{SF,OS} honey lemon juice ♡ ll chanbaek

ตอนที่ 25 : {SF} oops! - 3/3 [END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    3 พ.ค. 61




warning : อ่านทอร์คด้วยนะก้ะที่รัก








ไม่มีอะไร

.




.



.




.



.





 

 

 

 

 

แบคฮยอนรู้ตัวว่าตัวเองเหมือนเด็ก

 

 

เขาหมายถึงลักษณะนิสัยของตัวเอง มันไม่ได้เด็กในรูปแบบของความงอแงง้องแง้ง หากให้เปรียบเทียบกับเด็กก็คงเป็นเหมือนเด็กแสบๆสักคนที่ชอบแกล้งชาวบ้านไปทั่ว แบคฮยอนรู้ว่าตัวเองเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เขาชอบแกล้งหมาที่บ้าน แกล้งคนข้างบ้าน หรือแม้กระทั่งแกล้งเพื่อนในห้องเรียน

 

 

แต่คนเรามันก็มีเหตุผลในการทำสิ่งๆหนึ่งกันทั้งนั้น

 

 

เพราะถ้าหมาที่บ้านไม่ขู่และทำท่าเหมือนจะกัดเขา ถ้าคนข้างบ้านไม่พยายามสอดรู้สอดเห็นเรื่องของเขาจนเกินงาม หรือถ้าเพื่อนในห้องเรียนไม่ขโมยยางลบเขาไปก่อน แบคฮยอนก็จะไม่ทำตัวให้เป็นเด็กแสบซนในสายตาของคนอื่นหรอก

 

 

เหมือนอย่างวันนี้ วันที่สี่ในการมาอยู่ที่ห้องของปาร์คชานยอล แบคฮยอนสบายดี เขาไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับการต้องใช้ชีวิตร่วมกันสามคน บางทีนายองก็คอยห้ามปรามเวลาเขาจะมีปากเสียงกับชานยอล แบบนั้นก็ดีแล้ว เราต่างคนก็มีหน้าที่ของตัวเอง แม้นายองจะไม่ได้ทำงาน แต่เธอก็ช่วยเรื่องงานบ้านอยู่บ่อยๆ

 

 

แบคฮยอนคิดอย่างนั้นมาตลอดสามวัน จนกระทั่งวันนี้

 

 

มันเป็นตอนที่เขากำลังนั่งเขียนต้นฉบับนิยายเรื่องล่าสุดอยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่นที่เขาจับจองให้กลายเป็นสมบัติของตัวเอง คนตัวเล็กนั่งตรงพื้นแล้วก้มหน้าก้มตาทำงาน บรรยายเรื่องราวในหัวออกมาได้ดีเหมือนเป็นมืออาชีพ จนกระทั่งเสียงของเครื่องปั่นน้ำผลไม้ดังขึ้นสมาธิของแบคฮยอนก็ฟุ้งกระจาย วันนี้ปาร์คชานยอลไปบริษัทเพื่อนำเสนอโปรเจ็ค จึงสรุปได้ว่าต้นเหตุของความเสียงดังนั้นมาจากนายอง

 

 

แบคฮยอนไม่ได้เคืองอะไรมากนัก เขารอจนกระทั่งเสียงเครื่องปั่นเงียบลงแล้วจึงทำงานต่อ พักหนึ่งหางตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบ้างอย่าง เขาหันไปก็เจอนายองที่ถือแก้วน้ำผลไม้ปั่นมานั่งที่โซฟาด้านหลัง หากมองไม่ผิด เขาเห็นเธอถือกระดาษอะไรสักอย่างมาด้วย แต่เราไม่ได้สนิทใจกันถึงขนาดต้องไถ่ถาม แบคฮยอนจึงหันหน้ากลับมาใส่ใจกับงานของตัวเองแทน

 

 

นี่.. แบคฮยอน  นายองเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงโทนเดิม โทนเย็นๆ ฟังแล้วละมุนหูแบบที่เธอชอบทำ บิลค่าไฟเดือนนี้มาแล้วล่ะ

 

 

คนตัวเล็กหันไปเลิกคิ้วแล้วจ้องหน้าเธอ นึกตะขิดตะขวงใจไม่น้อยที่นายองตีหน้าเรียบเฉยแบบที่เขาไม่เคยเห็น ก่อนที่เธอจะกางกระดาษใบนั้นออกแล้วอ่านให้เขาฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำ เดือนนี้ค่าไฟเพิ่มขึ้นตั้งเกือบสองหมื่นวอน เดือนที่แล้วมันยังไม่เยอะเท่านี้เลย

 

 

ต้องการจะบอกอะไรเราหรอ? แบคฮยอนเอ่ยถามถึงจุดประสงค์เพื่อให้เธอเลิกพูดอะไรที่มีแต่น้ำเสียที

 

 

เดือนนี้จะช่วยออกค่าไฟเท่าไหร่ล่ะ

 

 

ว่าไงนะ แบคฮยอนขมวดคิ้ว อะไรของเธอ เราไม่เข้าใจ

 

 

ต้องให้พูดหรอ

 

 

............

 

 

ฉันรู้ว่านายมาอยู่ในฐานะผู้อาศัย แต่มีการมีงานทำแล้ว ไม่คิดจะช่วยชานยอลจ่ายอะไรที่เป็นส่วนรวมบ้างหรือไง สรรพนามที่ไม่คุ้นชินนั่นทำให้แบคฮยอนชะงักไป ถึงจะเป็นญาติ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำอะไรตามใจ-”

 

 

เราไปทำอะไรแบบนั้นตอนไหนกัน แบคฮยอนแทรก เขาเห็นแววตาเกรี้ยวกราดเล็กน้อยจากหญิงสาวตรงหน้า อีกอย่าง.. เราเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้สี่วัน เธอคิดว่าเราเป็นใครถึงจะทำให้ค่าไฟเพิ่มกระฉูดได้ขนาดนั้น

 

 

.............”

 

 

ไม่ใช่เธอเองหรอกหรอ.. ที่พอเวลาชานยอลไม่อยู่ก็ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นว่าเล่น แบคฮยอนปรายตามองแก้วน้ำผลไม้ปั่นของหญิงสาวตรงหน้า เขาคงมองเธอผิดไปจริงๆ เพราะตอนนี้เธอดูไม่ต่างอะไรกับพวกนางร้ายในนิยายที่แอบชอบพระเอกแล้วต้องการเขี่ยให้คนรอบข้างพระเอกทุกคนออกไป

 

 

ฉันพูดอะไรหน่อยได้ไหม นายองมีแววตาสั่นไหว แต่นั่นก็แค่ชั่วครู่ ฉันกับชานยอล เราอยู่ที่นี่กันอย่างมีความสุขมาตลอดหนึ่งเดือน

 

 

.............

 

 

นายคงรู้ว่าฉันชอบเขา

 

 

แบคฮยอนไม่โง่หรอก และสิ่งที่นายองพูดมานั้นก็ยืนยันทุกอย่างว่าเขาไม่ได้โง่ รู้สิ.. เรารู้

 

 

นายรู้.. แล้วก็รู้ด้วยใช่ไหมว่าเขาเองก็ชอบฉัน

 

 

แบคฮยอนไม่ได้ตอบอะไร เขามองตากับหญิงสาวตรงหน้าที่ดูเหมือนผู้ป่วยทางจิตเข้าไปทุกขณะ ในเมื่อรับรู้มาว่าเขาเป็นแค่ญาติแล้วยังจะเอาอะไรกับเขาอีก

 

 

ฉันไม่รู้ว่าพวกนายเป็นญาติกันแบบไหน คำพูดคำจาถึงได้ดูห่างเหินแต่การกระทำกับสายตากลับสวนทาง” นายองยกขาขึ้นไขว่ห้าง แบบที่แบคฮยอนไม่เคยเห็น และแน่นอน.. ปาร์คชานยอลคงประหลาดใจกับเรื่องนี้ถ้าเขาได้เห็น ญาติน่ะไม่มีทางรักกันได้หรอกนะ

 

 

แบคฮยอนอยากจะแค่นหัวเราะใส่หน้าเธอเสียจริง เขาพอจับใจความได้แล้วว่านายองกลัวว่าเขากับชานยอลจะเป็นประเภทรักในสายเลือดเดียวกัน เธอคิดผิดไปมาก.. แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีส่วนถูก

 

 

เธอจะมากังวลอะไร ถ้าคิดว่าเรากับชานยอลเป็นแค่ญาติกัน

 

 

อะไรนะ

 

 

ก็เป็นแค่ญาติ.. มันจะรักกันได้ยังไงล่ะ จริงไหม

 

 

แบคฮยอนคิดว่าเขากำลังบอกเธอทางอ้อม แม้เขาจะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่นายองพูดมาเรื่องการกระทำกับสายตาอะไรนั่นมันออกมาในรูปแบบไหนสำหรับคนอื่น แต่เขาก็ทำมันออกมาแบบปกติ

 

 

ก็เหมือนเคย

 

 

ฉันขอพูดตามตรง.. แบคฮยอน เธอเรียกเขาแล้วมองมาด้วยแววตาชิงชัง ทุกอย่างมันกำลังจะดีอยู่แล้ว

 

 

“………”

 

 

จนกระทั่งนายเข้ามา

 

 

คำพูดนั้นทำเอาแบคฮยอนคิ้วกระตุก เขากำลังคิดว่าก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของนายองกับชานยอลมันอยู่ในรูปแบบไหนกัน เธอถึงได้กล้าพูดกับเขาด้วยถ้อยคำแบบนี้ แล้วมันจริงไหมที่ว่าถ้าเขาไม่เข้ามา เธอกับชานยอลคงได้คบกันไปแล้ว

 

 

และแบคฮยอนกำลังสงสัย.. ว่าถ้าเธอรู้สถานะที่แท้จริงของเขากับชานยอล มันจะเกิดอะไรขึ้น

 

 

แบคฮยอนพับแมคบุ้คและคว้ามันพร้อมกับสมุดและปากกาขึ้นแนบอก เขายืนขึ้นจ้องหน้าเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย แบบเดียวกับที่เธอส่งมาให้ แต่ไม่มีแววตาท้าทายเหมือนเธอหรอกนะ เพราะเขารู้ว่านั่นน่ะคือแววตาของพวกไม่มีความมั่นใจในตัวเองเอาซะเลย

 

 

ถ้างั้นฉันก็ต้องขอโทษด้วย ถ้าฉันเข้ามาอยู่ที่นี่แล้วมันทำให้เธอเคียดแค้นหรืออะไรเทือกนั้น แบคฮยอนเปลี่ยนสรรพนามบ้างเมื่อสำเหนียกได้ว่านายองไม่ได้เป็นมิตรกับเขาอีกต่อไป เขายืนทิ้งสะโพกแล้วเอียงคอมองเธอ แต่เธอน่ะ ไม่เคยรู้อะไรหรอกนายอง

 

 

...........

