teeny-weeny ll chanbaek

ตอนที่ 14 : 14 - พ่อของชานยอล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    28 ม.ค. 60



เพื่อให้เรามีความมั่นใจ

ว่าเรานั้นมีความลึกซึ้งเพียงใด

พรุ่งนี้ไม่สายที่จะรักกัน















แบคฮยอนเพิ่งรู้ว่าหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่จริงๆอย่างที่ไอ้จงอินว่า




ที่ว่าใหญ่ก็เพราะมันมีหลายซอยเหลือเกิน ดูเหมือนว่าจะเป็นหมู่บ้านที่อยู่มานานหลายชั่วอายุคนแล้ว ชานยอลบอกว่าบ้านของชานยอลก็เป็นบ้านมือสองที่มีสภาพดี ซึ่งก็มีสภาพดีจริงๆหลังจากที่ได้เห็น



เป็นบ้านสองชั้นขนาดปกติเท่าบ้านเดี่ยวทั่วไป ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักแต่ก็พอจะมีพื้นที่หน้าบ้านให้ใช้สอย แถมยังปลูกพวกไม้เลื้อยจนบ้านดูร่มรื่นไปหมดอย่างบอกไม่ถูก แล้วแบคฮยอนก็ชอบบรรยากาศแบบนี้มากเลย



“คุณน้าครับ อันนี้ให้ผมหั่นเลยหรือเปล่า” เขาชูแครอทขึ้นมาประกอบ ตอนนี้แบคฮยอนมาช่วยงานแม่ชานยอลกับแม่จงอินในครัวหลังจากเสร็จสิ้นงานกีฬาหมู่บ้าน



“หนูหั่นเป็นใช่ไหม” เขาพยักหน้ารับเมื่อแม่จงอินที่อยู่ใกล้กว่าหันมาถาม “งั้นก็หั่นเลยลูก”



พอได้รับคำอนุญาตแบคฮยอนก็ลงมือหั่นแครอทตามคำสั่ง เขาไม่ใช่คนที่ชอบทำกับข้าวนัก แต่สมัยเด็กๆแม่ก็เคยให้ช่วยหั่นผักล้างผักบ้างเป็นประจำก็เลยพอทำได้ ทีแรกแม่ของชานยอลก็ให้เขานั่งรอเฉยๆนั่นแหละ แต่จะให้เขาทำให้กินก็ดูเสียมารยาทไปหน่อย แบคฮยอนก็เลยอาสาช่วยซะเลย



เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่าบ้านของชานยอลกับจงอินสนิทกันมากขนาดว่าเทียวไปเทียวมาบ้านของกันและกันเป็นว่าเล่น คิดย้อนกลับไปก็ยังโกรธไอ้จงอินไม่หายที่หลอกเขาได้โคตรเนียน อ้อ.. ชานยอลด้วย แต่เรื่องมันก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว เอาเป็นว่าเขาจะพยายามไม่คิดถึงมันก็แล้วกัน



“ชานยอลกับจงอินพากันไปซื้อน้ำถึงไหนเนี่ย หายไปยี่สิบนาทีได้แล้วมั้ง” เธอพูดถึงลูกๆที่บอกว่าจะขับรถไปซื้อน้ำที่มินิมาร์ทหน้าปากซอย 



“ค่ำแล้วด้วย พากันไปเถลไถลที่ไหนหรือเปล่าเนี่ย”



“เดี๋ยวผมโทรตามให้ไหมครับ” แบคฮยอนหันไปอาสาอย่างสุภาพ



“อ้อ.. จ้ะ เอาอย่างนั้นก็ได้ รบกวนหน่อยนะแบคฮยอน”



แบคฮยอนเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนให้พอหายชื้นก่อนจะเดินออกมาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วต่อสายหาเด็กรีทรีฟเวอร์ที่ไม่รู้พากันไปไหนกับไอ้จงอินตั้งนานสองนาน พักหนึ่งชานยอลก็กดรับ พร้อมกับเสียงโหวกเหวกที่ดังเข้ามาไม่หยุดจนแบคฮยอนต้องยกหูออกห่าง



[พี่แบคฮยอน มีอะไรหรอครับ]



“เสียงอะไรน่ะ”



[อ้อ เพื่อนผมเอง.. เฮ้ยมึงเงียบๆหน่อยได้ป่ะ” ประโยคหลังชานยอลคงหันไปพูดกับเพื่อน ก็ว่า เสียงเด็กผู้ชายดังลั่นเชียว [พี่มีอะไรหรือเปล่า]



“นี่ไปซื้อน้ำหรือไปเที่ยวกับเพื่อนกันแน่เนี่ย คุณน้าเป็นห่วงเราแล้วนะ”



[ก็มันอะดิ มาทำไมไม่รู้] เสียงวุ่นวายดังกระหึ่มจนแบคฮยอนเวียนหัว พร้อมกับเสียงที่ไม่ใช่เสียงของชานยอลซึ่งแทรกเข้ามา [ครูพี่แบคหรอ! ครูพี่แบคคคคค คิดถึงน้าาาา]



“ใครน่ะ รู้จักพี่ด้วยหรอ”



[ก็เพื่อนในห้องนั่นแหละครับ เดี๋ยวพี่ก็รู้ว่าใคร] ชานยอลว่าก่อนจะหันไปเอ็ดเพื่อนให้เขาได้ยินอีกทีหนึ่ง [พี่โทรมาก็ดีเลย บอกแม่ให้หน่อยว่าเดี๋ยวเพื่อนผมจะเข้าไปเพิ่มคนนึงนะครับ]



