2MIN's DIARY [SHINee 2Min OnKey Fiction]

ตอนที่ 4 : DAY 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ก.ค. 58


มินโฮ


X4/XX/XXXX


Dear diary,

เมื่อเช้า จงฮยอนนั่งเงียบอยู่นานจนคนนั่งข้างๆอย่างเราเริ่มรู้สึกแปลกใจ กระทั่งอาจารย์เดินเข้ามาในห้อง เปิดโปรเจคเตอร์และกำลังจะเริ่มสอนในอีกไม่กี่ชั่วอึดใจ...

แทมินพักอยู่หอเดียวกับพวกเรา รู้ยัง ”

จงฮยอนเปรยบอกแล้วหยักยิ้มมุมปาก ตามองไปยังจอฉายโปรเจคเตอร์หน้าชั้นเรียน ตั้งใจดูสไลด์สอนของอาจารย์อย่างใจจดใจจ่อ เราจำได้ว่าเผลอนั่งจ้องหน้าเพื่อนต่อครู่หนึ่งจนหายอึ้งถึงหันมองไปยังตัวอักษรบนจอโปรเจคเตอร์บ้าง พยายามเก็บรวบรวมสติที่เพิ่งกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศทาง เจ็บใจ เรายอมรับว่าระเบิดที่เจ้าเพื่อนตัวแสบจงใจปล่อยมาลูกใหญ่ ทำให้เราไม่เป็นอันทำอะไรตลอดคาบเรียนจริงๆ

มินโฮ ยืมเลคเชอร์หน่อยสิ มัวแต่มองหน้าอาจารย์ยุนอาเพลิน จดไม่ทันอะ ” เพราะยังแค้นใจไม่หาย เราเหล่มองจงฮยอนเร็วๆแล้วเริ่มเร่งฝีเท้าทิ้งระยะห่าง จงฮยอนเห็นแล้วรีบก้าวตาม ดวงตาเรียวเล็กฉายแววขบขัน “ ไม่ได้จดเหมือนกันอะดี๊ ” เมื่อเริ่มเดินตามไม่ทัน จงฮยอนจงใจส่งเสียงแซวไล่หลัง “ เอ เป็นเพราะหน้าสวยๆของอาจารย์ หรือหน้าหวานๆของอีกคนน้า... ”

จงฮยอนไม่ได้พูดอะไรผิด เราจึงไม่คิดโกรธ ในเมื่อทุกความรู้สึกปั่นป่วนล้วนเป็นไปตามที่เพื่อนคาดการณ์ไว้ทั้งสิ้น เราไม่เห็นประโยชน์ใดๆจากการฝืนไม่ยอมรับความจริง

เราคิดถึงแทมิน ไม่ใช่แค่ในคาบเรียนเมื่อครู่ แต่เป็นตลอดทั้งคืน กระทั่งตื่นนอนตอนเช้าตรู่ เพราะไม่เคยคิดเรื่องอื่นนอกจากบาสเกตบอล เมื่อในสมองปรากฏแต่ใบหน้าน่ารักของรุ่นน้องร่างเล็ก เราจึงสับสน ทำไมนะ ไดอารี่ ยิ่งพยายามคิดหาสาเหตุ เรากลับยิ่งถลำลึกลงสู่ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เราไม่รู้จัก ซ้ำร้ายยังก่อให้เกิดคำถามในใจมากมายที่มีแต่แทมินเท่านั้นที่สามารถให้คำตอบได้

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เราหยุดแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับจงฮยอนทันที “ นายรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ปีสองกำลังเรียนวิชาอะไร ” คำถามของเราทำให้จงฮยอนอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเริ่มอมยิ้มแล้วยื่นมือออกมาตบบ่าเราเบาๆ “ ตึกเรียนกายวิภาคด่วนเลยครับเพื่อน ” จงฮยอนผู้กว้างขวางช่วยชี้ทางด้วยความเต็มใจจนเกือบเรียกได้ว่าออกนอกหน้า ได้ยินดังนั้น เรากระชับเป้บนไหล่แล้วเริ่มออกเดินอย่างไว

ต้นไม้ใหญ่สองข้างทางเริ่มผลิใบสีเขียวอ่อน สายลมเย็นสบายของฤดูใบไม้ผลิไม่สามารถบรรเทาความร้อนรนในใจเราได้ ระหว่างทางเราหันไปเห็นนักกรีฑาห้าคนกำลังเตรียมจะออกวิ่งจากจุดสตาร์ท และทันทีที่อาจารย์ฝึกสอนส่งสัญญาณ เราเริ่มต้นออกวิ่งตาม หากแต่ดิ่งตรงไปยังจุดหมายต่างกัน

