{SF,OS} honey lemon juice ♡ ll chanbaek

ตอนที่ 5 : {OS} light star ✰

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    6 ก.ย. 58













ยี่สิบห้าปีบริบูรณ์

 

.

.

.

 





 

ผมเคยสงสัยว่าทำไมท้องฟ้าต้องมีดวงดาว

 

 



 

 

 

 

พี่ชานยอล กลับบ้านดีๆนะครับ

 

 

เด็กฝึกงานอายุยี่สิบเอ็ดยิ้มอย่างน่ารักให้ผมเหมือนอย่างทุกวัน ถ้าเปรียบคนตรงหน้าเป็นอะไรสักอย่าง มินฮยอกก็คงเป็นเหมือนก้อนเมฆสวยๆนุ่มนวลที่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้า ซึ่งไม่ว่าจะมองไปกี่ครั้งก็ทำให้จิตใจสดใสและอารมณ์ดีได้อย่างสม่ำเสมอ

 

 

อื้ม เราก็รีบนอนล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานไม่ทัน

ระดับนี้ไปทันอยู่แล้วครับ ว่าแล้วก็ยิ้มกว้างให้อีกทีจนตาเรียวๆนั่นกลายเป็นสระอิ

เอาให้แน่แล้วกัน ถ้ามาสายพี่จะบอกบอสให้ตัดเบี้ยเลี้ยง

 


มินฮยอกทำตาโตพร้อมกับโวยวายงุ้งงิ้งและนั่นทำให้ผมหัวเราะออกมา เราบอกลากันอีกครั้งก่อนที่ผมจะรอให้น้องเข้าบ้านและปิดประตูเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะขับรถของตัวเองออกมาจากหมู่บ้านของอีกคน

 


เวลาห้าทุ่มเกือบจะเที่ยงคืน บรรยากาศภายในตัวเมืองก็ยังคงคับคั่งไปด้วยรถราและผู้คนอย่างเช่นทุกวัน ผมเป็นมนุษย์เงินเดือนซึ่งรับหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบุคลากรของบริษัทแห่งหนึ่ง พวกรุ่นน้องในแผนกบอกว่าผมเป็นพวกติสท์และตามอารมณ์ไม่ค่อยทัน นึกอยากจะทิ้งใครก็ทิ้ง อยากจะจีบใครก็จีบ เหมือนอย่างที่ผมจีบมินฮยอก

 

 

น้องสะดุดตาผมตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามาทำงาน เด็กผู้ชายตัวเล็กๆกับผมสีอ่อนทำให้ทุกอย่างโดยรอบของผมเงียบกริบไปฉับพลัน แล้วสุดท้ายก็เป็นผมเองที่เข้าไปทักทายน้องคนแรก แม้จะดูเหมือนว่าน้องสามารถเข้ามาฝึกงานได้โดยใช้เส้นจากผมก็เถอะ แต่ความจริงแล้วมินฮยอกเป็นพวกมนุษย์สัมพันธ์ดีและขยันอย่าบอกใคร


 

กว่าอาทิตย์แล้วที่ผมขับรถมาส่งมินฮยอกทุกวัน พอเลิกงานตอนเย็นเราก็จะไปกินข้าวกันและเดินเที่ยวนิดหน่อย ก่อนที่ผมจะพาน้องมาส่งที่บ้านโดยสวัสดิภาพ มินฮยอกเป็นคนไม่เรื่องมาก และนั่นคือสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดในตัวของเด็กผู้ชายคนนี้

 


การจราจรหนาแน่นเหมือนอย่างทุกวันจนผมเริ่มชิน ย่านไนต์คลับมันก็เป็นอย่างนี้ พอขับมาถึงตรงนี้ทีไรรถก็จะค้างเติ่งอยู่ประมาณสิบกว่านาทีกว่าจะเริ่มขยับตัวอีกครั้ง ปกติผมจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่น แต่วันนี้แบตเตอรี่ของมันดันหมด สิ่งเดียวที่สามารถพักสายตาของผมได้ก็คือบรรยากาศรอบๆที่คับคั่งไปด้วยผู้คน

 


สิ่งที่ผมมองเห็นคือร้านขายขนมสายไหมฟูฟ่องที่คุ้นตา มันเป็นร้านข้างทางทั่วไปที่อยู่ใกล้กับตลาดกลางคืน คนขายเป็นคุณป้าคนหนึ่งที่เมื่อหลายปีก่อนแกอายุสี่สิบกว่าๆ แต่ตอนนี้ก็น่าจะห้าสิบเข้าไปแล้ว แกดูไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไหร่นักจากลักษณะภายนอก

 


ผมยกยิ้มบางเบา ก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปในซอยเล็กๆซึ่งสามารถจอดรถได้ พอจอดเสร็จก็จัดแจงเดินตามทางฟุตปาธที่มีคนเนืองแน่น ก่อนจะตรงไปยังร้านขายสายไหมดังกล่าว

 

 

ป้า!”

