คัดลอกลิงก์เเล้ว

รักแท้แพ้ฟันคุด หยุดรักสะดุดของคุณหมอฟัน

โดย supernoona

มั่วซั่วกันไปเรื่อย เมื่อแทมินคือคุณหมอฟันหน้าหวาน ส่วนมิโนเป็นหมอศัลย์เชี่ยวชาญโรคหัวใจ...เกี่ยวดองกันได้อย่างไร คงต้องลองอ่านกันเอาเอง

ยอดวิวรวม

1,403

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


1,403

ความคิดเห็น


15

คนติดตาม


18
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 ธ.ค. 53 / 22:20 น.
นิยาย ѡѹش شѡдشͧسͿѹ รักแท้แพ้ฟันคุด หยุดรักสะดุดของคุณหมอฟัน | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


INTRODUCTION

 

รัก กับ ฟัน แตกต่างกันเพียงชื่อ

ฟันมีรากติดเหงือก ส่วนความรักหยั่งลึกติดขั้วหัวใจ

ฟันขาวสวยมีแต่คนชื่นชม เสมือนความรักหวานซึ้ง ชื่นมื่นเสมอไป

ในทางกลับกัน..ยามฟันคุด ปวดร้าวระบมจนกินไม่ได้ ขณะรักคุดเจ็บจนใจแทบสลาย กินข้าวไม่ลงเช่นกัน

คำถามขำขัน หากต้องเลือก...คุณจะเลือกความเจ็บปวดใด

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 ธ.ค. 53 / 22:20




 

รักแท้แพ้ฟันคุด หยุดรักสะดุดของคุณหมอฟัน


ปัจจุบัน
10.30. คลินิกทันตกรรมตระกูล LEE

เอ...เราตัดสินใจถูกหรือเปล่านะ สองตาคมเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของตน สลับกลอกอ่านนิตยสารเล่มที่สองในรอบครึ่งชั่วโมง สีหน้าค่อนข้างเป็นกังวล

รออีกแป๊บบบบเดียวนะคะ คุณหมอ คุณหนูแกเพิ่งตื่นน่ะค่ะ ครั้นได้ยินคุณป้าผู้จัดการคลินิกทำฟันอันเก่าแก่และสั่งสมชื่อเสียงมาเนิ่นนานเอ่ยบอก ท่าทางเกรงอกเกรงใจ เขาจึงรีบเงยหน้าสบสายตาใจดีคู่นั้น พลางหยักยิ้มละไม หมายบอกว่า...ไม่เป็นไร...เพราะหนนี้ เขานั่นแหละที่จงใจหาเรื่องใส่ตัว

ไม่เปลี่ยนใจมารักษากับคุณท่านแน่นะคะ คุณป้าหรือแม่นมของน้องหมอฟันตัวดี ผู้ปล่อยให้เขาต้องนั่งคอยมากว่า 30 นาที ลองเอ่ยชักชวนอีกครั้ง ว่าแต่...นับเป็นหนที่เท่าไหร่แล้วนะ?

ครับ หากเป็นคนอื่น ป่านนี้เขาคงหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปไหนต่อไหน...เวลา...ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับศัลยแพทย์หัวใจเหนือสิ่งอื่นใด ทุกวินาทีที่เสียไปอย่างไร้ค่ามักทำให้เขาหงุดหงิดจนไม่สามารถควบคุมอารมณ์

เพียงแต่คราวนี้เขาเข้าใจคุณป้าดี การพยายามเสนอทางเลือกดีที่สุดแก่เขาถือว่าน่าประทับใจ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเขารับปากกับเจ้านั่นไว้แล้ว และโดยส่วนตัว เขาไม่นิยมทำผิดคำพูดเสียด้วยสิ

โอะ มาแล้วๆ เชิญคุณหมอด้านในเลยนะคะ และแล้ว แลเห็นชายเสื้อกราวด์ยาวสีขาวสะอาดตา สะบัดผลุบผ่านบานประตูห้องตรวจเร็วไว  

ยังโกรธอยู่แฮะ  พฤติกรรมนิ่งดูดายเช่นนั้นมันขัดใจเขาไม่ใช่เล่น หากแต่ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับกรรม เพราะนั่นคือหนึ่งในผลลัพธ์จากการกระทำสิ้นคิดของตน

เขาพยายามไม่ชักสีหน้า เพราะรู้ตัวว่าหน้าตาและภาพลักษณ์อันดูดีของตนกำลังตกอยู่ในสายตาของใครหลายคนรอบด้าน นิตยสารในมือถูกวางเก็บเข้าชั้นหนังสือด้านข้างเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนค่อยๆลุกเดินตามหญิงสูงอายุร่างเล็ก ด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งขรึม

เหนือเก้าอี้ทำฟันแสนธรรมดา ทว่าสำหรับเขา เสมือนกำลังนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดมิแตกต่าง เริ่มรู้สึกหวาดหวั่นนิดหน่อย เขายอมรับ เนื่องจากไม่ค่อยถูกกับบรรยากาศและอุปกรณ์ทำฟันสักเท่าไหร่ นับตั้งแต่เริ่มจำความได้ เขามักหลีกเลี่ยงการพบปะกับเหล่าหมอฟันเสมอ

คุณหนูแทมิน พี่หมอมาแล้วนะคะ ด้วยต้องการอำพลางท่าทีหวั่นวิตก ขณะเอนกายหงายนอนอยู่ภายใต้แสงสว่างสีขาวจัดจ้าคอยส่องหน้า สองตาแอบเหลือบมองคุณแม่นมแง้มเปิดประตูอีกบาน พลางชะโงกหน้าเข้าไปเอ่ยแจ้งแกมออกคำสั่ง แก่หนุ่มน้อยผู้เอาแต่ใจภายในห้องพักแพทย์เล็กๆ ฟังอ่อนหวานทว่าเน้นชัดทุกถ้อยคำ

ครั้นไม่ยักได้ยินเสียงใสขานรับตามคาด เขายิ่งพรั่นพรึง หมายว่าอารมณ์ฉุนเฉียวของหมอฟันผู้น้องยังคงเดือดพล่าน มิได้บรรเทาเบาบางลงเลยหากเทียบกับ...เมื่อคืน

ตายล่ะหว่า ล้มเลิกซะตอนนี้ดีไหมนะ จวบจนถึงวินาทีนี้...เขากลัว...เขายอมรับอย่างไม่อายปาก กระสับกระส่ายจนแทบไม่อาจควบคุมตน เขาควรหนีไปให้ไกลซะเดี๋ยวนี้ หรือเป็นลมสลบคาเตียงทำฟันเพื่อชดใช้การกระทำบ้าบอของตน เขาควรทำเช่นไร

ผมขอคุยกับพี่หมอเป็นการส่วนตัวสักครู่นะครับ ไม่ทันแล้ว สายเกินก้าวถอยหลัง เมื่อได้รับฟังคำสั่งการจากหมอฟันหน้าสวยเปล่งบอกแม่นมของตน น้ำเสียงฟังเยือกเย็นจนทำให้เขาเหงื่อแตก แสงสว่างเบื้องหน้าเริ่มมืดมัว

จากวิชาความรู้ที่เคยร่ำเรียนมา บ่งบอกว่าในอีกไม่กี่วินาที สติของเขาคงขาดหาย มันดูตลก เมื่อหมอผ่าตัดอันดับหนึ่ง ไม่เคยกลัวกลิ่นคาวเลือด ไม่เคยไหวหวั่นกับความตาย สุดท้ายดันมาตกม้าตายกะอีแค่ต้องมานั่งอยู่บนเก้าอี้ทำฟัน

.

.

.

Flash back

นับถอยหลังกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน วันนั้น เขากำลังนั่งคร่ำเคร่งจดจำตำราเรียนแพทย์ปีสุดท้าย สำหรับการสอบเก็บคะแนนในวันรุ่งขึ้น และแม้ว่าเนื้อหาทั้งหมดจะเข้ามาอัดแน่นอยู่ในหัวสมองของเขา ตั้งแต่ฟังอาจารย์สอนหนแรกแล้วก็ตาม กระนั้น...เขาไม่เคยประมาท เขาต้องการเป็นที่หนึ่งเสมอ

มินโฮ ไม่ไปแอบดูสาวๆทันตะกับพวกเราจริงอะ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ ฮาฮาฮา ทว่าอุตส่าห์นั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ ไม่สนใจใคร แต่พวกเพื่อนตัวแสบไม่วายกระโดดโลดเต้นอยู่รอบกาย อีกทั้งส่งเสียงพูดคุยครื้นเครง ไม่เคยคิดเกรงใจ

พรุ่งนี้เรามีสอบ เขาเอ่ยเสียงเรียบ ขณะสองตายังคงไล่กลอกมองและจดจำตัวอักษรภาษาอังกฤษใน text book ด้านหน้าเคร่งเครียด

อ้างไปเรื่อยนะนาย ถามจริง มิโน นายชอบผู้หญิงรึป่าววะ เราชักไม่มั่นใจแล้วหวะ ฮะฮา จงฮยอน...นักศึกษาแพทย์เพื่อนซี้โผล่เข้ามาตบไหล่เขา สาบานว่าไม่เบา พร้อมกับเขย่าตัวเขาโอนเอนไปมา พลางหัวเราะร่าไม่มีท่าทีหวั่นเกรง  

“ … ” ภายหลังฝืนนั่งนิ่ง เฝ้านับหนึ่งถึงสิบ ทว่ายังคงลงเอยด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ไม่ผิดหากเขาจงใจแสดงออกอย่างชัดเจน แจ้งผ่านสายตาคู่นี้ที่กำลังจดจ้องไปยังจงฮยอนเขม็ง

“ …เอ่อ...เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราไปตามหาพี่อนยูก่อนดีกว่า แหะๆ นัดกันไว้แล้วแท้ๆ ดูดี๊ ยังไม่มาอีก ครั้นสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตแผ่ซ่าน จงฮยอนหยักยิ้มแหยง ก่อนค่อยๆสืบเท้าล่าถอย พร้อมกับลากหมู่เพื่อนอีกสองสามคนออกจากห้องพักของเขาแต่โดยดี

