{SF,OS} honey lemon juice ♡ ll chanbaek

ตอนที่ 2 : {SF} dear my best friend [end] ♡

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    14 ส.ค. 58

  CR.SQW


warning : สำหรับตอนนี้อ่านในเว็บจะได้อรรถรสกว่าค่ะ

ถ้าอ่านในแอพเกรงว่าจะงงนิดหน่อย เพราะฉะนั้นตอนท้ายๆอยากให้ตั้งใจอ่านดีๆนะคะ

ปล. อ่านในเว็บอยากให้สังเกตตัวเอียงด้วยค่ะ เผื่องงเนอะ











I have one word to say.

 

 

 

 

 

.

.

.

 

.

 




 

 


ความไม่คุ้นชินกับเมืองหลวงทำให้แบคฮยอนต้องมายืนอยู่คนเดียวที่ริมเสา โรงแรมใหญ่โตที่เขาไม่เคยมา.. ไม่สิ สารภาพเลยว่าเขาไม่เคยเข้ามาในโซลเลยสักครั้งนับตั้งแต่เกิด อาจจะดูบ้านนอกก็ได้ แบคฮยอนยอมรับว่าเขาเป็นคนประเภทนั้น เพราะทั้งชีวิตตลอดยี่สิบหกปีที่ผ่านมาเขาก็ใช้มันอยู่แค่ที่ปูซาน ไม่เคยได้ออกไปเปิดหูเปิดตาที่อื่นเหมือนใครเขาหรอก

 

 

จากจุดที่ยืนอยู่ แบคฮยอนมองเห็นป้ายขนาดใหญ่ที่ระบุชื่อเจ้าของงานเอาไว้อย่างชัดเจน

 

 

ปาร์คชานยอลและคิมซอนมี

 

 

 

แบคฮยอนยกยิ้มบางเบาให้กับสองชื่อที่เขาคุ้นเคย สองเท้าเล็กก้าวออกไปตามพื้นพรมสีแดงเลือดหมูอย่างกล้าๆกลัวๆตามประสาคนไม่คุ้นถิ่น เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนธรรมดากับกางเกงยีนส์รัดรูปตัวเก่ง แบคฮยอนไม่รู้จะใส่อะไรดีทั้งที่นั่งคิดมาสองสามวัน สุดท้ายก็เลยเลือกเอาชุดเดิมๆที่ใส่แล้วมั่นใจที่สุดแทน

 

 

ผู้คนมากหน้าหลายตาพากันเดินขึ้นไปตามขั้นบันไดที่สูงตระหง่านตรงหน้า แบคฮยอนไม่รู้จักใครเลยสักคน แม้กระทั่งเพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่คิดว่าชานยอลน่าจะเชิญมาก็ยังไม่พบหน้าเลย ที่เดินสวนกันไปมานี่ก็ใครไม่รู้ เขาไม่รู้จัก และตอนนี้ก็รู้สึกว้าเหว่อย่างมากอีกด้วย

 

 

อย่างน้อยก็น่าจะมีใครสักคนสิ

 

 

เพื่อนน่ะ ใครสักคนก็ได้..

 

 

ไอ้แบค!”

 

 

เหมือนเสียงสวรรค์คุ้นหูดังขึ้น แล้วก็เป็นไปตามคาดตอนที่แบคฮยอนหันกลับไป

 

 

เจ้าของเรือนผมสีเงินเดินเข้ามาอย่างตื่นเต้น หากมันเป็นหมาตอนนี้หูกับหางคงตั้งแล้วก็สั่นกระดิกเหมือนได้เจอเจ้าของไปแล้ว แบคฮยอนยิ้มกว้าง เขาตอบรับอ้อมกอดที่แข็งแรงของอีกฝ่าย แม้ไม่ได้เจอกันนานแต่ดูเหมือนโอเซฮุนจะยังตัวเท่าเดิม

 

 

ไม่เจอกันนานนมโตขึ้นเยอะเลยนะ

เดี๋ยว พูดดีๆ

อะไร กูหมายถึงว่าไม่เจอกันตั้งนาน มึงโตขึ้นเยอะเลยนะ

.....

คิดอะไรของมึงเนี่ย ลามกว่าพลางหัวเราะคิกคักจนแบคฮยอนอยากจะยกเท้าขึ้นลูบหน้ามันสักทีสองที

 

 

นอกจากขนาดตัว นิสัยก็ยังกวนเบื้องล่างของไอ้ตี๋นี่ก็ยังเป็นแบบเดิมไม่มีเปลี่ยน

 

 

แล้วมึงมายืนเล่นเอ็มวีอะไรคนเดียวตรงนี้วะ ทำไมไม่เข้าไปในงาน แบคฮยอนเพิ่งสังเกตเดี๋ยวนั้นเองว่าเซฮุนมันหล่อขึ้นมากโข นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงไป เรือนผมสีเงินดูรับกับหน้ามันดี เขาจะพยายามมองข้ามรอยยิ้มน่าถีบของมันไปแล้วกัน

กูเพิ่งมาเอง แบคฮยอนปด ความจริงเขามาได้สองชั่วโมงแล้วแต่นั่งๆยืนๆอยู่ตรงล๊อบบี้

งั้นก็ยังไม่เจอไอ้ชานอะดิ

คนตัวเล็กพยักหน้า

งั้นก็ไปหามันพร้อมกัน ต้องถ่ายรูปอะไรอีก เดี๋ยวเสียเวลาแดกของฟรีหมด

 

 

ข้อมือของแบคฮยอนถูกคว้าแล้วก็ลากไปตามทางเดิน เซฮุนยังเป็นประเภทป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ นี่ไงเขาถึงบอกว่ามันไม่เคยเปลี่ยนไปเลย คนตัวเล็กเริ่มมองเห็นเพื่อนสมัยมัธยมบ้างแล้ว เมื่อกี้ที่หน้าห้องบอลลูม คิมจงอินที่เขาจำได้ว่าอยู่ห้องคำนวณก็ยิ้มกว้างให้เขาแล้วทำท่าเหมือนจะเข้ามาทัก แต่ไม่ทันความเร็วของไอ้หัวเงินที่ลากเขาผ่านหน้าไปเสียก่อน

 

 