ตึกเรียนกายวิภาคศาสตร์อยู่ไม่ไกลจากหอนาฬิกา อีกห้านาทีจะสิบเอ็ดโมง ใกล้หมดชั่วโมงเรียนของปีสองเข้าไปทุกที ดังนั้น เรารีบเร่งฝีเท้าเต็มที่ กระทั่งมาถึงจุดหมายพร้อมกับเสียงระฆังดังจากหอนาฬิกาที่ตีบอกเวลาทุกๆหนึ่งชั่วโมง เราตัดสินใจยืนรออยู่หน้าตึก ทว่าเมื่อได้ยินเสียงเซ็งแซ่ดังมาจากนักศึกษากลุ่มใหญ่ที่เริ่มเดินออกมาจากห้องเรียน เรากลับรีบยืนหลบหลังเสาต้นใหญ่ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องทำตัวลับๆล่อๆ กระนั้นเรายังคงยืนพิงเสาเฝ้ามองรุ่นน้องปีสองหลายสิบคนทยอยเดินออกจากตึกเรียนเรื่อยๆ บางคนเดินเดี่ยวๆ บ้างเดินเป็นกลุ่มใหญ่ หากแต่เรากลับกำลังจับตามองนักศึกษาคู่หนึ่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรุ่นน้องผมทองคนที่เรากำลังตามหา               

ท่าทางสนิทสนมระหว่างแทมินกับนักศึกษาผิวคล้ำก่อให้เกิดความรู้สึกในแง่ลบรุนแรงที่ทำให้เลือดในกายเดือดพล่าน เป็นความรู้สึกไม่ดีที่ทำให้เราไม่อยากมองคนทั้งสองอีกต่อไป หากแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถปล่อยให้คลาดสายตา

รุ่นพี่มินโฮ? ” เสียงเรียกระคนความแปลกใจของใครบางคนทำให้เราต้องละสายตาจากนักศึกษาคู่นั้น หันไปมองรุ่นน้องตัวสูงโย่งจากชมรมเดียวกัน..ชานยอล..เสียงเรียกที่ทุ้มใหญ่และดังชัดนั้นเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้างได้ในทันที “ รุ่นพี่มาทำอะไรที่นี่ครับ มีธุระอะไรรึเปล่า ” ชานยอลผู้กระตือรือร้นรีบเดินเข้ามาหา

เปล่าๆ ” เรารีบปฏิเสธ ก่อนจะเหลือบไปสบตาเข้ากับนักศึกษาผมทองที่กำลังหันมองมาทางเราอย่างสงสัย และในจังหวะที่น้องเขากำลังจะก้าวจากไป “ ไม่มีอะไรๆ พี่ไปก่อนนะ ” รู้สึกผิดนิดหน่อยที่ปล่อยให้ชานยอลยืนงงอยู่ตรงนั้น แต่สุดท้ายเราก็รีบถลันตรงไปยืนดักหน้าหนุ่มผมทองราวกับภาพฉายซ้ำ ทำอะไรไม่คิดอีกจนได้

ครั้นเห็นเราเอาแต่ยืนนิ่ง “ รุ่นพี่? มีอะไรหรือเปล่าครับ? ” คำถามของแทมินทำให้เรายิ่งพูดไม่ออก จะตอบออกไปตรงๆได้ไง ในเมื่อมีอีกคนกำลังจ้องมองเราอย่างไม่ไว้วางใจ แม้แต่แทมินเองยังสังเกตเห็น

ไครู้จักรุ่นพี่มินโฮอยู่แล้วเนอะ ” แทมินหันไปถามนักศึกษาผิวคล้ำ ก่อนจะมองมาทางเราอีกหน “ คนนี้ชื่อไค อยู่ชมรมเทควันโด เป็นเพื่อนสนิทผมเองครับ ” เราพยักหน้ารับทราบ รู้สึกคลางแคลงกับสถานภาพ..เพื่อนสนิท..ที่ดูเหมือนไคจะไม่เห็นด้วยกับแทมินสักเท่าไหร่    

เราไม่ยักรู้ว่านายรู้จักกับรุ่นพี่มินโฮเป็นการส่วนตัว ” นั่นไง คำพูดตรงๆของเพื่อนสนิททำให้แทมินอึ้งไปชั่วอึดใจ

เดี๋ยวเราเล่าให้ฟังวันหลัง ” เมื่อกระซิบบอกไคเสร็จสรรพ แทมินกลับไม่กล้าสบตาเราตรงๆเหมือนตอนต้น กำแพงที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกหนทำให้เราไม่อาจทนนิ่งเฉยได้อีกแล้ว

แทมิน ” เมื่อหลุดปากเรียกชื่อน้องหน้าหวาน กลายเป็นเราเองที่สะท้านวาบ “ พี่อยากคุยกับนาย ” ในตอนนั้น เราไม่อาจสงบจิตสงบใจปั้นแต่งคำพูดให้ฟังสวยหรูกว่านี้

คำขอของเราทำให้แทมินทำหน้าเหวอจนเรานึกขำ เพียงแต่หัวเราะไม่ออกเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่มาจากคุณเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไคกำลังจ้องหน้าเราเขม็ง เรารู้สึกได้ และเชื่อว่านักเทควันโดสายดำคนนี้คงกำลังคันแข้งคันขาอยากเตะเราให้เจ็บปางตาย แต่ถึงกระนั้น เรายังไม่ยอมละสายตาจากรุ่นน้องผมทองจนกว่าจะได้ฟังคำตอบที่น่าพึงพอใจ

ค..ครับ ” ในที่สุดแทมินก็ตอบรับอย่างไม่แน่ใจนัก แล้วถึงหันไปนัดแนะกับเพื่อนสนิท “ เจอกันตอนบ่ายนะ ” ไคพยักหน้ารับทราบแล้วหันมาโค้งลาเราเร็วๆ ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ลืมเหล่มองมาอย่างไม่เป็นมิตร            

