{SF,OS} honey lemon juice ♡ ll chanbaek

ตอนที่ 7 : {OS} mental ♡

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    3 พ.ค. 61

 

 

Warning : อย่าหลอนนะ ไม่ใช่ฟิคหลอน

 





 

บางสิ่งบางอย่างรักษาอย่างไรก็ไม่หาย

 

.

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โทรเลยดิวะ มึงจะกลัวอะไรนักหนา

 


ปาร์คชานยอลละสายตาจากจอโทรศัพท์มือถือขึ้นมองหน้าเพื่อนสนิทที่นั่งกระดิกขาอยู่ฝั่งตรงข้าม เขารู้หรอกว่าไอ้เซฮุนมันมานั่งรอเขานานแล้ว เพราะหลังจากได้เบอร์สายด่วนมาเขาก็ผลัดมันมาหลายรอบ และมันก็คงจะรู้สึกเสียเวลาที่เขาไม่ยอมโทรศัพท์ไปให้มันจบๆเสียที 



แต่ก็นะ 




มึงไม่ใช่กูก็พูดง่ายสิ ไอ้เวร

 


โธ่เพื่อน.. ก็ถือซะว่าโทรไปปรึกษาปัญหาชีวิตไง เซฮุนเอ่ยอย่างเรียบง่าย อีกอย่าง กูไม่คิดว่ามึงจะยอมให้ตัวเองกลายเป็นบ้าเพราะภาพหลอนอย่างที่มึงเล่าหรอกนะ

 


ชานยอลหลุบสายตาลงมองเลขสี่ตัวที่อยู่บนจอก่อนจะถอนหายใจ ..เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตจะต้องได้โทรศัพท์หาเบอร์ประเภทนี้เลยสักครั้ง คิดแล้วก็รู้สึกสมเพชตัวเองแปลกๆที่ต้องหันมาพึ่งพามันทั้งที่ใจไม่เคยคิดอยากจะทำ

 


โทรไปเถอะมึง จิตแพทย์อาสาเขาจะไม่สรุปหรอกว่ามึงเป็นบ้า เขาก็แค่รับฟังเรื่องที่มึงอยากระบายแล้วก็ให้คำแนะนำเฉยๆเท่านั้นเอง

 


แล้วมึงรู้ได้ไง

 


แฟนกูก็เป็นจิตแพทย์อาสา มึงลืมแล้วหรอ เบอร์นี่กูก็ได้มาจากเขา

 


ชานยอลนึกในใจว่าก็จริงของมัน แต่เขารู้สึกอายเกินไปอย่างที่บอก เพราะแต่ละคนที่โทรไปเบอร์นี้ก็มีแต่พวกที่มีปัญหาทางจิตทั้งนั้นแหละ เขายังไม่เข้าข่ายคนประเภทนั้นเสียหน่อยนี่

 


มึงจะโทรไม่โทร ไม่โทรกูกลับนะ

 


เออๆๆ โทรก็ได้วะ


 

ชานยอลจิ๊ปากก่อนจะตัดสินใจจิ้มปุ่มโทรออกบนจอโทรศัพท์ เขามองหน้าไอ้เซฮุนพร้อมกับความรู้สึกชื้นๆที่ฝ่ามือเนื่องจากประหม่า มันพยักหน้ากลับมาให้เหมือนจะบอกให้สู้ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาทำท่าสนอกสนใจ

 


แล้วไม่นานปลายสายก็กดรับ


 

สวัสดีครับ จิตแพทย์อาสารับสายครับ


 

.......

 


ฮัลโหล.. สวัสดีครับ ได้ยินหรือเปล่าครับ

 


ชานยอลรู้สึกตัวชาปลาบขึ้นมาพร้อมกับความอายที่เริ่มแทรกซึม จิตใจสองฝ่ายกำลังประท้วงกันอย่างหนักว่าเขาควรจะวางสายหรือมุ่งหน้าคุยกับคุณจิตแพทย์ต่อไปดี จนกระทั่งเห็นหน้าของไอ้เซฮุนนั่นแหละ สุดท้ายจึงกรอกเสียงกลับไปแบบประหม่าสุดชีวิต

 


ครับ..

 


อ่า.. ครับ สวัสดีครับ ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วทำให้สดชื่น นี่คงเป็นวิธีการทางจิตวิทยาที่จะช่วยลดความตรึงเครียดในการสนทนา ทางเราจะไม่สอบถามชื่อของคุณนะครับ กรณีนี้ขอให้คุณเล่าเรื่องที่มีปัญหามาได้เลย เราจะรับฟังแล้วทำการให้คำแนะนำเป็นขั้นตอนสุดท้ายครับ

 


“….”

 


ถ้ารู้สึกผ่อนคลายขึ้นแล้ว.. เชิญเล่าได้เลยนะครับ

 


ผ่อนคลายบ้าอะไรล่ะ.. ชานยอลรู้สึกเกร็งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 


แรงเตะเข้าที่หน้าแข้งทำให้ชานยอลต้องถลึงตามองไอ้เพื่อนสนิทที่นั่งทำหน้าเป็นตูด มันขยับปากแบบไร้เสียงกลับมาว่า เป็นเหี้ยอะไรถึงไม่ยอมพูดเสียที นั่นทำให้ชานยอลต้องกรอกเสียงลงไปอย่างช่วยไม่ได้อีกครั้ง

 


ผม..

 


.....