 

 

ถ้าชานยอลเขาชอบเธอจริง.. เธอก็ไม่เห็นจะต้องระแวงอะไร โดยเฉพาะกับฉันที่เป็นญาติ

 

 

แบคฮยอนปรายตามองเธอเป็นหนสุดท้าย เขาเดินไปใส่รองเท้าที่หน้าห้องโดยมีจุดหมายคือร้านกาแฟด้านล่างคอนโด เขาไม่อยากหายใจร่วมกับเธอในห้องนี้อีกต่อไปแล้ว

 

 

และก่อนที่จะออกไป แบคฮยอนก็ทิ้งคำพูดเอาไว้อีกประโยคหนึ่ง

 

 

คนอย่างเธอมันไม่เคยรู้อะไรหรอก นายอง

 

 

ใช่.. เธอน่ะไม่เคยรู้อะไรเลย ว่าเขาเป็นว่าที่ภรรยาในอนาคตของปาร์คชานยอลต่างหาก

 

 

โดยที่เขาเองก็เต็มใจ

 

 


 

 

 

ปาร์คชานยอลกำลังไม่พอใจอย่างถึงที่สุด

 

 

มันเรื่องบ้าอะไรกันชานยอล..

 

 

............

 

 

บอกสิว่าแม่ชานยอลแค่ล้อเราเล่น บอกเราสิชานยอล!”

 

 

นายองกำลังโกรธจัดและเขารู้ เธอเข้ามาจับแขนของเขาไว้พร้อมกับแววตาเหมือนต้องการจะคาดคั้นอะไรบางอย่าง ชานยอลไม่ตอบ เขาเอาแต่ก้มหน้าลงมองเท้าของตัวเองที่กำลังยืนอยู่ในห้องห้องเดิมที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทุกอย่าง

 

 

ไม่อยากจะเชื่อว่าเวลาเพียงไม่ถึงอาทิตย์จะทำให้ทุกอย่างบานปลายได้ถึงขนาดนี้ นายองโกรธมากตอนที่รู้ความจริงว่าเขากับแบคฮยอนไม่ใช่ญาติกัน แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นความผิดของเขาเองที่โกหกเธอไปแบบนั้น แต่แบคฮยอนเองก็ผิดเช่นกันที่คิดแผนการพวกนี้ขึ้นมา

 

 

คิดว่าเขาไม่รู้หรอว่าแบคฮยอนจงใจจะแกล้งนายอง

 

 

แบคฮยอนรู้ว่านายองชอบเขา

 

 

เราขอโทษ

 

 

ขอโทษงั้นหรอ นายองทำหน้าตาผิดหวังผสมกับความเกรี้ยวกราด จะบอกว่าทุกอย่างเป็นความจริง นายกำลังจะแต่งงานกับไอ้นั่นงั้นหรอปาร์คชานยอล!”

 

 

ชานยอลเข้าใจว่าเธอกำลังโกรธ เป็นใครก็ต้องโกรธทั้งนั้นที่ถูกหลอกในเรื่องที่เปราะบาง แต่เขาไม่ชินเลยที่นายองแสดงท่าทางเกรี้ยวกราดแบบนี้ นายองเพื่อนของเขาที่น่ารักคนนั้นหายไปไหนกัน

 

 

เป็นไปตามคำสั่งของแม่.. เราคงต้องแต่ง

 

 

...........

 

 

เราขอโทษที่โกหก แต่เราแค่อยากให้นายองสบายใจ

 

 

ชานยอลเอ่ยบอกไปตามความจริง เขารู้ว่านายองชอบเขา แม้มันจะอึดอัดไปบ้างในคราวแรกๆ แต่เขาก็คิดมาเสมอว่าเธอเป็นเพื่อน เขาพยายามกั้นขอบเขตระหว่างเราไม่ให้เกินเลยไปมากกว่านั้น นายองเป็นแค่เพื่อนที่มาขอความช่วยเหลือเพราะถูกหักอกและต้องการจะหนีจากผู้ชายใจร้ายคนหนึ่ง เขามองเธอเป็นแบบนั้นมาโดยตลอด

 

 

แล้วเราล่ะ ชานยอลจะเอาเราไปไว้ที่ไหน

 

 

.............

 

 

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา.. มันกำลังจะดีขึ้นไม่ใช่หรอชานยอล

 

 

............

 

 

“……….”

 

 

ขอโทษ..

 

 

.............

 

 

ขอโทษอีกครั้งนะนายอง ชานยอลก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตาของเพื่อนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม เราดูเหมือนคนที่ให้ความหวังเธอใช่ไหม เราผิดเอง แต่..

 

 

............

 

 

แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอก.. เราคิดกับเธอแค่เพื่อน

 

 

.............

 

 

แค่เพื่อนจริงๆนายอง

 

 

นายองมองมาทางเขาด้วยแววตาเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด เธอเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็เก็บคำพูดนั้นลงคอ นายองหันไปมองแบคฮยอนที่นั่งอยู่ตรงโซฟาแล้วมองพวกเรามาสักพักแล้ว เธอกำลังจะร้องไห้ แต่ก็พาตัวเองวิ่งเข้าไปในห้องนอนเสียก่อนโดยมีเขามองตาม เพียงไม่นานเธอก็ออกมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางที่ยังปิดไม่สนิทดี

 

 

นายองมองหน้าเขาเพียงพักเดียวสลับกับมองหน้าแบคฮยอน ก่อนที่เธอจะส่งสายตาตัดพ้อครั้งสุดท้ายมาให้แล้วเดินออกไปจากห้องโดยทิ้งเสียงปิดประตูที่ดังก้องไปทั่วทั้งชั้นเอาไว้

 

 

เขาหายใจเข้าลึกจนสุดขั้วปอดแล้วเดินไปนั่งตรงโซฟา เขามองหน้าแบคฮยอนที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนอะไรราวกับว่าวีรกรรมที่ทำไปมันเป็นเรื่องปกติ

 


เลิกเล่นโทรศัพท์สักที ชานยอลเอ่ยเมื่อเริ่มจะหมดความอดทน แบคฮยอน

 

 

.............

 

 

บยอนแบคฮยอน ฉันบอกให้เลิกเล่นโทรศัพท์!” เขาขึ้นเสียง และนั่นทำให้แบคฮยอนช้อนตาขึ้นมามอง เจ้าตัวถอนหายใจแล้วเก็บโทรศัพท์มือถือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แบคฮยอนนั่งเอนหลังไปกับโซฟาเหมือนพวกไม่มีความผิด ทั้งๆที่ตัวเองก็รู้ดีว่าทำเรื่องอะไรไว้

 

 

อยากจะพูดอะไร แบคฮยอนเอ่ยถาม และนั่นทำให้เขาแค่นหัวเราะออกมา

 

 

อยากพูดอะไรงั้นหรอ ปาร์คชานยอลสวนกลับ ฉันต่างหากที่ต้องถามว่านายคิดจะทำอะไร

 

 

...........

 

 

เล่นกับความรู้สึกคนอื่น มันสนุกนักหรอแบคฮยอน

 

 

“อาจจะใช่ในตอนแรก" แบคฮยอนเอ่ยสารภาพออกไป "แต่ตอนนี้ฉันไม่เคยคิดว่ามันสนุก ถ้านายจะฟังกันบ้าง-”

 

 

ฉันคิดว่านายจะเป็นพวกแสบแค่การกระทำเหมือนพวกเด็กซนๆ แค่นั้นซะอีก

 

 

แต่.. แต่นายองเคยพูดไม่ดีกับฉันก่อนนะ ชานยอล

 

 

ตอนนี้ฉันรู้แล้ว

 

 

.............

 

 

ว่านายก็เป็นแค่พวกนิสัยไม่ดีคนหนึ่งเท่านั้นเอง

 

 

แบคฮยอนรู้สึกเหมือนมีหินหนักๆมาถ่วงเอาไว้ในใจ เขาช้อนแววตาสั่นระริกขึ้นมองหน้าปาร์คชานยอลที่ฉายแววผิดหวังในตัวเขาเหลือเกิน ไม่คิดบ้างหรอว่าแบคฮยอนเองก็ผิดหวังเช่นกันที่ชานยอลพูดจาร้ายกาจกับเขาแบบนี้ ผิดหวังเหมือนกันที่ปาร์คชานยอลไม่ยอมฟังอะไรเขาเลย

 

 

ผิดหวังจนรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว

 

 

ถ้านายคิดอย่างนั้น ฉันจะไม่อยู่เป็นคนนิสัยไม่ดีในสายตานายก็ได้ แบคฮยอนเอ่ยออกมาเพราะความน้อยใจที่ประทุขึ้นมา

 

 

ถ้างั้นก็ไปซะ” ปาร์คชานยอลยืนขึ้น ก่อนจะส่งสายตากดดันไปให้คนที่ยังนั่งอยู่บนโซฟา ออกไป

 

 

แบคฮยอนไม่ชอบนิสัยขี้น้อยใจพวกนี้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความน้อยใจที่อีกคนไม่แม้แต่จะเหลียวมอง

 

 

แล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก

 







30%







ความอบอุ่นจากฮีตเตอร์มันทำให้อุ่นได้แค่เพียงร่างกาย ส่วนหัวใจนั้นไม่เกี่ยวข้อง

 

 

ปาร์คชานยอลนั่งนิ่งๆอยู่บนโซฟามาสักพักแล้วหลังจากที่เหลือเพียงตัวเขาภายในห้องนี้ คำพูดก่อนออกไปจากห้องของบยอนแบคฮยอนยังคงกระเด้งกระดอนอยู่ในหัวเขาเหมือนลูกบาสเกตบอล แม้คนพูดจะแย้มยิ้มที่มุมปากเหมือนไม่ยี่หระ แต่คำพูดนั้นช่างฝังใจคนฟังเหลือเกิน

 

 

นายเป็นคนยังไงกันแน่นะ?

 

 

.............

 

 

ฉันคิดมาตลอดว่านายชอบนายอง แต่ก็ไม่ใช่

 

 

............

 

 

จนถึงตอนนี้ฉันกำลังคิดว่านายจะมีเหตุผลมากพอ แต่ก็ไม่ใช่อีก

 

 

............

 

 

โดนปีศาจตัวไหนกินเข้าไปแล้วล่ะ

 

 

............

 

 

ปาร์คชานยอลคนเดิมน่ะ

 

 

ชานยอลมองปลายเท้าตัวเองที่เหยียดยาวออกไปด้านหน้านิ่งๆ ล้านความคิดตบตีกันอยู่ในหัวเขา ชานยอลกำลังสงสัยเหลือเกินว่ามันมีอะไรหรือเปล่าระหว่างเขากับแบคฮยอน เราเคยรู้จักกันมาก่อนไหม หรือว่าอีกฝ่ายจะเคยรู้จักเขาเมื่อนานมาแล้ว

 

 

ทำไมถึงได้ชอบพูดจาอะไรแปลกๆนัก..