เฮ้ออออ ทันทีที่บรรยากาศรอบกายกลับมาเงียบสงบเหมือนแต่ก่อน เขาถอนหายใจเหนื่อยหน่าย

วันเวลาในแต่ละปี หมุนเวียนผ่านไปรวดเร็วจนน่าใจหาย จากหนึ่งถึงปีที่หก ว่องไวเหมือนโกหก หากแต่ไม่วุ่นวายเท่ากิจกรรมรับน้องใหม่ที่เพิ่งวนเวียนมาบรรจบ นอกจากต้องตระเตรียมรับสายรหัสใหม่เอี่ยมอ่องของตน เหล่าเพื่อนพ้องตัวแสบยังริหาเรื่องช่วงชิงน้องสาวจากต่างคณะมาช่วยทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ พฤติกรรม(ไร้สาระ)ซึ่งทำติดต่อกันมาจนเกือบเรียกได้ว่าเป็นประเพณีของนักเรียนแพทย์นี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนิสิตบ้านใกล้เรือนเคียง หรือ...คณะทันตแพทยศาสตร์...ผู้มีภาพลักษณ์สวยหรูดูไฮโซ

เจ้าบ้าเอ๋ย พูดออกมาได้ คิดถึงคำสบประมาทของจงฮยอนแล้วนึกฉุน ถึงจะยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน มันไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นพวกรักร่วมเพศซะหน่อย

Extern หรือนักศึกษาแพทย์ปี 6...ชั้นปีสุดท้ายของการเล่าเรียน อย่าให้บรรยายถึงเนื้อหาและการฝึกงานอันหนักหน่วงเพราะเขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเทียบเคียง ดังนั้นสำหรับนักเรียนดีเด่นเช่นเขา...ความรัก...จึงมักถูกเตะลงไปอยู่ในอันดับรั้งท้ายของทุกเรื่องเสมอ

ปิ๊งป่อง เพราะมัวแต่นั่งเหม่อกระมัง แค่เสียงเรียกจากมือถือ เขายังอุตส่าห์สะดุ้งตัวลอย

มีอะไร? โดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยทักทายให้ยุ่งยากมากความ เขาเร่งไถ่ถามน้องสาวเข้าประเด็น

ไม่คิดจะมาเยี่ยมเยียนน้องบ้างหรือไงคะ คุณหมอสุดหล่อ คิกคิก ซูจี...น้องสาวจอมแก่น ผู้เพิ่งสอบติดคณะหมอฟันเมื่อไม่กี่เดือนมานี้นี่เอง

พี่รู้ว่าเธอดูแลตัวเองได้ เขาหยักยิ้มให้กับความทะลึ่งทะเล้นของน้องนิดหน่อย ก่อนเอ่ยบอกเหตุผลไปตามตรง

พี่จงฮยอนเค้ายังมาได้เลยอา ทว่าครั้นได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเพื่อนร่วมห้อง คล้ายความตั้งใจแน่วแน่เดิมถูกสั่นคลอนฉับพลัน เจ้าจงฮยอนจอมเจ้าชู้สามารถเข้าถึงตัวน้องสาวของเขาได้รวดเร็วเกินคาด จนพี่ชายแท้ๆเช่นเขาไม่อาจทนอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไป

ซูจี รออยู่หน้าหอเรานั่นแหละ เดี๋ยวพี่ลงไปหา และโดยไม่จำเป็นต้องคิด สัญชาตญาณหวงแหนน้องสาวจนเกินเหตุ เข้าครอบงำทุกเหตุและผลในทันใด เขารีบปิดหนังสือเรียนจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ เอื้อมคว้าเสื้อโค้ดสีกรมท่าสวมทับเสื้อยืดกางเกงยีนส์แสนธรรมดาว่องไว ก่อนเร่งจ้ำอ้าวออกจากห้อง หมายมั่นมุ่งสู่จุดหมาย ไม่สนใจใคร

เมื่อฤดูหนาวมาเยือน ดูเหมือนดวงตะวันจะรีบเร่งลาจากท้องนภารวดเร็วจนเขารู้สึกใจหาย เหมือนเป็นกบในกะลา เขามัวแต่วนเวียนอยู่ในห้องสมุดและห้องพักแพทย์ภายในโรงพยาบาล จนหลงลืมใส่ใจธรรมชาติรอบด้าน ครั้นต้องมาเหยียบย่ำกองหิมะท่ามกลางแสงสว่างจากเสาไฟตามทาง สลับกับความมืดสลัวเป็นช่วงๆทั้งที่นาฬิกาเพิ่งตีบอกเวลาหกโมงกว่า สิ่งแวดล้อมไม่คุ้นตานำพาความรู้สึกไม่คุ้นเคย

เอ้ย! เหวออออ! ขณะเฝ้าจดๆจ้องๆฝีเท้าของตน ยามย่างก้าวไปตามทางเชื่อมต่อระหว่างหอพัก ฉับพลัน...เหลือบเห็นสิ่งมีชีวิตกำลังเคลื่อนที่พุ่งตรงมาทางตนว่องไว เขารีบเบี่ยงกายหลบอัตโนมัติ ทว่าด้วยพื้นถนนค่อนข้างลื่น เขาจึงเสียหลักแลเอียงกะเท่เร่ แลเสียวไส้

โชคยังดี..เสียงโหวกเหวกของเขาทำให้หญิงสาวร่างสูงเพรียว รีบเหลียวหลังกลับมาฉวยคว้าข้อมือเขาไว้ได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งช่วยออกแรงฉุดรั้ง กระทั่งเขาสามารถกลับมาทรงตัวยืนตรงได้ ไม่ยากเย็น

ขะ...ขอบคุณ ดวงตากลมหวานภายใต้ผมหน้าม้าสีน้ำตาลเหลือบมองมาทางเขาเพียงชั่วครู่ ครู่เดียวเท่านั้น ครั้นได้ฟังคำเขา ใบหน้าอ่อนเยาว์เปื้อนรอยยิ้มนิดหน่อย ก่อนเร่งหมุนตัวมุ่งตรงไปยังทิศทางเดิมว่องไว

ผ่านไปหลายนาทีเหมือนกัน เขายังคงยืนเฝ้ามองร่างผอมบางในชุดเสื้อโค้ดสีตองอ่อนอยู่อย่างนั้น ไม่มีเหตุผล เรือนผมสีน้ำตาลยาวระประประมาณบ่า สะบัดพลิ้วไปตามจังหวะเยื้องย่างคล่องแคล่วแลเริงร่า ครั้นหญิงสาวเปี่ยมชีวิตชีวาผู้นั้นเลือนหายไปจากสายตา เขาเพิ่งฉุกคิดสงสัย ไฉนเจ้าของฝ่ามือเรียวเล็ก ถึงได้มีเรี่ยวแรงมากมายนัก ยิ่งคิดยิ่งแปลกใจ

.

พี่ชาย ทำไมมาช้าจังล่ะคะ สืบเนื่องจากอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆเมื่อครู่ เขาหลงลืมน้องสาวของตนไปเสียสนิท ครั้นสังเกตเห็นซูจีกำลังยืนกอดอกหน้าหงิก สองขาจำต้องเร่งจังหวะสาวเท้าเข้าหาอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

ยืนรออยู่คนเดียวรึ? เพื่อนๆหายไปไหนหมดล่ะ? เขาลูบศีรษะสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มเอ็นดู พลางหันซ้ายแลขวา มองผู้คนเดินผ่านไปมาขวักไขว่ ทว่าแลบางตาจนผิดปกติวิสัย

รีบตามหนูมาทางนี้เลย พี่กำลังทำให้หนูอดดูการแสดงสำคัญ ซูจีเร่งคว้าข้อมือเขาลากไปตามทางเดินมุ่งเข้าสู่ตัวตึก วินาทีนี้น้องสาวของเขาดูจะร้อนใจมิใช่เล่น

เนื่องจากเขากับน้องมีช่วงอายุแตกต่างกันเกือบหกปี ถึงแม้สนิทสนม ทว่าเขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความคิดอ่านของวัยรุ่นสมัยนี้เท่าที่ควร ส่วนตัว...เขาเพียงแต่ปล่อยให้เลยตามเลย

กรี๊ดดดดด และในทันทีที่บานประตูห้องประชุมถูกแง้มเปิด ยินเสียงกรีดร้องแทรกสอดออกมาดังสนั่น เขาประหลาดใจนิดหน่อยกับพฤติกรรมคลั่งไคล้จนเกินงามของเหล่าหมอฟัน มันแตกต่างจากภาพลักษณ์สงบเสงี่ยมเจียมตัวในหัวเขาโดยสิ้นเชิง

หากลองมองตรงไปเบื้องหน้า ภายใต้แสงสว่างจัดจ้าจากสปอร์ตไลท์ขนาดใหญ่เฝ้าสาดส่อง เหนือเวทีชั่วคราวซึ่งถูกจัดเตรียมเพื่อการแสดงรับน้องเพียงชั่วข้ามคืน ในมุมมองของเขา มันดูไม่มั่นคงเท่าไหร่นัก แต่ถึงแม้โครงสร้างอันหละหลวมนั้น ชวนให้รู้สึกเสียวไส้ทุกครายามส่วนฐานเริ่มสั่นคลอน ทั้งนี้...คงไม่แตกต่างจากคนอื่น...เขาทำได้แต่ยืนคิดพิจารณา ขณะสองตาเฝ้าจับจ้องจุดศูนย์กลางหนึ่งเดียว

เขาหมายถึง...สิ่งมีชีวิตสวยงาม...ผู้มีเรือนร่างเพรียวบางและผิวขาวผุดผ่องข้างใต้เสื้อ jacket แขนกุดและกางเกงหนังขายาวสีดำขลับ ทุกท่วงท่าขยับเต้นล้วนเร่าร้อน สามารถเร้าจังหวะหัวใจของผู้ชม กระทั่งไม่อาจยับยั้งกายมิให้โยกย้ายส่ายสะโพกตาม

