2MIN's DIARY [SHINee 2Min OnKey Fiction]

ตอนที่ 10 : DAY 10 :: part one

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 เม.ย. 58


มินโฮ

10/XX/XXXX

Dear diary,

ขณะเดินตรงไปยังประตู ถึงหน้าเรายังดูนิ่ง อันที่จริงหัวใจกำลังเต้นโครมคราม มันตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนชู้ตทำคะแนนสุดท้ายให้ทีมขึ้นนำในช่วงท้ายของการต่อเวลาเสียอีก นี่เราเป็นบ้าอะไรไป ความสุขุมที่เคยมีหายไปไหน เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่ยืนอยู่หลังบานประตูคือใคร แต่กลับปล่อยให้จินตนาการโลดแล่นไปไกลจนส่งผลกระทบต่อกลไกการควบคุมตัวเอง เราหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติก่อนจับลูกบิดเปิดประตู และแล้วหอคอยแห่งความคาดหวังที่เราก่อไว้เสียสูงลิบก็มีอันพังทลายลงในชั่วพริบตา

ด้วยความรู้สึกผิดหวังและประหลาดใจปนเป เราไม่รู้ว่าตัวเองกำลังแสดงสีหน้าเช่นไรต่อหน้าประธานชั้นปี...คีย์...เพื่อนคนดังที่ไม่เคยมาเยือนห้องของเรามาก่อน และเพราะไม่เคยสุงสิงสนิทสนม เราจึงคิดไม่ออกว่าจะผูกมิตรกับบุคคลที่เหมือนมาจากคนละโลกอย่างคีย์ยังไง

คีย์กลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย ผิดหวังมากสินะ หน้านายบอกว่าอย่างนั้น โอเค เรารับได้กับความตรงไปตรงมาของคีย์นะ แต่ก่อนจะก้าวเข้าห้องใคร ช่วยขออนุญาตกันก่อนได้ไหม ปิดประตูสิ เรามีเรื่องต้องคุยกัน บางทีเราเริ่มสับสนว่าใครเป็นเจ้าของห้องและใครควรเป็นคนออกคำสั่ง แต่ในเมื่อเป็นเราเองที่ไม่เอ่ยห้ามตั้งแต่ต้น จะมาขับไล่กันตอนที่คีย์เดินเข้ามานั่งเก้าอี้ตรงโต๊ะอ่านหนังสือเรียบร้อย มันก็ช้าเกินไปหน่อยแล้วล่ะ

แปลกนะที่นายสนิทกับจงฮยอนได้ เราไม่เคยเห็นเจ้านั่นหยุดพูดเลยสักครั้ง คีย์เหน็บได้เจ็บดีเหมือนกัน แม้ว่าเคยมีหลายคนตั้งข้อสังเกตเช่นเดียวกัน เราคิดว่าเหตุผลคือความสมดุล เราเลือกจะฟังมากกว่าพูด ขณะจงฮยอนชอบพูดให้เราฟัง แค่นี้ก็สนิทกันได้ละ

หลังจากเงียบอยู่นาน เราถามตรงๆว่าคีย์ต้องการอะไร ไม่ใช่ว่าเราต้องการอะไร คีย์สวนกลับทันควัน นายนั่นแหละ ต้องการอะไรจากน้องเรา!?! เมื่อมีแทมินเข้ามาเกี่ยว เราจดจำทุกถ้อยคำของคีย์ได้แม่นยำ

การสาดคำถามกันตรงๆบวกใส่อารมณ์ไม่น้อยแบบนี้ เรามั่นใจว่าคีย์รู้เรื่องของเรากับแทมินแล้วแน่ๆ ว่าแต่รู้ได้ยังไง? ตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ? ครั้นเหลือบเห็นสายตาที่มองมาเหมือนอยากฆ่ากันให้ตายของประธานชั้นปี เราตัดสินใจเก็บคำถามของเราไว้ก่อน คงต้องเริ่มด้วยการให้คำตอบคุณพี่ตรงหน้าเป็นอันดับแรก

แล้วเราต้องการอะไรจากแทมินล่ะ รอยยิ้มหวานๆ หัวใจที่สัตย์ซื่อ หรือไออุ่นจากร่างกายที่พร้อมอยู่เคียงข้างกันในวันที่หนาวเหน็บ ทั้งนี้ ทั้งหมดเป็นเพียงองค์ประกอบส่วนเล็กๆของ...ความสุข...เราตอบ...เราต้องการความสุขและอยากทำให้แทมินมีความสุขเช่นกัน...เราเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ หากแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ

คีย์ปรายตามองเราอย่างครุ่นคิด ไม่ผิดหรอกถ้าคีย์จะยังไม่เชื่อคำพูดสวยหรูที่ใครก็พูดได้ และเราก็พร้อมจะใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจ เพียงแต่คีย์คนนี้จะยอมให้เวลาเราหรือเปล่าเท่านั้นเอง มินโฮ นายเคยได้ยินตำนานระหว่างชมรมบาสกับชมรมเชียร์ไหม? น้ำเสียงที่อ่อนลงของคีย์ทำให้เรารู้สึกหวั่นใจพิกล หรือจริงๆคีย์ต้องการมาทำความเข้าใจกับเราเรื่องนี้

เมื่อเห็นเราพยักหน้า ดวงตาเรียวเล็กพลันวาววับกลอกกลับมาจับจ้องหน้าเราเขม็ง แล้วนายเชื่อมะ ตำนานนั่นน่ะ? คีย์ถามพร้อมกับหรี่ตามอง รอฟังคำตอบจากเราอย่างใจจดใจจ่อ

เราสบตาคีย์กลับแล้วส่ายหน้า เป็นคำตอบที่ทำให้คีย์เกือบจะยิ้มออกมา แล้วเราจะคอยดู ถึงฟังเหมือนคำขู่ เรากลับรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด คีย์ออกจากห้องไปโดยไร้สัญญาณของมิตรภาพเช่นเคย ซึ่งมันดีกว่าถูกคีย์มองด้วยสายตาเกลียดชังเป็นไหนๆ  

จากน้ำเสียงและสีหน้า อีกทั้งอุตส่าห์ลดตัวมาคุยกับเราถึงห้อง เราพอมองออกว่าคีย์จริงจังกับตำนานบ้าๆนั่นมากเอาเรื่อง ตกลงว่าคีย์เป็นประธานชมรมเชียร์คนใหม่จริงๆสินะ เราลืมถาม แต่ถ้าเรากับคีย์ซึ่งเป็นประธานของทั้งสองชมรมเห็นพ้องต้องกันว่าไม่อาจคบหากันตามตำนาน มันก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร..ไม่ใช่เหรอ?               

