teeny-weeny ll chanbaek

ตอนที่ 11 : 11 - ใจบางบาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    23 ม.ค. 60



แต่พอเจ็บมันเจ็บเกินใคร
เป็นเพราะใจเราบาง ..
.. เหลือเกิน













“ขอบคุณที่ทำงานหนักนะจ๊ะแบคฮยอน”





วันพุธสุดท้ายของการมาสอนนักเรียนที่โรงเรียนเอกชนข้างมหาวิทยาลัยของแบคฮยอนจบลงด้วยดี เขายิ้มแล้วโค้งรับคำขอบคุณจากอาจารย์คิมผู้คอยดูแลเขามาตลอดตั้งแต่ต้น สรุปแล้วแบคฮยอนก็มาสอนที่โรงเรียนได้แค่หกอาทิตย์เท่านั้น ในที่สุดโรงเรียนก็หาครูประจำได้



“จริงๆแล้วพวกคุณครูในระดับชมกันใหญ่เลยนะว่าเราน่ะสอนดี”



“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ แต่ก็ต้องขอบคุณจริงๆนะครับ” เขาพูดอย่างถ่อมตัวแล้วโค้งขอบคุณยกใหญ่



“จริงๆนะ ตัวอย่างที่ชัดที่สุดเลยก็เด็กห้องที่เราไปคุมนั่นแหละ” เธอยิ้มบางๆขณะเก็บกองเอกสารบนโต๊ะ “ลีดงซอกนั่นไง จากที่ไม่เข้าใจวิชาประวัติศาสตร์เลยแต่พอทำข้อสอบย่อยกลับทำได้ดีเลยนะ”



“จริงหรือเปล่าครับ”



“จริงจ้ะ” เธอพยักหน้ายิ้มๆ “ไหนจะปาร์คชานยอลที่ชอบหลับในห้องเรียนนั่นอีก”



“……….”



“จู่ๆก็ตั้งใจเรียนขึ้นมาเสียอย่างนั้น พวกอาจารย์พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยนะว่าเขาไม่เคยหลับเลยตั้งแต่เราเข้ามาสอน”



แบคฮยอนชะงักการเก็บกองเอกสารลงกล่องเมื่อได้ยินแบบนั้น พูดในฐานะครูเขาก็ย่อมจะรู้สึกดีที่ได้ยินว่านักเรียนในปกครองที่ถึงแม้จะชั่วคราวแต่ก็พัฒนาตัวเองหลังจากที่เขาเข้ามาสอนที่นี่



แต่ถ้าพูดในฐานะอื่น.. มันก็..



“ได้ไปพูดอะไรกับเด็กโดยตรงหรือเปล่า ทำไมถึงทำตัวดีขึ้นผิดหูผิดตาเลยล่ะ”



“เปล่านี่ครับ” แบคฮยอนยิ้ม “ผมแค่บอกพวกเขาปกตินั่นแหละครับว่าอยากเห็นพวกเขาได้เกรดดีๆ สอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆได้”



หมายถึงลีดงซอกคนที่เรียนประวัติศาสตร์ไม่รู้เรื่องน่ะนะ แต่ในกรณีของชานยอล แน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่นั้นหรอก ซึ่งแบคฮยอนคงไม่มีหน้าไปบอกอาจารย์คิมแน่ว่าเขาพูดอะไรกับชานยอลบ้างในวันแรกที่เขามาสอนที่นี่



“ถึงจะไม่ได้ทำงานด้วยกันถาวร แต่ครูคิดว่าในอนาคตเราน่าจะเป็นอาจารย์ที่ดีได้เลยนะ” เธอเอ่ยชื่นชมตอนเดินมาส่งเขาที่หน้าห้องพักครูพร้อมกับตบไหล่เขาเบาๆ “ถ้าไม่รังเกียจ เรียนจบแล้วมาสมัครเป็นอาจารย์ที่นี่นะจ๊ะ”



แบคฮยอนโค้งขอบคุณเธอเป็นหนสุดท้ายก่อนจะเดินแยกออกมา วันนี้เขาไม่ได้มีแพลนว่าจะไปที่ไหนต่อ ถ้าเป็นปกติแล้วก็คงจะกลับบ้านอาบน้ำอาบท่าแล้วเข้านอน ในเวลาที่ไม่ได้อยากจะทำอะไรต่อมากไปกว่านี้



หลังจากมีเรื่องผิดใจกับจูฮยอกคราวนั้นอีกฝ่ายก็ไม่ได้ชวนเขาไปไหนตอนเย็นเหมือนอย่างเคยอีก เรียกง่ายๆว่าจูฮยอกหายไปจากชีวิตเขาเลยดีกว่า นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วซึ่งอีกคนก็บอกแล้วว่าจะไปเคลียร์กันที่มหาวิทยาลัย แต่แบคฮยอนก็ไม่เห็นว่าจูฮยอกจะตามมาเคลียร์อย่างที่ปากว่าตรงไหนเลย



ซึ่งก็น่าแปลกใจที่เขาเองไม่ได้โหยหาแม้ว่าความข้องใจจะยังมีอยู่ว่าจูฮยอกทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร ส่วนเรื่องที่เขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าตกใจตอนนั้นน่ะ มันก็แค่ตกใจ มันเหมือนกับอาการช็อคหลังจากรู้ตัวว่าโดนหลอก แบคฮยอนลองทบทวนดูแล้วมันก็ไม่ใช่ความเสียใจเหมือนการอกหัก แม้จะไม่เคยอกหักมาก่อนแต่เขาก็รู้ว่ามันไม่ใช่



มันไม่ได้เจ็บปวด.. มันก็แค่เข้ามาทำให้ขุ่นข้องหมองใจเท่านั้น



“พี่แบคฮยอน!”



