teeny-weeny ll chanbaek

ตอนที่ 18 : 18 - พี่ปีสี่กับน้องปีหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    14 ก.พ. 60



อยากมีคนนั้นคอยเคียงข้างกัน
แบ่งปันความฝันที่มีของเรา
และความทุกข์ก็คงแบ่งเบา แค่เราเดินด้วยกัน
















“น้องปีหนึ่งทางนี้ครับ.. เอ้า อย่าเดินแตกแถวครับ เดี๋ยวสับสน”




แบคฮยอนยิ้มขณะมองไอ้จงอินที่กำลังจัดระเบียบแถวเด็กๆปีหนึ่งในวันรับน้องของมหาวิทยาลัย เขาเองก็คอยพัดคอยส่งน้ำให้น้องๆไปด้วย ทำหน้าที่เป็นทีมสวัสดิการช่วยน้องในสาขาอย่างเต็มที่



ถือเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ในแต่ละชั้นปีของสาขาต้องส่งตัวแทนมาช่วยดูน้อง(ยกเว้นปีห้าเพราะใกล้จบ งานเลยท่วมหัวไปหมด) ไม่ใช่แค่ปีสองเพียงอย่างเดียว ดังนั้นแบคฮยอนที่ตอนนี้อยู่ปีสี่แล้วจึงอาสาเป็นตัวแทนให้ รวมทั้งไอ้จงอินกับมุนบยอลด้วย



“เดี๋ยวรอสักพักจนกว่าจะมีสัญญาณให้ไปทำกิจกรรมนะครับ” ไอ้จงอินเอ่ยบอกขณะให้เด็กๆนั่งลงเป็นแถวแล้ว เพราะเป็นคนเสียงดัง น้องๆกว่าห้าสิบชีวิตเลยได้ยินกันอย่างครบถ้วน “เจอรุ่นพี่ในคณะก็อย่าลืมทักทายด้วยนะครับ สัญลักษณ์คือหมวกไก่แบบนี้”



จงอินชี้นิ้วไปที่ศีรษะตัวเอง ซึ่งแบคฮยอนก็ทำเช่นกัน เพื่อที่เด็กๆที่นั่งอยู่ท้ายๆแถวจะได้มองเห็น เป็นธรรมเนียมของมหาวิทยาลัยอีกเช่นเดียวกัน ว่ารุ่นพี่แต่ละคณะต้องทำยังไงก็ได้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้น้องๆรู้ว่านี่คือรุ่นพี่ของคณะไหน บนหัวของแบคฮยอนจึงมีหมวกรูปไก่สีเหลืองอ๋อยสวมอยู่ด้วย ส่วนบรรดารุ่นน้องก็มีหมวกไก่สีขาวสวมอยู่เช่นเดียวกัน



“อ้อ.. ส่วนที่ฐานจะมีพี่ปีสองกับปีสามของคณะกระจายอยู่ฐานละสองถึงสามคนนะครับ ใครมีปัญหาอะไรเดินเข้าไปหาพี่เขาเลย” ไอ้จงอินชี้แจงอีกครั้ง “ส่วนพวกพี่ๆที่จะเดินนำน้องไปฐานต่างๆเป็นพี่ปีสี่ สังเกตพี่เขาไว้แล้วก็ห้ามแตกกลุ่มออกไปไหนนะครับ”



พอชี้แจงเสร็จก็ได้เวลาทำกิจกรรมแต่ละฐาน แบคฮยอนเดินถือกระติกน้ำตามอยู่ท้ายแถวโดยมีไอ้จงอินเดินนำเช่นเดิม มุนบยอลทำหน้าที่เป็นพยาบาลหิ้วตะกร้าใส่หยูกยาขนาบข้างๆมาเช่นเดียวกัน บรรยากาศในมหาวิทยาลัยตอนนี้คึกคักมาก เพราะแต่ละคณะเดินสวนกันให้วุ่นไปหมด



นึกย้อนไปถึงตอนอยู่ปีหนึ่งตอนเข้ามารับน้องใหม่ๆ แบค​ฮยอนตื่นตาตื่นใจกับมันมาก ก็เหมือนกับการได้เปิดโลกกว้างจากโรงเรียนในโซลมายังมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด ได้ลองใช้ชีวิตด้วยตัวเองครั้งแรก แล้วก็พบว่าเลือกไม่ผิด



โอเค.. ส่วนหนึ่งที่เขารู้สึกว่าเลือกไม่ผิดก็เป็นเพราะเขาชอบอากาศของที่นี่ ความวุ่นวายที่น้อยมากหากเทียบกับในโซล แต่ถ้าให้พูดอีกส่วนหนึ่งก็คงจะเป็นสังคม เขาได้เจอไอ้จงอิน ไอ้มุนบยอล แล้วก็เจอจูฮยอกด้วย