 

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชานยอลหลุดออกจากภวังค์ก่อนจะคว้ามันขึ้นมาจากบนโต๊ะญี่ปุ่น เขาถอนหายใจตอนที่เห็นว่าปลายสายคือแม่บังเกิดเกล้าของตัวเอง แต่เขาก็กดรับทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ

 

 

ครับ

 

 

[ไงตาชาน]

 

 

ไงแม่ ลูกชายคนเล็กวิ่งแจ้นไปฟ้องอะไรแล้วล่ะสิถึงได้โทรมาหาผม” ชานยอลพูดไปแค่นหัวเราะไป แม่โทรมาแบบนี้ก็คงไม่พ้นการโทรมาด่าเขา และถ้าให้เดาก็คงเป็นเรื่องของบยอนแบคฮยอนที่คุณนายหลงนักหนาอย่างกับจะเอามาเป็นลูกชายอีกคน

 

 

[อะไรของแกน่ะ] คุณนายกดเสียงต่ำ [น้องไม่ได้วิ่งแจ้นมาหาฉันหรือฟ้องอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันแค่จะโทรมาบอกว่าน้าจินซองข้างบ้านเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด ขนหัวผักกาดมาให้เยอะแยะ จะเรียกให้แกมาเอาไปกิน]

 

 

..............

 

 

[ที่พูดแบบนี้.. หมายความว่าแกไปแกล้งอะไรน้องเอาไว้ใช่ไหม]

 

 

..............

 

 

[แกทำอะไรน้อง] แม่เริ่มพูดขึ้นเสียงอย่างโมโห [บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะปาร์คชานยอล!]

 

 

แม่ ผมขอถามอะไรอย่างนึงดิ

 

 

[แกต้องตอบฉันมาก่อน เดี๋ยวนี้!]

 

 

โอเคๆ ผมจะตอบ แต่แม่ช่วยฟังผมถามอะไรบางอย่างก่อนได้ไหม” 

 

 

แม่เงียบไปเหมือนเว้นช่องว่างให้เขาได้ถาม ดังนั้นปาร์คชานยอลจึงสูดหายใจเข้าเต็มปอด เขาเงียบไปสักพักพร้อมคุณนาย ไม่นานนักก่อนจะเอ่ยคำถามออกมา

 

 

ผมกับแบคฮยอน..

 

 

[............]

 

 

เคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า

 

 

ชานยอลอยากรู้จริงๆ แม้ความสงสัยเคลือบแคลงใจจะมีมานานแล้วแต่มันก็ไม่ได้ระรานใจเขาเหมือนอย่างตอนนี้ ความวุ่นวายสับสนทำให้เขาถามออกไปในที่สุด

 

[ทำไมจู่ๆถึงถาม]

 

 

อาจจะฟังดูแปลกๆนะแม่ แต่ทุกคืนที่แบค.. เอ่อ ผมหมายถึงทุกคืนที่ผ่านมา

 

 

[............]

 

 

ผมชอบได้ยินแบคฮยอนพูดอะไรบางอย่าง

 

 

ชานยอลเอนหลังพิงโซฟาแล้วเงยหน้าขึ้น ท่าทางคล้ายๆกับวันแรกตอนที่แบคฮยอนมาถึงที่นี่ เขามองเพดานเพียงชั่วครู่แล้วหลับตาลง นึกถึงคืนที่ผ่านๆมาทุกคืน ตอนที่แบคฮยอนลักลอบเข้ามานอนข้างเขาโดยที่ไอ้ตัวแสบนั่นคงคิดว่าเขาไม่รู้

 

 

ที่จริงแล้วชานยอลน่ะรู้.. เขารู้มาตลอดเลยต่างหาก

 

 

ได้ยินแบคฮยอนเรียกผมว่า..

 

 

[……….]

 

 

พี่..

 

 

[……….]

 

 

พี่ชานยอล..” ชานยอลพรูลมหายใจแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากัน มันเป็นแบบนี้ทุกคืนเลยแม่ ทำไมแบคฮยอนถึงละเมอเรียกผมแบบนั้นล่ะ แม่รู้คำตอบใช่ไหม

 

 

เป็นความจริงทุกอย่างที่ชานยอลบอกออกไป เขาเป็นพวกนอนหลับไม่สนิท ดังนั้นเวลามีอะไรขยับเขยื้อนเข้ามาใกล้นิดหน่อยหรือแม้กระทั่งเสียงแปลกปลอมที่แทรกเข้ามาระหว่างห้วงนิทราเขาก็มักจะรู้อยู่ตลอด เขาไม่ได้นึกโกรธอะไรแบคฮยอนที่ถือวิสาสะเข้ามานอนร่วมเตียงด้วยกัน แต่ถ้อยคำละเมอประหลาดแบบนั้นมันก็ทำให้เขานึกสงสัยอยู่ไม่น้อย

 

 

[อยากรู้หรอ..]

 

 

ใช่น่ะสิ ไม่อย่างนั้นผมจะถามแม่ทำไม ชานยอลตอบกลับคุณนายที่ถามเขาด้วยน้ำเสียงทะเล้นขี้เล่นแบบเดิม

 

 

[อยากรู้ก็ไปถามแบคฮยอนเอาเองสิ]

 

 

ห้ะ

 

 

[ภายในอาทิตย์นี้เข้ามาเอาผักกาดด้วยล่ะ เดี๋ยวจะเน่าทิ้งซะก่อน] คุณนายเอ่ยพูดด้วยถ้อยคำปกติจนชานยอลต้องส่งเสียงปราม

 

 

แม่ ตอบคำถามผมก่อน-”

 

 

[น้องเป็นเด็กดีนะชานยอล]

 

 

..............

 

 

[เชื่อแม่สิ เด็กคนนั้นเหมาะสมกับแกมากที่สุดในโลกแล้ว]

 

 

พูดจบก็กดตัดสายไป และแม้ชานยอลจะโทรกลับไปจนสายไหม้ขนาดไหนก็ไม่มีการตอบรับจากคุณนายปาร์คอีกเลย

 




 

 

ปาร์คชานยอลพยายามใช้ชีวิตอย่างปกติที่สุด

 

 

เมื่อวานหลังจากที่พยายามติดต่อคุณนายปาร์คอยู่นานจนถอดใจ ชานยอลก็นั่งคิดทบทวนอะไรกับตัวเองเงียบๆแบบนั้นจนดึกดื่น เขาเข้าไปอาบน้ำแล้วก็เข้าห้องนอนที่ดูโล่งไปเพราะไม่มีหญิงสาวนอนอีกฟาก รวมทั้งตอนกลางดึกก็ไม่มีไอ้ตัวแสบที่ชอบมามุดอยู่ข้างๆด้วย

 

 

ชานยอลพยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในใจของเขานั้นยังคงเอาไว้ซึ่งความเคลือบแคลงสงสัยที่ต้องการคำตอบ เขาลุกขึ้นมาอาบน้ำ ทำกับข้าว(ที่เกือบจะเผลอทำสำหรับสามคนไปแล้ว) และนั่งทำงานพร้อมเปิดเพลงไปด้วยเหมือนอย่างที่ชอบทำทั้งที่ไม่มีสมาธิแม้แต่นิดเดียว

 

 

ชานยอลถอนหายใจ วางมือจากการวาดโครงร่างบ้านแล้วพาตัวเองเดินเข้าไปในครัว เขาจัดการรวบรวมถุงขยะใบเล็กใบน้อยเอาไว้ในถุงดำใบใหญ่ ในเมื่อไม่มีสมาธิทำงานเขาก็ไม่ฝืน เพราะชานยอลเชื่อว่าการฝืนทำอะไรสักอย่างนานๆไม่ใช่เรื่องดีนัก ร่างสูงพาตัวเองเดินมาถึงหน้าห้อง เขาจัดแจงใส่รองเท้าก่อนจะเปิดประตูห้องออกไป

 

 

เพื่อพบกับก้อนกลมๆที่นั่งพิงกำแพงอยู่ฝั่งตรงข้าม..

 

 

และดูเหมือนจะนอนหลับ.. หลับสนิทเลยด้วย

 

 

ไอ้แสบแบคฮยอนอยู่ในสภาพที่มีผ้าห่มคลุมตัวไว้อย่างกับดักแด้ดีๆสักตัว คอพับคออ่อนในท่าที่ชานยอลเดาเอาว่าอีกคนคงน้ำลายยืด ข้างตัวยังมีกองกระเป๋าสัมภาระวางไว้อยู่เลย ดูเหมือนพอออกมาจากห้องของเขาแบคฮยอนก็ย้ายมานั่งจุ้มปุ้กอยู่ตรงนี้ทันที

 

 

แล้วผ้าห่มนั่นขโมยของเขาออกมาด้วยใช่หรือเปล่า?

 

 

ชานยอลเดินไปนั่งยองๆตรงหน้าอีกฝ่ายที่เขาเองก็กำลังไม่พอใจ แต่ดูเหมือนจะน้อยลงไปแล้วถ้าเทียบกับเมื่อวาน เขายอมรับว่าเป็นเพราะกำลังโกรธถึงได้พูดไล่อีกฝ่ายไป แต่แบคฮยอนก็สมควรโดนจริงๆ เด็กแสบๆแบบนี้ต้องโดนดัดนิสัยซะบ้างจะได้รู้สึก

 

 

แบคฮยอน

 

 

............

 

 

แบคฮยอน!!”

 

 

ฮ้ะ ฮ้ะ!! อะไร!!” เจ้าตัวดีสะดุ้งอย่างรุนแรง ทำตาเหลือกจนชานยอลแทบหลุดขำ แต่เขาแสร้งทำหน้านิ่งแล้วจ้องไอ้ตัวแสบที่ตอนนี้พาตาเหลือกๆของตัวเองมาหยุดตรงเขาแล้ว

 

..............

 

 

“…………”

 

ชานยอล..

 

 

อือ มานอนทำอะไรตรงนี้

 

 

ฉ.. ฉัน.. แบคฮยอนหลบสายตาเหมือนครุ่นคิดหาเหตุผล และดูเหมือนจะคิดออก ก็นายไล่ฉันออกมานี่นา

 

 

แล้วทำไมไม่กลับบ้าน

 

 

จะกลับได้ยังไง ฉันยังไม่ได้สี่แสนวอนตามที่ตกลงกับแม่เลยนะ แบคฮยอนพูดด้วยแววตาจริงจังแบบติดตลก ในขณะที่ชานยอลได้แต่ตีหน้านิ่งแล้วฟังอีกคนไปเรื่อยๆเท่านั้น ฉัน.. ขออยู่ด้วยอีกนิดไม่ได้หรอ

 

 

..............

