teeny-weeny ll chanbaek

ตอนที่ 16 : 16 - บทสรุปของความผิดหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    6 ก.พ. 60




สองหัวจิตหัวใจอย่างนี้
เลือกสักทีเถอะเอาสักทาง












คนที่ปวดหัวที่สุดในตอนนี้ก็คงไม่พ้นคิมจงอิน




บรรยากาศมาคุในห้องของแบคฮยอนไม่ใช่เรื่องที่น่าพิสมัยเลย จงอินนั่งนิ่งๆตรงพื้น แบคฮยอนก็เหมือนกัน มันนั่งขัดสมาธิ ใบหน้าหมดอาลัยตายอยากเปลี่ยนเป็นคิดไม่ตกอะไรสักอย่างในหัวที่เขาเดาไม่ถูก



ในมือของแบคฮยอนกำโทรศัพท์มือถือแน่น น้ำตาคลอหน่วยที่ดวงตาเล็กๆของมัน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันกำลังโมโหหรือกำลังเสียใจกันแน่ แต่เอาเป็นว่าท่าทางของมันทำให้ทั้งจงอินและมุนบยอลหุบปากฉับ ไม่กล้าพูดอะไรสักคำตั้งแต่โดนมันลากมาที่นี่



ก็หลังจากมันเดินเข้ามาในร้านนั่นแหละ รีบเร่งพวกเขาแถมยังแผ่รังสีอำมหิตมาให้จนไม่มีใครกล้าหือ จงอินรีบบอกพนักงานให้แพ็คพิซซ่าที่เหลือกลับบ้านแล้วก็รีบจ่ายตังเดินตามไอ้คนที่อยู่ๆก็เกิดผีบ้าผีบอกลับมายังอพาร์ทเม้นท์ของมันในที่สุด



“………”



“……...”



“มึงเงียบแบบนี้กูใจคอไม่ดีนะ” ไอ้มุนบยอลเกริ่นขึ้นด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ มันนั่งกอดเข่าแล้วกระพริบตาปริบๆมองแบคฮยอน “ไหน มีอะไรบอกพวกกูหน่อยดิ”



ตั้งแต่มานั่งรวมกันแบคฮยอนก็ยังไม่พูดอะไรสักคำ ด้านจงอินกับมุนบยอลก็ไม่กล้าถาม เพราะไม่เคยเห็นมันโหมดนี้มาก่อน อย่างที่บอก ปกติแบคฮยอนจะเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยหืออือกับใครเท่าไหร่ จะแสดงอารมณ์บ้างก็ตอนหัวเราะกับตอนยิ้มแย้มเท่านั้นแหละ



แต่นี่มันมาแปลก.. เป็นโหมดที่เขากับมุนบยอลไม่เคยรับมือเลย



ครู่หนึ่งแบคฮยอนก็โยนโทรศัพท์มือถือของมันมาทางพวกเขา จงอินมองหน้ามันแว้บหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมหยิบโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวขึ้นมาดู



มันเป็นหน้าแชทที่แบคฮยอนคุยกับน้องสาวของมัน



“พวกมึงดูรูปที่ดานึลส่งมาหน่อย”



“………”




“แล้วบอกกูที.. นั่นใช่ชานยอลไหม



ลมหายใจของจงอินสะดุดไปชั่ววินาทีหนึ่ง เขากระพริบตาถี่ๆ จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ปรากฏรูปของซึ่งถูกส่งมาให้จากอีกฝ่าย ในฐานะที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ของมันมาตั้งแต่เกิด แม้รูปจะเลือนๆเบลอๆไปบ้าง แต่ให้มองไกลระยะสิบเมตรเขายังรู้ว่านี่มันชานยอล



ใช่.. ปาร์คชานยอล



“มึง.. หมายความว่าไงวะ” 



“นี่ไงคนที่นัดครอบครัวกูมา คนที่แม่พยายามจะให้กูไปเป็นพยานให้ได้”



“……..”




“คนนี้ไง.. คู่หมั้นของดานึล”




ความเงียบงันเกิดขึ้นโดยรอบ ในขณะที่แบคฮยอนยกขาขึ้นมาชันเข่าแล้วกระพริบตาถี่ๆเหมือนต้องการจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้ จงอินไม่เคยรู้เลย.. เขารู้แค่ว่าน้องสาวของแบคฮยอนจะต้องหมั้นกับใครสักคน แต่ไม่เคยรู้เลยว่าคนคนนั้นคือชานยอล



“คือชานยอลไง คนที่จะหมั้นกับน้องสาวกูน่ะ”



“……..”



