{SF,OS} honey lemon juice ♡ ll chanbaek

ตอนที่ 16 : {SF} (happy) new year - 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,036
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    3 พ.ค. 61





เหมือนจะรู้จักกันดี

 

.

.

 

 

 

.

 

 

 







 

ตีหนึ่งสามสิบหกนาที

 

 

ร่างสูงใหญ่เดินอย่างงัวเงียมาจนถึงหน้าห้องพักหมายเลข 461 มือหนาควักคีย์การ์ดขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ของตัวเองก่อนจะรูดลงไปที่ประตู เสียงเตือนดังขึ้นหนึ่งครั้งก่อนระบบปลดล็อคอัตโนมัติจะทำงาน ขายาวเดินเข้าไปในห้องพักขนาดกลางที่มีห้องน้ำและห้องครัวในตัว มีเตียงสองเตียงตั้งอยู่คนละฝั่ง ดังนั้นคงไม่ต้องบอกว่ามันเป็นห้องพักสำหรับสองคน

 


เขาถอดรองเท้าออกเป็นอันดับแรกก่อนจะถอดถุงเท้าแล้วยัดใส่ในรองเท้าเป็นอันดับถัดมา พาร่างที่เกือบจะไร้สติของตัวเองเดินมายังส่วนด้านในของห้อง ในเวลาที่ง่วงงุนขนาดนี้เตียงนอนคงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่สามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้ ร่างสูงลากสังขารตัวเองไปยังเตียงฝั่งขวาที่ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนสีน้ำตาล กำลังจะทิ้งตัวลงนอน หากแต่สายตาดันไปสะดุดกับร่างของใครบางคนที่ยังนั่งอยู่ตรงโต๊ะเขียนหนังสือเสียก่อน

 


ฝั่งตรงข้ามเตียงของเขาเป็นเตียงที่ถูกปูด้วยผ้าปูสีขาวสะอาด ข้างเตียงมีโต๊ะเขียนหนังสือที่หันหน้าเข้าฝาผนังและตอนนี้กำลังถูกใช้งาน ร่างเล็กๆนอนฟุบลงไปกับโต๊ะพร้อมกับจอแมคบุ้คที่ยังคงเปิดค้างเอาไว้ หน้าจอไม่ปรากฏอะไรนอกจากภาพของเจ้าตัวที่กำลังยิ้มแฉ่ง ซึ่งเขาเองก็เคยเห็นมันมาหลายครั้งแล้ว

 

ชานยอลชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าเขาควรจะทำอย่างไรกับเพื่อนร่วมห้องที่กำลังนอนอยู่ตรงนั้นดี เพราะวันนี้อากาศก็หนาวอยู่พอสมควร บางทีการเอาผ้าห่มไปคลุมให้อีกคนก็คงไม่ใช่เรื่องแย่นัก หรือไม่ก็เรียกให้มานอนบนเตียงดีๆ เพราะขืนยังนอนท่านี้ต่อไปวันรุ่งขึ้นอีกคนจะต้องปวดที่ต้นคออย่างแน่นอน

 


ชานยอลลังเล แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่ทำทั้งสองช้อยส์ แล้วตัดใจเดินมานอนบนเตียงของตัวเองแทน แทบจะไม่ต้องข่มตาให้หลับ เพราะเขาง่วงมากเพียงแค่หลับตาก็สามารถจมดิ่งสู่ห้วงนิทราได้สบายๆอยู่แล้ว

 


อย่าถามเลยว่าทำไมชานยอลถึงใจร้ายแล้วไม่ยอมช่วยเหลือเพื่อนร่วมห้องให้ได้นอนอย่างอบอุ่นอย่างที่รูมเมทที่ดีทั่วไปควรจะทำ อันที่จริงแล้วความลังเลของเขามันเกิดขึ้นเพราะความไม่สนิทใจ แม้จะอยู่ห้องเดียวกันมาตั้งสองปีเต็มแต่ก็ดูเหมือนความสัมพันธ์ของเราจะยังคงที่

 


