teeny-weeny ll chanbaek

ตอนที่ 9 : 09 - เขาเป็นใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    15 ม.ค. 60




แต่โกรธสักเพียงใด 
เป็นได้แค่คนปลอบใจ













แบคฮยอนตื่นขึ้นมา พร้อมกับกระดาษโพสอิทที่แปะอยู่ตรงหลังมือ





‘เห็นหลับสบายเลยไม่อยากปลุก

ผมไปเอารถที่บ้านแล้วจะรีบมารับ

ยังไงถ้าพี่ตื่นแล้วให้ลงไปรอข้างล่างนะครับ


ปล.แก้มพี่กลมๆ แต่ผมไม่ได้แอบหอมนะ

เหมือนลูกซาลาเปาเลย’



พร้อมกับวาดซาลาเป๋าจิ๋วมาให้หนึ่งลูกถ้วน



แบคฮยอนยิ้มบางๆตอนเห็นกระดาษที่น่าจะเป็นของเขาซึ่งวางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือแล้วเด็กคนนั้นคงแอบจิ๊กมาเขียนโน้ตเอาไว้ ลายมือชานยอลไม่ผิดแน่ เตียงฝั่งข้างๆยังอุ่นๆอยู่ เป็นสัญญาณบอกว่าอีกฝ่ายเพิ่งลุกออกไปได้ไม่นานนัก



แบคฮยอนตัดสินใจไปอาบน้ำอาบท่าบ้าง เขาไม่ใช่พวกติดโซเชียลถึงขนาดจะต้องเช็กโทรศัพท์ทุกเช้าตั้งแต่เพิ่งลืมตาตื่นเหมือนอย่างคนทั่วไป แต่พออาบน้ำสระผมเสร็จแล้วต้องเป่าผมให้แห้ง เขาก็จะใช้เวลาตอนนั้นในการเลื่อนดูแชทว่ามีเรื่องด่วนเข้ามาหรือไม่



เป็นแชทกลุ่มของสาขาบ้างประปราย แอคออฟฟิเชียลบ้าง รวมทั้งพวกที่ชอบทักเขามาทั้งที่ไม่รู้จักกัน ไอ้จงอินกับไอ้มุนบยอลก็จิกกัดกันตามประสา



ส่วนแชทที่เขาไม่สามารถเลี่ยงได้เลย..



Namjoo : อ๋อ.. งั้นไม่เป็นไร



จูฮยอกตอบกลับมาแค่นั้น แต่ทำให้เขารู้สึกผิดเสียดื้อๆ



แบคฮยอนตอบขอโทษไปอีกครั้ง อีกฝ่ายคงรู้สึกแย่ไม่เบาที่เขายกเลิกนัดทั้งที่ปกติไม่เคยทำมาก่อน ยิ่งคิดไปถึงว่าถ้าจูฮยอกรู้ว่าเขายกเลิกนัดเพราะจะไปกับใครอีกคน อีกฝ่ายจะรู้สึกไม่ดีมากแค่ไหน



แบคฮยอนอึดอัดใจ.. เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว



แต่ถึงยังไงวันนี้ก็ต้องดำเนินไปต่อ แบคฮยอนแต่งตัวด้วยการใส่เสื้อโค้ทตัวหนาเตอะพร้อมกับผ้าพันคอที่ชานยอลเคยให้เอาไว้ อากาศยังหนาวๆอยู่เหมือนเดิม แต่ดีหน่อยตรงที่มีแดดให้พอรับรู้ถึงความสดใสบ้าง



เขาลงมานั่งรอเด็กรีทรีฟเวอร์ที่เก้าอี้ตัวยาวหน้าอพาร์ทเม้นท์ในเวลาสิบเอ็ดโมงนิดๆ อากาศเย็นจนหนาวมือเขาจึงซุกมันเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทแล้วดึงผ้าพันคอขึ้นมาปิดถึงจมูก ทำตัวเองให้ดูกลมที่สุด เพราะเขาเชื่อว่ามันจะทำให้อุ่นขึ้น