“ฮึก.. คือชานยอลไง”



คราวนี้แบคฮยอนฟุบหน้าลงกับเข่าแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดัง จงอินกับมุนบยอลตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แบคฮยอนไม่เคยร้องไห้เลย หรืออาจจะร้องแต่พวกเขาก็ไม่เคยได้เห็นเลยสักครั้ง



“มึง.. ใจเย็นๆก่อน”



“จะให้กูใจเย็นได้ไงอะ ฮึก.. คนที่บอกว่าชอบกูนักหนากำลังจะหมั้นกับน้องสาวกูเนี่ยนะ ฮือ!”



จงอินก็ไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน ตอนนี้เขาทำได้แค่เข้าไปแกะแขนของแบคฮยอนให้หลุดออกจากการกอดเข่าตัวเอง มันก็ไม่ได้ขืนตัวเอาไว้ พอหลุดออกมาก็รีบกอดเอวเขา เอาหน้าซุกไว้ตรงพุงแล้วร้องไห้อย่างกับเด็กๆ



“ฮึก.. ชานยอลทิ้งกูแล้ว ชานยอลโกหก!”



“มึงใจเย็นๆก่อน เรายังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเลยนะ มึงอย่าเพิ่งสรุปดิวะ” มุนบยอลที่กำลังลูบหัวลูบหลังให้แบคฮยอนพูดคำว่าใจเย็นๆซ้ำๆ มันเองก็ตกใจไม่น้อยที่เพื่อนสนิทร้องไห้โฮขนาดนี้



“เดี๋ยวกูไปคุยกับแม่มันให้เอาไหม” เขาเอ่ยเสนอ อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้ชานยอลมันทำบ้าอะไรของมัน ไหนบอกว่าชอบแบคฮยอนนักหนา แต่ไมถึงจะไปหมั้นกับคนอื่นแบบนี้



แล้วมันรู้ไหมว่าดานึลคนที่มันกำลังจะหมั้นด้วยเป็นน้องสาวของแบคฮยอน



“กูเสียใจ”



“เออ กูเชื่อ” เพราะเขาไม่เคยเห็นมันร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อนเลย



“กู..” แบคฮยอนร้องไห้ซ้ำๆเหมือนคนที่พูดอะไรไม่ออก “กูเหมือนโดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำอีก ไหนชานยอลบอกว่า ฮึก ..ชอบกูไง ทำไมถึงหลอกกูล่ะ”



“……..”



“ทั้งๆที่กูชอบชานยอลแล้วแท้ๆ แต่ทำไม..”



จงอินถอนหายใจพร้อมกับลูบหัวเพื่อนสนิทที่ยังไม่ผละกอดออกไป ที่เขาบอกว่าคนร่าเริงเวลาร้องไห้จะน่าสงสารที่สุดเห็นจะจริง เพราะขนาดแบคฮยอนไม่ใช่คนร่าเริงมากนัก ยังน่าสงสารถึงขนาดนี้เลย



แบคฮยอนร้องไห้จนหน้าแดงไปหมด น้ำตาก็ไหลลงมาไม่ยอมหยุด หลับตาปี๋เหมือนเด็กน่าสงสารๆคนหนึ่ง..



“ตอนนี้พวกเราก็ไม่มีใครรู้เลยไม่ใช่หรอวะว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้น ให้ไอ้จงอินไปถามแม่ชานยอลก็ดีเหมือนกันนะ” มุนบยอลเสนอท่ามกลางเสียงร้องไห้ของแบคฮยอน “มึงอย่าร้อง.. พวกกูใจไม่ดีเลยนะเนี่ย”



แบคฮยอนสะอื้นฮักๆ พักหนึ่งก็ผละตัวของจงอินออกแล้วเอามือปาดน้ำตาทั้งที่ยังร้องไห้อยู่ เพื่อนอีกสองคนได้แต่มองหน้ากันพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด.. ไม่เคยเครียดเรื่องเกี่ยวกับแบคฮยอนมาก่อนเลย จนมาเรื่องนี้นี่แหละ



“ตกลงว่าไง.. ให้กูไปหาแม่ชานยอลนะ”



“อึก.. ม.. ไม่ต้อง” คนที่เริ่มคลายจากอาการสะอึกสะอื้นส่ายหัว แบคฮยอนเงียบไปพักหนึ่งเหมือนกำลังคิดอะไรกับตัวเอง ก่อนที่มันจะพูดออกมา



“แม่เรียกกูเข้าไปโซลพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้น..”



"......."




“กูจะไปทำให้เรื่องมันจบเอง”




30%








“พี่..”