รวมทั้ง.. ได้เจอกับชานยอล



“พี่คะ.. หนูอยากไปเข้าห้องน้ำ” แบคฮยอนก้มลงมองเด็กปีหนึ่งที่เดินแยกออกจากแถวมาทางเขา เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาให้ “ไม่ไหวแล้วค่ะ หนูปวดท้อง”



“รู้จักทางไปห้องน้ำไหมครับ”



“ไม่ค่ะ พาหนูไปทีได้ไหมคะ”



พอขอร้องมาอย่างนั้นก็เลยเอากระติกน้ำไปฝากไว้กับไอ้จงอินก่อนจะเดินพาเด็กหญิงตัวเล็กกว่ามาตรฐานตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ตรงอาคารเรียนที่ใกล้ที่สุด ใต้ตึกคณะพยาบาลศาสตร์ก็มีอีกฐานกิจกรรมหนึ่งตั้งอยู่เช่นกัน



“เดี๋ยวพี่รอตรงนี้นะ” เขาบอกเด็กหญิงตัวเล็กที่วิ่งเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะมองหาที่ปักหลักนั่งรอ พอเห็นว่าม้านั่งหน้าคณะว่างเขาจึงไม่ลังเลจะนั่งลงไป ตาก็มองเด็กๆทำกิจกรรมไปด้วย



จากหมวกบนศีรษะของเด็กๆปีหนึ่งที่เป็นรูปเสือ.. คณะวิศวกรรมศาสตร์ไม่ผิดแน่



“ไหนจ๊ะ อันนี้วิศวะสาขาอะไรเอ่ย” ผู้นำกิจกรรมที่ถือโทรโข่งซึ่งเป็นน้องพยาบาลปีสามเอ่ยถาม ซึ่งเด็กๆที่ส่วนมากเป็นน้องผู้ชายก็ตอบออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน



“การบินครับ!”



แบคฮยอนเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ที่เป็นเด็กๆของคณะวิศวะเพราะดูจากหมวกก็พอจะรู้ แต่ที่แปลกใจก็คือเป็นคณะการบินนี่สิ



พอได้ยินอย่างนั้นสายตาก็สอดส่องมองหาใครบางคนที่น่าจะนั่งรวมอยู่ในกลุ่มนั้น ไม่ปฏิเสธหรอกว่ามันหล่อ เพราะหน้าตาก็ดีมาตั้งแต่เป็นเด็กมัธยมปลายธรรมดาๆแล้ว ซึ่งพอกลายมาเป็นนักศึกษาแบบเต็มตัวก็ยิ่งดูดีมากขึ้นไปอีก



นั่นไง เขาเจอชานยอลแล้ว



ปาร์คชานยอล เด็กรีทรีฟเวอร์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมการบินฯ ตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้วนะ



“แล้วสาขานี้มีส่งใครเข้าชิงเดือนคณะไหมคะ ขอดูหน้าหน่อยเร็ว”



แบคฮยอนหลุดหัวเราะพรืดเมื่อห้าสิบกว่าชีวิตที่นั่งเรียงกันอยู่ตรงนั้นหันไปมองเจ้าเด็กตัวสูงที่นั่งทำหน้าเหรอหราอยู่ ชานยอลเบิกตากว้างก่อนยิ้มออกมาจนแก้มบุ๋ม ท่าทางก็ตลกแบบนั้นแต่พวกเด็กพยาบาลกลับวี้ดว้ายกันยกใหญ่



“น้องคนนั้นหรอคะ วี้ดดดดด หล่อจังเลยอะ” พูดจบก็ทำหน้าปลื้มปิติ “ไหน ออกมานี่หน่อยซิคะลูก”



แบคฮยอนมองเจ้าเด็กรีทรีฟเวอร์ที่ต้องเดินออกไปข้างหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะถูกสายตารอบข้างกดดัน ระหว่างที่กำลังจะเดินออกไปพวกผู้ชายคณะพยาบาลก็รัวกลองกันชุดใหญ่ หน้าตาเจ้าเด็กยักษ์ก็เหรอหราจนแบคฮยอนหลุดขำ



“เรามาเล่นเกมก่อนทำกิจกรรมกันหน่อยดีไหม” หญิงสาวท่าทางคล้ายๆไอ้มุนบยอลเอ่ยขึ้น แบคฮยอนไม่รู้จักชื่อเธอหรอกรู้แค่ว่าอยู่ปีสี่เหมือนกันกับเขา ถึงแม้จะรุ่นเดียวกันแต่เขาไม่จำเป็นต้องรู้จักเพื่อนต่างคณะให้ครบทุกคนเสียหน่อย