เฮ้ย!” ป้าคนขายสายไหมอุทานด้วยความตกใจ แกหันมาหาผมก่อนจะเบิกตากว้าง เอ้าไอ้หนุ่ม! หายไปไหนมาตั้งหลายปีดีดักล่ะเนี่ย!”

ผมเรียนแล้วก็ทำงานอะ.. ว่าแต่ป้าจำผมได้ด้วยหรอ ดีใจจัง

จำได้สิ หูกางๆแบบนี้มีไม่กี่คนหรอก แกว่าพลางหัวเราะยกใหญ่จนผมทำหน้ามุ่ย

 


ยืนคุยกับแกอยู่พักใหญ่และส่วนมากก็เป็นการไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ ชีวิตของป้าก็เป็นแบบเดิมและไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปนัก ต่างกันกับผม แกคะยั้นคะยอให้ผมเล่าเรื่องราวหลายปีที่ผ่านมาให้ฟังลูกเดียว แกชอบฟังผมเล่าเรื่องมาตั้งแต่สมัยที่ผมยังเรียนมหาลัย แกบอกว่าผมเล่าเรื่องสนุกดี




ก็นั่นแหละ เสร็จแล้วผมก็จับพลัดจับผลูมาทำงานที่นี่เฉยเลย ตอนนี้ได้เป็นหัวหน้าแผนกแล้วด้วย

แล้วบริษัทเอ็งเขาให้ใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ไปทำงานด้วยหรือวะป้ามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า สภาพผมตอนนี้มันไม่ค่อยเหมือนมนุษย์เงินเดือนเท่าไหร่ แต่ก็อย่างที่บอกว่าผมมันติสท์

ไม่ให้อะ แต่ผมก็จะใส่ไง

เอ้า



ผมหัวเราะครืนให้กับสีหน้างุนงงของแก แล้วแกก็หัวเราะตามเช่นกัน

 



เอ้อ ว่าแต่ทำไมเอ็งมาคนเดียวล่ะคำถามของแกทำให้ผมชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะเอ่ยถามกลับไป

แล้วทำไมผมจะมาคนเดียวไม่ได้อะป้า ผมยี่สิบห้าแล้วนะ

ก็แต่ก่อนเห็นมีคนมาด้วยทุกทีนี่.. ไอ้หนุ่มตัวเล็กๆไง ไม่ได้มาด้วยกันหรอ

 


ผมค่อยๆหุบยิ้มกว้างที่ประดับอยู่ตรงริมฝีปากลง ตอนนั้นรู้แล้วว่าป้าหมายถึงใคร

 



ก็มีอยู่คนเดียว

 

 

ไม่มาหรอกป้า

.....



ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว

 

 



 

ผมเคยหาคำตอบแต่ก็ไม่พบมัน




 


 

 

ผมกลับมานั่งบนรถอีกครั้งด้วยความรู้สึกใหม่ที่แทรกเข้ามา

 

 

นาทีที่ได้ยินคำถามของป้ามันทำให้ผมอยากจะตบแกเหลือเกิน แต่ก็ทำได้แค่คิดชั่ววูบนั่นแหละ หนึ่งคือแกแก่แล้วและผมจะไม่ทำตัวเป็นพวกทำร้ายคนแก่ สองคือผมนึกขอบคุณแกในใจที่ทำให้ความทรงจำเก่าๆมันย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

 

 

ตรงนี้ผมก็เคยมากับเขา แล้วตรงนู้นก็ด้วย


 

เกือบจะตลอดทางฟุตปาธที่ผมขับรถผ่าน ไม่ว่าจะมองไปที่ตรงไหนผมก็จะเห็นตัวเองยืนอยู่กับผู้ชายอีกคนที่อยู่ในชุดนักศึกษาเหมือนกัน เราเดินจับมือกัน หัวเราะด้วยกัน บางทีก็ร้องไห้ด้วยกันในวันที่ผมติดเอฟแล้วต้องลงเรียนใหม่ตั้งแต่แรก จากนั้นก็มองเห็นเขาที่กำลังกอดปลอบผมอยู่ตรงป้ายรถเมล์ตรงนั้นด้วยเช่นกัน

 


ทั้งที่ขับรถผ่านทางนี้เป็นล้านครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ความทรงจำมันไหลย้อนกลับเข้ามาในสมอง

 


เวลาเที่ยงคืนสิบนาที แม้จะดึกดื่นจนน่าจะขับรถกลับบ้านได้แล้ว แต่มันดันเป็นเวลาเดียวกันกับตอนที่ผมยูเทิร์นรถเพื่อเปลี่ยนเส้นทาง


 

ผมคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนสนิทสมัยเรียนอยู่มหาลัยคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้มันได้กลายเป็นเจ้าของร้านอาหารที่โด่งดังทั่วทั้งเกาหลีไปแล้ว

 


โหล.. โทรมาทำไรดึกดื่นวะ เสียงมันงัวเงีย ผมคิดว่ามันคงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใครที่โทรมา

โทษทีจงอิน แต่กูมีเรื่องจะถามว่ะ

มึงคือใครอะ

ชานยอล

“….”

“….”

