2MIN's DIARY [SHINee 2Min OnKey Fiction]

ตอนที่ 13 : DAY 12 :: Part one + Special part :: Jinki

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 มิ.ย. 58


แทมิน


12/
XX/XXXX

Dear diary,

ด้วยเมื่อเย็นมีเหตุที่ทำให้ผมไม่ได้กลับหอ ไดอารี่ประจำวันจึงถูกเขียนลงในแผ่นกระดาษขนาดเอสี่ที่ผมขอยืมมาจากเจ้าของห้อง เมื่อได้รับมาถือ ผมนิ่งมองแผ่นกระดาษสีขาวที่ไม่มีเส้นบรรทัดในมืออย่างตรึกตรอง

แผ่นเดียวพอไหม

อาจารย์จินกิถามได้ตรงใจผมเหลือเกิน พอหรือไม่ ผมรีบคาดคะเน หากจะเขียนทุกเรื่องราวอย่างละเอียดยิบคงต้องใช้กระดาษสักสิบแผ่น แต่ในความเป็นจริง มันไม่มีเหตุการณ์ใดในวันนี้ที่ผมอยากบันทึกไว้ในสมุดแห่งความทรงจำ ฉะนั้น แค่หนึ่งหน้ากระดาษยังถือว่าพอเหลือเฟือ

เป็นความผิดผมเองที่ไม่ได้บอกอาจารย์ว่าจะเอากระดาษมาทำอะไร ผมเอ่ยขอโทษแล้วขอเพิ่มสามแผ่นเผื่อๆไว้ ยืนมองอาจารย์เดินกลับเข้าห้องไปหยิบกระดาษบนโต๊ะทำงาน แล้วหวนกลับมาส่งกระดาษให้ผมอีกหน หันมองความเรียบร้อยโดยรอบอีกครั้ง

ถ้าต้องการอะไร เรียกพี่ได้ตลอดนะ ไม่ต้องเกรงใจ เมื่อผมพยักหน้ารับ อาจารย์ในชุดนอนสีครีมยิ้มอ่อนก่อนเดินกลับเข้าห้องตัวเองไป โดยจงใจแง้มเปิดประตูไว้เผื่อผมต้องการความช่วยเหลือ

ผมโค้งขอบคุณอาจารย์อยู่นาน ก่อนค่อยๆนั่งลงบนโซฟาตัวยาวบุผ้ากำมะหยี่สีน้ำตาล ที่นอนของผมคืนนี้ ผมเอื้อมวางกระดาษไว้บนโต๊ะไม้ทรงสี่เหลี่ยมตรงหน้า เอนหลังพิงพนักโซฟาแล้วหันมองรอบด้านอย่างสนอกสนใจ

ถึงรู้จักมักคุ้นกันพอสมควร ผมไม่เคยมาเยือนที่พักที่อยู่นอกรั้วมหาวิทยาลัยของอาจารย์จินกิมาก่อน ไม่เสียทีที่มีเชื้อสายผู้ดีเก่าอย่างที่พี่คีย์เคยเล่า ที่พักชั่วคราวของอาจารย์คือเพนท์เฮ้าส์หรูที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตัวอาคารสูงสิบชั้น ซึ่งถือว่าหรูหราและมีราคาแพงที่สุดในชนบทแห่งนี้ เพดานสูงสีขาวทำให้ห้องดูโปร่ง มีพื้นที่มากกว่าห้องพักนักศึกษาของผมเกือบสิบเท่า แบ่งเป็นห้องนอนใหญ่สองห้องที่ประกอบด้วยเตียงขนาดคิงไซส์ และเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศ มีห้องน้ำที่ใหญ่เท่าห้องนอนที่บ้านผมรวมสามห้อง ห้องครัว ห้องอาหาร และห้องนั่งเล่นที่มีแกรนด์เปียโนสีขาวตั้งอยู่ข้างชุดโซฟาและเตาผิงไฟ

ภายในตกแต่งสไตล์ร่วมสมัยด้วยโทนสีครีมและน้ำตาลเข้ากับบุคลิกของอาจารย์ ที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกอบอุ่นและไว้เนื้อเชื่อใจ แต่ทั้งนี้ ผมยังสัมผัสได้ถึงตัวตนของพี่คีย์อยู่ในทุกๆที่ผ่านข้าวของเครื่องใช้น่ารักๆสีสันสดใส ผมหยิบหมอนหนุนสีชมพูกลีบบัวบนโซฟาขึ้นมาวางบนตักเพื่อรองเขียน พลางนึกถึงภาพพี่คีย์กับอาจารย์แล้วอมยิ้มละไม มันคงมีความสุขดีที่สามารถผนวกรวมสองสิ่งต่างขั้วมาอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวและสวยงาม

เมื่อเงยหน้ามองแชนเดอเลียร์เหนือศีรษะ ความระยิบระยับยามเม็ดคริสตัลใสกระทบแสงไฟแลเลอค่าเจิดจรัส มันทำให้ผมเริ่มนึกถึงรุ่นพี่มินโฮและความเป็นไปได้ระหว่างเรา นักศึกษาธรรมดาๆอย่างผมกับดาวดวงใหม่ของวงการบาสเกตบอล แค่เริ่มต้น ทั้งตัวและหัวใจยังต้องเจ็บหนัก แล้วในอนาคตข้างหน้าล่ะ..ผมจะแบกรับความรู้สึกเสียใจและด้อยค่าของตัวเองไหวไหม