เพียงไม่นาน รถเวสป้าสีครีมพร้อมกับคนขับหน้าตาคุ้นเคยก็ปรากฏให้เห็น



อิจฉาคนตัวอุ่นจริงๆ.. ชานยอลใส่เสื้อฮู้ดสีดำเพียงตัวเดียวที่ไม่ได้ดูหนาเตอะเหมือนเขา ผ้าพันคอก็ไม่ได้สวม เห็นแล้วหนาวแทน แต่อีกฝ่ายก็คงจะไม่หนาวเท่าไหร่หรอก



“รอนานยังครับ” ประโยคแรกที่ทักทายกันพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม



“ประมาณห้านาที” เขาตอบกลับไปพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปหาเจ้าเด็กตัวสูง “จะพาพี่ไปกินข้าวที่ไหนหรอ”



“พี่อยากกินที่ไหนล่ะ” ชานยอลพูดพร้อมกับเอื้อมมือมาหยิบเศษใบไม้ที่ติดตรงผมของเขาออกให้ “อากาศแบบนี้ไก่ทอดไหม”



แบคฮยอนพยักหน้ารัวๆเมื่อได้รับข้อเสนอนั้น ที่จริงก็อยากจะกินไก่ทอดนั่นแหละ แต่ก็เกรงใจ กลัวว่าเจ้าเด็กรีทรีฟเวอร์จะไม่ชอบกินหรือเปล่า



“งั้นไปกัน.. ผมมีร้านอร่อยๆร้านนึงแถวๆนี้”



แบคฮยอนก้าวขาซ้อนท้ายเจ้าเด็กตัวสูงที่ประคองรถให้กลับมาตั้งในสภาพพร้อมขับ เกาะชายเสื้ออีกคนเหมือนเดิมอย่างที่ชอบทำเป็นปกติ



“อากาศหนาวนะ ถ้าลมตีหน้าต้องบาดผิวพี่มากแน่ๆ”



“…………”



“เอาหน้าไว้ตรงหลังผม จะได้ไม่หนาวมาก”



ไม่ใช่ถ้อยคำหยอกเอินเหมือนเดิมแต่มันคือการแนะนำ แบคฮยอนเองก็ทำตามที่ชานยอลบอกเพราะถ้ายื่นหน้าออกไปมันต้องหนาวมากแน่ เขายอมไม่ชมวิวรอบๆเหมือนที่ชอบทำยังดีกว่าปล่อยให้หน้าชาเล่นๆ



“อ้อ.. กอดผมไว้ด้วยก็ดี จะได้อุ่นขึ้นไง”




แต่คราวนี้เขาไม่ทำตามซะให้ยากหรอก ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์










พอถึงร้านเราก็จัดแจงสั่งไก่ทอดกันคนละเซ็ตสองเซ็ต




“ร้านนี้อร่อยมาก ผมมากินกับเพื่อนหลายรอบเลย”



พอมาถึงชานยอลก็รีบโฆษณาร้านทันที มันเป็นร้านข้างทางธรรมดาที่มีระบบใช้รถมอเตอร์ไซค์ส่งแบบเดลิเวอร์รี่ด้วย แบคฮยอนเห็นมอเตอร์ไซค์เวสป้าสีเดียวกับของชานยอลจอดอยู่หน้าร้าน แล้วก็มีกล่องแปะสัญลักษณ์ของร้านหนึ่งใบวางไว้ท้ายรถ



“เห็นว่าเขามีสาขาที่โซล แต่ขยายสาขาออกมาที่นี่ด้วย”



“หรอ ทำไมอะ”



“ก็ขายดีไงพี่ อร่อยขนาดนี้” ชานยอลตอบคำถาม “ผมเคยเจอพี่เจ้าของร้านกับเพื่อนเขาหนนึง หน้าตาเขาเหมือนลูกกวาง ส่วนเพื่อนเขาย้อมผมสีม่วงสะดุดตามาก”