มันไม่ใช่คำว่าเพื่อน.. เขากับอีกฝ่ายยังห่างไกลจากคำนั้นอยู่มาก เขารู้แค่เพียงไม่กี่เรื่องในตัวของอีกคนทั้งที่เราอยู่ด้วยกันมาสองปีแล้ว ใกล้กันยิ่งกว่าเขากับคนในครอบครัวซะอีก แต่ก็ดูเหมือนว่าเราห่างไกลกันจริงๆ สิ่งที่ชานยอลรู้ก็มีเพียงแค่อีกฝ่ายชื่อแบคฮยอน เรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์(ดูจากหนังสือที่อีกคนใช้เรียน) มีพี่ชื่อแบคบอมแล้วก็หมาชื่อชิโร่(เคยได้ยินเวลาอีกคนเฟสทามหาคนที่บ้าน) 


 

อย่างถัดมาที่แสดงถึงความห่างไกลคือเราคุยกันอาทิตย์ละสามคำเท่านั้น

 


คำแรกคือตอนเช้าวันจันทร์ที่เจอกันหลังจากพากันแยกย้ายกลับบ้านไปเมื่อวันเสาร์อาทิตย์ ไม่เขาก็อีกฝ่ายจะเป็นคนทักทายก่อน แล้วหลังจากนั้นฝ่ายที่ถูกถามก็จะยิ้มแล้วพยักหน้า เป็นการจบบทสนทนา 

 


คำต่อมาคือตอนที่รูมเมทของเขาทำกับข้าวกินทุกเช้าวันพุธ(ซึ่งชานยอลก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเช้าวันพุธ) ก่อนจะเอ่ยปากถามเขาว่า กินด้วยกันไหม และแน่นอนว่าเขาก็ยิ้มแล้วส่ายหัวปฏิเสธไปตามมารยาท เป็นการจบบทสนทนา

 


ส่วนคำสุดท้ายก็คือตอนเย็นวันศุกร์ คงเป็นวันที่เราสองคนได้คุยกันเยอะที่สุดแล้วล่ะมั้ง เพราะถ้าหากแบคฮยอนถามมาว่า วันนี้กลับบ้านไหม เขาก็จะตอบว่า ไม่กลับ หรือบางทีก็ กลับ ก่อนจะถามไปตามมารยาทว่า แล้วนายกลับหรือเปล่า แล้วก็รออีกฝ่ายตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มเท่านั้น

 


เป็นการจบบทสนทนา

 


ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม.. ชานยอลเคยแอบคิดอยู่ว่าแบคฮยอนคงเป็นประเภทพูดน้อย แต่เขาก็รู้ว่าตัวเองคิดผิดถนัดเมื่อแอบได้ยินตอนที่อีกฝ่ายเฟสทามหาพี่ชาย แบคฮยอนพูดจ้อชนิดที่ว่าเขาไม่เคยได้ยินรูมเมทคุยเยอะขนาดนี้มาก่อน แล้วก็ชัดเจนเข้าไปใหญ่เวลาที่อีกคนคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนิท

 


แบคฮยอนไม่ได้เป็นคนพูดน้อย แต่แบคฮยอนแค่ไม่สนิทใจจะคุยกับเขาต่างหาก



 

เอาล่ะ.. แต่จะโทษแค่รูมเมทของเขาอย่างเดียวมันก็ไม่ถูก



 

เพราะชานยอลเองก็ไม่สนิทใจที่จะคุยกับอีกฝ่ายเหมือนกัน


 

 



 

 

ปีใหม่นี้กูไปอังกฤษนะ

 

 

ทั้งโต๊ะพากันทำตาเหลือกเมื่อได้ยินเพื่อนสนิทอย่างจื่อเทาเอ่ยบอกถึงแผนเที่ยวช่วงปีใหม่ อีกไม่กี่วันนี้ก็จะเป็นวันปีใหม่อยู่แล้ว และแน่นอนว่าแต่ละคนก็มีแผนในการเที่ยวไม่เหมือนกัน

 

