{SF,OS} honey lemon juice ♡ ll chanbaek

ตอนที่ 17 : {SF} (happy) new year - 2/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    3 พ.ค. 61

  CR.SQW





ก็แค่เหมือนจะ

 

 

 

.

.

 

 

.

 

 

 

 

 

 

ชานยอลกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมอีกครั้ง คือการรูดคีย์การ์ดหน้าห้องแล้วเดินเข้าห้องมาพร้อมกับถอดรองเท้าและถุงเท้า แขวนกระเป๋าเอาไว้ที่เดิมแล้วเดินเข้ามาในห้อง วันนี้อากาศเย็นเขาเลยจัดการเปิดหน้าต่างเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเช้า เพราะคนที่ยังนอนอยู่จะได้รู้สึกเย็นสบายไปด้วย


 


อื้อ.. ชิโร่อยู่ไหนอะ

 



น้ำเสียงสดใสที่ชานยอลเคยได้ยินอยู่บ่อยครั้งเอ่ยขึ้น รูมเมทของเขากำลังนั่งอยู่หน้าแมคบุ้คส่วนตัวพร้อมกับหน้าจอที่ฉายภาพของพี่ชายอีกฝ่าย ไม่นานนักลูกหมาตัวสีขาวหน้าตามอมแมมเหมือนเพิ่งออกไปเที่ยวเล่นก็วิ่งมาเข้ากล้องด้วยคน แบคฮยอนหัวเราะใหญ่ตอนที่เห็นมัน ก่อนจะทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเอ็นดู


 

 

งุ้ยชิโร่ ทำไมหน้าดำอย่างนั้นล่ะ ไปขุดดินมาอีกแล้วใช่มั้ย!”

 


[เออสิ พี่ไม่ให้ออกก็หาทางมุดออกไปในสวนจนได้] พี่ชายของแบคฮยอนว่า เขาอุ้มเจ้าหมาที่ชื่อชิโร่เอาไว้ในมือ มันทำท่าจะเลียคนอุ้มยกใหญ่แต่ชายหนุ่มในจอก็เบือนหน้าหนีจนรอดพ้น

 



โห.. ตุ๊ต๊ะขนาดนี้ยังจะมุดออกได้อีกหรอ ดีนะไม่ติดพุง แบคฮยอนว่าก่อนจะหัวเราะเอิ้กอ้ากเหมือนเด็กๆจนชานยอลต้องยกยิ้มตาม

 

เขาละความสนใจจากแบคฮยอนก่อนจะเดินไปนั่งบนโต๊ะเขียนหนังสือฝั่งของตัวเองบ้าง หยิบแมคบุ้คเครื่องส่วนตัวขึ้นมาเปิด วันนี้เขาว่างและกลับบ้านเร็วกว่าปกติ ดังนั้นการเล่นอินเทอร์เน็ตผ่อนคลายความเครียดคงเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว

 


พี่แบคบอม แค่นี้ก่อนนะ

 


[อ้าว ทำไมวันนี้ไปเร็วล่ะ]

 


ก็.. หิวอะ ว่าจะลงไปหาอะไรกินข้างล่าง

 


[อ่อ.. โอเค ไว้เดี๋ยวพี่บอกแม่ให้แล้วกัน]

 


.....


 

[เรื่องนั้นน่ะ]

 

 


ปกติชานยอลไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเท่าไหร่นัก แต่ตามสัญชาตญาณของคนเราเวลาได้ยินคำพูดที่ดูเหมือนเป็นความลับก็ต้องให้ความสนใจเป็นธรรมดา เหมือนอย่างตอนนี้ก็เช่นกัน เขาหันหน้าไปมองแบคฮยอนที่ปิดหน้าจอแมคบุ้คแล้ว มือเรียวหยิบหนังสือในลิ้นชักออกมาอ่านเหมือนอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น


 

อ้อ.. เขาลืมบอกไปสินะว่าระยะห่างของเขากับแบคฮยอนมันกลับมาเท่าเดิมแล้ว

 


ชานยอลไม่รู้ว่าแบคฮยอนโกรธอะไรเขาหรือเปล่า หลังจากวันปีใหม่วันนั้นที่เขาไม่ได้กลับห้องทุกอย่างมันก็ดูเหมือนจะกลับเข้าสู่วงจรเดิม คือวงจรเจอหน้าแล้วทักทายกันสามครั้งต่ออาทิตย์ เขาพยายามจะชวนแบคฮยอนคุยแล้วนะ แต่อีกคนก็ทำแค่เพียงตอบมาสั้นๆพร้อมกับยิ้มให้เหมือนกับเราเป็นคนไม่สนิทใจกันอีกครั้ง

 



ทั้งที่ชานยอลคิดว่าเราจะกลายเป็นเพื่อนกันได้แล้วแท้ๆ

 


ไม่คุยต่อหรอ ชานยอลตัดสินใจเอ่ยถามเพื่อนร่วมห้อง ..เรามารบกวนหรือเปล่า

 