 

 

คือฉันอยากได้เงินใช้น่ะ ฉันสัญญาว่าจะไม่แกล้งนายแล้ว นายอยากจะพานายองกลับมาแล้วบอกว่าเราแค่อำเขาเล่นก็ได้ ฉัน.. ฉันแค่-

 

 

พอเถอะน่า ชานยอลขมวดคิ้วและเริ่มไม่พอใจกับสิ่งที่แบคฮยอนกำลังพูด และความดุดันนั้นก็ทำให้แบคฮยอนเงียบเสียงและมีใบหน้าที่สลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด

 

 

ฉันขอโทษนะ ฉัน-

 

 

ไหน.. ลองเรียกพี่ชานยอลหน่อย

 

 

แล้วชานยอลก็หยุดคำพูดของอีกคนไว้ที่ประโยคนั้น แบคฮยอนทำหน้าตาตื่นเหมือนลูกหมาที่ได้ยินเสียงดังแล้วตกใจ เขามองเห็นแววตาที่อ่อนลงไปของชานยอล แถมสายตาที่ส่งมานั้นก็เหมือนคาดคั้นให้เขาพูดประโยคนั้นด้วย

 

 

รู้แล้ว.. หรอ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนอีกคนจับผิดได้

 

 

รู้เรื่องไหนล่ะ” ชานยอลถามกลับ เรื่องที่เราเคยรู้จักกันมาก่อน หรือเรื่องที่นายแอบเข้ามานอนบนเตียงแล้วละเมอเป็นชื่อฉัน

 

 

เรื่องนั้นก็รู้หรอ!” แบคฮยอนโพล่งออกมาเสียงดัง ซึ่งปาร์คชานยอลก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเจ้าตัวหมายถึงเรื่องไหน

 

 

เอาเป็นว่าฉันรู้ทั้งสองเรื่องเลยก็แล้วกัน

 

 

เห็นท่าทางทำอะไรไม่ถูกของอีกคนก็ยิ่งนึกขำ แบคฮยอนจอมแสบในตอนนี้กลับเป็นลูกหมาเจอทางตันชนิดที่แถต่อไม่ได้ เจ้าตัวทำปากพะงาบๆเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็เงียบลงไปแล้วส่งสายตาชวนให้สงสารมาทางเขาแทน

 

 

แต่นายไม่รู้เรื่องนึงนะ

 

 

................

 

 

นายอง.. เคยพูดไม่ดีกับฉันด้วย

 

 

แบคฮยอนเอ่ยบอกก่อนจะหลุบมองลายผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่แทน เขาไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดเลยด้วยซ้ำว่ามันเป็นลายตารางหมากรุก ใจตอนนี้กำลังคิดอยู่อย่างเดียวว่าปาร์คชานยอลจะเชื่อเขาไหมนะ หรือจะมองว่าเขาเป็นไอ้เด็กนิสัยไม่ดีแบบเดิมอีก

 

 

นายองน่ะหรอ? นั่นไง.. บอกแล้วไม่มีผิด น้ำเสียงประหลาดใจแบบนี้น่ะ

 

 

ใช่ วันนั้นนายไม่อยู่

 

 

.............

 

 

เธอบอกว่าทุกอย่างระหว่างนายกับเธอกำลังจะดีขึ้น จนกระทั่งฉันเข้ามา

 

 

สำหรับปาร์คชานยอล แบคฮยอนไม่ใช่คนที่ดูขี้โกหก โตจนมีงานมีการทำแล้วคงไม่มานั่งทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นแน่ และแววตาของอีกฝ่ายตอนนี้ก็ดูบริสุทธิ์ใจที่จะพูด และเขาก็คิดว่าอีกฝ่ายคงอยากจะพูดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

 

 

เอาล่ะ เขามันโง่เองที่ไม่ยอมฟัง

 

 

ฉันเชื่อนาย

 

 

ทำไมทีนี้เชื่อง่ายจังล่ะ แบคฮยอนทำหน้าเหลือเชื่อ ทีเมื่อวานคิดจะไล่ก็ไล่ฉันออกมา ให้ตายสิ

 

 

“ตอนแรก นายองมาหาฉันแล้วบอกว่าอกหักน่ะ ปาร์คชานยอลนั่งลงไปกับพื้นก่อนจะชันเข่าขึ้นมาแล้วเท้าแขนไปข้างหลัง และแบคฮยอนคิดว่าท่าทางแบบนี้มันกินพื้นที่ทางเดินชะมัด เธอบอกฉันว่าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำร้ายเธอก่อนจะบอกเลิกเธอไป และเธอกลัวว่าเขาจะตามเธอมาอีก

 

 

แล้วนายก็เชื่อ?

 

 

ก็เพื่อนฉันนี่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไม่เชื่อ ชานยอลพูดไปตามความรู้สึก จนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วนายองแค่หาเรื่องมาใกล้ชิดเขา หรือถูกทำร้ายมาอย่างที่พูดจริงๆ แต่พออยู่ไปด้วยกันสักอาทิตย์กว่าๆ นายองก็เริ่มทำท่าเหมือนเหนียมอายฉัน

 

 

แบคฮยอนเลิกคิ้ว "อะไรนะ.. เหนียมอาย?

 

 

แสดงออกว่าชอบไง ฉันไม่ได้ชอบเธอหรอก แต่ก็ไม่อยากทำร้ายน้ำใจน่ะ เพราะยังไงก็เพื่อน

 

 

..............

 

 

เมื่อก่อนนายองก็เป็นแบบนี้แหละ ร้ายไม่เบา แต่ฉันแค่คิดว่านิสัยจะของเธอเปลี่ยนไปแล้วซะอีก

 

 

เปลี่ยนไปสิ เปลี่ยนไปในทางแย่มาก เผลอๆอาจจะแย่กว่าที่นายเคยรู้มาด้วย แบคฮยอนเบ้ปากก่อนจะหันไปข้างๆแล้วลอบยิ้ม เขารู้สึกดีที่ชานยอลยอมเชื่อเขาแทนที่จะเป็นยัยบ้านั่น

 

 

อือ เพราะงั้นฉันเลยเชื่อนาย

 

 

เงียบกันไปอึดใจใหญ่จนกระทั่งแบคฮยอนนั่งมองลายผ้าห่มจนเบื่อแล้ว เขาเปลี่ยนมาเป็นเงยหน้ามองชานยอลที่กำลังเขี่ยพื้นเล่นบ้าง ก่อนจะเอ่ยออกมาแบบขลาดๆ

 

 

อ่า.. ที่ฉันเข้าไปนอนบนเตียงกับนายน่ะ เพราะฉันเมื่อยหรอกนะ

 

 

อือ ฉันรู้

 

 

............

 

 

แล้วที่ฉันกอดนาย ก็เพราะว่าฉันหนาวเหมือนกัน

 

 

แบคฮยอนหลุดยิ้มออกมาจนได้ ให้ทายตอนนี้หูเขาคงแดงแล้วแน่ๆ ปาร์คชานยอลไปหัดคำพูดน่ารักๆแบบนี้มาจากไหนกันนะ หรือจริงๆแล้วจะเป็นคนแบบนี้มาตั้งนานแล้ว

 

 

เรื่องนั้นน่ะ ฉันไม่สงสัยหรอก ปาร์คชานยอลยกมือขึ้นเกาจมูกเหมือนแก้เขิน แต่ที่สงสัยคือ.. เราเคยรู้จักกันด้วยหรอ

 

 

................

 

 

.................

 

 

แหงล่ะ อย่างนายน่ะจะไปจำอะไรได้ เจ้าก้อนดักแด้ที่ยังฝังตัวอยู่ในผ้าห่มแล้วโผล่ออกมาแค่หัวเอ่ยบอก อารมณ์เปลี่ยนจากเมื่อกี้ไปโดยสิ้นเชิง แต่มันก็นานแล้ว ถ้าฉันจะจำได้แค่ฝ่ายเดียวก็คงไม่แปลก

 

 

จะตัดพ้อไปเพื่ออะไรกันเนี่ย

 

 

ก็มันน่าน้อยใจไหมล่ะ!” คราวนี้เจ้าตัวค้อนใส่ปาร์คชานยอลจนตาเขียวปั๊ด นายลืมในขณะที่ฉันจำได้ทุกอย่างเลย ไอ้บ้าเอ้ย ควรเป็นฉันมากกว่าที่จะต้องไล่นายออกมาจากห้องนั้น!”

 

 

แต่นั่นมันห้องฉันนะ

 

 

เออ!” แบคฮยอนสะบัดหน้าหนีเหมือนคนคิดคำเถียงไม่ออกแถมยังทำหน้าบูดยิ่งกว่าเดิม

 

 

โอเคๆ ฉันผิดเองแหละที่จำไม่ได้

 

 

...............

 

 

แต่ช่วยรื้อฟื้นความจำให้ทีได้ไหม ฉันอยากรู้แค่ว่าเราเคยเจอกันตอนไหน

 

 

น้ำเสียงที่อ่อนลงไปของปาร์คชานยอลก็ทำให้ใจของแบคฮยอนอ่อนตามเช่นกัน เจ้าตัวเล็กหันมามองหน้าเขาเหมือนต้องการตรวจสอบว่าเขาจริงจังแค่ไหนกับคำพูดนั้น แล้วไม่นานเจ้าตัวก็ลุกขึ้นออกมาจากกองผ้าห่มจนเขาต้องยืนขึ้นตาม แบคฮยอนทำท่ายืดเส้นยืดสายเหมือนคนเมื่อยล้า ก่อนจะหันมาเอ่ย

 

 

ได้ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง

 

 

ชานยอลยกยิ้มอย่างยินดี

 

 

แต่ต้องให้ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ เจ้าตัวแสบเอ่ยคำขอร้องที่ดูเหมือนจะเป็นคำสั่งมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประโยคถัดไป แล้วก็ต้องทำกับข้าวให้ฉันกินด้วย ขอแบบพิเศษที่สุดแบบที่นายไม่เคยทำให้ยัยนายองกิน ซื้อนมให้ฉันสองแพ็ค แล้วก็พาไปเดินห้างด้วยนะ ตกลงไหม

 

 

เดี๋ยวนะ นี่มันจะมากเกินไปหรือเปล่า

 

 

ไม่หรอก แบคฮยอนโบกไม้โบกมือ เอาเป็นว่าตกลงแล้วนะ แลกกับการที่นายไล่ฉันออกจากห้องเมื่อวาน

 

 

ชานยอลยังไม่ทันจะพูดอะไร เจ้าตัวแสบก็รีบหอบข้าวของที่อยู่ตรงพื้นเต็มสองแขนแล้วทำท่าจะเดินเข้าห้องไป แต่ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ สัมภาระทั้งหมดถูกวางกองไว้ที่พื้นอีกครั้ง ก่อนที่แบคฮยอนจะเอากระเป๋าสตางค์ออกมาจากเป้ แล้วหยิบบางอย่างจากในนั้นให้เขา

 

 

เอาไปดูพลางๆก่อนแล้วกัน เผื่อจะนึกขึ้นมาได้สักนิดนึง” พูดจบก็หอบของเดินเข้าห้องไป เหลือทิ้งไว้เพียงปาร์คชานยอลกับรูปถ่ายเก่าๆแผ่นหนึ่งในมือของเขา

 

 

มันเป็นรูปของเด็กผู้ชายสองคนที่ยืนเคียงข้างกัน คนหนึ่งสูงกว่า ในขณะที่อีกคนตัวเล็กกว่ากันนิดหน่อย ไอ้หูกางที่สูงกว่านี่น่ะเขาแน่ ส่วนคนตาเล็กๆเหมือนเม็ดงาที่ยืนยิ้มอวดเขี้ยวอยู่ข้างๆก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้

 

 

นอกจากคนที่เพิ่งจะเดินเข้าห้องไปเมื่อครู่นี้

 

 


 

 

 

เราเคยเจอกัน.. ครั้งแรกก็นานแล้วล่ะ

 

 

............