 


ผมเห็นภาพหลอนครับ” เขากลั้นใจบอกไปและกลัวเหลือเกินว่าจะได้รับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยกลับมา แต่สุดท้ายก็ไม่มี จะมีก็เพียงแต่น้ำเสียงนุ่มลื่นหูที่กรอกกลับมาเหมือนเรื่องที่เขาเป็นอยู่มันคือเรื่องปกติยังไงอย่างนั้น

 


อ่า.. คุณเคยมีประวัติการใช้สารเสพติดมาก่อนหรือเปล่าครับ

 


ไม่ครับ.. ผมไม่เคยใช้

 


ถ้าอย่างนั้นช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังทีได้ไหมครับว่าเรื่องมันเป็นยังไงบ้าง คุณเห็นภาพหลอนแบบไหนบ้าง เผื่อว่าผมจะสามารถช่วยอะไรคุณได้

 


.....

 


ไว้ใจผมนะครับ

 


ประโยคสุดท้ายที่เอ่ยมาทำให้ใจของชานยอลรู้สึกอบอุ่น เขายกยิ้มเบาๆขณะที่เริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เหมือนเขาจะสามารถเล่าอะไรให้อีกฝ่ายฟังก็ได้ทั้งหมดแล้วในตอนนี้

 


ครับ ชานยอลเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ ไม่สนใจไอ้เซฮุนที่มองมาด้วยสายตาแปลกๆ เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากเกือบสองปีที่ผมเลิกกับแฟน

 

 

 


 

 

ตอนนั้นผมเอง ที่คิดว่าทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม 

..แต่สุดท้ายก็ไม่

 


 

 

 

 

วันนั้นตอนทุ่มตรง ผมจอดรถเข้าไปในโรงจอดของบ้านหลังกลับจากการทำงาน ส่วนมือก็เลื่อนขึ้นปลดกระดุมที่คอก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากรถเข้าไปยังตัวบ้าน ได้กลิ่นหอมของอาหารที่เป็นตัวบ่งบอกว่าวันนี้แม่กับพี่ยูราคงแสดงฝีมือทำอาหารอีกครั้งบ้านถึงได้หอมฉุยขนาดนี้

 


วันนี้ทำอะไรกินกันอะ ผมชะโงกหน้าเข้าไปในครัวแล้วเอ่ยถาม

 


อ้าว กลับมาแล้วหรอ แม่ยิ้มจนตาปิด ทำชาบู วันนี้พ่อเขาจะกลับบ้านเร็ว ต้องมื้อใหญ่หน่อย

 


อ่า.. ดีเลย ผมส่งยิ้มกลับไปให้คุณนาย งั้นผมขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวลงมาช่วยจัดโต๊ะ

 


ผมวิ่งทั่กๆขึ้นบันไดแล้วเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของตัวเองที่เป็นโทนสีน้ำตาลเหมือนอย่างเคย ก้าวขาอาดๆเดินเข้าไปในห้องน้ำ ตรงไปยังอ่างล้างหน้าก่อนจะวักน้ำขึ้นล้างหน้าเหมือนอย่างทุกวัน ความคิดที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าลงไปกินข้าวไม่เคยมีอยู่ในหัวของผม เพราะปกติผมก็ไม่ใช่ประเภทรักความสะอาดอะไรอยู่แล้ว

 


ผมเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วมุ่งหน้าเดินไปยังเตียงนอนที่โยนรีโมทแอร์คอนดิชันเนอร์ทิ้งไว้เมื่อเช้า ช่วงนี้อากาศร้อนจนน่าเวียนหัว เปิดแอร์ทิ้งไว้แล้วกลับมานอนให้เย็นฉ่ำคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 


แต่ผมกลับต้องชะงักก่อนจะทันได้เปิดแอร์ เมื่อมองเห็นคนที่ไม่ได้เจอกันสองปีกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง

 


ผมตกใจไปชั่วขณะตามสัญชาตญาณแต่โชคดีที่ตอนนั้นผมไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไปให้เสียฟอร์ม คนบนเตียงส่งยิ้มมาให้เหมือนอย่างเคย แต่สิ่งนั้นกลับทำให้ผมรู้สึกตัวชาวาบขึ้นมากะทันหัน

 


มาได้ยังไง?


 

ผมเอ่ยคำถามโง่ๆที่ควรจะถามที่สุดในขณะนี้ออกไป นึกโกรธขึ้นมานิดหน่อยว่าทำไมแม่ถึงไม่บอกว่าวันนี้อีกคนมาหา ไม่มีใครพูดถึงเลยว่ามีคนบุกรุกห้องนอนของผมเสียแล้ว

 


......

 


ไม่มีเสียงตอบอะไรจากเจ้าของเรือนผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนที่นั่งอยู่บนเตียง ผมใช้เวลาตอนนั้นในการมองสำรวจอีกฝ่าย ตกใจไม่เบาที่อีกคนยังไม่ได้เปลี่ยนสีผมนับตั้งแต่วันที่แยกทางกัน ทั้งที่มันก็สองปีกว่าแล้วแท้ๆ แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าผมแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยสักอย่าง

 


แม้กระทั่งเสื้อยืดสีเหลืองกับกางเกงขาสั้นที่สวมอยู่นั่นก็เป็นชุดโปรดที่อีกฝ่ายชอบใส่เหลือเกิน

 


ซึ่งมันก็ไม่ได้ดูซีดจางไปตามกาลเวลาแต่อย่างใด

 


กลับบ้านไป..