แต่พอจูฮยอกไม่ได้มารับเขาไปที่ไหนตอนเย็นอีกก็ใช่ว่าแบคฮยอนจะว่างง่ายๆ สาเหตุหนึ่งและสาเหตุเดียวก็เป็นเพราะไอ้เด็กตัวสูงในคราบชุดนักเรียนคนนี้นี่แหละ



ชานยอลยืนยิ้มร่าอยู่ตรงม้านั่งข้างสนามบาสของโรงเรียนตามที่แชทมาบอกว่าจะรอเขากลับด้วยกัน อย่าว่าแต่เด็กมันยิ้ม พอเห็นหน้าเจ้าตัวสูงแบคฮยอนก็ยิ้มออกมาพร้อมกับเดินไปหา เหมือนเป็นระบบอัตโนมัติที่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าทำไมตัวเองต้องเป็นแบบนั้น



ชานยอลไม่ได้พูดว่าจะช่วย แต่เด็กหนุ่มทำมันโดยการเอื้อมมือมาเอากล่องในอ้อมแขนของแบคฮยอนไปอุ้มไว้เอง เราสองคนเดินออกมาจากโรงเรียนเพราะชานยอลไม่ได้ขับรถมา เจ้าตัวอ้างว่าขี้เกียจ



“เดือนหน้าวันที่สิบสองผมมีแข่งว่ายน้ำด้วย”



แบคฮยอนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาหันไปสำรวจร่างกายของเด็กที่เดินอยู่ข้างๆโดยเฉพาะช่วงบ่า “เป็นนักกีฬาว่ายน้ำเองหรอ ก็ว่าทำไมไหล่กว้าง”



“ไม่เชิง แต่ตอนเด็กๆน่ะใช่” เด็กรีทรีฟเวอร์ชี้แจง



“อ้าว ไม่ใช่นักกีฬาแล้วจะไปแข่งทำไม พูดจาแปลกๆนะเรา”



“แข่งกีฬาหมู่บ้านเฉยๆเองพี่ บ้านไหนชนะไม่ต้องจ่ายค่ารถที่มาเก็บขยะตั้งครึ่งปี”



มันมีการแข่งกีฬาแปลกๆแบบนั้นด้วยหรือไงกัน แบคฮยอนงงไปนิดหน่อย แต่สุดท้ายชานยอลก็เฉลยว่าหมู่บ้านเขาก็ชอบมีกิจกรรมแปลกๆแบบนี้ประจำนั่นแหละ ซึ่งแต่ละบ้านก็ส่งลูกหลานตัวเองไปทำกิจกรรมตลอด รวมทั้งแม่ของชานยอลด้วย



“พี่จะไปดูผมแข่งไหม”



“ถ้าไม่ติดอะไรจะไป” 



“ไม่เอาดิ ขอคำตอบแบบ ‘พี่ไปอยู่แล้วชานยอล’ อะไรแบบเนี้ย” ชานยอลดัดเสียงเลียนแบบเขาจนแบคฮยอนต้องยกมือเขกหัวอีกฝ่ายไปดังป๊อก



“เสียงน่าเกลียดว่ะ” เขาว่าแบบไม่จริงจังนัก “ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะว่างไหม อยู่มหาลัยแล้วตารางเวลามันไม่แน่นอนหรอก”



“พี่จะไม่ไปก็ได้ ผมไม่ได้ว่าอะไรเลย”



“………..”



“แต่ผมจะรอ”



เขาหันไปมองหน้าเจ้าเด็กตัวสูงที่กดยิ้มจนแก้มบุ๋มมาให้ แบคฮยอนก็ทำแค่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าเบาๆกลับไปเท่านั้น พูดมาขนาดนี้แล้วถ้าไม่ไปมันก็ยังไงอยู่จริงไหม



งั้นเขาจะไปก็แล้วกัน




เดินกันไม่ไกลก็ถึงอพาร์ทเม้นท์ของแบคฮยอน เจ้าเด็กตัวสูงพุ่งเข้าไปนั่งประจำที่คือโต๊ะเขียนหนังสือของเขา ซึ่งแบคฮยอนเองก็ไม่ได้มีการบ้านอะไรต้องทำจึงไม่ได้ขัด เขาปล่อยให้ชานยอลเมามันส์กับเกมต่อสู้ที่เจ้าตัวบ่นว่าสนุกนักหนาแต่เขาเข้าไม่ถึง แถมยังชมแล้วชมอีกว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่อพาร์ทเม้นท์เขานี่ดีจริงๆ



แบคฮยอนนอนคว่ำไปกับเตียง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กตามประสาคนไม่มีอะไรทำ หลังจากชานยอลเข้ามามีอิทธิพลในชีวิต เขาก็กลายเป็นคนติดโทรศัพท์ไปซะอย่างนั้น เพราะพ่อคุณเขาบอกไว้ว่าตอนเย็นต้องตอบข้อความเขาตลอด ไม่อย่างนั้นจะงอน



เฮ้อ.. ที่ว่าเด็กมันขี้งอนคงจะจริง แต่สำหรับรายนี้ก็ไม่เคยเห็นงอนได้เกินสิบนาทีเลยสักรอบ




ติ๊ง!



Jonginnynynyny : ตกลงจะไปไหม




แบคฮยอนขมวดคิ้วจ้องข้อความจากเพื่อนสนิทที่เพิ่งส่งมาให้สดๆร้อนๆ ไปที่ว่าของมันน่ะ ไปไหนวะ?




Baekhyunee : ไปไหน


Jonginnynynyny : มึงมีไลน์กลุ่มเอาไว้ประดับชีวิตให้คนนอกมองว่าตัวเองก็มีเพื่อนฝูงกับเขาเหมือนกันหรือไง

Jonginnynynyny : ไอ้มุนบยอลชวนไปกินเนื้อย่าง จะไปด้วยกันไหม


Baekhyunee : ตอนนี้?