อ้าว มึงเองหรอวะ เสียงมันดูสดใสขึ้นมากว่าเดิม เดาว่าคงจะหายง่วงเป็นปลิดทิ้งเมื่อรู้ว่าเป็นผม หายไปหลายปี กูนึกว่าตายห่าไปแล้วซะอีก

ไอ้เหี้ย นี่ปากมึงหรือไง

 



มันหัวเราะแล้วผมเองก็ได้แต่ส่ายหัวปลงๆ ผมขับรถไปตามทางอย่างไม่เร่งรีบนัก ฝั่งขาเข้ารถไม่เยอะเหมือนฝั่งขาออกจึงทำให้ผมคุยโทรศัพท์ได้สะดวกยิ่งขึ้น



 

มึงโทรมามีอะไรล่ะ อย่าบอกนะว่าคิดถึงกู

ผมทำหน้าเบ้ ก่อนกรอกเสียงกลับไป เปล่า กูมีเรื่องจะถามนิดหน่อย

โถไอ้เวร หลายปีไม่ได้คุยกันแต่มึงดันโทรมาเพราะมีเรื่องเนี่ยนะ



 

ไอ้จงอินเป็นประเภทขี้น้อยใจมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย แต่เชื่อเถอะว่าอีกไม่นานมันก็จะหาย แม้ที่จริงแล้วผมจะคิดถึงมันด้วยส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่อยากจะทำมากกว่าการชวนมันไปกินข้าวด้วยกัน เรื่องแบบนั้นเอาไว้หลังจากนี้จะไปกินด้วยกันสักสิบครั้งก็ยังได้



 

ที่จริงกูก็คิดถึงมึงนะ แต่กูมีเรื่องใหญ่กว่านั้นจะถาม

เออๆ มีอะไรล่ะ




นาทีนั้นผมตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าจอดเทียบข้างทางเพราะด้านหน้าที่ห่างไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรจะเป็นทางแยก และเป็นทางที่ผมต้องเลือกว่าควรจะเลี้ยวดีหรือไม่



 

เอ้าไอ้ห่านี่ ถามก็ไม่ตอบ

.....

ไอ้ยอล-

บยอนแบคฮยอนน่ะ

.....


 

แบคฮยอน.. ยังอยู่ที่เดิมไหมวะ

 



 

 

แล้วผมก็เลิกที่จะค้นหามันเมื่อพบคำตอบโดยบังเอิญ

 


 

 

ผมเลี้ยวรถเข้ามาในซอยของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ยามหน้าหมู่บ้านซักถามยกใหญ่ว่ามาทำอะไรดึกดื่นป่านนี้ ผมตอบไปเพียงแค่มาหาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน และแน่นอนว่าแกไม่ไว้ใจหรอก ทั้งๆที่หน้าตาผมก็ไม่เหมือนโจรสักหน่อย แต่แกก็ยังคะยั้นคะยอจะปั่นจักรยานนำหน้าไปอยู่นั่นแหละ

 


 

แล้วผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอม

 


 

โอเค ผมมาบ้านบยอนแบคฮยอนครับ

บยอนแบคฮยอน?

 

 

ผมใจแป้วไปนิดหน่อยตอนที่พี่ยามแกทำหน้านึก จงอินบอกว่าแบคฮยอนยังอยู่ที่นี่ แม่ของมันกับแม่ของแบคฮยอนสนิทกัน และมันก็มาที่บ้านของแบคฮยอนล่าสุดเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ผมกำลังคิดว่าไม่แน่แบคฮยอนอาจจะย้ายไปแล้วหรือเปล่า ยามหน้าหมู่บ้านถึงได้คิดนานขนาดนี้

 

 

อ๋อ บ้านคุณบยอนซอยสามใช่ไหม

แล้วผมก็ใจชื้นขึ้นมาเมื่อพบว่าแบคฮยอนยังอยู่ที่เดิม ใช่ครับ นั่นแหละ




พี่ยามพยักหน้าแล้วขึ้นคร่อมจักรยานพร้อมกับปั่นนำผมไปยังซอยสามซึ่งเป็นบ้านของแบคฮยอน ผมไม่ได้มาที่นี่นานแล้วนะ แต่ก็ยังจำองค์ประกอบต่างๆของหมู่บ้านนี้ได้ดี มันยังคงเหมือนเดิมแต่ก็อาจจะเก่าไปนิดหน่อยตามกาลเวลา

 



ในที่สุดรถของผมก็มาหยุดอยู่หน้าบ้านหลังริมสุด มันเป็นบ้านที่เปิดไฟตอนเที่ยงคืนและยาวไปถึงเช้า ที่ผมไม่ลังเลจะมาบ้านของแบคฮยอนในตอนนี้เพราะรู้ดีว่าอีกคนตื่นแล้ว และจะตื่นไปอีกนานจนกว่าจะถึงค่ำของวันพรุ่งนี้

 



พี่ยามกดกริ่งบ้านในขณะที่ผมก้าวลงจากรถไปยืนข้างๆแก ใจผมเต้นจนแทบจะหลุดออกมาจากอกเมื่อมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งออกมาจากตัวบ้านพร้อมกับผ้ากันเปื้อนและถุงมือ หล่อนทำหน้าฉงนสงสัยนิดหน่อยว่าเป็นใครที่มาในเวลานี้ แต่พอเห็นหน้าพี่ยามก็ยิ้มออกมา

 



มีอะไรหรือดงอุน?