“มีด้วยหรอคนทำผมสีม่วง” ไม่ค่อยเห็นบ่อยนักหรอก นอกจากพวกดาราไอดอลอะไรเทือกนั้น คนธรรมดาที่ไหนจะไว้ผมสีม่วงกัน



“มีสิ หน้าตาน่ารักอีกต่างหาก”



“น้อยๆหน่อยเถอะ” แบคฮยอนเผลอยกช้อนทำท่าจะเคาะหัวเจ้าเด็กตรงข้าม ในขณะที่ชานยอลหลับตาปี๋ ก่อนจะลืมตาแล้วยิ้มออกมาเมื่อเขาไม่ได้เคาะลงไป



“ทำไมอะ หึงผมหรอ”



แบคฮยอนพลาดอีกแล้ว เขารู้สึกพลาดทันทีเมื่อเจ้าเด็กรีทรีฟเวอร์ยิ้มกริ่มมาให้ ไม่น่าพูดเลย แล้วเมื่อกี้เผลอพูดออกไปได้ยังไงกันนะ



“ไม่ต้องหึงหรอก เขามีแฟนไปแล้วแถมวันนั้นก็มาด้วยกัน ท่าทางดูดีมาก” ชานยอลว่าอย่างนั้น “อีกอย่างนะ ถึงจะน่ารักแค่ไหนก็เถอะ”



“…………”



“ยังไงพี่ก็น่ารักกว่าอยู่ดีนั่นแหละ”



แบคฮยอนค้อนเจ้าเด็กรีทรีฟเวอร์ไปทีหนึ่ง ไม่อยากยอมรับหรอกว่าทำเพราะแก้เขินแต่ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เขาก้มหน้าก้มตากินไก่ในมือ ไม่วายได้ยินเสียงแซวเบาๆจากไอ้คนตรงข้ามจนต้องเอ็ดไปทีหนึ่ง



เรานั่งกินกันอยู่แบบนั้นพักใหญ่ ถึงแม้ว่าจะพร่องไปเยอะแต่ก็ไม่สะกิดกระเพาะแบคฮยอนเลย เขาเป็นพวกกินเยอะ กินได้เรื่อยๆ แต่ถ้าให้หยุดกินก็ไม่ได้มีปัญหา ดังนั้นพอเห็นว่ายังมีไก่เหลืออีกละลานตา แบคฮยอนจึงกินไปคุยไปแบบไม่รีบร้อน



จนกระทั่งเจ้าเด็กรีทรีฟเวอร์ถามคำถามหนึ่งขึ้นมา



“พี่” ชานยอลเกริ่น “ผมมีเรื่องจะถามหน่อย”



สีหน้าจริงจังของเด็กตรงหน้าทำให้เขาต้องชะงักการกิน แบคฮยอนมองหน้าชานยอลแล้วพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงให้ถามได้



“ถ้าผมทำให้พี่เสียใจ ไม่ดิ..” ชานยอลนิ่งไปหน่อยเหมือนทบทวนคำพูด “ถ้าผมเป็นคนบอกพี่ว่ามีคนที่อาจจะกำลังทำให้พี่เสียใจ พี่จะโกรธผมหรือเปล่า”



“จะโกรธทำไมล่ะ ดีซะอีก พี่จะได้รู้ตัวก่อนไง”



“เวลาพี่เสียใจพี่จะร้องไห้ไหม”



แบคฮยอนเงียบไปนิดหน่อย แล้วจึงเอ่ยบอก “ไม่.. นอกจากว่าจะเสียใจมากจริงๆ สะเทือนใจจริงๆ แบบนั้นถึงจะร้อง”



“เช่น”



“เช่นตอนคุณตาเสียไปสมัยพี่ยังเด็กๆ ตอนหมาที่บ้านตาย อะไรแบบนั้น”



ชานยอลพยักหน้าแล้วมองเลยหลังของเขาไป ก่อนจะหันมามองหน้าเขาอีกครั้งหนึ่ง “ถ้าพี่ไม่ร้องไห้ก็ดี แต่มันอาจจะฟังดูแย่ไหมถ้าผมพูดแบบนี้”



“………..”