เอ๊ะ! นั่นมัน… ’ ขณะสองขาก้าวแทรกแหวกผ่านฝูงชนตามแรงดึงของน้องสาว สองตาไม่เคยละจากบุคคลผู้กำลังปลดเปลื้องเสน่ห์ของตน ด้วยการเต้น popping อย่างเชี่ยวชาญเสียจนเขาอดทึ่งไม่ได้ จวบจนมาถึงระยะห่างแทบชิดติดขอบเวที ครั้นมีโอกาสสังเกตเห็นใบหน้าน่ารักนั้นใกล้ๆ เขาถึงกับอึ้ง ได้แต่ยืนตะลึงงัน

“ Lee Taemin…Lee Taemin… ” แม้นมิใช่ดาราดัง ทว่าจากเสียงตะโกนเรียกขานนามอย่างพร้อมเพรียงกันนั้น หมายว่าเขาผู้นี้คือดวงดาวแห่งค่ำคืน มิแตกต่าง

เด็กคนนั้น มะ...ไม่ใช่ผู้หญิง บัดเดี๋ยวนี้ ความรู้สึกของเขามันช่างหลากหลาย ยากแยกแยะ แรกเริ่มเดิมที ชัดเจนสุดๆคือ...ผิดหวัง...อันนี้เขาพอทำความเข้าใจ หากแต่ในวินาทีต่อมาดันแปรเปลี่ยนเป็น...ลังเล...จนตัวเขาเองตกใจ

พี่มินโฮ พี่เคยรู้จักรุ่นพี่แทมินมาก่อนเหรอ เพราะเขามัวแต่จ้องมองจนตาไม่กระพริบกระมัง กระทั่งน้องสาวตัวดีสังเกตเห็น และเร่งซักถามด้วยความสงสัย

เปล่า เอ่อ พี่แค่รู้สึกคุ้นๆหน่ะ เขาอ้างโน่นนี่ไปเรื่อย

เขาเป็นลูกชายคนสุดท้องของตระกูล Lee ไง พี่มินโฮ พี่ไม่รู้จักได้ไงเนี่ย! ซูจิหันมาอธิบายกระตือรือร้น

ตระกูล Lee แห่งวงการทันตกรรม แหม รู้สิ นามสกุลดังซะขนาดนั้น ทำไมเขาจะไม่รู้จัก เพียงแต่ไม่เคยใส่ใจจดจำหน้าตาของสมาชิกแต่ละคนก็เท่านั้น

ฉับพลัน...นับเป็นหนสอง...ครั้นสองตาได้สอดประสาน แม้ผันผ่านเพียงเสี้ยววินาที ทว่านำพาความรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่างอย่างไม่มีเหตุผล และหากเขาไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง รอยยิ้มแสนหวานเมื่อสักครู่ มิได้เป็นแค่เหตุบังเอิญอย่างแน่นอน

 เขาปรารถนาหยักยิ้มรับทว่าไม่ทันการ เพราะบัดนี้ร่างเพรียวได้หมุนตัวกลับหลังหัน แลรีบเร่งวิ่งเข้าไปด้านหลังเวที หมายเปิดพื้นที่ว่างให้แก่การแสดงชุดต่อไป

กรี๊ดดดดด…” ด้วยอุปนิสัยชอบปกป้อง อย่างกับเป็นซูเปอร์ฮีโร่ยังไงอย่างนั้น ครั้นได้ยินเสียงแผดร้องตื่นตระหนกจากด้านหลังเวที อะดรีนาลีน (adrenaline) มันพุ่งพล่านจากความรู้สึกหวาดวิตก สองขาแข็งแรงรีบออกวิ่งฝ่าฝูงชนกระทั่งไปถึงแหล่งกำเนิดเสียงภายในเวลาอันน้อยนิด วินาทีแรกประสบหยดโลหิตสีแดงสดเปรอะเปื้อนแผ่นไม้กระดานผุพังจนเห็นเป็นรูนั้น ทำให้หัวใจของนักเรียนแพทย์คนเก่งสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ยังดีพอมีสัญชาตญาณผลักดันสองขาก้าวเข้าหา สองมือค่อยๆประคองท่อนขาเรียวยาวภายใต้กางเกงหนังสีดำประคบประหงม พลางสอดส่ายสายตาสังเกตสังกา ครั้นตระหนักว่าบาดแผลฉีกขาดบริเวณข้อเท้าเล็กๆมิได้สาหัสมากมาย เขารู้สึกโล่งใจยากอธิบาย

แทมิน เป็นยังไงบ้าง? แทมิน! แทมิน! แทมิน! ” เวลาผ่านไปไม่กี่นาที ทว่าบัดเดี๋ยวนี้กำเนิดฝูงชนเข้ามาห้อมล้อมมากมาย พร้อมกับเสียงอึกทึกวุ่นวายแทนที่จะรู้สึกสบายกลับกลายเป็นอึดอัด เพราะอากาศบริสุทธิ์เริ่มมีไม่เพียงพอ    

ไกลหัวใจน่า ยินเจ้าของเสียงหวานเปรยวลีบอกเล่าแรก หน้าตาแลเบื่อหน่าย พลางโบกไม้โบกมือส่งสัญญาณบอกคนรอบข้าง อย่าได้หวาดวิตก

หนสาม...ยามได้สบสายตาหวานหยดใกล้ๆ สองมือเริ่มสั่นสะท้านไปตามจังหวะหัวใจ โชคดีที่...อี แทมิน...ผู้นี้เพียงแต่เฝ้ามองการกระทำเขาเงียบๆ ไม่มีท่าทีคิดบอกปัดแต่อย่างใด

เอ๊ะ? ” ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมวางเฉยของหนุ่มน้อยหน้าสวย มันทำให้เขาได้ใจ สองแขนกำยำถือวิสาสะรวบช้อนใต้แผ่นหลังและช่วงขาเบาหวิวยกอุ้มง่ายดาย โดยไม่ลืมรีบฉวยคว้าเสื้อโค้ดสีตองอ่อนใกล้มือ สะบัดครอบคลุมร่างผอมบางในอ้อมกอด ก่อนจะเริ่มออกเดิน

.

สุภาพบุรุษผู้นี้เป็นใคร มาจากไหน เขาไม่รู้หรอก หากแต่ทุกการกระทำช่างอ่อนโยนจนเขานึกสงสัย เตะตาตรงดวงตาคมเข้มบนโครงหน้าค่อนข้างเล็ก รวมทั้งส่วนสูงอันโดดเด่น ร่วมกันแล้วล้วนดึงดูดใจ ท่าทางเคร่งขรึมกับทรงผมสีน้ำตาลธรรมชาติตัดเสียสั้นกุด บ่งบอกถึงอุปนิสัยเอาจริงเอาจัง แลมีระเบียบวินัย

ไม่ถามสักหน่อยเหรอ ว่าพี่เป็นใคร ตลกดี กลายเป็นเขาหรือนี่ที่ใจง่าย กระทั่งชายใจดีผู้กำลังโอบอุ้มเขาอยู่นี้ จำต้องออกปากทักท้วงด้วยตัวเอง

“ (^-^) ” เอาไงดีล่ะ เขาไม่เคยมีนโยบายพูดคุยกับคนแปลกหน้าซะด้วยสิ ดังนั้น ริมฝีปากจึงทำได้แต่หยักยิ้มละไมส่งให้...แค่นี้...เพียงพอไหมนะ

หึหึ โอเค โอเค ถือซะว่าพี่เข้าใจนายละกัน พี่ชื่อมินโฮ...ชเว มินโฮ รอยยิ้มสดใสประทับใจเขามากพอดู...ชเว มินโฮ...อืม เขาจะจดจำไว้

อี แทมิน...ทันตแพทย์ปี 4 ครับ เขาสนองตอบเท่าที่ควรกระทำ

พี่เป็น extern อยู่หอข้างๆนายนี่แหละ เอ่อ...ถ้านายพักที่หออะนะ นามสกุลของเขา มันดูแปลกแยกจากชาวบ้านมากมายขนาดนี้เชียวหรือ แต่ก็จริงอยู่...พี่เค้าหัวไวไม่ใช่เล่น...ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ หรือแม้แต่พี่ชาย ต่างไม่ต้องการให้เขาค้างคืนที่หอพัก เหตุเพราะมีเพื่อนพี่น้องนักศึกษาแวะเวียนมาวุ่นวายกับเขามากจนเกินพอดี ข้อเท็จจริงนี้เขาเข้าใจบุพการีดี

(-///-) กระนั้น สำหรับเขา การต้องแยกไปอยู่คอนโดส่วนตัวใกล้ๆมหาวิทยาลัย ถือว่าน่าอับอายนัก ทำไงได้ ก็เขาเป็นลูกรักของพ่อแม่นี่นา

ตอนอยู่บนเวที หึหึ นายดูไม่เหมือนคนขี้อายเลยนะ อี แทมิน ครั้นได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เปื้อนมุมปากสวยรวยเสน่ห์ หมายว่านี่คืออุปนิสัยแท้จริงของพี่ชายหรือ เขาเริ่มรู้สึกหวาดหวั่น

“ … ” แน่ล่ะ เขาขยับดิ้นทันควัน

ฮาฮา เพิ่งคิดได้หรือไงนะ แทมิน อยู่นิ่งๆก่อนน่า น้ำหนักของนายไม่ได้ทำให้พี่ปวดหลังมากมายนักหรอก อิอิ หมอบ้าอะไรฟระ พูดจากวนบาทาชะมัด

อืม แทมิน ทรงผมของนายน่ะ... พี่เค้าประสาทกลับหรือไงหว่า อยู่ดีๆก็ถามนู่นนี่ไม่เข้าเรื่อง...ทำไม...ผมของเขาเป็นยังไงมิทราบ

มันไม่น่ารักไปหน่อยเหรอ ^^ ” ถ้อยคำสบประมาทแทรกผ่านรอยยิ้มกว้างขวางอย่างตั้งใจ พาลทำให้เขาโมโหจนหน้าแดงก่ำ

อ๊ะๆ หยุดก่อน อี แทมิน แฟนคลับของนายเดินตามมาข้างหลังเต็มเลย ไม่เห็นรึ? ครั้นเห็นเขาง้างแขนเตรียมทุบ ใบหน้าคมรีบโน้มลงมากระซิบเตือน ปลายจมูกเกือบติดชิด ผิดไหมที่เขาตกใจผงะหงายหนี แล้วดันพลาดเสียหลักเองอย่างเสียมิได้ สองแขนเรียวจำใจต้องรีบเหนี่ยวรอบต้นคอกำยำ หากแต่เมื่อได้สบสายตากันอีกที มันชิดใกล้จนหัวใจแทบวาย กลายเป็นเขากำลังถูกสายตาเร่าร้อนคู่นั้นแผดเผาจนพวงแก้มแทบไหม้เกรียม

กลั้นใจไว้ก่อนนะ อีกนิดก็จะถึงละ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มนั่น เห็นแล้วนึกอยากตะกุยให้หน้าหล่อยับเยินซะเดี๋ยวนี้ เออ...แต่นี่พี่ปากดี เค้ากำลังพาเราไปไหนนะ?