เพราะต้องตั้งสติตอบคำถามอย่างระมัดระวัง ความตึงเครียดขณะเผชิญหน้ากับประธานชั้นปีเมื่อไม่กี่นาทีก่อนได้สูบพลังงานของเราไปจนหมด เมื่อความง่วงเริ่มมาเยือน เราหาวหวอด เหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาห้าทุ่มครึ่งแล้วยิ่งง่วงเข้าไปใหญ่ โดยไม่รีรอ เราเดินไปกดสวิตซ์ปิดไฟบนเพดานแล้วเดินฝ่าความมืดมาทิ้งร่างลงบนเตียงทันทีทันใด แต่แล้ว ยังไม่ทันคล้อยหลับดี ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องสองครั้งเบาๆให้เราเงี่ยหูฟังด้วยความสงสัย เงียบหายไปชั่วครู่ ได้ยินเสียงเคาะเบาๆอีกสองครั้งทำให้เราตัดสินใจเอื้อมไปกดเปิดโคมไฟบนโต๊ะ ขยับลุกลงจากเตียงเดินไปยังประตูอย่างเกียจคร้าน ใจภาวนาขออย่าให้ต้องเผชิญหน้ากับท่านประธานคนใดในค่ำคืนนี้อีกเลย

พลันประตูเปิดออกกว้าง มิใช่แสงจากหลอดไฟตรงทางเดินที่ทำให้เราตาสว่าง แต่เป็น...แทมิน!?!....หัวใจร่ำร้องเรียกชื่อหนุ่มร่างผอมบางตรงหน้า ขณะปากประหลาดใจจนไม่อาจขยับเปล่งเสียงใดออกมาได้

ครั้นสังเกตเห็นว่าห้องเราปิดไฟมืด แทมินโค้งขอโทษเราใหญ่ เอ่อ ถ้ารุ่นพี่นอนแล้ว ผมไม่รบกวนล่ะครับ แต่เมื่อแทมินจะเดินหนี เราคว้าจับมือไว้ทันทีไม่ยอมให้ไปไหน แก้มขาวระเรื่อสีเลือดฝาดด้วยความตกใจ เราเห็นแล้วจึงปล่อยมือนิ่มเป็นอิสระ แล้วถึงเอ่ยชวนเข้าข้างใน

ด้วยท่าทางเคอะๆเขินๆ แทมินยอมทำตามคำบอกของเราแต่โดยดี แม้อยู่ภายในห้องที่มีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟบนโต๊ะ ผิวขาวนอกชุดนอนแขนขายาวยังดูผ่องแผ้ว อันความรู้สึกอยากสัมผัสมากมายทำให้เราต้องรีบเสมองทางอื่น ทำทีเดินไปเลื่อนเก้าอี้เรียกให้น้องที่กำลังยืนเก้ๆกังๆอยู่กลางห้องเข้ามานั่ง แล้วเราถึงเดินกลับมานั่งตรงปลายเตียง พยายามสะกดความตื่นเต้นของตัวเองไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม

เมื่อหันมาเห็นผ้าห่มยับย่นบนเตียง แทมินเอ่ยขอโทษเราอีกครั้ง ก่อนจะนั่งก้มหน้ามองมือที่ประสานกันอยู่บนหน้าตักของตัวเองแล้วเงียบไปอีกหน เราเหลือบมองชุดนอนที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดตัวน้องสองเท่าแล้วนึกขำ แทมินเป็นคนไซส์Sที่คิดว่าตัวเองใส่เสื้อผ้าไซส์Lมาตลอด เราสังเกตมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะ แต่ในเมื่อใส่แล้วน่ารักดี เราเลยไม่อยากทักให้ขุ่นข้องหมองใจกัน

ทว่านับแต่นี้ ไม่ได้ละ เราลุกขึ้นเดินสองสามก้าวเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าแล้วก้มลงมองน้องอย่างครุ่นคิด แทมินช้อนตาขึ้นมองเราอย่างหวั่นๆ สะดุ้งน้อยๆเมื่อถูกเราค่อยๆไล้ปลายนิ้วเกลี่ยไปตามแนวไหปลาร้าช้าๆ ต่อหน้าคนอื่น แต่งตัวให้มิดชิดกว่านี้หน่อย เราเอ่ยเตือนเสียงเข้ม จะไม่ยอมปล่อยให้น้องสวมเสื้อนอนหลวมๆที่เผยให้เห็นลำคอขาวและไหล่มนต่อหน้าคนอื่นอีก รวมทั้งเพื่อนร่วมห้องที่ดูไร้พิษภัยคนนั้นด้วย

ครับ แทมินรับปากแล้วรวบจับคอเสื้อของตนให้แคบลงทันที หน้าน้องแดงก่ำเสียจนเรายังสังเกตเห็นได้ในความมืดสลัว ท่าทางหวาดกลัวของน้องทำให้เราต้องยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มนุ่มเพื่อปลอบโยน แทมินเหลือบมองเราหวั่นๆแล้วหลบตาเราอีกแล้ว และในชั่วขณะหนึ่งที่เรากำลังโน้มเข้าหานั่น แทมินโพล่งบอกข่าวที่ทำให้เราต้องถอยกลับไปนั่งบนเตียงดั่งเก่า นิ่งอึ้งอยู่ชั่วขณะ                                 