Jonginnynynyny : เออ จะไปปีหน้าหรือไงล่ะ




แบคฮยอนเหลียวหลังกลับไปมองแผ่นหลังกว้างๆของเจ้าเด็กตัวสูงที่กำลังเพลิดเพลินกับเกมอย่างชั่งใจ ก่อนจะหันมาพิมพ์แชทตอบจงอินกลับไปอีกที




Baekhyunee : พาคนไปด้วยได้ป่ะ


Jonginnynynyny : ใครอะ


Baekhyunee : รีทรีฟเวอร์




แชทขึ้นว่าถูกอ่านแล้ว แต่ไอ้จงอินก็เงียบไปพักหนึ่ง ส่วนแบคฮยอนเองก็เฝ้ามองหน้าจอโทรศัพท์อยู่อย่างนั้น ถามว่าประหม่าไหมมันก็.. นิดหน่อยแหละ แต่เป็นเพื่อนกันนี่นา เขาเองก็ไม่ใช่คนมีเพื่อนเยอะ แล้วก็ไม่ได้คิดจะปิดบังเพื่อนที่มีน้อยนิดของตัวเองอยู่แล้ว



Jonginnynynyny : โกลเด้นหรือลาบราดอร์นะ

Jonginnynynyny : อ๋อ ไม่ใช่

Jonginnynynyny : ท่าทางจะลาบรายอล




แบคฮยอนหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนที่แสดงออกผ่านทางตัวอักษร ดีที่มันไม่ได้ล้ออะไรเยอะ ไม่อย่างนั้นเขาคงเขินตาย



อือ.. คงเขินตาย




Jonginnynynyny : เออ จะพามันมาก็พามาสิ ไม่ได้ห้ามสักหน่อย

Jonginnynynyny : ว่าแต่เดือนหน้าวันที่สิบสองมึงว่างไหม


Baekhyunee : ทำไม


Jonginnynynyny : กูมีแข่งว่ายน้ำ จะไปเชียร์หรือเปล่า

Jonginnynynyny : แต่หน้าอย่างมึงก็คงไม่ไปอีกตามเคย




“พี่แบคฮยอน ทำอะไรหรอ” 



แบคฮยอนละสายตาจากจอโทรศัพท์หันกลับไปมองเด็กยักษ์ที่ส่งตาโตมาอย่างอยากรู้อยากเห็นหรือจะชวนคุยก็ไม่ทราบได้ เขาชูโทรศัพท์ขึ้นแล้วเอ่ยตอบไป “คุยกับจงอิน.. มันชวนไปกินเนื้อย่างแน่ะ ให้ชวนเราไปด้วยนะ”



“จริงดิ” ชานยอลเบิกตากว้างกว่าเดิม “ไอ้.. เอ่อ.. พี่จงอินชวนผมไปด้วยจริงหรอ”



แบคฮยอนพยักหน้าแม้จะสะกิดในใจกับคำว่า ‘ไอ้’ ที่ชานยอลพูดมาก่อนหน้านี้ก็เถอะ แต่คิดว่าเด็กมันคงจะติดจากการเรียกเพื่อนมาหรืออะไรทำนองนั้น เลยไม่ได้สนใจมากเท่าไหร่



“อาห้ะ พี่ถามว่าพาชานยอลไปด้วยได้ไหม มันก็บอกว่าได้”



“แล้วไปกี่โมงหรอ”



พอชานยอลถามมาก็นึกขึ้นได้ว่าลืมถามเวลาไอ้จงอินไปสนิท แบคฮยอนหันกลับมาพิมพ์คำถามส่งให้เพื่อนสนิทต่อโดยไม่ได้สนใจบทสนทนาก่อนหน้าแล้ว ไอ้เขาน่ะมันเป็นพวกมีอะไรมาขัดบทสนทนาไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะสานต่อลำบากพอดู




Baekhyunee : วันนี้กี่โมง


Jonginnynynyny : ทุ่มครึ่งเจอกันหน้าอพาร์ทเม้นท์มึง


Baekhyunee : โอเค




หันไปบอกเวลากับชานยอลก็เห็นเจ้าเด็กตัวโตพยักหน้ารัวๆเหมือนกับเด็กน้อยที่คุณแม่กำลังจะพาไปซื้อของเล่นยังไงอย่างนั้น ดูท่าว่าชานยอลจะตื่นเต้นกับการได้เจอเพื่อนๆเขาอีกแล้ว



เห็นว่ายังเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมง แบคฮยอนจึงไม่ได้เร่งเร้าให้ชานยอลรีบปิดเกม หรือเร่งตัวเองให้รีบเตรียมตัวก่อนออกไปหาอะไรกิน เขาไม่ได้นึกอยากจะอาบน้ำอาบท่าอยู่แล้วเพราะว่าขี้เกียจ ดังนั้นแบคฮยอนจึงนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงเป็นการฆ่าเวลาแทน



ช่างประจวบเหมาะกับตอนที่มีโทรศัพท์เข้า..