 


แต่ความทรงจำที่หอมหวานมันมีไม่เท่ากับความทรงจำอันแสนเลวร้ายหรอก

 


กลับบ้านไปเดี๋ยวนี้ แบคฮยอน

 


แล้วผมเองก็เป็นประเภทที่จำฝังใจกับเรื่องร้ายๆเสียด้วยสิ

 


 


 


 

ผมกำลังถูกปั่นหัวจากคนที่นั่งอยู่บนเตียง พยอนแบคฮยอนทำแค่เพียงส่งยิ้มมาให้อยู่แบบนั้นโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ ซึ่งนั่นแหละที่ทำให้ผมหงุดหงิดใจจนอยากจะฆ่าเขาทิ้ง แม้จะไล่ตะเพิดออกจากห้องไปแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอม และแน่นอน ถึงแม้อยากจะฆ่าเขาแค่ไหนแต่ผมก็ไม่ใช่ประเภทที่ชอบใช้ความรุนแรง ผมจะไม่ลากอีกคนออกไปถึงแม้ว่าจะทำได้ก็ตาม

 

 

ฉันจะถามเป็นครั้งสุดท้าย ผมเอ่ยเสียงแข็ง มาที่นี่ทำไม ต้องการอะไรจากฉันอีก แบคฮยอน?

 

 

ผมมองเห็นว่าริมฝีปากของแบคฮยอนเริ่มคลายรอยยิ้มออกจนหลงเหลือเพียงใบหน้าเศร้าเหมือนลูกหมาตัวเล็กๆที่หลงทางกับแม่ นั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีเท่าไหร่ แต่มันทำให้ความรู้สึกหงุดหงิดและรำคาญใจพุ่งพล่านเหลือเกินยามที่เห็นแบคฮยอนทำหน้าแบบนี้

 

 

ทำไปทำไม ต้องการเรียกร้องความเห็นใจงั้นหรือ 

 

 

ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิดแท้ๆ

 

 

เปล่า

 

 

จนสุดท้ายแบคฮยอนก็ยอมเปิดปากพูดเสียที

 

 

แล้วมาทำไม นายต้องการอะไรกันแน่

 

 

......

 

 

ที่ผ่านมายังไม่พอหรอ ยังไม่พอใจอีกหรอแบคฮยอน

 

 

.......

 

 

ทำฉันเหมือนตกนรกทั้งเป็นมาเกือบสองปี ยังไม่พอใจอีกใช่ไหม

 

 

ผมพูดออกไปด้วยโทสะอย่างแรงกล้า ไม่เข้าใจเจตนาของแบคฮยอนว่ามาที่นี่อีกทำไม แต่ยิ่งไปกว่านั้น ผมไม่เข้าใจเลยว่าแบคฮยอนอยากจะปั่นหัวอะไรผมนักหนาถึงได้เอาแต่เงียบแล้วพูดออกมาเพียงแค่คำสองคำเท่านั้น

 

 

ผมหลับตาอย่างอดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

จะกลับมาให้มันได้อะไร ..

 


 

แล้วผมก็ต้องชะงักริมฝีปากที่กำลังจะพ่นคำถามออกไป และนั่นแหละ.. ไอ้ปาร์คชานยอลคนนี้น่ะไม่เคยเข้าใจอะไรเลย

 

 

.. แบคฮยอน

 

 

รวมทั้งไม่เข้าใจ



ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแบคฮยอนที่เคยนั่งอยู่บนเตียงเมื่อกี้ถึงได้หายไป

 

 

ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นบ้าเข้าให้จริงๆ ลองหลับตาลงด้วยระยะเวลาเท่าเดิมก่อนจะลืมตาขึ้นมาก็ไม่พบกับแบคฮยอน พยายามขยี้ตามองก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดบนเตียง ดังนั้นผมจึงตัดสินใจวิ่งเข้าห้องน้ำก่อนจะวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าซ้ำๆ ใช้มือลูบใบหน้าของตัวเองหวังจะคลายความเครียดที่สุมอยู่ออกไป เหลือบมองหน้าตัวเองในกระจกเป็นหนสุดท้าย ก่อนจะเดินออกมามองบนเตียงอีกครั้งหนึ่ง

 

และก็ยังเหมือนเคย

 

 

 

ไม่มีพยอนแบคฮยอนนั่งอยู่บนนั้นอีกแล้ว

 

 


 

 

 

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมสร้างเขาขึ้นมาจากจินตนาการครับ

 

 

ชานยอลกล่าวสรุปเรื่องราวให้ปลายสายฟัง เขารู้สึกดีเหลือเกินที่ตลอดเวลาที่เขาเล่าเรื่องคุณจิตแพทย์พยายามไม่ให้เขาตรึงเครียดมากเกินไปนักโดยการตอบรับในลำคอกลับมา เป็นต้นว่า อ๋อ.. ครับ อ๋า อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งนั่นทำให้ชานยอลรู้สึกผ่อนคลายได้เยอะทีเดียว

 

 

แฟนเก่าของคุณเขาคงไม่ใช่จินตนาการหรอกครับ ผมว่าอาจจะเป็นจิตใต้สำนึกของคุณมากกว่าที่สร้างเขาขึ้นมา


 

จิตใต้สำนึก? ชานยอลเหลือบสายตามองเซฮุนที่ยกแก้วกาแฟขึ้นจรดริมฝีปาก มันมองหน้าเขาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากให้ความสนใจตามเดิม

 

 

ครับ เอาเป็นว่าผมจะพูดให้ฟังอีกทีหลังจากนี้แล้วกัน คุณหมอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส เชิญคุณเล่าต่อเลยครับ ผมรอฟังอยู่นะ


 

ชานยอลยกยิ้มออกมาเบาๆเมื่อได้ยินเสียงชวนให้ผ่อนคลายแบบนั้น เขาขยับตัวนั่งหลังตรง ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวอันแสนแปลกประหลาดของตัวเองให้อีกฝ่ายฟังต่อ

 

 

ครั้งที่สองที่ผมเกิดอาการแบบนี้ คือตอนที่ผมกำลังนั่งกินข้าวอยู่บนโต๊ะอาหารครับ

 

 

.....