“ที่นั่งกับผู้หญิงอยู่ตรงโต๊ะนั้น.. ใช่พี่วิศวะคนที่ตามจีบพี่หรือเปล่า”



แบคฮยอนหันกลับไปมองตามที่ชานยอลบอกตามสัญชาตญาณ เขาเห็นผู้ชายหน้าตาคุ้นเคยคนเดียวกับที่คอยพาเขาไปกินข้าวบ่อยๆนั่งอยู่ตรงโต๊ะตัวในสุด ตรงข้ามเป็นผู้หญิงที่เขาเองก็คุ้นเคยอีกเช่นกัน ทั้งสองคนกินข้าวแล้วพูดคุยกันไปด้วย ท่าทางไม่ได้ดูมีความสุขมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ย่ำแย่ถึงขั้นอึมครึม มันดูเป็นบรรยากาศของความสนิทใจมากกว่า




ผู้ชายที่ว่าคือจูฮยอกตามที่ชานยอลบอก



ส่วนผู้หญิงคนนั้น.. อันนาบี 




คนที่จูฮยอกบอกกับเขาว่าเธอเป็นแค่ ‘แฟนเก่า’







50%







ชานยอลไม่รู้จะอธิบายสถานการณ์ตอนนี้ยังไง





รู้แค่ว่าพี่แบคฮยอนมีสีหน้าไม่ค่อยดีนักตอนละสายตาจากชายหญิงคู่นั้นมามองหน้าเขา แม้ว่าจะไม่ได้ผิดแผกไปจากเดิม แต่รอยยิ้มน้อยๆที่ประดับตรงริมฝีปากตลอดเวลาหายไปแล้วที่หายไปแค่นั้นคนช่างสังเกตแบบชานยอลก็รู้ดี



จริงๆเขารู้ตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายพยักหน้ารับคำถามที่ว่า ผู้ชายคนนั้นคือคนที่ตามจีบพี่เจ้าตัวอยู่ใช่ไหม



ชานยอลถอนหายใจให้กับสถานการณ์น่าอึดอัด ทั้งที่ควรจะเสียใจเพราะแบคฮยอนดูมีท่าทีซึมลง แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย



เขาแค่กำลังคิดว่าพี่แบคฮยอนจะรู้สึกอย่างไรมากกว่า



“กลับกันไหม” เขาตัดสินใจถามเมื่อรับรู้ได้ถึงสถานการณ์ พี่แบคฮยอนเม้มปากเหมือนกำลังคิดอะไรในใจ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงว่าเราควรจะไปจากที่นี่ได้แล้ว



การออกมาหาอะไรกินด้วยกันครั้งแรกเป็นอันกร่อยไปสนิทเพราะไอ้พี่วิศวะคนนั้น ชานยอลไม่รู้หรอกว่าพี่แบคฮยอนจะรู้สึกชอบหมอนั่นมากขนาดไหน ถึงแม้ว่าไอ้จงอินจะบอกว่าพี่แบคฮยอนไม่ได้จริงจังอะไร แต่ใครจะไปรู้ถึงจิตใจลึกๆได้ว่าตกลงแล้วมันเป็นไปในทิศทางใด



ขากลับพี่แบคฮยอนไม่เหมือนกับคนเดิม อย่างกับว่าคนขี้หนาวที่ซุกอกเขาเมื่อเช้าหายไปจากโลกนี้แล้ว เพราะอีกฝ่ายยื่นหน้าให้อากาศเย็นๆที่ปะทะผิวอย่างไม่กลัว พร้อมสีหน้าเหม่อลอย ที่ดูก็รู้ว่ากำลังสับสนกับอะไรบางอย่างในหัวใจ



อะไรบางอย่างที่ชานยอลอยากรู้ แต่ถ้าพี่แบคฮยอนไม่อยากให้รู้เขาก็ไม่เคยคิดว่ามันผิด



“เออพี่ เคยเล่าให้ฟังหรือยังว่าที่บ้านผมมีหมาด้วยนะ” เขาทำเสียงสดใส พยายามชวนอีกคนพูดคุยหมายจะดึงออกมาจากความสับสนเหล่านั้น “หมาพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์น่ะ ตัวบะเร่อเลย”



“………..”