เชี่ย ไปได้ไงวะ ทำไมไม่ชวนกูบ้าง!” โอเซฮุนเอ่ยถามก่อนจะทำหน้างอ ชานยอลรู้ดีว่าไอ้นี่เป็นพวกชอบเที่ยว แถมยังมีความใฝ่ฝันอยากจะไปเที่ยวฝั่งยุโรปอีกต่างหาก

 

 

ถึงมันชวนแล้วมึงมีตังไปกับมันหรือไง

 

 

ไอ้ชาน มึงดูถูกกูมากไปละนะ เซฮุนหันมามองเขาตาเขียวปั้ด เห็นกูหน้าตาซกมกแบบนี้แต่กูก็มีตังในบัญชีไม่น้อยนะครับ

 

 

เท่าไหร่

 

 

แปดร้อย

 

 

หลังจากนั้นหัวไอ้เซฮุนก็โดนประทับด้วยฝ่ามือพิฆาตคนละทีสองทีข้อหากวนประสาทเกินเหตุ ชานยอลส่ายหัวเบาๆแล้วทำหน้าที่ผู้ฟังที่ดี นั่งฟังพวกเพื่อนสี่ห้าคนในกลุ่มพูดถึงแผนวันปีใหม่ตัวเองไปเรื่อยๆ เขาแทบจะยกมือขึ้นมากุมขมับในตอนที่ไอ้จงอินบอกว่า กูจะไปฟูลมูน จะไปส่องนมฝรั่ง ไม่น่าเชื่อว่าจงอินเด็กหงิ๋มสมัยปีหนึ่งจะมาไกลได้ถึงขนาดนี้

 

 

แล้วมึงอะไอ้ยอล

 

 

กูหรอ.. กูทำไมวะ ชานยอลชี้นิ้วเขาหาตัวเองก่อนทำหน้างง

 

 

ปีใหม่มึงไปไหน

 

 

อ่อ.. กูว่าจะอยู่หอว่ะ ขี้เกียจ

 

 

ห้ะ อย่างมึงเนี่ยนะอยู่หอ ลู่หานทำตาเหลือก ปกติกูเห็นมึงออกเที่ยวทุกเทศกาล แล้วนี่เป็นอะไรอะ แดกอะไรมาผิดป่าวเนี่ย

 

 

ชานยอลหลุดหัวเราะให้กับใบหน้าแตกตื่นของพวกเพื่อนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้ลู่หานที่ตาโตๆของมันแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า แต่ก็จริงของมันนั่นแหละ ปกติแล้วชานยอลเป็นพวกขาเที่ยว เขาเที่ยวเป็นว่าเล่นไม่ว่าจะเทศกาลอะไรก็แล้วแต่

 

 

แต่ตอนนี้มันไม่มีอารมณ์นี่หว่า

 

 

เพิ่งโดนทิ้งมา มึงคิดว่ากูจะมีอารมณ์ไปเที่ยวไหนหรอ

 

 

สิ้นคำพูดของเขาทั้งโต๊ะก็พากันเงียบเป็นเป่าสาก ไอ้ลู่หานเก็บตาเหลือกๆของมันเข้าที่ก่อนจะนั่งเจี๋ยมเจี้ยมอย่างสงบปากสงบคำ ความจริงชานยอลก็ไม่ได้โกรธอะไรพวกมันหรอก เขาคงทำตัวปกติเกินไปพวกมันถึงลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่อาทิตย์เกิดเรื่องอะไรกับเขาบ้าง

 

 

เฮ้ย.. โทษนะมึง ลู่หานว่าเสียงอ่อย

 

 

ไม่เป็นไร กูไม่ซีเรียส ชานยอลตอบกลับไปบ้าง พวกมึงคุยกันต่อเลย อย่ากร่อยดิวะ

 

 

อะ.. เอ้อ! งั้นมาคุยกันต่อเหอะ!”