 

 

ที่สตูดิโอ.. ตอนที่ครอบครัวฉันกับนายไปถ่ายรูปด้วยกันไง

 

 

ชานยอลนั่งมองหน้าแบคฮยอนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะอาหาร เจ้าตัวแสบใช้นิ้วเคาะไปบนรูปถ่ายแผ่นเดิมที่วางอยู่ตรงกลางโต๊ะเบาๆ รูปนี้ที่ร้านเขาถ่ายให้เราสองคนเป็นพิเศษ เพราะเราเป็นเด็กกันทั้งคู่

 

 

เหมือนภาพความทรงจำจะไหลย้อนเข้ามาในสมองของชานยอลทันใด เขาแทบจะร้องอ๋อออกมาในตอนนั้นที่จำได้ว่าเคยเจอแบคฮยอนที่ไหน จะเรียกว่าเคยก็ไม่ได้ เราน่ะสนิทกันในระดับนึงเลยต่างหาก แต่ตอนนั้นเขาเพิ่งจะแปดขวบ และแบคฮยอนก็อายุเท่าๆกัน

 

 

ฉันเกิดหลังนายประมาณห้าเดือน.. แต่ก็คนละปีอยู่ดี แบคฮยอนพูดไปยิ้มไป แม่เลยให้ฉันเรียกนายว่าพี่

 

 

ไหนลองเรียกซิ ชานยอลช้อนสายตาขึ้นมองอีกคนที่ทำหน้าตาไม่ถูก เรียกเถอะน่า ไม่เห็นต้องเขินกับอีเรื่องแค่นี้เลย

 

 

แล้วทำไมฉันต้องเรียกด้วยล่ะ

 

 

ก็อยากได้ยินอีกครั้ง.. ไม่ได้หรอ?

 

 

แววตาในเชิงเว้าวอนแบบนั้นคืออะไรกัน สาบานได้เลยว่าแบคฮยอนไม่เคยเห็นมุมนี้ของปาร์คชานยอลมาก่อน พอรู้ว่าเขาเป็นใครแล้วจะมาอ้อนง่ายๆหรอไอ้เบื๊อก ทีก่อนหน้านี้ล่ะไล่อย่างกับหมูกับหมา

 

 

ไม่พูดอะ ไม่มีความจำเป็นอะไรต้องพูด แบคฮยอนลุกขึ้นยืน นายจำฉันได้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ขี้โม้แกล้งพูดเพื่อจะได้เป็นการไถ่โทษที่ไล่ฉันออกจากห้องไปเมื่อวานใช่ไหมล่ะ

 

 

ย่าห์ๆ คิดไปถึงไหนกันเนี่ย” ชานยอลลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะเดินออกไป เขารีบคว้าแขนของแบคฮยอนเอาไว้ทันที จะไปไหน

 

 

กลับบ้าน

 

 

กลับบ้าน?

 

 

ใช่ กลับบ้าน แบคฮยอนเอ่ยตอบ มานึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานนายไล่ฉันยังไง มันก็โมโหขึ้นมาอีกรอบน่ะ เพราะงั้นฉันจะกลับบ้าน

 

 

นายกำลังไม่เชื่อใช่ไหมว่าฉันจำนายได้แล้วจริงๆ

 

 

แบคฮยอนไม่ได้ตอบอะไร เขาพ่นลมหายใจแล้วทำท่าทางไม่ยี่หระ แน่ล่ะ นายหลอกฉัน

 

 

นายชอบเรียกฉันว่าพี่ชานยอล แล้วก็เรียกตัวเองว่าน้องแบค

 

 

พี่ชานยอล.. น้องแบคอยากได้ตุ๊กตาตัวนั้น

 

 

นายชอบกินไอศกรีมรสมินท์ เพราะมันเหมือนยาสีฟัน

 

 

น้องแบคชอบกินไอติมรสมินท์ พี่ชานยอลล่ะ

 

 

นายไม่ชอบหมาที่บ้านฉัน เพราะมันน่ากลัว

 

 

..............

 

 

แล้ว.. นายชอบให้ฉันกอดนายไว้ แบบนี้

 

 

พูดจบ ร่างเล็กๆของแบคฮยอนก็ไปอยู่ในอ้อมกอดของอีกคน กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มของชานยอลลอยขึ้นแตะจมูกจนแบคฮยอนเผลอสูดมันเข้าไปซะเต็มปอด ใช่หรือเปล่า..

 

 

อะไร เอ่ยถามเสียงอู้อี้เพราะหน้าของแบคฮยอนฝังอยู่ตรงแถวๆอกของอีกคน

 

 

ตกลงว่าใช่ไหม ที่ฉันพูดมาทั้งหมดน่ะ

 

 

คนตัวเล็กพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ ชานยอลยังแช่อ้อมกอดทิ้งไว้แบบนั้นจนแบคฮยอนต้องเลื่อนมือขึ้นไปโอบรอบแผ่นหลังของอีกคนไว้ กลายเป็นว่าเรายืนกอดกันอยู่แบบนั้นนานสองนาน จนแบคฮยอนเริ่มจะหายใจไม่ออกเพราะซุกหน้าไว้ตรงอกอีกฝ่ายนานเกินไป เขาจึงเป็นฝ่ายที่ผละชานยอลออกมาเอง

 

 

จมูกนายแดงนะ ชานยอลล้อยิ้มๆ แล้วก็ได้รับของแถมเป็นหมัดที่เบาอย่างกับลมพัดของแบคฮยอนที่ประทับลงมาตรงต้นแขน

 

 

ฉันยังไม่หายโกรธหรอกนะ อย่าหวังว่ากอดแค่นี้จะลบล้างอะไรได้” และคำขู่เหมือนลูกหมาที่ไม่มีความน่ากลัวเลยนั่นก็ด้วย

 

 

แล้วต้องทำยังไงอะ ไปขอนายกับแม่นายตอนนี้เลยไหม

 

 

บ.. บ้าหรือไง แบคฮยอนหน้าแดงจนขึ้นริ้ว และนั่นทำให้ปาร์คชานยอลยิ่งอยากแกล้งอีกคนเข้าไปอีก ไอ้คนขี้แกล้ง เวลาโดนแกล้งเองนี่มันน่ารักไม่หยอกเหมือนกันแฮะ

 

 

ไม่บ้า นี่พูดจริง ชานยอลเอ่ย แต่ลืมไป.. ไม่ต้องขอ ยังไงก็ต้องได้แต่งกันอยู่แล้วนี่เนอะ

 

 

แบคฮยอนตีหน้านิ่งแต่ดูก็รู้ว่าเขิน ปฏิกิริยาตอนเขินน่ารักกว่าที่ชานยอลคิดไว้เยอะจนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างนึกเอ็นดู เขาเอามือไปวางไว้บนหัวอีกคน ก่อนจะตบลงไปเบาๆ แต่ตอนนี้ขอนายกับตัวนายเองก่อนเลยได้ไหม

 

 

............

 

 

ยังอยากได้เงินสี่แสนนั่นอยู่ไหมครับ

 

 

............

 

 

คือ.. ผมอยากจะชวนมาอยู่ด้วยกันจนครบกำหนด

 

 

.............

 

 

จะเลยกำหนดก็ไม่ว่านะ

 

 

ปาร์คชานยอลมันช่างสรรหาเรื่องมาให้เขินจริงๆ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมนายองถึงชอบไอ้บ้านี่ เป็นผู้ชายที่ร้ายกาจและมีเรื่องให้เขินได้ทุกทีเลย ให้ตายสิ สองเดือนต่อจากนี้แบคฮยอนจะต้องพรุนไปอีกเท่าไหร่กันนะ

 

 

เขารู้ดีว่าปาร์คชานยอลน่ะยังไม่ได้ชอบเขาแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก มันก็แค่คนไกลที่มีความผูกพันและเพิ่งจะได้กลับมาเจอกันเท่านั้นเอง และแน่นอนว่าชานยอลก็แค่แกล้งเขาเล่น

 

 

แถมยังเป็นการแกล้งที่ได้ผลเสียด้วย

 

 

เพราะแค่แกล้ง ยังทำเอาแบคฮยอนเขินแทบตาย

 

 

แล้วถ้าเกิดเอาจริงขึ้นมาล่ะ

 

 

ก็เอาสิ เงินสี่แสนนั่น ใครก็ต้องอยากได้ทั้งนั้นแหละครับ แบคฮยอนพูดจากลับไปในทำนองเดียวกัน เขาเดินออกมาจากบริเวณห้องครัวและแน่นอนว่าปาร์คชานยอลก็เดินตาม

 

 

คนตัวเล็กเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอน ก่อนจะหันมามองหน้าเจ้าของห้องที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่

 

 

ของของผม.. เอาเข้าไปเก็บในห้องได้แล้วใช่ไหมครับ

 

 

.............

 

 

พี่ชานยอล..

 

 

แบคฮยอนส่งยิ้มในแบบที่ชานยอลไม่เคยเห็นมาก่อน.. ว่ากันตามตรงคือมันเป็นยิ้มที่ทำให้เขาใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก ยิ้มแบบกดมุมปากแถมยังส่งสายตาชนิดที่ว่าอยากจะเดินตามเข้าห้องแล้วไปฟัดให้แก้มช้ำเสียเหลือเกิน

 

 

แต่ตอนนี้คงต้องค่อยเป็นค่อยไปก่อน

 

 

รอได้แต่งงานเมื่อไหร่ เจอดีแน่แบคฮยอน

 

 



90%






เอาอย่างนี้ แยกย้ายกันตามหา


 

..............


 

เดี๋ยวพวกผู้ใหญ่แยกย้ายกันกลับไปดูที่บ้าน ส่วนแก..

 


...............

 


ในฐานะที่เป็นเจ้าบ่าว ต้องรอเจ้าสาวอยู่ที่นี่ เข้าใจไหม

 


ปาร์คชานยอลไม่รู้จะตอบอะไรดีในเมื่อสายตาจริงจังของแม่จ้องเขาอยู่อย่างนี้ ร่างสูงในชุดสูทอย่างดีได้แต่พยักหน้าไปตามน้ำ แล้วไม่นานบรรดาผู้ใหญ่ที่สวมชุดแบบอลังการงานสร้างก็พากันเดินออกจากห้องของโรงแรมไป เหลือไว้แค่เขากับช่างแต่งหน้าที่ทำหน้าทุกข์ใจอยู่


 

ขอโทษนะคะคุณ.. ดิฉันผิดเองที่ไม่ยอมรั้งเธอไว้ เห็นเธอบอกว่าจะไปเดินเล่น ไม่คิดว่าจะหนีไปอย่างนี้

 


ชานยอลหันไปยกยิ้มให้เธอ ไม่เป็นไรหรอกครับคุณช่างแต่งหน้า


 

................