ผมถูกเลือกให้เป็นประธานชมรมเชียร์ครับ เพราะไม่เคยมีน้องปีสองได้ขึ้นเป็นประธานชมรมใดในมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติแห่งนี้มาก่อน เราย่อมประหลาดใจเป็นธรรมดา

ทั้งนี้ทั้งนั้น เราเก็บทุกข้อสงสัยไว้ในใจ ดีใจด้วย วินาทีนี้ เราควรกล่าวยินดีและให้กำลังใจ เพียงแต่เราไม่แน่ใจว่าควรพูดอะไรมากกว่านี้หรือไม่ เพราะดูเหมือนประธานชมรมเชียร์คนใหม่จะไม่มีอารมณ์รื่นเริงร่วมด้วยเท่าไหร่

อะไรกัน ดูทำหน้าเข้า เราเอ่ยพร้อมกับยื่นมือออกไปลูบหัวแทมินเด็กหน้าบึ้งเบาๆ ก่อนจับต้นแขนเล็กๆของน้องค่อยๆดึงให้ลุกจากเก้าอี้เปลี่ยนมานั่งข้างๆกันบนเตียง แทมินเอียงศีรษะซบไหล่เราเงียบๆ ดูเศร้าซึมผิดสังเกต หรือนายโดนบังคับ? เราคาดเดาด้วยโทสะ โทสะรุนแรงที่ทำให้แทมินต้องรีบหันมาอธิบายให้เรารู้แจ้งทันที

แทมินบอกว่าไม่เชิงว่าถูกบังคับหรืออะไร แต่เป็นตัวน้องเองที่ไม่อยากรับตำแหน่งเพราะเห็นว่าตัวเองยังเด็กและไม่มีความสามารถมากพอ เรื่องอายุน้อย..เราพอเข้าใจว่าอาจมีปัญหาอยู่บ้างเวลาต้องติดต่อประสานงานกับรุ่นพี่ แต่ถ้าพูดเรื่องความสามารถ..เราขอเถียงขาดใจ ความสามารถของแทมินไม่ได้น้อยไปกว่าใคร พูดไปก็เหมือนอคติ แต่ยังไงเราก็มองว่าน้องเป็นนักเต้นที่เก่งที่สุดในมหาวิทยาลัย

อา เราแสร้งเปล่งเสียงแล้วยิ้ม ชวนให้น้องหันมองมาอย่างสงสัย ต่อไปเวลามีประชุมระหว่างชมรม พี่ไม่ต้องเข้าไปนั่งเบื่อคนเดียวแล้วสิ

แทมินได้ยินแล้วก้มหน้าลงหัวเราะเขินๆ ทำให้คนที่ได้เห็นอย่างเราใจเต้นตึกตัก ความน่ารักของน้องไม่เคยปรานีหัวใจเราสักครั้ง ความรู้สึกอยากสัมผัสจนอดใจไม่ไหวทำให้เรายื่นมือออกไปเชยคางน้องชวนให้หันมาสบตา โน้มเข้าหาช้าๆ ค่อยๆประทับจูบบนริมฝีปากนิ่มอย่างอ่อนหวาน ครั้นเลื่อนฝ่ามือจากปลายคางลูบไล้ลงมาถึงบ่าบาง พึงตระหนักว่าแทมินกำลังนั่งตัวแข็งทื่อ กระทั่งจังหวะหายใจยังขัดๆเกร็งๆ ดูตื่นเต้นมากกว่าทุกทีที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน        

ในความมืดสลัวนัยน์ตาน้ำตาลหวานดูดำเข้มลึกลับน่าค้นหา เราผละห่างออกมาเล็กน้อยเพื่อมองตาน้องใกล้ๆ หยาดน้ำใสในตากลมวูบไหวยามกระทบแสงขาวนวลจากโคมไฟ เกิดประกายในตาฉายแววประหม่าและหวั่นวิตกของหนุ่มบริสุทธิ์ที่ไม่เคยตกเป็นของผู้ใด   

นายจะรู้สึกดีขึ้นไหม เราเอ่ยแล้วจูบแก้มใส ถ้าพี่บอกว่านายก็เป็นคนแรกของพี่เหมือนกัน และโดยไม่รอฟังคำตอบ พลันตากลมวาววับกับคำบอก เรายิ้มแล้วขยับเข้าจุมพิตปากอิ่มอีกครั้ง เนิบช้า อ้อยอิ่ง รอคอยกระทั่งลาดไหล่เครียดขึงของน้องผ่อนคลาย ปลายลิ้นถึงเริ่มสอดรุกเข้าล่วงเกิน กระหวัดเกี่ยวลิ้นเด็กขี้เขินหยอกเอิน

ครั้นน้องเริ่มขยับริมฝีปากตอบรับ พร้อมกับเลื่อนฝ่ามือลูบสัมผัสแผ่นหลังสวมกอดเรากลับ เราถึงค่อยๆประคองน้องหงายนอนลงกับเตียง แล้วลดกายลงบดเบียดจุมพิตเร่าร้อนพร้อมกับกดน้ำหนักลงทาบทับแนบชิด แนบสนิทจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเราเพิ่งเข้าใจลึกซึ้งว่าทำไมคู่รักถึงปรารถนาอยากเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนัก เพราะไม่ว่าจะกอดรัดแนบแน่นหรือจูบกันดูดดื่มสักเพียงใด ร่างกายและหัวใจก็ยังคงดิ้นรนและร้องขอรสสัมผัสที่ล้ำลึกกว่าเสมอไป  