.

ณ ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย

ว๊าวๆๆ เจ้ามิโน นายไปลักพาสาวน้อยคนนี้มาจากไหนเนี่ย ผิดกฎหมายรึเปล่าวะ? ทันทีที่ก้าวผ่านบานประตูมุ่งเข้าสู่ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตา ร่างสูงรุ่นพี่ผู้เป็นหมอประจำห้องฉุกเฉินรีบเสนอหน้าเข้ามาทักทายวุ่นวาย   

บ้าเหรอ พี่อนยู ผมเอาคนไข้มาให้ต่างหากเล่า เอ่อ..แทมิน เค้าเป็นเด็กผู้ชายนะ อย่าเข้าใจผิด ครั้นสาวเท้าเร็วๆมาจนชิดติดเตียงตรวจ ร่างสูงค่อยๆประคองร่างเล็กลงวาง พลางเอ่ยอธิบายให้ผู้พี่เข้าใจ

สวัสดีครับ ผม อี แทมิน...คุณหมอ ได้โปรดรีบรักษาแล้วปล่อยผมกลับบ้านซะที เจ้าของเสียงหวานบนเตียงเร่งร้องขอ สีหน้าเหยเก เพราะกำลังถูกอนยูสำรวจตรวจบาดแผล พร้อมกับขยับข้อเท้าปวดระบมนั่นหมุนไปมา

รีบร้อนไม่ได้หรอก หมอจำเป็นต้องเอกซเรย์ข้อเท้าบวมเป่งของนายก่อน สองตาเรียวเล็กกลอกมองข้อเท้าเจ้าปัญหา ค่อนข้างวิตกกังวล

ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ รีบทำแผลแล้วให้ผมกลับเถอะนะ แม้เจ็บปวดสุดทานทน หนุ่มน้อยหน้าหวานยังฝืนกลั้นใจเขยื้อนกายลงเดินโขยกเขยก ไม่ล้มเลิกความตั้งใจง่ายดาย

ทีกับคนอื่นล่ะพูดเป็นต่อยหอย ครั้นยินเสียงทุ้มตัดพ้อแผ่วเบา จงใจหรือเปล่าไม่สำคัญ เอาเป็นว่ามันดังฟังชัดเพียงพอทำให้อีกคนหันขวับกลับมาจดจ้องตาเขียว

“ Lee Taemin!!! ” ฉับพลัน...เนื่องจากมีตระกูลเป็นหุ้นส่วนใหญ่ทั้งของมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล...เขาคนนี้ ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใคร

เฮ้อ! ผมเตือนแล้วนะครับ...ว่าให้รีบกันหน่อย หนุ่มน้อยหน้าสวยเหลียวมองไปทางต้นเสียงเรียกขานดังสนั่นนั้นอย่างปลดปลง

หากเคยได้ยินกิติศัพท์อันเลื่องชื่อ ถึงความดุดันและโมโหร้ายมาบ้าง คงไม่มีผู้ใดหาญกล้าขัดใจหลานชายคนโตแห่งตระกูล Lee ทายาทรุ่นใหม่ผู้มีอิทธิพลและอำนาจเหนือกว่ารุ่นบิดามารดาเสียอีก เพียงแต่ในห้องฉุกเฉินแห่งนี้ ยังอุตส่าห์มีมนุษย์ไม่ประสีประสาก้าวออกมายืนขวางทาง โดยไม่ทันได้สังเกตปฏิกิริยาของคนรอบข้าง หรืออีกนัยหนึ่งคือไม่คิดใส่ใจ

นายน่ะ...เป็นญาติใช่มะ ออกไปรอข้างนอกเลยปะ เพราะเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ และเริ่มทำงานในโรงพยาบาลแห่งนี้ ไม่ถึงหนึ่งเดือนดี เขาไม่รู้หรอกนะว่าชายหนุ่มหน้าสวยผู้นี้เป็นใคร หรือใหญ่โตมาจากไหน ยังไงซะ...กฎต้องเป็นไปตามกฎ

คุณหมออนยู!อย่าครับ!โอ๊ย!!! ” ท่าทางกระด้างกระเดื่องของเขา ทำให้คนป่วยด้านในแผดร้องห้ามปรามเสียงหลง แต่ที่เขาเป็นกังวล คือน้ำเสียงโอดครวญฟังน่าสงสารรั้งท้ายนั้นต่างหาก

ว๊ากกกก ทว่าในจังหวะที่เขาหมุนตัวหันหลังกลับ หวังรีบเร่งตรวจดูความเจ็บปวด ขาข้างหนึ่งถูกใครอีกคนขัดจนเสียหลักหน้าคะมำ นั่งพังพาบอยู่กลางห้อง ER

จดจำหน้าตาของเราเอาไว้ คุณหมออนยู เราชื่อ...คิบอม...ยินดีที่ได้รู้จัก ฮาฮาฮา ร่างสูงเพรียวในชุดเสื้อโค้ดหนังสัตว์สีดำขลับ จงใจเดินข้ามบุรุษผู้เพิ่งถูกตนทำให้เสียหลัก พลางส่งเสียงหัวเราะร่า ขณะมุ่งตรงหาน้องชายสุดที่รัก ใบหน้าสวยเหลียวหลังหันมองคุณหมอหน้าเด็ก ผู้กำลังพยายามพยุงกายลุกยืนงุนงง ดูจะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ ริมฝีปากเป็นกระจับลอบอมยิ้มขบขันกับพฤติกรรมเถรตรงผิดกาลเทศะเร็วไว ก่อนตัดสินใจขยับเอ่ยแนะนำตัวเสียงใส เจือความสะใจไว้ในทุกถ้อยคำ

.

.

.

กล้าเข้ามานั่งในร้านของผมจนได้นะครับ คงรู้สึกอึดอัดมากเลยสิ ฉับพลัน...ได้ยินถ้อยคำจิกกัดจากรุ่นน้องหมอฟัน ข้อดีเพียงอย่างเดียวของมัน คือทำให้สติสะตังที่กำลังจะขาดหาย ค่อยๆหวนกลับคืน

เนื่องจากแสงไฟตรงหน้าสว่างจัดจ้าจนทำให้สองตาเริ่มเจ็บแสบ ร่วมกับความรู้สึกละอายใจเกินหาญกล้าสบสายตาใครอีกคน ผู้กำลังเดินตรงมาทางเขา การหลับตาลงคงเป็นสิ่งเดียวน่าจะพอช่วยลดอาการสั่นเทา เขามิได้เกรงกลัวความผิด เพียงแต่จิตใจมันหวาดผวากับทุกสิ่งอย่าง ที่ประกอบกันเป็นคลินิกทันตกรรม

พี่หมอแน่ใจนะครับ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ คิกคิก สองหูเฝ้าฟังเจ้าของเสียงหวานถามย้ำครื้นแครง ปนเปกับเสียงหยิบจับอุปกรณ์ทำฟันจัดวางบนถาดโลหะ กระทบกระทั่งดังเคล้ง

ขอแค่นายยอมรับปาก แทมิน อยากทำอะไรกับพี่..(เฮือก)..ก็เชิญเลย แม้นจะเผลอกลืนน้ำลายตัวเองด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกถ้อยคำล้วนจริงใจ เทียบได้กับคำปฏิญาณ

จริงหรือ...สิ่งที่พี่พร่ำบอกเมื่อคืน...5ปีเชียวนะครับ...ทำไมผมถึงไม่เคยรู้ หรือพี่หลอกผม กำลังหยอกผมเล่นใช่ไหม ระดับเสียงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆหมายว่าน้องชายกำลังเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ ความหวาดกลัวไร้สาระค่อยๆเลือนหายไป ทดแทนด้วยความวิตกกังวลอย่างยิ่งยวด เพราะมิสามารถหยิบยื่นเหตุผลให้ดูเป็นรูปธรรม หรือเรียบเรียงถ้อยคำสวยหรูมาโน้มนำทำให้น้องเข้าใจ 

นายไม่เคยสังเกตเห็นมันต่างหาก แทมิน...ความรักของพี่...ถูกวางไว้ตรงหน้านายเสมอ แม้นมีพื้นฐานเป็นคนอดทนอดกลั้น ทว่าครั้นต้องเผยความรู้สึกอัดอั้นตลอด 5 ปีเป็นหนแรก เปลือกตาปิดสนิทมันไม่อาจฝืนสกัดกลั้นสายน้ำแห่งความเศร้า ที่กำลังหลั่งไหลแทรกผ่านออกมาเช่นกัน

.

.

.