เสียงอ่อยของชานยอลเรียกให้แบคฮยอนหันหน้ามามองพร้อมกับแววตาฉงนสงสัย คนตัวเล็กส่ายหัวไปมาก่อนจะยิ้มบางๆให้เหมือนอย่างเคย

 


ไม่รบกวนหรอก


 

แบคฮยอนตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับหนังสือในมืออีกรอบจนชานยอลต้องหุบปากลงเดี๋ยวนั้น ถึงแม้ในใจจะอยากถามเหลือเกินว่าเป็นอะไร แต่บางทีอาจจะมีเขาแค่เพียงฝ่ายเดียวที่เข้าใจไปเองว่าเราสนิทใจกันมากขึ้นแล้ว แบคฮยอนอาจจะยังไม่ได้คิดแบบนั้นก็ได้

 


ต่างคนก็ต่างจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองจนกระทั่งเวลาผ่านไปราวๆสิบห้านาที แบคฮยอนลุกขึ้นจากโต๊ะ เสียงลากเก้าอี้ทำให้ชานยอลหันหน้าไปมองตามอีกคนที่คว้ากระเป๋าเงินกับคีย์การ์ด หยิบเสื้อคลุมมาสวมพร้อมกับผ้าพันคอแล้วทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง

 


ไปไหนหรอ

 


แต่ก็ไม่ทันเขาที่เรียกอีกฝ่ายเอาไว้เสียก่อน

 


ไปหาอะไรกินน่ะ แบคฮยอนหันกลับมาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่คนฟังรู้สึกว่ามันช่างห่างไกล และแน่นอนว่าชานยอลจะไม่ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้แน่

 


อุตส่าห์มีมิตรภาพที่ดีต่อกันแล้วแท้ๆ ทำไมเขาต้องปล่อยให้ความเป็นเพื่อนของเราหลุดมือไปด้วยล่ะ

 


เราไปด้วยดิ หิวเหมือนกันเลย ชานยอลปิดหน้าจอแมคบุ้คเสร็จสรรพก่อนจะคว้ากระเป๋าเงินกับคีย์การ์ดของตัวเองเช่นเดียวกัน เดี๋ยวพาไปร้านไก่ทอดไหม อากาศหนาวๆแบบนี้ไก่ทอดกับเบียร์น่าจะดี

 


อย่าเลย.. เรากินเบียร์ไม่ได้

 


อ่า.. งั้นร้านต๊อกบกกีแล้วกัน

 


ชานยอลไม่ได้รอให้แบคฮยอนตอบหรือปฏิเสธอะไรไปมากกว่านั้น เขาจัดการเปลี่ยนชุดท่อนบนจากเสื้อยืดเป็นเสื้อกันหนาว ข้างนอกไม่ได้มีฮีตเตอร์เหมือนข้างในนี้ ถึงเขาจะเป็นคนขี้ร้อนมากแค่ไหนแต่อากาศอุณหภูมิต่ำมันก็หนาวเข้าเนื้อได้อยู่ดี ชานยอลจัดการคว้าข้อมือของอีกคนให้เดินตามมาด้วยกันซึ่งแบคฮยอนก็ไม่ได้อิดออดแต่เขาก็ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายทำหน้ายังไง

 


จะข้องใจหรืออยากต่อยเขาไหมนะ.. 

 

 


บางทีสำหรับมุมมองของแบคฮยอนแล้ว.. เราอาจจะไม่ได้กลายเป็นเพื่อนกันก็ได้

 



 

 

ป้าครับ ขอโคล่าด้วยสองขวด

 


ชานยอลเอ่ยสั่งกับป้าเจ้าของร้านต๊อกขนาดเล็กที่ไม่ห่างไกลจากหอพักของพวกเขาเท่าไหร่นัก คนตัวสูงมองหน้าคนที่มาด้วยนิ่งๆ แบคฮยอนพันผ้าพันคอแบบนี้แล้วตัวฟูเหมือนลูกเป็ดไม่มีผิด แก้มกับจมูกที่แดงจัดเพราะอากาศหนาวเข้ากับเส้นผมสีดำสนิทของอีกคนได้เป็นอย่างดี


 

เป็นหนแรกที่ชานยอลได้สำรวจใบหน้าของเพื่อนร่วมห้องใกล้ๆ

 


คนตัวเล็กไม่ได้หันมามองหน้าเขาหรอก แบคฮยอนกำลังมองสำรวจร้านไปรอบๆเหมือนอย่างไม่รู้จะหยุดสายตาเอาไว้ที่ไหน บางครั้งก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น แต่พอรู้สึกหนาวมือก็จะเก็บโทรศัพท์แล้วซุกมือเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมแทน ชานยอลรู้ถึงขั้นนั้นเพราะเขานั่งสังเกตอีกคนตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านแล้ว


 

เอ้อแบคฮยอน


 

แล้วก็คงถึงเวลาที่เขาต้องชวนอีกฝ่ายคุยเสียที

 


เห็นว่าเรียนวิศวะ.. เรียนสาขาอะไรหรอ

 


..ไฟฟ้าน่ะ

 


โห.. เก่งเนอะ ชานยอลว่าก่อนจะยิ้มกว้าง เราก็มีเพื่อนอยู่วิศวะไฟฟ้าเหมือนกัน มันบอกว่าเรียนยากมาก จริงไหม?

