{SF,OS} honey lemon juice ♡ ll chanbaek

ตอนที่ 30 : {OS} hey friend

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    3 พ.ค. 61










เราเกิดมาจากหัวใจ ใช่ไข่ไดโนเสาร์


.








.


.



.







.





.





.



.













แบคฮยอนมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง




มันหน้าตาดี มันเป็นคนเก่งไปซะทุกเรื่อง ตั้งแต่ทอดไข่ดาวยันซ่อมเครื่องซักผ้ามันก็ทำได้อย่างชำนาญทุกอย่าง มันปั่นจักรยานได้ ขี่มอเตอร์ไซค์ได้ ขับรถใหญ่ได้ และแบคฮยอนคิดว่ามันน่าจะขับพวกรถแทร็กเตอร์หรืออะไรทำนองนั้นได้เช่นเดียวกัน อ้อ.. รวมไปถึงกีฬาอย่างพวกฟุตบอล บาสเก็ตบอล ว่ายน้ำ หรือกระทั่งยิงปืนมันก็ทำได้ดี ร้องเพลงก็เพราะ เล่นกีต้าร์ก็เล่นได้.. คิดไปคิดมาเปียโนมันก็เล่นได้เหมือนกันแฮะ



อย่างที่บอกว่ามันเก่งไปซะทุกอย่าง



แต่.. อาจจะเว้นไว้สักเรื่องนึง



"มึง ช่วยหน่อยดิ กูจริงจังมากเลยนะเนี่ย"



แบคฮยอนกรอกตาเป็นรูปเครื่องหมายอินฟินิทตี้ เขายกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดูดแล้วทำหน้าเหม็นเบื่อเต็มอัตรา "เลิกขอได้มะ มึงคิดว่าหน้าอย่างกูเหมือนอะไร"



"ซงจุงกิ"



"หมดโควตามุกนี้แล้วไอ้ชานยอล มึงก็รู้ว่ามันไม่ผ่าน



แบคฮยอนว่าพลางลุกขึ้นจากโต๊ะก่อนจะเดินหนีไอ้หน้าหล่อผู้ซึ่งกำลังตามตื๊อเขาแบบสุดชีวิต เช่นกันกับตอนนี้ที่มันวิ่งตามมาเกาะแขนเกาะขาเขาอย่างกับลูกลิง



"ไอ้ชาน! ทำไรของมึงเนี่ย!"



"ช่วยหน่อยดิมึง เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอวะ"



"ก็ใช่ แต่กูไม่อยากทำไง จบไหม"



"ทำไมอะ"



แบคฮยอนนิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่ง เขาสบกับดวงตากลมๆของไอ้เพื่อนบ้าที่กำลังมองมาด้วยแววตาใสซื่อ ประหนึ่งคนที่ไม่รู้อะไรเลย และใช่.. ปาร์คชานยอลคนเก่งที่เขาพูด อันที่จริงก็โง่ไม่เบาเหมือนกัน



"คืองี้นะ" แบคฮยอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "มึงคิดว่าผู้หญิงจะประทับใจกับดอกไม้ที่ผู้ชายฝากให้เพื่อนเอาไปให้จริงๆหรอวะ"



ชานยอลนิ่งไปแว้บหนึ่งและหลุบตาทำหน้าเหมือนกำลังใช้ความคิด แบคฮยอนชอบหน้าตามันตอนจริงจังแบบนี้ที่สุด คล้ายกับตอนที่มันซ่อมขาเก้าอี้ให้เขาไม่มีผิด



"กูคิดไม่ออก มึงก็รู้ว่ากูไม่เอาไหนกับเรื่องแบบนี้"



"..........."



"แต่มึงน่ะ.. น่ารักที่สุดในโลกเลยรู้หรือเปล่าแบคฮยอน"



แบคฮยอนไม่ใช่คนบ้ายอหรอก เขาไม่เฉียดเข้าใกล้คำนั้น พอได้ยินคนชมที่ไรก็ทำได้แค่ยิ้มแหยๆไปให้ แต่คราวนี้ดันมาบ้ายอให้ไอ้ชานยอลได้ยังไงก็ไม่รู้ เพราะเขาเผลอกลั้นยิ้มจนมันสังเกตเห็นเข้าให้แล้ว



"นั่นแน่ ยิ้มอย่างนี้แสดงว่าจะช่วยกูแล้วใช่มั้ย"



"อะไร.. กูยังไม่ทันพูดสักคำ" เขาทำเป็นลอยหน้าลอยตา แต่ความจริงแล้วกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรให้ยิ้มออกมาได้แนบเนียนที่สุดต่างหาก



"ถ้ามึงช่วยกู มึงจะน่ารักที่สุดสำหรับกูทุกวัน" ชานยอลว่าอย่างนั้น มันคงคิดว่าเขาเป็นคนบ้ายอล่ะสิท่า เชอะ ก็บ้าให้มันเห็นแค่คนเดียวนี่แหละ



"อ่ะ.. กูไม่ได้บ้ายอนะ แต่จะช่วยก็ได้"



"มึงบ้ายอ"



"งั้นไม่ช่วยละ"



"โอ๋ๆๆ ขอโทษครับคุณบยอน ผมจะไม่พูดอะไรแบบนั้นอีกแล้ว สัญญา"



.. เพื่อแลกกับรอยยิ้มเล็กๆน้อยๆของตัวเอง



สำหรับแบคฮยอน ชานยอลมันเก่งไปซะทุกอย่างเหมือนที่บอกมาตอนต้น



ทั้งทำกับข้าว เล่นดนตรี เล่นกีฬา ซ่อมนู่นซ่อมนี่ หรือแม้กระทั่งขับขี่ยานพาหนะได้ทุกชนิด อาจจะยกเว้นเอาไว้สักเรื่องนึง นั่นก็คือเรื่องจีบผู้หญิง



นั่นอาจจะเป็นสำหรับคนอื่นที่มองเห็นชานยอลแบบนั้น 




ซึ่งไม่ใช่กับเขาหรอก.. 





ไม่เลย










แบคฮยอนอยู่ชมรมคหกรรม



มันเป็นชมรมที่เน้นไปทางด้านการทำอาหารซะเป็นส่วนใหญ่ ออกจะยากเย็นในช่วงแรกๆสำหรับเขาที่แม้แต่ปอกเปลือกหัวหอมยังทำไม่เป็น มันงุ่นง่านไปซะหมดจนแทบอยากจะทำเรื่องขอย้ายชมรม แต่พอได้ฝึกทำนู่นทำนี่ไปเรื่อยๆแบคฮยอนก็คิดว่ามันสนุกดี แม้จะออกมาไม่ดูดีเหมือนของชาวบ้านเขาแต่ก็กินได้เหมือนกัน



"คยองซู หยิบเกลือในตู้ให้หน่อย"



ส่วนไอ้หน้าเด๋อๆที่ใส่แว่นทรงกลมนี่ชื่อคยองซู เห็นหน้าเหรอหราเหมือนเด็กมัธยมต้นแบบนี้แต่มันโหดใช่ย่อย เขาเคยกวนประสาทจนโดนมันทุบหลังดังอั่ก หลังจากนั้นก็ไม่กล้าแหย่ให้มันรำคาญใจอีกเลย



ที่จริงแล้วทั้งเขากับคยองซูมีชะตากรรมคล้ายๆกัน ซึ่งได้แต่การจับพลัดจับผลูมาอยู่ชมรมคหกรรมแบบนี้ อาจจะต่างเหตุผลกันออกไป แต่เชื่อเถอะว่าไม่ใช่ความเต็มใจแน่นอน