แบคฮยอนเริ่มมองเห็นไฟซึ่งสว่างกว่าดวงอื่นๆอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้นัก ซุ้มดอกไม้เริ่มปรากฏให้เห็น มันเป็นดอกไม้สีขาวเหมือนอย่างที่หนึ่งในเจ้าของงานชอบ พร้อมกับลูกโป่งสีพาสเทลที่อีกฝ่ายเคยบอกว่าถ้าได้แต่งงานจะเอามาลอยให้เต็มเพดาน เพราะรู้ว่าเจ้าสาวของมันจะต้องชอบลูกโป่งพวกนั้นอย่างแน่นอน

 

 

แบคฮยอนรู้สึกยินดีที่ชานยอลได้ทำตามใจต้องการ

 

 

แม้ตัวเขาเองจะแพ้ยางลูกโป่งก็ตาม

 

 

มึงแพ้ยางนี่ คนผมเงินหันมาพูดกับเพื่อนซี้

 

 

แบคฮยอนเป็นประเภทป่วยง่ายแพ้ง่าย เซฮุนจำได้ว่าตอนนั้นมีงานคริสต์มาสซึ่งลูกโป่งลอยเต็มไปหมด แบคฮยอนเผลอไปสัมผัสมันเข้า ถึงกับต้องลาโรงเรียนสามวันเพราะผื่นแดงเห่อไปทั้งตัว

 

 

ไม่เป็นไร มันลอยอยู่ ยางคงไม่ระเหิดมาโดนกูหรอกมั้ง

 

 

เซฮุนยักไหล่ในขณะที่เราสองคนยืนอยู่บริเวณซุ้มสำหรับถ่ายภาพกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว

 

 

เขาเห็นคิมซอนมีในชุดเจ้าสาวกำลังยกทิชชู่ขึ้นซับหน้าเจ้าบ่าวของเธอ ชายหนุ่มที่ยืนหันหลังอยู่นั้นเป็นคนที่แบคฮยอนคุ้นเคย เขาจำได้แม้กระทั่งลาดไหล่กว้างที่เขาเคยซบลงไปตอนนั่งรถบัสไปออกค่ายที่ต่างจังหวัด หรือจำได้แม้กระทั่งเส้นผมของอีกคนที่เขาเคยสางเล่นตอนที่มันนอนหนุนตักเขา

 

 

แม้จะมีเป็นร้อยคนที่ยืนหันหลังให้ แต่แบคฮยอนก็จำปาร์คชานยอลได้ดีกว่าใคร

 

 

คนเยอะว่ะ หรือเราจะเข้าไปแดกนิดหน่อยแล้วค่อยออกมาถ่ายดีอะ เซฮุนสะกิดศอกเขาเบาๆ แต่แบคฮยอนก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

ถ่ายไปเนี่ยแหละ

 

 

เพราะเขาอาจจะไม่ได้เข้าไปร่วมนั่งแสดงความยินดีกับเพื่อนทั้งสองเหมือนอย่างที่ตั้งใจอีกแล้ว

 

 

โอ๊ะ แบคฮยอน เซฮุน?

 

 

คิมซอนมีอุทานขึ้นมาตอนที่เห็นพวกเขา

 

 

เซฮุนส่งยิ้มไปให้หล่อน ในขณะที่แบคฮยอนไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร ในตอนนี้เขาอยากจะหันหลังกลับแล้วเดินออกไปเสียด้วยซ้ำหากเป็นไปได้ ทั้งที่เตรียมตัวมาอย่างดีว่าถ้าหากได้เจอกับคู่บ่าวสาวในวันนี้อีกครั้งเขาจะต้องทำตัวให้แนบเนียนและเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดให้กับสองคนนี้ได้

 

 

มาถ่ายรูปก่อนสิ!”

 

 

แต่ตอนนี้มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น

 

 

ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะไม่กล้าเข้าหน้าคิมซอนมีเนื่องจากสร้างวีรกรรมพูดเป่าหูเจ้าหล่อนเอาไว้เยอะ

 

 

แบคฮยอนอ่า!”

 

 

หรือเป็นเพราะสายตาของคนที่คิดถึงมาตลอดเจ็ดปีซึ่งกำลังมองมานั่นกันแน่

 

 


 

 

สีพาสเทล

“…..”

ลูกโป่ง.. สีพาสเทล ลอยเยอะๆให้เต็มเพดาน

.....

ตอนนั้นเจ้าสาวของฉันคงจะกรี๊ดแล้วก็ยิ้มดีใจแน่ๆ

.....

เพราะใครๆก็ชอบลูกโป่งทั้งนั้น

 

 

คำพูดของชานยอลลอยเข้ามาในสมองอีกครั้งเมื่อแบคฮยอนเหลือบตามองไปยังเพดานที่มีแต่ลูกโป่ง สลับกับมองหน้าคิมซอนมีในชุดเจ้าสาวซึ่งยิ้มกว้างและดูมีความสุขอยู่ไม่ไกล

 

 

คิมซอนมีเป็นพวกชอบของน่ารักสวยๆงามๆ เพราะเจ้าตัวเป็นพวกสาวหวาน สีที่ชอบมักจะเป็นพวกสีอ่อนๆ แบคฮยอนรู้เพราะดูจากกระเป๋าสะพายเอย พวงกุญแจห้อยโทรศัพท์เอย รองเท้าเอย หรือแม้แต่ต่างหูรูปกระต่ายสมัยเรียนมัธยมปลาย ทุกอย่างของซอนมีล้วนเป็นสีชมพูอ่อน ฟ้าอ่อน และสารพัดสีอ่อนๆทั้งสิ้น

 

 

ตอนนั้นเองที่แบคฮยอนทบทวนและเข้าใจได้ว่าเจ้าสาวในอนาคตที่ปาร์คชานยอลอยากให้เป็นคนนั้นคือใคร

 

 

 

ไม่ใช่เขาที่ไม่ถูกกับยางลูกโป่งเสียหน่อย

 

 

แบคฮยอน!” เสียงเซฮุนตะโกนทำให้แบคฮยอนสะดุ้ง ยืนเป็นหุ่นมาดามทุสโซ่เลยมึงนี่ ไปถ่ายรูปกันได้แล้ว

 

 

เซฮุนทำหน้ามุ่ยแล้วแบคฮยอนก็รู้ดีว่าเป็นเพราะมันหิวข้าว คนตัวเล็กได้แต่เดินไปตามแรงชักจูง เขาไม่ได้มองหน้าปาร์คชานยอลเลยด้วยซ้ำ แม้จะรู้ว่าเพื่อนสนิทนั้นมองมาที่เขาอยู่นานแล้ว