 


อื้อ แบคฮยอนพยักหน้าแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไรไปมากกว่านั้น และนั่นทำให้ชานยอลรู้สึกหัวใจฟีบไปไม่น้อย

 


มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่.. ทำไมแบคฮยอนถึงเปลี่ยนไปได้เพียงข้ามวัน จากคนที่พูดเก่งและเล่นมุกใส่เข้าในวันปีใหม่กลับกลายเป็นคนเงียบขรึมถามคำตอบคำแบบนี้มันต้องไม่ธรรมดาแล้ว


 

แบคฮยอน

 


.......

 


ถามอะไรหน่อยดิ ต้องตอบความจริงนะ

 


ชานยอลจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาแน่วแน่และแบคฮยอนเองก็มองเขาเช่นเดียวกัน ดวงตาเรียวเล็กที่เขาไม่สามารถอ่านออกได้เพราะเราเพิ่งจะได้ทำความรู้จักกันจริงๆจังๆเท่านั้น แบคฮยอนไม่ได้มีท่าทางเดือดร้อนอะไร ต่างจากชานยอลที่ตอนนี้กังวลจนแทบบ้าอยู่แล้ว

 


ก็ได้รูมเมทเป็นเพื่อนทั้งทีนี่นา

 


แบคฮยอนเป็นอะไรไป... ทำไมไม่คุยกับเราเหมือนเดิม



 

........


 

ทำไมช่วงนี้ถึงถามคำตอบคำ ทั้งที่ตอนปีใหม่แบคฮยอนยังชวนเราคุยอยู่เลย


 

.........”


 

มีอะไรก็บอกเรานะ.. ชานยอลเอ่ยอย่างจริงใจ เราดีใจมากนะที่ได้แบคฮยอนมาเป็นเพื่อน.. แล้วเราก็อยากจะเป็นเพื่อนกับแบคฮยอนไปนานๆเลยด้วย


 

จบคำพูดของชานยอลก็เหมือนรอบข้างจะเงียบสงัด เขาเล่นจ้องตากับแบคฮยอนอยู่หลายนาทีโดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร กำลังลุ้นว่าแบคฮยอนอาจจะพูดอะไรออกมาสักคำก็ได้แต่ดันถูกขัดจังหวะโดยป้าเจ้าของร้านที่ยกต๊อกบกกีกับโคล่ามาเสิร์ฟที่โต๊ะเสียก่อน

 



กินเยอะๆนะพ่อหนุ่ม พร้อมกับทิ้งคำพูดเป็นห่วงเป็นใยเอาไว้ให้ด้วย


 

จนถึงตอนนี้ชานยอลก็พอจะรู้ดีแล้วว่าแบคฮยอนคงอึดอัดใจที่จะตอบ เขาเองก็ไม่ได้มีเจตนาจะบีบบังคับอะไรอีกคน ดังนั้นการเปลี่ยนเรื่องไปเลยคงเป็นหนทางที่ดีที่สุด ชายหนุ่มร่างสูงให้ความสนใจกับจานต๊อกที่วางอยู่ตรงหน้า เขาทำท่าเหมือนไม่ได้จริงจังนักในคำถามของตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้วก็อยากได้คำตอบอยู่ไม่น้อย

 


ความจริงแล้ว.. เราก็อยากจะบอกชานยอลเหมือนกันนะ



 

แต่แล้วก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาเพื่อรอฟังสิ่งที่อีกคนจะพูดต่อ


 

เราน่ะ..


 

.....

 

 

ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับชานยอลหรอก

 


เห็นไหม.. ปาร์คชานยอลคนนี้เคยเดาอะไรผิดบ้างไหมล่ะ

 

 

ทำไมถึงชอบคิดไปเองล่ะชานยอล

 

 

ก็บอกแล้วไง



แบคฮยอนไม่ได้คิดว่าเรากลายเป็นเพื่อนกันแล้วเสียหน่อย





30 percent.









ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นปกติไปเสียทุกอย่าง ถึงแม้ความสัมพันธ์ของชานยอลและแบคฮยอนจะกลับไปสู่วงจรเดิมอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม

 

 

ยอล.. ช่วยเราเลือกขนมหน่อยสิ

 

 

ชานยอลมองหน้าหญิงสาวที่กำลังขอความช่วยเหลือจากเขา มินอาทำหน้ายู่พร้อมกับใช้นิ้วไล่ไปตามชั้นวางขนมของซุปเปอร์มาเก็ตอย่างมีท่าทางลังเล สิ่งหนึ่งที่กลับไปสู่วงจรเดิมคือชานยอลยังคงดูแลแฟนสาวที่กลับมาขอรีเทิร์นอีกครั้งเป็นอย่างดี เขาพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะมินอาเองก็ทำแบบนั้น เขาพยายามไม่โกรธเธอที่ทิ้งเขาไปในตอนนั้น แม้ความไว้ใจจะถูกพร่องไปเกินครึ่งแล้วก็ตาม

 

 

แต่แค่เธอกลับมาก็ดีแล้วล่ะ

 

 

เอามันฝรั่งอันนี้ดีไหม เธอหันมาขอความเห็น แต่สุดท้ายก็ตอบเองแทน ไม่เอาดีกว่า แคลอรี่เยอะอะ กินเข้าไปต้องอ้วนขึ้นแน่ๆ

 

ชานยอลยิ้มจางๆให้กับท่าทางน่าเอ็นดูเหล่านั้น มินอาเป็นผู้หญิงที่สดใสและน่ารัก เขาคิดแบบนั้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน แม้จะไม่ได้ชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่ความสัมพันธ์ของเราก็ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นความรัก

 

 

แม้ชานยอลจะรู้ไม่แน่ชัดนักว่าเธอจะรู้สึกรักเหมือนกันหรือเปล่า

 

 

ชานยอล เอาอันไหนดี มินอาหันกลับมาขอความเห็นจากเขาอีกครั้งพร้อมกับสีหน้าจะร้องไห้ ชานยอลเห็นอย่างนั้นเลยหัวเราะเบาๆแล้วกวาดสายตาไปทั่วชั้นขนมแทน

 

 

อันนี้ไหม ชานยอลคว้ากล่องที่เขาคุ้นตาและเคยเห็นบ่อยๆขึ้นมา มันเป็นกล่องสีขาวสะอาดที่พิมพ์ลายการ์ตูนรูปเสือเอาไว้ด้านหน้า

 

 

คอนเฟลค? มินอาทำหน้าสงสัย มันอร่อยหรอ เราไม่เคยกิน

 

 

ไม่รู้เหมือนกัน

 

 

อ้าว

 

 

เราไม่เคยกินหรอก แต่เคยเห็นบ่อย

 

 

.......

 

 

ที่หอ.. กล่องแบบนี้เต็มตู้กับข้าวไปหมดเลย ชานยอลพูดพร้อมกับยกกล่องในมือขึ้นมาพลิกดู รูมเมทเราชอบซื้อมาทีเยอะๆน่ะ เราเลยคิดว่ามันน่าจะอร่อย

 

 

ชานยอลเคยเห็นแบคฮยอนหิ้วถุงจากซุปเปอร์มาเก็ตที่อัดแน่นไปด้วยกล่องขนมรูปร่างหน้าตาแบบนี้ เขาไม่ได้สนใจนักหรอกว่ามันคืออะไร จนกระทั่งได้เปิดตู้กับข้าวในครัวดูครั้งหนึ่งก็พบว่ามันเป็นขนม แล้วก็เพิ่งมารู้วันนี้ว่ามันคือขนมคอนเฟลค เขาเคยเห็นแบคฮยอนกินบ่อยครั้งเวลาดูทีวี หรือไม่ก็อ่านหนังสือ

 

 

เวลาที่อีกคนกินแก้มจะตุ่ยไปหมด ชานยอลเลยคิดว่ามันคงอร่อยไม่เบา

 

 

อ๋อ..

 

 

.........

 

 

...พักนี้... ดูยอลพูดถึงรูมเมทบ่อยนะ

 

 

ชานยอลละความสนใจจากกล่องคอนเฟลคแล้วหันมามองหน้าแฟนสาวก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น บ่อยหรอ.. ก็ปกตินะ

 

ไม่หรอก เพราะปกติยอลไม่เคยพูดถึงรูมเมทเลย

 

 

ชานยอลล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเองก่อนจะมองหน้าหญิงสาวนิ่ง ใบหน้าน่ารักนั้นมองมาอย่างฉงนสงสัยและมีประกายของอะไรบางอย่างซ่อนเอาไว้อยู่ ชานยอลไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรจะรู้สึกยังไง แต่สิ่งที่แน่ชัดอย่างเดียวคือเขากำลังไม่เข้าใจ

 

 

ไม่เข้าใจตัวเอง

 

 

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วตอนไปดูทอยสตอรี่ในโรงหนังด้วยกัน ยอลก็บอกว่ารูมเมทมีฟิกเกอร์ทอยสตอรี่เต็มโต๊ะ

 

 

..........

 

 

วันนี้ยอลก็บอกว่ารูมเมทชอบกินขนมคอนเฟลค

 

 

..........

 

 

หนักที่สุดคงเป็นเมื่อวาน.. ที่ยอลมองหน้าตุ๊กตาหมา แล้วบอกว่าเหมือนรูมเมทตัวเอง

 

 

...........