สำหรับคยองซู มันบอกว่าแม่บังคับให้อยู่ชมรมนี้เพราะแม่ชอบทำอาหาร แบคฮยอนไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกันตรงไหน แต่พอคยองซูบอกว่าแม่มันอยากให้มันคอยทำอาหารให้มันกินตอนแก่ตัวไป เขาก็ซึ้งจนน้ำตาจะไหลแน่ะ



ส่วนแบคฮยอนน่ะหรอ



"กูกลับละนะ" ไอ้คยองซูว่าขณะถอดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้ตรงผนัง "แล้ววันนี้มึงกลับยังไง"



"อ๋อ.. ก็เดี๋ยว -"



"เดี๋ยวชานยอลสุดที่รักมารับจ้า ไม่ต้องเป็นห่วงนะคยองซู" ไอ้เด๋อทำเสียงเล็กเสียงน้อยก่อนจะเบะปากให้เขา "กลับละ ขอให้ได้กับชานยอลเร็วๆนะเพื่อน"



"ได้ห่าไรวะ เพื่อนกัน" แบคฮยอนพูดไปกลั้วหัวเราะไป มือเขายังคนซุปเห็ดในหม้อเพื่อไม่ให้มันจับตัวกันเป็นก้อน



"ตามใจมึงเถอะ อีกหน่อยเดี๋ยวก็ได้กัน" มันทิ้งระเบิดเอาไว้แค่นั้นก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเดินหายไปในกลีบเมฆ



ส่วนแบคฮยอน.. เขาถูกไอ้ชานยอลหลอกให้ลงชื่อ มันบอกว่าจะเรียนด้วยกันกับเขา แต่สุดท้ายก็ดันไปลงชมรมดนตรีแบบที่มันชอบแทน ปล่อยเขาลอยแพเรียนทำอาหารอยู่คนเดียวทั้งที่โคตรเกลียด



นั่นแหละ มันแกล้งเขา แกล้งแรงด้วยแต่เขาก็ไม่ยักโกรธ




แบคฮยอนตักซุปใส่ชามก้นตื้นเป็นอย่างสุดท้าย วันนี้เขาจะกินเองให้หมดนี่เลย เพราะเวลาเอาไปให้คนอื่นกินทีไรก็ชอบได้รับสีหน้าปุเลี่ยนกลับมาตลอด แบคฮยอนไม่ชินหรอกนะ แม้ว่าสุดท้ายแล้วคนพวกนั้นจะตบบ่าเชิงให้กำลังใจกลับมายังไงเขาก็ยังไม่ชิน



"โห.. น่ากินจังเลย"



ร่างเล็กสะดุ้งให้กับเสียงของหญิงสาวที่โผล่มาตอนไหนไม่รู้ หันไปมองข้างๆก็เจอเพื่อนร่วมชมรมที่ได้รับขนานนามว่าเป็นดาวประจำชมรม ก็ไม่ผิดเพี้ยนหรอก.. โอซองเป็นผู้หญิงน่ารัก ชนิดที่ว่ามองแล้วไม่เคยเบื่อ และในฐานะที่เป็นผู้ชาย แบคฮยอนก็เข้าใจดีว่าทำไมคนทั่วไปถึงมองเธออย่างนั้น



"ขอกินคำนึงได้ไหมแบคฮยอน" เธอยิ้มอย่างสดใสแล้วคว้าช้อนแถวนั้นขึ้นมาถือ สายตาเป็นประกายที่จดจ้องมายังถ้วยซุปทำให้แบคฮยอนหัวเราะออกมาได้ไม่ยาก



"มันไม่อร่อยหรอกนะ.. เธอก็รู้นี่" แบคฮยอนเกาท้ายทอยแก้เก้อ "ถ้ากินไปเดี๋ยวท้อง.. เสีย.."



พูดไม่ทันจบโอซองก็จ้วงช้อนตักซุปแล้วยัดเข้าปาก ทำหน้าตาเหมือนนึกอะไรสักอย่างพร้อมทำปากมุบมิบเหมือนกำลังชิมไปด้วย แบคฮยอนลุ้นแทบตาย จนในที่สุดร่างเล็กกว่าเขาไม่กี่เซนก็เงยหน้าแล้วยิ้มแฉ่งให้



"อร่อยกว่าเดิม!"



"ถามจริง ให้กำลังใจกันหรือเปล่า"



"เปล่านะ อร่อยกว่าที่เคยกินซุปข้าวโพดตอนนั้นสักสี่ห้าเท่าได้มั้ง" โอซองตักซุปเข้าปากอีกครั้ง "ขอทั้งชามเลยได้มั้ยอะ"



"อือ.. เอาดิ" แบคฮยอนยอมสละถ้วยซุปถ้วยนั้นให้หญิงสาว โอซองวงมันไว้ตรงโต๊ะด้านหน้าแล้วตักกินเหมือนเด็กๆแบบที่ไม่ได้แสร้งทำ และแบคฮยอนชื่นชมในความสดใสของเธอเหลือเกิน



ร่างเล็กเก็บกวาดบรรดาเศษแป้ง เศษเห็ด และเศษต่างๆที่เขาทำรกเอาไว้ เพราะถ้าขืนอาจารย์เข้ามาเช็กห้องพรุ่งนี้เช้าแล้วดันเห็นว่ามีอะไรผิดหูผิดตาไปสักหน่อยเขาต้องโดนบ่นจนหูชาอีกแน่



"แบคฮยอน!"



เสียงเรียกจากหน้าประตูทำให้แบคฮยอนต้องหันไปหา ถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าคนเรียกเป็นใคร ฟังแค่น้ำเสียงก็รู้.. เสียงทุ้มต่ำของปาร์คชานยอลเป็นเอกลักษณ์จะตายไป



แบคฮยอนยิ้มจางๆให้ไอ้โง่ที่ยืนทำตาค้างอยู่ มันมองมาทางเขาเพียงเสี้ยววินาทีแรกที่เจอเท่านั้นแหละ เพราะในวินาทีถัดมาสายตาของมันก็หยุดค้างอยู่ที่หญิงสาวซึ่งกำลังยืนกินซุปอยู่ข้างๆเขานี่แล้ว



โอซองไม่ได้มีทีท่าว่าสงสัยอะไรมากนัก เพราะชานยอลมักจะมารับเขากลับบ้านด้วยกันแบบนี้อยู่บ่อยๆ เธอเองก็เป็นขาประจำกลับบ้านช้ากว่าคนอื่นๆ ไม่แปลกนักถ้าจะชินกับการเจอหน้าปาร์คชานยอล



แต่เพื่อนเขานี่สิ ดูมันจะไม่ชินเอาซะเลย



'เข้ามาดิ ชวนโอซองคุย' เขาขยับปากเอ่ยบอกชานยอลแบบไร้เสียง มันมีทีท่าประหม่าไม่เบา แต่ก็ยอมเดินมาจนกระทั่งถึงตัวเขาจนได้



"เอ้อ.. โอซอง วันนี้แม่มารับกลับบ้านกี่โมงนะ" แบคฮยอนหันไปถามหญิงสาวตัวเล็ก เธอเหลือบตามองเพดานทำท่าคิดอยู่แว้บหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยตอบกลับมา



"แม่เราเลิกงานหกโมงเย็นน่ะ.. ซักประมาณหกโมงครึ่งคงถึงที่นี่"