เป็นสายของจูฮยอก



แบคฮยอนขมวดคิ้วบางๆ เขามองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับมองแผ่นหลังของชานยอลไปด้วย ใจหนึ่งคิดอยู่ว่าจะรับเลยดีไหม แต่อีกใจก็บอกเขาว่าให้เดินไปหาชานยอลแล้วก็บอกให้ชานยอลรับรู้ด้วย



ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงคิดแบบนั้น แต่พอรู้สึกตัวอีกที เขาก็ทำตามใจอย่างหลังเสียแล้ว



“ชานยอล..” คนตัวเล็กยื่นโทรศัพท์ให้เด็กหนุ่มที่หันมามอง แน่นอนว่าชานยอลเองก็รับมันไปจากมือของเขาแทบจะทันที



“วิศวะคนนั้นหรอ?” แบคฮยอนพยักหน้า “งั้นเดี๋ยวผมรับ แล้วพี่ก็คุยปกตินะ”



สีหน้าจริงจังทำให้แบคฮยอนไม่กล้าปฏิเสธ ชานยอลกดรับแล้วกดเปิดลำโพงทันที เสียงกุกกักตามประสาสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นให้ได้ยิน แล้วถัดมาก็เป็นเสียงของจู​ฮยอกที่ดังสะท้อนก้องไปทั้งห้อง



[แบคฮยอน]



“อ.. อืม ว่าไง” แบคฮยอนตอบไปด้วยพร้อมกับสบตาชานยอลที่มองตาเขาอยู่เช่นเดียวกัน



[ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปหานะ พอดีงานคณะฉันเยอะมากเลย] น้ำเสียงของจูฮยอกดูเหนื่อยจริงๆอย่างที่ว่า [ฉันอยากเคลียร์.. วันนี้มาคุยกันได้ไหม]



“……….”



[ฉันเสร็จงานที่คณะประมาณสี่ทุ่ม สะดวกหรือเปล่า]



ชานยอลส่ายหัวเป็นเชิงว่าอย่าตอบรับ แบคฮยอนรู้ว่ามันเป็นเพราะเวลาดึกมากเกินไปแล้วเจ้าเด็กตัวสูงคงจะเป็นห่วง แต่แบคฮยอนก็อยากให้ทุกอย่างมันจบลงให้เร็วที่สุดเหมือนกัน



เขาจึงไม่ลังเลที่จะตอบออกไป



“เอาสิ.. ร้านกาแฟร้านเดิมก็แล้วกัน”



แม้แววตาของชานยอลจะเต็มไปด้วยความเป็นห่วงมากแค่ไหน แต่สำหรับร้านกาแฟที่เปิดยาวยันเที่ยงคืนก็ไม่ได้แปะป้ายเอาไว้เสียหน่อยว่าห้ามเด็กมัธยมปลายเข้าร้าน



แล้วเขาก็เชื่ออยู่อย่างหนึ่ง



“ผมจะไปส่ง”




ชานยอลไม่มีทางปล่อยให้เขาไปคนเดียวแน่นอน





50%






ชานยอลคีบหมูสามชั้นในเตาที่สุกแล้วใส่จานของพี่แบคฮยอนที่นั่งข้างๆ






ฝั่งตรงข้ามเขาเป็นไอ้จงอินที่คอยส่งสายตาล้อเลียนมาให้อยู่เป็นระยะจนอยากจะปาผักกาดเขียวใส่หน้ามันให้รู้แล้วรู้รอด แต่ไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นพี่แบคฮยอนก็จะรู้ว่าเขากับไอ้จงอินสนิทกันมากกว่าแค่คนรู้จักเผินๆ



“มุนบยอล” จงอินเอาศอกสะกิดผู้หญิงหนึ่งเดียวในโต๊ะ “หมูมันเหนียวหรอวะ”



“เปล่าหนิ ทำไมวะ”



“หรอ ก็กูเห็นไอ้สองคนนี้มันกินเหมือนหมูมันเหนียว หมูมันไม่อร่อย หมูมันไม่สุก” จงอินชี้ตะเกียบมายังพวกเขาสองคนที่นั่งอยู่ “พวกมึงสองคนเป็นอะไรกัน บอกมา”



แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทที่จ้องมาอย่างคาดคั้น เขาหยิบผักเข้าปากแล้วเคี้ยวกร้วมๆ ก่อนจะส่ายหัวเป็นเชิงว่าไม่มีอะไร



“ไม่เชื่อ” ไอ้มุนบยอลว่าบ้าง “พวกมึงต้องมีอะไรปิดบังอยู่แน่ๆ ว่าไงชานยอล”



“ค.. ครับ?” เด็กตัวสูงสะดุ้ง “เปล่านี่ครับ ไม่มีอะไรหรอก”



“เออ ไม่บอกก็แล้วแต่” ไอ้จงอินยักไหล่ “ว่าแต่ทำไมชานยอลถึงไปอยู่กับมึงตอนหัวค่ำแบบนั้นได้หรอแบคฮยอน”



เริ่มพูดให้เขาเดือดร้อนจนแบคฮยอนที่กำลังเครียดล่วงหน้าเรื่องที่ตอนสี่ทุ่มเขาต้องไปเคลียร์กับจูฮยอกถึงกับลืมเรื่องนั้นไปชั่วขณะ คนตัวเล็กชะงักมือที่กำลังคีบหมูเข้าปากทันใด



“ก็..” แบคฮยอนอึกอักนิดหน่อยก่อนเอ่ยตอบ “ไม่มีอะไร.. ชานยอลมาส่งที่ห้อง กูเลยชวนน้องเข้ามานั่งเล่น”



“หูย เดี๋ยวนี้มีชวนผู้ชายเข้าห้องว่ะ”



“อะไรมึงล่ะ ก็ผู้ชายเหมือนกันไหม” แบคฮยอนตอบอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะรีบเปลี่ยนประเด็นซึ่งเป็นงานถนัดของเขา “ว่าแต่มึงเถอะ เห็นบอกจะแข่งว่ายน้ำ แข่งเมื่อไหร่นะ”



“มึงเคยอ่านแชทให้เข้าใจชัดเจนบ้างไหมเนี่ย วันที่สิบสองไง” จงอินเอ่ยอย่างหงุดหงิด



“ที่ไหน”