 

 

มันแปลกมากจริงๆ

 

 

 


 

 

เพราะแฟนเก่าของผมกำลังกินข้าวไปยิ้มไป ทั้งที่ตรงนั้นไม่มีจานข้าววางอยู่เสียหน่อย

 

 

 

 

 


 

ผมนั่งมองหน้าแบคฮยอนที่กำลังส่งยิ้มไปทั่วโต๊ะอาหาร 

 

 

วันนั้นผมจำได้ว่าพ่อไม่อยู่เพราะต้องทำงานจนถึงดึก มีแต่แม่ที่นั่งหัวโต๊ะ พี่ยูราที่นั่งฝั่งตรงข้ามผม แล้วก็แบคฮยอนที่นั่งข้างๆพี่ยูรา แขกผู้มาเยือนเอาแต่กินข้าวในจานไปยิ้มไปให้กับมุกตลกที่แม่กับพี่ยูราผลัดกันเล่น

 

 

แบคฮยอนสนิทกับครอบครัวของผมนั่นเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ สนิทมากจนแม่กับพี่ยูราเอาแต่ถามอยู่นั่นว่าเมื่อไหร่แบคฮยอนจะกลับมาเยี่ยมเสียที ซึ่งผมก็บอกปัดและเอาแต่พูดว่า เขาคงไม่กลับมาแล้วล่ะครับ

 

 

แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อเลย แบคฮยอนมานั่งร่วมโต๊ะอาหารที่บ้านอีกครั้งแล้วจริงๆ

 

 

 

แม้จะไม่ได้พูดอะไรแต่รอยยิ้มจนตาปิดพร้อมกับหัวเราะน้อยๆก็ทำให้ผมสัมผัสได้ว่าแบคฮยอนกำลังมีความสุข เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกทัดไปไว้ที่หลังใบหู การจับช้อนกับตะเกียบของแบคฮยอนยังเป็นแบบเดิม อ้อ.. เสื้อผ้าก็ยังเป็นชุดเดิมเหมือนวันนั้นที่แบคฮยอนนั่งบนเตียงผมแล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเพียงแค่ผมกระพริบตาเท่านั้น

 

 

ผมส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้คนที่ยังหัวเราะทั้งที่มุกตลกของพี่ยูราน่ะฝืดอย่าบอกใคร

 

 

เหม่ออะไรของแกน่ะชานยอล

 

 

แล้วเสียงของพี่ยูราเรียกความสนใจของผมให้หันไปมองเธอก่อนจะเอ่ยปากตอบเมื่อเห็นว่าเธอทำท่าทางสงสัยจริงจัง ยังจะถามอีกหรอพี่ ผมก็มอง..

 

 

แล้วผมก็ต้องชะงักริมฝีปากอีกครั้งตอนที่หันกลับไปมองที่นั่งข้างๆพี่ยูรา

 

 

เพราะไม่มีแบคฮยอนนั่งอยู่ที่เดิมอีกแล้ว

 

 

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?

 

 

ว่าไง มองอะไร

 

 

มอง..” ผมกลืนน้ำลายลงคอเมื่อสำเหนียกได้เดี๋ยวนั้นเองว่าแม้แต่จานข้าวบนโต๊ะที่แบคฮยอนเคยนั่งทานเมื่อครู่ก็ไม่มีเช่นกัน มองรูปนั้นอะ จะว่าไปเมื่อก่อนผมก็หล่อเหมือนกันนะ พี่ว่าไหม

 

 

ผมชี้ไปยังรูปครอบครัวที่ติดไว้ตรงผนังก่อนจะแสร้งพูดให้แนบเนียน พี่ยูราบ่นกลับมาทำนองว่า หลงตัวเอง แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอีกแล้ว

 

 

สิ่งที่ผมกำลังสนใจคือเก้าอี้ว่างตัวข้างๆพี่ยูราต่างหาก

 

 

แบคฮยอนหายไปไหน

 

 

ไม่สิ

 


ผมนี่แหละ เป็นอะไรไป

 


 

 

แล้วหลังจากนั้นผมก็เจอเขาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะตอนที่ขับรถกลับบ้านก็จะมีเขานั่งอยู่ข้างๆ ตอนกินข้าวก็จะมีเขาที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง

 

 

......

 

 

หรือกระทั่งตอนนอน ก็จะมีเขานอนหลับอยู่ข้างๆด้วยเกือบทุกวัน

 

 

......

 

 

ผมเป็นอะไรไปครับ คุณหมอ

 

 

เซฮุนหลุดยิ้มออกมาในตอนนั้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทยอมระบายความในใจทุกอย่างให้คุณจิตแพทย์อาสาฟังจนหมดเปลือก ทั้งเรื่องความอึดอัดขัดข้องใจที่มันถ่อสังขารมาปรึกษาเขาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มันเอาแต่บอกว่าตัวเองเห็นภาพหลอนของแบคฮยอน ซึ่งโอเซฮุนก็เป็นประเภทรักเพื่อน เขารีบโทรไปหาแฟนซึ่งเป็นจิตแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา

 

 

แล้วสุดท้ายก็ได้เบอร์สายด่วนมาสมใจ

 

 

ผ่อนคลายนะครับ จิตแพทย์หนุ่มเอ่ยกลับมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเช่นเดิม ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ คุณกับแฟนจากกันด้วยดีหรือเปล่า

 

 

แน่นอนว่าไม่ครับ

 

 

จบไม่ดีหรอครับ อย่างนั้นไม่ต้องเล่าก็ได้..

 

 

ไม่เป็นไรครับ

 

 

.....