 

 

เสียงชัตเตอร์ถ่ายรูปดังขึ้นสองสามรอบ แบคฮยอนทำได้แค่ยิ้มแกนๆไปให้กล้องเท่านั้น จนกระทั่งช่างภาพบอกว่าการถ่ายภาพเสร็จสิ้น

 

 

ดีใจที่มึงมานะไอ้ฮุน ชานยอลตบบ่าเซฮุนดังแปะ แกด้วยนะแบคฮยอน

 

 

ก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้กับเขา

 

 

แบคฮยอนทำได้เพียงยิ้มกลับไปเท่านั้น เขามองเห็นความสุขที่ล้นออกมาทางแววตาของชานยอลซึ่งมองมาด้วยความรู้สึกแบบเดิม ชานยอลยังเป็นเหมือนเดิม ผมสีดำสนิททำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงต้องเคยย้อมผมสีอ่อนเหมือนที่เขาเดาเอาไว้มาก่อน แต่กำลังจะแต่งงานเลยต้องทำสีผมให้ดูเรียบร้อย

 

 

เขารู้ว่าไอ้โยดาของเขามีความสุขมากแค่ไหนกับวันสำคัญในวันนี้ เจ้าตัวแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักใคร่เจ้าสาวของตัวเองแค่ไหนและดีใจแค่ไหนที่ได้หล่อนมาเป็นภรรยา

 

 

แบคฮยอนก็มีความสุข เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นชานยอลมีความสุข

 

 

แม้ความสุขของชานยอลจะไม่ได้มีเขาประกอบอยู่ในนั้นอย่างที่เคยวาดฝันเอาไว้ก็ตาม

 

 

ไม่คิดเลยว่าแกจะมาจริงๆเหมือนที่บอกในจดหมาย ชานยอลยิ้มแซว แต่ก็ขอบใจมากนะ

 

 

แบคฮยอนเพียงแค่พยักหน้ากลับไปเท่านั้น เซฮุนชวนชานยอลคุยด้วยท่าทางทะเล้นที่ทำให้แบคฮยอนยิ้มขำตามได้ไม่ยาก ภาพวันเก่าๆในตอนที่พวกเราสนิทกันเหมือนตังเมลอยเข้ามาในสมองของแบคฮยอน แน่นอนว่าเขาโหยหาวันเวลาเหล่านั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าเราคงไม่สามารถจะกลับไปยืนตรงนั้นได้อีกแล้ว

 

 

เข้าไปรอกันข้างในก่อนนะ เดี๋ยวไปหาที่โต๊ะ ชานยอลพยักเพยิดหน้าเป็นเชิงเชิญชวน

 

 

แต่แบคฮยอนกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

 

 

ไม่ดีกว่า

“….”

ฉันต้องกลับแล้ว

 

 

แบคฮยอนยิ้มให้กับเพื่อนสนิทเป็นหนสุดท้าย

 

 

เพราะเพียงแค่ได้เห็นเพื่อนยังเหมือนเดิม ได้เห็นว่าดวงตะวันของเขายังคงสดใสเหมือนเดิม

 

เท่านั้นก็เพียงพอ

 

 

 

 

งานเลี้ยงเลิกราแล้ว และปาร์คชานยอลกับคิมซอนมีกำลังนั่งอยู่ในห้องหอของตัวเอง

 

 

 

แม้ตามละครหรือหนังภาพยนตร์ทั่วไปจะมีฉากสวีทสำหรับการเข้าห้องหอครั้งแรกสำหรับคู่บ่าวสาว แต่สำหรับชานยอลและซอนมี เราต่างก็รู้ดีว่าเราเหนื่อยเกินกว่าที่จะมาทำเรื่องอย่างว่ากันแล้ว ตอนนี้ทั้งคู่ต่างก็อยากนอน อยากจะหลับไปทันทีหากเป็นไปได้

 

 

ซอนมีนั่งเช็ดเครื่องสำอางอยู่ตรงโต๊ะเครื่องแป้ง ในขณะที่ชานยอลยกยิ้มให้หล่อนผ่านกระจก

 

 

ยิ้มอะไร?

มีความสุขน่ะ ชานยอลหัวเราะในลำคอ ไม่น่าถาม

 

 

เขาเดินเข้าไปจับไหล่ของภรรยาหมาดๆ ซอนมีเองก็ยกยิ้มให้เขาผ่านทางกระจก แต่แววตาของหล่อนมันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่หนักใจและรู้สึกอยากจะพูด

 

 

มีอะไรหรือ แล้วแน่นอนว่าชานยอลก็เอ่ยถาม

 

 

ซอนมียิ้มบางๆ หล่อนเดินจูงมือสามีให้มานั่งที่เตียงด้วยกัน มือสองข้างของหญิงสาวกอบกุมมือขวาของชานยอลเอาไว้ ก่อนที่จะยกยิ้มอีกครั้ง

 

 

ฉันมีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟังน่ะ

.....

วันนี้เจอหน้าแบคฮยอนก็เลยนึกขึ้นได้ คราวนี้ซอนมียิ้มจนตาปิด

 

 

และชานยอลรู้สึกฉงน

 

 

ร้อยวันพันปีคิมซอนมีไม่เคยพูดถึงเพื่อนสนิทของเขาทั้งแบคฮยอนและเซฮุนทั้งที่ก็เรียนด้วยกันมา แต่คราวนี้ชานยอลคิดว่าหล่อนอาจจะพูดถึงในเรื่องที่แบคฮยอนได้สารภาพกับเขาผ่านทางจดหมายไปแล้ว ซึ่งถ้าเป็นเรื่องนั้นจริง ชานยอลจะหัวเราะแล้วบอกให้เธอยกโทษให้แบคฮยอนซะ

 

 

เพราะแบคฮยอนน่ะ

 

 

แบคฮยอนน่ะ.. เคยชอบนายนะ

 

 

ใจดี.. จะตาย..

 

ชานยอลชะงักรอยยิ้ม เขาจ้องมองลงไปในแววตาของหญิงสาวที่ไม่ได้มีท่าทีปิดบังอะไร ซอนมีหัวเราะเบาๆก่อนจะก้มลงหลุบสายตามองมือที่กอบกุมกันอยู่

 

 

ตอนนั้นแบคฮยอนเอาแต่เดินเข้ามาบอกฉันว่าให้เลิกยุ่งกับนาย

 

 

เรื่องนี้ชานยอลรู้ เพราะแบคฮยอนเล่าให้เขาฟังหมดแล้ว

 

 

พูดแล้วพูดอีกว่ายังไงนายก็จะไม่มีวันรับรักฉัน

“….”