เข้าเรื่องราวของวันนี้ดีกว่า ผมหวังว่าสุดท้าย ผมจะตาสว่างพอมองออกว่าใครถูกหรือผิด เริ่มจากเมื่อเช้า ขณะพี่คีย์ยังหลับสนิท ผมตื่นขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเงียบเสียง แล้วชิงออกจากห้องก่อนโดยไม่ลืมกินยาที่พี่คีย์เตรียมไว้ให้ เช้าตรู่วันศุกร์ ภายในหอพักยังเงียบสงบเป็นปกติ เมื่อเดินมาถึงเชิงบันไดชั้นสี่ ผมหันมองไปยังประตูห้องสีน้ำตาลแดงตรงสุดทางเดินปีกซ้ายอย่างอดใจไม่ได้ ถึงกำลังงอนพี่เขา ความรู้สึกอยากพบยังคงมีอยู่มากมาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมหวังไว้มากว่ารุ่นพี่จะมาคอยตามง้อแต่เช้า หัวใจผมถึงเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆในทุกฝีเท้าก้าวลงบันได  

ทันทีที่ลงมาถึงชั้นล่าง ผมรีบหันมองไปยังประตูทางออก แรกได้เห็นร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งภายใต้แสงแดดเหลืองทอง หัวใจพองโตด้วยความรู้สึกดีใจ หากแต่เมื่อมองให้ชัด จากเบิกบานพลันเปลี่ยนเป็นผิดหวังสาหัส ผมพยายามปรับอารมณ์ไม่แสดงออกทางสีหน้า ทว่าถึงจะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่สามารถปิดบังเพื่อนสนิทอย่างไคได้สักครั้ง

ในตอนนั้น นึกอยากหากระจกมาส่องให้รู้ว่าตัวเองกำลังทำหน้ายังไง ไคถึงได้รีบเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี มือขวายกประคองใบหน้าผมไว้

เมื่อวาน ทำไมไม่เปิดมือถือ เราติดต่อนายไม่ได้เลย ไคเริ่มด้วยการติติงเป็นนิสัย มันเป็นความผิดของผมนั่นแหละที่ทำให้ไคต้องมาคอยเป็นห่วง และหากว่ามันจะช่วยคลายความวิตกกังวลของเพื่อนได้ ผมก็เต็มใจให้ไคกอดจนกว่าจะรู้สึกสบายใจ  

ในอ้อมแขนมั่นคง ผมเกยคางไว้บนไหล่เพื่อน ทอดสายตามองสวนหย่อมด้านหน้า สองแขนทิ้งไว้ข้างลำตัวอย่างปลกเปลี้ย ท่าทางซังกะตายของผมทำให้ไคแนะนำให้ผมหยุดเรียนต่ออีกสักวันเพื่อพักผ่อน ผมส่ายหน้าไม่เห็นด้วยทันที เพราะเวลานี้ผมยังอ่อนแอเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวเพียงลำพัง  

ช่วยดูแลเราสักวันนะไค ผมอ้อน แล้วเกี่ยวแขนพาไคเดินออกจากหออย่างเอาแต่ใจ

ชั่วโมงบาสเกตบอล ไม่เคยทำให้ผมรู้สึกแย่มากเท่านี้มาก่อน มันไม่เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บน่ารำคาญเวลาวิ่งหรือกระโดด แต่เป็นเพราะความหมางเมินของผู้ช่วยสอนร่างสูงที่ตั้งใจทำตัวห่างเหิน ผมสัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็นรุ่นพี่มินโฮเดินเข้ามาในยิมเนเซียมสีดำพร้อมกับลูกบาสในมือ รุ่นพี่ชำเลืองมองผมเร็วๆหนึ่งครั้ง ก่อนจะทำเหมือนผมไม่มีตัวตนอยู่ในยิมเนเซียมแห่งนี้อีกเลย

พี่เขาทำผมยืนอึ้งอยู่พักนึงเลยล่ะ จนถูกไคโอบไหล่พาเดินไปอีกทาง ผมถึงก้าวตามด้วยความงุนงง ขณะยืนต่อแถวเตรียมฝึกชู้ตลูกลงห่วงในระยะ3แต้ม ผมแอบมองรุ่นพี่ที่กำลังฝึกเพื่อนๆอีกกลุ่มด้วยท่าทีขึงขัง กระทั่งได้ยินเสียงอาจารย์ชางมินเรียก ผมถึงก้มหยิบลูกบอลบนพื้น พยายามเล็งและชู้ตให้ตรงเป้า แต่ถึงจะตั้งใจแค่ไหน ลูกก็ยังไปไม่ถึงห่วงสักครั้ง  

ลองกระโดดแล้วชู้ตดูสิ จะได้มีแรงส่งมากขึ้น ชานยอลผู้หวังดีกระซิบบอกจากด้านหลัง เป็นคำแนะนำที่ดี แต่ที่ผมลังเล เพราะยังไม่มั่นใจกับสภาพร่างกายของตัวเองนัก กระนั้น ด้วยไม่อยากให้เพื่อนตัวสูงเสียน้ำใจ กระโดดเบาๆสักทีคงไม่เป็นอะไร ผมคิดอย่างนั้น