พอดีมีคนมาหาลูกชายคุณนายน่ะครับ

 



พี่ยามแกพยักเพยิดหน้ามาทางผม และนั่นทำให้คุณนายบยอนที่ผมคุ้นเคยผินหน้ามามอง หล่อนทำหน้าฉงนไปหน่อย แต่กระนั้นก็เปลี่ยนจากใบหน้างุนงงเป็นยกยิ้มกว้างอย่างยินดี

 



ชานยอล! มาหาแบคฮยอนหรอจ้ะ เข้ามาก่อนสิ คุณนายบยอนรีบเปิดรั้วบ้านให้ผมเข้าไปยกใหญ่ ผมหันไปเอ่ยขอบคุณพี่ยามก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านตามคำเชิญชวนของผู้ใหญ่เจ้าของบ้าน



 

ผมเดินตามคุณนายบยอนมาจนถึงในตัวบ้าน กลิ่นขนมเค้กอบหอมฟุ้งไปทั่ว คนงานสองสามคนของคุณนายบยอนยังคงวิ่งไปวิ่งมาอย่างวุ่นวายจนน่าปวดหัว ผมถูกเชิญให้นั่งลงบนโซฟาตรงห้องนั่งเล่น ก่อนจะได้รับยิ้มอบอุ่นแบบเดิมส่งมาให้

 



แบคฮยอนกำลังแต่งหน้าเค้กวุ่นวายอยู่น่ะ เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้นะจ้ะ

เอ่อ.. รอเขาทำเสร็จก่อนก็ได้ครับ ผมไม่รีบ

ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ชานยอลคงง่วงนอนแล้ว เดี๋ยวแม่รีบไปเรียกแบคฮยอนให้ดีกว่า

 



พูดจบคุณนายบยอนก็รีบเดินเข้าครัวไปอย่างไม่ทันให้ผมได้พูดอะไรต่อ ผมใช้ตากลมๆสำรวจมองไปรอบๆเป็นการฆ่าเวลา บ้านของแบคฮยอนตกแต่งเป็นโทนสีพาสเทล เจ้าตัวเคยบอกว่าแม่ชอบสีแบบนี้ แต่ผมรู้ดีว่าอันที่จริงแล้วเป็นแบคฮยอนเองนั่นแหละที่ชอบ




บ้านไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ยังเคยหอมแบบไหนก็ยังคงหอมอยู่แบบนั้น

 



แล้วผมก็จำได้ว่ากลิ่นตัวแบคฮยอนเป็นกลิ่นขนมเค้กอบแบบนี้




ผ่านไปราวๆสิบนาที ร่างหนึ่งที่เดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำให้ผมต้องละสายตาจากทุกอย่างแล้วหันไปมอง



คนตัวเล็กๆที่ยืนอยู่หน้าห้องนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปมากมาย แต่สีผมที่เคยเป็นสีอ่อนกลับกลายเป็นสีดำสนิทแทนแล้ว แบคฮยอนยืนนิ่ง อีกฝ่ายคงไม่เชื่อแน่ว่าผมจะมานั่งอยู่ตรงนี้

 



ทั้งที่เราไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้ว

 



ชาน.. ผมเห็นว่าเขากลืนน้ำลาย ชานยอล?



เขาทำหน้าตกใจจนผมสังเกตเห็นได้ แม้จะไม่ได้อ้าปากค้างหรือยกมือขึ้นมาทาบอกเหมือนในหนังละครหลังข่าว แต่ถึงอย่างนั้นแววตาที่อ่านง่ายมาโดยตลอดของแบคฮยอนก็เป็นตัวเฉลยทุกอย่าง




อื้อ ผมตอบกลับไปยิ้มๆ มานั่งก่อนดิ ยืนนานๆเดี๋ยวก็เมื่อยพอดี

 


แบคฮยอนทำสีหน้าหนักใจในคราวแรก ผมเห็นว่าเขาเสตาไปทางขวาเหมือนกำลังใช้ความคิด แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยอมเดินมาหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ กลิ่นหอมเหมือนขนมยังคงอยู่บนผิวกายของแบคฮยอนอย่างเมื่อก่อนไม่ผิดเพี้ยน

 


เขาหนักใจ.. ซึ่งมันก็ไม่แปลก เพราะถ้าเป็นผมก็คงหนักใจไม่แพ้กัน

 



มาได้ยังไง

 



เพราะมันคงทำใจยากอยู่เหมือนกันที่ต้องมาเจอหน้าแฟนเก่าอีกครั้งในรอบหลายปี

 




พอดีผ่านมาทำธุระแถวนี้เลยแวะมาหา ผมปดไปคำโต จะไม่มีทางบอกเขาเด็ดขาดว่าเพราะคิดถึงเลยอยากมาหา

อ๋อ.. แล้วกินอะไรมาหรือยัง หิวไหม

 


ผมยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำถาม แบคฮยอนยังเป็นแบบเดิม เป็นคนที่ห่วงผมยิ่งกว่าอะไร ผมจะไม่คิดหลงตัวเองหรอกว่าเขายังคงมีใจให้ มันคงเป็นความเคยชินมากกว่าที่แบคฮยอนยังคงใส่ใจผม

 



หรือไม่บางทีก็อาจจะเป็นความผูกพัน

 


ไม่ล่ะ แวะมาหา เดี๋ยวกลับแล้ว

.....