ฉันถามหาเหตุผล ก็ไม่มีคำตอบ แบคฮยอนไม่ตอบคำถามนั้นเลย

.....”

จนกระทั่งวันนั้น.. วันที่แบคฮยอนเอาแต่ร้องไห้แล้ววิ่งมาหาฉัน

“…..”

แล้วก็พูดว่า

 

 

ช่วยเลิกชอบชานยอลทีได้ไหม

มันกำลังจะชอบเธอแล้วนะ

ทั้งๆที่ฉันน่ะ..

 

 

ฉันน่ะ.. ชอบมันยิ่งกว่าใครๆ

....

แบคฮยอนพูดแบบนั้นล่ะ

 

 

ชานยอลรู้สึกหายใจติดขัด หัวสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะแล้วในไม่ช้าภาพของเพื่อนสนิทก็แล่นเข้ามาในหัว

 

 

วันนี้ที่เห็นแบคฮยอน เขาดีใจจนอยากจะวิ่งเข้าไปกอดอีกฝ่ายแรงๆเหมือนอย่างที่เคยทำ แบคฮยอนยังตัวเล็กเหมือนเดิม ผมสีน้ำตาลแบบเดิมเหมือนไม่เคยไปยุ่งอะไรกับมันเลย เสื้อเชิ้ตพับแขนกับกางเกงยีนส์รัดรูปก็ไม่ได้ช่วยทำให้แบคฮยอนดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเท่าไหร่นัก

 

 

ที่สำคัญ ดวงตาของแบคฮยอนก็ยังเหมือนเดิม หางตาตกๆกับรอยยิ้มเหมือนลูกหมาแบบที่เขาชอบ

 

 

มันยังเหมือนเดิม

 

 

ฮะๆ ซอนมีหัวเราะเบาๆ หล่อนช้อนตามองเขาแล้วยิ้มให้บางๆรู้ไหมว่าตอนนี้นายทำหน้ายังไงอยู่

 

 

ชานยอลขมวดคิ้วบางๆ

 

 

เขาไม่รู้หรอก

 

 

เพราะแม้กระทั่งเงาของตัวเองในสายตาของซอนมีที่ชัดเจน เขาก็มองไม่เห็นเช่นกัน

 

แย่จังนะ.. ฉันมันแย่จริงๆที่ไม่ยอมบอกนายตั้งแต่เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว

.....

เพราะตอนนี้ฉันมองเห็นแบคฮยอนในตาของนายเต็มไปหมด

 

 

เพราะสิ่งเดียวที่เขาอยากจะมองเห็น

 

 

เหมือนอย่างเมื่อเจ็ดปีที่แล้วไม่มีผิดเลย

 

 

ไม่ใช่คนตรงหน้าเสียหน่อย

 

 

แรงกระชับที่บีบลงมาเบาๆยังมือข้างขวาของเขาทำให้ชานยอลต้องเสตาหลบไปทางอื่น แม้ความรู้สึกสับสนที่ประดังประเดเข้ามาในใจจะมากมายแค่ไหน

 

 

แต่มันก็นำมาซึ่งความรู้สึกผิด

 

 

ทั้งที่รู้ว่าจริงๆแล้วนายน่ะไม่ได้สนใจฉันเสียหน่อย

....

แต่ฉันก็ยังจะตื๊อนายอยู่ได้

 

 

ชานยอลไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปกับความรู้สึกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่ภรรยาของเขาพูดออกมา

 

 

ฉันรั้งนายไว้นานเกินไปแล้วหรือเปล่านะ ปาร์คชานยอล?

 

 

มันเป็นประโยคเดียว ที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจ

 

 

 

2 เดือนถัดมา

ปูซาน, เกาหลีใต้

 

 

.

 

 

แบคฮยอนเรียงโปสการ์ดหน้าร้านให้เป็นระเบียบในเวลาแปดโมงเช้า เริ่มจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงเต็มทีจึงทำให้นักท่องเที่ยวหนาตามากกว่าปกติ วันนี้ร้านของเขาคึกคักและคับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างชาติ

 

 

บ้านของแบคฮยอนเปิดร้านขายโปสการ์ดและของที่ระลึกมาได้สักพักแล้ว ร้านของเราอยู่ติดริมทะเล แบคฮยอนชอบทะเลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาตอนกลางคืนที่แสงของดวงจันทร์จะกระทบกับผิวน้ำจนมีดวงจันทร์สองดวงลอยอยู่ นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เขาไม่อยากจากปูซานไปไหน

 

 

แบคฮยอนเรียงโปสการ์ดใบสุดท้ายให้เข้าที่ ร่างเล็กในคราบผ้ากันเปื้อนสีเหลืองสดเดินเข้ามาในร้าน หากเสียงเรียกแหลมๆของเด็กสาวกลับฉุดรั้งเขาไว้เสียก่อน

 

 

พี่แบค!!” บยอนโบรัมเอ่ยเรียกเสียงใส มีจดหมายมาส่งแน่ะ!”

ของพี่หรอ

ใช่สิ ของพี่นั่นแหละ โบรัมน้องสาวของเขายิ้มกว้าง ทายซิใครส่งมา

 

 

แบคฮยอนขมวดคิ้วเล็กน้อย บยอนโบรัมเป็นเด็กสดใสที่ชอบแกล้งพี่ชายของตัวเองซึ่งก็คือเขา มาถามแบบนี้พี่จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ

 

 

ย่าห์ เดาสักหน่อยสิ

ไม่อะ แบคฮยอนส่ายหัวอย่างเอือมระอา เอามาได้แล้วเร็ว พี่ต้องเข้าไปทำงานต่อนะ

 

 

โบรัมย่นจมูก แต่สุดท้ายก็ยอมวางจดหมายลงบนมือของเขาที่ยื่นออกไปรับ

 

 

หนูว่าพี่ต้องดีใจแน่

โบรัมยิ้มกว้างจนแบคฮยอนเห็นฟันของเธอเกือบครบทุกซี่

 

 

เพราะนั่นน่ะ จ่าหน้าซองว่าส่งโดยปาร์คชานยอลล่ะ

 