แล้วผมก็กระโดดพร้อมกับสะบัดข้อมือส่งลูกลงห่วงได้ดังหวัง ทว่าปัญหามาเกิดในจังหวะที่เท้าเหยียบลงพื้น ส่งแรงกระแทกต่อไปถึงสะโพกที่ยังปวดระบมอยู่เดิม ส่งผลให้ผมทรุดลงนั่งกับพื้นโดยไม่สามารถฝืนลุกยืนได้อีก ผมรู้ว่าผมกำลังหน้าซีด ไม่ใช่เพราะเห็นเพื่อนและอาจารย์กรูเข้ามารุมล้อม แต่เป็นเพราะหัวใจมันเต้นเร็วและแรงเกินพอดีทันทีที่ถูกรุ่นพี่มินโฮวิ่งเข้ามาช้อนอุ้มจนตัวลอย ราวกับโลกกำลังหมุนเคว้ง ตามันลายจนผมต้องหลับตาลง

ห่างไกลจากกลุ่มเพื่อน เสียงอื้ออึงเริ่มเบาบาง ผมถูกอุ้มเข้ามาในอีกสถานที่หนึ่งซึ่งเงียบสงบดีเหลือเกิน บรรยากาศสะอาดสะอ้านทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง หลังถูกประคองลงนอนบนเตียง ผมได้ยินเสียงรุ่นพี่คุยกับอาจารย์ประจำห้องพยาบาล เล่าอาการของผมได้ละเอียดกว่าตัวผมเสียอีก ผมลืมตาเมื่อได้ยินอาจารย์ซอฮยอนเรียก พยายามตอบคำถามและให้ความร่วมมือเท่าที่ทำได้ สุดท้ายผมได้ยามากินสองเม็ดและถูกสั่งให้นอนพักจนกว่าจะหายดี                          

หลังอาจารย์เดินออกไปจากห้องไม่นาน ฝากดูแลเพื่อนด้วย รุ่นพี่มินโฮหันไปบอกไคแล้วเตรียมจะเดินหนี ผมได้ยินแล้วรีบฉวยจับมือพี่เขาไว้ทันที ลืมสนิทว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพัง

ตกลงกันให้เรียบร้อย แล้วค่อยเรียกละกัน ผมมองตามหลังไคอย่างประหลาดใจ นอกจากจะไม่แสดงท่าทีเขม่นเหม็นหน้า ไคเพียงยักไหล่แล้วเดินออกไปโดยไม่ว่าอะไร

เมื่อถูกทิ้งให้อยู่กันสองต่อสอง ผมเพิ่งฉุกคิดอย่างไม่พอใจว่าทำไมถึงเป็นผมทุกทีที่เหนี่ยวรั้งรุ่นพี่ไว้ มันใช่ผมที่ต้องคอยตามง้อซะเมื่อไหร่ ผมรีบปล่อยมือรุ่นพี่ โค้งขอโทษที่เสียมารยาท โดยไม่ลืมตบท้ายด้วยคำขอบคุณที่พี่เขาอุตส่าห์อุ้มมาส่งถึงห้องพยาบาล ก่อนจะเบือนหน้ามองม่านกั้นเตียงสีเขียวอ่อนข้างๆ พยายามสงบสติอารมณ์

ผมตกใจเมื่อจู่ๆรู้สึกถึงเตียงยวบไหวข้างๆตัว หัวใจมันตกไปอยู่ตรงตาตุ่ม เมื่อถูกรุ่นพี่จับคางบังคับให้หันกลับมาเผชิญหน้า ตาคมฉายแววดุเยี่ยงผู้ใหญ่มองเด็กที่ทำให้ผมรู้สึกตัวเล็กกระจิริด ไม่กล้าแผลงฤทธิ์อีกต่อไป   

ทำแบบนี้ทำไม

เป็นคำถามตรงไปตรงมาของรุ่นพี่ที่ผมฟังแล้วไม่เข้าใจ ทำแบบนี้ของรุ่นพี่คือทำแบบไหน

หรือนายตั้งใจจะปั่นหัวพี่เล่น

เมื่อเห็นรุ่นพี่ก้าวขึ้นเตียงแล้วขยับเข้ามาใกล้อย่างไว ผมรีบถัดตัวถอยจนหลังชนเข้ากับพนักหัวเตียง ผมมองเข้าไปในดวงตาคมกล้าที่กำลังใกล้เข้ามาด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น ต้นขาถูกคร่อมด้วยตัวพี่ที่ใหญ่โตกว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะขยับหนี สัมผัสร้อนวาบจากฝ่ามือบนบ่าทั้งสองข้างทำให้หัวใจเต้นระส่ำ ใครกันแน่ที่กำลังจงใจแกล้งกัน เพราะถึงสีหน้าและท่าทีของรุ่นพี่จะดูดุดัน ทว่าจูบนั้นกลับอ่อนหวานจนผมไม่มีแก่ใจคิดอะไร

จากลาดไหล่ รุ่นพี่ค่อยๆเลื่อนมือขึ้นประคองใบหน้าผมไว้ จุมพิตอ้อยอิ่งประวิงเวลา เนิบช้าทว่าดูดดื่มเชื่อมโยงสองเราไว้ไม่ห่าง ผมค่อยๆยกฝ่ามือขึ้นลูบสัมผัสแผ่นหลังกว้าง แต่แล้วฉับพลัน รุ่นพี่กลับโอบรวบตัวผมเข้ามากอดแน่น แน่นขนัดเสียจนผมไม่สามารถขยับตัว ทำได้แต่อิงแก้มซบอกฟังเสียงหัวใจของรุ่นพี่ที่กำลังเต้นรัว