Flash back

2 ปีก่อนหน้า ณ คอนโดหรู ใจกลางกรุงโซล

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูตามมารยาทสามหน บ่งบอกถึงการมาของใครบางคน ระบุตัวตนได้เป็นอย่างดี

“ … ” ทว่าไร้เสียงตอบรับตามคาด

คลิ๊ก ดังนั้น..ด้วยความสนิทชิดเชื้อและเชื่อใจจนได้เป็นผู้ถือกุญแจห้องอีกดอก..เขาลองหมุนลูกบิดประตู ซึ่งมักถูกเจ้าของห้องปล่อยปละละเลย ไม่เคยคิดปิดลงกลอน

แทมิน นายลืมล็อคห้องอีกแล้วนะ ไม่ไหวๆ ต้องให้เตือนอีกกี่ครั้ง นายถึงจะจำ แม้ว่ายังไม่ทันได้เห็นตัว ท่ามกลางความเงียบสงบของบรรยากาศยามเช้า เขาส่งเสียงพร่ำบ่นไปเรื่อยเปื่อย ภายหลังจัดวางข้าวปลาอาหารกล่องเสร็จสรรพ สองขาถึงเริ่มก้าวเดินตามหาเป้าหมาย

ภายหลังถ่างตาเข้าเวรตลอดทั้งคืน ยังไม่ทันได้หลับตานอนสักตื่น เขาอุตส่าห์ฝืนความง่วงมาแลดูสภาพเอน็จอนาถของน้องชายหน้าหวาน ผู้เพิ่งถูกหญิงคนรักหักอกดังเป๊าะ โดยไม่มีสาเหตุ  

เมื่อไหร่นายจะเบื่อมันนะ แทมิน เขาค่อยๆหย่อนกายลงนั่งเคียงข้างร่างผอมบาง ผู้กำลังนอนคุดคู้สลบไสล คงเพิ่งผ่านค่ำคืนแห่งความทุกข์ คราบน้ำตาตรงปลอกหมอนสัมผัสแล้วยังเปียกปอน เปลือกตาบวมเป่งดูช้ำชอกเสียใจ ส่วนตัวเขา...ในฐานะพี่ชายคนสนิท...ทำได้เพียงเฝ้ามอง แลขยับนิ้วเรียวสางเกี่ยวเส้นผมนุ่มลื่น ด้วยความรู้สึกห่วงใย

พี่มินโฮ แต่แล้วจู่ๆ ยินเสียงร้องเรียกฟังออดอ้อน เหมือนครั้งก่อน ตอนนู้น และหนโน้น เมื่อไหร่หนา น้องของเขาถึงจะหลาบจำ  

เจ้าเด็กโง่ โตป่านนี้ยังมัวแต่ทำตัว..โง่..งี่..เง่า..อยู่ได้ เขาเฝ้าสบสายตาอ่อนระโหยพลางส่งยิ้มเหนื่อยหน่าย ขณะมือหนาจงใจขยี้ผมตรงของน้องชายจนบัดนี้แลยุ่งเหยิง

เหอะๆ โดนทิ้งอีกละ พวกผู้หญิงนี่ ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยเนอะ แม้ริมฝีปากอิ่มแลแย้มยิ้มละไม นัยน์ตาสีน้ำตาลยังคงฉายแววหมองหม่น เออท้นด้วยหยาดน้ำคอยแต่หาจังหวะหลั่งไหล

อะไรกัน? เขาไม่ได้บอกนายอีกแล้วรึ? เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย พร้อมกับคว้าจับและกอบกุมมือเล็กๆไว้มั่น

หึหึ มันยากนักหรือไงนะ ผมไม่เข้าใจ เปรียบได้ดั่งคำสาปมิแตกต่าง...ความรักของน้องชายผู้ไร้ที่ติ...แม้นหวานชื่นเพียงใด สุดท้ายกลับต้องประสบกับจุดจบเลวร้ายหนึ่งเดียว คือ...ถูกทิ้ง...หญิงสาวทุกคนล้วนชิงถอยห่างอย่างไร้เหตุผล

เข็ดรึยังล่ะ? เพียงแต่..สาเหตุ มันไม่มีความสำคัญสำหรับเขา ผลลัพธ์ติดตามมาต่างหาก คือสิ่งที่เขาต้องการไถ่ถาม พลางค่อยๆหย่อนกายลงนอนตะแคงข้าง เปิดโอกาสให้ร่างบอบบางเคลื่อนกายเข้ามาอิงซบอกกว้าง ซึมซับความอบอุ่นและใส่ใจที่เขามี

มันเป็นโรคประจำตัวน่ะครับ คุณหมอสุดหล่อ ^^ โดยแทบไม่ต้องครุ่นคิด แทมินเร่งเงยหน้าเอ่ยตอบทะลึ่งทะเล้น

โรคอกหักรักคุดเนี่ยนะ ตลกละ เขาก้มหน้าลงสบดวงตากลม รีบท้วงติง

ก็เหมือนมีฟันคุด แต่ไม่ยอมถอนออกนั่นแหละ ฮะฮา แทมินฉวยโอกาสเอาเขามาแอบอ้างอย่างสนุกสนาน

คนละเรื่องกันเลยนะนั่น เอามาเกี่ยวโยงกันมั่วซั่วได้ไง เขาคัดค้านความคิดไร้สาระของน้องหมอฟันทันควัน

“ …ปวดมั้ย สองตาคมกริบเฝ้ามองใบหน้าสวยขยับเข้ามาใกล้อีกนิด พร้อมกับเลื่อนฝ่ามือเย็นสบายวางแนบแก้มซ้ายของเขา ต่อมาได้ยินเสียงหวานกระซิบถามแผ่วเบา พลางลูบสัมผัสเหนือตำแหน่งฟันกรามซี่สุดท้าย ที่มักแผลงฤทธิ์ร้ายเป็นพักๆ นำพามาซึ่งความรู้สึกหงุดหงิดใจ

นิดหน่อย เขาตอบตามตรง

ตรงนี้...กำลังรู้สึกเจ็บเช่นกัน ด้วยสีหน้าหมองหม่น มือบางคว้าจับพร้อมกับเลื่อนมือเขาวางแนบอก

นายมีทางเลือกเสมอ แทมิน ไม่จำเป็นต้องควาญหาความรักมาใส่หัวใจตลอดเวลา ลองปล่อยให้มันว่างเปล่าซะบ้าง ทุกถ้อยคำย้ำบอก ไม่รู้กี่สิบครั้ง ยิ่งพูด หัวใจยิ่งเจ็บช้ำ เพราะไม่อาจครอบครอง ทำได้แต่เฝ้าคอยเป็นห่วงเป็นใย  

เมื่อไหร่...พี่จะยอมให้ผมถอนฟันคุดซี่นั้นออก จู่ๆน้องชายกลับเปลี่ยนเรื่องคุยซะงั้น

ไม่ต้องรีบร้อนๆ เอาวะ ถึงทรมานแทบตาย เขาก็ไม่ยอมถอน

หึหึ เจ้าของเสียงเล็กมุดหน้าลงซุกอกกว้าง พลางหัวเราะครึ้ม

แทมิน? แขนกำยำเลื่อนโอบรอบเอวบาง แลดึงรั้งให้ร่างเล็กขยับเข้าติดชิด ขณะท่อนแขนอีกข้างยอมสละให้น้องหนุน เต็มอกเต็มใจ

พี่หมอกำลังวินิจฉัยโรคผิด ผมมั่นใจ ก่อนน้องน้อยจะชิงคล้อยหลับสนิท ได้ยินถ้อยคำอู้อี้ประโยคสุดท้ายหลุดออกจากปาก หากแต่ตัวเขาเองกำลังงัวเงียไม่แพ้กัน ถ้อยแถลงแฝงความนัยเหล่านั้น จึงถูกปล่อยเลือนหายไปกับช่วงเวลานิทราอันแสนอ่อนหวานนั่นเอง

.

.

.

ลืมไปแล้วหรือ หึหึ พี่เป็นคนนำเขาเข้ามาในชีวิตผม หยดน้ำใสตรงปลายหางตาค่อยๆถูกนิ้วเรียวปาดออก ขณะสองหูเฝ้าฟังคำบอกหมายย้ำเตือนความผิดพลาดครั้งใหญ่ ไม่มีวันให้อภัยตัวตน

พี่ขอโทษ ยิ่งขยับริมฝีปากสั่นเครือเปล่งเปรย น้ำตาแห่งความโศกสลดยิ่งรินไหล

หากเป็นเรื่องจริง พี่ทนดูผมคบกับคนอื่นได้ไงครับ พี่มินโฮ พี่ไม่เคยห้ามผมสักครั้ง...จริงๆนะ สัมผัสเย็นสบายยามฝ่ามือเรียวเฝ้าแนบประคองพวงแก้มทั้งสอง แม้ยังคงเปรอะเปื้อนสายน้ำร้อน ทว่าสามารถช่วยให้หัวใจห่อเหี่ยวเริ่มพองโตได้อย่างแปลกประหลาด

มันเป็นสิทธิ์ของนาย แทมิน เรื่องพวกนี้ นายต้องตัดสินใจเลือกเอง เมื่อมีกำลังใจพอเปิดเปลือกตาขึ้นสบ เขาค่อยๆเอ่ยบอกข้อคิดเห็นเฉพาะตน หวังไว้ลึกๆว่าน้องน้อยจะเข้าใจ

ผมเคยบอกพี่แล้วไง ว่ามันเป็นโรคประจำตัว น้องหน้าหวานรีบท้วงติงเสียงใส

ฮึ? แน่ล่ะ...เขาไม่เข้าใจ

พี่มินโฮ เค้ามีหมอไว้ทำอะไรกันบ้างล่ะ พี่ไม่รู้จริงๆเหรอครับ?

.

.

.

flash back

2-3 วันก่อนหน้า...