 

 

คิดอะไรอยู่กันแน่ ชานยอล

 

 

ชานยอลพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกพร้อมกับเสียงหัวเราะบางเบาในลำคอ เขาไม่รู้สึกหงุดหงิดมินอาหรอก แต่เขากำลังคิดว่าตัวเองต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆที่เป็นทุกอย่างดังคำที่มินอาพูดเอาไว้จริงๆ

 

 

พักหลังนี้ชานยอลรู้สึกว่าตัวเองกำลังนึกถึงเรื่องราวของแบคฮยอนมากเกินไปจนขึ้นสมอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้สนใจรายละเอียดของอีกคนมากนัก แต่หลังจากที่ได้คุยและทำความรู้จักเพียงเล็กน้อยเขาก็เริ่มคิดถึงเรื่องของแบคฮยอนมากขึ้น แม้กระทั่งมองเห็นหน้าตุ๊กตารูปสุนัขหางตาตก เขาก็ยังมองว่ามันเหมือนแบคฮยอนไม่มีผิด

 

 

แต่ชานยอลก็แค่.. อยากได้แบคฮยอนมาเป็นเพื่อนมากไปหน่อยเท่านั้นเอง

 

 

ว่ายังไง.. มินอาเอ่ยถามด้วยเสียงบางเบา ยอลคงไม่ได้ชอบรูมเมทตัวเองหรอก.. ใช่มั้ย?

 

 

พูดอะไรของเธอ

 

 

ก็ดูสิ่งที่นายทำสิ!” สรรพนามจริงจังถูกยกขึ้นมาใช้อีกครั้ง ชานยอลรู้ดีว่าคำพูดแบบนี้มินอาจะใช้ตอนที่โกรธ หรือไม่ก็ตอนที่เขาเริ่มใช้ก่อนเท่านั้น

 

 

สำหรับมินอาแล้ว.. คำว่าโอนอ่อนไม่มีอยู่ในตัวของเธอ

 

 

นายทำเหมือนกับว่าชอบรูมเมทตัวเอง.. รู้ไหม นอกเหนือจากสามอย่างนั้นที่ฉันพูดไป นายก็เผลอพูดถึงรูมเมทออกมาบ่อยๆด้วย

 

 

เอาล่ะ มันจะเพ้อเจ้อกันไปใหญ่แล้ว

 

 

งั้นหรอ.. ถ้าอย่างนั้นอยากอธิบายอะไรไหมล่ะ เธอยกแขนขึ้นกอดอกก่อนจะมองหน้าเขาอย่างจับผิด ชานยอลเกลียดสายตาแบบนี้เหลือเกิน และมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด

 

 

ความเป็นเพื่อนของเรากับรูมเมทกำลังเป็นไปได้ด้วยดี ชานยอลพยายามพูดอย่างโอนอ่อน เขารู้ดีว่าถ้าร้อนกับร้อนมาเจอกันก็จะมีแต่พังกับพังเท่านั้น

 

 

..........

 

 

เราก็แค่เห่อเพื่อนใหม่.. มันแปลกยังไงมินอา

 

 

ชานยอลบอกมินอาไม่หมดว่าแท้จริงแล้วความเป็นเพื่อนพวกนั้นถูกอีกฝ่ายทำลายลงไปอย่างไม่มีชิ้นดีแล้ว แต่เธอก็ควรจะเข้าใจถึงความรู้สึกของเขาเสียที ไม่ใช่เอาแต่ใส่อารมณ์กันอยู่แบบนี้

 

 

โอเค.. งั้นเราจะลองเชื่อยอลดู

 

 

........

 

 

ก็ขอให้จริงอย่างที่พูดแล้วกัน

 

 

มินอาทิ้งคำพูดกระแทกแดกดันเอาไว้ก่อนที่จะเดินตรงไปโดยไม่รอให้เขาได้ตอบอะไรกลับ เธอมักจะเป็นแบบนี้เสมอ แม้ว่าความสดใสเหมือนดวงอาทิตย์ของเธอนั้นจะชัดเจน แต่ก็ยังถูกบดบังเอาไว้ด้วยเมฆฝนอยู่บ่อยๆจนชานยอลเปียกปอนไปหมดทั้งตัว

 

 

เพราะมีแต่เขาที่เอาแต่เดินตามเมฆฝนอย่างเธออยู่แบบนี้เสมอ

 

 

และเขาก็ควรจะหยุดความเปียกปอนพวกนั้นเอาไว้เสียที

 

 



 

 

เป็นครั้งแรกที่ชานยอลรู้สึกลังเลใจในการเปิดประตูห้อง

 

 

มันไม่เหมือนกับทุกครั้งที่เขาสามารถเปิดประตูเข้าไปแล้วถอดถุงเท้า แขวนกระเป๋า เดินไปนอนแผ่บนเตียง ทำตัวสบายๆเพราะเป็นเจ้าของห้องอีกครึ่งหนึ่ง เขารู้ว่าพอเปิดประตูเข้าไปแล้วจะต้องเจอกับร่างเล็กๆที่นั่งหันหลังอยู่ตรงโต๊ะเขียนหนังสือ ไม่ทำงานก็อ่านหนังสือ ไม่อ่านหนังสือก็เล่นแมคบุ้ค มันเป็นอย่างนั้นทุกครั้งแต่นี่คือครั้งแรกที่ชานยอลรู้สึกลำบากใจที่จะเผชิญหน้า