 

 

 

 

แบคฮยอนแกะจดหมายที่ส่งมาจากโซลอย่างทะนุถนอม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามือของเขาไม่ได้สั่นในตอนที่หยิบกระดาษเอสี่แผ่นสีขาวออกมา เขารู้สึกดีใจที่อย่างน้อยชานยอลก็ยังส่งจดหมายมาให้ ไม่ได้ลืมเขาไปในตอนที่ตัวเองมีครอบครัวแล้ว

 

 

แค่นี้ก็ยังดี

 

 

ถึง บยอนแบคฮยอน

 

 

สวัสดีแบคฮยอน

 

 

ตอนมัธยมปลายปีสุดท้ายที่แกถามฉันว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปได้ไหม จำได้ไหมว่าฉันตอบแกไปว่าอะไร

 

 

ได้เสมอถ้าแกต้องการ

 

 

แกคงคิดว่าฉันพูดจาเพ้อเจ้อถึงได้หัวเราะออกมาแบบนั้น บอกฉันซ้ำๆว่ายังไงมันก็คงไม่มีทางเป็นจริงไปได้หรอก ความจริงแล้วฉันไม่ได้คิดจะล้อเล่นหรอกนะ ถึงแม้ว่าตอนนั้นฉันจะหัวเราะตามน้ำกับแกไปด้วยก็ตาม

 

 

เพราะทุกครั้งที่แกคิดถึงฉัน ได้โปรดเชื่อเอาไว้ว่าฉันเองก็คิดถึงแกเหมือนกัน

 

 

 

แบคฮยอนยกยิ้มออกมา เขารู้สึกว่าไม่ได้ยิ้มแบบนี้มานานแล้ว แน่ล่ะ เพื่อนของเขามันปากหวานและคารมดีจนสาวๆต้องเหลียวหลัง ไม่อย่างนั้นคิมซอนมีดาวโรงเรียนคนสวยคนนั้นจะตามติดหนึบมันหรือ

 

 

 

จากวันที่แต่งงานก็ผ่านมาราวๆสองเดือนแล้ว

 

 

คิมซอนมีดูแลฉันอย่างดีและไม่มีขาดตกบกพร่อง ทุกเช้าฉันจะได้รับกาแฟใส่นมแบบที่ชอบโดยฝีมือของหล่อน แล้วมื้อเย็นตอนกลับมาจากทำงานก็จะมีอาหารที่ฉันชอบวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ แม้รสชาติมันจะไม่ได้เรื่องแต่ฉันก็ชื่นชมในความพยายามของหล่อนจริงๆ

 

 

ความรู้สึกยินดีแทรกซึมเข้ามาในหัวใจดวงเท่ากำปั้นของแบคฮยอน เขายกยิ้มบางๆขณะที่อ่านจดหมายของเพื่อนสนิทไปด้วย มันถือเป็นเรื่องราวดีๆที่มีคนดูแลชานยอลได้ รายนั้นทำอาหารไม่ได้เรื่องและไม่คิดแม้แต่จะแตะ แต่ถ้าคิมซอนมีคิดอยากจะทำอาหารแม้รสชาติจะไม่ได้เรื่อง แต่แบคฮยอนคิดว่าสักวันหนึ่งหล่อนจะทำได้ดี

 

 

เหมือนอย่างเขาที่ตอนแรกก็ทำอาหารไม่เป็นหรอก แต่สุดท้ายก็พยายามทำสปาเก็ตตี้ครีมซอสให้ชานยอลได้ชิมเป็นคนแรก

 

 

แต่ไอ้บ้านั่นไม่รู้หรอกนะว่าเขาต้องหมดสปาเก็ตตี้ไปตั้งกี่ห่อกว่าจะได้รสชาติดีแบบที่มันชอบอย่างนั้นออกมา

 

 

ไม่มีเหตุผล.. เขาก็แค่อยากทำ

 

 

แต่นั่นมันก็แค่สองอาทิตย์แรกเท่านั้นเองแบคฮยอน

 

 

สองอาทิตย์แรก?

 

 

คิมซอนมีเป็นคนที่มีความพยายามสูงจริงๆ ฉันชื่นชมหล่อนมาโดยตลอด แม้กระทั่งอาหารเย็นมื้อสุดท้ายที่ซอนมีทำให้ฉันกิน

 

มันคือเมนูสปาเก็ตตี้ครีมซอส

 

 

 

แบคฮยอนรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งหัวใจเมื่อได้อ่านประโยคดังกล่าว

 

 

คิมซอนมียกยิ้มให้ฉันบางๆในตอนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา จนกระทั่งฉันกินสปาเก็ตตี้จานนั้นเสร็จ หล่อนก็เอ่ยออกมาจนฉันแทบจะร้องไห้ตรงนั้น

 

 

บางทีฉันก็ควรจะปล่อยนายไปได้แล้ว

....

สปาเก็ตตี้นั่นอร่อยไหม หล่อนยกยิ้มอย่างจริงใจมาให้ เพื่อนสนิทของนายบอกมาน่ะว่าฉันควรจะทำยังไงเพื่อให้นายถูกใจมากที่สุด

....

แล้วฉันก็เลือกมันมาเป็นเมนูสุดท้าย

....

สำหรับชีวิตคู่ของเรา

 

 

เลิกกันเถอะชานยอล

 

 

หล่อนว่าอย่างนั้น

 

 

 

แบคฮยอนมือสั่นจนแทบจะทำกระดาษร่วงหล่นลงพื้น

 

 

เมนูสปาเก็ตตี้ครีมซอสนั่นเป็นของเขาเอง

 

 

วันสุดท้ายของการเป็นนักเรียนมัธยมปลาย คิมซอนมีเดินเข้ามาถามเขาว่าควรจะทำอาหารอะไรให้ชานยอลกินดี เผื่อวันหนึ่งได้เป็นเจ้าสาวของชานยอล หล่อนจะทำอาหารที่ชานยอลชอบให้ชานยอลทานในวันสำคัญ

 

 

ทั้งที่คิมซอนมีน่ะรู้ดี

 

 

รู้ว่าเขากำลังรู้สึกยังไง

 

 

ตอนนี้แบคฮยอนกำลังสับสนและตกใจไปพร้อมๆกันที่เรื่องมันดำเนินมาถึงขั้นนี้ เขาคิดว่าระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาจะทำให้ชีวิตคู่ของซอนมีและชานยอลเป็นไปได้ด้วยดี พร้อมทั้งอีกใจหนึ่งที่รู้สึกสงสารคิมซอนมีขึ้นมาเหลือเกิน

 

 

เอาล่ะ รู้นะว่าแกกำลังด่าฉันในใจ แต่ขอสาบานอย่างสัตย์จริงว่าฉันไม่ได้ทำตัวเละเทะจนซอนมีรับไม่ไหวแล้วรีบขอเลิกแน่นอน ฉันไม่ได้แย่ถึงขั้นนั้นนะ แถมหน้าที่การงานก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ด้วย

 

 

แต่ทุกอย่างมันเป็นเพราะแก

 

 

 

เพราะฉัน.. งั้นหรอ?