ร้านขนมเป็นไงบ้าง ..เป็นไปอย่างที่เคยฝันเอาไว้หรือเปล่า

ก็ดีนะ ลูกค้าเข้าไม่ขาดเลย

 



แบคฮยอนดูคลายความเกร็งลงไปได้นิดหน่อย เขาเปลี่ยนใบหน้าตื่นๆเป็นยิ้มได้ภายในระยะเวลาไม่กี่นาที ผมดีใจที่ได้รู้ว่าเขาสบายดีและกำลังมีแพลนจะขยายสาขาร้านขนมเค้กของตัวเองให้กว้างขวางมากกว่าเดิม

 


แล้วนายล่ะ ทำงานเป็นยังไงบ้างแบคฮยอนเอ่ยถามกลับมา

ก็ดี เป็นหัวหน้าแผนก

เอ๋.. เก่งจัง อายุยี่สิบห้าแต่เป็นถึงหัวหน้าแผนกแล้วน่ะหรอ

 



ผมยักคิ้วกวนๆไปให้เป็นเชิงอวดภูมิ และแน่นอนว่าผมโดนแบคฮยอนต่อยแขนเบาๆกลับมาหนึ่งทีข้อหาหมั่นไส้

 



แบบนี้แฟนนายก็สบายเลยสิ มีแพลนจะแต่งงานหรือยังล่ะ

 



คำถามนั้นของแบคฮยอนทำให้ผมนิ่งไป ผมสบเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย คำพูดเหล่านั้นไม่ได้เป็นเชิงประชดประชันหรือหึงหวง แบคฮยอนแค่ถามกลับมาในฐานะเพื่อนที่ห่างหายกันไปนาน แววตาของเขายังคงยิ้มและมีแต่ความหวังดีให้ผมอยู่เสมอ

 



ฉันจีบอยู่น่ะ ยังไม่รู้เลยว่าจะติดไหม

ย่าห์ อย่างนายน่ะติดอยู่แล้ว แบคฮยอนหัวเราะในลำคอ และนั่นทำให้ผมยิ้มตาม

ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน

โธ่.. สมัยมหาลัยสาวๆแทบจะพลีกายให้นายนะปาร์คชานยอล



 

ผมยกยิ้มในตอนที่เขาขุดเรื่องราวบรรดาสาวๆที่ชอบเข้ามาก่อกวนผม แบคฮยอนเล่าไปขำไปจนตาเรียวๆกลายเป็นสระอิ เขาเหมือนดวงดาวยามค่ำคืนที่สว่างไสว ผมนึกอิจฉาแบคฮยอนอยู่หลายครั้งว่าทำไมเจ้าตัวถึงได้น่ารักและสดใสอยู่ตลอดเวลากันนะ แล้วผมก็คลายความอิจฉานั้นลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่เขาสดใสแบบนี้อาจจะเป็นเพราะว่าผมหม่นหมองจนเกินไป

 



หม่นหมองเกินไป จนต้องได้ความสว่างจากเขาเพื่อทำให้ชีวิตมันสมบูรณ์

 



แล้วความสว่างเหล่านั้น ก็หายไปพร้อมกับเขา

 



เล่าเรื่องว่าที่แฟนนายให้ฟังหน่อยสิ สวยน่ารักเหมือนอย่างที่นายเคยชอบไหม

.....

 



ผมกรอกตามองบนเหมือนกำลังใช้ความคิด ทั้งที่ความจริงแล้วในใจมันยังค้างคากับคำว่า สวยน่ารักเหมือนอย่างที่นายเคยชอบ ของแบคฮยอนอยู่เลย

 



แบบที่ผมเคยชอบ?

 



ก็แบบเขาไม่ใช่หรือไง



 

สวยน่ะไม่หรอก เพราะเป็นผู้ชาย แต่น่ารักแน่นอน

หวา.. ฉันนึกว่านายจะเปลี่ยนไปชอบผู้หญิงแล้วซะอีก

ผมส่ายหัวยิ้มๆเป็นการปฏิเสธ ก่อนจะพูดต่อ ชื่อมินฮยอกน่ะ ตัวเล็กนิดเดียว น่าจะเท่านายได้มั้ง

.....

ผมสีอ่อนเหมือนนายสมัยเรียนมหาลัย ตาเรียวเล็ก ยิ้มทีกลายเป็นสระอิ เหมือนนายไม่มีผิด

.....

เป็นคนสบายๆ ไม่เรื่องมาก แล้วก็ชอบกินเค้กด้วย

.....