 

 

นี่เป็นเรื่องที่ผมอยากเล่าที่สุดเลยครับคุณจิตแพทย์

 

 

 



 

เพราะมันเป็นความโง่ของผมเอง

 

 

 

 



วันนั้นเป็นหนึ่งอาทิตย์หลังจากที่ผมเริ่มเห็นภาพหลอนของแบคฮยอน ผมตัดสินใจมาหาไอ้เซฮุนเนื่องจากเรื่องนี้มันเป็นความลับสุดยอดที่ผมไม่สามารถจะปรึกษาใครได้จริงๆ จะมีก็แต่มันนี่แหละที่เป็นประเภทชอบทำอะไรแผลงๆด้วยกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ถ้าไปบอกมันอาจจะหาว่าผมบ้าช่วงแรกๆ แต่ผมก็อาจจะบ้าจริงๆนั่นแหละ เพราะฉะนั้นก็มีแค่มันเท่านั้นที่จะช่วยผมได้

 

 

ไอ้เซฮุนนั่งทำหน้ามุ่ยอยู่บนโซฟาหลังจากที่ผมปลุกมันให้ตื่นโดยการถีบ มันยกมือขึ้นขยี้ผมทรงรังนกก่อนจะอ้าปากหาววอดเหมือนพวกอดหลับอดนอนมาสามสี่วัน

 

 

คือมึงจะบอกว่ามึงเห็นภาพหลอนของแบคฮยอนอะนะ?

 

 

ผมพยักหน้าหลังจากที่เซฮุนสรุปเรื่องราวที่ผมเล่าไป ก่อนหน้านี้มันทำหน้าเหลือเชื่อแล้วก็พูดซ้ำๆว่า มึงเพ้อแล้ว เสพยามาหรือเปล่าเนี่ย แต่พอโดนฝ่ามือของผมประทับเข้ากลางหัวมันจึงยอมกลืนคำพวกนั้นลงคอจนหมดสิ้นแล้วก็ไม่พูดเรื่องทำนองนั้นออกมาอีกเลย

 

 

บางทีมึงอาจจะเกลียดแบคฮยอนมากๆจนหลอนหน้ามันอะไรแบบนี้ก็ได้นะ

 

 

กูก็ว่างั้นแหละ แต่หลอนหน้าคนที่เกลียดอะนะ มันจะไม่แปลกไปหน่อยหรอ

 

 

อืม.. กูก็เคยฝันเห็นหน้าไอ้หมูหยองหมาท้ายซอยตอนมันกัดตูดกูนะ จำได้ว่าหลอนไปหลายวันเลย

 

 

ไอ้ฮุน กูเลิกกับแบคฮยอนมาสองปีแล้วนะเว้ย ไม่ใช่เพิ่งเลิกเมื่อวานแล้วมาหลอนวันนี้

 

 

เออ ใช่ไหมล่ะ กูก็คิด เซฮุนยกมือขึ้นเกาแก้ม ว่าแต่มึงยังไม่หายเกลียดแบคฮยอนอีกหรอวะ เรื่องมันก็ผ่านมาสองปีแล้วนะ

 

 

ผมเอนหลังพิงกับพนักโซฟาก่อนจะผินหน้าไปอีกทาง อาจจะจำไปจนวันตายเลยมั้ง

 

 

โหดไปป่าววะ..

 

 

คนแบบนั้นก็สมควรแล้วป่ะมึง

 

 

ผมนึกย้อนไปถึงวันที่เลิกรากับแบคฮยอน วันนั้นเป็นวันที่เลวร้ายจนผมจำได้ไม่เคยลืม ทั้งที่เป็นวันครบรอบของเราแท้ๆ แต่แบคฮยอนกลับไปเดินเที่ยวจับมือถือแขนกับคนอื่น นี่ถ้าไม่ได้เพื่อนที่บังเอิญไปเจอแบคฮยอนกับไอ้ซองแจเดินเที่ยวด้วยกันผมก็คงยังไม่รู้หรอกว่าโดนแฟนกับเพื่อนตัวเองแทงข้างหลัง

 

 

นั่นนับเป็นเรื่องที่ห่วยสุดในชีวิตของผมแล้ว

 

 

จนถึงวันนี้กูก็ยังไม่เข้าใจว่ามึงบอกเลิกแบคฮยอนทำไม” ไอ้เซฮุนเอ่ยออกมาก่อนจะยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆซึ่งขัดกับผม

 

 

มึงบ้าป่ะเซฮุน ผมทำหน้าเหลือเชื่อพอได้ยินมันพูด มันไปมีคนอื่นนะเว้ย มึงจะให้กูทนอยู่กับมันต่อหรอวะ

 

 

แล้วมึงเห็นกับตามึงหรอ

 

 

ผมชะงัก และเป็นครั้งแรกที่ผมตัดสินใจเงียบแล้วไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับเซฮุนก่อนจะตัดสินใจผินหน้าไปทางอื่นเมื่อทนสายตาคาดคั้นของมันไม่ไหว

 

 

กูไม่ไหวละ ยังไงวันนี้ก็ต้องได้พูด มึงจะได้เลิกเข้าใจแบคฮยอนผิดๆสักที เซฮุนทำหน้าจริงจังอย่างที่แม้กระทั่งผมซึ่งสนิทกับมันยังไม่เคยเห็นมาก่อน สิ่งที่มึงรู้ก็มีแต่เรื่องที่คนอื่นบอกมา แถมมึงก็ยังเสือกเชื่อโดยไม่ถามอะไรแบคฮยอนอีกต่างหาก

 

 

มึง... รู้?

 

 

รู้ กูนี่แหละรู้ทุกอย่างเลยไอ้โง่

 

 

.....

 

 

วันนั้นแบคฮยอนจะไปซื้อของครบรอบให้มึง มันชวนกูแล้วก็ซองแจไปด้วย แต่กูดันติดธุระก่อนแบคฮยอนเลยไปกับซองแจแทน

 

 

ผมนิ่งและเงียบไปสักพักเหมือนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง แต่สุดท้ายไอ้ความเป็นคนที่ไม่ค่อยจะยอมแพ้ใครเลยทำให้เถียงเซฮุนกลับไปจนได้ แต่มีคนบอกว่าเห็นแบคฮยอนจับมือกับซองแจ

 

 

นี่ไงไอ้ควาย มึงก็เชื่อเขาทั้งที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลยเนี่ยนะ

 

 

.....