ซูจี เรื่องใหญ่ขนาดนี้ มันต้องมีเหตุผลสิ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ บอกพี่มาเดี๋ยวนี้นะ การเลิกราคราวนี้ถือเป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของเขา...ผิด...ตั้งแต่ยอมอ่อนข้อ ทำตามคำร้องขอของน้องสาวตัวดี...ผิด...ที่ฝืนทนนิ่งเฉยระหว่างคนทั้งคู่กำลังคบหากัน

เอ่อออ...คือ...ไม่ได้มีอะไรมากมายหรอกค่ะ พี่ชาย จริงๆนะคะ ขนาดน้องสาวฝีปากกล้ายังอ้ำอึ้งอย่างไม่เคยเป็น...สาเหตุของการร่ำลา...มันเลวร้ายเสียจนพูดออกมาไม่ได้เชียวหรือ

พี่ไม่เข้าใจ แทมินเคยทำร้ายเธอเหรอ เขาทำอะไรไม่ดีกับเธอหรือเปล่า ซูจี บอกพี่มาตามตรงเถอะ เขาเอ่ยอ้อนวอนอย่างใจเย็น

ไม่ค่ะ ไม่ พี่แทมินเค้าดีกับน้องมากเลย...เอ่อ...ดีเกินไปด้วยซ้ำ ยิ่งพูด เสียงใสยิ่งยินแผ่วเบาจนเขาฟังแทบไม่ได้ศัพท์  

อย่ามัวแต่อ้ำอึ้งได้มั้ย พี่เริ่มรำคาญแล้วนะ ยัยตัวแสบ ครั้นใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล สองแขนเร่งโอบรัดรอบคอน้องรัก พลางยกมือขยี้ทรงผมสวยของน้องไปมาจนแลยับเยิน

เว้ยยยย หยุดนะ ถึงพูดไป พี่ก็ไม่เข้าใจหัวอกผู้หญิงอย่างน้องหรอก เมื่อผมยาวตรงซึ่งสู้อุตส่าห์บรรจงรวบรัดซะเรียบตึง ถูกผู้พี่ทำลายภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ซูจีถึงกับสติแตก

ซูจี เขาลากเสียงข่มขู่น้อง ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ง๊า...กะ ก็ได้ค่า คือ..เรื่องมันมีอยู่ว่า...

.

ให้ตาย...แล้วเราจะอธิบายให้แทมินเข้าใจยังไงล่ะเนี่ย ขณะลิฟต์แก้วขับเคลื่อนผ่านไปทีละชั้น ความรู้สึกกระสับกระส่ายคอยแต่ถาโถมเข้าโจมตีเขารุนแรงมากขึ้นเช่นเดียวกัน

เพราะพี่แทมินเค้าสวยเกินไป เข้าใจน้องหน่อยเถิดนะจ๊ะ พี่จ๋า ทุกครั้งที่เดินเคียงคู่ น้องมักถูกผู้คนรอบข้างกระซิบกระซาบตามเหน็บแนมเสมอ คำกล่าวของน้องสาว ผิวเผินฟังไร้สาระจนนึกอยากเขกกะโหลก ทว่าเมื่อลองทบทวนเหตุและผลทีละประโยค เขาถึงเริ่มเข้าใจ

ความมั่นใจ คือหนึ่งสิ่งสำคัญซึ่งหนีหายไปจากผู้หญิงทุกคนของน้องหมอฟัน ขณะความรู้สึกเคารพตัวตนค่อยๆลดน้อยลงตามลำดับ ใบหน้าอันเยาว์วัยและบุคลิกอันแสนสดใสนั้น หากได้เทียบเคียงคงทำให้หญิงสาวทั้งหลายแลหมองหม่น จนมิกล้าอยู่ใกล้

ก๊อกก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูบานเดิม เพียงแต่ปรับเปลี่ยนให้จังหวะช้าลง อีกทั้งแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“ … ” ไม่มีเสียงตอบรับเหมือนเดิม

กึก กึก… ” ทว่าแตกต่างตรงหนนี้ แทมินไม่ยักจะลืมล็อคประตูดั่งเก่าก่อน

พฤติกรรมผิดจากปกติกำลังทำให้เขารู้สึกลังเลใจอย่างยิ่งยวด เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตนแก้เก้อ...หนึ่งทุ่ม...ก่อนค่อยๆสอดมือหนาเข้าควานหากุญแจห้องในกระเป๋ากางเกงแลยากเย็น

คลิ๊ก เสียงปลดล็อคแผ่วเบาทำเอาเขาใจหายวาบ

พี่มินโฮ พี่มัวทำอะไรอยู่น่ะ รีบเข้ามาซะทีสิ ขณะบานประตูค่อยๆถูกเขาแง้มเปิด ยินเสียงหวานแทรกผ่านช่องทางแคบแทบออกมาในทันทีทันใด

น้ำเสียงเมื่อครู่ ไร้ซึ่งอารมณ์หม่นหมองหรือสลดหดหู ตรงกันข้าม ฟังคล้ายน้องชายคนงามกำลังรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจ ไม่ใช่เล่น และโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยถาม...

แทมิน นายไปเอาไวน์พวกนี้มาจากไหน ครั้นเข้ามาภายในห้องรับแขก นอกจากจะเดินสะดุดขวดน้ำมึนเมาว่างเปล่าตรงทางเดิน สองตายังสะดุดกับขวดไวน์ทรงสูงบนโซฟาเข้าอย่างจัง และโดยไม่คิดนิ่งดูดาย เขารีบเร่งฉวยคว้าขวด รวมทั้งแก้วไวน์ว่างเปล่าออกจากมือน้องชายพลัน

กะอีแค่ไวน์ไม่กี่ขวด หึหึ ผมมีปัญญาซื้อเองครับ...เอาคืนมา ดวงตาเคลิบเคลิ้มกลอกมองมาทางเขา ไม่พอใจนัก ก่อนรีบลุกยืนพยายามช่วงชิงไวน์ของตนกลับคืน ยื้อแย่งกันชุลมุน

อย่าทำตัวเหลวไหล นายโตแล้วนะ แทมิน เขาเริ่มดุ เพียงแต่...

คืนนี้...ดื่มเป็นเพื่อนผมนะ เพียงแต่...เมื่อร่างเพรียวเซอิงซบแนบอก แทบไม่ต้องใช้ความพยายามอื่นใดอีกแล้ว นอกเสียจากถ้อยคำออดอ้อนอีกนิดหน่อย เขาก็กลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทุกคราไป

ถึงมิได้เอ่ยปฏิเสธ ทั้งนี้เขาไม่ยอมปล่อยให้ไวน์ขวด(ที่เท่าไหร่ไม่รู้)นั้นตกอยู่ในมือแทมินอีกเด็ดขาด มากสุดคือคอยรินเติมให้ทีละน้อย ส่วนตัวเองได้แต่ค่อยๆจิบ เพราะไม่ต้องการขาดสติ จนไม่สามารถควบคุมตน

พี่คุยกับซูจีแล้วใช่ปะ ภายหลังนั่งจิบไวน์ท่ามกลางความเงียบงันชั่วครู่ จู่ๆแทมินเหลือบมองมาทางเขาเร็วๆ พลางเอ่ยกระแซะถามอย่างรู้ทัน

อืม เขายกกระดกไวน์แดงเหลือค่อนแก้วจนหมด ก่อนเอ่ยตอบรับสั้นๆ

แล้ว... เฮ้อ จนแล้วจนรอด...

นายสวยเกินไป เขาตัดสินใจไม่อ้อมค้อม

ฮาฮาฮา ทว่าครั้นได้ยินเสียงหัวเราะเริงร่าสนองตอบทันควัน มันทำให้เขานึกประหลาดใจไม่น้อย

แทมิน! นายจะไปไหน? และตกใจซะจนพลั้งสะดุ้ง เมื่อจู่ๆร่างผอมบางผุดลุกยืนไม่บอกกล่าว และจ้ำอ้าวออกห่างจากเขาว่องไว

ห้องน้ำ ยินเสียงหวานตอบรับสั้นๆ โดยเจ้าตัวไม่ทันได้หันกลับมาสบสายตาเสียด้วยซ้ำ

.

15 นาทีผ่านไป

.

นานเกินไปหรือเปล่าฟระ? เมื่อดำเนินมาถึงจุดสูงสุดของความอดทน ขวดไวน์ในมือถูกจับวางไว้บนโต๊ะรับแขกใกล้ๆ ก่อนร่างสูงจะรีบลุกเดินมุ่งสู่ที่หมาย แลหน้านิ่วคิ้วขมวด  

แทมิน...แทมิน กำลังทำอะไรอยู่น่ะ ทำไมช้าจัง เบื้องหน้าบานประตูห้องน้ำไม้สัก ความเงียบงันกำลังทำให้เขารู้สึกขวัญผวาชอบกล

“ … ” เงียบสนิท ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้นไห้ หรือว่า...

ปึ้ง! ปึ้ง! ปึ้ง! แทมิน! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ! ทันทีที่กำเนิดลางสังหรณ์เลวร้าย ทำให้เขาเร่งหมุนลูกบิดด้านหน้าอย่างไร้ความหมาย ตามติดด้วยการทุบบานประตู พลางร้องตะโกนโหวกเหวกวุ่นวาย หัวใจดวงนี้คงต้องมีอันแหลกสลาย หากเรื่องราวดำเนินไปตามสมองฟุ้งซ่านคาดการณ์

อย่ามายุ่ง!!! ครั้นได้ยินเสียงตวาดกลับฟังดุดัน เพียงพอทำให้เขารู้สึกโล่งใจจนน้ำตาแทบไหล

แทมิน เขาแนบใบหน้าหล่อเหลากับบานประตูไม้เนื้อหนา และได้แต่หวังว่าน้ำเสียงเว้าวอนของตนจะพอยับยั้ง พฤติกรรมบ้าบอเกินเหตุของน้องชาย

เหอะ! สวยเรอะ! หากเลือกเกิดได้ ผมไม่ได้อยากมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้เสียหน่อย บ้าที่สุด! เมื่อได้ฟังเสียงเล็กแผดร้องตัดพ้อ เขานึกอยากพังประตูเข้าไปปลอบประโลมน้องนัก

“ … ” ถือเป็นเรื่องขำขันได้ไหมหนา หากบอกเล่าว่าความสวยงามไร้ที่ติกำลังทำร้ายหัวใจของใครบางคน สำหรับเขา เลือกสนองตอบตลกร้ายนั้นเพียงความเงียบงัน ใครกันจะใจดำพอหัวเราะเยาะความสมบูรณ์แบบกระทั่งไม่มีผู้ใดกล้าครอบครอง     