พี่ไม่ชอบตัวเองตอนนี้เลย ผมไม่เข้าใจคำพูดของพี่เขานักจึงไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกดีหรือแย่ ไม่ชอบตัวเองตอนนี้? หมายถึงไม่ชอบกอดผมหรือเปล่า? ผมคาดเดาอย่างหัวเสียแล้วเริ่มขยับ แต่กลับถูกรุ่นพี่กอดรัดแน่นกว่าเก่า

แทมิน เรายังคบกันอยู่ใช่ไหม ขี้โกง นี่สมควรเป็นคำถามของผม ไม่ใช่ของพี่เขาสักหน่อย

ผมโพล่งตอบออกไปเสียงดัง ดังชัดพอทำให้ได้เห็นรอยยิ้มของรุ่นพี่เป็นครั้งแรกของวัน ผมเขินจนหน้าแดงขณะรุ่นพี่ก้มลงมาจูบหน้าผาก รู้สึกดีและตื่นเต้นมากไม่ต่างจากวันแรกที่เริ่มคบกัน แต่ทว่า เวลาแห่งความสุขนั้นแสนสั้น เพราะยังไม่หมดคาบเรียน รุ่นพี่จำเป็นต้องกลับไปช่วยอาจารย์ชางมินสอนต่ออย่างเลี่ยงไม่ได้

ตอนเย็น อย่าเพิ่งกลับก่อนล่ะ พี่จะไปรับที่ชมรม

ก่อนจะเดินออกไป รุ่นพี่มินโฮจับแก้มผมแล้วกำชับด้วยรอยยิ้ม ผมพยักหน้ารับหงึกๆ รู้สึกราวกับเพิ่งหลุดจากความฝัน ตลอดช่วงบ่ายผมลืมงอนไปเลยหลังจากจูบนั้น กระทั่งใกล้เวลาเลิกชมรม ผมยังไม่สามารถหยุดอมยิ้มได้เลย     

อารมณ์ดีจังนะคะ จอยเอ่ยทัก หลังจากเดินเข้ามานั่งข้างๆผมบนเก้าอี้ข้างสนาม ผมละสายตาจากการซ้อมของสมาชิกชมรมบนฟลอร์ หันมามองหญิงสาวผมส้มที่กำลังจ้องมองผมอย่างสังเกตสังกา และเมื่อผมยังไม่พูดอะไร เห็นรุ่นพี่สบายดี ฉันก็สบายใจค่ะ จอยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

เพื่อไม่ให้ถูกซักไซ้มากไปกว่านี้ ผมบอกเธอว่าแข็งแรงดี ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แม้รู้แก่ใจว่ามันเป็นการโกหกที่ไม่แนบเนียนเอาเสียเลย เพราะตั้งแต่เข้าชมรมมา ไม่เคยมีสักวันที่ผมไม่ลงไปยืดแข้งยืดขาบนฟลอร์

และเมื่อผมหันไปมองการฝึกซ้อมต่อ วันที่รุ่นพี่เดินไปส่งฉันที่หอ ฉันเห็นรุ่นพี่ทะเลาะกับรุ่นพี่มินโฮ...เอ่อ เป็นเพราะฉันหรือเปล่าคะ ฉันรู้สึกไม่ดีเลย ทั้งตกใจ ทั้งแปลกใจที่ได้ยิน ผมมั่นใจว่าตอนนั้นผมกับรุ่นพี่ไม่ได้ทะเลาะกันเสียงดังจนทำให้คนแถวนั้นแตกตื่นสักหน่อย

อันที่จริงมันก็เป็นเพราะเธออะนะ แต่ถึงอย่างนั้น ผมตัดสินใจที่จะปฏิเสธและใช้โอกาสนี้พูดกับจอยเรื่องรุ่นพี่มินโฮกับพี่คีย์เสียเลย พอพูดจบ ผมประหลาดใจมากเมื่อถูกหญิงสาวผู้สดใสชักสีหน้าใส่ทันที

ทำไมรุ่นพี่ไม่เชื่อฉัน!?! จอยตวาดผมเสียงดังก่อนเดินกระแทกส้นจากไปอย่างไม่พอใจ

กริยาก้าวร้าวของรุ่นน้องทำให้ผมอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเริ่มออกเดินตามด้วยรู้สึกสงสัย ผมเกือบคลาดกับเธอเพราะยังไม่สามารถก้าวได้เร็วดั่งใจ กระนั้น ผมยังตามมาทันได้เห็นจอยเดินจูงมือรุ่นพี่มินโฮหายไปด้านข้างยิมเนเซียมเต็มสองตา

เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาด ผมรีบก้าวตามและมาหยุดแอบมองคนทั้งสองอยู่ไกลๆ จอยรู้จักกับรุ่นพี่เป็นการส่วนตัวเหรอ ถึงได้กล้าจับมือถือแขน ผมไม่พอใจนะ แล้วทำไมรุ่นพี่มินโฮถึงเอาแต่ยืนนิ่ง กำลังคุยกันเรื่องอะไร ทำไมต้องมาแอบคุยกันในที่ลับตาคน มันน่าสงสัย เมื่อยืนตรงนี้ฟังไม่ได้ยิน ผมค่อยๆย่องเข้าไปใกล้อีกหน่อยและหลบอยู่หลังตู้กดน้ำเครื่องใหญ่   

