ชุดเปียกหมดแล้ว ไม่หนาวเหรอครับ ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหน จู่ๆฉุกนึกใส่ใจเสื้อผ้าเปียกปอนของรุ่นพี่ขึ้นมาเฉยๆ

อ่า...จริงสิ ^^ คำพูดของร่างนุ่มในอ้อมแขนทำให้ชายหนุ่มต้องหันกลับมาสำรวจตัวตน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าและกางเกงขายาวสีกรมท่าเปียกแฉะแลหมดสภาพ แล้วจะทำอย่างไรได้ล่ะ นอกเสียจากปลดเปลื้องออกจากกาย ในวินาทีนี้เลยเป็นไง ^^

ทะ ทำอะไรน่ะ มินโฮฮยอง! ขณะมือหนาเลื่อนแกะกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด หนุ่มน้อยตาโตได้แต่จ้องมองอ้ำอึ้ง

ขอแช่น้ำร้อนด้วยคนนะคร้าบ และเมื่อปราการด้านสุดท้ายถูกปลดเปลื้องอย่างน่าไม่อาย ชายหนุ่มหยักยิ้มกว้างพลางโถมกายเข้าใส่ร่างผอมบาง อารมณ์ดีสุดๆ

ในเมื่อเนื้อสัมผัสเนื้อรังแต่ก่อกำเนิดความรู้สึกแปลกประหลาด เด็กฉลาดจำต้องรีบถัดกายถอยห่างอย่างเสียมิได้ เพียงแต่ร่างสูงจงใจเลื่อนลอยตามติด กระทั่งไม่มีหนทางให้หนุ่มน้อยขยับหลีกหนีได้อีกต่อไป

ขยับออกไปแช่ห่างๆหน่อยก็ได้ มีที่ว่างอีกตั้งเยอะแยะนะครับ ครั้นขาอ่อนสัมผัสความแข็งขันของใครอีกคน ร่างขาวสะดุ้งตอบรับด้วยหัวใจไหวหวั่น เนื่องจากไม่เคยคิดฝัน ไม่เคยจินตนาการ ไม่เคยคิดว่ามันสำคัญ จวบจนถึงวินาทีจวนตัว หลงเหลือเพียงความสับสนและหวาดกลัว น้ำเสียงฟังสั่นเทา

คือ...ตรงนี้ มันรู้สึกดีกว่าน่ะ เอาเป็นว่าตัวเองก็งุนงงพอกัน ทุกการกระทำมันดำเนินไปตามสัญชาตญาณสอนสั่ง ไม่เคยมีประสบการณ์ ไม่เคยใส่ใจในเรื่องรักใคร่มาก่อนเสียด้วยซ้ำ ฝ่ามือเฝ้าลูบไล้เพราะหลงใหลในเรือนร่างนุ่มนิ่มนี้เข้าอย่างจัง ผิวเนียนละเอียดชวนให้ปรารถนาบดเบียด ยิ่งเสียดสี ยิ่งรู้สึกดีพิกล

มินโฮฮยอง ผมรู้สึกแปลกๆ กลีบปากเอิบอิ่มตัดสินใจสารภาพออกมาตามตรง ยิ่งร่างสูงโอบกระชับ ลมหายใจยิ่งติดขัด ยิ่งปรารถนาเพิ่มพื้นผิวสัมผัส อยากยกศีรษะขึ้นจุมพิตริมฝีปากเบื้องบนแทบขาดใจ

อืม แปลกสิ แปลกมากด้วย ทำยังไงดีนะ อวัยวะระหว่างขามันอึดอัดเหมือนใกล้จะระเบิด ทรมานแต่ก็รู้สึกดีชะมัด และไม่ใช่ว่าไม่รู้วิธีปลดปล่อย เพียงแต่...ยังพอมีความเกรงใจหลงเหลืออยู่ในสันดานบ้าง ก็เท่านั้น  

ฮยอง คือ ปรับให้น้ำเย็นลงกว่านี้อีกหน่อยไหมครับ ถึงจะไร้เดียงสาทว่ามิได้โง่เง่าเต่าตุ่น แม้เสียวสะท้านทุกคราเวลาความแข็งขืนปัดสัมผัสกึ่งกลางอ่อนนุ่ม หนุ่มน้อยพร้อมพลีกายใจให้รักแรกในทุกวินาที เพียงแต่...ลำบากใจจนทำตัวไม่ถูก ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