“อ.. อ่า แป๊บนะ” 



แบคฮยอนเดินเข้าไปในห้องครัวแล้วเอ่ยบอกคุณนายปาร์คตามที่ชานยอลสั่ง พอเธอพยักหน้ารับคำเขาก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูใหม่ “บอกให้แล้ว คุณน้าบอกว่าให้กลับมาเร็วๆด้วย”



[ผมไม่เห็นได้ยินเลยว่าแม่พูด ที่จริงพี่อยากพูดเองก็บอกมาเถอะ]



“อ้าว ไม่เชื่อก็แล้วแต่” แม้ว่าจะจริงตามนั้นว่าคุณน้าไม่ได้พูดแต่เขาเสริมเติมแต่งเข้าไปเอง แต่เขาจะไม่บอกชานยอลหรอก



เดี๋ยวเด็กมันจะได้ใจ



[เป็นห่วงผมอะดิ] ชานยอลส่งเสียงแซว [กลัวผมเป็นอะไรไปใช่ไหมล่ะ.. พี่แบคฮยอนเป็นห่วงผมใช่ไหม]



“พูดมากจัง ยังไงก็รีบกลับมาเถอะน่า แค่นี้นะ”



แบคฮยอนชิงตัดสายแบบไม่ให้ชานยอลได้พูดอะไรต่อ เขาเดินกลับเข้ามาในครัวแล้วช่วยคุณน้าทั้งสองคนทำอาหารต่ออีกที แม่จงอินตื่นเต้นใหญ่เรื่องที่ว่าเขาเป็นเพื่อนกับจงอิน ถามนู่นถามนี่สารพัดว่าจงอินเป็นไงบ้าง มีแฟนหรือยัง ดูท่าจะหวงไอ้จงอินเอาเรื่อง



“ดูหนูท่าทางจะเป็นเด็กดี ยังไงก็ช่วยดูแลจงอินด้วยนะ” 



“ทุกวันนี้จงอินยังดูแลผมอยู่เลยครับ” แบคฮยอนพูดก่อนเสียงหัวเราะของทั้งสองน้าจะดังขึ้น



“ก็ตัวเราเล็กนี่นา เป็นใครก็คงอยากจะดูแลทั้งนั้น”



“นั่นสิ น่ารักน่าเอ็นดูเชียว” แม่จงอินว่า “ยังไงวันไหนอยากมาฝากท้องที่บ้านน้าก็มานะลูก เจ้าจงอินคงดีใจที่มีเพื่อนมาบ้านบ่อยๆ”



แบคฮยอนหัวเราะแหะๆแล้วพยักหน้ารับคำ วันนี้เขาได้รับคำชมว่าน่ารักจากคนนู้นทีคนนี้ทีเป็นสิบรอบได้แล้วมั้ง แรกๆมันก็ออกจะขัดๆอยู่เพราะว่าเป็นผู้ชายแต่ดันถูกชมว่าน่ารัก ถึงอย่างนั้นแบคฮยอนก็ชินแล้วแหละ



ไม่น่าถามนะว่าทำไมถึงชิน



เสียงอึกทึกพร้อมกับเสียงรถมอเตอร์ไซค์หน้าบ้านทำให้คนในครัวต้องหันไปมอง แบคฮยอนถูกวานให้ออกมาดูพวกเด็กๆที่คงจะกลับมาแล้ว เขาเปิดประตูออกมาหน้าบ้าน เห็นชานยอลขับรถผ่านเข้ามาในรั้วเป็นอันดับแรก ที่เบาะหลังมีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆนั่งมาด้วย ถัดจากนั้นไอ้จงอินก็เดินตามเข้ามา



“ครูพี่แบค!” เด็กที่ซ้อนท้ายชานยอลวิ่งมาหาเขาทั้งที่ยังไม่ถอดหมวกกันน็อค พอเข้ามาใกล้ในระดับที่เห็นหน้าชัดเจน แบคฮยอนก็รู้ทันทีว่าเจ้าเด็กนี่เป็นใคร



“โดคยองซูเองหรอ” 



“ครับ” คยองซูพยักหน้า “ดีใจที่ได้เจอนะครับ ผมคิดถึงครูพี่แบคม้ากมาก”



“น้อยๆหน่อยมึงอะ” คราวนี้เป็นไอ้จงอินที่เดินมาผลักหัวคยองซูจนคนตัวเล็กกระเด้งกระดอนไปอีกทาง “ของเพื่อนของฝูงยังจะอ่อยอีก”



“อะไรของพี่เนี่ย ผมแค่มาทักทายครูพี่แบคเฉยๆเปล่าวะ” เจ้าเด็กตัวจ้อยทำหน้ามุ่ยก่อนจะถอดหมวกกันน็อคออกด้วยท่าทางหงุดหงิด



“ระริกระรี้วิ่งมาหาคนแรกเลยนะ แค่จะทักทายจริงๆหรอ”



“พี่จงอิน!”