ฉันชอบรุ่นพี่

คำสารภาพของจอยทำให้ผมใจหายวาบ พยายามคิดทบทวนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาตัวเองพลาดอะไรไปบ้าง ถึงไม่เคยรู้เลยว่าจอยคิดแบบนั้น แต่จะว่าไป นี่อาจเป็นเหตุผลที่หญิงสาวเข้ามาตีสนิทและจับตามองผมมาโดยตลอด อธิบายได้ว่าทำไมจอยถึงไม่อยากให้ผมคบกับรุ่นพี่ เพราะอย่างนี้นี่เอง

โชคร้าย ผมไม่อาจจับใจความสำคัญจากน้ำเสียงทุ้มต่ำของรุ่นพี่ได้ รุ่นพี่มินโฮจ้องหน้าจอยตาไม่กระพริบขณะตอบคำถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยยากอ่านความคิด และเพราะผมกำลังแอบมองคนทั้งสองจากด้านข้าง จึงไม่อาจบอกได้ว่าตาคมกำลังฉายแววพิศวาสหญิงสาวตรงหน้าหรือไม่    

ทั้งที่รู้ รุ่นพี่ยังทำรุ่นพี่แทมินได้ลงคอ...ใจร้ายจังนะคะ

จนถึงวินาทีนี้ผมยังจดจำทุกคำพูดของจอยได้แม่นยำ หัวใจมันเต้นระส่ำ เมื่อมีชื่อของตัวเองเข้าไปเกี่ยว ด้วยเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายเป็นทุนเดิม ผมจึงตีความหมายของคำว่า...ทำ...ในที่นี้ไปในแง่ร้ายสุดขีด และการที่ผมถูกขืนใจไม่ใช่เรื่องที่ควรประกาศให้ใครต่อใครรับรู้ ตอนนั้นผมโกรธ โกรธมากจนอยากเดินเข้าไปถามให้รู้เรื่อง แต่ด้วยความรู้สึกอับอายที่มีมากกว่าหลายเท่าตัว ผมจึงได้แต่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ตรงนั้น กัดฟันข่มอารมณ์โกรธของตัวเอง   

คนทั้งสองพูดคุยกันต่อด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก สักพัก เริ่มปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาว ผมรู้สึกไม่ดีเลยเมื่อเห็นจอยเริ่มก้าวเข้าใกล้รุ่นพี่ก่อนจะยกมือขึ้นคลอเคลียใบหน้า แต่มันน่าเสียใจกว่าที่รุ่นพี่ไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธสัมผัสของหญิงสาวเลย ด้วยบทสนทนาที่แผ่วเบาเท่าเสียงกระซิบ ผมไม่สามารถได้ยินถ้อยคำที่ออกมาจากรอยยิ้มกริ่มของหญิงสาว เสียงเดียวที่ดังชัดคือเสียงหัวใจตัวเองที่กำลังขยับเต้นอย่างปวดร้าว ผมไม่สามารถอธิบายความรู้สึกขณะที่เห็นสาวผมส้มเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบรุ่นพี่ได้เลย

ริมฝีปากมันสั่นเทาจนไม่อาจเปล่งถ้อยคำใด ดีเท่าไหร่ที่ผมไม่ล้มทั้งยืนตั้งแต่แรกเห็น ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออก ได้แต่บอกให้ตัวเองรีบเดินออกมาจากตรงนั้นแม้สองขากำลังสั่นเทิ้มจนทำให้แต่ละย่างก้าวซวนเซ ผมจำได้ว่าในก้าวหนึ่ง ผมพลั้งเหยียบกระป๋องเปล่าข้างถังขยะ ก่อเกิดเสียงที่ทำให้รุ่นพี่หันมองมาทางผมทันที  

แทมิน! ”

ผมรีบเร่งฝีเท้าหนีเจ้าของเสียงเรียกหาผู้กำลังวิ่งตามมาข้างหลัง...แทมิน...ผมยกมือขึ้นปิดหู ไม่อยากได้ยิน เพราะแทมินเป็นชื่อของคนบาปหนักและโง่เขลา ผู้เพิ่งสูญเสียทุกสิ่งไปกับความรักที่ไม่มีอยู่จริง

เวลานั้น ผมวิ่งไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายกระทั่งก้าวลงถนนตัดหน้ารถยนต์คันหนึ่ง นับว่าชะตายังไม่ขาด เมื่อเจ้าของรถมินิแวนสีชมพูที่ขับมาด้วยความเร็วเท่าคนเดินสามารถเหยียบเบรคได้ทันการ อาจารย์จินกิรีบเปิดประตูวิ่งลงมาดูผมที่กำลังยืนสติแตกอยู่หน้ารถด้วยสีหน้าตื่นตกใจไม่ต่างกัน ทันทีที่ได้สบตา ผมโผเข้ากอดอาจารย์และอ้อนวอนขอให้ช่วยพาผมไปจากที่นี่ด้วยเสียงสั่นเครือจนเกือบฟังไม่ได้ศัพท์ อาจารย์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งถึงตัดสินใจประคองผมขึ้นรถและขับพามายังบ้านพัก ซึ่งเป็นเสมือนที่หลบภัยของผมในค่ำคืนนี้                               