หลังจากนั้น เรากับแทมินยืนมองกันไปมองกันมาอยู่สักพัก “ รุ่นพี่ฮะ ผมว่า..เราเปลี่ยนที่คุยกันดีกว่า ” เพราะมัวสนใจแต่คนตรงหน้า เราถึงไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของรุ่นน้องปีสองนับสิบ เราตกใจเล็กน้อยในจังหวะที่ถูกแทมินคว้าจับมือพาเราเดินไปอีกที่ เราไม่เคยจับมือหญิงสาวมาก่อนจึงไม่แน่ใจว่าจะนุ่มนิ่มเท่ามือเล็กๆของแทมินไหม แทมินนำทางเรามาถึงร้านกาแฟเล็กๆติดกับสตูดิโอเต้นรำ ก่อนจัดแจงเลือกที่นั่งด้านในสุดเพื่อหลบเลี่ยงจากสายตาผู้คน

เราอมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นแทมินเหลือบมองสองมือที่ยังสอดประสานกันแน่นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก น้องรีบปล่อยมือเราทันที แก้มใสแดงฉานหยั่งกับผลมะเขือเทศสุก “ รุ่นพี่กินอะไรมารึยังครับ ” แทมินถามอย่างเก้อเขิน

เราส่ายหน้า และปล่อยให้แทมินดิ่งตรงไปสั่งเค้กและเครื่องดื่มตามใจปรารถนา เราแสร้งหันมองออกนอกหน้าต่างขณะน้องยกอาหารเดินกลับมา หากแต่สองตากลับคอยมองตามเงาสะท้อนของใบหน้าน่ารักบนหน้าต่างใส ใบหน้าเดียวกันกับที่เราเฝ้าฝันถึงมาตลอดทั้งคืน 

แทมินแนะนำว่าโกโก้ร้านนี้อร่อยจึงสั่งมาให้เราลองชิม ซึ่งเราไม่ปฏิเสธ แต่พอมาถึงจานเค้ก เราขอผ่านเพราะไม่ชอบกินของหวาน ด้วยสีหน้าที่ดูสลดลงอย่างเห็นไปชัดแทมินเริ่มตักส่วนมุมแหลมของเค้กเข้าปาก ค่อยๆลิ้มชิมรสชาติเงียบๆ ไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตาเราอีกเลย

เราถามน้องว่าอร่อยไหมเพื่อคลายบรรยากาศน่าอึดอัด แทมินเหลือบมองเราเร็วๆ ก่อนจะหยิบส้อมอีกคันมาจิ้มสตรอว์เบอร์รี่ผลใหญ่บนหน้าเค้กแล้วยื่นส้อมคันนั้นส่งให้ นึกเสียดายอยู่เหมือนกันที่น้องเขาไม่ป้อนเราถึงปาก เรารับส้อมไว้ตามมารยาทและลองกัดชิมคำเล็กๆเพราะไม่อยากทำให้น้องเสียน้ำใจอีกหน

อร่อยมั๊ยครับ? ” แทมินถามกลับ เราพยักหน้ายอมรับแล้วส่งสตรอว์เบอร์รี่ส่วนที่เหลือเข้าปาก รสชาติของผลไม้สีแดงสดช่างฉ่ำหวาน เป็นเพราะทางร้านคัดสรรมาอย่างดี หรือเป็นอิทธิพลของคนน่ารักกันแน่ เราไม่อาจแยกแยะได้เลย        

รุ่นพี่อยากคุยอะไรกับผมเหรอครับ? ” ถ้าแทมินไม่เปิดประเด็น เราคงลืมเสียสนิทว่ามานั่งอยู่ตรงนี้ด้วยวัตถุประสงค์ใด

เนื่องจากทุกข้อสงสัยล้วนเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เราไม่ทันได้เรียบเรียงคำถามมาให้ดี เลยไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน “ พี่มีคำถาม... ” หลายสิบคำถามเลยล่ะ “ ...อยากจะถามนาย ”

ครับ ” เมื่อเราพูดติดๆขัดๆ แทมินเริ่มโน้มตัวมาข้างหน้าเพื่อตั้งใจฟัง

วันเกิด ” เมื่อคำถามแรกหลุดจากปาก เรานึกอยากแทรกแผ่นหนี

วันเกิด?รุ่นพี่หมายถึงวันเกิดผมเหรอครับ? ” แทมินเองก็ดูจะงง “ 18 กรกฎาครับ ” แต่ก็ให้ความร่วมมือแต่โดยดี และเมื่อเห็นเราเงียบไป ไม่ถามต่อ “ แล้ววันเกิดรุ่นพี่ล่ะครับ ” ถึงจะรู้ว่าน้องเขาถามตามมารยาท หัวใจเรากลับเต้นแรงจนน่าโมโห

“ 9 ธันวา ” เราตอบไปสั้นๆ พยายามไม่คาดหวังอะไรทั้งนั้น

เกิดเดือนเดียวกับอาจารย์จินกิเลยครับ อาจารย์เกิด 14 ธันวา ” แทมินเอ่ยด้วยรอยยิ้มละไม เราจะถือว่าน้องกำลังชวนเราคุยได้ไหมนะ