“เอางี้ ฉันกับเธอมาแข่งเกมกัน” คราวนี้อีกคนนึงที่เป็นผู้นำกิจกรรมพูดขึ้น “ใครชนะได้หอมแก้มน้องชานยอล”



ถัดจากนั้นเสียงเชียร์ของบรรดาหนุ่มๆในสาขาก็ดังขึ้นเรื่อยๆ ปาร์คชานยอลยังคงยิ้มค้างแล้วทำหน้าเหรอหราจนแบคฮยอนอยากจะเดินเข้าไปทุบสักที แล้วยัยสาวๆพวกนี้นี่ยังไง อยู่ดีๆจะมาหอมลูกชาวบ้านเขาดื้อๆน่ะหรอ



บ่นในใจ.. ไม่ได้รู้ตัวหรอกว่าเผลอกำมือกับขมวดคิ้วขึ้นมาเฉยเลย



“พี่คะ” เสียงเรียกจากเด็กสาวที่ตัวเองพามาเข้าห้องน้ำทำให้แบคฮยอนต้องหันไปมอง น้องยิ้มร่าเพราะคงสบายตัวแล้ว แตกต่างจากตอนขามาอย่างสิ้นเชิง



อ้อ.. แตกต่างจากเขาในตอนนี้ด้วย



“เสร็จแล้วหรอ” 



“ค่ะ”



“อ่อ.. หรอ แล้วห้องน้ำสะอาดดีมั้ย” แบคฮยอนถามทั้งที่หางตายังเหลือบมองไปตรงฐานกิจกรรมอยู่ตลอด สองสาวเริ่มแข่งกันเล่นเกมแล้ว ส่วนชานยอลก็ยืนอยู่ที่เดิม



ให้ตาย! ปฏิเสธไปสิไอ้เด็กคนนี้!



“สะอาดค่ะ แต่คณะเราสะอาดกว่า” เธอเอ่ยตอบ 



“ห้องน้ำเราสะอาดกว่าเยอะไหม”



“ไม่เยอะค่ะ เอ่อ..” เธอหัวเราะแหะๆ “เรารีบไปกันดีกว่าไหมคะ หนูอยากทำกิจกรรมต่อแล้ว”



เหมือนแบคฮยอนเริ่มได้สติ เขาหันมามองหน้าเด็กสาวแล้วจึงเดินนำเจ้าตัวออกไป ไม่วายหันไปมองทิ้งท้ายตรงฐานกิจกรรมอีกครั้งหนึ่ง สองสาวนั่นยังคงแข่งกันเล่นเกมอะไรสักอย่างที่เขาไม่ได้โฟกัส แต่ให้ตาย..




ชานยอลยังยืนยิ้มอยู่ได้!










“โมโหอะไรของมึงวะ”




มุนบยอลเดินมานั่งข้างๆ ขณะนี้เป็นเวลาพักกลางวันของทุกคน โรงอาหารคนเยอะเกินไปจนแบคฮยอนกับมุนบยอลแล้วก็ไอ้จงอินต้องมาหาที่นั่งคือม้าหินใต้ต้นไม้หน้าคณะ แบคฮยอนยกน้ำขึ้นมาดูด คิ้วก็ขมวดติดกันจนเพื่อนๆนึกสงสัย



“เปล่า”



“เปล่าอะไร ทำหน้าเป็นตูดหมาแล้ว” ไอ้จงอินว่าบ้าง มันงับขนมปังเข้าปากแล้วพูดต่อ “ไปเจออะไรมา ไหนบอกหมอซิ”



แบคฮยอนถอนหายใจแล้วตั้งใจกินขนมปังในมืออีกครั้ง เฮ้อ.. ถ้าบอกไปเขาจะกลายเป็นคนงี่เง่าไหมนะ



แต่เอาเถอะ ไหนๆเป็นเพื่อนกันก็ไม่ต้องมีความลับต่อกันอยู่แล้ว



“เมื่อกี้กูพาน้องในเอกไปเข้าห้องน้ำที่คณะพยาบาล เจอเด็กวิศวะการบินทำกิจกรรมอยู่ใต้ตึก” 



“วิศวะการบินก็ที่ไอ้ชานยอลเรียนอะดิ” จงอินว่า “งั้นกูก็พอรู้แล้วแหละว่ามึงหงุดหงิดอะไร”



“จะฟังต่อป่ะ”



“จ้าๆ ฟังจ้า แหม แค่นี้ก็ต้องหงุดหงิด” พูดจบก็ทำท่าเชิญให้เขาเล่าต่อ แบคฮยอนก็เลยเปิดปากเล่าอีกครั้ง



“ทีนี้ชานยอลเป็นเดือนสาขา เขาเลยเรียกออกไปทำกิจกรรม ซึ่งคือกิจกรรมอะไรรู้ป่ะ”



“.......”