เหมือนนายอีกแล้ว แบคฮยอน

 



แบคฮยอนเงียบไปและผมเองก็เช่นกัน สิ่งที่ยังคงส่งเสียงอยู่ขณะนี้ก็มีเพียงแอร์คอนดิชันเนอร์กับเสียงอึกทึกที่ดังมาจากห้องครัว เราสองคนมองหน้ากันสักพักเดียว และกลายเป็นผมเองที่ละสายตาออกมาจากเขา

 



แต่กลิ่นตัวของเด็กคนนั้นเป็นกลิ่นดอกไม้หอมๆน่ะ ไม่ใช่กลิ่นขนมเค้กอบแบบนายหรอก

 



แล้วผมก็ยกยิ้มอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขายังมองมาอยู่ไหม

 



คนเรามันไม่มีอะไรที่เหมือนกันทุกอย่างหรอกนะแบคฮยอน

.....

เพราะนายมีแค่คนเดียวบนโลกนี้

 



แบคฮยอนไม่ได้ตอบอะไร เขาเงียบไปจนเหมือนกับว่ามีเพียงผมคนเดียวที่นั่งอยู่ในห้องนี้ ผมหันไปมองเขาก่อนจะพบว่าอีกคนนั่งก้มหน้าอยู่ แต่ถึงจะนั่งก้มหน้าอย่างนั้นก็เถอะ

 



สุดท้ายผมก็เห็นน้ำตาที่หล่นแหมะลงไปตรงหน้าตักของเขาอยู่ดี

 



แบค..

ฉัน.. เขาสะอื้นแผ่วเบา ฉันดีใจที่นายมา

.....

ฉันไม่เคยมีใคร นับตั้งแต่วันนั้นที่เราเลิกกัน



 

คำพูดของเขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักๆมาถ่วงที่ใจ



 

 ฉันน่ะ



 

เพราะผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนั้นเอง

 



คิดถึงนายนะ.. ชานยอล



 

ว่าผมคิดถึงเขามากเหลือเกิน



 

สิ้นคำพูดนั้นของเขา ผมคว้าตัวของแบคฮยอนเข้ามากอดจนร่างเล็กๆจมไปกับอกของผม เขาสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดแนบแน่น  ผมไม่แคร์แล้วในวินาทีนั้นว่าเขาจะหายใจไม่ออก ตราบใดที่แบคฮยอนยังไม่ได้ทุบหลังแล้วบอกให้ผมผละออกไปเสียที แน่นอนว่าผมจะไม่ยอมปล่อยเขาออกไป

 



ผมกดจมูกลงไปตรงกลุ่มผมนุ่มที่มีกลิ่นขนมเค้กติดเพื่อคลายความคิดถึง เพิ่งรู้เดี๋ยวนั้นเองว่าอันที่จริงแล้วผมยังไม่เคยลืมเขาได้เลย มันฝังอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใจ แล้วก็ประทุออกมาอย่างง่ายดายเพียงแค่มีอะไรมาสะกิดเท่านั้น

 



ฉันรักนาย

.....

รักมาตลอด แบคฮยอน

 



ความรักที่ผมเก็บใส่กล่องแล้วขังไว้ในใจ ก็ดิ้นหลุดออกมาจนได้

 



 

 

นาทีนั้นผมรับรู้ว่าคำตอบมันอยู่ใกล้แค่นี้เอง

แค่ในหัวใจ

 

 



 

ผมขับรถกลับบ้านในเวลาตีสอง การจราจรบนถนนเริ่มบางตาไปบ้างแล้ว และหลายคนก็คงกำลังนอนหลับฝันดี

 



ผมยิ้มเยาะให้ตัวเองกับความโง่เง่าบางประการที่สร้างเป็นกำแพงเอาไว้ อันที่จริงผมกับแบคฮยอนไม่ได้จากกันด้วยความไม่เข้าใจ หนำซ้ำเราจากกันด้วยดี แล้วพอหลังจากวันนั้นที่เลิกกัน ผมกับเขาก็เหมือนอยู่กันคนละโลก เรากลายเป็นคนแปลกหน้ากันไปโดยปริยาย แต่ก็นั่นล่ะ เป็นผมเองที่เลี่ยงทุกการสนทนา

 



เพราะกลัวว่าจะกลับไปรักเขาอีกครั้ง

 



ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะผมก็รักแค่เขาคนเดียวมาตลอดอยู่แล้ว

 



ฮัลโหลไอ้จงอิน

เชี่ยอะไรของมึงอีกวะ กะจะไม่ให้กูนอนเลยหรือไง เพื่อนซี้ก่นด่าเสียงดังจนผมต้องหลุดขำออกมา มันคงหัวเสียไม่น้อยที่ผมโทรหามันเป็นครั้งที่สองของคืนนี้

มึงต้องเซอร์ไพร์สจนด่ากูไม่ออกแน่นอนเพื่อนรัก

อะไรของมึงอะ ถ้าไม่เซอร์ไพร์สกูจะตามไปเตะมึงถึงที่บ้านแน่คำตอบของไอ้ขี้ขู่ทำให้ผมหัวเราะออกมาอีกครั้ง ก่อนจะพูดถึงเรื่องเซอร์ไพร์สให้มันฟัง



 

กูจะกลับไปคบกับแบคฮยอนว่ะ

 


......