รอยยิ้มที่หาดูได้ไม่บ่อยของคนน่ารักกระตุ้นให้เรามีความกล้าพอจะเอ่ยถามและได้รู้จักแทมินมากขึ้น เราเพิ่งรู้ว่าแทมินเคยเป็นนักยิมนาสติกทีมชาติสมัยมัธยมปลาย แต่เพราะมีอาการบาดเจ็บที่เข่าถึงได้เลิกเล่นไป แทมินเข้าชมรมเชียร์ด้วยคำเชื้อเชิญแกมบังคับของ..คีย์..ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง แทมินเป็นคนพูดน้อยและค่อนข้างเก็บตัวจึงไม่มีเพื่อนมากเท่าไหร่ ซึ่งหนึ่งในน้อยคนนั้นคือ..ไค..เพื่อนสนิทและเพื่อนข้างบ้านที่คบหากันมาตั้งแต่เยาว์วัย

ครั้นถามถึงไดอารี่ แทมินหน้าแดงฉาน แต่พอเราเล่าว่าเราเองก็เขียนไดอารี่มานาน แทมินหยักยิ้มสดใสจนหัวใจอันหนักแน่นของเราไหวสะท้าน เรารีบก้มมองโกโก้ตรงหน้าแล้วคว้าหลอดมาดูดจนหมดแก้วในไม่กี่วินาที รู้สึกประหม่าอย่างไม่เคยเป็น

เมื่อไร้ซึ่งคำถาม ความเงียบเริ่มเข้ามาเยือนอีกครั้ง อันที่จริงยังเหลืออีกหนึ่งคำถามสำคัญ เพียงแต่มันอาจฟังดูแปลกสำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน พลันได้ยินเสียงระฆังจากหอนาฬิกา แทมินเริ่มขยับ เข้าใจว่าน้องคงมีเรียนคาบบ่าย “ เออ คือผมต้องเข้าเรียนแล้ว รุ่นพี่มีอะไรจะถามผมอีกไหมครับ ” น้องดูจะเกรงใจเราไม่น้อย เรานิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ถึงส่ายหน้า แทมินเห็นแล้วจึงลุกขึ้นโค้งลา ทว่าในจังหวะที่แทมินกำลังเดินผ่าน เรากลับยื่นมือออกไปจับแขนน้องเขาไว้แล้วเอ่ยถาม...

“ แล้วคืนนี้..พี่จะคิดถึงนายอีกไหม ”

แน่สิ คำถามของเราทำให้แทมินงงเป็นไก่ตาแตก “ รุ่นพี่พูดว่าอะไรนะครับ? ” ไม่แปลกหรอกที่แทมินจะขอให้เราทวนคำถามแปลกๆนั่นอีกครั้ง และไม่ว่าจะเอ่ยทวนสักกี่ครั้ง เรามั่นใจว่าน้องก็ยังไม่สามารถให้คำตอบกับเราในวันสองวันนี้แน่

ไปเรียนเถอะ ” เรามองลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลใสที่กำลังมองมาทางเราอย่างไม่เข้าใจ แล้วค่อยๆปล่อยแขนน้องให้เป็นอิสระ แทมินสบตาเราอย่างลังเลอีกครั้งก่อนบอกลาแล้วรีบเดินออกจากร้านไป                                 

หลังจากนั้น เรานั่งอยู่ในร้านกาแฟต่ออีกพักใหญ่ ปล่อยให้เวลาผ่านเลยไป พร้อมกับพยายามหาคำตอบให้หัวใจที่ยังสับสน ไดอารี่ บอกเราที ทำไมเราถึงรู้สึกดีเหลือเกินเวลามีแทมินอยู่ใกล้ๆ แม้มีสาวสวยจำนวนนับไม่ถ้วนพยายามเข้าหา เรากลับอยากรู้จักแต่น้องเขา ทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน ซ้ำร้ายน้องไม่เคยเห็นเราอยู่ในสายตา เฮ้อ หดหู่พิลึก รีบนอนดีกว่าไหมจะได้หายฟุ้งซ่าน เอ นี่เพิ่งสี่ทุ่มเองเหรอ ทำไมเข็มนาฬิกาดูเหมือนจะเดินช้ากว่าทุกวัน

เพื่อเป็นการฆ่าเวลา เราหวนกลับไปอ่านทวนทุกตัวอักษรที่เขียนมาตั้งแต่ต้น เอาเข้าจริง เมื่อตอนบ่ายเราไม่จำเป็นต้องถามให้น้องตกใจเลย เพราะ..คำตอบ..มันอยู่ในทุกบรรทัดของไดอารี่วันนี้ แตกต่างเพียงแค่ความคิดถึงที่มีมากขึ้นกว่าเมื่อวานเท่านั้น  

ให้ตาย ไอ้คำถามที่ควรถามเรากลับลืมสนิท ตกลง..แทมินพักอยู่หอเดียวกับเราจริง หรือจงฮยอนแค่อำเราเล่น???