เสียงทุ้มๆทดลองเอ่ยเรียกพี่สาวต่างมารดาอีกครั้งและอีกครั้งซ้ำๆ ในขณะที่เธอทำแค่ปรายสายตาจากโทรทัศน์มามองเพียงเท่านั้น



“ขอผมใช้โทรศัพท์เถอะนะ” ชานยอลพูดไปด้วยทำตาละห้อยไปด้วย “นะ..”



“ชานยอล พรุ่งนี้ก็จะกลับบ้านอยู่แล้วไม่ใช่หรอ อดทนหน่อยเถอะ”



“แต่ผมไม่ได้ติดต่อคนที่นู่นจะอาทิตย์นึงแล้วนะ” 



ปาร์คซูจองหรี่ตามองน้องชายแล้วถอนหายใจออกมา เด็กคนนี้ดื้อจริงๆ ตามตื๊อเธอตั้งแต่เช้าว่าขอใช้โทรศัพท์หน่อยได้ไหม พอบอกว่าไม่ได้เพราะพ่อสั่งเอาไว้ก็ยังตื๊อไม่เลิก ทำหน้าตาน่าสงสารยกใหญ่จนเธอเกือบจะใจอ่อนอยู่หลายครั้งหลายครา



แต่จะใจอ่อนไม่ได้!



“อดทนมาเกือบอาทิตย์ ทนอีกวันเดียวจะหนักหนาอะไรกัน”



“พี่ไม่เข้าใจผม”



“เข้าใจสิ แต่พี่สัญญากับพ่อไว้จะให้ผิดสัญญาได้ยังไงล่ะ”



พูดมาถึงตรงนี้ชานยอลก็ถอดใจ รู้แล้วว่ายังไงคนแบบพี่ซูจองก็คงไม่ยอมให้เขาใช้โทรศัพท์ของเจ้าตัวง่ายๆแน่ แถมบ้านหลังนี้ยังไม่มีโทรศัพท์บ้านอีก พอจะออกไปหาตู้โทรศัพท์ข้างนอกพี่ซูจองก็หูตาไวเป็นสับปะรด คอยห้ามเขาทุกครั้งเลย



“เถอะน่า อดทนอีกวันนึงนะ เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้วไม่ใช่หรอ”



“เวลาแค่วันเดียวอาจจะทำให้อะไรมันเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย--”



“อีกวันเดียวชานยอล”



สุดท้ายเขาก็ถอดใจอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะพ่อนั่นแหละที่ให้เขาทิ้งโทรศัพท์เอาไว้ที่บ้านนู้น บอกทุกคนในบ้านนี้เสร็จสรรพว่าห้ามให้เขายืมโทรศัพท์เด็ดขาด ให้เหตุผลเอาไว้ว่า ‘เรื่องแค่นี้ต้องทนได้ ทนไม่ได้ก็ปล่อยให้ลงแดงตายไปเลย’ ไม่ได้ดูสภาพจิตใจลูกชายเลยว่ากำลังวิตกขนาดไหน



ป่านนี้พี่แบคฮยอนจะทำอะไรอยู่.. จะตกใจมากหรือเปล่าที่เขาหายไป



คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว



“ดูทำหน้าเข้าสิ มันจะอะไรขนาดนั้นเลยหรือไง”



“พี่ไม่เข้าใจหรอก” ชานยอลตอบกลับ “คนไม่มีความรักแบบพี่น่ะ”



“ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะย่ะ พี่โตกว่านายห้าหกปีเชียวนะ”



ไม่รู้ล่ะ ตอนนี้เขาพาลไปหมดทุกเรื่องเลย อยากจะวิ่งออกประตูไปกดตู้โทรศัพท์ให้รู้แล้วรู้รอด แม้จะยังไม่รู้ก็เถอะว่ามันอยู่ไกลแค่ไหน อาจจะต้องวิ่งจนขาลากเลยก็ได้ถ้าจะออกไปตามหาจริงๆ



“ล้มเลิกความคิดจะออกไปหาโทรศัพท์ข้างนอกได้เลย”



“พี่รู้ได้ยังไง”



“จ้องประตูเขม็งขนาดนั้นไม่รู้เลยมั้ง” เธอว่าอย่างรู้ทัน “ตอนเย็นพ่อจะมารับแล้วไม่ใช่หรอ รอหน่อยเถอะน่า ถ้านายฝ่าฝืนคำสั่งของพ่อเรื่องมันจะใหญ่กว่านี้นะ”