 

ไอ้จงอินเงียบไปสักพักเหมือนกำลังทบทวนเรื่องที่ผมพูด แล้วหลังจากนั้นมันก็เหมือนจะหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ถามผมยกใหญ่ว่ามีที่มาที่ไปยังไงบ้างแล้วอยู่ๆทำไมถึงกลับมาคบกัน เห็นทีว่าคราวนี้ผมคงจะได้ชวนมันไปกินข้าวด้วยกันอย่างที่ต้องการแล้วล่ะ

 



อ้อ แล้วก็พกว่าที่แฟนอย่างแบคฮยอนไปด้วยนะ

 



วันศุกร์หน้าเจอกันนะมึง

เออไอ้สัด พาเมียมึงมาด้วยเลยนะ

ยังสักหน่อย กูยังไม่ได้ขอเขาเลย

ไม่ต้องขอมันก็ยอมคบกับมึงอยู่แล้ว

“…..” ผมขมวดคิ้วให้กับคำพูดแปลกๆของไอ้จงอิน

แบคฮยอนมันบ่นให้แม่มันฟังทุกวันว่าคิดถึงมึง

.....

อันนี้แม่กูบอกมาอีกทีอะ ไว้มึงไปซักแบคฮยอนเอาเองแล้วกัน

 



ผมกดวางโทรศัพท์พร้อมจิตใจที่พองโตมากกว่าเดิม

 



อาจจะยังไม่ใช่เร็วๆนี้ที่ผมจะขอแบคฮยอนเป็นแฟน อาจจะเป็นเดือนหน้า อีกสองเดือนข้างหน้า หรืออีกสามเดือนถัดไป แต่ยังไงสักวันแบคฮยอนก็จะต้องกลับมาเป็นของผมอีกครั้ง แล้วผมเองก็จะยอมเป็นของแบคฮยอนอีกครั้งด้วยเช่นกัน

 



พรุ่งนี้ผมจะไปบอกมินฮยอก จะเล่าทุกเรื่องให้น้องฟัง จะพูดทุกอย่างที่น้องสงสัย และจะยอมให้น้องทุบตีจนกว่าจะพอใจ ข้อหาที่ผมหลอกให้น้องรักแล้วจู่ๆก็มาทิ้งไปแบบนี้ แต่มันคงจะดีกว่าที่ผมจะทิ้งเขาตั้งแต่ตอนนี้ เพราะผมไม่อยากให้มินฮยอกกลายเป็นตัวแทนของแบคฮยอนอีกต่อไปแล้ว

 



สำหรับมินฮยอก เด็กคนนั้นเป็นก้อนเมฆ เป็นความสดใสที่ดูนุ่มละมุน แต่ก้อนเมฆก็ควรจะอยู่คู่กับท้องฟ้าที่สว่าง ผมไม่ใช่ท้องฟ้าพวกนั้นหรอก ผมมันก็แค่สีทึบๆครึ้มๆ และผมเชื่อว่าน้องคงจะได้เจอคนที่เหมาะสมกับเขามากกว่าผม

 


 

เวลาตีสองสิบห้านาที ผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้า วันนี้ฟ้าเปิดทำให้เห็นดวงดาวชัดเจน

 


ผมหายสงสัยแล้วว่าทำไมท้องฟ้าถึงต้องมีดวงดาว

 

 


คำตอบก็สั้นๆเพียงนิดเดียว

 

เพราะท้องฟ้าหม่นหมองมากเกินไปเลยต้องอาศัยความสว่างจากดวงดาว

 

เพื่อทำให้ตัวมันเองสมบูรณ์แบบและมีความสุขมากที่สุด

 

ก็เท่านั้นเอง

 

 


 

 

 

 

 TALK :

ขอเสียงคนคิดถึงดวงดาวในชีวิตหน่อยค่า เฮ้

ถ้ายังมีโอกาส กลับไปบอกเค้านะคะว่ารักเค้ามากแค่ไหน เพราะบางทีคุณก็อาจจะเป็นดวงดาวเพียงดวงเดียวในชีวิตของเขาเหมือนอย่างชานยอลกับแบคฮยอนในเรื่องนี้ก็ได้ค่ะ

อ่านกันเพลินๆยาวๆไปเล้ย

 


 