“ให้หัวหน้ากิจกรรมสองคนแข่งกันทำบ้าอะไรไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือใครชนะได้หอมแก้มชานยอล”



“.......”



“มันไม่ใช่ป่าววะ ไอ้เด็กนั่นก็ไม่ขัดขืนด้วย มัวแต่ยืนยิ้มอยู่นั่นแหละ ฮึ่ย!”



พูดจบก็กัดขนมปังด้วยท่าทางเกรี้ยวกราดจนเพื่อนๆอีกสองคนต้องลอบมองหน้ากัน ไอ้คู่นี้ช่วงที่คุยกันแรกๆไอ้ชานยอลก็เป็นฝ่ายง้องแง้ง แต่พอผ่านมาปีกว่าๆกลับกลายเป็นสลับกันง้องแง้งเสียอย่างนั้น เหมือนตอนนี้



“คือมึงกำลังหึงเด็กว่างั้น”



“เออ!” แบคฮยอนพูดก่อนจะกระแอม “คือ.. ก็ไม่เชิง แต่จะยอมให้เขาหอมง่ายๆแบบนั้นได้ไงอะ มึงเข้าใจกูหรือเปล่า”



“แล้วมึงเห็นตอนมันโดนหอมหรือไง” มุนบยอลถาม



“กูเดินพาน้องกลับมาทำกิจกรรมก่อน ไม่ทันเห็น”



“เออ แล้วก็ไปสรุปว่ามันยอมให้เขาหอม”



“ยืนยิ้มหน้าเหรอหราแบบนั้นไม่ยอมเลยมั้ง” แบคฮยอนยู่ริมฝีปาก “กูจะโกรธให้ถึงที่สุด!”



ได้ยินเสียงเพื่อนๆบ่นงึมงำทำนองว่าเขาเป็นพวกประหลาดคน แต่แบคฮยอนไม่แคร์หรอกนะ ตอนนี้ในหัวเขามีแต่ใบหน้ายิ้มร่าของชานยอลจนรู้สึกโมโหอยากต่อยดั้งโด่งๆให้หักซ้ำๆอยู่อย่างนั้น ป่านนี้คงโดนหอมไปหลายฟอดแล้วแน่ๆเลย



คิดแล้วมันก็น่าโมโหอีกแล้ว!



“เออมึง ปีนี้เด็กปีหนึ่งสาขาเราหล่อๆก็มีเหมือนกันนะ” ไอ้มุนบยอลเปลี่ยนเรื่องพูด “ที่นั่งทำหน้าหล่อๆอยู่ท้ายแถวไง มึงต้องเห็นดิไอ้แบค”



“คนไหนวะ”



“ที่นั่งท้ายแถวอะ.. ชื่ออะไรวะ กูไม่แน่ใจ แต่หล่อมาก ดั้งงี้พุ่งกระแทกหน้ากูเลย” พูดไปทำท่าไปด้วยจนแบคฮยอนนึกสงสัย เพราะนานๆไอ้มุนบยอลจะชมใครว่าหล่อสักที



“เออ ขอให้หล่อจริงๆเถอะ กูจะส่งชิงเดือนมหาลัยแข่งกับไอ้ชานยอล” ไอ้จงอินเสนอ ซึ่งแบคฮยอนก็เห็นด้วย เขาไม่ยอมให้ชานยอลเป็นเดือนมหาวิทยาลัยแน่ๆ 



แค่เป็นเดือนสาขาแบคฮยอนก็วุ่นวายหัวใจจะตายอยู่แล้ว ถ้าเป็นเดือนมหาวิทยาลัยอีกนี่ไม่อยากจะคิดเลย



“เฮ้ย! นู่นๆ เพื่อนน้องเขา” ไอ้มุนบยอลพยักเพยิดไปทางใต้ตึกคณะซึ่งเป็นกลุ่มเด็กผู้ชายยืนคุยกันอยู่ มีการเหลือบมองมาทางนี้เล็กน้อย ไม่นานนักก็เดินออกมา “เดี๋ยวนะ.. น้องมันไม่ได้เดินมาทางพวกเราใช่ป่าววะ”



จะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ทันแล้ว เมื่อเด็กกลุ่มนั้นเดินมาหาพวกเขาซึ่งนั่งรวมกันอยู่ แบคฮยอนเงยหน้ามองก็ยังไม่เห็นว่ามีใครหล่อสะดุดตาเหมือนอย่างที่ไอ้มุนบยอลมันว่าสักคน แถมมันเองก็ไม่ได้กรี๊ดกร๊าด แสดงว่าเด็กคนนั้นคงไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้



“เอ่อ..” แล้วไม่ช้าหนึ่งในเด็กพวกนั้นก็เอ่ยกับเขา “พี่แบคฮยอน.. ใช่ไหมครับ”



แบคฮยอนที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกได้แต่พยักหน้าหงึกๆ เด็กคนนั้นยิ้มนิดหน่อย ก่อนจะยืนโทรศัพท์มือถือมาให้เขา “พอดีเพื่อนฝากมาขอไลน์อะครับ”



“.......”