โธ่ แทมิน คำตอบคือ..ไม่..ชัดเจนมั้ย ไม่จำเป็นเลย ที่รัก คำตอบรับอ้อมค้อมนั้นทำให้ความเกรงใจอันน้อยนิดละลายหายไปหมดสิ้น ขณะเหนือผิวน้ำปลายลิ้นเฝ้าสอดประสานกันอย่างเร่าร้อน ข้างใต้สองร่างค่อยๆถลำลึกไม่รีบร้อน พร้อมใจเคลื่อนไหวไหลลื่นไปตามสายน้ำ ความชื่นฉ่ำทำให้ทุกสิ่งอย่างกลายเป็นเรื่องง่าย แม้นมีเจ็บปวดบ้างทว่าไม่ถึงตาย สุดท้ายด้วยอารมณ์อันพลุ่งพล่าน ปราศจากการควบคุม ไม่มีอีกแล้วความเนิบนาบ ทุกสัมผัสล่วงล้ำล้วนไร้ซึ่งการประนีประนอม    

.

.

ขณะเดียวกัน ภายในห้องทดลองกว้างขวาง ทว่าจัดวางข้าวของได้ระเกะระกะ แลรกรุงรังหยั่งกะกองขยะ

ว้าว! เหมือนในหนัง sci-fi เลยอะ จินกิฮยอง หลังจากรุ่นพี่สุดที่รักพาเดินชมขวดแก้วสารทดลองหลากสีสัน ความรู้สึกตื่นเต้นยังไม่จางหายไปจากใจพ่อครัวหัวป่า เพราะมีแต่สิ่งของแปลกใหม่ละลานตา ชวนให้อยากรู้อยากลอง

อิอิ ผู้เป็นพี่ยิ้มกริ่มอย่างภาคภูมิ

แล้วนี่ล่ะ ฮยองกำลังทดลองอะไรอยู่เหรอ อ๋อ! หรือว่า... คิบอมหย่อนกายลงนั่งเหนือเก้าอี้ทรงกลม พลางหมุนตัวไปมา 360องศา ก่อนสองตาจะสะดุดหยุดอยู่ที่หลอดแก้วซึ่งบรรจุของเหลวสีใสไร้กลิ่นวางเรียงรายนับสิบ แต่ละหลอดเชื่อมต่อกันด้วยเส้นสายหลากสีแลยุ่งเหยิง ทว่าเตะตาตรงเปลวไฟสีแดงส้มจากตะเกียงซึ่งกำลังถูกใช้งานนั่นต่างหากล่ะ คาดว่าน่าจะเป็นการทดลองชุดล่าสุดของรุ่นพี่สติเฟื่องผู้นี้อย่างแน่นอน

ใช่ ภายในหลอดทดลองเหล่านี้ คือสารเคมีเจ้าปัญหา ต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายทั้งหมด จินกิเหลือบมองชุดการทดลองที่ตนยังไม่อาจหาข้อสรุป สีหน้าหมองหม่น

เรื่องมันผ่านมานานแล้วนะครับ อย่าคิดมากๆ อย่างน้อยความรักของน้องก็ลงเอ่ยด้วยดี เพราะฝีมือของจินกิฮยองล้วนๆ คิบอมเร่งขยับตัวลงจากเก้าอี้ ก้าวเข้าใกล้พี่ชายคนเก่งอีกนิด ก่อนยกมือบีบนวดลาดไหล่ตึงเครียด หมายช่วยผ่อนคลายความวิตกกังวล

ทว่าไป..ในช่วงเวลาแห่งความเห็นอกเห็นใจของใครคนหนึ่ง กลับกลายเป็นโอกาสอันดีของใครอีกคน ผู้กำลังแอบหยักยิ้มมีเลศนัย ครั้นรุ่นน้องหน้าสวยพลั้งเผลอ พี่ชายเร่งหมุนตัวกลับหลังหันและผลักร่างเพรียวหงายลงกับโต๊ะพลัน

ผลลัพธ์ของความเอื้ออาทร คือตื่นตระหนก อีกทั้งนึกเจ็บใจตงิดๆ เมื่อถูกรุ่นพี่คนสนิทซุกไซ้ไปตามซอกคอ แต่เหตุเพราะหัวใจมันหลงใหลชอบพอ จึงไม่คิดจะปัดป้อง คงต้องปล่อยให้เลยตามเลย ทันใดนั้น...

ฮยองครับ วันนี้ ให้ผมเป็นคนเตรียมอาหารเย็นนะ ^^ จู่ๆได้ยินคำร้องขอประกาศิตหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ตามติดด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นซะจนใครอีกคนจำต้องรีบสนองตอบทันทีทันใด

.

.