พอเธอพูดจบก็หยิบเอาหนังสือภาษาอังกฤษออกมาอ่านเป็นเชิงว่าให้เขาหยุดพูดได้แล้ว ปาร์คชานยอลเองก็ไม่ใช่คนไร้มารยาทขนาดจะตามตื๊อพี่สาวไม่เลิก เนื่องจากเราเองก็ไม่ถึงขั้นสนิทกันมาก เคยคุยกันเป็นครั้งคราวเวลาพ่อพาเข้าโซลเท่านั้น ดีที่ครอบครัวเดิมของพ่อไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรทั้งชานยอลกับแม่ ก็เลยไม่มีปัญหาเท่าไหร่



อาทิตย์ที่ผ่านมาชานยอลต้องเข้ามาในโซลพร้อมพ่อ เพราะรายนั้นมีงานต้องทำค้างเยอะแยะไปหมด พอเขาบอกว่าจะเข้ามาเองทีหลังพ่อก็บอกว่าจะพาไปหาญาติ ซึ่งตลอดหลายวันที่ผ่านมาชานยอลก็ไปไหว้พวกญาติฝ่ายพ่อกับบรรดาเพื่อนพ่อสักประมาณสิบบ้านเห็นจะได้



แทบไม่มีเวลาทำอะไรเลย ตื่นมาก็ต้องออกไปกับพ่อ กลับมาตอนเย็นก็เหนื่อยจากการเดินทางจนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรนอกจากอาบน้ำเข้าห้องนอน เพิ่งจะว่างก็แค่วันนี้ที่พ่อขอไปเคลียร์งานที่บริษัท แล้วจะรีบกลับมารับเขาเพื่อไปทำธุระสำคัญมาก



ธุระที่เขาเข้ามาในโซลก็เพื่อการนี้



“พี่ซูจอง ผมมีเรื่องจะถาม” ชานยอลย้ายก้นไปนั่งบนโซฟาตัวยาวตัวเดียวกันกับพี่สาว เธอมองเขานิดหน่อยแล้วเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงว่าเขาอยากจะถามอะไร 



“พี่คิดยังไงกับการจับคลุมถุงชน”



คำถามตรงประเด็นที่น้องชายเอ่ยมาทำเอาปาร์คซูจองต้องเงียบไปอึดใจหนึ่ง เธอเหลือบตามองเพดานเหมือนกำลังใช้ความคิดพร้อมกับส่งเสียงในลำคอออกมาเบาๆ ในที่สุดก็เอ่ยตอบ



“ล้าหลัง” ซูจองว่า “สมัยนี้เขาเลิกจับคลุมถุงชนกันไปตั้งนานแล้ว..”



“…….”



“แต่ในกรณีของเรา พี่คิดว่ามันก็ไม่แย่หรอกมั้ง”



“เพราะว่ามันเป็นความคิดของพ่อ พี่ก็เลยไม่คิดว่ามันแย่ไง”



“ก็ทำนองนั้น” คนเป็นพี่ไม่ได้ปฏิเสธ “แล้วคิดยังไงถึงมาถามเอาวันนี้”



“ผมกำลังคิดว่ามันใช่เรื่องที่แย่มากไหม.. คนทั่วไปมองว่ามันเป็นยังไง แต่สำหรับผมมันไม่ดีเลย”



“……..”



“มันเป็นการบังคับฝืนใจกันแบบซึ่งหน้าชัดๆ”



เงียบกันไปทั้งพี่ทั้งน้อง ชานยอลรู้ดีว่าซูจองคงไม่รู้จะพูดอย่างไร ถึงแม้ว่าเธอจะรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วแต่เธอก็ไม่เคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้เอง ส่วนชานยอลก็ไม่รู้จะพูดอะไรเช่นกัน เขาได้แต่ภาวนาให้เรื่องวันนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีก็พอ



“ถ้าเป็นพี่นะ พี่จะทำตามสิ่งที่พี่รู้สึกอยากจะทำ” ในที่สุดเธอก็พูดออกมาตามประสาพี่สาวคนหนึ่งที่พอจะให้คำปรึกษาแก่น้องชายได้ “ไม่อยากทำอะไรก็ไม่ต้องทำ ทำแต่สิ่งที่อยากทำก็พอ”



“ถึงสิ่งนั้นจะกระทบกับคนอื่นน่ะหรอ”



“ก็ต้องดูว่าคนอื่นที่ว่านั่นเขาให้ข้าวเรากินไหม ถ้าไม่ก็ไม่เห็นต้องแคร์”



ชานยอลนึกสะท้อนในใจขึ้นมาเดี๋ยวนั้นว่าเขาเผลอใส่ใจใครมากเกินไปหรือเปล่า อันที่จริงชีวิตของคนเรามันก็สั้นนิดเดียว เราไม่ได้มีเวลามากพอที่จะใส่ใจทุกคนให้ครบถ้วน 