 

 

เขาไม่อยากได้รับสายตาหรือบรรยากาศอึดอัดที่ไม่เคยได้มันมาก่อน ทั้งที่ความจริงแล้วนี่อาจจะเป็นเรื่องที่เขาคิดไปเองอีกครั้งว่าแบคฮยอนจะทำให้เขารู้สึกอึดอัดไปด้วย คำพูดของมินอายังลอยวนอยู่ในหัว ..พักนี้เขาพูดถึงรูมเมทบ่อยเกินไป ชานยอลคิดเอาเองว่ามันเป็นอาการเห่อเพื่อนใหม่

 

 

แต่การที่เขายังพูดถึงแบคฮยอนอยู่ทั้งที่เราไม่ใช่เพื่อนกันนั้น.. ชานยอลเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

 

ร่างสูงยืนทำใจอยู่หน้าห้องนานสองนาน ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปหวังจะเปิดประตู

 

 

แต่ก็ไม่ทันคนอยู่ในห้องที่เปิดมันออกมาเสียก่อน

 

 

............

 

 

 

บรรยากาศอึดอัดโรยตัวขึ้นอย่างชัดเจนเหมือนที่ชานยอลคิดไม่มีผิด เขาสบตากับรูมเมทเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ร้านต๊อกบกกีวันนั้น เสียงทีวีจากในห้องยังดังออกมาให้ได้ยินแต่ชานยอลไม่คิดจะสนใจ เขากลับใช้สายตาจ้องมองสำรวจอีกฝ่ายแทน เสื้อยืด กางเกงบ๊อกเซอร์ ทั้งหมดเป็นชุดเดิมๆที่แบคฮยอนเคยใส่นับครั้งไม่ถ้วน และที่มือของอีกคนถือถุงขยะเอาไว้อยู่

 

 

.. ไปทิ้งขยะหรอ ชานยอลเอ่ยถาม ก่อนจะได้รับคำตอบกลับมาคือการพยักหน้าเบาๆ

 

 

ตอนนั้นชานยอลก็เข้าใจทันทีว่าเขาควรจะหลีกทางให้เจ้าของห้องอีกคนออกไปทิ้งขยะได้ตามอัธยาศัย แล้วก็นึกอีกครั้งว่าไม่น่าพูดจาทักทายออกไปเลย เพราะดูแบคฮยอนจะไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่นักที่เขาชวนคุย พอเขาหลีกทางก็รีบจ้ำเดินไปยกใหญ่ ชานยอลเห็นอย่างนั้นจึงเดินเข้าห้องมาบ้าง เขาถอดรองเท้ากับถุงเท้าเอาไว้ที่เดิม แขวนกระเป๋าไว้ตรงที่แขวนเหมือนเดิม แต่วันนี้ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป

 

 

โดยไม่ต้องสังเกตที่ชานยอลก็เห็นสิ่งที่แปลกตาอย่างชัดเจน 

 

 

บริเวณเตียงนอนฝั่งตรงข้ามของเขามีกล่องกระดาษวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ชานยอลมองไม่เห็นว่าในนั้นบรรจุอะไรเอาไว้บ้าง แต่ตัวอักษรสีดำที่เขียนไว้บนกระดาษเอสี่ด้วยลายมือก็ทำให้เสียงจากทีวีหายไปจากโสตประสาทของเขาอยู่นานหลายนาที

 

 

หนังสือเรียน

 

 

ฟิกเกอร์ทอยสตอรี่

 

 

ขนม

 

 

หนังสือการ์ตูน

 

 

รูป

 

 

และอีกหลากหลายอย่างที่ถูกแปะเอาไว้ตรงฝากล่องต่างขนาด

 

 

ชานยอลมองกล่องพวกนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้วแม้แต่วาไรตี้โชว์ที่ออกอากาศอยู่ทางหน้าจอทีวีขณะนี้ ชานยอลไม่ใช่คนโง่ และเขาก็เชื่อว่าหากคนโง่ได้มาดูสภาพอีกฝั่งของห้องก็น่าจะรู้ดีว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น

 

 

เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กๆที่เดินเข้ามาทำให้ชานยอลละสายตาจากกล่องไปมองด้วยความเคลือบแคลง เขากำลังไม่เข้าใจและรอคำอธิบายจากอีกฝ่าย และดูเหมือนแบคฮยอนจะรู้ คนตัวเล็กหลบสายตาเหมือนคิดอะไรบางอย่าง แล้วสุดท้ายแบคฮยอนก็ยอมเงยหน้ามองเขา

 

 

 

เราจะย้ายออกนะ

 

 

 

พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่เหมือนจะหยุดลมหายใจ

 

 

ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน

 

 

 

..และชานยอลเพิ่งรู้เดี๋ยวนั้นเองว่าหัวใจวูบโหวงนั้นมันเป็นอย่างไร

 

 

มันแตกต่างจากตอนที่มินอาบอกเลิกเขาด้วยเหตุผลที่ว่าเราไม่น่าจะเข้ากันได้ ..ตอนนั้นเขาก็เสียใจ แต่ถ้าเธอจะเจอคนที่ดีกว่ามันก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่คราวนี้มันไม่ใช่ เขาไม่เคยเตรียมใจมาก่อนเลยว่าถ้าหากต้องอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมที่เคยมีคนอยู่ด้วยกันมาตลอดสองปีมันจะออกมาในรูปแบบไหน

 

 

ชานยอลรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอเหลือเกิน ที่แม้แต่อยู่คนเดียวยังไม่รู้วิธี

 

 

กะทันหันแฮะ เขาเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มแกนๆ ไปเมื่อไหร่ล่ะ

 

 

แบคฮยอนที่กำลังวุ่นวายอยู่กับของบนโต๊ะไม่ได้หันมามอง ฟิกเกอร์ตัวเล็กรูปตัวละครในการ์ตูนเรื่องทอยสตอรี่ถูกมือบางหยิบลงไปในกล่องทีละตัว แบคฮยอนมีมันเยอะมากจนครึ่งหนึ่งของโต๊ะแทบจะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ทอยสตอรี่ .. และชานยอลก็นึกก่นด่าตัวเองที่เพิ่งจะรู้ ในตอนที่พวกมันกำลังจะจากไป

 

 

มะรืนนี้น่ะ.. พี่ชายว่างมารับตอนนั้น คนตัวเล็กตอบกลับมาโดยไม่ได้มองมายังเขา

 

 

แม้ว่าชานยอลจะต้องการคำอธิบายมากกว่านี้ว่าทำไมแบคฮยอนถึงอยากจะย้ายออก ทำไมไม่บอกเขาให้เร็วกว่านี้ ตัดสินใจตั้งแต่เมื่อไหร่และทำไมเขาถึงไม่รู้เลย แต่ชานยอลก็มาหวนคิดได้อีกครั้งว่าแบคฮยอนไม่จำเป็นต้องบอกเขาเรื่องนั้น เพราะก็อย่างที่แบคฮยอนเข้าใจ เราไม่ได้สนิทกันมากมายเสียหน่อย

 

 

เขาก็เป็นเพียงแค่คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคนหนึ่ง และกำลังจะผ่านพ้นไปในอีกสองวันข้างหน้า

 

 

อ๋อ.. ชานยอลตอบรับคำทั้งที่กำลังไม่เข้าใจอย่างเต็มเปี่ยม แล้วมีอะไรให้เราช่วยหรือเปล่า ..ลังพวกนี้ ให้เราช่วยขนลงไปข้างล่างไหม

 

 

ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่เรามาช่วยเอง ของมันไม่ได้เยอะนักหรอก

 

 

แบคฮยอนตอบปฏิเสธกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่ยินดียินร้ายแต่ฟังกลับรู้สึกห่างไกลยิ่งกว่าครั้งไหน ชานยอลไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้นนอกจากตอบรับในลำคอเพียงเล็กน้อย เขาตัดสินใจนั่งลงที่ปลายเตียงพร้อมกับมองร่างเล็กๆเดินไปเดินมาอยู่ตรงฝั่งตรงข้าม แบคฮยอนเก็บนู่นเก็บนี่ลงไปในกล่องจนเกือบจะหมด เหลือไว้แค่เพียงเครื่องนอนกับแมคบุ้คและหนังสือบางเล่ม พร้อมกับเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ถูกเก็บลงกระเป๋าเดินทาง

 

 

ชานยอลรู้สึกใจหายและวูบโหวงเหลือเกินจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

 

 

อย่างที่บอก.. เขาไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในห้องนี้ไปอีกสองปี ทั้งที่สองปีก่อนหน้านี้เคยมีคนอยู่ด้วยกันมาตลอด

 

 

แม้จะไม่ได้สนิทกันมากนัก แต่มันก็อุ่นใจทุกครั้งเวลาที่เปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นอีกคนอยู่ในห้อง

 

 

ชานยอลไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเลย ..และเขาก็ไม่เข้าใจด้วย 

 

 

 



ว่าทำไมถึงไม่อยากให้แบคฮยอนไป




 

 


 





TALK :

ทำไม 70 เปอร์เซ็นต์มันน้อยๆอะ.. เราขอโทษ เรากะผิดเองแหละ แต่ขอยกที่เหลือไปไว้ตอนหน้าเนอะ

ตอนนี้เราแต่งไปก็รู้สึกสมน้ำหน้าปนสงสารอิพี่ปาร์ค คนเรากว่าจะรู้ว่ามีอยู่ก็สายไป...