“.......”



เงิบกันทั้งโต๊ะเมื่อเด็กมันว่ามาอย่างนั้น แบคฮยอนหันไปมองเพื่อนสนิทอีกสองคนที่ก็อ้าปากหวอ เดี๋ยวก่อนเลยนะ เด็กมันจะเอาไลน์เขาจริงๆหรือไง



“เฮ้ย.. บอกว่าเพื่อนฝากมา ที่จริงจะขอเองหรือเปล่า” ไอ้จงอินหรี่ตาแล้วมองเด็กคนนั้นอย่างจับผิด ส่วนเจ้าตัวคนที่โดนปรักปรำก็ได้แต่หัวเราะแล้วโบกมือไปมา



“เพื่อนผมฝากมาขอจริงๆครับพี่ ผมมีแฟนแล้ว ไม่นอกใจแฟนหรอกครับ” พูดจบก็หันมามองหน้าเขาอีกครั้ง “เพื่อนผม.. แทยงน่ะครับ มันฝากมาขอ”



“เดี๋ยวนะ” ไอ้มุนบยอลเอ่ยแทรกก่อนจะหันไปถามเด็กคนเดิม “แทยง.. ที่หน้าตาหล่อๆใช่ปะ”



“จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ครับ”



“เชี่ย! น้องคนนั้นไงมึงที่กูบอกว่าหล่อๆอะ นึกชื่อตั้งนาน สรุปชื่อแทยงนี่แหละ กูจำได้แล้ว” ไอ้มุนบยอลมีท่าทางดีดดิ้นอย่างกับโดนขอไลน์เองจนแบคฮยอนต้องส่ายศีรษะไปน้อยๆ จ้องมองหน้าเด็กคนที่เดินเข้ามายื่นโทรศัพท์ให้ สลับกันกับโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวแล้วยิ้มน้อยๆออกมา



ถึงตอนนี้จะโกรธไอ้เด็กรีทรีฟเวอร์มากแค่ไหนก็เถอะ




“โทษทีนะ.. พอดีพี่มีคนคุยแล้ว”




แต่เขาตกลงกับหัวใจตัวเองไปแล้ว ว่าให้อยู่กับชานยอลแค่คนเดียว





 





เพราะว่ายังเรียนไม่จบเลยยังต้องอยู่ที่เดิม แบคฮยอนจึงยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิตเท่าไหร่




หลังจากเกือบสองปีที่แล้วที่แบคฮยอนถูกเสนอให้หมั้นกับชานยอลแทน ทั้งเขาและชานยอลปฏิเสธเพราะเราไม่ได้ต้องการให้คำว่าหมั้นมาผูกมัด แม้จะมั่นใจในตัวของกันและกันมากเพียงใด แต่ถึงอย่างไรทุกอย่างก็ย่อมเปลี่ยนแปลงกันได้



เขาไม่อยากให้ถึงวันหนึ่งแล้วชานยอลพบว่าเขาไม่ใช่ เด็กคนนั้นจะได้ไม่ต้องมีพันธะมาทำให้ตัดสินใจอะไรๆยากขึ้น แบคฮยอนไม่อยากให้มันกลายเป็นเครื่องบังคับ เขารอได้จนกว่าจะถึงวันนั้นที่เราสองคนต่างมั่นคงและมั่นใจที่จะใช้ชีวิตไปพร้อมๆกัน อย่างไรก็ยังคงไม่สาย



เอาล่ะ เรื่องพวกนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกัน



ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน



“พี่แบคฮยอน.. โกรธอะไรผมหรอ”



เจ้าเด็กรีทรีฟเวอร์ที่หน้าเลอะแป้งเต็มไปหมดนั่งจิ้มแขนเขาเล่นมาสักพักแล้ว หลังจากที่พอเลิกกิจกรรมแล้วมานั่งรอเขาเก็บฐานช่วยพวกเด็กๆปีสาม แบคฮยอนก็ยังไม่ได้คุยอะไรกับชานยอลสักคำเดียว



“ทำตาขวางอยู่ได้ ตาเขขึ้นมาไม่รู้นะมึง”



“ไอ้จงอิน!”