ร่างเล็กพยักหน้า เขาหันไปสบตากับเพื่อนตัวดีที่ยืนอยู่อีกข้างนึง มันมีท่าทางประหม่าแถมหูยังแดงเถือกไปหมดจนแบคฮยอนอยากจะขำให้กับความขี้ป๊อด แต่ถ้าพูดออกไปก็เหมือนจะเข้าตัวเอง เขาเลยสงบปากสงบคำแล้วสบตากับมันแทน



ความเป็นเพื่อนมันมหัศจรรย์ตรงที่ต่อให้ไม่พูดอะไร แต่แค่มองตากันก็รู้แล้วว่าควรจะทำยังไงต่อ ดังนั้นแบคฮยอนจึงไม่ลังเลที่จะหันไปหาโอซองพร้อมกับรอยยิ้มบางเบาอีกครั้ง



"คือเพื่อนเรา.. ปาร์คชานยอลน่ะ" แบคฮยอนเอ่ยแนะนำแทรกในบทสนทนา ถึงแม้ว่าชานยอลจะมาที่นี่บ่อย แต่เชื่อเถอะว่าโอซองยังไม่เคยรู้จักเพื่อนเขาเลย "มันอยากทำคุกกี้ให้แม่มันเนื่องในวันเกิด ไอ้เราก็ดันทำไม่เป็นด้วยสิ"



"..........."



"เหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าๆก่อนจะกลับบ้าน.. โอซองช่วยสอนมันทำหน่อยได้ไหม"



นาทีเดียวที่โอซองใช้ในการตัดสินใจ ก็เหมือนชั่วโมงหนึ่งผ่านไปสำหรับทั้งแบคฮยอนและชานยอล



แบคฮยอนคิดว่าตัวเองเป็นคนประหลาดเหลือเกิน เขาเหมือนมีสองหัวใจอยู่ในตัวเอง หัวใจดวงแรกลุ้นให้โอซองตอบตกลงเพื่อความสุขของไอ้ชานยอล แต่อีกใจก็อยากให้เธอปฏิเสธ เพื่อหัวใจของเขาเอง



"เอาสิ"



แต่วินาทีที่เธอยิ้มกว้างแล้วตอบรับคำ เขาก็รู้ว่าชานยอลคงรู้สึกเหมือนถูกเติมเต็มหัวใจเข้าไปอีกครึ่ง



"ดีเลย งั้นฝากด้วยนะ" แบคฮยอนยิ้มแล้วถอดผ้ากันเปื้อนออก เอาไปแขวนไว้ข้างผนังแล้วกลับมาถือถุงขยะที่เพิ่งเก็บกวาดเสร็จ "งั้นกูไปละ มึงทำตัวดีๆละกัน ถ้าโอซองมาฟ้องอะไรล่ะน่าดู"



ชานยอลอมยิ้มจนแก้มบุ๋ม เห็นแล้วมันน่าเตะตูดสักที แบคฮยอนหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาตบบ่ามันเล็กน้อยแล้วเดินสวนออกมา พอถึงหน้าประตูหัวใจก็สั่งให้หันกลับไปอีกครั้ง และเขาเห็นว่าโอซองกำลังอธิบายอุปกรณ์การทำขนมให้ชานยอลที่ดูสงบเสงี่ยมกว่าปกติสักสิบเท่าฟัง



แบคฮยอนคิดว่านั่นอาจจะเป็นอีกครั้งที่ชานยอลหัวใจพองโต



แต่มันคงไม่รู้ว่าในขณะเดียวกัน ใจของแบคฮยอนก็เริ่มร้าว




และกำลังจะแตกสลายเข้าไปทุกที








แบคฮยอนนั่งขัดสมาธิบนเตียง จ้องไอ้ชานยอลที่นั่งอยู่ตรงพื้น กดจอยเกมยิกๆพร้อมกับเสียงพากย์ที่สร้างขึ้นมาเอง



"เมื่อไหร่กูจะได้นอนวะ มึงเงียบๆหน่อยได้ไหมเนี่ย"



"ก็นอนไปดิ.. โอ้ยเชี่ย! อย่าเข้ามาใกล้กูนะ อย่า!" 



แบคฮยอนทำหน้าเหม็นเบื่อ เขาล่ะรำคาญไอ้บ้านี่จริงๆ ทั้งที่บ้านตัวเองก็มีเครื่องเล่นแบบนี้แถมยังราคาแพงกว่าของเขาอีกแต่ก็ยังชอบมาเล่นที่บ้านเขาบ่อยๆ มันบอกว่าเล่นคนเดียวไม่สนุก ต้องมีคนนั่งเป็นเพื่อนถึงจะดี



โคตรปัญญาอ่อนเลยให้ตายสิ



"ประหลาดชิบหายเลย บ้านก็บ้านกูแต่ต้องมาถ่างตารอจนกว่ามึงจะเล่นเสร็จเนี่ยนะ"



ปาร์คชานยอลหันมามองนิดหน่อย มันไม่ได้ทำหน้าตาไม่พอใจ กลับกัน ไอ้ชานยอลกำลังมองเขาประมาณว่าจะขอต่อเวลาเล่นสักสิบนาทีได้ไหม แต่ฝันไปเถอะ



"เออๆ เลิกเล่นก็ได้วะ" หลังจากสงครามสายตาสิ้นสุดลงโดยที่ไอ้ชานยอลเป็นคนแพ้ มันก็ยอมปิดเครื่องเล่นเกมทุกอย่างแล้วกระเถิบร่างตัวเองมาชิดกับปลายเตียงของเขาทั้งที่ยังนั่งอยู่ตรงพื้น พร้อมกับหันหน้ามาหาแล้วเท้าแขนไว้กับเตียง



"มึงว่าโอซองจะชอบกูไหม"



แบคฮยอนใจกระตุกไปนิดหน่อย ต้องบอกว่าทุกครั้งที่ได้ยินชื่อของเพื่อนร่วมชมรมคนดังกล่าวออกมาจากปากของชานยอลทีไร ใจของแบคฮยอนก็กระตุกแบบนี้ทุกที



"ทำไมอะ ไม่มั่นใจอะไรอีกแล้วหรอ"



"ก็วันนี้เขาดูไม่มีทีท่าว่าจะเขินอายกูเลย" ชานยอลว่าแล้วถอนหายใจ "บางทีกูอาจจะแห้วหรือเปล่าวะ"



"ถ้าเขาไม่ชอบ มึงก็ตัดใจสิ"



ชานยอลจ้องหน้าแบคฮยอนนิ่ง เขาเห็นว่าในตากลมๆนั่นมีแววตระหนกฉายออกมาให้เห็นเล็กน้อย "เดี๋ยวก่อนนะ นี่ไม่คิดจะให้กำลังใจกูหน่อยเลยหรอ"



"มึงอยากได้คำพูดแบบไหนล่ะ" แบคฮยอนถามคนที่นั่งอยู่ด้านล่างกลับไปบ้าง "ไม่หรอกจ้า กูว่าเขาก็ชอบมึงนะ..  แบบนี้หรอที่มึงอยากได้"



แบคฮยอนเอียงคอถามเพื่อนสนิท เขาเท้าแขนไปข้างหลังแล้วทำหน้าไม่ยี่หระ ในขณะที่ปาร์คชานยอลเองก็ทำเช่นกัน



"ก็รู้ว่ากูไม่ใช่ประเภทปลอบใจใคร ถ้ามึงรู้สึกว่าเขาไม่มีทีท่าจะสนใจก็อย่าไปดันทุรัง มีแต่จะเสียเวลาเปล่าๆ"