 

 

โถไอ้ชานยอล กูด่ามึงว่าควายยังสงสารควายเล้ย โง่จริงๆ โง่กว่ามึงก็มึงชุบแป้งทอดแล้วล่ะเพื่อน

 

 

ผมอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินและไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนั้น แม้ในใจของผมจะแอบเอนเอียงมาเชื่อไอ้เซฮุนแล้วหกสิบเปอร์เซ็นต์เพราะมันเป็นเพื่อนสนิทของผม แต่อีกสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี

 

 

จนกระทั่งผมเหลือบไปเห็นแบคฮยอนในชุดเสื้อสีเหลืองที่โผล่มานั่งข้างๆไอ้เซฮุนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้พร้อมกับรอยยิ้มกว้างๆที่ริมฝีปากคว่ำๆนั่นแหละ

 

 

ไอ้ฮุน.. ขอเบอร์จิตแพทย์ให้กูหน่อยดิ

 

 

ตอนนั้นเองผมถึงได้รู้ว่าอันที่จริงแล้วผมไม่ได้เกลียดเขาจนเห็นภาพหลอนหรอก

 

 

แต่ผมน่ะ..

 

 

 



 

คิดถึงเขาจนมองเห็นภาพหลอนต่างหาก

 

 

 

 


 

เซฮุนพยักหน้ารัวๆก่อนจะหลุดยิ้มออกมาจนเห็นฟันอย่างถูกใจในเรื่องที่เขาเล่า สิ่งนั้นทำให้ชานยอลอยากจะเอาสันมือทุบดั้งมันให้ดั้งหักไปซะ เขาทำหน้ามุ่ย แต่สุดท้ายก็กลับไปให้ความสนใจกับเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากโทรศัพท์เหมือนเดิม

 

 

จนตอนนี้.. คุณยังเห็นภาพแฟนเก่าอยู่ไหมครับ

 

 

ไม่ครับ ตอนนี้ผมไม่เห็นแฟนเก่าของผมแล้ว

 

 

ก็จะเห็นได้ยังไงกัน

 

 

ไอ้เซฮุนยกยิ้มกริ่มเป็นเชิงล้อเลียน นั่นทำให้ความอดทนของชานยอลหมดลง เขาเอื้อมมือไปตบหัวมันดังแปะจนมันร้องโอดโอยแบบไร้เสียงออกมา นั่นทำให้เขาสะใจไม่เบาจนหลุดหัวเราะ

 

 

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วนี่ครับ ตอนนี้คุณก็ปกติดีแล้ว เท่านั้นก็พอแล้วไม่ใช่หรอครับ คุณจิตแพทย์อาสาเอ่ยกลับมาด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนคนร่าเริงเสมอต้นเสมอปลายไม่มีผิดเพี้ยน

 

 

ใช่ครับ ชานยอลเอ่ยตอบรับ แต่ผมอยากจะขอคำปรึกษากับคุณหมอน่ะครับ ถ้าผมอยากจะขอเขาคืนดี ผมควรจะใช้คำพูดทำนองไหนดี

 

 

คุณจิตแพทย์เงียบไปครู่หนึ่งพร้อมกับเสียง อืมม.. เหมือนคนกำลังใช้ความคิดที่เล็ดลอดออกมา ชานยอลตัดสินใจกดเปิดลำโพงในตอนนั้นแล้ววางเอาไว้กลางโต๊ะหวังจะให้เพื่อนสนิทได้ยินเสียงจากปลายสายไปพร้อมๆกัน

 

 

มึง-ช่วย-กู-ฟัง-ด้วย ชานยอลเอ่ยไปแบบไร้เสียง และเซฮุนก็พยักหน้าตอบรับก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้โทรศัพท์อีกหนึ่งระดับ

 

 

ผมคิดว่าคุณน่าจะยังรู้สึกดีๆกับเขาอยู่นะ ไม่ใช่หรอครับ?

 

 

ชานยอลพยักหน้ารับทั้งที่ปลายสายมองไม่เห็น ครับ ผมรู้สึกดีกับเขา พูดง่ายๆก็คือผมยังรักเขาอยู่นั่นแหละ

 

 

ถ้าอย่างนั้นก็บอกเขาไปเลยสิครับ ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรเลยนี่

 

 

ถ้าให้เดาจากน้ำเสียงชานยอลมั่นใจว่าจิตแพทย์หนุ่มต้องกำลังยิ้มกว้างอยู่แน่ๆเพราะเขาดันถามอะไรปัญญาอ่อนออกไป แต่จากคำยืนยันโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ทำให้ชานยอลมีความมั่นใจขึ้นมาอีกระดับว่าเขาควรจะบอกแบคฮยอนไปตรงๆเสียทีว่าจริงๆแล้วเขาคิดยังไงกับอีกคนกันแน่

 

 

แต่ผมกลัวว่าเขาจะไม่ยกโทษให้ผมน่ะครับ

 

 

อา.. คุณหมอหนุ่มครางครืน ผมว่าถ้าคุณมีความจริงใจที่จะบอกเขา เขาก็อาจจะยกโทษให้คุณก็ได้นะครับ

 

 

คุณหมอคิดอย่างนั้นหรอครับ ชานยอลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความมั่นใจแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความหวังในเวลาเดียวกัน ผมควรจะบอกเขาจริงๆน่ะหรอ

 

 

ใช่ครับ คุณควรจะทำแบบนั้น

 

 

บอกเขาเลยน่ะหรอครับ

 

 

ครับ.. บอกไปเลย

 

 

ชานยอลยกยิ้มให้กับตัวเองในตอนนั้น

 

 

ถ้าอย่างนั้น..