“อ้าว ก็จริงไหมล่ะ” ไอ้เพื่อนตัวดำคนเดิมว่า “เด็กมันก็ถามว่าเป็นอะไรมึงก็บอกมันไม่สิ มัวแต่ทำเป็นเฉไฉอยู่นั่นแหละ นางเอกตายห่า”



“พี่จงอิน มึงอย่าว่าพี่แบคฮยอนดิ” ชานยอลหันไปเอ็ดพี่คนสนิทข้างบ้าน ไอ้จงอินได้แต่เบะปาก ทำท่าทางรำคาญก่อนจะลุกออกไป “พี่แบคฮยอน.. ทำไมไม่คุยกับผม”



แบคฮยอนเหลือบตามองเด็กตัวสูงที่ส่งสายตาน่าสงสารมาให้ โถพ่อคุณ คิดว่าทำหน้าแบบนี้แล้วแบคฮยอนจะใจอ่อนยอมบอกง่ายๆหรือไง



“ก็ไปทำอะไรผิดไว้ล่ะ นึกสิ”



อือ.. คิดถูกแล้ว



แบคฮยอนเป็นโรคแพ้ชานยอลโหมดอ้อนโดยสมบูรณ์แบบ นึกภาพเด็กตัวโตๆหน้าตาดีๆมาออดอ้อนสิ เป็นใครก็แพ้กันหมดทั้งนั้น จนไอ้จงอินบอกว่าเขากำลังกลายร่างเป็นเจ๊เปย์เด็กเข้าไปทุกที ปากมันยังหมาจนน่าเตะไม่เปลี่ยนแปลง



“ผมไม่เห็นจะนึกออกเลยว่าไปทำอะไรผิดไว้” ชานยอลเขยิบเข้ามาใกล้อีกนิด “หรืองอนที่เมื่อวานผมไม่ยอมไปนอนด้วย”



“บ้าหรือไง ใครจะงอนไร้สาระแบบนั้น” ถึงทีแรกจะงอนเรื่องนั้นด้วยนิดหน่อยก็เถอะ แต่พอชานยอลอธิบายว่าเป็นวันเกิดแม่เลยต้องอยู่บ้านเป็นเพื่อนแม่เขาก็หายงอน 



ถ้าถามว่าทำไมแบคฮยอนไม่ยอมย้ายไปอยู่บ้านของชานยอล มันเป็นความตั้งใจของเขาเองที่อยากจะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวให้คุ้มก่อน รู้ดีว่าถ้าเรียนจบกลับไปอยู่บ้านแล้วเขาต้องไปอยู่รวมกับครอบครัวแน่ๆ



ส่วนแม่ของเขา.. หลังจากวันนั้นก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันเป็นกิจจะลักษณะ เพราะแม่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ใส่ใจเขาน้อยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย และไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนไปเมื่อไหร่เช่นกัน



“หรืองอนที่ผมซื้อโคล่ามาให้ แทนที่จะเป็นน้ำแดง” ชานยอลเดาอีกครั้ง



“นั่นยิ่งไร้สาระเข้าไปใหญ่”



“แล้วอะไรล่ะ” ชานยอลเริ่มงอแงด้วยการฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะตรงหน้า “ถ้าพี่ไม่บอกผมก็ไม่รู้แล้วนะ จะร้องไห้แล้วจริงๆด้วย”



รู้หรอกว่าขู่ไปอย่างนั้นเอง ชานยอลรู้ว่าเขาไม่ชอบให้เจ้าตัวร้องไห้ หลังจากรู้ก็ไม่เคยร้องไห้ให้เขาเห็นอีกเลย แต่ยังไงก็ยังเป็นเด็กที่อารมณ์บอบบางอยู่ดีนั่นแหละ ถึงอย่างนั้นก็เข้มแข็งขึ้นเยอะ.. ไอ้จงอินบอกว่าความบอบบางนั้นมันย้ายมาอยู่ที่ตัวเขาหมดแล้ว


ก็คงจะจริงอย่างที่มันว่า



“ก็เมื่อตอนสาย.. ที่คณะพยาบาล..”



“......”



“ตอนเราออกไปทำกิจกรรมน่ะ”



แบคฮยอนพูดแค่นั้นให้ชานยอลคิดต่อเอาเอง เด็กตัวสูงเงียบไปนิดหนึ่ง แล้วจึงร้องอ๋อขึ้นมา “พี่เห็นตอนนั้นด้วยหรอ อายจัง”



“ไม่ต้องมาอายเลย!” แบคฮยอนขมวดคิ้วฉับ “มีอย่างที่ไหนเขาจะหอมแก้มตัวเองแท้ๆ แต่ดันยืนนิ่งให้เขาเล่นเกมชิงหอมอยู่ได้”