 

XXXXXXXXXXXXXXXXXXXX



แทมิน


X4/XX/XXXX


Dear diary,


บังเอิญจริงๆ เมื่อคืนเพิ่งบ่นถึงแท้ๆ ตื่นเช้ามารุ่นพี่จงฮยอนก็มาอยู่ในห้องผมเฉย ใช่แล้ว ผมลืมไปเลยว่ารุ่นพี่เฉินที่เป็นรูมเมทของผมอยู่ชมรมหมากกระดานเหมือนรุ่นพี่จงฮยอน คงจะใกล้มีการแข่งขันหรือเปล่า ประธานชมรมอย่างรุ่นพี่จงฮยอนถึงต้องมาหารุ่นน้องถึงห้องนอน

หลังผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ออกมาไม่เห็นรุ่นพี่เฉินแล้ว เหลือแต่รุ่นพี่จงฮยอนที่กำลังเดินมองรอบๆห้อง

แทมิน นายชื่อแทมินใช่มะ ” จู่ๆรุ่นพี่จงฮยอนก็หันมาถาม ผมรีบโยนชุดนอนในมือลงตะกร้าแล้วหันกลับมารายงานตัว

ปีสองเหรอ? แล้วทำไมถึงมาพักอยู่หอปีสามปีสี่ล่ะ? ” ไม่แปลกที่รุ่นพี่จงฮยอนจะสงสัย โดยปกติหอพักของนักศึกษาปีหนึ่งปีสองจะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกฝั่งหอนาฬิกา ส่วนหอพักของปีสามปีสี่ที่กว้างขวางและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าจะตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของมหาวิทยาลัย

ผมเพียงแต่ส่ายหน้า ไม่กล้าตอบตรงๆว่าทั้งหมดเป็นการจัดการของพี่คีย์ ที่ไม่ยอมปล่อยให้ญาติห่างๆอย่างผมอยู่ไกลหูไกลตา

คีย์ต้องมีเอี่ยวแน่ๆ ” รุ่นพี่จงฮยอนคาดเดาได้อย่างแม่นยำ ผมชักเริ่มกลัวความฉลาดของพี่เขา “ วันนี้มีเรียนแต่เช้าเลยเหรอ วิชาอะไรอะ ” เมื่อผมเงียบไป รุ่นพี่จงฮยอนก็ถามขึ้นมา      

กายวิภาคครับ ” ผมตอบสั้นๆ

ได้ยินเช่นนั้น รุ่นพี่จงฮยอนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมอง แล้วบอกให้ผมรีบไปเข้าเรียน ผมโค้งลารุ่นพี่จงฮยอนเร็วๆก่อนจะเริ่มจ้ำลงจากหอพักดิ่งตรงไปยังตึกเรียนที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของมหาวิทยาลัย เสียงระฆังจากหอนาฬิกาทำให้ผมต้องเริ่มวิ่ง เพราะอาจารย์ฮีชอลเป็นคนตรงต่อเวลา ขืนผมเข้าห้องช้ามีหวังได้ถูกอาจารย์แกล้งแน่ๆ และฉิวเฉียดสุดๆ ผมมาถึงห้องเรียนก่อนอาจารย์จะก้าวเข้าห้องไม่กี่วินาที

พลันสิ้นเสียงระฆังดังหมดคาบเรียน ผมฟุบหน้าลงกับหนังสือกายวิภาคศาสตร์พื้นฐานเล่มโต ด้วยรู้สึกมึนตื้อกับเนื้อหามากมายมหาศาลในบทเรียนที่อาจารย์เพิ่งจับยัดเข้ามาในหัว ไคที่นั่งอยู่ข้างๆยื่นมือมาลูบหัวผมช้าๆ ผมจึงขอฟุบอยู่ท่าเดิมต่ออีกหน่อย รู้สึกดีที่มีคนคอยห่วงใย

สีผมนายเริ่มจางแล้วนะ ไคเอ่ยขณะค่อยๆสางปลายผมที่พันกันเป็นปม ผมส่งเสียงอือออรับทราบ หลังจากสระผมไม่กี่ที สีเขียวที่ย้อมไว้ก็จางลงจนเหลือแต่พื้นผมสีทอง เมื่อเช้า ทำไมมาสาย? ” คำถามของไคทำให้ผมขยับลุกขึ้นนั่งพิงพนักเก้าอี้

รุ่นพี่จงฮยอนมาที่ห้องเรา ” ผมตอบ และเมื่อเหลือบเห็นไคเริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวด “ พอดีรุ่นพี่รูมเมทเรา เขาอยู่ชมรมเดียวกับรุ่นพี่จงฮยอนน่ะ ” ผมรีบชิงอธิบายก่อนไคจะถาม ไม่อยากให้เพื่อนรู้สึกกังวลโดยใช่เหตุ

รุ่นพี่ปีสี่..คิม จงฮยอน..ประธานชมรมหมากกระดานและแชมป์หมากล้อมระดับมหาวิทยาลัยสามปีซ้อน นอกจากมีไอคิวสูงลิบลิ่วและเฉลียวฉลาดหาตัวจับยาก รุ่นพี่จงฮยอนยังได้ชื่อว่าเป็นคนเจ้าชู้ตัวพ่อ ร่ำลือกันทั้งมหาวิทยาลัยว่ารุ่นพี่มีคารมที่สามารถทำให้ทั้งหญิงและชายหลงใหล