“ไม่ต้องมาเรียก” ไอ้จงอินยกมือปราม “ปล่อยให้กูเดินกลับทั้งที่ขาไปกูซ้อนชานยอล มันใช้ได้หรอ”



“โห ผมก็ตัวแค่นี้จะให้เดินเข้ามาเองหรือไง พี่ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม เรื่องแค่นี้ทำมาเป็น”



“ไอ้เด็กนี่”



“ย่าห์ หยุดเถอะน่า ทั้งคู่เลย” เสียงของชานยอลที่เพิ่งจะจอดรถเสร็จเอ่ยปรามเอาไว้ได้ทัน ไอ้จงอินกำลังจะแจกมะเหงกคยองซูอยู่แล้วเชียว ดูท่าว่าจะสนิทสนมกันไม่เบา แม้จะไปในทิศทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่จากที่สังเกตก็เถอะ “เข้าบ้านกัน ผมหิวจะแย่”



ชานยอลเดินมาโอบไหล่เขาแล้วหมุนตัวเป็นเชิงให้เดินเข้าบ้านพร้อมกัน ได้ยินเสียงไอ้จงอินบ่นงุ้งงิ้งอะไรสักอย่างตามหลังมา ท่าทางจะทะเลาะกับคยองซูไม่เลิก



คุณน้าสองคนกำลังลำเลียงอาหารมากหน้าหลายตาออกมาวางบนโต๊ะพอดี แบคฮยอนกับคนอื่นๆก็เลยช่วยกันคนละไม้คนละมือจนตอนนี้อาหารเต็มโต๊ะไปหมด คยองซูกับเขาอาสาตักข้าวให้ ส่วนชานยอลกับจงอินก็ไปเตรียมพวกเครื่องดื่ม 



“วันนี้คุณคิมแกไม่ค่อยสบายน่ะ เลยให้ทานอาหารอ่อนๆอยู่บ้านไป” แม่จงอินคงหมายถึงหัวหน้าครอบครัวของตัวเอง “แต่พวกเราสบายดี เพราะงั้นก็จัดการอาหารกันเลยเนอะ”



ทั้งหมดที่นั่งรวมกันบนโต๊ะอาหารพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนที่งานสังสรรค์ขนาดย่อมจะเริ่มต้นขึ้น พวกเรากินไปพูดคุยกันไป ส่วนคนที่พูดมากที่สุดคือคยองซู เด็กคนนี้ดูเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี ชวนคุณน้าทั้งสองคุยจ้ออย่างกับสนิทกันมาเป็นสิบๆปี



“มันมาที่นี่บ่อยมากจนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวปาร์คและครอบครัวกูอยู่แล้ว” จงอินที่นั่งอยู่ข้างเขาพูดขึ้น “ไอ้เด็กหัวหลิมนี่น่ะ บ้านไม่มีข้าวกินหรือไงก็ไม่รู้”



“มึงก็ไปว่าเขา เด็กมันก็น่ารักดีออก”



“หือ มึงใช้อะไรคิดวะว่าหน้าตาเหมือนเพนกวินโดนรถทับตีนแบบนี้คือน่ารัก.. ดูๆๆ” มันพยักเพยิดไปทางคุณนายคิมที่กำลังตักอาหารใส่จานให้คยองซู “รักยิ่งกว่าลูกตัวเอง ทีกูไม่เห็นจะตักอะไรให้บ้าง”



“มึงอิจฉา”



“กูหมั่นไส้ต่างหาก!”



แบคฮยอนหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนซึ่งบ่นเป็นหมีกินผึ้งตลอดแต่สายตาก็ไม่ยอมละไปจากเพื่อนชานยอลคนนั้นเสียที แบคฮยอนเลิกให้ความสนใจจงอิน ก่อนจะคีบเนื้อหมูผัดกิมจิใส่จานเด็กยักษ์ที่นั่งขนาบข้างอีกด้านแทน



“กินเยอะๆนะ จะได้ตัวโตๆ” พูดไปยิ้มไปแล้วก็จ้องหน้าเด็กตัวสูงไปด้วย เพิ่งสังเกตเห็นเดี๋ยวนี้ว่าสีหน้าของชานยอลไม่สดใสเลย “เป็นอะไรหรือเปล่า.. ทำไมทำหน้าแบบนี้ล่ะ”



ชานยอลหันมามองเขาด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปแล้วก็คีบหมูในถ้วยเข้าปากอย่างไม่สนใจเขา



เดี๋ยวนะ.. แบคฮยอนโดนเด็กงอนหรอ



“ชานยอลเป็นอะไรหรอ” แบคฮยอนหันหน้ามองไอ้เด็กโข่งตัวสูงที่เขาเดาว่าน่าจะกำลังงอนตุ๊บป่อง



“พี่แบคฮยอนไม่สนใจผม” นั่นไง บอกแล้ว



“พี่ไม่สนใจชานยอลยังไง เนี่ย.. พี่สนใจชานยอลอยู่นะ” คนตัวเล็กใช้น้ำเย็นเข้าลูบเด็กรีทรีฟเวอร์ เอื้อมมือไปคีบหมูใส่จานให้อีกหนึ่งชิ้น



“พี่คุยแต่กับไอ้ดำนั่น” ชานยอลยอมหันมามองพร้อมกับขมวดคิ้ว “คุยกับผมบ้างสิ ผมอยากคุยกับพี่นะ”



แล้วก็เปลี่ยนจากแววตาไม่พอใจเป็นเว้าวอนได้ภายในเสี้ยววินาที เรียกจงอินว่าไอ้ดำอีก ถ้ามันได้ยินมีหวังได้ไล่เตะชานยอลแน่ ยิ่งอารมณ์ไม่ค่อยดีจากคยองซูอยู่ด้วย



“โอเค งั้นพี่คุยกับชานยอลคนเดียว”



“คุยกับผมคนเดียวแน่หรอ” ชานยอลเลิกคิ้ว "จริงๆหรือเปล่า" 



“อะไรของเราเนี่ย ก็ต้องคุยกับชานยอลคนเดียวจริงๆสิ”



"คุยกับผมแค่คนเดียวจริงๆนะ"



"........"