“หมู่บ้านกู กีฬาหมู่บ้านธรรมดานั่นแหละ” พูดจบมันก็ก้มหน้าก้มตากินแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อจากนั้นอีก



ส่วนแบคฮยอนขมวดคิ้วฉับ.. ระลึกอยู่พักหนึ่งว่าวันที่สิบสองเดือนหน้ามันคือวันอะไร แล้วคิดไม่นานเขาก็นึกออก เพราะเพิ่งได้รับข้อมูลเมื่อไม่นานมานี้เอง



เขาว่ามันคุ้นๆ



“ชานยอล มีแข่งว่ายน้ำตอนไหนนะ”



“เดือนหน้าวันที่สิบสองครับ” รายนี้ก็ตอบไปด้วยเคี้ยวตุ้ยๆในปากไปด้วย



“หรอ.. แล้วที่ไหนอะ”



“หมู่บ้านของผมไงพี่ มันเป็นกีฬาหมู่บ้าน--”



“………..”



เงียบกริบกันทั้งโต๊ะ ไอ้คนที่ก้มหน้าก้มตากินทั้งสองเมื่อกี้ก็ชะงักแล้วเงยหน้ามองตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย คำว่า ‘ซวยแล้ว’ วิ่งวนรอบโต๊ะเป็นหนูติดจั่น เหมือนอย่างทั้งสองคนที่หน้าซีดเผือดไปถนัดตา



“อ๋อ.. เดือนหน้าวันที่สิบสองมีกีฬาหมู่บ้านสินะ”



“…………”



“หมู่บ้านแถวนี้เขานิยมแข่งกีฬาพวกนี้กันหรอวะ ไม่เห็นรู้เลย”



รูปประโยคเหมือนเป็นประโยคคำถาม แต่อันที่จริงแล้วมันคือประโยคเค้นความจริงต่างหาก แบคฮยอนหรี่ตามองชานยอลที่นั่งอยู่ข้างๆสลับกับไอ้จงอิน ทั้งคู่คีบตะเกียบในมือค้างไว้ รวมถึงไอ้มุนบยอลเองก็ด้วย



“มีอะไรจะอธิบายไหม”



“เฮ้ย.. กูอธิบายได้นะ” จงอินละล่ำละลักตอบ “คือกูสองคนอยู่หมู่บ้านเดียวกันจริงๆนั่นแหละ แต่ว่ากูไม่เคยเจอมันมาก่อนเลยนะ หมู่บ้านมันใหญ่มากเลยมึง”



“สาธุ ถ้าโกหกขอให้ไม่มีเมียตลอดชาติ”



“บ้านมันอยู่ติดกันกับกูเองแหละ”



“เหอะ!” แบคฮยอนส่งเสียงขึ้นจมูก ว่าแล้ว ว่าแล้วเชียวว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าแค่คนเพิ่งรู้จักกัน “นอกจากกูจะโดนคนอื่นหลอกยังต้องโดนเพื่อนตัวเองหลอกด้วยเนี่ยนะ”



“พี่ครับ ความผิดผมเอง พี่อย่าไปว่าไอ้จงอินเลยนะ” ชานยอลหันมาแตะแขนเขาเบาๆพร้อมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด



“โห นี่สนิทกันถึงขั้นเรียกว่าไอ้เลยหรอ”



“อย่าตีผมสิ!” ชานยอลยกมือขึ้นบังตอนเขาง้างมือเตรียมตีอีกฝ่าย “ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าผมชอบพี่ไง”



มือที่เตรียมจะประทุษร้ายอีกคนชะงักกลางอากาศ ก่อนจะถูกลดลงมาวางไว้บนเก้าอี้ดังเดิมเมื่อได้ยินคำสารภาพนั้น จะเรียกว่าสารภาพก็ไม่เชิง เพราะชานยอลเคยพูดแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว



“เพราะว่าชอบมาก ก็เลยไปบอกกับจงอิน มันก็พอดีกับที่จงอินรู้จักพี่พอดี”



“………..”



“ก็แค่นั้นเอง แค่เพราะว่าผมชอบพี่มากๆแค่นั้นเอง”



แต่ไม่เคยพูดแบบจริงจังต่อหน้าเขาอย่างนี้มาก่อนเลย



แบคฮยอนรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่พยายามหลบสายตาของชานยอลแล้วดันหันไปสบกับเพื่อนซี้ทั้งสองคนที่ส่งแววตาล้อเลียนมาให้แทน



“หายโกรธกูแล้วล่ะสิ” ไอ้จงอินยิ้มบางๆ



“มึงนั่นแหละตัวดี หลอกกูมาตลอดเลย ไอ้นิสัยเสีย!” เขาว่าพลางปาผักกาดเขียวใส่หน้ามันไปที แต่ไอ้จงอินก็หลบทันหวุดหวิด



“เออๆ กูขอโทษได้ไหมล่ะ!”



“ไม่หายโกรธ!” พูดพลางปาผักใส่หน้ามันไปอีกทีก่อนจะก้มให้ความสนใจกับหมูสามชั้นทั้งที่ยังโมโหอยู่ ไอ้โมโหน่ะมันก็โมโหหรอก แต่มันก็ทั้งโมโหทั้งขำตัวเองที่โดนเพื่อนหลอกมาตั้งนานแต่ไม่ยักกะรู้ตัว



ซึ่งมันก็ไม่ใช่การหลอกที่ย่ำแย่อะไรซะด้วยสิ



แถมยังทำเขาเขินได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยด้วย



“โกรธจริงหรอ” ชานยอลก้มหน้าลงมาถามเมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมเงยหน้าคุยกับใครอีก “พี่แบคฮยอน..”