"แต่กูก็ไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆนะ มึงน่าจะรู้"



แบคฮยอนยิ้มเช่นเดียวกับชานยอล เขายื่นขาไปแล้วทำท่าจะเตะหน้ามัน แต่ไอ้หล่อก็หลบทันหวุดหวิด "เล่นไรวะ เดี๋ยวดั้งกูหักหมด"



"จ้า หมั่นไส้คนหล่อจริงๆ" แบคฮยอนกระเถิบไปนั่งแถวหัวเตียงแล้วคว้าโทรศัพท์มาเล่น "วันนี้จะกลับบ้านหรือจะนอนนี่"



"นอนนี่แหละ พรุ่งนี้ผัดข้าวผัดกิมจิให้กูกินด้วย"



"โอเค เตรียมท้องเสียได้เลยมึง"



แบคฮยอนทำท่าสนใจกับโทรศัพท์ ส่วนชานยอลก็เปิดตู้เสื้อผ้าคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ สิ้นเสียงปิดประตู แบคฮยอนลดมือวางไว้ที่หน้าตัก ก่อนจะมองไปยังห้องที่ชานยอลเพิ่งหายเข้าไป นึกสงสัยขึ้นมาเดี๋ยวนั้นเองว่าถ้าหากชานยอลอ่านใจเขาได้สักนิด เราจะมองหน้ากันติดแบบนี้อีกหรือเปล่า



เพราะสนิทกันเกินไป.. แบคฮยอนเลยทำได้แค่บอกทางอ้อมว่าให้ชานยอลตัดใจจากเธอ



แม้ความจริงเขาอยากจะบอกออกไปตามตรง ว่าเลิกชอบเธอคนนั้นเถอะ




เพราะว่าเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆตรงนี้.. ก็ชอบมันเหมือนกัน








วันนี้วันดี เพราะเป็นวันเกิดของแบคฮยอน



"เอ้า นี่ของขวัญวันเกิดมึง"



วันนี้พวกเรามาด้วยกันทั้งกลุ่มก้อนครบแก๊งห้าคน แบคฮยอนยิ้มแฉ่ง รับห่อของขวัญทรงท๊อฟฟี่มาจากไอ้จงอินที่เดินมาสมทบเป็นรายสุดท้าย



"นี่มึงห่อเองใช่มั้ย"



"รู้ได้ไงวะ"



"บิดๆม้วนๆตามวิถีคนขี้เกียจก็มีแค่มึงนี่แหละ" แบคฮยอนทำท่าสำรวจสภาพยับเยินของห่อ แล้วเขาก็ยิ้มหน้าบานออกมาอีกครั้ง "แต่ยังไงก็ขอบใจน้า ซึ้งเลย"



พวกเราห้าคนนั่งกันอยู่ที่หน้าโรงหนังเพราะกำลังจะเข้าไปดูการ์ตูนอนิเมชั่นแบบที่แบคฮยอนชอบ(ซึ่งคนอื่นไม่เห็นด้วย เช่นไอ้จงอินที่อยากดูหนังผีที่เพิ่งเข้าโรงได้สองวัน) ทุกคนตามใจเขาเพราะวันนี้เป็นวันเกิด แม้ไอ้จงอินจะทำหน้าเหม็นเบื่อเพราะไม่ชอบแค่ไหนแต่ยังไงมันก็ต้องระเห็จร่างตัวเองไปหลับในโรงหนังกับเขาอยู่ดี




อ้อ.. รวมทั้งปาร์คชานยอลด้วย



"เอารสอะไร" มันหันมาถามเขาขณะที่เราสองคนอาสาเป็นคนซื้อป๊อบคอร์นให้ไอ้สามตัวที่นั่งโม้กันอยู่ตรงโซฟาข้างหลัง



"ชีส"



"อ้วนนะ" ชานยอลจิกกัดเขาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ แต่สุดท้ายก็หันไปสั่งกับพนักงานอยู่ดีว่าเอารสชีสสองถัง



แบคฮยอนชอบเวลาที่ได้ออกมาข้างนอกกับเพื่อนๆแบบครบทั้งกลุ่ม พวกเราสนิทกันชนิดที่สามารถตบหัวกันได้โดยไม่โกรธ แต่ยังไงเราก็ถูกแบ่งยิบย่อยเป็นยูนิตเล็กๆ เช่นเขากับชานยอล และอีกยูนิตก็คือไอ้สามตัวนั้น อี้ชิง จงอิน และจงแด



แบคฮยอนมีความสุข เพราะเขาได้อยู่ท่ามกลางคนที่รักเขา



และคนที่เขารัก



"อ้าว แบคฮยอน"



แบคฮยอนหันหน้าจากเค้าน์เตอร์สำหรับสั่งป๊อบคอร์นไปตามเสียงเรียกที่ดังมาจากด้านข้าง เขามองเห็นใบหน้าคุ้นเคยปราศจากเครื่องสำอางของหญิงสาวหน้าตาน่ารัก แบคฮยอนใจกระตุกอีกแล้ว ให้ตายสิ โดยเฉพาะกับตอนที่พอจะรู้ว่าปาร์คชานยอลกำลังมองเธออยู่อย่างแน่นอน



"อ้าว.. โอซอง" แบคฮยอนพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้กระเดิกกระดาก "มากับใครล่ะ"



"มาคนเดียวอะ ..แล้วนี่แบคมากับชานยอลหรอ"



"มีเพื่อนมาด้วยน่ะ"



แบคฮยอนหันไปมองคนตอบ ชานยอลเอ่ยประโยคนั้นออกมาแล้วยิ้มบางๆจนเห็นแก้มบุ๋มให้โอซอง



"แล้วนี่จะดูหนังเรื่องอะไร"



"นี่เลย" โอซองเคาะนิ้วไปที่กระจกบานใสที่มีโปสเตอร์ใส่อยู่ในนั้น แบคฮยอนจำได้ว่านั่นคือหนังผีที่ไอ้จงอินอยากดู "เรารอมานานมาก กว่าจะเข้า"



"ดูคนเดียวน่ะหรอ" ชานยอลเอ่ยถามขึ้นมา "คือ.. ไม่รู้สิ.. แต่ถ้าเธอไม่รังเกียจ.."




ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา ไม่มีครั้งไหนเลยที่แบคฮยอนจะอ่านใจไอ้ชานยอลไม่ออก และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน



"เราดูเป็นเพื่อนมั้ย"



จนกระทั่งมันเอ่ยออกมา อย่างกับลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขา



"อ้าว.. แล้วชานยอลไม่ไปดูกับแบคฮยอนหรอ"




"ไม่เป็นไรหรอก" ซึ่งแบคฮยอนก็ยิ้มแล้วทำหน้าเหมือนคนโง่ออกไปให้สมใจอย่างที่เพื่อนสนิทต้องการ "เดี๋ยวเราไปดูกับไอ้พวกนั้นก็ได้"



โอซองมองตามนิ้วของแบคฮยอนที่ชี้ไปทางเพื่อนอีกสามคนที่ยังนั่งคุยกันอยู่อย่างไม่รู้ว่าบรรยากาศตรงนี้กำลังไม่ดีเท่าไหร่นัก ไม่ต้องถามก็น่าจะรู้ว่าความรู้สึกของแบคฮยอนตอนนี้เป็นยังไง



แย่ยิ่งกว่าตอนดูหนังที่โรแมนติกมาทั้งเรื่อง แต่ดันมาหักมุมเพราะตอนท้ายนางเอกตายซะอีก