บางสิ่งบางอย่างก็ต้องเลือก.. แม้ว่าสิ่งนั้นอาจจะทำให้ใครรู้สึกแย่เพราะเขาก็ตาม



พี่ซูจองเป็นผู้หญิงทันสมัย เธอมีหัวคิดแบบคนสมัยใหม่ที่ไม่ต้องแคร์คนรอบข้างให้มากนักจนปวดหัว ในขณะเดียวกันก็เป็นที่ปรึกษาที่ดีให้แก่ชานยอลบ่อยๆด้วย ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ก็ตาม



“เฮ้อ ทำใจให้สบายเถอะ” เหมือนอย่างตอนนี้ที่เธอเอื้อมมือมาตบไหล่เขา “อย่าเครียดเลยนะ พี่จะคอยเป็นกำลังใจให้”



“จริงหรอครับ”



“เออ จริงสิ”



“งั้นผมขอยืมโทรศัพท์หน่อยดิ”



“ไม่ให้เฟ้ย!”









[มึงอยู่ไหนแล้ว]





“แท็กซี่ กำลังเลี้ยวเข้ามาในซอยบ้าน”



[เฮ้ย.. มึงโอเคแน่นะ]



แบคฮยอนพรูลมหายใจท่ามกลางความมืดในรถแท็กซี่ของช่วงหนึ่งทุ่ม ซอยบ้านของเขาเงียบสงบตามประสาหมู่บ้านปิด เมื่อกี้ก็ต้องโชว์หน้าให้ยามดู พอแกจำได้เลยอนุญาตให้รถแท็กซี่ที่เขาโดยสารอยู่เข้ามา



เขานั่งรถทัวร์เข้ามาในโซลที่คุ้นเคย จะว่าไปนับตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยได้ก็ไม่เคยได้กลับมาอีกเลย ออกจะตื่นตาอยู่หน่อยๆที่สิ่งก่อสร้างบางอย่างผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วทั้งที่เวลาก็ผ่านไปไม่นานเท่าไหร่นัก แบคฮยอนไปนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟราวๆสองชั่วโมง ทักแชทไปหาดานึลว่าเวลานัดหมายคือกี่โมง



Daneul ★ : หกโมงครึ่งค่ะ



เธอตอบกลับมาแบบนั้น ส่วนแบคฮยอนก็คิดไว้แล้วว่าอาจจะเข้าไปเลทสักหน่อย



เขาไม่ใช่คนที่ชอบปล่อยอะไรให้ค้างคาใจนานเกินไปนัก.. มันจะกลายเป็นกรดที่คอยกัดกินหัวใจของเขาเสียเอง แต่มันก็ยากจริงๆที่ต้องมาพบเจอกับอะไรที่ตัวเองไม่ได้อยากเจอ แบคฮยอนบอกตัวเองว่าเขามาที่นี่ก็เพื่อจะมาดูให้เห็นกับตา การกระทำพวกนี้มันดูอวดเก่งใช่ไหม แต่ถ้าเกิดว่าใช่ชานยอลจริงๆ..



ก็คงเสียใจ..



เสียใจมากกว่านี้เป็นล้านเท่า



“ทำไมต้องไม่โอเคด้วยวะ” เขาแค่นหัวเราะใส่ไอ้จงอิน แล้วชะโงกหน้าไปบอกคนขับ “พี่ครับ จอดซ้ายมือตรงนี้ครับ”



[ไม่ใช่.. คือ.. มึงแน่ใจแล้วหรอว่าจะเข้าไปตอนนี้จริงๆ] ปลายสายถามกลับมาอีกครั้งในขณะที่แบคฮยอนกำลังยื่นเงินเพื่อจ่ายค่าแท็กซี่ [มึงแน่ใจนะว่าพร้อมแล้วอะ]



“ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม เพราะตอนนี้กูถึงหน้าบ้านแล้ว” แบคฮยอนลงมายืนบนถนนแล้วปิดประตูรถแท็กซี่เป็นอย่างสุดท้าย เขาหันหน้าเข้าหาบ้านเดี่ยวราคาหลายล้านที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า



ถ้าให้เทียบกันกับบ้านที่ต่างจังหวัดของชานยอล บ้านของแบคฮยอนใหญ่กว่าหลายเท่าแต่ความอบอุ่นมันเทียบกันไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของบ้านหรืออะไรก็ตาม



ว่าแต่ทำไมต้องคิดถึงเด็กใจร้ายคนนั้นด้วยนะ



แบคฮยอนจะร้องไห้อีกแล้ว



[มึงใจเย็นๆนะ]