 

เจ้าสาวผมออกจะแปลกพิลึกหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าอีกไม่นานเราต้องหาเขาเจอ

 


ชานยอลไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเล็กๆอย่างแบคฮยอนจะแสบได้ถึงขนาดนี้ สำหรับเรื่องวุ่นวายในวันนี้ทำเอาช่วงเวลาตลอดสองเดือนที่อยู่ด้วยกันซึ่งแบคฮยอนทำเรื่องเอาไว้นั้นชิดซ้ายไปเลย ความแตกตื่นมันเริ่มขึ้นในตอนที่คุณช่างแต่งหน้าวิ่งมาเคาะประตูห้องที่เขากำลังจัดแจงทรงผมอยู่ พร้อมกับพูดอย่างร้อนรนว่าเจ้าสาวในวันนี้หายตัวไป

 


ใช่.. บยอนแบคฮยอนหายไปไหนก็ไม่รู้ ทั้งที่วันนี้เป็นวันแต่งงานของเรา

 


งั้นผมขอไปตามหาเจ้าสาวก่อนนะครับ เขาพูดก่อนจะลุกขึ้นยืน เหลือบมองนาฬิกาติดผนังก็พบว่าเหลืออีกเพียงสองชั่วโมงก่อนงานเลี้ยงจะเริ่ม ตัวเล็กๆแบบนั้นคงไปไหนได้ไม่ไกลหรอก

 


ชานยอลเดินวนรอบโรงแรมในสภาพชุดสูทและผมที่เซ็ตขึ้น เขามีความเชื่ออยู่ลึกๆว่าแบคฮยอนคงไปไหนไม่ได้ไกล เจ้าตัวแสบแค่อยากจะแกล้งพวกเขาให้หัวปั่นเล่นเพื่อเป็นการฉลองงานแต่งงาน ขายาวสาวเท้าไปเรื่อยๆ เอื่อยๆ ความคิดที่ว่าแบคฮยอนจะหนีงานแต่งนั้นไม่มีอยู่ในหัวชานยอลหรอก

 


เพราะตลอดสองเดือนที่ผ่านมา เขาหยอดนิดหยอดหน่อยจนอีกฝ่ายคงไม่อยากไปไหนแล้ว

 


แล้วเขาเองก็ไม่อยากไปไหนเช่นกัน

 


เดินมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงโซนที่เป็นสวนหย่อมและมีบ่อน้ำขนาดเล็ก ชานยอลเดินเข้าไปในนั้น ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเมื่อเห็นชายหนุ่มตัวเล็กในชุดสูทแบบเดียวกันแต่เป็นสีขาวล้วนกำลังนั่งยองๆอยู่ข้างสระน้ำ ชานยอลใช้มือล้วงกระเป๋า ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย


 

แฮ่ม


 

ตาเถร!!”


 

แบคฮยอนตกใจจนหน้าแทบคะมำคว่ำใส่สระน้ำตรงหน้า แต่ยังดีที่ชานยอลมีสติมากพอที่จะคว้าอีกฝ่ายเอาไว้เสียก่อน เจ้าตัวเล็กเบิกตาโพลงอย่างตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่พอหันไปเห็นหน้าว่าที่เจ้าบ่าว คิ้วที่มีเส้นขนน้อยนิดนั่นก็ขมวดตึงส่งมาให้ เล่นบ้าอะไรเนี่ย! ถ้าเมื่อกี้ฉันหน้าคว่ำไปจะทำยังไงฮะ ไอ้บ้า!”

 


โว้ว นี่โกรธฉันหรอ ชานยอลทำหน้าตาเหลือเชื่อ ควรเป็นฉันมากกว่าที่ต้องโกรธ ทำเขาแตกตื่นกันไปหมดยังไม่รู้ตัวอีก

 


แตกตื่นทำไมอะ

 


ยังจะมีหน้ามาถาม เป็นชานยอลบ้างที่ขมวดคิ้วกลับไปให้ เขาดีดนิ้วใส่หน้าผากอีกคนเบาๆ แต่อีกฝ่ายก็ร้อง โอ๊ย!’ แบบโอเวอร์แอคติ้งสุดๆตามแบบฉบับ นายหายออกมาจากห้องแต่งตัว แถมโทรหาก็ไม่รับ เขาก็คิดว่านายจะหนีงานแต่งน่ะสิ

 


อ๋า.. แบคฮยอนครางครืน และเพียงไม่นานก็เปลี่ยนแววตาของตัวเอง จากที่งุนงงกลายเป็นเจ้าเล่ห์ขึ้นมาโดยฉับพลัน น้องแบคจะไปหนีได้ยังไงล่ะ อยากแต่งงานกับพี่ชานยอลขนาดเนี้ย

 


เจ้าตัวแสบชูนิ้วก้อยแล้วเอานิ้วโป้งจิกลงไปหนึ่งข้อ ก่อนหัวเราะร่าตอนที่โดนเขาดีดหน้าผากไปอีกที

 


แสบนักนะ

 


แสบแล้วพี่ชานยอลรักมั้ย แบคฮยอนเลิกคิ้วพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แต่คิดหรอว่าคนอย่างปาร์คชานยอลจะหวั่น ระดับเขาแล้วไม่มีคำว่าขลาดเขินหรอก

 


เพราะฉะนั้นก็เลยยื่นหน้าเข้าไปแล้วจุ๊บสนองหนึ่งที จนอีกฝ่ายทำหน้าเหรอหราออกมา

 


รักสิครับ ไม่อย่างนั้นจะเต็มใจแต่งงานด้วยขนาดนี้หรอ

 


บยอนแบคฮยอนเขินอีกแล้ว เขินทีไรก็ชอบตีหน้านิ่งทั้งที่แววตากับแก้มแดงๆนั่นแสดงออกหมดทุกอย่างว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร ชานยอลหัวเราะ ก่อนจะเดินเข้าไปล็อคคอเจ้าสาวแล้วลากให้เดินออกมาจากสวนหย่อมพร้อมกัน

 


งานแต่งจะเริ่มอยู่แล้ว เลิกเล่นสักทีเถอะน่าไอ้เด็กบ๊อง


 


 

 


งานเลี้ยงแต่งงานดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและแขกเหรื่อก็มาร่วมไม่มากเท่าไหร่นัก เจ้าภาพจึงสามารถดูแลทุกคนได้อย่างครบถ้วน แบคฮยอนหาววอดหลายครั้งจนชานยอลต้องตีปากเพื่อให้อีกฝ่ายควบคุมมารยาทตัวเองหน่อย เจ้าสาวหันมาค้อนเขาตาเขียว จึงถูกดีดหน้าผากไปอีกหลายที

 


จวบจนกระทั่งหมดเวลาของงานเลี้ยง(ซึ่งเป็นงานเลี้ยงที่แบคฮยอนเปลืองตัวมาก เขาถูกชานยอลจุ๊บที่ปากไปประมาณสิบครั้งจากแรงยุโดยคนรอบข้าง) บรรดาแขกเหรื่อพากันทยอยกลับบ้าน จนเหลือแค่เพียงเจ้าบ่าวเจ้าสาวและคนในครอบครัว ที่จะต้องรอการถูกส่งเข้าห้องหอตามประเพณี

 


ใกล้จะถึงฤกษ์แล้วนา พร้อมไหม มีใครปวดฉี่หรือเปล่า แม่ของเจ้าสาวเอ่ยถาม เมื่อได้รับความเงียบตอบกลับมา คุณนายบยอนเลยพูดต่อ ถ้างั้นก็ไป ขึ้นไปชั้นบนกัน-”

 


ชานยอล!”

 


ทุกชีวิตที่ยืนกันอยู่หน้าลิฟต์เตรียมขึ้นไปส่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอถึงกับต้องหันมามองเสียงเรียกของใครบางคนที่ดังเข้ามา หญิงสาวหน้าตาสะสวยวิ่งมายังพวกเรา ก่อนที่หล่อนจะยิ้มออกมาอย่างขลาดๆ ภาพที่เห็นนั้นทำเอาแบคฮยอนต้องกุมมือเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่ข้างกายแน่น เช่นกันกับชานยอลที่ก็กระชับมือเขากลับมา

 


คือ.. เรามาช้า เธอพูด และชุดของเธอก็ดูเหมือนชุดทำงานมากกว่าชุดมางานแต่งเสียอีก เธอส่งยิ้มแกนๆมาให้แบคฮยอน ก่อนจะหันไปพูดกับเจ้าบ่าว ชานยอล ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหม

 


อะไรกันจ๊ะแม่หนู นี่ใกล้ได้เวลาจะเข้าหอแล้ว เอาไว้คุยกันทีหลังแล้วกันนะ” ญาติคนหนึ่งของแบคฮยอนเอ่ยขึ้นมาเพื่อขัดหญิงสาวตรงหน้า

 


หนูขอเวลาแป๊บเดียวนะคะ

 


............

 


แป๊บเดียวจริงๆ.. นะ.. ชานยอล

 


แบคฮยอนบีบมือชานยอลแน่น เขาต้องการจะบอกอีกคนว่าอย่าไป เขาไม่อยากให้ชานยอลเดินไปไหนหรือไปคุยอะไรกับเธอทั้งสิ้น ยิ่งเห็นแววตาเว้าวอนแบบนั้นจากเธอแล้วเขาก็ยิ่งไม่อยากให้ชานยอลไป

 


เข้ากลัวชานยอลจะกลับไป..

 


กลัวว่าบางที.. ชานยอลจะใจอ่อนให้กับเธอ

 


อื้ม” แต่แรงที่คลายออกไปจากมือของแบคฮยอนก็ทำให้คนตัวเล็กใจวูบจนเหมือนจะหล่นหาย เดี๋ยวผมมานะแม่ แป๊บเดียว ไม่เกินห้านาที

 


ชานยอลผละออกไปแล้ว เขาเดินออกห่างจากตรงนี้ไปหลายเมตร ภาพสุดท้ายที่แบคฮยอนเห็นก่อนจะถูกดันให้ขึ้นลิฟต์ล่วงหน้าไปก่อนนั้นคือภาพของนายองที่กำลังร้องไห้ และปาร์คชานยอลที่มองไปที่เธออย่างเห็นอกเห็นใจเหลือเกิน

 


หัวใจของแบคฮยอนเต้นช้าลง

 

เด็กคนนั้นนั่นใครกัน มางานสายแถมยังดูไร้มารยาทอีกต่างหาก ญาติคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆขณะอยู่ในลิฟต์ แบคฮยอนก้มหน้าและไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับเป็นแม่ของชานยอลเองที่พูดขึ้นมา

 


เพื่อนของตาชานน่ะ..

 


..............