สองมือที่โอบรัดร่างผอมเริ่มขยับจากแผ่นหลังเลื่อนลงมายังสะโพก มือหนึ่งจับขอบกางเกงนอนน้องดึงลง ขณะอีกมือลูบไล้คลึงเคล้าสะโพกขาวต่ำลง..ต่ำลง แทมินสะดุ้งน้อยๆเมื่อเราขยับปลายนิ้วแตะปากทางนิ่ม ปากน้องร้องบอกว่า.. ไม่เอา ..เบาๆ ทว่ากลับขยับยกสะโพกเบียดความแข็งขืนใต้เป้าดุนเร้าเราอย่างลืมตัว

ไม่เอาแบบนี้แล้วจะเอาแบบไหน เราเอ่ยหยอกด้วยรอยยิ้ม แล้วเอี้ยวตัวหันกลับไปก้มลงปรนเปรอร่างกายส่วนล่างของน้องน้อยด้วยปลายลิ้น แรกถูกเราลิ้มเลียน้องหยัดกายรับพร้อมกับเปล่งเสียงครวญในลำคอสุขสม เราหัวเราะครึ้มพึงพอใจก่อนเริ่มต้นใช้ปากให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ยอมให้คนข้างใต้หยุดนอนนิ่งๆได้สักวินาที  

เสียงครางเบาๆจากปากอิ่ม มันเร้าอารมณ์เราได้ดียิ่งกว่าอะไร และโดยไม่ต้องก้มมองเราก็พอนึกภาพออกว่าร่างกายช่วงล่างมันกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเสียจนเป้ากางเกงคับแน่น แต่แล้วในจังหวะหนึ่ง แทมินกลับกระชากกางเกงนอนเราลงไม่บอกกล่าว เรารู้สึกหนาวสะท้านพลันแก่นกายร้อนถูกมือเย็นโอบรอบ และพลันร้อนวูบวาบซาบซ่านเมื่อถูกโอบรัดด้วยผิวสัมผัสอุ่นชื้นในช่องปาก เราชะงักงันไปชั่วอึดใจ ลมหายใจมันติดขัด ตั้งตัวได้อีกทีเราเริ่มรักน้องต่ออย่างไม่ปราณี ในทุกขณะเร่งจังหวะกระตุ้นเร้าน้องหนักเข้า เราเองก็เผลอขยับสะโพกโยกใส่น้องเขาโดยไม่รู้ตัว ปอดและหัวใจทำงานหนัก เราหายใจหอบฮั่กหลังเรากับน้องได้ทะยานไปถึงจุดสูงสุดในเวลาไล่เลี่ย รู้สึกดีมากจนไม่อาจอธิบายเป็นคำพูด  

เมื่อหันกลับมาเห็นแทมินกำลังนอนหอบหายใจแรงด้วยดวงตาฉ่ำเยิ้ม ใครจะอดใจไหว เราแย้มยิ้มแล้วสอดปลายนิ้วล่วงเกินร่างผอมบางโดยไม่ฟังเสียงน้องร้องประท้วง แรงโอบล้อมรอบสองนิ้วรัดรึงตามแรงกดย้ำตรงจุดกระสัน ฟังเสียงน้องร้องกระเส่านานเข้ากลายเป็นเราที่กระสับกระส่ายเริ่มขยับแทรกกายแหวกต้นขาขาว เราโน้มลงกดจุมพิตหนักๆบนปากอิ่มพร้อมกับถอดถอนสองนิ้วออก แทมินสวมกอดเราแน่นเมื่อตระหนักถึงส่วนปลายใหญ่โตจดจ่อตรงปากทางอ่อนไหวนั้น ร่างเล็กสั่นเทาน้อยๆขณะถูกเราสอดกายเข้าหาช้าๆฝ่าความคับแน่นอย่างใจเย็น

ทว่ายังไม่ทันได้ไปถึงไหน...โอ๊ะ...โอ เสียงของจงฮยอนที่ถือวิสาสะเข้าห้องโดยไม่เคาะประตูก่อน ทำให้เราต้องผละจากน้อง เหลียวหลังหันไปมองเพื่อนรักด้วยสายตาอาฆาตแค้น ครั้งก่อนเราลืมเอาไอ้นี่มาให้อะ แหะๆ วางไว้ตรงนี้นะ จงฮยอนหัวเราะแหยๆแล้วรีบวางหลอดสารหล่อลื่นไว้บนโต๊ะใกล้ๆประตูอะ ต่อๆ ซอรี่ ซอรี่ เมื่อจงฮยอนรีบปิดประตูหนี เราหันกลับมามองที่เตียงอีกที แทมินก็มุดไปหลบอยู่ใต้ผ้าห่มเรียบร้อย

เมื่อในห้องตกอยู่ในความเงียบอีกหน แทมินค่อยๆโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม สบตาเราเร็วๆแล้วรีบโค้งขอโทษเราเสียงดัง ทั้งที่จริงเป็นเราต่างหากที่ต้องขอโทษ เราพยายามจะเอ่ยแต่แทมินกลับไม่รอฟัง รีบก้าวลงจากเตียง ดิ่งตรงไปเปิดประตูแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที

ตีหนึ่งกว่า..ไม่รู้ป่านนี้แทมินเป็นยังไงบ้าง เราเชื่อว่าน้องนอนไม่หลับแน่ล่ะ แต่กำลังนั่งเขียนไดอารี่เหมือนเราหรือเปล่า อันนี้เราไม่อาจคาดเดาได้ เรากังวล เราเป็นห่วงความรู้สึกของน้องจนหลับไม่ลง ไม่ว่าน้องจะโกรธเกลียดเรามากหรือแค่เขินอาย เราก็ต้องขอโทษน้องให้ได้ ว่าแต่ ยังไงล่ะ ในเมื่อน้องแทบไม่อยากมองหน้าเราแล้วด้วยซ้ำ...???   