ไค..เพื่อนสนิทของผมไม่ค่อยชอบรุ่นพี่จงฮยอนเท่าไหร่ เนื่องจากมีครั้งหนึ่งในการแข่งขันเทควันโดระดับมหาวิทยาลัย รุ่นพี่ในชมรมที่เป็นตัวเก็งในการแข่งขันครั้งนั้นถูกรุ่นพี่จงฮยอนหักอกและเสียใจจนไม่สามารถลงแข่ง ทำให้ชมรมเทควันโดพลาดเหรียญทองในรุ่นนั้นไปอย่างน่าเสียดาย                         

หลังเงียบไปสักพัก “ แทมิน อย่าไปสุงสิงกับพี่เขามากล่ะ เราเป็นห่วง ” ก่อนจะก้าวลงบันไดหน้าตึกเรียน ไคหันมาบอกอย่างตรงไปตรงมา

ผมนี่เกือบขำพรืด คิดว่าคนขี้กังวลอย่างไคจะไม่พูดเตือนผมซะแล้ว “ นายไม่ต้องเป็นห่วงเลย หุ่นขี้ก้างอย่างเราน่ะ พี่เขาไม่เอาหรอก ” ผมเอื้อมโอบไหล่กว้างๆของไคแล้วหัวเราะร่วน “ เคยเห็นเด็กๆของรุ่นพี่จงฮยอนป่าว หุ่นแต่ละคนนี่เซ็กซี่โคตรๆ จะว่าไปนะไค..อย่างนายนี่ใช่เลย ” ครั้นโดนผมล้อเข้า ไคหันมาเหนี่ยวคอผมอย่างไว จงใจขยี้ผมผมซะยุ่ง                

รุ่นพี่มินโฮ! ” เสียงเรียกที่ใหญ่และดังของ..ชานยอล..เพื่อนร่วมชั้นตัวโย่งทำให้ผมหยุดเล่นกับไคและหันกลับไปมอง เห็นชานยอลกำลังก้าวขายาวๆตรงไปหารุ่นพี่ของตนอย่างกระตือรือร้น

ในเนื้อที่อันกว้างขวางของมหาวิทยาลัย แบ่งง่ายๆเป็นสองส่วนหลักๆ ทางทิศตะวันออกเป็นของนักศึกษาปีหนึ่งปีสอง ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นของปีสามและปีสี่ แยกออกจากกันชัดเจน รุ่นพี่รุ่นน้องจะมีโอกาสได้พบกันก็แค่ในชมรมของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่ผมคนเดียวที่กำลังประหลาดใจอย่างมาก เพื่อนๆปีสองทุกคนที่ไม่คุ้นชินกับการได้เห็นรุ่นพี่ปีสี่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักกีฬาชื่อดังระดับชาติก็กำลังรู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้กัน    

เมื่อเห็นผมหยุดมอง ไคจึงหันกลับมามองตาม “ มีอะไรเหรอ? ”

พริบตาหนึ่ง บังเอิญได้สบตากับพี่เขา กระนั้น.. “ ไม่มีอะไร ” ผมเอ่ยบอกไคแล้วเริ่มออกเดินต่อ มั่นใจว่าการมาเยือนของประธานชมรมเป็นเรื่องภายในของชมรมบาสเกตบอล ไม่เกี่ยวกับผมแน่นอน

แล้วผมก็คิดผิดถนัด อยู่ดีๆรุ่นพี่มินโฮก็วิ่งเข้ามายืนขวางทางอีกทั้งยังจ้องหน้าผมเขม็ง ตอนนั้นผมพยายามคิดคิดคิดว่าผมเคยไปทำอะไรให้รุ่นพี่ไม่พอใจไว้บ้าง หรือจะเป็นอุบัติเหตุเมื่อวาน ผมเผลอทำรุ่นพี่เจ็บแขนเจ็บขาหรือเปล่า ผมเริ่มจิตตก

รุ่นพี่?มีอะไรรึเปล่าครับ? ” สุดท้ายผมทำใจดีสู้เสือถามออกไป แต่ในเมื่อพี่เขายังนิ่ง อีกทั้งไคเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจ ผมจึงจำเป็นต้องยิ้มสู้และเริ่มแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน

เพราะรุ่นพี่มินโฮเป็นเพื่อนของรุ่นพี่จงฮยอน ผมจึงเข้าใจว่าทำไมไคถึงแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวใส่รุ่นพี่อย่างนั้น “ เราไม่ยักรู้ว่านายรู้จักกับรุ่นพี่มินโฮเป็นการส่วนตัว ” เมื่อถูกไคเหน็บ ผมรู้สึกจุกตรงลิ้นปี่ ถึงจะสนิทกันมาแต่เด็ก ก็ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างนี่และที่สำคัญ ความทรงจำระหว่างผมกับรุ่นพี่มินโฮก็มีแต่เรื่องน่าอายทั้งนั้น นอกจากไดอารี่ ผมไม่มีวันเล่าให้คนอื่นฟัง  