เขียนมาถึงกระดาษหน้าสุดท้ายจนได้ ใช้ของที่ยืมมาได้คุ้มค่ากว่าที่คิด เลยเที่ยงคืนมานานแล้ว ผมรู้ว่าผมควรเข้านอนตั้งแต่เมื่อหลายนาทีก่อน แต่หากผมวางปากกาแล้วหลับตาลง ตัวตนอันว่างเปล่าของผมคงจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความรู้สึกทุกข์ระทม ในค่ำคืนมืดสลัวและเงียบสงัด ผมตระหนักอยู่เสมอว่าผมเป็นคนเลือกเองว่าจะเผชิญหน้ากับราตรีนี้อย่างโดดเดี่ยว ทว่าเอาเข้าจริงผมกลับไม่เข้มแข็งพอ มันเหงา เหงาเกินไป ไดอารี่ ผมควรทำอย่างไร ในเวลาที่ไม่มีใคร...ผมกลับต้องการใครสักคน



XXXXXXXXXXXXXXXXXXXX

 


LEE JINKI... 
 


โดยปกติ เมื่อเตรียมการสอนเสร็จและโทรศัพท์ไปราตรีสวัสดิ์คนรักเรียบร้อย จินกิจะเข้านอนแต่หัวค่ำ แต่ด้วยวันนี้ได้ประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจ จวนจะตีหนึ่ง จินกิยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง ไม่สามารถทำใจให้หลับลง

ตลอดสามชั่วโมงก่อนหน้า อาจารย์หนุ่มคอยแง้มประตูดูลูกศิษย์ของตัวเองเป็นระยะ ตั้งแต่เดินกลับเข้าห้องมา แทมินที่ไม่เคยลุกออกจากโซฟาเอาแต่นั่งก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษ สีหน้าดูเศร้าหมอง เที่ยงคืน เมื่อสังเกตเห็นไฟจากแชนเดอร์เลียดับลง จินกิก้าวลงจากเตียงมาแอบดูอีกครั้ง ภายในห้องรับแขกกว้างขวางที่ทำให้ศิษย์ร่างเล็กยิ่งดูตัวเล็กกระจ้อยร่อย คงเหลือเพียงแสงสีขาวนวลจากโคมไฟบนโต๊ะข้างโซฟา

ในความมืดสลัวที่ทำให้ใบหน้าซีดเซียวของศิษย์ยิ่งดูหมองมัว ความเป็นห่วงเป็นใยของครูพลันเพิ่มขึ้นเท่าทวี ยังดีที่โคมไฟสไตล์วินเทจลายลูกไม้สีชมพูกลีบบัวที่มีฐานเป็นกระต่ายน้อยน่ารักตัวอ้วนกลมสามารถเรียกรอยยิ้มบางๆจากศิษย์ผู้เศร้าสร้อย ต้องยกความดีให้คีย์ผู้เป็นเจ้าของสิ่งของน่ารักๆทุกชิ้น หากไม่มีคีย์คนดีเข้ามาช่วยจัดการ ในห้องพักหรูหราเกินพอดีที่คุณหญิงแม่จัดหาให้ คงดูจืดชืดไร้ชีวิตชีวา                    

ตอนหัวค่ำ ทันทีที่โทรไปแจ้งข่าวพร้อมกับสารภาพว่าเกือบขับรถชนแทมิน คีย์โกรธจินกิอยู่พักใหญ่ แต่หลังได้ดุได้ว่าจนสามารถสงบจิตสงบใจ คีย์ถึงเริ่มซักถามความเป็นไปอย่างเป็นเหตุเป็นผล จินกิส่งโทรศัพท์ให้แทมินคุยกับคีย์ตามคำสั่ง แต่ทั้งนี้คีย์ก็ยังไม่ได้รับฟังคำตอบที่ต้องการ แย่กว่าเดิมเมื่อคีย์ถูกน้องรักเอ่ยห้ามไม่ให้มาหาอย่างเด็ดขาด จึงเป็นจินกิที่ตกที่นั่งลำบากต้องมารับมือกับอารมณ์ฉุนเฉียวของคนรักอยู่นานสองนาน

ทำไมแทมินถึงดื้อนักนะ จินกิฟังคีย์บ่นแล้วส่ายหน้า คีย์คงไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองก็มีนิสัยดื้อแพ่งไม่ยอมใคร ไม่ต่างจากน้องชายสักนิด ผมต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น! เมื่อคีย์ประกาศกร้าว จินกิค่อนข้างมั่นใจว่าไม่เกินคืนนี้หรอก คีย์จะต้องได้คำตอบที่ตัวเองต้องการ ฝากดูแลแทมินด้วยนะครับ รักนะ บาย ถึงน้ำเสียงยังฟังหงุดหงิดไม่หาย คำบอกรักสั้นๆก่อนวางสายของคีย์ยังสามารถทำให้จินกิอมยิ้มอยู่คนเดียวต่อได้อีกหลายนาที    