“โกรธ”



“อย่าโกรธเลยนะ” เด็กตัวสูงพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เนี่ย.. ผมอุตส่าห์ตั้งใจเรียนเหมือนที่พี่เคยสั่งไว้เลยนะ จะโกรธผมจริงๆหรอ”



“เกี่ยวอะไรกันตรงไหน”



“ก็พี่บอกเองว่าถ้าผมไม่หลับในห้องเรียนจะให้รางวัลผมนี่”



“………..”



“งั้นผมขอรางวัลเป็นอย่าโกรธผมเลยได้ไหม”



แบคฮยอนหันไปสบตากับเด็กตัวสูงที่โน้มตัวลงมาให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน แววตาเว้าวอนเหมือนหมาโกลเด้นดีๆสักตัวเผยให้เห็นอีกแล้ว ซึ่งเขาเองก็เป็นพวกประเภทแพ้หมาตัวใหญ่ๆเสียด้วยสิ



อันที่จริงก็ไม่ได้โกรธอะไรมากมายหรอก.. แค่อยากเห็นเด็กมันง้ออีกหน่อยแค่นั้นเอง



“นะ.. อย่าโกรธผมเลย”



ได้ยินอีกรอบหัวใจมันก็อ่อนยวบยาบไปหมด แบคฮยอนยกมือขึ้นลูบผมสีน้ำตาลเข้มของอีกฝ่าย ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อชานยอลหลับตาลงแล้วยอมให้เขาลูบผมอยู่แบบนั้น ไม่ได้สนใจเสียงแซวของไอ้เพื่อนฝั่งตรงข้ามหรอก เพราะแบคฮยอนคิดว่ามันเหมือนเสียงนกเสียงกามากกว่าในวินาทีนี้



เขาให้อภัยชานยอลโดยการใช้ภาษากาย 




โดยที่ไม่รู้เลยว่า ‘อย่าโกรธ’ ของชานยอล ไม่ใช่แค่คำขอร้องต่อสถานการณ์ตอนนี้เพียงอย่างเดียว












รถเวสป้าของชานยอลเทียบเข้าจอดตรงหน้าร้านกาแฟ





พี่แบคฮยอนลงจากรถพร้อมกับส่งหมวกกันน็อคคืนมาให้เขา ดวงตาเรียวเล็กนั่นมองเข้าไปในร้านกาแฟ ซึ่งก็ทำให้เขามองตามด้วย เขาเห็นแล้วว่าไอ้พี่วิศวะคนนั้นนั่งอยู่พร้อมกับแก้วกาแฟแก้วหนึ่งที่วางอยู่ตรงโต๊ะด้านหน้า



“กลับไปก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวแม่เราจะว่าเอา” พี่แบคฮยอนเอ่ยบอกแบบนั้น



“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวผมนั่งรอหน้าร้านนี่แหละ” เขายิ้มบางๆ “พี่รีบเข้าไปเถอะ ถ้าอยากให้ผมกลับเร็วๆ พี่ก็ต้องเคลียร์กับเขาให้เร็วๆนะ”



พี่แบคฮยอนส่งยิ้มมาให้เขาพร้อมกับเอื้อมมือมาวางไว้บนศีรษะทิ้งท้ายอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้าไปในร้านกาแฟ พร้อมกับจูฮยอกที่สังเกตเห็นแล้วส่งยิ้มบางๆเป็นการต้อนรับให้



ชานยอลเองก็ย้ายก้นลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์แล้วไปนั่งตรงเก้าอี้ซึ่งหันหลังกับกระจกร้านกาแฟ มือก็กดเล่นเกมแบบออฟไลน์ที่อยู่ในโทรศัพท์ไปด้วย มันเป็นเกมติ๊งต๊องที่พอจะช่วยฆ่าเวลาในการทำอะไรสักอย่าง เวลาผ่านไปค่อนข้างนานจนเขาเล่นเกมจนเคลียร์ไปหลายด่าน.. ลมเย็นๆพัดมาให้พอสะท้านเล่นเพราะว่านี่ก็ดึกมากแล้ว



หลังจากแยกกับจงอินและพี่มุนบยอลตอนประมาณสามทุ่ม เขาก็รีบพาพี่แบคฮยอนบึ่งมาที่ร้านกาแฟร้านนี้ซึ่งเป็นที่นัดหมายที่พี่แบคฮยอนนัดกับนักศึกษาวิศวะคนนั้นเอาไว้ แล้วแน่นอนว่ามันมาก่อนเวลาแบบที่พี่แบคฮยอนคาดเอาไว้ไม่มีผิด



ที่รุ่นพี่ตัวเล็กบอกว่าให้เขากลับไปก่อนก็ได้เพราะมันดึกมากแล้วเดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง แต่ไม่ได้หรอกสำหรับเขา.. ชานยอลไม่ไว้ใจไอ้ผู้ชายคนนั้นเท่าไหร่ ถึงรู้ว่านี่คือการเรียกมาเพื่อสะสางปัญหาบางอย่าง แต่เขาก็ไม่ไว้ใจมันอยู่ดี




ติ๊ง


Jonginnynynyny : กูเห็นใจมึงนะชานยอล

Jonginnynynyny : น่าซงซาน



ไอ้จงอินคนเดิมที่แชทมาหา เพราะก่อนแยกกันมันบอกว่าให้เขารายงานสดสถานการณ์ให้มันรับรู้ด้วย



CHANYEOL : ซงซานตัวเองเถอะครับ เพื่อนจะไม่คบอยู่แล้วยังไม่รู้ตัว


Jonginnynynyny : แหม แล้วใครล่ะที่เป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนจะเลิกคบกูเนี่ย

Jonginnynynyny : พอ เรื่องที่ไอ้แบคมันโกรธเดี๋ยวกูค่อยง้อ

Jonginnynynyny : ว่าแต่สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง


CHANYEOL : เขานั่งอยู่ข้างใน กูนั่งข้างนอก

CHANYEOL : ไม่อยากรู้เท่าไหร่หรอกว่ะพี่



ชานยอลมองเข้าไปในร้านซึ่งเป็นกระจกใสก็เห็นพี่แบคฮยอนนั่งฝั่งหนึ่ง ไอ้พี่วิศวะนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งตรงข้ามกัน สีหน้าแต่ละคนก็ดูเคร่งเครียดไม่แพ้กันเท่าไหร่นัก นี่ก็ผ่านมาเกือบยี่สิบนาทีแล้ว ชานยอลไม่รู้ว่าทั้งคู่คุยอะไรกันบ้างแต่มันก็นานอยู่พอตัว



Jonginnynynyny : ทำไมไม่เข้าไปนั่งฟังล่ะวะ


CHANYEOL : มันก็เป็นเรื่องของพี่เขาหรือเปล่า

CHANYEOL : ทำแบบนั้นเขาจะอึดอัด


Jonginnynynyny : มึงนี่มันเด็กน้อยจริงๆเลย


CHANYEOL : กูเป็นคนดีต่างหาก



ชานยอลพ่นลมหายใจออกมาแล้วหันไปมองในร้านอีกครั้ง เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความไปหาพี่แบคฮยอนว่า ‘ผมหนาวจัง อยากกลับแล้ว’ แม้รู้ว่ามันดูไร้มารยาท แต่ก็อยากให้พี่แบคฮยอนรีบเคลียร์กับไอ้หมอนั่นแล้วรีบกลับไปกับเขาเสียที



ร่างสูงหันไปมองข้างในอีกครั้งหนึ่ง แล้วเขาก็รู้สึกใจฟีบไปนิดหน่อย เมื่อไอ้วิศวะคนนั้นคว้ามือของแบคฮยอนเข้าไปกุมไว้ จึงไม่มีทางเลยที่พี่แบคฮยอนจะเห็นข้อความนั้นของเขา



ไม่รู้ว่าไอ้นั่นมันพูดอะไรต่อจากนั้นเพราะเขานั่งข้างนอกไม่มีทางได้ยิน พี่แบคฮยอนเองก็ยอมให้อีกคนจับมือพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียดแบบเดิม พี่วิศวะเหมือนจะพูดขอร้องอะไรคนตัวเล็กสักอย่าง เพราะสีหน้ามันบอกแบบนั้น



ชานยอลนั่งไม่ติดเก้าอี้เลย แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือนั่งมองคนทั้งคู่ผ่านกระจกใสเหมือนเดิม แล้วใจของเขาก็กระตุกเมื่อไม่นานพี่แบคฮยอนก็ยิ้มบางๆแล้วพยักหน้าออกมา



ความคิดในแง่ร้ายแล่นเข้ามาในสมองจนเจ็บในอกไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เห็นว่าจูฮยอกยิ้มอย่างดีใจให้กับการพยักหน้าของพี่แบคฮยอน



เขาถอนหายใจบางๆ ใช้มือข้างหนึ่งวางทาบทับกระจกเอาไว้เมื่อเห็นว่าคนทั้งคู่ลุกขึ้นยืนในท่าเตรียมพร้อมเดินออกจากร้าน แต่ไม่ทันจะได้เดินออกมา พี่วิศวะคนนั้นก็ตระกองกอดพี่แบคฮยอนของเขาจนร่างเล็กๆจมไปกับอกของอีกฝ่าย



ชานยอลเหมือนคนโง่เลย.. จูฮยอกคงขอพี่แบคฮยอนคืนดีแล้วไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ซึ่งวินาทีนั้นเขาไม่รู้ว่าจะบรรยายความรู้สึกออกมาว่ายังไงดี หัวใจมันบีบรัดไปหมดเพียงแค่เห็นท่าทางแบบนั้น



แค่นั้นมันก็ชัดเจนมากพอแล้วไม่ใช่หรือไงว่าคนทั้งคู่คงจะกลับไปคืนดีกันอีกครั้ง ส่วนเขาก็จะกลายเป็นแค่ ‘ใครบางคน’ ในชีวิตของพี่แบคฮยอนเหมือนเดิม



ก็เขาน่ะ.. สู้อะไรพี่วิศวะคนนั้นไม่ได้สักอย่างเดียว



รถก็ไม่มีขับ มีแต่เวสป้าคันหนึ่งให้พี่แบคฮยอนซ้อน เรียนก็ชอบหลับ คงไม่มีปัญญาเอาสมองไปสอบเข้าวิศวะเหมือนอย่างคนคนนั้นแน่



คนทั้งคู่เดินขนาบข้างกันมาด้วยสีหน้าที่ดูดีกว่าตอนแรกมากโข แล้วพอพ้นเขตประตูร้าน พี่แบคฮยอนก็มาหยุดยืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงๆของพี่วิศวะคนนั้นที่ยืนอยู่เยื้องไปด้านหลัง



 

ชานยอลไม่ได้นึกอยากเรียกร้องอะไรถึงแม้ว่าอยากจะพูดมากแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ส่งยิ้มโง่ๆไปให้อีกฝ่าย



“ไม่กลับกับผมแล้วหรอครับ”




แต่ไอ้คำถามโง่ๆคำนี้น่ะ.. ประโยคขอร้องนะ




พี่แบคฮยอนจะรู้บ้างหรือเปล่า



รู้หรือเปล่าว่าเขากำลังเสียใจ














TALK: 

แบคฮยอนคนใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย!