เพล้ง! ” ฉับพลัน...เสียงดังคล้ายกระจกแตกนั้น มันทำให้สาร adrenaline ในกายพวยพุ่ง

พอกันที ผมเกลียดขี้หน้าตัวเองเข้าไส้ ขณะน้ำคำอันสั่นเครือ เฝ้าสั่นคลอนหัวใจดวงนี้เสียสั่นระรัว

อย่าทำอะไรบ้าๆนะ แทมิน...ปึ้ง!!! เพียงเสี้ยววินาทีภายหลังแผดร้องห้ามเสียงหลง ตามติดด้วยเสียงบานประตูถูกกระโดดถีบเปิดออก กลอนประตูหลุดกระเด็นกระดอน ดูกระจัดกระจาย

 

ไปให้พ้น! ออกไปนะ! ออกไป!!! ” ครั้นเปิดทางเข้าไปได้ เขารีบพุ่งกายฉวยคว้าข้อมือบาง พลางปลดเศษกระจกปลายแหลมออกจากอุ้งมือเล็กๆนั้นทันทีทันใด และโดยไม่คิดใส่ใจเสียงโหวกเหวกขับไล่ เพราะว่าเขากำลังโมโหจนหน้ามืดตามัว

ถามจริง แทมิน นายสิ้นคิดจนต้องทำร้ายตัวเองเลยรึ? มือหนาพลั้งกระตุกข้อมือบางรั้งร่างเล็กถลาเข้ามาใกล้ ขณะอีกมือยกจับแก้มนิ่ม บีบบังคับให้รับฟังคำถาม ไม่ยอมให้หันหน้าหนีไปไหน

พี่มินโฮ ชาตินี้ ผมไม่มีวันคิดฆ่าตัวตายแน่นอน ชัดเจนมั้ยครับ หึหึ แค่อยากมีแผลเป็นเหมือนคนอื่นเขาบ้าง...ก็เท่านั้น ดวงตากลมกลอกมองเศษกระจกแตกกระจายบนพื้นห้องน้ำอย่างปลดปลง พลางเอื้อนเอ่ยหน้าชื่นอกตรม จนทำให้เขานึกอยากช่วยดูดซับความทุกข์ระทมออกจากรอยยิ้มขื่นขมนั้นซะเดี๋ยวนี้

ใบหน้านี้เป็นของคนที่พี่รักที่สุด ได้โปรด แทมิน อย่าทำร้ายมันเลย ผิดไหมที่เขาฉวยโอกาสแจ้งบอกความรู้สึก ในสถานการณ์สับสนวุ่นวาย เขากำลังเอาเปรียบน้องชายมากไปหรือเปล่า

อะไรนะ? ตามคาด...คำพูดของเขาทำเอาหมอฟันหน้าสวยตะลึงงัน

ใช่...นายฟังไม่ผิดหรอก...รัก...แทมิน พี่รักนาย คือประสบการณ์แรกในชีวิต เขาไม่เคยบอกรักใครมาก่อน และไม่จำเป็นต้องมีใครสั่งสอน ในตอนนี้...ทุกการกระทำล้วนสั่งการมาจากหัวใจ

โดยไม่คิดรอฟังคำคัดค้านใด เขาตัดสินใจก้มลงกดมอบจุมพิต ประกบปิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเคลื่อนไหว เนื่องจากเป็นหนแรก ทุกสัมผัสนุ่มนิ่มจึงถือว่าแปลกใหม่ และถึงแม้นน้องน้อยคอยแต่เม้มปากปฏิเสธ ทว่าเหตุเพราะเคลิบเคลิ้ม เริ่มรู้สึกติดใจ มันทำให้ยากถอนริมฝีปากถอยห่าง ไม่ยอมอ่อนข้อง่ายดายอีกต่อไป

พี่ครับ ได้ยินคำเรียกขานสั้นๆ เพราะเขาเปิดโอกาสให้ริมฝีปากเป็นกระจับขยับเอ่ยแค่นั้น ก่อนช่วงชิงดื่มด่ำ เร่งเสียดสีสัมผัสซึมซับความอ่อนหวาน หากลองเทียบเคียง หนสองนับว่าลื่นไหลไม่ตะกุกตะกัก กระทั่งกลีบปากเคยฝืนเม้มปิดบัดนี้เริ่มแย้มคลาย จนลิ้นหนาสามารถแทรกผ่านกวาดแตะปลายลิ้นเล็ก แลฉวยโอกาสเพิ่มจังหวะดูดกลืน

อย่า... หนึ่งพยางค์ห้ามปรามฟังหอบโหย ไม่ได้ส่งผลดีต่อเขามากนัก นอกจากไม่อาจยับยั้งกลับไปกระตุ้นต่อมรัก ยิ่งยากหักห้ามที่สุดแห่งความปรารถนา เสียงสองริมฝีปากขยับสนองตอบดื่มกิน ได้ยินแล้วยิ่งเร้ากำหนัด ยิ่งอยากรวบรัดตัดความ เอาเข้าไป เขาโอบอุ้มร่างเพรียวบางมาวางนอนเหนือโซฟากว้างตั้งแต่เมื่อไหร่...ยังไม่รู้ตัว    

เพี๊ยะ! ทว่าไป สัมผัสแสบสันตรงแก้มซ้ายในขณะนี้ สามารถเรียกสติสะตังให้กลับมาอยู่กับเนื้อตัวได้ดีทีเดียว

แทมิน หลังจากออกแรงตบเขาสุดแรง เจ้าของดวงตาเขียวปั้ดเบื้องล่างคอยแต่กัดฟันจดจ้องเขาเคียดแค้น

นั่นน่ะ...สำหรับจูบแรก จูบที่สอง และสามของผม...ออกไปนะ! ออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้! เอาเป็นว่าขณะเฝ้ามองน้องชายตัวน้อยคอยผลักไสแลสติแตก เขามัวแต่แย้มยิ้มมีความสุข

ไม่! พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น! แทมิน ฟังพี่อธิบายก่อนสิ มีสติหน่อย ตรงกันข้ามกับความต้องการของน้องชายอย่างสิ้นเชิง เขารีบรวบจับข้อมือวุ่นวายคู่นั้นไว้มั่น อีกทั้งเผลอโน้มกายลงทาบทับร่างดิ้นดิ้นด้านล่างโดยมิได้ตั้งใจ

ไม่! ไม่! ไม่! ผมไม่อยากรับรู้เรื่องรักใคร่บ้าบออะไรนี่อีกแล้ว พี่กำลังดูถูกผม ผมเป็นผู้ชายนะ พี่มินโฮ การกระทำของพี่มันเลวร้ายยิ่งกว่าผู้หญิงพวกนั้นซะอีก หึหึ...พอใจหรือยังล่ะ ในที่สุดนายก็สามารถทำให้พี่โกรธจริงจนได้นะ...อี แทมิน

คำพูดของนาย มันกำลังทำร้ายหัวใจของพี่ รู้ตัวบ้างหรือเปล่า..หึหึ..ใช่สิ พี่ลืมไป คุณหนูแทมินมักมัวแต่ปิดหูปิดตา ไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือใส่ใจใครอยู่แล้วนี่ แม้นแท้จริง มิได้อยากพูดจาถากถาง แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อวินาทีนี้ มันรู้สึกหมั่นไส้จนเหลืออด

แล้วผมต้องรู้อะไรล่ะ คุณหมอ..บอกมา..ผมควรรู้อะไรบ้าง! น้องชายหน้าสวยผู้ไม่เคยยอมแพ้ จงใจเอ่ยท้าทายและตวาดใส่เขาอย่างก้าวร้าว

เอาเป็นว่า..หึหึ..พี่สามารถรักนายมากกว่าหญิงสาวเหล่านั้นก็แล้วกัน ประโยคสุดท้ายก่อนจิตสำนึกอันดีงามจะขาดผึง นำมาซึ่งที่สุดของความเจ็บปวดรวดร้าว และสุขล้นจนแทบสำลักของใครอีกคน นับว่าขัดกันราวฟ้ากับดิน

.

.

.

ได้โปรด อย่าปลอบใจกันด้วยวิธีการแบบนี้ พี่มินโฮ แค่กอดผม แค่อยู่เป็นเพื่อนผมเหมือนทุกครั้ง ไม่ได้เหรอครับ

แทมิน พี่รักนาย

โอ๊ย!..ได้โปรด..หยุดเถอะ หยุดเสียที

เชื่อใจพี่ อดทนอีกสักหน่อยนะ น้องรัก

งื๊อ! ”

เป็นไง?

อืม

ดีมั้ย?

อ่า

รักนะ...อี แทมิน...พี่รักนายเหลือเกิน คนดี

“ !!! ”

.

.

.

อุตส่าห์ร่ำเรียนมาตั้งนานนม พี่หมอน่าจะทำอะไรได้ มากกว่าการทำให้คนอื่นเค้าเจ็บปวดเนอะ สองตาเฝ้ามองน้องน้อยเอ่ยแซว ด้วยพวงแก้มเจือสีแดงระเรื่อ ช่างน่ารักน่าเอ็นดูชม

หัวใจของผมมันว่างเปล่าเสมอ ไม่เคยมีใครสามารถเติมเต็ม ไม่มีสักครั้ง ขณะตั้งใจฟังเสียงหวานบรรจงเอ่ย ฝ่ามือหนาค่อยๆยกสัมผัสพวงแก้มนิ่มรักใคร่

แทมิน บัดนี้ ไม่มีอีกแล้วสายน้ำแห่งความเศร้า เห็นเพียงรอยยิ้มอิ่มไปด้วยความหวังแม้บางเบา พอช่วยทำให้เขากล้าขานนามหนุ่มน้อยหน้าหวานได้อย่างไม่ยากเย็น

แม้แต่พี่...คุณหมอคนเก่ง...พี่วินิจฉัยโรคของผมผิดไปไกลโข ครั้นได้เห็นน้องรักหยักยิ้มกว้าง เสมือนลมหายใจเข้าออก มันเริ่มมีคุณค่ามากเท่าที่สมควรเป็น

แหะๆ น่าอายเหมือนกันแฮะ เขาส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ ยอมรับข้อผิดพลาดนั้นแต่โดยดี