เป็นไงบ้างครับ จินกิฮยอง อร่อยรึเปล่าฮึ? ภายหลังนั่งเฝ้ามองสุดที่รักของตนรับประทานอาหาร ด้วยสีหน้าท่าทางเอร็ดอร่อยอย่างเช่นทุกครั้ง คิบอมได้แต่อมยิ้มกรุ้มกริ่ม

ไม่กินด้วยกันเหรอจ๊ะ คิบอมจ๋า ด้วยรู้สึกมึนเมานิดหน่อยจากฤทธิ์ของไวน์แดง อีกทั้งกำลังอิ่มหนำสำราญกับสเต็กเนื้อรสเด็ดของพ่อครัวฝีมือดี จินกิดูจะมีความสุขจนออกนอกหน้า

อย่าเพิ่งเมาสลบไปซะก่อนล่ะ ได้ยินรึเปล่า ยาหยี หน้าสวยโน้มเข้ากระซิบบอกผู้พี่ จงใจยั่วยวน ก่อนกดริมฝีปากเหนือใบหูนุ่มแผ่วเบา ทว่าเพียงพอทำให้ใครอีกคนสั่นสะท้านไปทั้งกาย

อ่า ไปที่เตียงเลยดีกว่า ที่รัก พี่อิ่มละ อิอิ เหตุเพราะถูกร่างนุ่มปลุกเร้าซะจนตื่นตัวเต็มที่ ไม่มีอารมณ์จะมานั่งกินโน่นนี่อีกต่อไป นาทีนี้...เขาอยากออกกำลังใจจะขาด

แต่ผมเสียดายนี่นา ดื่มไวน์อีกนิดน่านะ คนดี ครั้นถูกผู้พี่เหนี่ยวรั้งเข้าใกล้ชิด คิบอมฉวยหยิบแก้วทรงสูงยกจ่อปากพี่ชายในทันใด

หมดแก้วนี้ นายต้องยอมเป็นของพี่ OK มะ จินกิหยักยิ้มกรุ้มกริ่มพลางชะเง้อหน้าเข้าหา หมายช่วงชิงจุมพิต เอาฤกษ์เอาชัย

อืม...อันนี้แค่ออเดิร์ฟนะครับ ดื่มให้หมด แล้วผมจะเสิร์ฟให้ฮยองแบบฟูลคอร์สเลยล่ะ โดยไม่คิดหลบเลี่ยง มากยิ่งกว่าคือหน่วงเหนี่ยวท้ายทอยผู้พี่เข้าเบียดรับรสจูบวาบหวาม ปล่อยให้พี่ชายสอดแทรกปลายลิ้นดื่มด่ำ ฝ่ามือเริ่มคลึงเคล้าล่วงล้ำ กระทั่งอารมณ์พลุ่งพล่านมันก่ำกึ่งจะล้นท้นออกจากเส้นสายแห่งความอดทนอดกลั้น ร่างเพรียวถึงเร่งถอดถอนริมฝีปาก เพื่อส่งสารเชิญชวน

เนื่องด้วยวินาทีนั้นมันหน้ามืดตามัวเต็มขั้น นักวิทยาศาสตร์ผู้มีสติปัญญาเลิศล้ำรีบกระดกดื่มสารน้ำสีแดงจนหมดเกลี้ยง ไม่จำเป็นต้องหยุดพักหายใจ และโดยไม่รอช้า เจ้าของแว่นหนาเร่งรีบก้าวตามพ่อครัวหน้าสวย ผู้คอยส่งสายตาเย้ายวน พลางกระดกปลายนิ้วเรียกหาให้เดินตามเข้ามาในห้องน้ำว่องไว ก่อนนิ้วเรียวกดปิดล็อคบานประตูไว้ ไม่ต้องการให้ใครเข้ามารบกวน

พร้อมหรือยังครับ ได้ยินเสียงหวานกระซิบถามแผ่วเบา

พร้อม ยิ่งกว่าพร้อมซะอีก ที่รัก เสียงนุ่มเอ่ยตอบกลับทันควัน ฟังรู้ว่ากำลังเมาได้ที่

หึหึ ทว่าเสียงหัวเราะในลำคอครึ้มนั่น มันไม่น่าไว้วางใจยังไงชอบกลนา

เอ๋? นั่นไง ไม่ทันขาดคำ

(ซู่!) บรื๊อออออ หนาวจัง ทำอะไรน่ะ คิบอม เฮ้ย! เสียงพี่! ” จู่ๆได้ยินเสียงสายน้ำซัดสาดถูกร่างของใครบางคน กำเนิดน้ำเสียงหวานแหลมของสาวน้อย ผู้มักสวมใส่แว่นตาหนาเตอะเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว

แหม น่ารักเอาเรื่องอยู่ ใช้ได้ๆ บัดนี้ ชายหนุ่มผู้เดียวในห้อง ยืนกอดอกเฝ้ามองปากนิดจมูกหน่อยของหญิงสาวผมบรอนซ์ ในชุดเสื้อกราวด์สีขาวเปียกปอนอย่างมีเลศนัย

คิบอมจ๋า อย่านะ อย่าแม้แต่คิด จินกิในร่างสาวสวยผิวพรรณผุดผ่อง รีบเร่งถอยห่างจากน้องชายร่างสูงกว่าอย่างรู้เท่าทัน

ไม่ได้หรอกคร้าบ ผมสัญญากับฮยองไว้แล้วนา ฮาฮาฮา มามะ คนสวย จะหนีไปไหนจ๊ะ ท่าทางคิบอมจะพึงพอใจกับสถานภาพในขณะนี้น่าดู

ไม่นะ! คิบอม ไม่เอา! พี่ไม่เอาแบบนี้!!!! สุดท้าย นักวิทยาศาสตร์ปราดเปรื่องต้องมาสิ้นท่าต่อพ่อครัวหัวใสเสียได้ หึหึ เอาเถอะน่า ในเมื่อทุกการกระทำล้วนดำรงอยู่บนพื้นฐานของความรัก ผลลัพธ์ย่อมไม่แตกต่างกัน ใช่ปะ? ^^

.

.

.

End


 

^^ short fiction เริงร่า ส่งท้ายปีเสือดุ ต้อนรับปีกระต่ายน้อยน่ารักค่ะ

อากาศช่วงนี้เย็นสบายกำลังดีทีเดียว เที่ยวกันให้สนุก รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

ปล. แก่นหลักของเรื่องมีอิทธิพลมาจากการ์ตูนเรื่องรันม่าค่ะ อิอิ ไรเตอร์เคยดูตอนเป็นเด็ก(นานมากเลยนะนั่น) หลงรักรันม่ามานานละ ฮาฮา พอมีโอกาสจึงต้องขอหยิบยืม idea เค้ามาเขียนซะหน่อย แหะๆ ต้องให้ credit ^^  


ผลงานอื่นๆ ของ supernoona

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 00:30
    555555 กรรมใดใครก่อนะคะจินกิ^^

    ไว้ค่อยเอาคืนตอนคืนร่างก็ยังไม่สายนะ ฮิๆๆๆ



    ทูมิน น่ารักอ่ะ ในอ่างน้ำนั่น>///////<

    โฮนี่โชคดีเป็นบ้า ได้พี่ชายฝาแฝด

    แล้วน้องสาวฝาแฝดจะไปเหลือหรือ >///////<



    #7
    0
  2. วันที่ 7 ธันวาคม 2554 / 23:05
    ก๊ากก ชอบๆๆๆ
    #6
    0
  3. วันที่ 18 มิถุนายน 2554 / 23:12
    น่ารักอ่าาา
    ตอนจบคีย์เมะซะงั้น
    เป็นไงหล่ะเฮียจะงาบเค้ากลับโดนเค้างาบะงั้น กร๊ากกกกกกกก
    2มินน่ารักเว่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พี่น้องตระกูลลีกลายเป็นผู้หญิง >////<
    #5
    0
  4. #4 natsu
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 23:39


    ^^



    น่ารักดีครับ



    มินโฮจริงใจกับแทมินจริง ๆ นะเนี่ย



    ก็ถ้ายอมเป็นแฟนกับคนน้องนะ จะโกรธจริง ๆ ด้วยเหอะ





    #4
    0
  5. วันที่ 12 เมษายน 2554 / 13:25
    อ่านฟิคเรื่องนี้หลายรอบมาก
    ในบ้านชายนี่
    อิอิ
    ตามมาอ่านในนี้อีก
    มันน่ารักอ่า ชอบพี่หมอแต่งฟิค ทั้ง ช็อตฟิคทั้ง ฟิคเลย

    สนุกๆๆ จะติดตามผลงานต่อไปนะคร้าบบบบบ

    ((((((((((":
    #3
    0
  6. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:44
    > < น่ารักมากๆเลยค่าา คีย์อน(?) ชอบๆๆๆ
    #2
    0
  7. วันที่ 31 ธันวาคม 2553 / 14:12
    ตกลงว่าพี่จินกิ เป็นผู้หญิงใช่มั้ยคะเนี่ย พี่คีย์ร้ายได้อีกนะเนี่ย ^^

    นักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่อง ก๊าก

    พี่มินโอกับพี่แทมินน่ารักได้อีกอ่า >< แทมิยองเนียนได้อีก คิคิ

    พี่ไรท์เตอร์ ชอบแนการ์ตูนด้วย ^^
    #1
    0