จริงๆเรื่องกีฬาหมู่บ้านน่ะ แบคฮยอนก็กะจะโกรธจงอินหนักๆอยู่หรอก แต่พอได้ยินคำสารภาพผิดจากไอ้เด็กตัวสูงก็ดันใจอ่อนซะงั้น ใครจะไม่ใจอ่อนไหวคะ น้องน่ารักเบอร์นี้

แต่เดี๋ยวก่อน หล่อนจะมาเทน้องแบบนี้ไม่ด๊ายยยยย!






#teenyweenyCB






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,575 ความคิดเห็น

  1. #1570 Coffee-mate (@nanaco) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 00:53

    ถ้าแบคฮยอนเทจริงๆก็คือเสียใจ แบคยังมีจูฮยอก แต่น้ชานยอลไม่มีใครรร แงงงงว

    #1,570
    0
  2. #1547 บบตพ ♡ (@twentynoey) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 16:46
    โอ้โหหหหหหห ไม่เอาดิ่ T________T
    #1,547
    0
  3. #1513 marlinn (@marlinn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:18
    แงงงงงงงงงงงงงงงง T_____T น้องงงงงงง
    #1,513
    0
  4. #1512 marlinn (@marlinn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:18
    แงงงงงงงงงงงงงงงง T_____T น้องงงงงงง
    #1,512
    0
  5. #1500 arysn_ (@arysn_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 22:13
    นี่คิดว่า2คนนั้นน่าจะคุยกันรู้เรื่องละแหละละแบคก็คลให้อภัยแล้วแบบกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมแล้วกอดนั้นก็คงจะเ็นกอดแบบเพื่อน ชานยอลอย่าพึ่งคิดไปไกลเด้อเป็นห่วงฮืออออ แล้วถ้าคำตอบของที่ชานยอลถามมันคือ การพูดแบบว่าชานยอลกลับไปก่อนได้เลยเดี๋ยวจูฮยอกจะไปส่ง คือหมี่เหลืองเลยนะคะ
    #1,500
    0
  6. #1442 dark chocolate (@namimori13) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 02:17
    เอ้าเฮ้ยอย่าเด้อ อย่าทำน้องเสียใจเด้อ ฮือออ ดราม่ามาเลย ตอนกินหมูกระทะคือเราชอบมาก เพราะเราชอบกินหมูกระทะ 55555 แล้วก็ชอบความจริงใจของชานยอลด้วยย
    #1,442
    0
  7. #1419 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 14:01
    ไม่หรอกพี่แบคแคร์เด็กมาก พี่แบคไม่ทำแบบนั้นหรอก
    #1,419
    0
  8. #1402 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 00:05
    คุยไรกานนนนนชงชัยยอ่ะ
    #1,402
    0
  9. #1388 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 20:23
    คุยไรกันอ่ะ ตอนนี้สงสัยทุกอย่างเลย สงสัยสุดก็ชายอล สัญญาอะไรกับพ่อไว้ ไปเรียนต้อเมืองรอกเหรอ อะไรฟ่ะ ละพี่แบคทำแบบนั้น ไม่คิดถึงใจน้องมันบ้างเหรอ ฮุก
    #1,388
    0
  10. #1375 tawann_614 (@tawann_614) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 13:38
    สงสารชานยอลลล
    #1,375
    0
  11. #1335 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 10:57
    สงสารชานยอลลลล
    #1,335
    0
  12. #1314 sweetpss (@TungPang_Sg) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 23:14
    แบคใจร้ายยย
    #1,314
    0
  13. #1301 somruethai1307 (@somruethai1307) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 22:11
    น้องชานเสียใจ งื้แ
    #1,301
    0
  14. #1255 bbbbbbbys (@bestyespd) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 23:12
    เหหหหห ใจเย็นก่อนเด้อเจ้าหมาาาา
    #1,255
    0
  15. #1238 nsjcbw. (@ginne) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 15:37
    โอ้มายก้อด จึกเบาๆ
    #1,238
    0
  16. #1129 ARMMOMII |♡ (@armmomii) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:54
    ไม่หรอก!!! เราเชื่อว่าไม่มีอะไร แบคอาจจะแค่ให้อภัย ให้เป็นเพื่อนกันต่อไปได้ ชานยอลลูกอย่าเพิ่งเศร้า โอ๋ๆไม่ร้องนะลูก
    #1,129
    0
  17. #1082 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:24
    งือออ สงสารเจ้าชานยอลอ่ะ เค้าคุยไรกันก็ยังไม่รู้ จงจารรรรรร
    #1,082
    0
  18. #769 pxxmch (@paiminnnn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 20:06
    ใจร้ายยยยที่สุดด
    #769
    0
  19. #764 pdl2002 (@pdl2002) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 16:59
    ;-;!!!!!!
    #764
    0
  20. #742 `อริศรา (@arisaraluluangin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 19:05
    ..... อันนี้ร้องของจริง ไม่ไหว ร้องไห้แล้วอะ โอ้ยยยย ไม่เอาาาาาา
    #742
    0
  21. #648 samssam (@samssam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 17:34
    แบค ห้ามเทชานยอลน้าาาาา
    #648
    0
  22. #636 fernn14 (@fernn1404) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 08:17
    อย่าเทน้องนะะTT
    #636
    0
  23. #549 MaPhenix (@MaPhenix) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 18:39
    แย่อ่ะ:(
    #549
    0
  24. #537 kkkk. ★ (@fristsnowwww) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 18:23
    ไม่ขอคิดไรทั้งนั้นนนน สงสารน้องอะดูประโยคที่พูดนั่นสิ TTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTT
    #537
    0
  25. #533 Fahhsii (@Fahhsii) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 16:43
    แงงงพึ่งมาอ่าน แบคอย่าเทน้องชานยอลน้า~
    #533
    0