คนตัวเล็กเอ่ยฉอดๆจนชานยอลอึ้งไป ไม่นานนักไอ้เด็กตัวสูงก็ยิ้มเผล่แล้วเอื้อมมือมาดึงแก้มเขาเบาๆจนแบคฮยอนต้องเบือนหน้าหนีเป็นเชิงว่ากำลังหงุดหงิด

 


“อ๋อ.. ที่แท้ก็เรื่องนี้” ชานยอลยกมือขึ้นสางผมเขาเล่น ตั้งแต่เริ่มคุยกันแบบจริงจังระยะหลังๆมานี้ชานยอลชอบเล่นผมเขา แต่แบคฮยอนก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก เขาชอบซะอีกเวลาที่อีกคนจับหัว จับผม ลูบผม มันเพลินๆดี



“อื้อ.. ใช้คำว่าแค่ได้ยังไง ใครก็ไม่รู้จะหอมแก้มเรานะ”



“แสดงว่าพี่ไม่ได้อยู่ดูให้จบเกมล่ะสิ” 



“.......”



“ผมไม่ได้ให้เขาหอมสักหน่อย”



แบคฮยอนกระพริบตาปริบๆตอนอีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มเขาดังฟอด ร่างเล็กไม่ได้ว่าอะไรเพราะชานยอลก็ชอบหอมทีเผลอแบบนี้อยู่แล้ว แต่เขากำลังตั้งใจฟังเด็กรีทรีฟเวอร์พูดต่อมากกว่า



“แต่อันนี้ผมหอมพี่นะ”



“ก็รู้แล้วไหมล่ะ คนเขารอฟังคำอธิบายอยู่นะชานยอล”



“โอเคๆ หยอกนิดหยอกหน่อยเฉยๆเอง” ชานยอลหัวเราะในลำคอนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยบอก “พอเขาแข่งกันเสร็จแล้วคนชนะจะหอม ผมก็ส่ายหัวไป บอกว่าหอมไม่ได้หรอก แล้วเขาก็ถามว่าทำไม”



“.......”



“ผมก็บอกไปว่า ผมมีคนคุยอยู่แล้ว”



“.......”



“คนคุยของผมคงไม่สบายใจ ถ้ารู้ว่าพวกพี่มาหอมแก้มผม”



ขยันทำให้เขินจนแบคฮยอนหน้าร้อนฉ่า อุตส่าห์โมโหมาตั้งนาน สรุปว่าชานยอลก็ไม่ได้โดนหอม แถมเหตุผลยังบ้าบอสุดๆไปเลยด้วย



แต่ก็.. ไม่ต่างอะไรจากตอนที่แบคฮยอนถูกเด็กขอไลน์เลยไม่ใช่หรือไง



“หายโกรธผมนะ” ชานยอลว่าแล้วยกมือเขาขึ้นไปหอม “ผมไม่ยอมให้ใครหอมแก้มหรอก นอกจากพี่”



แบคฮยอนไม่ได้ตอบอะไรนอกจากเปลี่ยนสีหน้าเรียบนิ่งเป็นรอยยิ้มให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาหายโกรธแล้ว “พูดแบบนั้นออกไป ไม่กลัวเรตติ้งตกหรือไงว่าที่เดือนคณะ”



“ไม่ได้เป็นเดือนก็ไม่เห็นเป็นอะไร ผมไม่แคร์หรอก”



“จริงอะ ไม่ใช่ว่าไม่ได้เป็นแล้วเสียใจนะ”



“ไม่แคร์.. ผมแคร์พี่มากกว่านั้นเยอะ” แล้วก็หอมมือเขาอีกฟอดจนมือจะช้ำอยู่แล้ว “แต่ว่า.. พอบอกว่าเป็นคนคุย มันดูไม่มีน้ำหนักเลยอะ”



“ยังไง”



“ก็เป็นแค่คนคุย มันดูไม่มีน้ำหนักในการเลี่ยงอะไรสักอย่าง”



แบคฮยอนจ้องหน้าเจ้าเด็กตัวโตที่จู่ๆก็นั่งหลังตรง คว้ามือเขาไปกุมไว้ทั้งสองข้างก่อนจะจ้องเข้ามาในดวงตาของเขา ชานยอลยังตาโตเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แววตาแบบนั้นมันทำให้อีกฝ่ายดูเป็นเด็กซนๆอยู่เสมอ แต่พอใส่ชุดนักศึกษาแล้วก็ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก




“ถ้าอย่างนั้น.. มาเป็นแฟนให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”




เป็นผู้ใหญ่ทั้งด้านความคิดและการกระทำ ถึงแม้ว่าจะยังทำตัวเป็นเด็กในบางครั้งก็ตาม



สุดท้ายผู้ใหญ่อย่างเขาก็ตอบตกลงคบหาเป็นแฟนกับเด็กที่ตัวสูงกว่าตนเองหลายเซนติเมตร ในช่วงเย็นของวันนั้นเอง