แม้ไม่ใช่ปัญหาของตัวเองโดยตรง สำหรับแทมิน จินกิไม่ถือว่าเป็นคนอื่นไกล ผิดสังเกตตั้งแต่ขาดเรียนเมื่อวาน เพราะตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย ศิษย์ร่างเล็กไม่เคยป่วยหรือลาไปไหน วันนี้ตั้งใจว่าจะมาถามที่ชมรม แต่กลับประสบกับเหตุการณ์น่าตกใจเสียก่อนจึงไม่มีโอกาสได้ซักไซ้ ก่อนพาแทมินขึ้นรถ จินกิได้สบตากับมินโฮที่วิ่งไล่หลังมาเสี้ยววินาทีหนึ่ง เสียงจากสัญชาตญาณดังบอกให้รู้ทันทีว่านักกีฬาดาวรุ่งคนนี้คือต้นเหตุของปัญหา คีย์เคยเล่าว่ามินโฮกำลังตามจีบแทมินอยู่และจินกิรู้แค่นั้น เขาจึงไม่สามารถด่วนสรุปโดยไม่มีหลักฐาน มันไม่ใช่เรื่องที่อาจารย์ประจำชมรมควรทำ

เพราะแทมินไม่ยอมกินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า จินกิย่อมกลัวศิษย์จะเป็นลมล้มพับ รอยยิ้มตามมารยาทบนใบหน้าอิดโรยของศิษย์ไม่สามารถลดทอนความกังวลของเขา แทมินจงใจปิดมือถือ และปล่อยให้ตัวตนจมอยู่กับความคิดขมขื่นที่ทำให้น้ำตารื้นคลอเบ้า แม้มีเขาคอยนั่งเป็นเพื่อนอยู่บนโซฟาอีกตัว ใกล้แค่เอื้อม แต่เขากลับไม่อาจฝ่าเข้าไปในอาณาเขตเล็กๆที่ศิษย์ผู้เงียบงันสร้างไว้ป้องกันตัวได้เลย  

ตีหนึ่ง เมื่อเห็นหนุ่มหน้าสวยนั่งหลับตานิ่ง จินกิเข้าใจว่าแทมินอาจเผลอหลับโดยไม่รู้ตัว ด้วยความห่วงใย จินกิเริ่มเดินเข้าไปหาแล้วค่อยๆช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มหวังพาเข้าไปนอนบนเตียงให้เป็นกิจจะลักษณะ ทว่าทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสถูกผิว แทมินกลับลืมตาโพลง รีบถอยหนีอย่างลนลาน ตากลมเบิ่งกว้างจับจ้องยังอาจารย์ของตนอย่างหวาดกลัว

ขอโทษนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจทำให้กลัว ขอโทษจริงๆ จินกิรีบเอ่ยขอโทษอย่างไม่ถือตัว นอกเวลาทำงาน จินกิไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นอาจารย์ และจะน่าชื่นใจมากๆ หากแทมินจะยอมเรียกเขาว่า..พี่..บ้าง       

อาจารย์..จะ จะทำอะไรครับ แทมินถามอย่างหวาดๆ กลัวมากจนหน้าขาวราวกับกระดาษ ความกลัวที่มีมากจนผิดสังเกตทำให้จินกิรู้สึกไม่สบายใจนัก กับแค่การแตะเนื้อต้องตัวนิดเดียว ไม่น่าทำให้ตกใจจนหน้าซีดและพรั่นพรึงจนสั่นเทาไปทั้งตัว ราวกับเคยถูกกระทำย่ำยีจนเกิดบาดแผลในใจ

แต่เป็นไปไม่ได้หรอก กับน้องที่ไม่เคยถูกปล่อยให้หลุดรอดจากสายตาของพี่ชายอย่างคีย์ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แทมินด้วยซ้ำ จินกิพยายามสลัดความคิดในแง่ร้ายนั้นแล้วกลับมาให้ความสำคัญกับการตอบคำถาม พร้อมกับค่อยๆถอยออกมานั่งบนโซฟาข้างๆ ตั้งใจเว้นระยะห่างให้แทมินรู้สึกสบายใจ ครั้นตั้งสติได้ แทมินรีบโค้งขอโทษจินกิกลับ ให้เหตุผลว่านอนไม่หลับจึงนั่งพิงโซฟาพักสายตาจนทำให้จินกิเข้าใจผิดแบบนั้น จินกิพยักหน้ารับทราบแล้วหันไปมองกระดาษบนโต๊ะที่ถูกเขียนจนเต็มทุกหน้าอย่างพินิจวิเคราะห์ แทมินเห็นเช่นนั้นจึงรีบฉวยหยิบกระดาษสี่แผ่นนั้นมาวางไว้ข้างตัว กลัวจินกิรู้ว่าตัวเองเขียนอะไร   

อยากได้กระดาษเพิ่มอีกไหม

จินกิถามด้วยรอยยิ้ม แทมินได้ยินแล้วก้มหน้าลงนิ่งคิด ก่อนเงยหน้ามาสบตาและเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ  

งั้นให้พี่นั่งเป็นเพื่อนนะ

เมื่อผู้เป็นพี่เอ่ยจบ ตาเศร้าพลันฉายแวววาววับ จินกิตกใจจนทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำในตาน้องเริ่มรินไหล แต่ก่อนจะได้เปล่งถามว่าน้องเป็นอะไร...