“พี่ชอบไหม หรือว่าชอบแมวมากกว่า”



“อือ.. ชอบ”



แต่พอได้เห็นสีหน้าท่าทางของพี่แบคฮยอนผ่านกระจกมองข้าง มันก็ทำให้เขานึกโกรธขึ้นมาจริงๆ 



เพราะอีกคนเงียบจนผิดปกติ ไม่ซักถามเขาเวลาที่เขาเล่าอะไรให้ฟังเหมือนอย่างครั้งผ่านๆมา อย่างกับว่าคำถามของเขาเป็นแค่อะไรก็ตามที่ลอยเข้ามาในสมองแล้วพร้อมจะเด้งออกไปทุกขณะ



เขาโกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่างเดียว..



พอมาถึงหน้าอพาร์ทเม้นท์พี่แบคฮยอนก็ก้าวลงจากมอเตอร์ไซค์ของเขาแบบเอื่อยๆ ตอนที่ถอดหมวกกันน็อคแล้วยื่นคืนให้กับเขาก็ทำท่าเหมือนคนที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รุ่นพี่ตัวเล็กเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด จนเขาต้องคว้าข้อมือของอีกคนเอาไว้



“พี่..” ชานยอลเอ่ยเรียก ในขณะที่พี่แบคฮยอนก็กระพริบตามองเขา “พี่อยากให้ผมอยู่เป็นเพื่อนไหม”



พี่แบคฮยอนไม่ได้ตอบอะไร



“อยากอยู่คนเดียวหรือเปล่า”



แต่คราวนี้อีกคนพยักหน้า



ชานยอลที่นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์เปลี่ยนมาเป็นกอบกุมมือทั้งของข้างของคนตัวเล็กเอาไว้แทน พี่แบคฮยอนเองก็ปล่อยให้เขาทำแบบนั้นแต่โดยดี บอกด้วยความสัตย์จริงว่าเขาไม่โกรธหรอกที่พี่แบคฮยอนไม่ได้อยากให้เขาอยู่ด้วย เขาเข้าใจว่าของแบบนี้มันอาจจะต้องใช้เวลาในการทบทวนอะไรบางอย่างกับตัวเอง



“ถึงจะไม่รู้ว่าพี่รู้สึกมากแค่ไหนกับพี่วิศวะคนนั้น แต่ผมก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าตกใจ” เขากระชับมือของอีกฝ่ายแน่นเข้าไปอีก “..ยิ้มให้ดูหน่อย”



เขาพูดอ้อนแล้วทำสีหน้าที่คิดว่าน่ารักที่สุดออกไป ซึ่งก็ได้ผล เพราะพี่แบคฮยอนค่อยๆยกมุมปากขึ้นเป็นการยิ้มบางๆให้กับเขาตามคำขอ



“ตอนที่พี่ยิ้มมันดีกว่าตอนที่ทำหน้าเศร้าตั้งเยอะ”



“………..”



"ฟังผมนะ" ชานยอลยิ้มบางๆ “ไม่ว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างมันจะแย่สำหรับพี่มากแค่ไหน” 



“………….”




“ยังไงผมก็จะยังอยู่กับพี่”




สิ่งที่เขาพอจะทำได้ก็คงจะเป็นเรื่องนี้




เรื่องที่ว่าจะอยู่ข้างๆพี่แบคฮยอน











จิตใจของแบคฮยอนไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกต่อไป





หลังจากเดินขึ้นมาบนห้องเขาก็รีบเดินออกไปสูดอากาศปลอดโปร่งตรงระเบียง แม้ว่าอากาศในห้องจะอุ่นกว่าหลายเท่า แต่แบคฮยอนก็ไม่ชอบอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมขณะกำลังรู้สึกแย่ มันทำให้เขาหดหู่และอยากจะร้องไห้ตลอดเวลา