ต่อจากนี้อาจจะมีอีกซักตอนสองตอนนะคะ ขอบคุณมากๆเลยสำหรับหลายๆคอมเม้นท์ เรื่องนี้น่าจะคอมเม้นท์เยอะที่สุดแล้วเท่าที่เขียน OS กับ SF มา 

ฝากติดตามต่อไปด้วยนะต้ะ สัญญาว่าจะมาอัพไวๆ ฮี่ฮี่





#น้ำผึ้งมะนาวCB



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,420 ความคิดเห็น

  1. #3338 KaRToon_HH (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:32
    โหวงไปพร้อมๆชานยอลเลย
    #3,338
    0
  2. #3262 DBK1802 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 14:10
    รู้ว่ามีอยู่ก็สายไปจริงๆ เป็นยังไงล่ะชานยอล ไม่รู้ตัวเลย
    #3,262
    0
  3. #2773 pcy921 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 18:42
    แบคแอบชอบชานยอลลลลลลลลล เศร้าาาา
    #2,773
    0
  4. #2386 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 21:41
    กรรม...
    #2,386
    0
  5. #2060 CBHHKDss (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 01:39
    เป็นคนที่ไม่อ่านฟิีคหน่วงเพราะจะหน่วงไปทั้งวัน เห็นชื่อตอนใสๆ ไม่น่าทำร้ายกันแบบนี้เลย 55555555555
    #2,060
    0
  6. #1847 ojay2 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 19:26
    เห้ยย แบคคค แกชอบชานนนนมา2ปีแล้ววว
    #1,847
    0
  7. #1772 -FL- (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 22:02
    โห แบคเอ้ยแกแอบชอบชยอลมา 2 ปีเลยอ่อ สุดยอด
    #1,772
    0
  8. #1749 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 09:44
    อ่านตอนแรกนึกว่าคงเป็นแนวใสใสน่ารัก ไม่มีดราม่าแต่เราคิดผิด สงสารแบค
    #1,749
    0
  9. #1614 dovy_bubble (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 22:01
    สงสารรแบคชอบชานอ่ะ
    #1,614
    0
  10. #1523 oohse_karn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 21:14
    สงสารรรรร
    #1,523
    0
  11. #1321 dark chocolate (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 01:43
    ฮืออออออ น้องแบคฮยอนลูก ไม่เป็นไรนะลูก ว่าแล้วแบคต้องชอบชยอล 5555
    #1,321
    0
  12. #1246 B.E{ye}.S.T (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 22:04
    เอ้า ไรง่าาา อุตส่าห์คิดว่าคู่นี้จะมีลุ้น ได้คุยกันในรอบสองปี แฟนเก่ากลับมาซะงั้น
    #1,246
    0
  13. #615 Nursery*purr-fect (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 03:13
    เห้ยยย สงสาร ;-; ไม่คิดว่าแบคจะแอบชอบชานยอล
    #615
    0
  14. #536 คปซป. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:55
    ทเาาีา้่ีน้คัส้าี่สีเำำะีรร่่เ
    #536
    0
  15. #477 junojunox (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:21
    แง่งงงงง เกือบจะดีอยู่แล้วเชียวววววววววววววววว
    #477
    0
  16. #430 pcy_light (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 15:09
    สงสาร แอบชอบชานยอล ฮื่ออออ
    #430
    0
  17. #349 ikonsouy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 22:20
    ฮื้อออ ชอบอะ ชอบฟิคอารมณ์แบบนี้
    #349
    0
  18. #284 Ctbhqx_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 22:19
    โถ่ แบคฮยอน ฮื่อออ มารักเค้านี่มา เดี๋ยวรักตอบเลย โถ่ น่าสงสาร
    #284
    0
  19. #283 t-t-thn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 21:59
    เจ็บปวด..... ฮือออออออออออ
    #283
    0
  20. #282 멍령이 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 21:56
    ยังไม่อะไรเลยจบได้ไงอ่ะ ไม่ได้ๆมาต่อ
    #282
    0
  21. #281 ffffahhhh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 19:55
    ต้องไม่จบแบบนี้ซี่ . . . ไม่เอานะ
    #281
    0
  22. #280 kaow.vrs (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 19:37
    ไม่ด่าค่ะ แต่ต่อเถ้ออออ จะไม่ด่าเป็นการติดสินบนให้ต่อ อยากให้ปีใหม่สำหรับแบคฮยอนมันแฮปปี้ ..
    #280
    0
  23. #279 vipp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 19:37
    ไม่เอาแบบเน้นนนน แต่งต่อเถอะนะนะนะ
    #279
    0
  24. #278 Thitirat Namboon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 19:20
    โกรธ.. แงงง้ ไม่จบแบบนี้ซี่????????????
    #278
    0
  25. #277 JokerJung (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 18:29
    ด่ากี่คนเราไม่รู้ แต่เราไม่ด่า แค่อยากจะบอกว่า...โป้งแล้ว!( ; ^ ; )
    #277
    0