 

>>>>>>>>>><<<<<<<<<<           




แทมิน

10/XX/XXXX

Dear diary,

ไดอารี่ ตกลงว่าผมไปหารุ่นพี่มาแล้วเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น ซึ่งมันน่าอายมากอา ไม่น่าเลย TTTT เพราะสิ่งที่ผมกำลังจะทำเป็นบาป พระเจ้าถึงลงโทษผมใช่ไหม ฮือออ อภัยให้ผมด้วยครับ ผมสำนึกผิดแล้ว TT ผมนอนไม่หลับเลย อยากหนีกลับบ้าน แต่ขืนโทรไปขอร้องแม่ตอนเที่ยงคืนครึ่ง มีหวังได้โดนดุโดนบ่นยันฟ้าสาง หลังนอนพลิกซ้ายพลิกขวาบนเตียงพยายามข่มตาหลับอยู่นาน ในเมื่อตามันยังสว่าง ผมตัดสินใจคว้าไดอารี่กับไฟฉายบนโต๊ะและเริ่มเขียนเรื่องราวของวันใหม่ภายใต้ผืนผ้าห่ม ไม่อยากให้แสงไฟเล็ดลอดออกไปรบกวนการนอนของเพื่อนร่วมห้อง เพราะตอนนี้ผมยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับใครทั้งนั้น         

สืบเนื่องจากเมื่อคืน หลังนั่งคิดนอนคิดจนเกือบห้าทุ่ม สุดท้ายผมก็ตัดสินใจเดินออกไปหาพี่เขา ด้วยความคาดหวังลึกๆใจผมเต้นแรงในทุกฝีเท้าก้าวเหยียบพื้นไม้กระดานระหว่างทาง จากชั้นสองสู่ชั้นสี่ โชคดีจริงๆที่ไม่พบเจอรุ่นพี่คนใด ทว่าเมื่อก้าวเหยียบบันไดขั้นสุดท้าย หันมองไปยังห้องพักของประธานชมรมบาสเกตบอลซึ่งอยู่สุดทางเดินปีกซ้ายของตัวอาคาร เห็นพี่คีย์กำลังก้าวเข้าห้องรุ่นพี่มินโฮเต็มสองตาแล้วเงียบหายไป ผมได้แต่ยืนงงอยู่ตรงเชิงบันได ไปต่อไม่ถูกอยู่หลายวินาทีทีเดียว

อะไร?ยังไง? กับคนสองคนที่ไม่เคยสนิทสนมกันมาก่อน ทำไมถึงมานัดเจอกันดึกดื่นในห้องนอน มันน่าสงสัย ถ้าพี่คีย์เพิ่งรู้เรื่องผมกับรุ่นพี่มินโฮ ป่านนี้พี่คงโวยวายหอแตกไปแล้ว ไม่มีทางปล่อยให้ผมมายืนแกร่วอยู่คนเดียวแบบนี้แน่ ไม่รู้ล่ะ ไม่ว่าพี่ทั้งสองกำลังคุยกันเรื่องผมหรือเรื่องส่วนตัว ผมต้องรู้ให้ได้ ผมเริ่มสาวๆเท้าเร็วๆไปตามทางเดินไร้ผู้คนอย่างเงียบเสียง กระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้สีน้ำตาลแดงบานใหญ่ หันมองรอบๆดูว่าไม่มีใคร ก่อนค่อยๆแนบหูกับบานประตูแอบฟังบทสนทนาด้านใน            

แล้วนายเชื่อมะ ตำนานนั่นน่ะ? จู่ๆเสียงพี่คีย์ก็ดังลั่นออกมาจนผมผงะห่างจากประตูด้วยความตกใจ...ตำนาน?...พี่คีย์กำลังพูดถึงตำนานอะไร แล้วรุ่นพี่มินโฮตอบว่าอะไรล่ะ ผมไม่ได้ยินเลย

หลังทำตัวลับๆล่อๆแอบฟังได้ไม่นานนัก ลูกบิดประตูตรงหน้าเริ่มขยับ ผมรีบหันหาที่หลบภัยแล้ววิ่งไปยืนอยู่ด้านหลังแจกันดอกไม้แห้งใบสูงเท่าศีรษะที่ตั้งประดับอยู่ตรงปลายทางเดิน ก่อนพี่คีย์จะก้าวออกมาจากห้องเพียงเสี้ยววินาที

จากสีหน้าดูไร้อารมณ์เป็นปกตินั่น ผมมั่นใจว่าพี่คีย์ไม่ได้เข้าไปทะเลาะกับรุ่นพี่มินโฮแน่ เบื้องหลังแจกันใบใหญ่ ผมเฝ้ามองพี่คีย์สาวเท้าเร็วๆไปจนสุดทางเดินฝั่งตรงข้ามกระทั่งเปิดประตูเดินเข้าห้องตัวเองไป ใกล้เวลาเที่ยงคืนบนหอพักชั้นสี่ช่างอ้างว้างและเงียบสงบ แม้ไม่มีใครให้หลบ ผมยังคงยืนนิ่งอยู่หลังแจกันใบเดิม ใจนึกถึงความเป็นไปได้ต่างๆนาๆ ซึ่งโดยรวมแล้วไม่ได้ทำให้รู้สึกสบายใจเลยสักนิดเดียว อนึ่ง หากเป็นเมื่อก่อน ผมคงไม่คิดมากกับการที่ผู้ชายสองคนอยู่ในห้องเดียวกันสองต่อสอง แต่เมื่อได้รู้ได้สัมผัสกับตัวว่าความรักระหว่างเพศเดียวกันมีอยู่จริงในโลก ความคิดของผมก็เปลี่ยนไปนับจากนั้น

ในเมื่อมันหมดอารมณ์จะจี๋จ๋าละ ผมควรกลับห้องหรือถามรุ่นพี่มินโฮเดี๋ยวนี้ให้รู้เรื่องกันไปเลยดี ความเงียบหลังบานประตูตรงหน้าทำให้ผมลังเล รุ่นพี่อาจเข้านอนไปแล้วและเป็นผมคนเดียวที่ตื่นเต้นไปเองตั้งแต่ต้น สงสารตัวเองจัง ความคิดในแง่ลบกำลังทำลายความมั่นใจของผมจนไม่เหลือหลอ แล้วผมจะรออะไรล่ะ ผมควรเดินออกไปจากตรงนี้ ถอยกลับไปตั้งหลักใหม่ ผมตั้งใจอย่างนั้น แต่ทำไมนะทำไมสองขากลับพาผมมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูสีน้ำตาลแดงบานใหญ่บานเดิม ให้หัวใจผมเริ่มเต้นแรงอีกครั้ง