อย่างน้อยถ้าอยู่ตรงนี้อาจจะมีสักคนนึงก็ได้ที่สังเกตเห็น เพราะฉะนั้นเขาจะร้องไห้ไม่ได้



อาการแบบนี้มันเรียกว่าอะไรนะ ใช่ความช็อคหรือเปล่า หลังจากตอนที่เขาแน่ใจแล้วว่านั่นคือจูฮยอกก็รู้สึกเหมือนตัวชาไปหมด อีกคนบอกกับเขาเองว่าไม่ได้ติดต่อกับแฟนเก่าแล้ว แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่ดูเหมือนสนิทใจกันแบบนั้นคืออะไร



ตอนที่ชานยอลบอกให้กลับด้วยกัน เขาไม่ลังเลเลยที่จะตกลงแล้วรีบเดินออกมาให้ไกลจากตรงนั้นมากที่สุด แม้ว่าในหัวตอนนั้นจะมีแต่คำถามว่า ‘นี่มันอะไรกัน’ วนเวียนอยู่อย่างนั้นจนเกือบจะไม่ได้ยินคำถามของชานยอลที่พยายามจะทำให้เขารู้สึกดีแล้วก็ตาม



ในตอนนี้เขายังสับสนอยู่เลย ว่าจูฮยอกจะโกหกกันทำไม




[ไงจ๊ะน้องแบคคนดี]



เขาต่อสายหามุนบยอลทั้งที่ในหัวก็ยังคิดแต่เรื่องของจูฮยอก “มึง..”



[เออ ว่าไง ปกติวันหยุดหายหัว นี่โทรมามีอะไรด่วนหรือเปล่า]



“พอจะมีเบอร์โทรศัพท์ของอันนาบีไหม”



[เดี๋ยวนะ] มุนบยอลเหมือนจับสังเกตอะไรบางอย่างได้ [มึงจะเอาเบอร์แฟนเก่าจูฮยอกไปทำไม]



“ไว้กูเล่าให้ฟังได้ไหม” เขาถอนหายใจ “ตอนนี้ขอเบอร์นาบีก่อน แล้วถ้าเคลียร์อะไรเสร็จแล้วกูจะเล่าให้ฟังทั้งมึงกับไอ้จงอินพร้อมกันเลย”



เพราะมุนบยอลเป็นดาวคณะ นาบีเองก็เป็นดาวคณะเหมือนกัน เขาจำได้ว่าตอนปีหนึ่งจะมีค่ายอะไรสักอย่างที่เป็นค่ายเก็บตัวพวกดาวเดือนคณะ ดังนั้นไอ้มุนบยอลอาจจะมีเบอร์ของนาบีก็ได้



[เออได้ๆ.. เตรียมจดเบอร์นะ]



มุนบยอลบอกเบอร์ของนาบีมาจนครบหลัก เขาได้ยินมันบอกว่าให้ใจเย็นๆด้วยน้ำเสียงที่มันเองนั่นแหละร้อนรน แต่แบคฮยอนก็ตอบกลับไปแค่ว่าขอบใจมาก ก่อนจะกดวางสาย



แบคฮยอนไม่ชอบให้อะไรค้างคานานเกินไปนัก แม้ว่าเขาจะตกใจกับเรื่องวันนี้มากแค่ไหน แต่เขาก็ตัดสินใจไม่โทรไปหาจูฮยอกและเลือกโทรหานาบีแทน



เพราะถ้าจูฮยอกโกหก.. เขาก็จะถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า



กดต่อสายไปแล้วทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ทั้งคู่ยังอยู่ด้วยกันไหม แต่เขาจะรีบจบปัญหาที่ค้างคาใจนี้ให้ไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้



[สวัสดีค่ะ]



“นาบีหรอ” เขาถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว



[อ่า.. ใช่ แล้วนั่นใครหรอ]



“นาบีที่เป็นแฟนกับจูฮยอกใช่ไหม”