เฮ้อ แต่เกิดมาเป็นเพื่อนของปาร์คชานยอลแล้วนี่เนอะ สำหรับเขาก็คงทำได้เท่านี้แหละ



"ยังไม่ได้จองตั๋วใช่มั้ยล่ะ ไม่เห็นเธอถือมา" แบคฮยอนเอ่ยถามหญิงสาว และไม่ต้องรอคำตอบ เขาหันกลับไปหาเพื่อนสนิทแล้วเอ่ยสั่ง "พาโอซองไปซื้อตั๋วซะสิ"



ปาร์คชานยอลเผยสีหน้างุนงงในคราวแรก แต่สุดท้ายแล้วมันก็ยิ้มจนเห็นแก้มบุ๋มกลับมาให้เขา.. เคยบอกไปหรือยังนะว่าเขาชอบเวลามันยิ้มยิ่งกว่าอะไร แบคฮยอนต้องทนไม่ได้แน่ถ้าเห็นชานยอลร้องไห้เหมือนอย่างเมื่อสองปีที่แล้วที่สาวที่มันรักสุดหัวใจทิ้งมันไป



"อือ.. ขอบใจนะมึง"



ส่วนเขา.. มันก็แค่คนคนนึงที่โดนมองข้ามมาตลอด



โอ้ให้ตาย แบคฮยอนไม่อยากจะดราม่าในวันเกิดตัวเองหรอกนะ



"อ้าวไอ้แบค ร้องไห้ทำไมเนี่ย"




แต่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าน้ำตาไหลก็ตอนที่จงแดเดินมาทักนี่แหละ



ก็ควรจะชินได้แล้ว เพราะถึงเขาจะเลิกกับใครอีกกี่ครั้ง ยังไงแบคฮยอนก็ไม่ใช่หนึ่งในตัวเลือกอยู่ดี




ไม่ใช่ และคงไม่มีวัน









หลังจากวันนั้นที่เป็นวันเกิด ทุกอย่างก็เหมือนกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ



"โอซอง"



แบคฮยอนหันหน้ากลับไปเบ้ปากให้ไอ้ตัวสูงที่ยิ้มกว้างแล้วยกมือเกาหัวแบบเขินอาย ปาร์คชานยอลก็ยังเป็นคนเดิม ขี้เขิน ทำอะไรก็ต้องให้คนแบบเขาช่วยอยู่ทุกที อ้อ แต่มันก็เป็นแบบนี้แค่กับคนที่มันชอบเท่านั้นแหละ



ความจริงแล้วสถานการณ์ทุกอย่างก็เข้าสู่ความปกติเหมือนอย่างที่บอก



ยกเว้นอย่างเดียว ตอนเดินเข้ามาในห้องชมรมคหกรรม ปาร์คชานยอลมันเลิกเรียกชื่อแบคฮยอนเป็นคนแรก แต่เปลี่ยนไปเรียกโอซองแทนแล้ว



"เราซื้อขนมมาฝาก" มันยื่นขนมนมเนยเต็มถุงให้โอซองที่ยืนยิ้มอยู่ไม่ไกลจากแบคฮยอนเท่าไหร่นัก



"โห.. เพียบเลย เห็นเราเป็นคนกินจุหรอ"




"เปล่า เห็นมันน่ากินก็เลยนึกถึงเธอ"



แบคฮยอนเบะปากใส่ปาร์คชานยอลที่หันมาหวังจะให้เขาชื่นชมในความกล้าแสดงออกที่เพิ่มมากขึ้นของตัวเอง ร่างเล็กยังคงง่วนอยู่กับการปอกเปลือกแอปเปิ้ล แบคฮยอนไม่เคยทำมันได้ดีเลย พยายามทำให้เส้นมันต่อกันยังไงก็ไม่เคยได้



ไม่เห็นเหมือนโอซอง รายนั้นปอกได้ทุกลูก กลมป๊อกสวยงามกว่าของเขาประมาณสิบเท่า



เรื่องอื่น โอซองก็ทำได้ดีกว่าเขาเช่นกัน



ยกตัวอย่างเช่น



"โอ๊ะ แม่เมสเสจมาบอกว่าถึงแล้ว เดี๋ยวเรากลับก่อนนะ"



"เดี๋ยวเราเดินไปส่ง"



การได้รับการดูแลที่ดีจากปาร์คชานยอล



"ขอบใจนะ" โอซองเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้ม "งั้นเราไปก่อนนะแบคฮยอน อย่าลืมล็อคห้องนะ"



"ไม่เป็นไร กลับดีๆล่ะ"



แบคฮยอนเอ่ยอวยพร เขาแสร้งทำเป็นสนใจแอปเปิ้ลอีกครั้ง แล้วในขณะที่เสียงหัวเราะของคนทั้งสองคนเริ่มซาลงไป ความรู้สึกลึกๆในใจก็เรียกให้แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมามอง



แล้วเขาก็เห็นรอยยิ้มจริงใจบนหน้าของปาร์คชานยอลที่สว่างพอกันกับของโอซอง เห็นความเข้ากันของทั้งคู่ที่ช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน



เหมาะสมจนเจ็บไปหมดทั้งใจ




แบคฮยอนรีบปอกเปลือกแอปเปิ้ลลูกสุดท้ายแล้วเก็บใส่ถุงซิปล็อคก่อนจะเอาไปแช่ตู้เย็น เขาเก็บกวาดห้อง ปิดหน้าต่าง แล้วเดินออกมาโดยไม่ลืมล็อคประตู ตอนนี้ฟ้าข้างนอกมืดหมดแล้ว แบคฮยอนไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้เท่าไหร่ เพราะมันดูไม่ปลอดภัย



ยิ่งเวลาที่ไม่มีชานยอลอยู่ใกล้ๆ มันก็ยิ่งรู้สึกแบบนั้น



"แบค.."



แต่แล้วความปลอดภัยก็ครอบคลุมหัวใจของแบคฮยอนอีกครั้ง เมื่อปาร์คชานยอลยืนอยู่ท่ามกลางความมืดตรงหน้า แบคฮยอนสายตาสั้น เขามองหน้าชานยอลไม่ชัดนัก แต่น้ำเสียงถัดมาก็ทำให้มันชัดเจน



"แบคฮยอน..."



ชานยอลเสียงสั่นๆ แบคฮยอนจับสังเกตได้ เขาเห็นว่าอีกฝ่ายหัวเราะในลำคอเหมือนกำลังเยาะเย้ยอะไรสักอย่างอยู่



จนกระทั่งทั้งตัวของเขา ถูกกระชากเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของมัน



"โอซอง.. เค้าไม่ชอบกูจริงด้วยว่ะ"




และน้ำเสียงผิดหวังแบบนั้นจากปากของปาร์คชานยอล เขาไม่ชอบมันเอาเสียเลย



"เค้าไม่ได้ชอบกูจริงๆด้วยแบคฮยอน"








ชานยอลบอกว่าโอซองปฏิเสธมันอย่างนุ่มนวลขณะที่มันเดินมาส่งเธอถึงรถ



'เรารู้นะว่าชานยอลคิดอะไรกับเรา'



'แต่อย่าพยายามเลย'



'เราไม่ได้ชอบชานยอล.. ขอโทษด้วยนะ'