 

 

.....

 

 

 

กลับมาคบกับฉันได้ไหมล่ะ แบคฮยอน?

 




 .....


.....



เสียงรอบข้างที่เงียบลงฉับพลันทำให้ชานยอลเกร็งกายขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแล้วถ้าให้เดาไอ้เซฮุนเองก็คงจะเช่นเดียวกัน เขาเงยหน้าสบตากับมันเพียงแว้บเดียว ก่อนที่จะก้มลงมองโทรศัพท์มือถือตรงหน้าต่อ

 

 

ใช่..

 

 

คุณจิตแพทย์อาสาคนนี้คือพยอนแบคฮยอน คนเดียวกันกับที่ทำให้เขาเห็นภาพหลอนมาตลอดหลายอาทิตย์คนนั้นนั่นแหละ

 

 

ชานยอล? ปลายสายเอ่ยกลับมาเสียงสั่นจนเดาไม่ถูกเลยว่าโกรธหรือเขิน นั่นนายเองหรอกหรอ..

 

 

อาห้ะ ฉันเอง

 

 

.....

 

 

ว่าไงคุณจิตแพทย์อาสา ฉันเสียใจจริงๆนะที่นายจำเสียงฉันไม่ได้

 

 

“…...”

 

 

แต่ช่างเถอะ ตอนนี้นายควรจะตอบคำถามฉันมากกว่า


 

คะ.. คำถามอะไร” แบคฮยอนละล่ำละลักตอบ แล้วนี่นายหลอกฉันหรอ! นายแกล้งให้ฉันฟังเรื่องบ้าๆแบบนี้ทั้งที่นายก็รู้ว่าเป็นฉันน่ะหรอปาร์คชานยอล!”

 

 

ชานยอลหลุดขำเช่นเดียวกันกับเซฮุน อันที่จริงแล้วแฟนของเซฮุนที่เป็นจิตแพทย์เป็นรุ่นพี่ของแบคฮยอน รุ่นพี่คนนั้นบอกมาหมดแล้วว่าแบคฮยอนเข้าเวรประจำวันในช่วงเวลาไหนบ้าง นั่นทำให้การโทรศัพท์หาแบคฮยอนในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะหลังจากห้าทุ่มเป็นต้นไปจะมีแพทย์อาสาประจำการอยู่คนเดียว

 

 

นั่นก็คือพยอนแบคฮยอนคนนี้นี่แหละ

 

 

อย่าโวยวายได้ไหม ถ้าฉันไม่โทรมาเราจะได้คุยกันหรอ

 

 

นายนี่มัน..” แบคฮยอนถอนหายใจอย่างสุดทน จริงๆเลย ฉันไม่เคยเห็นใครบ้าดีเดือดเท่านายเลย ไอ้หัวล้าน!”

 

 

ย่าห์! ทำไมถึงพูดหมาๆแบบนั้นวะ!”

 

 

เซฮุนรีบแตะแขนเพื่อนเป็นการปรามว่าไม่ควรจะนอกเรื่อง และนั่นทำให้ชานยอลสงบขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง คนตัวสูงพยายามนึกถึงจุดประสงค์ที่โทรมาในวันนี้ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่การชวนทะเลาะแต่อย่างใด

 

 

โอเค.. แบคฮยอน ชานยอลสูดหายใจเข้าจนลึกเต็มปอด วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ควรจะมาทะเลาะกัน

 

 

“……”

 

 

เพราะหลังจากที่นายตอบรับคำขอรีเทิร์นของฉัน หลังจากนั้นเราค่อยกัดกันอีกทีก็ได้จริงไหม

 

 

โห ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกันเนี่ยไอ้บ้า

 

 

อย่านอกเรื่อง ชานยอลเอ่ยปราม และนั่นทำให้แบคฮยอนเงียบลง ฉันจะถามนายอีกครั้ง ครั้งสุดท้าย

 

 

.....

 

 

กลับมาคบกันได้ไหม.. แบคฮยอน

 

 

เงียบกว่าเดิมจนได้ยินเสียงอากาศรอบๆที่เคลื่อนตัวผ่าน ชานยอลรู้สึกชื้นที่ฝ่ามือยิ่งกว่าตอนแรกที่เขาตัดสินใจต่อสายหาคุณจิตแพทย์อาสาพยอนเสียอีก ความรู้สึกในตอนนี้มันนานจนราวกับว่าผ่านไปเป็นสิบนาทีแล้วทั้งที่ยังไม่ถึงสิบวินาทีเลยด้วยซ้ำ ชานยอลจะไม่เสียใจหรอกถ้าแบคฮยอนตอบกลับมาว่าไม่หรือว่ามีแฟนอยู่แล้วหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะเป็นเขาเองที่โง่พาโบเหมือนอย่างไอ้เซฮุนบอก

 

 

แต่ถ้าแบคฮยอนตอบกลับมาว่าโอเค

 

 

ได้สิ..

 

 

เขาก็จะยินดี

 

 

แต่ต้องตามจีบใหม่ตั้งแต่แรกเลยนะ

 

 

แล้วก็ยิ้มกว้างอย่าบอกใครเลย

 

 

ตอนนั้นเองที่ไอ้เซฮุนหลุดตะโกนเย้สออกมาเสียเสียงดังจนปลายสายถามกลับมาว่า ใครอะ? แต่ชานยอลก็ไม่ได้ตอบอะไร นาทีนี้เขาควรจะดีใจแล้วก็ลิงโลดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แน่นอนว่าชานยอลยิ้มกว้างกว่าไอ้เซฮุนเสียอีก สองเพื่อนซี้แทบจะกระโดดกอดกันอยู่แล้ว

 

 

เพราะเราต่างก็ไม่คิดว่าแบคฮยอนจะให้โอกาสอีกครั้ง

 

 

นี่.. จะดีใจมากไปไหม

 

 

ชานยอลชะงักเมื่อได้ยินเสียงก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับปลายสายอีกครั้ง หัวใจของเขาฟูฟ่องเหมือนไข่เจียวบีบมะนาวที่แบคฮยอนเคยทอดให้กินไม่มีผิด “ใครมันจะไม่ดีใจกันล่ะวะ!”