เขาเลี่ยงคำว่าแฟนเก่าเพื่อต้องการจะรับรู้ความจริง ถ้านาบีหัวเราะแล้วตอบว่าไม่ใช่ หรือจะด่าเขากราดก่อนจะตอบว่าไม่ใช่อีกเช่นกัน เขาจะไม่เค้นถามความจริงอะไรจากเธออีก



แต่ถ้าเธอตอบว่า



[ใช่]



เขาควรทำหน้ายังไงให้เหมาะสมกับความโง่ของตัวเองดี



[แล้วนั่นใครหรอ มีอะไรหรือเปล่า] แบคฮยอนได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งแทรกเข้ามาถามว่าแฟนของเขากำลังคุยกับใครอยู่ [ไม่รู้สิ.. นี่ ถ้าไม่มีอะไรขอวางนะคะ]



“เดี๋ยวสิ”



[…………]



“บอกแฟนเธอให้หน่อยว่าแบคฮยอนโทรมา”



[แบคฮยอนหรอ.. อ๊ะ ทำอะไรน่ะจู--] ได้ยินเสียงกุกกักของโทรศัพท์แล้วก็เสียงโวยวายของผู้หญิงคนนั้น [แบคฮยอน!]



ตามด้วยเสียงของจูฮยอก



“หลอกฉันทำไม”



[แบคฮยอน ฟังก่อน มันไม่ใช่แบบนั้น]



“สรุปว่าไม่ได้เลิกกับแฟนเพื่อมาคบฉัน แต่คุยกับฉันซ้อนกับแฟนเลยหรอ” แบคฮยอนรู้สึกโกรธแต่เขาก็พยายามระงับตัวเองด้วยการไม่ตะคอกใส่ปลายสายเหมือนอย่างที่ใจอยากทำ “หรือร่วมมือกับแฟนเพื่อแกล้งปั่นหัวเพราะเห็นฉันโง่ หรือแค่อยากเล่นสนุกอะไรสักอย่างก็เลยทำ ตกลงว่าแกทำไปเพื่ออะไร”



[แบคฮยอน..]



“ฉันโง่เอง..” แบคฮยอนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงผิดหวัง "ฉันเสียใจที่แกทำแบบนี้"



[แกไม่คิดจะฟังฉันอธิบายเลยหรอ]



“นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากฟังที่สุด” แบคฮยอนแค่นหัวเราะ “ฉันอยากฟังแค่นั้นแหละ..”



[………..]




“แล้วก็เป็นเรื่องสุดท้ายที่ฉันอยากฟังจากแก”











TALK:

ตอนนี้หนักหน่วงหน่อยนะคะ แต่ตอนต่อๆไปก็จะกุ้กกิ้กดังเดิม ก่อนจะเข้าสู่ความหนักหน่วงอีกครั้ง55555555555555555

ไม่มีอะไรจะพูดเยอะ แต่อยากบอกว่าอย่าเพิ่งมองจูฮยอกในแง่ร้ายเลยนะคะ(เพราะมันร้ายกว่านั้นเยอะ อ้าว ไม่ใช่)