“กูเคยใจร้อนด้วยหรอ” แบคฮยอนบอกกับเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย “แค่นี้ก่อนนะมึง กูต้องเข้าไปในบ้านแล้ว”



เขากดวางสายแล้วจ้องมองประตูบ้านที่มีแสงไฟเล็ดลอดออกมาอีกครั้งหนึ่ง แบคฮยอนตัดสินใจแชทไปหาน้องสาวที่ก็คงกำลังนั่งอยู่ในบ้าน 



เขาพร้อมแล้ว.. ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรก็ตาม



ไม่นานนักเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขาในชุดกระโปรงก็เดินออกมาจากตัวบ้านพร้อมรอยยิ้มติดริมฝีปากเหมือนอย่างทุกที ดานึลน่ารักเป็นพิเศษ และในวันสำคัญแบบนี้เขาก็พอจะเข้าใจ



“พี่มาช้าจังเลย หนูคิดว่าจะไม่มาซะแล้ว” ดานึลว่าก่อนจะเปิดประตูตรงรั้วให้เขาเข้าไป “ครอบครัวนั้นเขามากันสักพักแล้วค่ะ”



“วันนี้แต่งตัวน่ารักนะ”



“จริงหรอคะ” ดานึลก้มๆลงมองชุดกระโปรงของตัวเอง “แม่จับแต่งน่ะ.. หนูไม่ชอบใส่กระโปรง พี่ก็น่าจะรู้”



แบคฮยอนยิ้มบางๆให้น้องสาวที่เดินนำหน้าไปก่อน ดานึลตัวเล็กกว่าเขานิดหน่อย หน้าตาน่ารักน่าชังมาตั้งแต่ไหนแต่ไรรวมทั้งนิสัยด้วย ถ้าในอนาคตเธอได้แต่งงานกับชานยอล.. ก็คงจะกลายเป็นคู่รักอีกคู่ที่เหมาะสมกันน่าดู



แบคฮยอนถอนหายใจออกมาอีกครั้งขณะกำลังถอดรองเท้าที่หน้าประตูบ้านชั้นใน ได้ยินเสียงคุณอาสามีใหม่ของแม่แว่วๆมาให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ ในตัวบ้านวันนี้ดูสะอาดและเป็นระเบียบกว่าปกติ เพราะว่ามีแขกมา



เหมือนเข็มนาฬิกากำลังเดินถอยหลังเมื่อแบคฮยอนค่อยๆก้าวเท้าไปยังห้องนั่งเล่นซึ่งดานึลเดินเข้าไปก่อนแล้ว ใจคิดแค่ว่าชานยอลจะรู้สึกยังไง จะตกใจไหมที่เห็นว่าเขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของบ้านหลังนี้



หรือจะทำเหมือนกับว่าเรื่องระหว่างเราไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แล้วปล่อยให้มันกลายเป็นแค่ฝันกลางวันของเขาเพียงฝ่ายเดียว



คิดวิตกอยู่พักใหญ่จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องนั่งเล่น น่าเสียดายที่มันไม่มีประตูปิดไว้เพื่อให้แบคฮยอนเตรียมใจมากกว่านี้



เพราะเขาได้สบตากับปาร์คชานยอล ตั้งแต่ยังไม่ทันจะก้าวขาเข้าไปในห้องเลยด้วยซ้ำ



“…….”



“…….”



เสียงพูดคุยแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบเมื่อทุกคนพบว่ามีผู้กำลังมาใหม่ แบคฮยอนจ้องตากับชานยอลที่ก็ขมวดคิ้วแล้วมองมาเช่นกัน



ทำไม.. แปลกใจหรือไง ผิดแผนไปหมดเลยใช่ไหมที่เขาดันเป็นลูกอีกคนของบ้านนี้



เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท แบคฮยอนกลืนทุกก้อนน้ำตาให้กลับเข้าไปข้างในก่อนที่มันจะร่วงหล่น เขาโค้งให้บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ก่อน แล้วจึงเดินอ้อมไปนั่งตรงโซฟาเดี่ยวซึ่งตรงข้ามกันกับดานึล



และติดกันกับชานยอล..