“สัญญาแล้วนะ”



จากนั้นแววตาเว้าวอนก็เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ได้ภายในเสี้ยววินาทีอีกเช่นกัน.. แบคฮยอนรู้แล้วว่าตัวเองพลาดไป ที่ว่าจะคุยกับชานยอลคนเดียวเจ้าเด็กตัวโตมันไม่ได้หมายถึงแค่บนโต๊ะอาหาร 



แต่หมายรวมไปถึงคนอื่นๆที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตของแบคฮยอนด้วย



“อื้อ.. สัญญา”



แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธสัญญานั้นเสียหน่อย



ชานยอลยิ้มกว้าง เอาศีรษะทิ้งลงมาตรงไหล่เขาแรงๆหนึ่งทีก่อนจะเด้งขึ้นแล้วคีบนู่นคีบนี่ใส่จานเขาจนพูน อาหารเยอะมากจนแบคฮยอนไม่คิดว่าคนหกคนจะกินมันหมด แต่ไม่นานมันก็เริ่มพร่องไปจนใกล้จะหมดรอมร่อ



“คยองซูกับแบคฮยอนมาช่วยสร้างสีสันแท้ๆเลย” แม่ของชานยอลเอ่ยบอก แล้วแบคฮยอนก็ได้ยินไอ้จงอินส่งเสียงเหอะในลำคอออกมาอีกแล้ว “ไว้วันไหนมาอีกนะจ๊ะหนูแบคฮยอน”



“ครับ.. ถ้าว่างผมจะมา”



“เอ้อ ว่าแต่แบคฮยอนนี่นอกจากจะเป็นเพื่อนของจงอิน ยังเป็นอย่างอื่นของชานยอลอีกหรือเปล่าลูก” แม่จงอินไม่รู้หรอกว่าแบคฮยอนกับชานยอลมีความสัมพันธ์กันในรูปแบบไหน แต่ก็คงมารู้จากภาพเมื่อกี้ที่เอาแต่นั่งสร้างพื้นที่สีชมพูกันอยู่สองคน พอเห็นก็คงสงสัยถึงได้ถามออกมา 



“เอ่อ..” คนตัวเล็กกว่าอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะตอบออกไปอย่างไรดี จะให้ตอบว่าเป็นรุ่นน้องเฉยๆหรือบอกว่าเป็นแค่เด็กนักเรียนที่เคยไปสอนก็ต้องโดนชานยอลโกรธแน่ แต่ถ้าบอกว่ากำลังคุยๆกันอยู่ ก็ดูตอบแบบดารามากเกินไปอีก



ถ้างั้นจะตอบว่าไงดี--



“เป็นคนที่กำลังจะเป็นแฟนกันครับ”



ยังไม่ทันจะคิดออกชานยอลก็ชิงตอบให้ก่อนแล้ว แถมยังตอบได้หน้าตายสุดๆ ยิ้มร่าอย่างกับว่าคำตอบเมื่อกี้ไม่ได้ทำให้ใครเขาร้อนๆที่หน้าเลย



ไอ้เด็กบ้านี่ ตั้งแต่ตอนนั้นที่บอกป้าขายต๊อกว่าแบคฮยอนเป็นว่าที่แฟนแล้วนะ!



“ตอบตรงไปตรงมาจัง ก็ว่าทำไมนั่งงุ้งงิ้งกันอยู่สองคนตลอดเลย” แม่จงอินยิ้มกริ่ม ไม่ผิดไปจากคนอื่นๆบนโต๊ะอาหารเท่าไหร่ เอ้อ เอาเลย แซวกันให้พอ เอาให้แบคฮยอนนั่งหน้าไหม้อยู่ตรงนี้นี่แหละ



“จริงๆมันก็เป็นเรื่องธรรมดาแล้วนะคะ เด็กผู้ชายจะชอบพอกันก็ไม่แปลกอะไร” คราวนี้แม่จงอินหันไปบอกกับแม่ของชานยอล เธอทำแค่พยักหน้าแล้วส่งยิ้มให้เท่านั้น แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ



“ธรรมดาถมเถครับคุณป้า โรงเรียนผมชายล้วนนะ เดินจับมือกันว่อนโรงเรียนไปหมด เนอะครูพี่แบค” เด็กคยองซูเสริมให้บ้างทั้งที่ยังเคี้ยวข้าวจนเต็มปาก



“กลืนข้าวลงไปก่อนแล้วค่อยพูดไหม น่าเกลียด” เป็นไอ้จงอินรายเดิมที่เอ่ยแขวะ ทั้งที่ในปากตัวเองก็ยังเต็มไปด้วยหมูเหมือนกัน



“บอกตัวเองเถอะ หมูจะออกมาเต้นชะชะช่าบนโต๊ะอยู่แล้ว”



“ย่าห์!”