แม้เสี่ยงจะถูกรุ่นพี่มองว่าเป็นเด็กไร้มารยาท ผมยังเลือกทำตามความรู้สึก...ก๊อก ก๊อก...เสียงเคาะอย่างไม่มั่นใจฟังแผ่วเบาจนตัวผมเองยังแทบไม่ได้ยิน แล้วคนข้างในจะได้ยินเหรอ ผมมองหาความเป็นไปได้และขอร้องตัวเองให้ลองอีกครั้ง อีกครั้งเดียวเท่านั้น ...ก๊อก ก๊อก...ครั้งที่สองกะให้ดังกว่าเก่า ทว่าทันทีที่นึกถึงหน้าพี่เขา มือก็อ่อนหรอยไปเองจนน่าโมโห      

หนักกว่าหนแรก ความเงียบหลังบานประตูทำให้ผมยืนซึมไปพักใหญ่ แต่เมื่อจะตัดใจลาจาก ประตูตรงหน้ากลับเลื่อนเปิดช้าๆเผยให้เห็นใบหน้าสะลึมสะลือของพี่เขา มันเจ็บตรงหัวใจนิดๆเมื่อได้เห็นกับตาว่ารุ่นพี่สามารถเข้านอนได้อย่างสบายใจ ขณะผมกำลังว้าวุ่นใจกับคำชักชวนที่ชัดเจนว่าเป็นเพียงลมปาก ภายในห้องปิดสวิตช์ไฟเรียบร้อย ผมคงมารบกวนเวลาพักผ่อนของรุ่นพี่จริงๆ นาทีนี้ดีที่สุดคือกล่าวคำขอโทษและบอกลา   

ทว่าเมื่อผมจะเดินหนีกลับถูกรุ่นพี่คว้าจับมือไว้ ทั้งตกใจ ทั้งเจ็บปวด แรงบีบที่แน่นกระชับทำให้ผมไม่สามารถขยับไปไหน เข้ามาสิ รุ่นพี่เอ่ยชวนเสียงเรียบแล้วเปิดประตูกว้างอีกหน่อยเพื่อให้ผมเดินเข้าไปข้างใน

สีหน้าท่าทีที่ดูสุขุมผิดสังเกตทำให้ผมหวั่นเกรงจนไม่กล้าปฏิเสธคำเชื้อเชิญที่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากคำสั่งของรุ่นพี่ได้ ผมก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่กลางห้องสี่เหลี่ยมที่มีพื้นที่เท่ากับห้องของผม เพียงแต่เมื่อถูกครอบครองด้วยเจ้าของเพียงหนึ่งคน ภายในห้องจึงดูกว้างขวาง มีที่ว่างมากกว่าห้องผมกับพี่เฉินเป็นธรรมดา

ภายในห้องรุ่นพี่มินโฮไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเหมือนห้องของพี่คีย์ นอกจากตู้เสื้อผ้า โต๊ะและเตียงนอนขนาดควีนไซส์ที่ตั้งชิดผนังด้านหนึ่ง ก็มีแต่ทีวีและชุดโฮมเธียเตอร์ที่จัดวางติดผนังฝั่งตรงข้ามเพิ่มเข้ามาแค่นั้น สิ่งของทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ตรงข้ามกับโต๊ะเตียงรกๆของผมที่จะเรียบร้อยได้ก็ต่อเมื่อมีพี่คีย์มาช่วยเก็บสัปดาห์ละครั้ง      

เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนเกะกะ ผมเริ่มหันมองหาที่นั่ง ตระหนักว่าในห้องนี้มีเพียงเก้าอี้ตรงโต๊ะอ่านหนังสือตัวเดียวเท่านั้น ครั้นชำเลืองมองไปยังเตียงที่อยู่ใกล้ๆกัน หน้าดันร้อนเห่อขึ้นมาผิดจังหวะเวลา แต่ทั้งนี้ อันความตื่นเต้นไปเองนั่นทำให้ผมยิ่งรู้สึกสมเพชตัวเองเข้าไปใหญ่ เมื่อพึงตระหนักว่าตั้งแต่ก้าวเข้าห้องมา รุ่นพี่ยังไม่มองมาทางผมเลยสักครั้ง กระทั่งตอนเลื่อนเก้าอี้ให้ผมนั่ง รุ่นพี่ยังแค่ชำเลืองมองมาเพียงชั่วพริบตา ตกลงว่าพี่เขากำลังโกรธผมจริงๆใช่ไหม

เมื่อรุ่นพี่เดินไปนั่งบนเตียง ผมโค้งขอโทษอย่างนอบน้อมจนหน้าผากเกือบชิดหัวเข่า อันความอยากรู้อยากเห็น อยากซักไซ้ไล่เรียงเรื่องพี่คีย์พลันถูกแทนที่ด้วยความกริ่งเกรงและหวาดหวั่น ผมทั้งกลัว ทั้งเสียใจ เมื่อเช้าผมเพิ่งตกลงคบกับพี่เขาแท้ๆ ไม่ทันพ้นวัน รุ่นพี่กลับเย็นชาใส่ผมซะแล้ว แค่ชุดนอนตัวใหญ่ไป ผมยังถูกพี่เขาดุใส่เลย ขยับตัวทำอะไรก็ดูจะผิดไปเสียหมด เกิดอะไรขึ้นนะ เกี่ยวกับพี่คีย์หรือเปล่า หรือเป็นเพราะพี่เขาไม่ได้รักผมจริงจังตั้งแต่ต้น