 

 

หรอไอ้เบื๊อก!” ปลายสายเอ่ยกลับมาด้วยน้ำเสียงประชด ดีใจไปเถอะ แต่อย่าลืมว่าต้องจีบใหม่ตั้งแต่แรกนะ ตามกติกา

 

 

ชานยอลหัวเราะหึในลำคอ ดูเหมือนว่าพยอนแบคฮยอนคนเก่งจะรู้จักพี่ปาร์คชานยอลน้อยเกินไปแล้ว

 

 

ได้ดิ จีบใหม่ตั้งแต่แรก ไม่เห็นยากเลย

 

 

เอ้อ.. ทำให้ได้ก็แล้วกัน

 

 

อ่ะ งั้นจะจีบใหม่ตั้งแต่ตอนนี้เลยแล้วกัน

 

 

ชานยอลนึกย้อนกลับไปในวันแรกที่จีบแบคฮยอน ตอนนั้นอีกคนเป็นเฟรชชี่รุ่นเดียวกันกับเขาแต่คนละคณะ คนตัวเล็กเดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยพร้อมกับแว่นตาอันเบ้อเริ่มที่สวมอยู่บนใบหน้า แต่ก็เพราะแว่นที่ใหญ่ไปครึ่งหน้าของแบคฮยอนนั่นแหละที่ทำให้ชานยอลรู้สึกสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น

 

 

ส่วนคำทักทายแรกที่ใช้จีบน่ะหรอ

 

 

สวัสดี เราชื่อชานยอลนะ นายชื่ออะไรหรอ

 

 

นี่ก็ตั้งแต่แรกไปไหม ไอ้บ้าเอ้ย!”

 

 

เอ้า! ฉันทำอะไรผิดอีกเนี่ย!”

 

 

นั่นสิ ทำอะไรผิดล่ะ.. ก็นี่ไง.. 

 

 

เอ้า ตกลงชื่ออะไรครับ หยิ่งหรอครับถึงไม่ยอมตอบอะ

 

 

โว้ย! ไอ้บ้าชานยอล!!”

 

 

 

 

จีบใหม่ตั้งแต่แรกของจริง : )













TALK:

จีบใหม่ตั้งแต่แรก.. จำเป็นต้องแรกขนาดนี้เลยหรอ? 555555555 (เจอมุกนี้มาจากในทวิตเตอร์แล้วชอบค่ะ ขอเอามาประกอบนิดนึงแล้วกัน ><)

เอา os มาคั่น sf ก่อนนะคะ พอดีนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ก็เลยเขียนยาวเลย ส่วน sf เอบีซียังคงเขียนไม่เสร็จ Y_Y

จิตแพทย์อาสากับสายด่วนอะไรนี่เป็นเพียงจินตนาการเท่านั้นนะคะ เราคิดว่าอาจจะมีแต่คงไม่ใช่รูปแบบนี้ คำถามหรืออะไรต่างๆเราก็คิดเองไม่ได้อิงความจริงแต่อย่างใด

เขียนไปหลอนไปแปลกๆ ฮือ หวังว่าคนอ่านจะไม่หลอนกันนะคะ

update : ขอบคุณสำหรับคำท้วงติงในแท็กนะคะ คุณหมอหลุดพูดชื่อชานยอลจริงๆด้วย เราแก้แล้วน้า ><





#น้ำผึ้งมะนาวCB

  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,420 ความคิดเห็น

  1. #3345 cheerchanbaek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 17:00
    งื้ออออน่ารักค่อดดดด มีความจีบใหม่ตั้งแต่แรกกกก -ตอนที่เหนถาพหลอนเราก็นึกว่าจะดราม่าแบบแบคฮยอนประสบอุบัติเหตุงี้ 5555++ แบบนี้ดีปล้วค่ะ เค้าคืนนดีกันแล้ววว กรี๊ดดดกร๊าดดดดด
    #3,345
    0
  2. #3342 ปลาหมึกทอดอร่อย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 18:22
    555555 จีบใหม่แต่เเรกจริงๆ
    #3,342
    0
  3. #3193 jyyj25 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 17:59
    ตลกๆความจีบแต่แรก5555
    #3,193
    0
  4. #41 min-issaree (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2558 / 20:30
    เกลียดชานยอลแรงมากจริงๆ เป็นนี่เจอกันหลังเซเว่นปิดได้นะ ฮึ่ยยย 5555555555555555
    #41
    0
  5. #40 ภรรยาปาร์ค (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 13:07
    น่ารักจริงๆๆๆๆ ชอบมาต่อเร็วๆน่าาาาา
    #40
    0
  6. #39 ภรรยาปาร์ค (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 13:06
    น่ารักจริงๆๆๆๆ ชอบมาต่อเร็วๆน่าาาาา
    #39
    0
  7. #37 First's Love (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 15:08
    ตอนแรกกะเข้าใจว่ายอลช่วยแบคแน่ๆ ที่ไหนได้ หมดเปลือกเลยทีนี้ 5555
    #37
    0
  8. #36 JokerJung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 12:47
    ว้าว~ ประธานแค่เป็นคนพูดตรงหรือตั้งใจกวน__คะ บอกหน่อย
    #36
    0