“โอ้ย สองคนนี้เลิกทะเลาะกันสักวันได้ไหม แม่ปวดหัวไปหมดแล้วนะ” สงสัยจะทะเลาะกันบ่อยจนคุณนายคิมต้องยกมือปรามเลย คยองซูแยกเคี้ยวใส่จงอินเป็นหนสุดท้ายก่อนที่ต่างคนจะต่างก้มหน้าก้มตากินกันอีกครั้งหนึ่ง



เราพูดคุยกันอีกครั้งจนกระทั่งทั้งหมดได้ยินเสียงรถยนต์ดังพอสมควร แบคฮยอนคิดว่ารถคันนั้นน่าจะเทียบจอดบริเวณแถวๆหน้าบ้านของชานยอล



“ใครมาน่ะลูก ชานยอลออกไปดูหน่อยไป” แม่ของชานยอลเอ่ยบอกลูกชายเพียงคนเดียว ก่อนที่เด็กตัวสูงจะลุกขึ้นแล้วเดินไปแง้มผ้าม่านตามที่แม่สั่ง



นานเกือบนาทีที่ชานยอลจ้องหน้าต่างอยู่แบบนั้น.. นานมากพอจนคุณนายปาร์คต้องเร่งเร้าถามอีกครั้งว่าเป็นใคร แบคฮยอนเห็นแล้วว่าแผ่นหลังกว้างของเด็กรีทรีฟเวอร์นิ่งงัน ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะหันกลับมามองพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ 



แล้วเอ่ยบอกผู้เป็นแม่



“พ่อ..”



“……..”



“พ่อมาครับแม่”






50%








บรรยากาศบนโต๊ะอาหารตรึงเครียดขึ้นมาถนัดเมื่อมีชายวัยกลางคนมานั่งด้วยเพิ่มอีกหนึ่ง 





พ่อของชานยอลอยู่ในคราบชุดเสื้อเชิ้ตมาดนักธุรกิจ หน้าตาคุ้นเคยเพราะแบคฮยอนเคยเห็นในโทรทัศน์อยู่บ่อยๆ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ท่ามกลางความเงียบและเสียงช้อนกับตะเกียบกระทบกัน พ่อของชานยอลเหลือบมองมาทางแบคฮยอนบ่อยเหลือเกิน



“เอ่อ.. อิ่มแล้วครับ อาหารอร่อยมากเลย” ไอ้จงอินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบแล้วลุกขึ้นยืน “งั้นเดี๋ยวผมขอตัวกลับก่อนนะครับ จานที่หมดแล้วจะเอาไปล้างให้”



“ผมกลับด้วยครับ!” คยองซูเองเอ่ยขึ้นก่อนจะรีบวิ่งจู๊ดเอาจานข้าวไปเก็บหลังครัว แม่ของจงอินก็ยืนขึ้นเช่นเดียวกัน คงจะทนอึดอัดกับบรรยากาศอึมครึมไม่ไหวแล้ว



“อย่างนั้นฉันกลับก่อนนะ ยังไงพรุ่งนี้จะมาคุยด้วยใหม่” เธอเอ่ยบอกกับคุณนายเจ้าของบ้าน ก่อนจะหันมาทางแบคฮยอนแล้วเอ่ยเรียก “แบคฮยอน กลับกันดีกว่าลูก”



พอได้ยินอย่างนั้นเขาก็หันมองหน้าชานยอลอย่างขอความคิดเห็น ซึ่งเด็กตัวสูงก็ส่งสายตาคิดไม่ตกกลับมาให้ ไอ้จงอินดึงๆแขนเขาเป็นเชิงให้ลุกขึ้นได้แล้ว พอคิดไปคิดมาก็ควรจะกลับเหมือนกัน นานๆทีครอบครัวเขาคงได้อยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นแบคฮยอนที่เป็นคนนอกก็ไม่ควรอยู่ตรงนี้ต่อ



“งั้นลาเลยนะครับคุณน้า คุณลุง” ไอ้จงอินโค้งให้ทั้งคู่และแบคฮยอนเองก็ทำตาม ชานยอลยังคงมองมาอยู่ตลอดและเหมือนต้องการจะพูดอะไรสักอย่าง แบคฮยอนจึงส่งรอยยิ้มไปให้ชานยอลเป็นเชิงว่าเขาไม่เป็นไร



เพราะดูเหมือนชานยอลกำลังไม่สบายใจ



จงอินดันๆหลังเขาให้รีบเดินเสียที แต่แบคฮยอนก็ยังมองเด็กตัวสูงที่มองตามมาตาละห้อย กำลังจะเหยียบพ้นประตูบ้านชั้นในอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่ได้ยินเสียงทุ้มทรงอำนาจที่ฉุดเรียกเอาไว้เสียก่อน



“เดี๋ยว”



“………”



ความเงียบงันแทรกเข้ามาอีกครั้ง แล้วแบคฮยอนก็รู้ตัวว่ากำลังถูกสายตาคมกริบจากคนที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะมองมาอยู่ พ่อของชานยอลมีสีหน้าเรียบเฉย แล้วเอ่ยบอกกับเขา



“เราน่ะ”



“………”



“อยู่คุยกันก่อนสิ”


 

แบคฮยอนเกือบจะกลั้นหายใจไปชั่ววินาทีเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้เลย ที่ทำได้อย่างเดียวคือหันไปพยักหน้ากับไอ้จงอินที่บีบต้นแขนของเขาเบาๆเป็นเชิงว่าเขายังไหวหากต้องอยู่ที่นี่ต่อ พ่อของชานยอลคงมีอะไรที่อยากจะคุยกับเขาจริงๆ