#teenyweenyCB




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,575 ความคิดเห็น

  1. #1545 บบตพ ♡ (@twentynoey) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 16:24
    ไปแล้วอย่ากลับมาอีกนะคะ พลีสสสส
    #1,545
    0
  2. #1468 Supwd0625_ (@Supwd0625_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 10:49
    ทำไมจูฮยอกร้านอย่างนี้คะ อย่าไปยอมนะแบคๆ
    #1,468
    0
  3. #1440 dark chocolate (@namimori13) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 01:54
    อื้อหืออออ มาทำแบบนี้กับแบคนะแก ดูซิเนี่ย การไปกินข้าวด้วยกันครั้งแรกกร่อยเลย ความผิดแกชัดๆ น้องชานยอลอย่าไปยอมเขานะลูกนะ สู้!
    #1,440
    0
  4. #1417 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 13:27
    เออ ถ้าเจอแบบนี้นี่ก็เฟลเหมือนกันแหละเนอะ
    #1,417
    0
  5. #1386 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 16:54
    หมดคู่แข่งไปหนึ่ง แต่กลัวคำสัญญากับแบคมาก หรือแบบพ่อชานยอลกับพ่อเลี้บงแบคจะคนเดียวกันน
    #1,386
    0
  6. #1373 tawann_614 (@tawann_614) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 13:20
    ไปหาชานยอลลล
    #1,373
    0
  7. #1355 szbH (@exomelo_baby) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 09:57
    แบคไปหาชานยอลดีกว่าเนอะ
    #1,355
    0
  8. #1333 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 09:50
    ว้ายยยแพ้ 5555555 ชานยอลรุกต่อเลย
    #1,333
    0
  9. #1299 somruethai1307 (@somruethai1307) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 21:58
    ไม่ได้ชอบเขาหรอกพิแบค
    #1,299
    0
  10. #1268 melon614 (@frampyy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 04:28
    เจ้ามังคุดก็มาาาา55555
    #1,268
    0
  11. #1253 bbbbbbbys (@bestyespd) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 22:53
    อ้าวเห้ยนังจูฉันอุตส่าแอบเชียร์อยากจะโบกจังแกรรรรร
    #1,253
    0
  12. #1236 nsjcbw. (@ginne) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 14:13
    หว่ายยย โป๊ะแตกแหล่ววว อยากรู้ว่าหลอกแบคเพื่ออะไร??
    #1,236
    0
  13. #1218 L64blik (@L64blik) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:22
    ดีค่ะเลิกคุยกันไปเลย ว้ายแพ้!! 5555555555
    #1,218
    0
  14. #1127 ARMMOMII |♡ (@armmomii) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:20
    แบคมีเหตุผลมากกกก ชอบประโยคที่จูถามแบคว่า จะไม่ฟังฉันอธิบายหน่อยหรอแล้วแบคตอบว่านั่นเป็นสิ่งที่ฉันอยากฟังมากที่สุด
    #1,127
    0
  15. #1105 qrest;s (@oppadoo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:50
    นึกถึงน้องมังคุดเลยยยยยย
    #1,105
    0
  16. #1079 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:49
    เอ้อนะ ทำไมจูฮยอกทำแบบนี้ 
    #1,079
    0
  17. #767 pxxmch (@paiminnnn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 17:59
    ดีแล้วมาหาน้องชานยอลดีกว่า
    #767
    0
  18. #755 klst_ (@klst_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 00:46
    คิดถูกแล้วแบคฮยอน
    #755
    0
  19. #739 `อริศรา (@arisaraluluangin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 18:29
    ทำไมเราร้องไห้555555 มันควรร้องไหม -..- สงสารแบคฮยอนอ่า ไม่รู้ แต่ขอให้ชานยอลมาหาเร็วๆดิ 555555
    #739
    0
  20. #645 samssam (@samssam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 16:54
    สงสารแบคอ่าาา จูฮยอกคนเลวววววว
    #645
    0
  21. #486 ฮยอนบีค (@aommii-ddn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 22:43
    เสียแรงที่อุตส่าไว้ใจ! เราผิดหวังในตัวนายมากเลยนะแม้ว่าจะหล่อมากก็เถอะ
    #486
    0
  22. #443 WANBABE (@yoky_yosita) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 22:32
    เขี่ยจูฮยอกไปไกลๆเลย เราทีมกินเด็ก!!!!
    #443
    0
  23. #435 yimyimcute112 (@yimyimcute112) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 16:15
    เกียดอ่าา
    #435
    0
  24. #415 SnowyKiMJA (@rainy-earny) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 22:22
    อมก ตอนแรกบอกชอบนัมจูในเรื่องนี้ ขอเปลี่ยนนะคะ ไม่ชอบแล้ว 555555555555555555
    #415
    0
  25. #404 Mimi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 14:35
    มีน้องมังคุดด้วยไก่ร้านพี่ลู่ใช่ม้า ยังไงก็ฟังจูฮยอกนิดนึงนะแบคแต่ว่ายังไงเราก็เชียร์ชานยอล
    #404
    0