ไม่รู้สิ...เหมือนว่าเมื่อคืน ผมจะได้ยาดี..อืม..สักสี่ห้าหยดกระมัง คิกคิก สามารถซึมผ่านเข้าหัวใจดวงนี้ ได้ดีทีเดียวเชียว ^^ ใบหน้าหวานโน้มเข้ามาใกล้อีกนิด พร้อมกับเปรยบอกไปเรื่อย สลับส่งเสียงหัวเราะขบขัน

พี่รักนาย พี่รักนาย ความสุขใจบังคับให้เขาเอ่ยยาวิเศษออกมาอีกสองครั้ง

นั่นไง โหวงเหวงน้อยลงอีกนิดละ อิอิ ให้ตาย รอยยิ้มหวานหยดนั่น มันได้ใจเขาไปเต็มๆ

หมายความว่า... เขารีบเอ่ยถามอย่างมีหวัง

ฝันไปเถอะ! คำตอบน่ะ..อิอิ..เอาไว้รอฟังหลังจากผมจัดการกับฟันคุดของพี่ก่อนละกันนะ ^^ ” เสมือนฝันหวานเพิ่งพังทลายลงต่อหน้า ด้วยคลื่นยักษ์แห่งความหวาดผวาระลอกใหม่พุ่งซัดเข้าถาโถม ครั้นเห็นร่างเล็กหันกลับไปสวมถุงมือยางพาราสีขาวสะอาดตา หัวใจไหวหวั่นมันเริ่มขยับเต้นถี่ยิบ หยดเหงื่อเริ่มปรากฏตามไรผมฉับพลัน

เหอ!!! ” เขารู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาในบัดดล

อ้าปากสิ ภายหลังขยับนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง และปรับเตียงทำฟันเอนหงายจนได้องศา แทมินถึงหันกลับมามาสั่งเขาหน้าตาเฉย

เอ่อ...คือ...เบามือหน่อยนะ น้องรัก ในวินาทีนี้ สีหน้าเคร่งขรึมของน้องชาย มิได้แตกต่างไปจากหมอฟันทั่วไปที่เขาเคยวาดฝัน...น่ากลัวชะมัด...เขาหลับตาปี๋ทันควัน และค่อยๆฝืนง้างขากรรไกรของตนขึ้นตามคำสั่ง แลลำบากลำบน

เขากลั้นใจอยู่ประมาณครึ่งนาทีได้กระมัง กระทั่งรู้สึกอึดอัดจนเริ่มทนไม่ได้ กอบกับบรรยากาศเงียบงันและพฤติกรรมนิ่งเฉยของน้องชาย ยิ่งทำให้เขาสับสน แต่จนแล้วจนรอด ในจังหวะสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาพอได้ใจ ก่อนริมฝีปากจะแตะสัมผัสกับความนิ่มนวลแผ่วเบา แน่นอนที่สุด..มันมิใช่อุปกรณ์ทำฟันจำพวกโลหะ หากแต่เป็นกลีบปากนุ่มของน้องชายหน้าหวาน ผู้กำลังบรรจงมอบจุมพิตให้เขาได้อย่างน่ารักน่าชัง

เบาพอมะ ^^ ยินคำถามยอกย้อน แล้วเขานึกอยากเขกกะโหลกตัวเองนัก

หึหึ ถ้างั้น...หมอจัดมาหนักๆเลยดีกว่าครับ มือหนาเร่งฉวยคว้าท้ายทอยคุณหมอฟันคนสวย พลางออกแรงเหนี่ยวรั้งบังคับมอบจุมพิตอีกครั้ง ด้วยแรงรักแรงปรารถนา ริมฝีปากอิ่มแอบหยักยิ้มละไม ขณะสนองตอบคำร้องขอของมนุษย์ผู้ได้ครอบครองกายา หลงเหลือไว้เพียงคำถามคาใจหนึ่งเดียว ว่า...

อี แทมิน...นายรักพี่หรือเปล่า? ในจังหวะกำลังสอดประสานริมฝีปากกันอย่างดูดดื่ม ผู้เป็นพี่ตัดสินใจฉกฉวยโอกาสขณะกำลังเคลิบเคลิ้ม ไถ่ถามข้อสงสัยของตนทันควัน...คาดหวัง...เผื่อว่าน้องหมอฟันจะเผอเรอเปิดเผยความในใจ

อิอิ พี่มินโฮคร้าบ ยังไงซะ...สัญญา...ต้องเป็นสัญญา เพียงแต่...อย่าหวัง...ซะให้ยาก ถึงหน้าตาดูใสซื่อไร้เดียงสา มิได้หมายว่าเขาจะไม่รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของพี่ชายนะ


หากพี่ยอมถอนฟันคุดนั่น นายต้องหยุดที่พี่ สัญญานะ

หมายความว่าพรุ่งนี้ พี่หมอจะมาเป็นคนไข้รายแรกของผมใช่ปะ แล้วเจอกันที่คลินิกนะครับ




ปล.สวัสดีจ้า เป็นยังไงบ้าง short fic สั้นๆ สืบเนื่องมาจากอาการปวดฟันของไรเตอร์นั่นเอง

สนุกรึเปล่า ช่วย comment บอกไรเตอร์บ้างนะคะ

คาดว่า...น่าจะมีภาค onkey ดีมะ?

ขอให้รีดเดอร์ทุกคนมีความสุขมากๆจ้า (^3^)




ผลงานอื่นๆ ของ supernoona

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

15 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 01:26
    55555 แทมสวยจริงๆ เห็นตัวจริงแล้วตาพร่ามากมาย>//////////<

    คือแบบเห็นใจสาวๆของแทมนะ แบบสวยสู้ไม่ได้นี่ก็อับอายอ่ะ



    เพราะฉะนั้นคนสวยๆงามๆ ต้องคู่กับคนหล่อๆเท่ห์ๆอ่ะถูกแล้ว
    #15
    0
  2. วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 23:56
    น่ารักมากๆเลยมินโฮดูหน้ามั่นไส้นิดๆตรงมาดนางนี่จะเก๊กไปไหน55555555555กลัวแล้วยังทำเท่อีก55555
    #14
    0
  3. #13 TAEMINHO (@taeminhoshawol) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 03:24
    2min
    #13
    0
  4. #12 ฝ้าย
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 11:48
    น่ารักมากอ่ะ
    #12
    0
  5. วันที่ 25 มีนาคม 2556 / 19:38
    เวรกรรม มิโนว์ ดันกลัวการถอนฟัน = =
    #11
    0
  6. วันที่ 16 ธันวาคม 2555 / 23:40
    ผู้ชายหน้าสวยผู้หญิงไม่ปลื้มนะเพราะกลัวเด่นกว่า
    #10
    0
  7. วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 13:21
    ความสวยเป็นพิษกับผู้หญิง
    แต่ไม่ใช่กะมิโน><

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 เมษายน 2555 / 23:45
    #9
    0
  8. #8 moji
    วันที่ 5 มีนาคม 2555 / 01:08
    555

    น่ารักจังเลยค่ะ ชอบมากๆ
    #8
    0
  9. วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 18:55
    เพราะแทมแท๊มสวยเกินไปเลยโดนทิ้งT^T
    โถ่ไม่เป็นไรสำหรับพี่เอเลี่ยนแล้วไม่เป็นปัญหา กร๊ากกก
    #7
    0
  10. แอบงงบ้างอะไรบ้าง~!
    แต่สุดท้ายก็เข้าใจ
    อิอิ
    สนุกดีคร่า

    #6
    0
  11. วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 20:55
    ชอบอ่า ไรเตอร์แต่งฟิคสนุกมากเลย
    ติดตามๆๆ

    ^^
    #5
    0
  12. วันที่ 6 มกราคม 2554 / 00:03
     น่ารักมากกกกกกกกกก ชอบๆๆๆๆ ค่ะ เเต่ย้อนไปมาเยอะไปหน่อยเอางงเปนบางช่วงเเหะๆ

    เเต่สุดท้ายก้อจบอย่างเเฮปปี้อยู่ดีเนอะ

    รัก 2 มิน มากมานคร้าาาา

    เนื้อเรื่องสนุกม้ากมาก

    ขออนคีย์ก้อดีเหมือนกันนะคะ ^^
    #4
    0
  13. #3 อาย
    วันที่ 25 ธันวาคม 2553 / 20:31
    น่ารักจ้าาาา



    ถ้ามีอนคีย์จะดีมากกกก

    อิอิอิ



    #3
    0
  14. #2 สายตาสั้น
    วันที่ 24 ธันวาคม 2553 / 02:13
    ไม่เอาเป็นอนจงได้ใหม อนคีย์ก็OKยอมก็ได้ (ฮือๆๆๆๆ)ในใจอยากได้อนจงมากที่สุด

    แต่ทำใจแล้วล่ะ สกอนจงมาช่วยหน่อยสิ รักอนจงชั่วฟ้าดินสลาย

    อนคีย์แบบใหนยดีล่ะ คีย์กวนตลอดเวลา

    ส่วนอนยุ ตลกๆๆ หึงไม่แสดงวออก พูดจาไฟเราะ หน้าหวาน

    2min น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆจนอยากเป็นคนไข้ของแทมมินแล้วล่ะ

    ขออนจงนะๆๆๆๆๆ(เขาเอาอนคีย์)
    #2
    0
  15. วันที่ 12 ธันวาคม 2553 / 10:16
    น่ารักจังค่ะ

    อ่าฮะ พี่แทมรักคุดเพราะสวยเกินไป มันเป็นความจริงฮ่าฮ่า ความสวยที่แม้แต่นางงามยังอาย เหอะๆ

    พี่มินโฮสุดยอดไปเลยยย เท่ห์มากแต่ทำไมกลัวหมอฟันหล่ะเนี่ย คิคิ สุดท้ายก็ลงเอยกันจนได้นะเนี่ย

    อยากให้พี่มุกแต่งอนคีย์ต่อจังค่ะ แบบว่าอีกคนกวน อีกคนก็มึน+แวด คงจะฮาน่าดูเลย

    ไรท์เตอร์แต่งอีกกกกกกกกค่ะ
    #1
    0