TALK:
และเธอนั้นจะรังเกียจไหม ถ้าเราเดินด้วยกัน ~

ทีแรกว่าจะให้จบตอนนี้ แต่ย้ายไปจบตอนหน้าแล้วกันนะคะ
ขอโทษที่หายไปค่อนข้างนานค่ะ รักน้า

แนบรูปหมวกไก่กับหมวกเสือที่ศึกษาศาสตร์กับวิศวกรรมศาสตร์ต้องใส่ น่าร้าก (ยืมรูปจากกูเกิ้ลค่ะ)


  


#teenyweenyCB




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,575 ความคิดเห็น

  1. #1554 บบตพ ♡ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 21:04
    คบกันแร้ววววว แงแงงงง
    #1,554
    0
  2. #1426 pcy921 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 18:13
    เออ มันต้องหยั่งงี้เส่ไอ่น้องงงง
    #1,426
    0
  3. #1393 Oum Sirilak (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 21:31
    เปงแฟนกัล เปงแฟนกัลลลล ฮิ้วววววววว
    #1,393
    0
  4. #1342 PINKLAND (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 16:21
    โง้ยยยยยยยยย เปงแฟนกันนนน
    #1,342
    0
  5. #1322 sweetpss (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 22:57
    โง๊ยเขินไม่ไหวแล้ววง
    #1,322
    0
  6. #1310 somruethai1307 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 23:00
    หึงกันด้วย รักกันเป็นแฟนกันแล้วเย้ๆ
    #1,310
    0
  7. #1264 bbbbbbbys (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 10:00
    เป็นแฟนกันสักทีเนอะะะะ ฮืออออออเขินนนนนนน
    #1,264
    0
  8. #1200 hunnnielu947 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:45
    แฟนเด็กน่ารักมากเลยอ่ะ งือออ
    #1,200
    0
  9. #1186 Tayax2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:50
    ทั้งเขินทั้งขำ บ้าบอ (บอกตัวเอง) 55555555
    #1,186
    0
  10. #1185 tunyeol (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:07
    น่ารักไปหมดเลยยย ฮืออมีคนคุยแล้ว เป็นแฟนกันแล้ว เขินนน
    #1,185
    0
  11. #1184 byunc. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:29
    มีคนคุยแล้ว ฮือ
    #1,184
    0
  12. #1181 cbtk (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:05
    โอ๊ยยยยยย บ้าๆๆๆๆๆๆ เขินมากกกกกกกกกก
    #1,181
    0
  13. #1179 therealcin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:38
    งุ้ยยยเขิน
    #1,179
    0
  14. #1172 minehaver (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:33
    โอ้ยยยเปนแฟนกันแล้วเขินนน
    #1,172
    0
  15. #1171 เอาตรงตรงตรงเลยนะ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:56
    โอ้ยยยยยยเป็นแฟนกันแล้วแกรรรรรรร กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #1,171
    0
  16. #1169 pamee0077 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:57
    ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ ขอบคุณคนแต่งสำหรับนิยายดีๆนะคะ
    #1,169
    0
  17. #1168 หญิงปาร์ค (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:55
    น่ารัก น่ารัก น่ารัก
    #1,168
    0
  18. #1167 kiwill (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:35
    โง้ยยยยยย น่ารักไปอีกกกกก
    #1,167
    0
  19. #1166 Ploy Thanaporn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:11
    เขินอ่ะฮื่ออออ
    #1,166
    0
  20. #1165 View2224 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:05
    หนูเขินฮืออออออ
    #1,165
    0
  21. #1164 phirayajungkook (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:33
    เป้นโหลดดด ถ้าจะขนาดนี้
    #1,164
    0
  22. #1163 ยูสเซอร์?แลม. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:23
    ชอบจังตอนที่แบคโดนขอไลน์กับที่ชานจะโดนหอมแก้มแต่ปฏิเสธไปด้วยเหตุผลนั้น ฮือออชอบ เป็นแฟนกันแล้วด้วยเหตุผลมีน้ำหนักกว่าคนคุยเยอะเลยเนอะะ
    ปล. หมวกน่ารักมากกก
    #1,163
    0
  23. #1162 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:39
    อห. หมวกน่าลั้ก
    #1,162
    0
  24. #1161 chidaaaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:27
    หายไปนานอ่ะนึกว่าจะเทเรื่องนี้แล้ว;_;
    #1,161
    0
  25. #1160 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:31
    โครตชอบ โครตดี มีเหตุผลกันทั้งคู่เลยอะ ชอบก็บอกว่าชอบ มีคนคุยก็บอกว่ามีคนคุย รักก็บอกว่ารัก หลงรักตัวละครเรื่องนี้มากๆ
    #1,160
    0