 


ชื่อนายอง

 

 



 

 

 

ชานยอลยืนนิ่งและทำอะไรไม่ถูก หลังจากที่เขาและนายองเดินออกมาไกลจากตรงหน้าลิฟต์พอสมควร เธอก็เอาแต่สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจและไม่พูดอะไรสักคำ เขาปล่อยให้เธอร้องไห้อยู่แบบนั้นและได้แต่มองไปยังเธอเท่านั้น

 

 

นายอง..

 

 

ฮึก ชานยอล เธอช้อนสายตาขึ้นสบกับเขา เรา.. เราขอโทษนะ ที่วันนั้นเราเดินออกมาจากห้องแบบนั้น

 

 

.............

 

 

เราดูไร้มารยาทใช่ไหม ตอนนี้ก็ด้วย แต่เรา.. เราขอโทษ

 

 

เธอเดินเข้ามาก่อนจะกอดเอวเขาเอาไว้แน่น ในขณะที่ชานยอลได้แต่ยกมือสองข้างขึ้นแล้วมองกลุ่มผมของเธอที่สั่นไหวไปตามแรงสะอื้น ทันใดนั้นความรู้จักผิดชอบชั่วดีในหัวก็สั่งให้เขาผลักเธอออกไป นายองไม่ควรมายืนกอดกับเจ้าบ่าวของคนอื่นแบบนี้ แม้เราจะเป็นเพื่อนกันและแม้ว่าเธอจะมีเรื่องทุกข์ใจมากมายก็ตาม

 

 

นายอง.. ฟังนะ เราไม่เคยโกรธเลย ชานยอลจับแขนของเธอเบาๆ เป็นเรามากกว่าที่ต้องขอโทษที่รับความรักจากเธอไม่ได้

 

 

แล้วตอนนี้ล่ะ

 

 

...........

 

 

ตอนนี้.. มันจะเป็นไปได้ไหม เธอยังคงร้องไห้ไปพูดไปอยู่แบบนั้น ชานยอลเพิ่งจะรู้จักคนๆนั้นได้แค่สองเดือน.. ในขณะที่เรากับชานยอลรู้จักกันมาตั้งนาน

 

 

.............

 

 

มันอาจจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ ชานยอลแค่ยังไม่รู้ใจตัวเอง-

 

 

ไม่หรอก ชานยอลเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเข้มแข็งยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เราเพิ่งรู้ตัวว่าที่จริงแล้วเราก็ชอบพอแบคฮยอนตั้งแต่แรก เวลาสองเดือนมันก็ยิ่งทำให้เรารักเด็กคนนั้นมากขึ้นไปอีก

 

 

..............

 

 

ไม่สิ.. ที่จริงแล้วเรากับแบคฮยอนรักกันมาซักสิบกว่าปีได้แล้วมั้ง เขายิ้มออกมาบางๆ เมื่อนึกถึงหน้าตาหมาๆของคนที่ป่านนี้อาจจะกำลังร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ที่ชั้นบน “เพราะอย่างนั้น.. ระหว่างนี้ก็ดูแลตัวเองเถอะนายอง

 

 

...............

 

 

เราเชื่อว่าสักวันจะมีคนที่เต็มใจดูแลเธอ.. คนที่เขาดีกว่าเรา

 

 

ชานยอลลูบกลุ่มผมของนายองที่ยังร้องไห้อยู่เป็นครั้งสุดท้าย เขาส่งรอยยิ้มแบบเดิมๆระหว่างเพื่อนที่ควรมีให้กันไปให้เธอ ชานยอลไม่แน่ใจนักว่านายองจะเข้าใจที่เขาพูดหรือเปล่า แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะทิ้งหญิงสาวเอาไว้ตรงนั้นคนเดียว ก่อนจะเดินกลับมาขึ้นลิฟต์เพื่อขึ้นไปหาไอ้เด็กแสบ

 

 

ไอ้เด็กแสบที่รักเขามาเป็นสิบๆปี.. คนนั้นนั่นแหละ

 

 




 

 

 ชานยอลวิ่งมาจนถึงหน้าห้องของโรงแรมที่เขาจะใช้เป็นที่สำหรับเข้าหอ ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก็พบว่าตอนนี้เลยเวลาเข้าห้องหอมาสองนาทีเศษแล้ว บรรดาญาติส่งสายตามาทางเขาเหมือนต้องการจะด่า  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณนายปาร์คที่เดินมาตบหัวเขาแบบเน้นๆ

 

 

ไอ้ลูกบ้า! แกหายไปไหนมาฮะ! มันเลยเวลาเข้าหอแล้วแกแหกตาดูนาฬิกาบ้างมั้ย!”

 

 

โอ๊ยแม่! โอ๊ย ฟังก่อน!” เขาปัดป้องฝ่ามือพิฆาตของแม่เป็นพัลวัน ไม่นานคุณนายปาร์คก็หยุด หากสายตาที่จ้องมาก็ยังเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเขาเหมือนเดิม เลยฤกษ์ก็ช่างหัวมันเถอะน่า ผมไม่แคร์หรอก

 

 

เอ๊ะ พูดอย่างนี้ได้ยังไงหา!”

 

 

แม่!” ชานยอลหยุดฝ่ามือของแม่อีกรอบด้วยเสียง “เมื่อกี้ผมไปทำเรื่องใหญ่กว่าฤกษ์เข้าหอมา

 

 

............

 

 

แล้วไอ้ที่ผมเสียเวลาไปเมื่อกี้น่ะ ผมแน่ใจว่ามันจะทำให้ชีวิตคู่ของผมกับน้องราบรื่นกว่าไอ้ฤกษ์นี่ซะอีก

 

 

ปาร์คชานยอลถือคติฤกษ์ดีเมื่อพร้อม ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อเรื่องฤกษ์ยามหรอกนะ แต่เขาคิดว่าการที่เราพร้อมจะทำอะไรสักอย่างมันก็ถือว่ามีชัยไปก้าวหนึ่งแล้วนั่นแหละ

 

 

เอาล่ะ ฉันขี้เกียจจะเถียงกับแกแล้ว

 

 

ชานยอลยิ้มรับ แล้วน้องล่ะแม่

 

 

อยู่ในห้อง ร้องไห้ตุ๊บป่อง ป่านนี้ก็คงยังร้องอยู่ คุณนายว่าอย่างนั้น ก่อนจะชี้นิ้วมาที่หน้าเขา และถ้าแกทำให้น้องหยุดร้องไม่ได้ ฉันจะให้คุณนายบยอนยึดตัวเจ้าสาวกลับไปซะ

 

 

ผมสัญญาว่าน้องต้องหยุดร้องไห้ ร่างสูงว่า ก่อนจะเดินฝ่าบรรดาญาติไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องหอ ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้ผู้เป็นแม่แล้วทิ้งประโยคสุดท้ายเอาไว้ประโยคหนึ่ง

 

 

 

แต่ร้องอย่างอื่น.. ก็ไม่แน่นะ

 

 



 

 

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังให้ได้ยินตั้งแต่ที่ชานยอลก้าวขาเข้ามาในห้อง

 

 

เขาถอดสูทแล้ววางพาดไว้กับเก้าอี้ เดินเข้ามาบริเวณที่เป็นห้องนอนก็เห็นร่างเล็กๆ ที่ถอดสูทออกไปแล้วเช่นกันกำลังนอนคว่ำหน้าบนเตียงที่มีดอกกุหลาบโรยอยู่ ชานยอลเดาว่าตอนแรกมันคงเป็นรูปหัวใจ แต่ไอ้ตัวแสบคงละเลงมันจนกลายเป็นสภาพอย่างทีเห็น

 

 

แบคฮยอนสะอื้นฮั่กๆอย่างน่าสงสาร เห็นอย่างนั้นปาร์คชานยอลจึงเดินไปคว้าเอวคนที่ตัวอ่อนปวกเปียกเหมือนตุ๊กตาให้นอนหงายขึ้น แบคฮยอนเงียบไปพักหนึ่งคงเพราะตกใจ แต่พอเห็นหน้าเขาก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังกว่าเดิมแล้วใช้มือปิดหน้าเอาไว้

 

 

ไหน.. ตัวแสบร้องไห้ทำไมครับ

 

ชานยอลรั้งร่างของอีกคนให้ลุกขึ้นมานั่งบนเตียง แบคฮยอนยังใช้มือปิดหน้าแล้วร้องไห้ไม่ยอมหยุด เขาจึงรั้งร่างเล็กๆนั้นเข้ามากอดเอาไว้ ร้องไห้ทำไม บอกมาซิ

 

 

ฮือ.. ยังจะถามอีกไอ้บ้า!”

 

 

เอ้า โดนด่าเฉย ชานยอลส่งเสียงหัวเราะขึ้นจมูก หึงหรออ้วน

 

 

ฮึก.. นายเดินกลับไปหาเธอทำไม แบคฮยอนยอมเอามือออกจากหน้าแล้ว ทีนี้ล่ะหันมาด่าเขาชัดเจน ไอ้โง่ นายมันโง่ ไม่รู้หรอว่าฉันไม่อยากให้เดินไป ทั้งที่บีบมือนายแรงขนาดนั้นแล้วนายยังไม่รู้อีกหรอ!”

 

 

พูดจบก็ลงไม้ลงมือทึ้งหัวเขายกใหญ่จนชานยอลต้องปรามไว้ โอ๊ย เจ็บนะ แบคฮยอน!”

 

 

เขารวบแขนทั้งสองข้างของไอ้แสบที่ยังสะอื้นน้อยๆเอาไว้ก่อนจะจัดการอุ้มร่างเล็กแล้ววางทิ้งลงไปบนเตียงเพื่อให้นอนหงายอีกที ปาร์คชานยอลใช้ร่างกายกำยำของตัวเองคร่อมคนตัวเล็กที่มองมาด้วยแววตาหวาดๆนั่นไว้ ก่อนจะส่งยิ้มที่ประดิษฐ์ประดอยให้ดูเหมือนคนโรคจิต หมายจะให้อีกฝ่ายหวาดใจเล่นๆ

 

 

จะทำอะไร..

 

 

คิดว่าคนเข้าห้องหอกันวันแรกเขาทำอะไรกันล่ะ

 

 

แบคฮยอนเสตาไปข้างๆ ก่อนจะตอบออกมา นับซอง

 

 

ตลกละ อีกอย่างนึงสิ

 

 

.............