ผมไม่เข้าใจ ถ้าโมโหกันนัก ทำไมไม่ไล่ผมกลับห้องไปให้สิ้นเรื่อง ทำไมต้องดุแล้วปลอบประโลมด้วยสัมผัสอ่อนโยนที่ทำให้ผมยิ่งสับสน ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสงสัย ผมไม่สามารถปล่อยให้ทุกความคลางแคลงผ่านเลยไปแล้วเสพสุขกับปัจจุบันตรงหน้าได้เต็มร้อย จุมพิตและอ้อมกอดของรุ่นพี่ยังสามารถกระตุ้นเร้าให้กายนี้รุ่มร้อนได้เหมือนเก่า หากแต่ในก้นบึ้งของหัวใจกลับมีรอยร้าวเล็กๆที่ทำให้รู้สึกเจ็บลึกๆเสมอ ความไม่มั่นใจและความรู้สึกไม่มั่นคงทำให้ผมเริ่มคิดอะไรโง่ๆ ความปรารถนาอยากได้ความรักจากอีกฝ่ายทำให้ผมกล้าทำเรื่องน่าอายและยอมสละทุกอย่าง..ไม่เว้นแม้แต่ร่างกายของตน  

เมื่อมาคิดดูอีกที ถึงต้องแลกด้วยความอับอาย ใจหนึ่งผมกลับรู้สึกขอบคุณรุ่นพี่จงฮยอนที่เข้ามาขัดจังหวะ ก่อนที่ผมจะยอมร่วมรักกับรุ่นพี่ด้วยความรู้สึกเห็นแก่ตัวล้วนๆนี้ อันความคิดที่ว่าหากร่างกายได้เชื่อมโยงจะหมายรวมถึงหัวใจสองดวงที่ผูกพันกันจนวันตายด้วย มันช่างโง่เขลาสิ้นดี คงมีแต่คนไม่มั่นใจในรักของตนเท่านั้นล่ะที่เลือกใช้ข้ออ้างไร้สาระนี่มาหลอกตัวเอง

ผมผิดเองที่ไม่กล้าถามรุ่นพี่ให้รู้เรื่องเสียตั้งแต่ต้น จะไปหาหลังจากเพิ่งวิ่งหนีมามันก็ยังไงๆชอบกล และขืนโทรไปปลุกพี่เขาอีกรอบ ผมคงได้ถูกเกลียดจริงๆแน่ แย่จัง ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง อึดอัดใจเป็นบ้า โอ๋!?!...รุ่นพี่ยังไม่นอนนี่นา ส่งรูปอะไรมานะ...ผมกดดู...เป็นรูปที่ใช้มือถือถ่ายข้อความที่เขียนด้วยปากกาหมึกดำบนเส้นแบ่งบรรทัดสีเขียวอ่อน เหมือนกับหน้ากระดาษไดอารี่ของผม เอ๋! รุ่นพี่กำลังเขียนไดอารี่เหมือนกันงั้นเหรอ ดีจังที่ใจเรายังตรงกันอยู่บ้าง   

ข้อความแรก พี่นอนไม่หลับ..ทำไงดี

ผมก็นอนไม่หลับเหมือนกันครับ ผมคิดในใจ ผมกำลังเขียนไดอารี่ ผมพิมพ์ตอบกลับไปแบบนี้ เพราะไม่แน่ใจว่ารุ่นพี่ต้องการอะไรจากผม   

หลังหายไปครู่หนึ่ง ข้อความที่สองก็ถูกส่งตามมา เหมือนกันเลย ^^ ” ผมอมยิ้มกับข้อความสั้นๆ เผลอดีใจเกินไปอีกแล้ว กับแค่ความบังเอิญที่ไม่มีความสำคัญ  

จริงอะ? ผมถามอย่างไม่อยากเชื่อ

เพิ่งเขียนเสร็จสดๆร้อนๆ อยากอ่านไหมล่ะ ข้อความที่สามทำให้ผมต้องรีบกดมือถือตอบกลับ

ไม่ฮะ ขอบคุณ ผมรีบปฏิเสธ กลัวพี่เขาจะส่งมาให้อ่านจริงๆ ให้ตาย รุ่นพี่ทำแบบนี้ ผมว่ามันเปลืองกระดาษนะฮะ ผมเตือนด้วยความหวังดี มาเขียนบรรทัดเว้นบรรทัดแบบนี้ เสียดายกระดาษไดอารี่แย่

ข้อความที่สี่ของรุ่นพี่ทำร้ายหัวใจผมที่สุด ถ้างั้น...ออกมาเจอกันได้ไหม

ผมอยากเจอรุ่นพี่มาก แต่ผมออกไปตอนนี้ไม่ได้ ... ผมยังไม่พร้อมจริงๆ 

เดินมาตรงประตูหน่อยสิ ข้อความที่ห้าชวนให้ผมรีบหันมองไปยังประตูด้วยหัวใจที่เต้นแรง มือขวากำมือถือไว้มั่น ขณะค่อยๆก้าวลงจากเตียงและย่องตรงไปหยุดยืนอยู่ข้างๆประตูอย่างเงียบเสียง มีกระดาษแผ่นหนึ่งถูกสอดเข้ามาทางช่องประตูด้านล่าง ผมก้มลงมองแล้วเอื้อมหยิบขึ้นมาอ่าน...

ข้อความที่หก ตัวใหญ่เกือบครึ่งหนึ่งของหน้ากระดาษ และด้วยลายเส้นที่เน้นหนักทำให้ผมสามารถอ่านออกแม้อยู่ในห้องมืดสลัว ขอโทษ ขณะยืนจ้องข้อความในหน้ากระดาษที่ถูกฉีกออกจากไดอารี่อีกเล่ม ราวกับได้ยินเสียงรุ่นพี่ดังเบามาจากด้านหลังบานประตู...ขอโทษนะ แทมิน พี่ขอโทษ...น้ำตาค่อยๆเอ่อรื้นคลอเบ้า ผมอยากออกไปเจอพี่เขาเหลือเกิน อยากกอด อยากรัก แต่ผมทำไม่ได้ ผมทำไม่ได้ 

สุดท้าย ผมได้แต่ยืนพิงประตูอยู่อย่างนั้น ไม่โต้ตอบ ผ่านไปครู่ใหญ่ ผมเฝ้าฟังเสียงฝีเท้ารุ่นพี่ค่อยๆก้าวห่างออกไปในความเงียบ แล้วถึงเงยหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม กระทั่งเหือดแห้งไปพร้อมกับเวลาราตรี...