วันนั้นมันมานอนค้างที่บ้านเขาอีกแล้ว ให้เหตุผลว่าต้องฟุ้งซ่านจนเกือบตายแน่ๆกับการอกหักครั้งที่สองในชีวิต เขาเองก็ให้กำลังใจมันไปด้วยการบอกว่าผู้หญิงมีอีกเป็นล้านคนบนโลก ปาร์คชานยอลไม่ได้ว่าอะไร มันดึงตัวเขาเข้าไปกอดทั้งที่เรานอนอยู่บนเตียง แบคฮยอนเกือบจะใจเต้นแรงแล้วเชียว ถ้ามันไม่เอาขามาก่ายเขาไว้เสียก่อน



'มึงเหมือนหมอนข้างที่บ้านกูเลย เตี้ยๆป้อมๆเหมือนกัน' มันว่าอย่างนั้นจนเขาหมดอารมณ์จะเขิน



หลายเดือนถัดมาชานยอลก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ มันยังมารับเขาที่ห้องคหกรรมเหมือนเดิมทุกช่วงเย็น โอซองเองก็ยังคงพูดคุยเจื้อยแจ้วแบบเดิมอย่างกับเมื่อวันนั้นเธอไม่เคยบอกให้ปาร์คชานยอลตัดใจ



แต่นั่นก็ดี เพราะชานยอลมาบอกเขาว่ามันเริ่มชอบเธอน้อยลงแล้ว




เรื่อยมาจนกระทั่งวันสุดท้ายของการเรียน วันนี้ห้องคหกรรมคึกคักเพราะทุกคนในชมรมพากันมารวมตัวที่นี่ รวมทั้งอาจารย์กับรุ่นพี่ที่ออกไปแล้วก็ด้วย



เรามีปาร์ตี้ขนาดเล็กกัน มีการแข่งขันทำอาหาร(ซึ่งแน่นอนว่าแบคฮยอนไม่เข้าร่วม เพราะรู้ตัวว่าต้องตกรอบแรกแน่ๆ) เสียงเพลงดังกระหึ่มไปหมด แบคฮยอนคิดว่าชมรมอื่นก็คงไม่ต่างจากเขามากนัก แต่ชมรมเขามีความพิเศษกว่าก็ตรงกลิ่นชีสลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องนี่แหละ



"มึง" เสียงเรียกที่ดังขึ้นข้างหูทำให้แบคฮยอนละสายตาจากโอซองที่กำลังแข่งหั่นผักแบบเอาเป็นเอาตาย เขาหันหลังกลับมาก็เจอกับปาร์คชานยอลในลุคใหม่ที่ไม่ค่อยเห็น



เห็นว่าวันนี้ชมรมมันก็มีปาร์ตี้ แถมเป็นชมรมดนตรีก็เลยมีการแสดง และปาร์คชานยอลก็คงจะเป็นหนึ่งในนักดนตรีที่ร่วมแสดงด้วย ถึงได้แต่งหน้าซะดาร์กเต็มพิกัด ย้อมผมสีแดงแปร๋นแล้วก็เซ็ตขึ้นแบบนี้



"แสดงเสร็จแล้วหรอ" เขาเอ่ยถาม "ว่าแต่เอาเวลาไหนไปย้อมผมวะ เมื่อวานตอนเย็นยังเป็นสีดำอยู่เลย"



"ตอนสายๆให้พวกผู้หญิงในชมรมย้อมให้" มันตอบกลับมาเสียงดังฟังชัด แต่ก็ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่เพราะเสียงดนตรีในห้องดังกลบหมด "ออกมานี่ดีกว่า มีเรื่องจะคุยด้วย"



แบคฮยอนถูกลากแขนให้เดินออกมาจากห้องชมรมด้วยกัน ตรงทางเดินมีคนเดินไปมาขวั่กไขว่ เสียงเพลงจากห้องดนตรีดังมากจนทะลุออกมาแน่ะ แบคฮยอนชอบบรรยากาศสนุกสนานน่าตื่นเต้นแบบนี้จริงๆ



"เมื่อกี้กูดูประกาศผลเข้ามหาลัย.. กูสอบติดมหาลัยโซลแล้วนะ"



"เฮ้ย! ถามจริง!" แบคฮยอนเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น ไอ้ชานยอลมันอยากได้โควตาเข้าไปเรียนเกี่ยวกับดนตรีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว และเขาก็คอยลุ้นและเป็นกำลังใจให้มันมาโดยตลอด



"เออสิ แล้วมึงล่ะ"



แบคฮยอนนิ่งเงียบ เขาชะงักและลดรอยยิ้มบนใบหน้าลง พอเห็นสีหน้าคาดหวังเหลือเกินจากปาร์คชานยอลมันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกหนึบๆแถวๆหัวใจขึ้นมาอีก



"ชานยอล กูมีเรื่องนึง สำคัญมาก ต้องบอกมึงก่อนอะไรทั้งหมด"



แบคฮยอนรู้สึกใจวูบโหวงขึ้นมาเดี๋ยวนั้น มือไม้ของเขาเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ ร่างเล็กสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด มันมากเกินไปแล้วสำหรับเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราเป็นเพื่อนกันมานานเสียจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไรที่ตรงกับใจ



แต่ไหนๆวันนี้ก็วันสุดท้าย



"กูรักมึงนะ"



รักมาตั้งนานแล้ว



แบคฮยอนคิดว่าวินาทีเดียวก็นานแสนนานเหลือเกินในความรู้สึก เขารู้สึกอื้ออึงไปทั้งหูเมื่อได้เอ่ยพูดประโยคต้องห้ามเพียงหนึ่งเดียวออกไป



ชานยอลจะเกลียดเขาไปแล้วหรือเปล่านะ



"อือ"



".........."



"กูก็รักมึง"



"..........."



"เราเป็นเพื่อนกันนี่หว่า จะไม่รักกันได้ยังไง"



แต่มันไม่ใช่.. ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อยชานยอล



แบคฮยอนเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่านอกจากความโง่ในด้านการจีบสาวของชานยอลแล้วนั้น ความโง่อีกประการหนึ่งที่มันมีก็คือการที่มันไม่รู้ว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น



ที่บอกว่ารัก.. ไม่ได้ล้อเล่น แล้วก็ไม่ใช่แบบเพื่อนด้วย



แบคฮยอนรู้สึกหัวใจรวดร้าวหนักกว่าเดิมอีก แม้จะแฝงมาซึ่งความสบายใจเล็กน้อยเพราะชานยอลไม่ได้เกลียดเขา แต่มันก็อึดอัด



หรือบางที เขาก็ควรจะฝังมันให้หายไปจากตัวชานยอล 



หายไปพร้อมๆกับเขา



"ชานยอล.. ที่จริงแล้วกูไม่ได้สมัคร"



"ว่าไงนะ"



"คือ.." ร่างเล็กถอนหายใจหนักๆออกมาหนึ่งที "กูขอโทษ แต่กูไม่ได้สมัครมหาลัยโซลไปหรอก"



ชานยอลมีสีหน้าผิดหวังแบบที่คิดเอาไว้เลย แบคฮยอนเองก็รู้สึกตัวลีบเล็กลงไปเหมือนกัน เขาหลุบตาลง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ดูน่ากลัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ



มันเป็นความผิดของแบคฮยอนเอง เขาตกลงกับชานยอลว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยโซลไปด้วยกัน คะแนนของแบคฮยอนเป็นที่น่าพอใจจนเขาคิดว่าต้องสอบเข้าได้แน่ๆ แต่แล้วเขาก็เลือกที่จะทิ้งมันเอาไว้ แล้วหันไปมองมหาวิทยาลัยที่ต่างจังหวัดแทน



แบคฮยอนคิดว่ามันอันตรายเกินไป ถ้าขืนเขายังดันทุรังอยู่แบบนี้



"ไหนสัญญาแล้วไงว่าจะไปด้วยกัน"



เสียงของชานยอลทำให้แบคฮยอนกดดันเข้าไปอีก เขากัดริมฝีปาก ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเพื่อนที่ส่งน้ำเสียงผิดหวังมาให้



"สัญญาแล้วไม่ใช่หรอแบคฮยอน.. แล้วทำไมทำแบบนี้"



"..........."