 #น้ำผึ้งมะนาวCB

  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,420 ความคิดเห็น

  1. #3308 pynsaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 21:02
    โอโห นึกว่าจะดราม่า ขอบคุณไรท์ที่ยังเมตตาเราค่ะ ฮิอออ แต่งต่อๆๆๆ
    #3,308
    0
  2. #3274 BN0412 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 00:09
    ยังคิดถึงน้องแบคฮยอนเสมอสินะ TT
    #3,274
    0
  3. #3211 DBK1802 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 09:19
    ชานยอลติสต์มากกก ดีนะที่ต่างฝ่ายยังคิดถึงและรักกันอยู่
    #3,211
    0
  4. #3191 jyyj25 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 17:51
    สงสารว่ะ โอ๊ยย
    #3,191
    0
  5. #3053 ` ฟู่ฟี้บูบีลั้ลล้า . (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 11:54
    ทำไมอ่านตอนนี้แล้วอยากจะทักไปหาแฟนเก่า โอ๊ยยย จะร้องแล้ว
    #3,053
    0
  6. #2823 เอาตรงตรงตรงเลยนะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 18:50
    คือฟิคมันก็จบดีนะ แต่ร้องไห้ทุกเรื่องเลย โอ้ยยยยย
    #2,823
    0
  7. #2815 phangaaaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 09:08
    ชอบพล็อตหรือฟิคแนวๆนี้มาก แน่งแนวๆนี้ไปเรื่อยๆนะคะ เราเป็นคนนึงที่ชอบมากๆ
    #2,815
    0
  8. #2759 pcy921 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 16:13
    โชคดีที่ชานยอลเจอป้าร้านสายไหม
    #2,759
    0
  9. #2615 pppimpim1204 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:32
    กำลังฟังเพลงเศร้าแล้วอ่านฉากแบคร้องไห้อีก ร้องตามเลยแง้
    #2,615
    0
  10. #2458 MONARCHs. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 19:25
    เราเองคนนึงนะที่ไม่ค่อยชอบชานที่เหนแก่ตัวเพราะปกติโซแอลจะแต่งให้ชานเลวมากไม่พอยังคูณความหน้าด้านแบบชิบหายมาด้วยอ่านไปเลยด่าไป5555???????? เรื่องนี้ก้เกลียดชานนิดนึงแต่รับได้เพราะอย่างน้อยนางก้รักแบคอยู่ค่ะ55555 #จะเลวกับใครก้ได้แต่จะเลวกับแบคไม่ได้ #จากใจเมนหยอย
    #2,458
    0
  11. #2454 litterrabbitza (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 15:59
    ฮื้อออ น่ารักกก
    #2,454
    0
  12. #2417 qqxr_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 17:34
    อ๋าาาาาาา
    #2,417
    0
  13. #2372 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 20:54
    หงิงงงง
    #2,372
    0
  14. #2310 PapPy2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 13:59
    เกลียดตอนนี้เพราะมันทำให้เรายิ้มไปร้องไห้ไป555555
    #2,310
    0
  15. #2118 titcha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 00:14
    เย้~~ นึกว่าจะไม่คบกันซะและ ตอนแล้วๆก็ไม่คบแแปลกดีไม่ค่อยเจอฟิคแบบนี้เลยยย แต่เราชอบน้าา ซู่วซู่วค่า~
    #2,118
    0
  16. #2021 CHan CHaNom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 02:00
    ชอบบบบบบ งานดีมากกก ตี2 ก็ยังนั่งอ่าน เอาให้ตายไปข้างคะ
    #2,021
    0
  17. #2016 Nabeecy61 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 00:55
    ชอบอีกแล้วว TT
    #2,016
    0
  18. #1967 L64blik (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 20:28
    แบคดีมากอะฮื้ออออ ชานยอลนี่นะกูเกือบด่าละ55555
    #1,967
    0
  19. #1835 Noey_unnie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 07:44
    ชานยอลโหดมีการอยากตบป้าขายสายไหมด้วย???????????? มินฮยอกไม่เป็นไรน๊าเดี๋ยวให้โฮซอกมาปลอบแบคฮยอนน่ารักอ่าไม่เคยมีใครเพราะยังรักชานยอล
    #1,835
    0
  20. #1738 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 20:45
    ต้องกลับไปขอบคุณป้าที่ขายสายไหมด้วยนะ ถ้าป้าแกไม่ถามถึงแบคชานยอลก็คงไม่ได้นึกถึงหรอก
    #1,738
    0
  21. #1625 Qbnteal♥ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 21:40
    อ่านแล้วดีมากอ่ะฮือออ คนหม่นๆก็อยากมีใครมาให้แสงสว่างล่ะเนอะ ชอบจัง ; - ;
    #1,625
    0
  22. #1304 pim pimmi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 12:20
    ความรักทำไมูสวยงามจัง
    #1,304
    0
  23. #1082 dark chocolate (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 01:46
    พอใกล้ๆจบนี่กลัวมาก กลัวชานยอลประสบอุบัติเหตุก่อน แล้วจะกลายเป็นจบแบบนองน้ำตาไป แต่พอไม่ใช่ ก็ดีใจมาก 55555 นี่สิแก ยังรักอยู่ก็คือยังรัก
    #1,082
    0
  24. #956 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 13:43
    ชอบตรงที่ชานบอกว่ามินฮยอกเหมือนแบคยังไง
    #956
    0
  25. #949 ไฉไลใสๆค่ะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 02:44
    อยากรู้ว่าตอนแรกทำไมเลิกกันอ่ะ ชานยอลโลเลใช่มั้ยล่ะดูท่าแล้ว :(
    #949
    0