"มึงแน่ใจหรอวะ" จงอินกระซิบกระซาบ "บอกเขาว่าไม่ว่างอยู่ต่อแล้วหนีกลับเลยก็ยังทันนะ"



"กูไม่ให้ชานยอลรับมือคนเดียวหรอก" เพราะเขารู้ดีว่าพ่อชานยอลอยากจะพูดคุยเรื่องอะไร "ยังไงมีกูอยู่ด้วยก็น่าจะดีกว่า"



ไอ้จงอินส่งสีหน้าหนักใจมาให้ แต่สุดท้ายมันก็ต้องยอมเมื่อเขายืนยันจะอยู่ที่นี่ มันบอกว่าถ้ามีอะไรให้รีบโทรศัพท์มาหาทันที หรือไม่ก็แชทมาก็ได้ถ้าไม่สะดวกจะโทร ตามแบบฉบับของมันที่คอยดูแลเขายิ่งกว่าแม่เสียอีก



ถัดจากนั้นแบคฮยอนช่วยคุณนายปาร์คและชานยอลเก็บจานที่วางระเกะระกะบนโต๊ะไปล้างท่ามกลางความอึดอัด ระหว่างเราไม่มีใครพูดอะไรสักคำ ถัดจากนั้นราวๆสิบห้านาที ความเงียบก็โรยตัวอยู่รอบๆเราทั้งสี่คน



อีกสามคนต่างก็แยกย้ายกลับบ้านของตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อย แบคฮยอนที่ถูกเรียกให้อยู่ก่อนนั่งเกร็งนิ่ง เขาวางมือเอาไว้บนตักของตัวเองแล้วก็เผลอบีบมันเมื่อได้รับสายตาเรียบนิ่งแต่แสนกดดันของคุณปาร์คที่ส่งมาให้ บนโต๊ะอาหารไม่มีอะไรวางอยู่แล้ว ดังนั้นจุดรวมสายตาของแบคฮยอนจึงมีแค่พื้นโต๊ะโล่งๆเท่านั้น



“ทำไมพ่อกลับมาล่ะครับ.. ไหนบอกว่าต้องทำงานทั้งอาทิตย์” ชานยอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ คงหวังว่าจะทำให้บรรยากาศบนโต๊ะดีขึ้น



“พอดีต้องผ่านแถวนี้เลยแวะมา” 



แต่น้ำเสียงของพ่อชานยอลที่เอ่ยออกมามันแสดงออกชัดเจนว่าที่ชานยอลทำไปไม่ได้ช่วยอะไรเลย



“หน้าตาคุ้นๆนะ” เขาเอ่ยบอกกับแบคฮยอน “เป็นเพื่อนกับชานยอลหรอ”



คำถามประเภทนี้อีกแล้ว ซึ่งเป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนไม่รู้จะตอบยังไงดี มันแตกต่างจากตอนที่พวกคุณป้าใจดีถาม อันนั้นเขาก็แค่เขินที่ต้องตอบ แต่ครั้งนี้มันทั้งกดดัน ทั้งความเครียดที่แผ่ออกมาสารพัดจนแบคฮยอนไม่รู้จะทำยังไง



เขาหันไปมองหน้าชานยอลแว้บหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบสิ่งที่ควรตอบออกไป



“เป็นเพื่อนกันครับ”




แล้วเขาก็เชื่อว่าชานยอลคงเข้าใจว่าทำไมเขาถึงตอบออกไปแบบนี้



“แต่เราดูโตกว่าชานยอล..”



“เป็นเพื่อนรุ่นพี่น่ะครับ” เขาตอบออกไป พยายามทำตัวเองไม่ให้เกร็งจนดูผิดสังเกต “พอดีผมเรียนครู เคยไปสอนที่โรงเรียนชานยอลครับ”



“ชานยอลไม่ค่อยพาใครมาบ้านหรอก นอกจากคยองซูที่เป็นเพื่อนในห้อง”



“……..”



“มีอะไรจะบอกพ่อไหมชานยอล”



เป็นข้อสรุปว่าพ่อชานยอลคงไม่เชื่อที่เขาพูด แบคฮยอนขี้เกียจมาหาคำตอบว่าตัวเขาไม่น่าเชื่อถือหรือทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า แต่ตอนนี้เขาได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ชานยอลพูดความจริงเลย อย่าตอบอะไรที่เหมือนกับตอนตอบคุณป้าพวกนั้น



พ่อของชานยอลต้องไม่ชอบใจแน่ถ้ารู้ว่า..




“พี่แบคฮยอน.. เป็นคนที่ผมชอบครับ”




ชานยอลชอบเขา




“ผมชอบพี่แบคฮยอนครับพ่อ”




สิ้นคำพูดนั้นแบคฮยอนรีบเอื้อมมือไปกุมกับมือใหญ่ๆของเด็กรีทรีฟเวอร์ที่วางอยู่บนตักเจ้าตัวแน่น ไม่ชอบเลย.. เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย ไม่ชอบเข้าไปใหญ่ในตอนที่ชานยอลพยายามจะพูดเพื่อให้ตัวเองดูเสียหายฝ่ายเดียว พยายามจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา



โดยการพูดว่าชอบเขา.. ไม่ได้บอกว่าเราต่างก็ชอบพอซึ่งกันและกัน



ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดออกไป



พ่อของชานยอลเงียบไปพักหนึ่ง เขาก้มหน้าลงแล้วเอามือนวดตรงหว่างคิ้วไปด้วย ส่วนแม่ของชานยอลก็ได้แต่ส่งสายตาของความเห็นใจมาให้พวกเราเท่านั้น เธอคงพูดอะไรไม่ได้มาก แม้จะรู้ก็ตามว่าระหว่างเรามันคืออะไร



“กี่โมงแล้วนะ” คุณปาร์คถามเหมือนไม่ต้องการคำตอบ เมื่อเจ้าตัวยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู “เกือบสามทุ่มแล้ว.. บ้านเราอยู่ที่ไหน”



ก่อนจะหันมาถามแบคฮยอน



“เอ่อ.. ผมพักอยู่แถวมหาลัยน่ะครับ”



“แล้วกลับเองได้หรือเปล่า”



“พ่อ” ชานยอลเอ่ยท้วงเมื่อพ่อของตัวเองพูดแบบนั้นออกมา ซึ่งแบคฮยอนก็บีบมือเจ้าเด็กรีทรีฟเวอร์ เป็นเชิงว่าอย่าพูดอะไรไปมากกว่านี้เลย



“ได้ครับ” แบคฮยอนไม่รอให้พ่อของชานยอลพูดไล่หรือเชิญให้เขาออกไปจากบ้าน ร่างเล็กปล่อยมือออกจากมือใหญ่ๆของชานยอล เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะโค้งให้คนที่โตกว่าทั้งสองคนซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “อย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับอาหารอร่อยๆด้วยครับ”



คุณนายปาร์ครีบบอกลูกชายให้เดินมาส่งเขาที่หน้าบ้านซึ่งหัวหน้าครอบครัวเองก็ไม่ได้ขัด ยังถือว่าเป็นการปราณีพอสมควรที่ไม่ให้แบคฮยอนเปิดประตูรั้วบ้านออกไปเองเหมือนอย่างที่เขาจินตนาการเอาไว้ ชานยอลเดินตามหลังมาพร้อมกับความเงียบสงัด พอพ้นประตูชั้นในมาได้ก็ยิ่งเงียบเข้าไปอีก



ลมเย็นๆพัดผ่านผิวทำให้แบคฮยอนรู้สึกดีทางกายแต่ไม่ใช่สำหรับหัวใจของเขา บ้านในซอยทยอยกันปิดไฟหมดแล้วเพราะเริ่มดึก ตอนนี้แบคฮยอนเห็นแสงพระจันทร์ชัดเจนเนื่องจากความมืดมิด พอก้าวเท้าออกจากรั้วบ้านออกไป เขาก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับเด็กตัวสูงที่ยืนอยู่ในเขตบ้านอีกครั้ง



“ผมจะไปส่ง” พูดจบก็ก้าวเท้าตามออกมา ทำท่าว่าจะเดินไปส่งเขาจริงๆ



“หยุดเลย” แต่แบคฮยอนก็ห้ามไว้โดยการดันไหล่กว้างๆของเด็กคนนี้ให้กลับเข้าไปในบ้านเหมือนเดิม “เดี๋ยวพ่อก็ดุเอาหรอก ทำตัวเป็นเด็กดีหน่อยสิชานยอล”



“การที่ผมเดินไปส่งพี่เพราะกลัวพี่เจออะไรอันตราย แสดงว่าผมเป็นเด็กไม่ดีหรอ”



“ไม่ใช่อย่างนั้น..” แบคฮยอนยิ้มแล้วเกลี่ยผมที่ปรกหน้าเด็กตัวสูงเบาๆก่อนจะจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ตอนนี้ดำขลับเพราะอิทธิพลของความมืด “มันจะทำให้พี่ไม่สบายใจ”



“แต่มันอันตราย--”



“แต่ถ้าชานยอลทะเลาะกับพ่อ พี่คิดว่ามันดูอันตรายกว่า”



“………”



“พี่ไม่เป็นไรหรอกน่า เห็นตัวเล็กๆแต่แรงเยอะนะ”



ชานยอลจับมือเขาที่กำลังเกลี่ยผมให้ตัวเองอยู่ไปกุมไว้ เราต่างคนต่างก็เงียบกันไปพักหนึ่ง ก่อนที่เด็กตัวสูงจะเอื้อมมือมาทัดผมให้กับเขาโดยที่มืออีกข้างก็ยังจับกับมือของเขาเอาไว้เหมือนเดิม



“ต่อจากนี้.. ผมไม่รู้หรอกว่าพ่อจะพูดอะไรบ้าง” เด็กตัวสูงใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยแก้มของแบคฮยอนแล้วย่อตัวลงมาให้อยู่ในระดับเดียวกัน “แต่ถึงเขาจะพูดอะไร มันก็ไม่สำคัญหรอก”



ชานยอลยิ้มบางๆแล้วเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจกับอุณหภูมิร่างกายของชานยอลยังอุ่นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าลมเย็นๆจะพัดมาไม่หยุด แต่ตัวของชานยอลก็ทำให้ลมพวกนั้นกลายเป็นเพียงลมอุ่นๆที่โอบล้อมตัวของแบคฮยอนเอาไว้



แล้วพอเข้ามาใกล้เท่านี้.. 




พอชานยอลวางริมฝีปากไว้บนหน้าผากของเขาแบบนี้..



มันก็ยิ่งอุ่น.. 