 

 

ไม่ตอบ.. งั้นเฉลยเลยแล้วกัน





CUT

ขออนุญาตไม่แจกลิ้งคัทแล้วนะคะ ^^







ร่างเล็กที่หมดแรงล้มตัวลงมานอนทับอกของอีกฝ่ายและดูเหมือนกำลังจะหลับ ชานยอลประทับจูบไว้ที่กลุ่มผมของอีกคนอย่างรักใคร่แล้วจึงเอ่ยถาม เหนื่อยไหม

 

 

เหนื่อยดิ.. ร่างเล็กพยักหน้าขึ้นลง ถามมาได้ยังไงเนี่ย

 

 

แหงสิ เมื่อกี้นายขยับจนฉันกลัวว่าเอวนายจะหลุดแน่ะ โอ๊ย!” ชานยอลดันหัวของอีกฝ่ายที่งับต้นแขนเขาเต็มแรงออกไป เจ็บนะ เป็นหมาหรือไงถึงกัดมาได้

 

 

ก็นายบอกเองว่าฉันจะกัดหรือข่วนยังไงก็ได้ไม่ใช่หรอ” พูดเองก็เขินเอง แบคฮยอนตอนนี้หน้าแดงเถือกเมื่อพบว่าได้พูดในสิ่งที่ไม่สมควรจะพูดไปเสียแล้ว ภาพเมื่อกี้ลอยเข้าหัวมาเป็นฉากๆเลย ให้ตายเถอะ

 

 

อ่า.. ใช่

 

 

.............

 

 

งั้นอีกรอบไหม คราวนี้จะกัดจะข่วนยังไงก็ได้ เอาให้เนื้อฉันหลุดออกมาเลยก็ยังได้

 

 

ประสาท!” แบคฮยอนเอ่ยเสียงดัง ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้วยังต้องมาเจอกับคนเอาแต่ใจแบบนายอีกหรือไง พอได้แล้ว จะนอน!”

 

 

เดี๋ยวดิ

 

 

อะไรอีก” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมาแล้วเอาคางแหลมๆวางไว้ตรงอกเขา ถ้าพูดอะไรไร้สาระอีกฉันจะเอานิ้วจิ้มตานายจริงๆด้วย

 

 

ไม่ไร้สาระหรอกน่า ชานยอลก้มลงหอมแก้มภรรยาหมาดๆดังฟอด ฉันรักนายนะ

 

 

แบคฮยอนเบิกตาเล็กน้อย แก้มแดงลามไปถึงหูชานยอลหัวเราะออกมาอีกครั้ง ไอ้ตัวแสบนี่นับวันยิ่งน่ารักจริงๆ โดยเฉพาะเวลาเขินก็ยิ่งน่าฟัดแก้มให้แตก

 

 

อื้อ แบคฮยอนพยักหน้าแล้วเสตามองไปข้างๆ ฉันก็รักนายเหมือนกัน

 

 

พูดจบก็ซบหน้าลงกับแผ่นอกเพื่อเป็นการแก้เขินอีกครั้งจนชานยอลต้องหัวเราะออกมา เขาค่อยๆพลิกไอ้ตัวเล็กให้ลงมานอนข้างๆดีๆ ตระกองกอดร่างนุ่มนิ่มของอีกฝ่าย(ซึ่งขาวจั๊วะ) เอาไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะหลับไหลเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกัน

 

 

แม้ชานยอลจะอยากต่อรอบสองแค่ไหน แต่ถ้าอีกคนไม่โอเคเขาก็ไม่ดื้อหรอก

 

 

เพราะได้มาเป็นเมียแล้วนี่ ต่อไปถ้าจะจัดให้หนักกว่านี้ 

 

 

ก็ย่อมได้!










#น้ำผึ้งมะนาวCB




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,420 ความคิดเห็น

  1. #3334 kwangchip (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 09:22
    จะอ่านncได้จากที่ไหนนน
    #3,334
    0
  2. #3331 Tisha Sritanawatkul (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 20:39
    แบ้กเด็กแสบน่ารักมากๆเลยแง้
    #3,331
    0
  3. #2664 LuhanBen (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 22:57
    มันวูบๆในอกไม่หายอะ ชานดูมีความสุขตลอดเลยอยู่ๆเหมือนโดนกดดันเฉยๆเลยเสียดาย
    #2,664
    0
  4. #2663 LuhanBen (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 22:56
    เราไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย555 ชานดูไม่จริงใจอะ ให้ตา ยก็ไม่ชอบชานตอนนี้เป็นห่วงแต่รำคาญ.. จ้าา เลิกๆไปก็จบปะ
    #2,663
    0
  5. #2463 MONARCHs. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 20:59
    เห้อมมมมม และนางก้จะเปลี่ยนคำตอบแบบวนลูปเหมือนเดิม ครั้งแรก 'มีแบคฮยอนนะดีที่สุดแล้ววว'... ต่อมาจะกลายเป็น 'เบื่อเสียงบ่นของแบคฮยอนจังอยากได้อิสระอันเปนที่รัก'... โว้ะ!! มีเมนโลเลเลิกรักแม่ง!!(ล้อเล่นครับ????)
    #2,463
    0
  6. #2392 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 09:21
    เห้อออออ
    #2,392
    0
  7. #1755 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 10:58
    พี่จุนกะจงแดควรได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง เนียนมาก 5555555555
    #1,755
    0
  8. #1277 pim pimmi (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 09:38
    พี่จุนกับจงแด55555
    #1,277
    0
  9. #1138 dark chocolate (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 23:56
    ร้ายนักนะจุ๋ม จงแด -o- แต่ก็ดีแล้วล่ะ 55555 ถ้าเรื่องนี้เป็นจริงนะ ต้องมีภาพหลุดออกมาแน่นอนเลย ตัยๆๆๆๆๆ 555555
    #1,138
    0
  10. #821 WANBABE (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 15:53
    ดีแล้วชานยอลต้องโดนดัดนิสัยซะบ้าง ไปพูดอย่างนั้นได้ไงยังดีที่แบคให้อภัย
    #821
    0
  11. #655 'schdapt (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 15:20
    อู้ววววว แบคฮยอนงงเลยจะเลิกกันได้ไง ก็รักขนาดนี้ ชานยอลก็ทำตัวดีๆซะนะ อย่าว่าน้องงงง
    #655
    0
  12. #654 Sayhi_exofan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 09:56
    สำนึกได้ก็ดีชานยอล 555
    #654
    0
  13. #653 SnoopDrop (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 05:49
    อยากด่าชานยอลแทบตาย เจอบทท้ายๆลืมไปหมดเลย น่ารัก55555555555
    #653
    0
  14. #652 t-t-thn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 02:43
    โดนต้มซะเปื่อยเลยชานยอลล แต่ก็ดี จะได้รู้ใจตัวเองจริงๆ
    #652
    0
  15. #651 Rabbit.B (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 23:36
    ฮื่อน่ารักนะเนี่ย._. ห้ามเลิกกันเลยนะต้องขอบคุณพี่จุนกับจงแดอ่ะ55555
    #651
    0
  16. #650 mmeieiss (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 23:10
    โดนหลอกพร้อมชานยอล 5555 ดีใจด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้ทั้งเรื่องเรียนเรื่องฟิคน๊าา อัพบ่อยๆล่ะอุอิ
    #650
    0
  17. #649 bbbbbbbys (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 21:18
    โถถถถปากนะปากพี่ชานนนนน
    #649
    0
  18. #648 dovy_bubble (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 20:18
    นึกว่าจะม่า เตรียมทิชชูรอแล้ว55555555 น่ารักอ่ะไม่เลิกนะห้ามเลิก
    #648
    0
  19. #647 Aom_Safety (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 18:19
    ฮื่อออ น่ารักเค้าบ่นเพราะห่วงไง ปล. ยินดีด้วยจ้า
    #647
    0
  20. #646 AtomZww (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 18:13
    ดีใจด้วยนะคะะ กลับมาพร้อมความแฮปปี้แบบนี้เราชอบบบ 5555
    #646
    0
  21. #645 멍령이 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 18:04
    เค้าบ่นก็เพราะเป็นห่วงหรอก บุญแค่ไหนละที่ไม่โดนบอกเลิก 
    #645
    0
  22. #644 แบ้กซี่ซู่ซ่าส์ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 17:15
    คือดีย์ กรี้ดดด อารมณ์แบบผัวเมีย ง้อๆงอนๆ5555
    #644
    0
  23. #643 min-issaree (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 17:14
    ตอนแรกนี่เจ็บแทนแบคฮยอนไปหมดเลยคำพูดชานยอลโคตรแย่อ่ะ แต่ก็ยังดีที่ได้สตินะชานยอล ชอบบบบบบบ
    #643
    0
  24. #642 -[**Jha...JaA**]- (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 16:56
    เขาบ่นก็เพราะเป็นห่วงตัวนะแหละชานยอล ดีนะยังตั้งสติกลับไปคืนดีทัน 5555
    #642
    0
  25. #641 Thanatcha Somo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 16:14
    หูยยย ชอบบบบบบบบ?__? สนุกอ่าา #ยินดีด้วยนะคะ ????
    #641
    0
  26. #634 SrSmile (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 10:07
    มาต่อเถอะนะ รอๆ
    #634
    0
  27. #632 dyodo12 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 13:45
    รอออออออออออออออิ
    #632
    0
  28. #631 channuatsoo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 00:31
    ตกลงจะมาฟีลไหนกันแน่นะ ??
    #631
    0
  29. #629 zowelln (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 18:14
    ทำไมฟีลมันแหม่งๆ55555555
    #629
    0
  30. #628 bbbbbbbys (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 00:09
    ฟีลกู้ดจริงหรอออออ
    #628
    0
  31. #627 อิ อิ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 02:08
    เราจะเชื่อไรเตอร์ 55555
    #627
    0
  32. #626 Natthamon Singsuwan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 02:34
    อยากอ่านต่อๆๆ จะเศร้ามั้ยน่ะ??? รีบมาเน้อไรท์อยากอ่านน >\\<
    #626
    0
  33. #625 Mr.B_toey (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 01:05
    ฮืเออ มีแววเศร้าๆ
    #625
    0
  34. #624 t-t-thn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 23:29
    รออออออ ไรท์สู้ฮับบบบบ
    #624
    0
  35. #623 Aom_Safety (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 17:39
    เหย กู๊ดจริงไหม แงง
    #623
    0
  36. #622 yeolliyeol61 yeol (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 16:30
    สนุกดีมาต่อใวๆน๊า^^
    #622
    0
  37. #621 meaw s (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 15:11
    ไม่กู๊ดแน่เลยอ่ะฮื่อออ
    #621
    0
  38. #619 thejae (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 12:39
    เรา(พยายามจะ)เชื่อนะว่าฟีลกู๊ด อย่าหลอกเรานะไรท์555555555
    #619
    0
  39. #618 멍령이 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 11:19
    รอจ้ะ แต่ฟิลกู๊ดแน่นะ
    #618
    0
  40. #614 Nursery*purr-fect (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 02:46
    เรื่องน่าสนใจอีกแล้ววว แต่กลัวใจจริงๆจ้ะ 5555 ความน่าสนใจอยู่ที่ตัวแบคอ่ะ อ่านแรกๆบุคลิกเหมือนเป็นเด็กผู้ชายน่ารักๆนี่ไม่คิดว่าจะสูบบุหรี่ น่าสนใจทีเดียว ปาร์คชานยอลสนใจด้วยมั้ยคะ?
    #614
    0
  41. #613 Ctbhqx_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 00:18
    ฟีลกู๊ดแน่นะ กลัวใจ 5555555
    #613
    0