“มาช้านะเรา” คุณอาเอ็ดแบบไม่จริงจังนักจนแบคฮยอนต้องยิ้มบางๆไปให้



“ขอโทษครับ ผมคำนวณเวลาผิดไปนิดหน่อย” 



ระหว่างที่พูดกับเจ้าของบ้าน เขายังรับรู้ว่าชานยอลมองมาที่เขาตลอดเวลา แม้ไม่ได้หันไปอ่านสายตาว่าเด็กคนนั้นคิดอะไร แต่ก็พอจะรู้



คงเสียใจที่เขารู้ความลับของตัวเองเร็วเกินไป



“สวัสดีคุณลุงเขาสิ” แม่บอกแบคฮยอนด้วยน้ำเสียงกึ่งดุเหมือนเดิม แต่เขาก็หันไปทักทายคุณลุงตามที่เธอบอก “ส่วนนั่นลูกชายเขา.. แกคงรู้จักแล้วใช่ไหม น้องเล่าให้ฟังหมดแล้วล่ะว่าแกเป็นเพื่อนของคนข้างบ้านน้อง”



แค่นั้นเองหรอ



แบคฮยอนถามตัวเองในใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาเองมันก็เป็นแค่พวกหลอกง่าย ชานยอลจะแนะนำเขาด้วยฐานะแค่นั้นมันก็ไม่เห็นแปลกเลยสักนิดเดียว



“ไหนๆก็มากันครบแล้ว เสียเวลากันมามากแล้ว เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ”



“…….”



“แบคฮยอนคิดยังไงกับเรื่องหมั้นล่ะลูก” คุณอาผู้ใจดีกับเขามาโดยตลอดเอ่ยถามแบบตรงประเด็น.. ถามในคำถามที่แบคฮยอนไม่อยากตอบเลย “อาคุยกับแม่ กับคุณลุง แล้วก็เด็กๆแล้วนะ”



“…….”



“พวกเราคิดว่าจะจัดงานหมั้นให้เร็วที่สุด”



“…….”



“ถ้าเป็นอย่างนั้น หนูจะว่ายังไง--”





“ผมไม่อยากให้มีงานหมั้นครับ”




สิ้นคำนั้น ความประหลาดใจของทุกคนในห้องก็เป็นสิ่งที่ตามมา ดานึลที่นั่งยิ้มอยู่ก่อนหน้านี้ยังหุบยิ้มฉับ มองมายังเขาด้วยความตกใจอย่างปิดไม่อยู่ แบคฮยอนไม่ใช่คนดีเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะกับเรื่องของครอบครัวใหม่เขายิ่งไม่อยากยุ่ง



แต่ครั้งนี้คงจะไม่ได้



“ผมไม่ต้องการให้ดานึลกับชานยอลหมั้นกัน ไม่อยากเห็นเขาสองคนแต่งงานกัน”



พอมาถึงคำพูดนี้เขาก็ละสายตาจากแม่และคุณอา ก่อนจะหันไปมองหน้าเด็กตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆกันแทน ดวงตาของชานยอลเต็มไปด้วยน้ำใสๆที่เขานึกสนใจขึ้นมาเดี๋ยวนั้นว่ามันคือการแสดงเหมือนอย่างตอนที่ชานยอลเคยร้องไห้เพราะเขาไหม แม้ว่าหัวใจของแบคฮยอนจะปริไปแล้วแต่มันก็ยังไม่แตก



เขาโกรธชานยอล.. แต่..




“เพราะชานยอลเคยบอกรักผม”



“…….”




“แล้วผมก็รักชานยอลเหมือนกัน”




แต่.. เขาไม่อยากเสียชานยอลให้ใครเลย แม้กระทั่งน้องสาวของตัวเอง




ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องอีกครั้งเมื่อสิ้นคำนั้น แบคฮยอนจิกเล็บลงกับกางเกงยีนส์ตัวโปรดของตัวเอง สุดท้ายแล้วไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง แม่จะไล่เขาออกจากบ้านไหม หรือชานยอลจะหัวเราะแล้วปฏิเสธอย่างใจร้ายออกมาหรือเปล่าว่าเรื่องที่เขาพูดมันโกหกทั้งเพ



แต่อย่างน้อย.. เขาก็ได้บอกออกไปว่าเขารู้สึกยังไง



เขาน่ะ..








“อ้าว.. อาก็ยังไม่ได้บอกเลยนี่ว่าเป็นงานหมั้นของดานึลกับชานยอล”





รักชานยอล...







ห้ะ?