 

 

ฉันเคยบอกเรื่องหนึ่งกับคิมซอนมีในตอนนั้นที่เราไปค่าย ช่วงเช้าวันหนึ่งหล่อนเอาแต่เดินตามฉันเป็นเงาชนิดที่ไม่อยากให้ห่างกาย ฉันรำคาญและรู้สึกสงสารหล่อนไปในเวลาเดียวกัน แต่สุดท้ายหล่อนก็ควรจะได้รู้เรื่องสำคัญ ฉันจึงตัดสินใจพูดออกไป

 

 

ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้วพอฉันพูดจบคิมซอนมีก็ทำหน้าตาผิดหวังออกมาอย่างเห็นได้ชัด

......หล่อนเงียบ แล้วฉันก็เห็นแล้วว่าหล่อนกำลังจะร้องไห้

เธอควรจะตัดใจ-”

ใครหรอ

.....

ใครคือคนที่นายชอบหรอ

 

 

พอฉันบอกออกไปว่าใครคือคนที่ชอบ ซอนมีก็เดินหายไปเลย

 

 

ไม่มาตามเกาะแกะฉันเป็นอาทิตย์ แต่ก็นะ สุดท้ายแล้วคิมซอนมีก็ยังเป็นคิมซอนมีคนเดิม ผ่านไปไม่นานหล่อนก็ตามมาเกาะหนึบฉันเหมือนเดิมอยู่ดี

 

 

ฉันคิดว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้หล่อนหายไป.. ไม่ใช่เรื่องที่แกไปโกหกเธอว่าฉันชอบเซฮุนนั่นหรอก

 

 

 

แบคฮยอนนึกสงสัยขึ้นมาฉับพลันว่าใครกันที่ชานยอลชอบในสมัยมัธยมปลาย

 

 

เขาไม่เห็นว่ามีใครจะเข้าข่ายหรือน่ารักจนสะดุดตาชานยอล ในขณะเดียวกันเพื่อนสนิทของเขาก็ไม่เห็นจะเคยบอกอะไรเขาเลย

 

 

เขาควรจะโกรธชานยอลดีไหมนะ

 

 

สงสัยอยู่ใช่ไหมล่ะว่าใครคือคนที่ฉันชอบ?

 

 

ใช่ สงสัยมากด้วย

 

 

 

แกจำลูกโป่งที่ลอยอยู่เต็มงานแต่งของฉันได้ไหม

 

 

อาจจะซับซ้อนหน่อยแต่สีพาสเทลพวกนั้นมันมีความหมาย เหมือนอย่างที่ฉันเคยบอกแกว่าเป็นใครก็ต้องชอบลูกโป่ง แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่หรอก อย่างเช่นแกไง อย่างแกคงจะชอบลูกโป่งไม่ได้เพราะแกแพ้มัน

 

 

ฉันจำได้หรอกน่า แกเคยโดนลูกโป่งแล้วผื่นขึ้นเต็มตัวเลยไม่ใช่หรือไง

 

 

ตอนนั้นแกถามฉันว่าอยากให้งานแต่งงานในฝันเป็นไปในรูปแบบไหน

 

 

สีพาสเทล

พาสเทล?

ใช่

เพราะฉันคิดว่าสีพาสเทลมันน่ารัก

ผู้หญิงทุกคนชอบสีพาสเทลกันทั้งนั้น

แล้วมันก็เหมาะกับแกเหลือเกิน

แต่นั่นมันเป็นสีของผู้หญิง แกไม่คิดจะคุมโทนสีเทาแบบที่แกชอบหรอ

ถามอะไรของแกน่ะ ฉันยกมือขึ้นเขกหน้าผากแกไปหนึ่งที ข้อหาถามคำถามไม่คิด สีเทามันขมุกขมัว.. เดี๋ยวชีวิตคู่ของฉันก็ไม่ราบรื่นน่ะสิ

แต่ความจริงแกไม่ชอบสีเทาใช่ไหมล่ะ นั่นล่ะสาเหตุที่แท้จริง

 

ลูกโป่ง.. สีพาสเทล ลอยเยอะๆให้เต็มเพดาน

ฉันตอบกลับไปแบบนั้น เพราะกลัวแกจะโยงจนจับได้

.....

เพราะใครๆก็ชอบลูกโป่งทั้งนั้น

 

 

ทั้งที่ความจริงแล้ว คำว่าลูกโป่งในงานแต่งไม่เคยมีอยู่ในหัวของฉัน นับตั้งแต่วันที่รู้ว่าแกแพ้ยางของมัน

 

 

 

แบคฮยอนยกมือขึ้นมาปิดริมฝีปากของตัวเองเอาไว้พร้อมกับน้ำตาที่คลอเต็มทั้งสองหน่วยตา ความรู้สึกสับสนทำให้เขารู้สึกชาวาบไปทั้งตัว

 

 

แบคฮยอนไล่สายตาอ่านไปเรื่อยๆทีละตัวอักษรราวกับจะซึมซับความรู้สึก

 

 

เอาล่ะบยอนแบคฮยอน

 

 

พร้อมกับหัวใจดวงเล็กที่อบอุ่นเหมือนถูกโอบกอดเอาไว้

 

 

ถึงตอนนี้ ก็ได้เวลาอันสมควรที่ฉันจะบอกความจริงซึ่งเก็บมาตลอดเจ็ดปีเสียที

 

 

เหมือนอย่างตอนนั้นที่เขาได้มองตากับชานยอล

 

 

ฉันจะเขียนมันผ่านทางตัวอักษรไปแค่ครั้งเดียว

 

 

แล้วในตอนนี้เขาก็รู้แล้ว

 

 

แล้วถ้าแกอยากได้ยินจากปาก ก็รีบเข้าโซลมาหาฉันด่วนเลยเข้าใจไหม

 

 

ว่าสิ่งที่เขาอยากจะบอก

 

 

ฉันน่ะ..