"มึงจะทิ้งกูแบบนี้ได้ยังไง"



"............"




"หรือว่าเลิกชอบกูไปแล้ว"




แบคฮยอนเงยหน้าขึ้น สบตากับร่างสูงที่ขมวดคิ้วแล้วทำหน้าตาเหมือนคาดคั้นคำตอบ ร่างเล็กรู้สึกชาวูบตั้งแต่หัวจรดเท้า ยิ่งกว่าตอนนั้นที่ชานยอลเมินวันเกิดของเขาเสียอีก



"มึง.. หมายความว่ายังไง"



"มึงว่ากูเหมือนไอ้หน้าโง่ไหม"



"..........."



"กูอาจจะโง่เรื่องจีบสาว ก็ใช่.. แต่มีเรื่องนึงที่กูมั่นใจว่าตัวเองไม่เคยโง่ คือเรื่องของมึง"



"............."



"คิดว่ากูไม่รู้หรอ ตอนที่มึงพยายามจะบอกกูให้ชวนโอซองทำนู่นทำนี่ ทั้งที่แววตาของมึงอย่างกับคนที่ใจแตกสลายไปแล้ว"



"............."



"อันที่จริงกูไม่ได้ชอบโอซองหรอก" ชานยอลว่าก่อนจะล้วงมือเข้าไปพักไว้ในกระเป๋ากางเกง "แล้วกูก็ไม่เคยบอกชอบเขาด้วย"



คราวนี้แบคฮยอนรู้สึกเหมือนสมองตื้อไปชั่วขณะ เขาเงยหน้ามองปาร์คชานยอลอีกครั้งด้วยสายตาเปลี่ยนไป มันระคนความสงสัยจนอีกฝ่ายคงสังเกตเห็น



"ก็แค่อยากลองพิสูจน์ให้มั่นใจสักหน่อย ว่าที่จริงแล้วมึงคิดกับกูยังไง



มันบอกออกมาอีกเหมือนต้องการจะตอกหน้าให้รู้กันไปเลย ว่าใครกันแน่ที่เป็น 'คนโง่'



"ตั้งแต่เรื่องของแฟนเก่ากูตอนนั้นแล้ว.. สายตามึงน่ะ ไม่เคยแนบเนียนเลยแบคฮยอน"



"แสดงว่ามึง.. หลอกกู"



"ใครกันแน่ที่หลอกใคร"



"............"



"มึงนั่นแหละที่หลอกกูว่าคิดแค่เพื่อน ไม่เห็นเคยบอกสักคำว่าชอบกู"



แบคฮยอนไร้ซึ่งคำจะเถียง หรือเรียกได้ว่าเขาไม่ต้องการจะเถียงกับปาร์คชานยอลอีกต่อไปแล้ว ร่างเล็กก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง ..ที่มันใกล้เกินไป และสมควรจะไกลกว่านี้เสียที



ปาร์คชานยอลรู้หมดแล้ว และเขาไม่ควรจะอยู่ตรงนี้อีก



"ไม่เป็นไรหรอกน่า.. คิดซะว่าเป็นเรื่องตลกร้าย" แบคฮยอนส่งยิ้มฝืนๆไปให้ "เอาไว้คุยโม้ให้ลูกมึงในอนาคตฟังก็ได้ว่าเคยมีเพื่อนสนิทแอบชอบพ่อด้วยนะ ..หรืออะไร-"



แบคฮยอนถูกรวบเข้าไปไว้ในอ้อมกอดของปาร์คชานยอลโดยไม่ทันตั้งตัวอีกครั้ง ไม่ต่างอะไรจากวันนั้นที่ชานยอลโกหกเขาว่าโดนโอซองหักอก



มันก็กอดเขาแบบนี้ และบีบน้ำตาออกมาได้อย่างกับนักแสดงเจ้าบทบาท



"กูโกรธมึงมากเลยนะ ให้ตายเถอะ"



"..ฮึก"



"สมมติถ้ากูถามมึงออกไปว่า 'ชอบกูหรอ' มันก็จะดูหน้าด้านผสมกับหลงตัวเองเกินไป กูเลยเลือกที่จะรอให้มึงพูดจนไม่รู้จะรอยังไงแล้ว แต่มึงก็ไม่พูดออกมาสักที"



แบคฮยอนหายใจติดขัด เขารู้สึกแสบโพรงจมูกกับกระบอกตาไปหมดเพราะดันร้องไห้ออกมา



"ก็เมื่อกี้กูบอกว่ารักแล้ว มึงก็.. ฮึก.. หาว่ากูรักแบบเพื่อน"



"ดัดนิสัยไง ผู้ร้ายปากแข็งก็ต้องเจอแบบนี้ไหมล่ะ" ชานยอลกระชับกอดที่แฝงไว้ซึ่งความโมโหเข้าไปอีก "กอดให้กระดูกแตกเลยดีไหม กูจะทำยังไงกับมึงดีนะแบคฮยอน"



"ฮึก.. มึง.. มึงมันประสาท



ร่างเล็กร้องไห้ไปยิ้มไป ถ้าสมมติว่านี่คือความฝัน ก็คงเป็นความฝันที่ดีที่สุดในโลกเลย แบคฮยอนกอดตอบร่างสูงๆที่ยืนอยู่ เขารู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า แต่ก็คงไม่ต่างอะไรจากชานยอลมากนัก



"กูจะไม่ขอมึงเป็นแฟนวันนี้ หรือบอกรักมึงตอนนี้หรอก เพราะโกรธอยู่"



".........."



"แต่ยังไงสักวันกูก็จะบอกว่ากูรักมึงนะ.. แล้วก็จะถามด้วยว่าคบกับกูไหม"



ร่างเล็กยิ้มแล้วหัวเราะออกมา ปาร์คชานยอลผละร่างของเขาออกก่อนจะเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าให้ทั้งที่ยังขมวดคิ้วเหมือนคนโมโหอยู่อย่างนั้น



"ยังไม่หายโกรธนะเว้ย แต่มึงร้องไห้แบบนี้แล้วไม่ดีเลย" ชานยอลส่ายหัวเบาๆ "ดูดิ ตาบวมเหมือนมะนาวในห้องคหกรรมไม่มีผิด ร้องไห้หาพ่อมึงหรือไงเนี่ย"



"ไอ้ห่า ไหนคือความโรแมนติกวะ



"ก็ตรงที่กูไม่ชอบให้มึงร้องไห้ไง โง่อีกละ



แบคฮยอนตบหัวไอ้คนตัวสูงเข้าไปเต็มๆ นี่คือคำพูดคำจาของคนที่กำลังจะเลื่อนสถานะจากเพื่อนไปเป็นแฟนจริงๆหรือไง



"โอ้ย! ตบหัวกูทำไมเนี่ย!"