ครับ...พี่

การได้รับการยอมรับอย่างไม่เคยคิดฝัน และได้เห็นรอยยิ้มจริงใจของน้องชายคนใหม่ในเวลาเดียวกัน แม้แต่กับคุณอีจินกิผู้มั่งคั่ง ยังถือเป็นสิ่งแสนวิเศษในชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้จริงๆ    

 

XXXXXXXXXXXXXXXXXXXX               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

189 ความคิดเห็น

  1. #185 เฟยเฟย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 23:22
    มินโฮกับจอยคุยไรกัน



    สงสารน้องงแทมๆอ่ะ แง้ๆๆๆ



    อ่านไปน้ำตาจะไหล รักแทมนะ



    สู้ๆน่าค่าไรเตอร์ รักมากมายค่าาา
    #185
    0
  2. #171 [[Oo..~*VaLyn_KH*~..oO]] (@valyn-kh) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 01:27
    โอ๊ยยยยยยยยยย อึดอัดมากกกกกกกก อิโฮแกทำอะไร ห๊ะ!!!!
    แกปล่อยให้อินุ้งจอยมาทำแบบนี้ได้ยังไง
    สงสารแทมอ่ะ ยิ่งกังวลอยู่ว่าโดนหลอกฟัน 
    ดันมาเห็น มาได้ยินอะไรแบบนี้อีก เป็นใครก็ต้องเข้าใจผิดทั้งนั้น
    เจ็บทั้งกายทั้งใจ แทนที่จะคุยกับน้องให้รู้เรื่อง เคืองแกว่ะอ๊อด-*-
    แต่ขอบคุณเฮียมากที่มาเจอน้อง ดีกว่าไปเจอไค
    ถ้าเจอไค น้องไขว้เขวแน่รับรองเลย

    #171
    0
  3. #118 SweetiMargarine (@mymelody-tame) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 23:51
    เง้ยยยยยยน ไรท์เตอร์อัพฟิคแย้ว >< 

    แทมอ่าอย่ากลัวไปเลยนะคนดี ไว้ใจพี่ชเวเขาน๊า ไม่ต้องคิดมาก สงสารเเทม ㅠ ㅠ กลัวจะเมินมินโฮไปเลย ไม่นะ...

    พี่เชวก็ทำไมไม่ทำให้ทุกอย่างมันชัดเจนล่ะคะ รู้สึกแบบไหนกะบน้องก็พูดไปเลย ย้ำทุกความรู้สึก แล้วไปปล่อยให้น้องจอยจูบเอาแบบนั้นได้ยังไง เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังอะไรที่สองคนนี้คุยกันเเน่ๆ แต่น้องจอยควรหยุดนะคะ ไม่น่ารักเลยนะรู้ไหม พี่เชวกับน้องแทมเขารักกะนไม่ควรไปจุ้นจ้านนะ ㅠ ㅠ 

    อาจารย์จินกิคะ >///< อาจารย์หล่อมากค่ะ คนดีสุดๆ เลิฟมากๆ ดูเเลน้องชายคนนี้ดีๆด้วย เชื่อว่าพี่จินกิต้องทำได้ 

    ไรท์เตอร์~~ สู้ๆน๊าา พี่สาวแต่งเก่งตลอดเลย ไอดอลอ่า~ ไฟท์ติ้งๆๆๆๆ รักเรื่องนี้มากๆเรื่องอื่นๆของพี่สาวก็รักมาก สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจและสนับสนุนเสมอค่า <3
    #118
    0
  4. #117 ฝ้าย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 22:38
    จอย....เธอร้ายกาจมาก
    #117
    0
  5. #116 Tamnista (@361511) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 20:54
    สงสารแทมิน
    ใครก็ได้เอาจอยไปเก็บที
    #116
    0
  6. #115 TAEMINHO (@taeminhoshawol) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 01:58
    จ อ ย เธอนี่มัน... จะดีกันอยู่แล้วยังมีเรื่องให้ผิดใจกันอีก ฮอล ฮอล
    #115
    0
  7. #114 Tw0MinnIE (@lotus2012) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 00:23
    มินโฮนายทำน้องเข้าใจผิดอะไรอีกแล้ว รีบมาง้อเดี๋ยวนี้นะ แทมครับเลิกคิดไปเองซักทีซิครับ ฟังพี่มินโฮเค้าก่อนไหมครับ /เหนื่อยกับทูมินจริงๆ
    #114
    0
  8. #113 Tw0MinnIE (@lotus2012) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 00:23
    มินโฮนายทำน้องเข้าใจผิดอะไรอีกแล้ว รีบมาง้อเดี๋ยวนี้นะ แทมครับเลิกคิดไปเองซักทีซิครับ ฟังพี่มินโฮเค้าก่อนไหมครับ /เหนื่อยกับทูมินจริงๆ
    #113
    0
  9. #112 anjoy (@joyloso) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 21:59
    คุยอะไรกัน นางชะนีคนนี้แอบชอบมินโฮงั้นรึ แล้วทำใมมินโฮไม่ตามแทมินไปนะ ไปอธิบายสิ
    #112
    0
  10. #111 barbinkyz0.0tamm (@barbinkyz0tamm) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 20:48
    โอรยยยยยย นุ้งจอยยยยย เธอควรพอได้เเล้ว เรื่องราวมันกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดีเเล้วเชียว อะไรเนี่ย พี่มินโฮกับจอยนี่ยังไง ทำไมยอมเค้าง่ายๆหล่ะพี่เมียนนนน เเทมินก็ฟังพี่เค้าก่อนมั่งสิลูกอย่าตัดสินใจเองคนเดียวเดี๋ยวจะเหมือนหนก่อนอีก นี่ลุ้นมากว่าเมื่อไหร่จะคืนดีกันได้ ลุุ้นเหมือนผลบอลตอนนี้เลยค่ะไรเตอร์  5555555
    #111
    0
  11. #110 jaycri (@jaycri) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 20:44
    จอย -__-
    #110
    0