 

 

คือเขาน่ะ

 

 

รักแกตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันแล้ว บยอนแบคฮยอน

 

 


รักปาร์คชานยอลมากเหลือเกิน

 


 

END











TALK:
งงตรงไหนบอกได้ทันทีนะคะ เพราะเราเชื่อว่าต้องมีคนงงแน่ๆ 5555555 จะตามอธิบายให้ค่ะ
ประเดิม SF เรื่องแรก จริงๆแล้วมันเป็นความรู้สึกที่อยากเขียนแนวจดหมายบ้าง
อยากให้จินตนาการถึงยุคที่เรายังไม่มีไลน์ การติดต่อไม่ทันสมัยเหมือนอย่างตอนนี้นะคะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ เรื่องใหม่จะตามมาในไม่ช้า
อ้อ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ดีๆด้วยค่ะ น่ารักจังเลยย ><





#น้ำผึ้งมะนาวCB




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,420 ความคิดเห็น

  1. #3417 xobhyunxo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 01:18
    ไม่สงสารซอนมีเลยยยยยย คนคนนี้เห็นแก่ตัวมาก ๆ รู้ทั้งรู้ว่าเขาสองคนรักกัน แต่ยังพยายามเอาตัวเองเข้าไปแทรกตรงกลางเพื่อหวังว่าชานยอลจะรักเธอในสักวัน แล้วทำร้ายความรู้สึกแบคฮยอนนะเอาดี ๆ รู้ว่าแบคคิดยังไงยังไปถาม ทำอะไรให้ชานยอลกินดี ถ้าวันนึงได้เป็นเจ้าสาว เหอะ!! และก็ตามตื้อชานยอลเหมือนไม่ปล่อยให้ชานได้มีเวลามาตกตะกอนเรื่องแบค ไม่มีเวลากลับมาปูซาน แล้วเป็นไง คนเขารักกัน นานแค่ไหนเขาก็รัก วันแต่ก็น่าจะชัดเจนแล้วนะ นี่ยังยื้อไปอีกสองเดือน เจ็ดปีกว่า โคตรเห็นแก่ตัวเอลย เวลาที่เขาจะได้รักได้มีกันและกัน ต้องมามีความรู้สึกผิด รู้สึกสงสารผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนนี้อีก เจ็ดปี สร้างแผล และช่องว่างที่ใหญ่มาก แล้วถึงขั้นแต่งงานเลยนะ หลังจากนี้ถ้าชานอยากแต่งงานกับแบค มันจะเป็นยังไงล่ะ คนอื่นจะคิดว่าแบคไปแย่งไปแยกเธอมาไหม แล้วก็นะ ชานยอล แกอะควรเป็นคนมาหาแบคฮยอนตัวเองมากกว่านะ เขียนจดหมายให้แบคไปหา เพื่อออออออออ // ยาวเลย ขอโทษที่อินนะคะ 😂😂😂
    #3,417
    0
  2. #3350 areenachesani (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 15:52
    อ่านไปแล้วใจหายวาบบ นึกว่าจะไม่ได้ลงเอยกันสะแล้ว ทั้ง ๆ ที่เรื่องราวเมื่อ 7 ปีที่แล้วก็แสนจะชัดเจนว่ารู้สึกดีต่อกันน แอบสงสารซอนมี ความพยายามของเธอมันน่าเหลือเชื่อ แต่สุดท้ายเธอก็เลือกจะปล่อยมือจากคนที่เธอรัก ให้ไปรักกับคนที่เขารัก ขอบคุณนะ
    #3,350
    0
  3. #3348 เมียฮยอก..กิ๊กน้องแบค (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 15:29
    อ่านบรรทัดสุดท้ายจบปุ๊บน้ำตาหยดติ๋งลงมาเลย มันหน่วงง่ะถึงตอนที่สองจะค่อยๆใจฟูขึ้นมาแล้วก็เถอะ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นก็ยังขมุกขมัวอยู่เลย แบบว่ามันสงสารอ่าา งือออออ แต่สุดท้ายก็ดีเลยนะ ดีใจมากๆเลยที่สุดท้ายทั้งสองคนได้รักกัน ขอบคุณค้าบบบ
    #3,348
    0
  4. #3344 cheerchanbaek (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 08:49
    แงงงงงดีใจจังค่ะที่สุดท้ายความรักของทั้งสองคนก็สมหวังง ถึงจะรู้สึกสงสารซอนมีก็เถอะ ความจริงก็ไม่น่าเลยเถิดมาถึงแต่งงานเลยเนอะ แต่ก็นะ...เค้าก็ยังใจดี ปล่อยปาร์คชานมาหาคู่ของเค้าส ฮื่อออ ขอบคุณมากกกกกน้าา
    #3,344
    0
  5. #3324 ULTRAMAN ต่างดาว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 19:53
    คือใจอ่ะร่วงไปตั้งแต่แรกแล้วอ่ะ
    อยู่ๆก็ฟูขึ้นมาจนล้นห้อง55555
    #3,324
    0
  6. #3313 Hydrangea_CB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 01:52
    เหมือนไรต์ถนัดถีมคนอ่านลงเหวเเล้วค่อยฉุดขึ้นมาใหม่ตอนท้ายอะ
    ตั้งเเต่เรื่องต้องดวงใจเเล้ว!!!!!
    555555ตื่นเต้นดีชอบมัคๆเลย
    #3,313
    0
  7. #3270 BN0412 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 19:21
    ร้องไห้เลยยย แต่ว่ามันดีจริงๆที่จะได้มารักกันนนนนน
    #3,270
    0
  8. #3234 benz0935123881 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 20:20
    ฮืออออ เศร้ามากก.//ปาดน้ำตา
    #3,234
    0
  9. #3199 Mulberrryyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 10:07
    นึกถึงเพลงGoodbye summer เลยค่ะ เราเข้าใจว่าสองคนใจตรงกันแต่การกระทำอาจจะสวนทางกับใจจนต่างคนต่างก็ไม่แน่ใจแถมยังเป็นเพื่อนกันถ้าบอกไปตอนนั้นคง(จะจบเร็ว)กลัวเสียเพื่อนจนเรื่องราวร่วงเลยมานานแต่ใจของสองคนก็ยังมั่นคงนี่เป็นบทสรุปที่ดีมากๆ แอบสงสารซอนมีในความพยายามมากๆของเธอ แต่ก็นะคนไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ แบคฮยอนรีบขึ้นโซลไปฟังคำนั้นจากปากชานยอลเลย555555
    #3,199
    0