ลามไปถึงในหัวใจ




แบคฮยอนหลับตาลงเมื่อชานยอลจุมพิตลงมาที่หน้าผาก ความรู้สึกแรกในตอนนั้นหากให้บรรยายก็คงจะเหมือนกับว่าเด็กตัวสูงที่เคยซนตาใส ทำท่าทางเจ้าเล่ห์อยู่ตลอดเวลา กลับเปลี่ยนเป็นคนละคน



กลายเป็นปาร์คชานยอล คนที่พอจะดูแลใครสักคนได้เท่าหัวใจที่มี




“ไม่ว่าจะอะไรจะเกิดขึ้น”



แบคฮยอนรู้ดี




“จำไว้ว่าผมรักพี่”




เขาเองก็ถลำลึกลงไปไม่ต่างกัน













TALK:

น้องบอกรักพี่แบบเป็นทางการแล้ว หลังจากที่พูดว่าชอบมาโดยตลอด

ขอประกาศต้มมาม่าอย่างเป็นทางการค่ะ (สามนาทีเท่านั้นแหละ ไม่เยอะมากให้พออุ่นและกรุ่นๆในใจ)

ใครไม่ชอบอ่านดราม่าข้ามไปก่อนได้นะคะ รอจนดราม่าผ่านไปแล้วค่อยมาอ่านก็ได้ ไม่ว่ากันเด้อ55555555555 

แต่อ่านแบบเรียลไทม์มันดีกว่า เชื่อเราสิ






#teenyweenyCB




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,575 ความคิดเห็น

  1. #1550 บบตพ ♡ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 18:31
    แงงงงงงง เขินเฉย ;-;
    #1,550
    0
  2. #1477 -FL- (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 12:40
    ชยอล ไอเด็กบ้า ฮือออออออ
    #1,477
    0
  3. #1445 dark chocolate (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 02:46
    แอร้ยยยย ลูกกกกกก หนูทำไมเป็นคนใจกล้าแบบนี้นะ พี่ประทับใจมากลูกกกก
    #1,445
    0
  4. #1422 pcy921 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 17:08
    ชานยอลแมนจังค่ะ
    #1,422
    0
  5. #1405 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 00:12
    โรแมนนนติดดดดด>////<
    #1,405
    0
  6. #1390 Oum Sirilak (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 20:48
    จับคู่กับน้องพี่แบคแน่ๆ เหอะะะ
    #1,390
    0
  7. #1338 PINKLAND (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 15:31
    ขุ่นพ่อไฟเขียวให้เขาเถอะค่าาาา
    #1,338
    0
  8. #1318 sweetpss (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 22:07
    ขุ่นพ่ออออย่าขัดขวางฮือออ
    #1,318
    0
  9. #1304 somruethai1307 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 22:33
    พ่อจะทำไร เห็นไหมเขารักกัน
    #1,304
    0
  10. #1258 bbbbbbbys (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 23:32
    ขุ่นพ่อใจเย็นนนนน เปิดใจหน่อยนาาส
    #1,258
    0
  11. #1133 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:50
    เศร้าๆแต่อบอุ่นดีจังเลย ชานยอลดีมากๆ TT
    #1,133
    0
  12. #1086 Chopoom94 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:13
    อากาศเปลี่ยนเลย ตอนนี้อย่างจ๋อย ทำไมคุณพ่อต้องโหดด้วย 
    #1,086
    0
  13. #1063 samssam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:14
    ไม่น้าาา พ่อชานอย่าใจร้ายนะ ฮืออออออ
    #1,063
    0
  14. #932 หมาน้อยเบค่อน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:22
    ดราม่าแน่ๆ ฮื่ออออๆ
    #932
    0
  15. #809 dyodo12 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:53
    โกรธพ่อๆๆๆๆๆๆ
    #809
    0
  16. #772 pxxmch (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 20:28
    อย่าโกรธน้องนะแบคฮยอนนนน
    #772
    0
  17. #761 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 14:13
    เอ้ออออ
    #761
    0
  18. #760 `อริศรา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 10:54
    ไม่เอาาาาา ;-; ชานยอลบอกรักขนาดนี้ มันเกินคำว่าชอบแล้วนะะะะ แบคฮยอนก็คงคิดเหมือนกัน แต่ทุกอย่างก็พังลงเพราะพ่อคนเดียววว อ๊ากกกกกกกก
    #760
    0
  19. #759 Ja123 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 08:13
    คุณพ่อคะ ทำไมต้องมาก่อสงครามเย็น โอ้ยอะไรหนักหนา
    #759
    0
  20. #758 fernn14 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 05:18
    คุณพ่อคะต้องขอโทษด้วยนะคะแต่มาทางไหนช่วยกลับไปทางนั้นเลยนะคะ
    #758
    0
  21. #754 bemzz__ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 00:42
    ถ้าพ่อห้ามก็หนีตามกันไปเลยค่ะ!!
    #754
    0
  22. #746 โพรัม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 22:29
    ตอนนชานบอกชอบพี่แบคกับพ่อ นี่ก้อกลั่นหายใจตามเลย
    #746
    0
  23. #745 Markbee_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 21:38
    พ่อชานยอลทำเรากด
    #745
    0
  24. #740 พะแนงไก่ไข่ดาว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 18:43
    ทำไมพ่อต้องกดดันด้วยยยย
    #740
    0
  25. #735 Valleys (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 17:36
    โอยยยยยย??
    #735
    0