แทมิน พี่อยากคุยกับนาย ” พอพี่เขาพูดมางี้ ผมนี่อึ้งกิมกี่เลยครับ

เอาแล้วไง รุ่นพี่อยากคุยเรื่องอะไรกับผมล่ะ ผมแทบไม่รู้จักพี่เขา เรื่องไดอารี่เหรอหรือที่ผมตีลังกาพลาดเมื่อวาน เฮ้ย อย่าบอกนะว่าผมทำให้รุ่นพี่บาดเจ็บจริงๆน่ะ ซวยละ นี่พี่เขาตามมาเอาเรื่องผมใช่ไหม กลัวสิ วินาทีนั้นผมกลัวมากด้วย กลัวจนไม่กล้าปฏิเสธรุ่นพี่ไง พอไคจากไป รุ่นพี่ยังเอาแต่จ้องหน้าผม ไม่พูดอะไรสักคำ ผมเริ่มหันมองหาตัวช่วยแต่กลับไปสบเข้ากับสายตานับสิบคู่ของเพื่อนๆที่กำลังมุงดู ด้วยรู้สึกอับอายสุดๆผมหันไปคว้ามือรุ่นพี่ รีบพาเดินไปยังร้านกาแฟใกล้สตูดิโอเต้นรำ ร้านกาแฟร้านประจำที่ผมมักใช้หลบภัยเวลาโดดเรียน   

เมื่อเลือกที่นั่งเหมาะๆได้ ผมถึงหันไปมองรุ่นพี่ที่กำลังอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี ทีแรกผมไม่เข้าใจว่าพี่เขายิ้มอะไร กระทั่งตระหนักว่าผมยังจับมือรุ่นพี่ซะแนบแน่น แค่นั้นแหละ ผมรีบปล่อยมือด้วยความตกใจ ทั้งเขินทั้งกลัวจนต้องรีบขอตัวไปสั่งอาหาร ไม่กล้าสู้หน้าพี่เขา ผมสั่งโกโก้ของดังประจำร้านสองแก้วและสตรอว์เบอร์รี่ชอร์ทเค้กหนึ่งชิ้น ดูเหมือนรุ่นพี่จะชอบโกโก้นะ แต่พอผมชวนกินเค้ก พี่เขาปฏิเสธทันทีเลย เพราะไม่ชอบของหวานหรือไม่ชอบผมกันแน่ ผมอดกังวลไม่ได้จริงๆ

แต่แล้วอยู่ดีๆ รุ่นพี่ก็ถามผมว่าอร่อยไหม ผมเหลือบมองพี่เขาเร็วๆ ก่อนจะหยิบส้อมมาจิ้มสตรอว์เบอร์รี่ส่งให้ ผมถามรุ่นพี่กลับว่าอร่อยหรือเปล่า รุ่นพี่ก็แค่พยักหน้าตอบ ตกลงว่าพี่เขาเป็นคนพูดน้อยหรือแค่ไม่อยากพูดกับผมนะ ผมรู้สึกไม่ดีเลย ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ผมทนไม่ไหว ผมอยากรู้ว่ารุ่นพี่ต้องการอะไรจากผมกันแน่ และผมก็เปล่งถามออกไป...

พี่มีคำถาม อยากจะถามนาย ” และนี่คือคำตอบของพี่เขา ก่อนจะตามมาด้วยคำถามมากมาย คำถามที่ผมสามารถตอบได้ง่ายๆ เพราะทุกคำถามล้วนเกี่ยวกับตัวผม ตั้งแต่วันเกิด เพื่อน ครอบครัว งานอดิเรก ความสามารถพิเศษ กระทั่งการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

รุ่นพี่อยากรู้เรื่องผมไปทำไม ในเวลานั้นผมไม่ทันสงสัย ผมเพียงแต่ตอบคำถามไปเรื่อยๆโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ผมรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อได้รู้ว่าผมไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวในโลกที่เขียนไดอารี่ รุ่นพี่มินโฮเองก็เขียนไดอารี่มาตั้งแต่เรียนประถม และวันนั้นรุ่นพี่ก็ซื้อไดอารี่แบบเดียวกับผมนั่นแหละ ตกลงว่าไม่ได้ซื้อให้แฟนอย่างที่ผมเข้าใจ

เสียงระฆังจากหอนาฬิกาทำให้ผมตกใจนิดหน่อย สองชั่วโมงผ่านไปไวเหมือนโกหกเมื่อมีรุ่นพี่มินโฮอยู่ตรงหน้า ผมอยากอยู่ต่อ ติดแต่มีสอบเก็บคะแนนในวิชาคาบบ่าย ผมถึงโดดเรียนไม่ได้ เหมือนกับว่ารุ่นพี่ยังมีคำถามอยากถามผมต่อ ผมจึงลังเลว่าสมควรขอตัวไปเรียนไหม สุดท้ายผมตัดสินใจถามให้แน่ใจ และเมื่อพี่เขาส่ายหน้า ผมถึงเริ่มลุกออกจากโต๊ะเดินออกไป แต่แล้วโดยไม่ทันได้ระวังตัว ในชั่วขณะที่ถูกรุ่นพี่ฉวยจับแขน ตัวผมแข็งทื่อไม่สามารถขยับไปไหน ผมหันไปสบตารุ่นพี่อย่างไม่เข้าใจ

“ แล้วคืนนี้ พี่จะคิดถึงนายอีกไหม? ” คำถามนั้นทำให้ผมหูอื้อจนไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกต้อง ฝ่ามือใหญ่ๆของรุ่นพี่ร้อนผ่าว ผมรู้สึกราวกับแขนซ้ายของตัวเองกำลังจะมอดไหม้