"มึงแม่งไร้ซึ่งความโรแมนติก ไม่น่าล่ะสาวๆถึงหนีหมด"



"สาวๆหนีหมด.. ก็จริงแฮะ" ชานยอลรวบเอวเขาเข้าไปใกล้ "แล้วมึงล่ะ จะหนีกูไหม"



แบคฮยอนหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ จริงๆมันก็น่าจะเขินอยู่หรอก ถ้าหากว่าปาร์คชานยอลส่งสายตาเจ้าชู้หรือกรุ้มกริ่มแบบที่ชอบแสดงให้โอซองเห็นมาให้เขาสักหน่อย ไม่ใช่ขมวดคิ้วอย่างกับจะกินหัวกันแบบนี้



"ไม่หนีหรอกน่า"



"............"



"ก็ชอบมึงขนาดนี้นี่หว่า"




จริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรเสียหายนัก แบคฮยอนหมายถึงหัวใจของเขาที่แตกไปแล้ว ปาร์คชานยอลก็ซื้อกลับมาใหม่ให้ชนิดที่รูปร่างดีและสมบูรณ์เหมือนเดิม



นอกจากไลฟ์สไตล์ที่คล้ายกันแล้ว เราสองคนเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง



คือเรา 'โง่' พอๆกันเลย



"กูว่ามึงโง่กว่ากูนะ ไม่งั้นก็น่าจะรู้แล้วว่ากูแอคติ้งทำเป็นชอบโอซอง"



"มึงนั่นแหละควายแท้ๆเลย กูชอบมึงมาตั้งนานแล้วแต่เพิ่งมาจับสังเกตได้"



"สังเกตได้ตั้งนานแล้วโว้ย!"



"แต่ยังไงมึงก็โง่กว่ากูอยู่ดีนั่นแหละไอ้ปาร์ค"



ขอถามอีกรอบแล้วกัน




นี่คือบทสนทนาของคนที่กำลังจะเลื่อนสถานะจากเพื่อนไปเป็นแฟนจริงๆน่ะหรอ?










บยอนแบคฮยอนมีความสุขมากเหลือเกิน.. เขาคิดว่าเขาอาจจะฝันไป




แล้วเช้าวันนั้น.. แบคฮยอนก็สะดุ้งตื่นจากความฝัน









ล้อเล่น55555555555555








#น้ำผึ้งมะนาวCB


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,420 ความคิดเห็น

  1. #3316 parkxbyun (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 14:12
    เอาซะเนียน
    #3,316
    0
  2. #2790 pcy921 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 23:07
    น่ารักจังเล้ยยยยยย ขำ กวย-เตียว 5555
    #2,790
    0
  3. #2543 phirayajungkook (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:52
    เขินนนนน
    #2,543
    0
  4. #2457 thisxFirst (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 18:47
    อ๊าา เพลงของสครับบ์นี่นาา >< เนื้อเรื่องน่ารักมากเลยย ชอบๆ
    #2,457
    0
  5. #2409 CHan CHaNom (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 09:33
    เฮ้ย แม่งใช่อะ น่ารักตัวแตกเลย เฮ้ยแก ชอบอ้ะะะะะ กรี๊ดดดดดดดด
    #2,409
    0
  6. #2396 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 11:08
    ยังงั้นเลยนะะะ
    #2,396
    0
  7. #2115 babemay (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 20:25
    ชอบเรื่องนี้มากชอบความกวนตีนแต่ใส่ใจของชานยอล อยู่ด้วยกันละตลกมาก ฮือ555555555555555555555
    #2,115
    0
  8. #1760 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 15:01
    น่ารักอีกแล้วอ่า
    #1,760
    0
  9. #1621 พูลิน พูลิน (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 23:46
    โอ้ยยยยยยชอบหนูชอบอะไรแบบนี้ อ๊ากกกก ไม่ต้องหวานมากกวนตีนมากๆแบบนี้แหละดี
    #1,621
    0
  10. #1528 oohse_karn (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 22:21
    เคยบอกชอบแบบนี้ด้วยแหละ 555555 แล้วเค้าก็ไม่เชื่อ -3-
    #1,528
    0
  11. #1445 toonny_do (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 11:44
    โอ้ยสนุกมากกกกกน่ารัก ชานยอลแบบชอบก็บอกตรงมากไม่มีเขินอายเล้ยย5555555
    #1,445
    0
  12. #1319 dark chocolate (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 01:11
    ตอนนี้น่ารักง่าาาาา พิชันใจดีมากเลย อบอุ่นไปอีก ง้ากกก
    #1,319
    0
  13. #1314 pim pimmi (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 22:14
    น่ารักแบบแปลกๆ 5555
    #1,314
    0
  14. #1255 skyva (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 12:49
    ชอบบบบอยากอ่านเป็นเรื่องยาวมากเลยค่ะ?
    #1,255
    0
  15. #1056 azaleanight (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 07:41
    โอ้ยยยยยย น่ารักมากกกกกก อยากอ่านต่ออีกเบย แง้
    #1,056
    0
  16. #1055 Nursery*purr-fect (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 02:41
    น่ารักมากกก ชอบที่บรรย่กาศเป็นในไทยนะคะ นึกสภาพได้ง่าย 555 ขอเป็นแฟนแบบเนียนๆเลยนะ ใช้สถานการณ์บังคับเข้าช่วย
    อยากให้มีตอนต่อจังเลยค่ะ >< เพื่อนๆจะว่าไงหนึ่งในสมาชิกกลุ่มคบกัน กร๊ากๆๆๆ จะมาปรองดองกันมั้ย
    #1,055
    0
  17. #1054 SkyApril (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 01:59
    ชอบบบบบบบบ เหมือนเค้าอยู่ไทยกันจริงๆ ก็บอกว่ามากรุงเทพเนอะ 555

    ชอบพล๊อตมาก แต่งสนุกมาก

    เรื่องแรกๆทำน้ำตานองเลย หลังๆมานี่ยิ้มจนเมื่อย แต่สนุกทุกเรื่องเลย

    ติดตามนะคะ :)
    #1,054
    0
  18. #1053 dyodo12 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 23:23
    น่ารักมากโอ้ยยยยยยยย อยากให้แต่งเป็นฟิคยาวเลย อยากอ่านโมเม้นตอนอยู่ในมอ555555555
    #1,053
    0
  19. #1052 แบ้กซี่ซู่ซ่าส์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 15:24
    ฟีลกู๊ดมาก วี๊ดดดดดด น่ารักกก
    #1,052
    0
  20. #1051 Daodyoo_ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 14:22
    น่ารักมากเยยย
    #1,051
    0
  21. #1050 meaw s (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 12:39
    แงงงงงงงงมีความน่าย้ากก
    #1,050
    0
  22. #1049 Aom_Safety (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 12:10
    แฮ่ น่ารักเต็มไปหมด.โง้ยยย
    #1,049
    0
  23. #1048 แซลม่อนแก๊งลูกหมา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 10:47
    สนใจค่า
    #1,048
    0
  24. #1047 อิ อิ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 09:44
    ชอบมากกกกกกกกกกก ต้องมีตอนต่อไปนะ 555 ประทับใจพี่ปาร์ค เราสนใจนะ ถ้าไรจะรวมเล่ม
    #1,047
    0
  25. #1046 Rabbit.B (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 09:14
    เราเห็นด้วยกับที่ไรท์ทอล์คมากอ่ะแบบเพื่อนกันมันไม่เป็นแบบเนร่ตอบวิต่อวิเลยหูยโคตรสเปเชี่ยลนี่ผ่านมาวันนึงแล้วยังไม่เลิกเขินเลย5555555555 เราชอบเรื่องนี้มากอยากให้มีต่อจังเลยยยยแบบพาร์ทตอนไปไหว้คุณแม่ที่เกาอิอิ
    #1,046
    0