.
.
.
to be continued... 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

189 ความคิดเห็น

  1. #188 oneway_onyou (@oneway_onyou) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 / 21:56
    แทมมั่นใจตัวเองหน่อยสิคะลูกกกกก

    อยากให้ไรทเตอร์เขียนคู่ อ.จินกิ กับน้องคีย์เป็น SF ก็ได้ค่ะ
    ถึงจะผิดคอนเซปแต่มันต้องเป็นคู่ที่แซ่บมากแน่ๆ อยากอ่านจังเลย 

    #188
    0
  2. #182 เฟยเฟย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 22:17
    โง้ยยยยยยยยย



    เศร้าง่าาาาาาาาา



    ลุ้นตลอดว่าเมื่อไหร่จะได้กันซักที ฮุๆๆๆๆ
    #182
    0
  3. #168 [[Oo..~*VaLyn_KH*~..oO]] (@valyn-kh) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 15:52
    เดี๋ยวนะ อิจงนี่มีตาวิเศษรึเปล่า ถึงทำอะไรได้ถูกจังหวะแบบนี้อ่ะ
    แต่ถูกจังหวะของพี่จง กลายเป็นขัดจังหวะทูมินนะคะ ขอเคืองได้มะ
    ตายแล้ววววว แม่ยกค้างเติ่งกันเลยทีเดียว

    ไหนจะน้องหนูแทมอีก คิดอะไรไปใหญ่โตแล้วเนี่ย
    รีบเคลียร์โดยด่วนเลยอิโฮ ก่อนที่น้องจะอาการหนักกว่านี้
    แล้วก็รีบๆสำเร็จโทษเลยยิ่งดี หุๆๆ
    #168
    0
  4. #143 barbinkyz0.0tamm (@barbinkyz0tamm) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 14:44
    พี่จง ทำไมต้องมาเอาตอนนี้
    เเทมินคุยกับพี่เค้าให้เข้าใจนะหนู พาร์ทเเทมินอ่านเเล้วรู้สึกว่าน้องคงสับสนมากๆ  เเทมินอ่า อยากรักก็รักเลย
    #143
    0
  5. #83 ❤MINGTAEM (@sugar2min) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 01:16
    พี่คิมจงคะ ผิดเวลาไปไหมมมมมมมมมมมมมมมมมมม 

    อมก... มันไม่ใช่จังหวะนี้ค่า พี่เข้ามาทำไม 5555555555


    ตอนนี้พาทของน้องแทมินน่าสงสาร T^T
    ความรู้สึกของน้องมันสับสน ว้าวุ่นไงไม่รู้  ไม่อยากให้คิดมากเลย
    ตอนหน้าขอให้ปรับความเข้าใจกันได้ดีๆนะ T^T
    ไม่อยากให้น้องแทมร้องไห้ ฮอลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล


    รีบๆมาต่อนะคะ <3
    #83
    0
  6. #79 SweetiMargarine (@mymelody-tame) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 16:17
    กรี๊ด1ที พึ่งเห็นว่าที่พิมพ์ไปมากมายเมื่อวาน พอกดโพสต์แล้วมันเหลือเเค่เเทมอ่าาา - -" นี่เเทมน้อย ทำตามหัวใจสิ อยากรักก็รักเลย พี่มินโฮเขารักมากจะตาย อย่าคิดมากเลยนะ ส่วนนังจง..รู้จักการเคาะประตูห้องไหมมม โอยย
    #79
    0
  7. #78 kptm_ (@2minn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 18:18
    พี่จงนี่เข้ามาผิดเวล่ำเวลามาก โอย อยากอ่านต่อแล้วว่าจะเป็นยังไงต่อ
    #78
    0
  8. #77 Tw0MinnIE (@lotus2012) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 17:51
    ง่ะ...ทำไมแทมินไม่ออกไปเจอพี่มินโฮหน่อยหละ มีไรก็คุยกันซิ นะๆ
    #77
    0
  9. #76 SweetiMargarine (@mymelody-tame) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 10:24
    แทมินอ่าาาาา
    #76
    0
  10. #75 anjoy (@joyloso) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 09:26
    คิมจงฮยอน ที่หลังหัดเคาะประตูบ้างนะ มารยาทมีบ้างม่ะ
    #75
    0
  11. #74 ฝ้าย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 08:01
    รอติดตามอยู่...สงสารแทมินจัง
    #74
    0
  12. #73 TAEMINHO (@taeminhoshawol) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 07:16
    พี่จงฮยอน!!!!!!!? why
    #73
    0
  13. #72 paew14 (@paew14) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 04:04
    ตอนอ่านพาร์ทของมินโฮได้ความรู้สึกเหมือนกำลังจะได้เห็นมินโฮกะน้องแทมไปสวรรค์จากแต่พอไรท์เตอร์ส่งจงฮยอนมา ทั้งหมดก็จบกัน แต่พออ่านไดอารี่ของแทมินมันทำให้รู้สึกได้ถึงความสับสน ในจิตใจของน้องแทม สงสารน้องอ่ะ แต่เดี๋ยวไรท์เตอร์จะช่วยน้องใช่ไหมคะอิอิของคุณมากๆนะคะ
    #72
    0
  14. #71 Tamnista (@361511) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 00:12
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก จงฮยอนอ่าา มาทำไม 555555555555555

    ทำตามหัวใจก็พอแทมินนี่
    #71
    0