รุ่นพี่พูดว่าอะไรนะครับ? ” คำถามของผมทำให้รุ่นพี่เงียบไปชั่วขณะ และเป็นชั่วขณะที่ทำให้ผมเริ่มไม่มั่นใจว่าอยากได้ยินคำตอบจากพี่เขาหรือเปล่า

ไปเรียนเถอะ ” ไม่ใช่เพราะคำบอกของรุ่นพี่มินโฮหรอกที่ทำให้ผมรีบบอกลาและวิ่งกลับตึกเรียน แต่เป็นเพราะสายตาที่พี่เขาใช้มองมาก่อนจะปล่อยให้ผมเป็นอิสระต่างหาก สายตาที่ทำให้หัวใจผมเต้นถี่ สายตาที่เกือบทำให้ผมหลงคิดว่ารุ่นพี่กำลังตกหลุมรักผมหัวปักหัวปำ สายตาที่ทำให้ผมต้องวิ่งหนีก่อนจะต้องมนตร์สะกดจากดวงตาคมเข้มคู่นั้น

ความรู้สึกนี้ไม่ปกติเลย ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร ตั้งแต่ตอนบ่ายคำพูดของรุ่นพี่ยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หายไปไหน รุ่นพี่จะคิดถึงผมเหรอ คิดถึงทำไม ถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงก็ว่าไปอย่าง ด้วยสายตาที่ใช้มองมาแบบนั้น ผมคงคิดลึกไปไหนต่อไหน แต่นี่รุ่นพี่เขาเป็นผู้ชายทั้งแท่งแถมยังหล่อมากด้วย เย้ย!ไม่!ไม่!ไม่!เป็นไปไม่ได้เลย บางทีคนจากชมรมหนังสือพิมพ์อาจฝากรุ่นพี่มาถามประวัติผมก็ได้เนอะไดอารี่ ถามซะละเอียดขนาดนั้นคงจะเอาไปตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัยแน่ๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

189 ความคิดเห็น

  1. #177 Taemmy_TH (@fefrf) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 15:56
    ชอบน้องมากมั้ยถามใจเธอดูมินโฮน่ารักดูใสๆไม่ประสากับการจีบสาว555555
    #177
    0
  2. #162 [[Oo..~*VaLyn_KH*~..oO]] (@valyn-kh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 12:54
    ตายๆๆๆๆ ละมุนเกินไปแล้ววววว น่ารักมากอ่ะ

    โฮเหมือนคนเพิ่งหัดจีบสาว แบบไม่กล้าจีบตรงๆ

    ถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวไปเรื่อย มองสำรวจหน้าเพลินๆ

    แต่การกระทำนี่ก็รุกไม่ใช่ย่อยๆ ไปดักรอ แถมว่าว่าคิดถึงน้องอีก

    แทมเอ๋ยยยย นี่ถ้าไม่บื้อเกินไปก็ควรรู้ตัวนะว่าพี่เค้าจีบอยู่ ฮิๆๆๆ
    #162
    0
  3. #137 barbinkyz0.0tamm (@barbinkyz0tamm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 14:04
    โอรยยยยน่ารักมาก
    เขินมาก เขินที่สุดพี่เมียนรุกน้องหนักมาก
    รุกได้ไม่เห็นอกเห็นใจคนอ่านอย่างเราเลย 55555
    #137
    0
  4. #63 ❤MINGTAEM (@sugar2min) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 02:12
    กรี๊ดดดดดดด >0< น่ารักมากกกกกกกกกกกก
    พี่ชเวหยอดมาก T-T หลงน้องแล้วก็บอกมาาาาาาาาาา
    ตอนนี้น่ารักมากๆเลยค่า 
    ไคไม่ต้องหวงเพื่อนไปจ้า พี่ชเวคนดี 555555+ ดูแลน้องแทมได้
    น้องแทมินก็ดูจะเขินๆ -//////- 
    #63
    0
  5. #20 SweetiMargarine (@mymelody-tame) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 11:09
    ชอบอ่าา >< ไดอารี่ทูมินน่ารักม๊ากมาก มินโฮอ่า ต้องอย่างงั้น ชอบเค้าก็ต้องทำตัวแปลกๆแบบนี้แหละ(?) น้องเค้าจะได้ใจเต้นแบบนี้ไง อร๊ายยยย
    #20
    0
  6. #19 Tamnista (@361511) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 23:57
    มินโฮนี่หลงน้องหนักเอาการเหมือนกันแฮะ
    #19
    0
  7. #15 TAEMINHO (@taeminhoshawol) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 22:28
    กรี๊ดดดดดดดด อิพี่หลงน้องหนักเลยค่า
    #15
    0
  8. #10 anjoy (@joyloso) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 21:19
    แทมคิดเองเออเองอีกแล้วนะ พี่มินโฮเขาชอบแกนะ รู้ยัง
    #10
    0
  9. #6 Tw0MinnIE (@lotus2012) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 20:09
    อร้ายยยย น่ารักอ่ะ มินโฮจีบเลยจีบเลน แทมก็ชอบพี่เค้าอยู่ใช่ไหม
    #6
    0