  10. #3181 CBSEB0461 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 12:00
    น้ำตามาจ้าจบดีปรปมือ
    #3,181
    0
  11. #3143 Bbyun04 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 00:44
    งงตั้งแต่ต้นอ่ะถ้าชานยอลรักแบคตั้งแต่แรกทำไมถึงคบกับซอนมีแล้วแต่งงานกัน ชานยอลก็ดูรักซอนมีแล้วก็ดูมีความสุขที่แต่งงานกัน เราไม่เข้าใจว่าชานยอลรักแบคฮยอนยังไง เราเข้าใจแค่ว่าแบคฮยอนรักชานยอลมาตลอดแต่ไม่รู้ถึงความรักที่ชานยอลมีต่อแบคฮยอนเลย
    #3,143
    4
    • #3143-3 areenachesani(จากตอนที่ 2)
      28 เมษายน 2563 / 16:02
      มสกวกว
      #3143-3
    • #3143-4 xobhyunxo (จากตอนที่ 2)
      26 ตุลาคม 2563 / 01:15
      ไม่สงสารซอนมีเลยยยยยย คนคนนี้เห็นแก่ตัวมาก ๆ รู้ทั้งรู้ว่าเขาสองคนรักกัน แต่ยังพยายามเอาตัวเองเข้าไปแทรกตรงกลางเพื่อหวังว่าชานยอลจะรักเธอในสักวัน แล้วทำร้ายความรู้สึกแบคฮยอนนะเอาดี ๆ รู้ว่าแบคคิดยังไงยังไปถาม ทำอะไรให้ชานยอลกินดี ถ้าวันนึงได้เป็นเจ้าสาว เหอะ!! และก็ตามตื้อชานยอลเหมือนไม่ปล่อยให้ชานได้มีเวลามาตกตะกอนเรื่องแบค ไม่มีเวลากลับมาปูซาน แล้วเป็นไง คนเขารักกัน นานแค่ไหนเขาก็รัก วันแต่ก็น่าจะชัดเจนแล้วนะ นี่ยังยื้อไปอีกสองเดือน เจ็ดปีกว่า โคตรเห็นแก่ตัวเอลย เวลาที่เขาจะได้รักได้มีกันและกัน ต้องมามีความรู้สึกผิด รู้สึกสงสารผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนนี้อีก เจ็ดปี สร้างแผล และช่องว่างที่ใหญ่มาก แล้วถึงขั้นแต่งงานเลยนะ หลังจากนี้ถ้าชานอยากแต่งงานกับแบค มันจะเป็นยังไงล่ะ คนอื่นจะคิดว่าแบคไปแย่งไปแยกเธอมาไหม แล้วก็นะ ชานยอล แกอะควรเป็นคนมาหาแบคฮยอนตัวเองมากกว่านะ เขียนจดหมายให้แบคไปหา เพื่อออออออออ // ยาวเลย ขอโทษที่อินนะคะ 😂😂😂
      #3143-4
  12. #3085 BbiI (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 15:24
    ฮืออออ ในทิสุด ;-;
    #3,085
    0
  13. #2820 เอาตรงตรงตรงเลยนะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 18:14
    ขอเวลาแปบนะคะ.. /สูดน้ำมูก
    #2,820
    0
  14. #2818 MarkT_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 17:27
    อยากให้มาต่อจังเลยค่ะะะะ สานต่อเรื่องอีกสักหน่อยT_T
    #2,818
    0
  15. #2617 hunnnielu947 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:03
    อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยยย ฮือออ แต่ตอนจบมันฟีลกู้ดมากกก
    #2,617
    0
  16. #2608 MOONXL (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:49
    อ่านแล้วน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัวเลย ฮือออออ
    #2,608
    0
  17. #2579 Baekkumaaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:44
    ปล่อยให้เค้าเจ็บตั้งเกือบสิบปี จะมาเป็นคนดีตอนหลังแต่งงาน เป็นบ้าหรอพี่
    #2,579
    0
  18. #2570 Greatest moon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:28
    เฮ้อ เหมือนซอนมีจะดีนะ แต่ก็แสดงว่ารู้มาตั้งนานแล้วนี่ เราเกลียดผญ.คนนี้จัง ไม่สงสารเลยสักนิด แย่งเขามาแล้วมาทำเป็นคนดีบอกตอนวันแต่งงาน แน่ล่ะสิก็ชานแต่งกับเธอแล้วนี่ สมน้ำหน้าซอนมีมาก อกหักไปเถอะ
    #2,570
    0
  19. #2540 Nnvrp_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:13
    หน่วงมากฮื้อ
    #2,540
    0
  20. #2537 kunpariya_1997 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:50
    ถึงกับนำ้ตาไหล ขอบคุณซอนมีจริงๆ
    #2,537
    0
  21. #2531 Megasweetty (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:19
    สงสารซอนมี
    #2,531
    0
  22. #2506 N U E R (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:49
    ซอนมีเป็นคนที่เข้มแข็งมากจริงๆ
    #2,506
    0
  23. #2456 MONARCHs. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 17:13
    รอนานขนาดนี้ถ้าไม่ใช่ฟิคนะอย่าหวังว่าจะได้คู่กันเลย ถถถถถ. //อยากให้มีสเปอ่ะแบบไปมาแค่จดหมาย ว้อททท!! นี่ยุคไหนเนี่ย พวกแกรโทคุยกันได้มั้ย?! คือแบบชั้นไม่เจ้าใจฟีลลิ่งแกเลยนังชานเข้าใจแต่แบคที่ยอมเจบเพื่อให้คนที่รักมีความสุข เห้อมมมมม~
    #2,456
    0
  24. #2449 litterrabbitza (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 08:54
    กรี้ดด ฮืออ มันดีนะที่เขาคู่กัน แต่แบบซอนมี เธอทำไมถึงบอกเขาวันแต่งงาน เธอไม่เสียใจหรอ
    #2,449
    0
  25. #2423 CHOTIKABUa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 19:09
    ซึ้งจัง ดีมากเลย
    #2,423
    0