TALK:

555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555

คำอธิษฐานของเจ้าเป็นจริงละเด้อ


ใครงงอะไรอยู่ ตอนหน้ามาเฉลยค่ะ




#teenyweenyCB




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,575 ความคิดเห็น

  1. #1556 byunbeeyeol (@byunbeeyeol) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 14:40
    เอ้าาาาาา whattt โดนต้มเหรอเราาาาาา แงงงงงง
    #1,556
    0
  2. #1552 บบตพ ♡ (@twentynoey) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 18:46
    มิน่าแม่แบคถึงได้คะยั้นคะยอให้แบคมาโซลใช่มั้ย มันพีคมาก จะกรี๊ดแร้ว55555555555555555
    #1,552
    0
  3. #1527 kamonlak27189 (@kamonlak27189) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 14:00
    คือชั้นกำลังน้ำตาคลอเบ้า สักพักโว้ยยยยยย!!!
    #1,527
    0
  4. #1519 jjsksh24 (@jjsksh24) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 10:58
    55555คิดไว้ไม่ผิดจริงๆด้วย น่ารักจัง
    #1,519
    0
  5. #1515 marlinn (@marlinn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:40
    พีคคคคค โอ๊ยยยยย พีคมากค่ะ 5555555 ขำเสียงดังมาก ชอบๆๆ
    #1,515
    0
  6. #1514 marlinn (@marlinn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:40
    พีคคคคค โอ๊ยยยยย พีคมากค่ะ 5555555 ขำเสียงดังมาก ชอบๆๆ
    #1,514
    0
  7. #1508 areenachesani (@areenachesani) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 00:54
    ห้ะ ? อะไรอ่ะ
    #1,508
    0
  8. #1503 nobitakung555 (@nobitakung555) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 12:17
    เดี๋ยวเด้อ... โกดไรท์มาก โกดดด!!!! บังอาจมาก แงงงงงงงง
    #1,503
    0
  9. #1486 Primchidap (@Primchidap) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 10:17
    งงตาแตกเรยข่ะ งงมากๆ
    #1,486
    0
  10. #1479 -FL- (@thelastfl) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 13:02
    ว้อทเดอะฟฟฟฟฟฟ5555555
    #1,479
    0
  11. #1462 itisnan (@itisnan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 18:22
    พีคคคคค55566
    #1,462
    0
  12. #1448 dark chocolate (@namimori13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 15:38
    เราว่าชานยอลก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแบคเป็นลูกบ้านนี้อะ อาจจะแค่แบบเออรู้แค่ว่าต้องหมั้นกับลูกคนโต แต่ไม่รู้ว่าเป็นแบค
    #1,448
    0
  13. #1447 dark chocolate (@namimori13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 15:37
    ตอนแรกเราก็คิดว่าดานึลหมั้นกับชยอล แต่พอตอนอาถามเท่านั้นแหละ เราก็ว่าทำไมมันดูแปลกๆ 55555 โอเคตกลงเซ้นถูกค่ะงานนี้ และประทับใจความกล้าหาญของแบคฮยอน
    #1,447
    0
  14. #1430 SirimasSinghtong (@SirimasSinghtong) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 19:07
    อ่านบรรทัดสุดท้าย แล้วร้อง -เ-้ย หนักมาก 5555555555555555555
    #1,430
    0
  15. #1424 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 17:43
    ชานยอลบอกพ่อไปแล้วเหรอ หรือเขาคุยกันแต่แรกแล้ว
    #1,424
    0
  16. #1406 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 00:20
    ว้อทททท!?555555
    #1,406
    0
  17. #1396 พูลิน พูลิน (@mercykilling13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 18:24
    อย่าจะบอกว่า ไอ่ไรต์เตอร์!!!!!!!!!!!!!
    #1,396
    0
  18. #1391 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 21:02
    ผ้าปูที่นอนขาดเลนค่ะนาทีที่อ่านบรรทัดสุดท้าย อหหห กุดราม่าไปแล้วไง
    #1,391
    0
  19. #1378 tawann_614 (@tawann_614) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 14:39
    ไรท์!!!!!!!!!
    #1,378
    0
  20. #1363 Haruthai-Mookki (@Haruthai-Mookki) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 16:58
    ปาหมอน! อ้ากกกกก!!!! ไรท์ทำเราตกใจ ฮืออออ เอาน้ำตาที่เสียไปคืนมานะ!!!!!!!
    #1,363
    0
  21. #1359 siwann (@gamm22) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 19:59
    อ่าวเห้ยยยยย
    #1,359
    0
  22. #1356 candypinkpanda (@candypinkpanda) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 16:10
    อห..............
    #1,356
    0
  23. #1340 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 15:47
    นั่นไงงงงงงง 555555555555555555 ที่พ่อชานบอกว่าแบคหน้าคุ้นๆอ่ะ ใช่มั้ยๆๆ
    #1,340
    0
  24. #1320 sweetpss (@TungPang_Sg) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 22:23
    อะไรนะ55555
    #1,320
    0
  25. #1319 sweetpss (@TungPang_Sg) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 22:22
    ห้ะ55555
    #1,319
    0