 

 

ใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยเมื่อจงอินกู้สถานการณ์เอาไว้ได้ ชานยอลนั่งเงียบแล้วทำหน้าที่ฟังอีกครั้งเพราะเขาพูดไม่ทันพวกมัน เลยได้แต่นั่งขำให้กับมุกของไอ้เซฮุนที่ขยันเล่นเหลือเกิน แถมยังคอยปรามไอ้จงอินที่พูดแต่เรื่องลามกเป็นระยะอีกด้วย

 

 

ไอ้ยอล งั้นเอางี้มั้ย เซฮุนพูดขึ้นมา ไหนๆปีใหม่นี้กูกับลู่หานก็ไม่ได้ไปไหน มึงเองก็ไม่ได้ไปไหน

 

 

........

 

 

กูสองคนขอไปเคานต์ดาวน์ที่ห้องมึงได้ป่ะ

 

 

คำถามนั้นทำเอาชานยอลชะงักเล็กน้อย เขาหันไปมองหน้าเซฮุนพร้อมกับเครื่องหมายคำถามที่แปะอยู่กลางหน้าผาก ไอ้บ้านี่มันนึกครึ้มอะไรของมัน

 

 

เอาจริงหรอวะ

 

 

จริง!” ลู่หานแทรกขึ้นมา อยู่บ้านเฉยๆแล้วเคานต์ดาวน์กับจอทีวีมันน่าเบื่ออะมึง ให้พวกกูไปบ้านมึงเหอะนะ อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อน

 

 

ชานยอลเข้าใจดีว่าการเคานต์ดาวน์กับจอทีวีมันน่าเบื่อมากแค่ไหน เขาก็เคยเป็นอย่างนั้นอยู่ปีนึงสมัยเรียนมัธยม ถึงแม้ว่าเสียงจากพิธีกรจะบิ๊วอารมณ์ขั้นรุนแรงแต่มันก็ยังไม่อิน มันไม่สะใจเท่ากับการได้อยู่กับเพื่อนหรือคนจำนวนมากแล้วร่วมกันนับเคานต์ดาวน์ ดังนั้นเขาจึงรู้ถึงอารมณ์ของเพื่อนสนิทไส้แห้งทั้งสองคนที่ไม่มีเงินไปเที่ยว ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาเลยถ้าพวกมันจะไปที่ห้องของเขา

 

 

ที่บอกว่าไม่มีปัญหาคือชานยอลนะ

 

 

แต่รูมเมทเขาเนี่ยสิ

 

 

คือ..

 

 

.........

 

 

กูต้องลองถามเมทก่อนอะ ว่าจะอยู่ห้องหรือเปล่า

 

 

เมท? ลู่หานทำหน้างง ทำไมต้องถามวะ มึงก็ชวนมาแดกด้วยกันดิ ไม่เห็นจะยากเลย

 

 

กูก็ว่าจะทำแบบนั้นอยู่หรอก.. ถ้ากูสนิทกับเขาอะนะ ชานยอลตอบเสียงอ่อย

 

 

เออว่ะ กูลืมไปเลยว่ามึงไม่สนิทกับเมทมึง

 

 

ชานยอลไม่รู้จะพูดอะไรต่อจากนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับรูมเมทมันไม่ได้เฉียดเข้าใกล้คำว่า คนกันเอง เลยแม้แต่นิดเดียว เขายังต้องคอยเกรงใจอีกคนอยู่ตลอดไม่ว่าจะทำอะไร จนบางทีก็เหมือนเรากลายเป็นคนไม่รู้จักกัน หรือบางครั้งเขาก็ต้องขออนุญาตอีกคนก่อนเพราะติดเกรงใจเนื่องจากว่าเราไม่ได้สนิทกันเหมือนเพื่อนที่จะทำอะไรก็ได้

 

 

งั้นมึงไปคุยกับเมทก่อนแล้วกัน ได้เรื่องยังไงมาบอกกู โอเค๊

 

 

ชานยอลพยักหน้าให้กับคำพูดของลู่หานที่มันสมเหตุสมผลและควรจะเป็นอย่างนั้น

 

 

เห็นทีเขาคงจะได้คุยกับรูมเมทเป็นประโยคยาวๆหนแรกก็คราวนี้

 

 


 

 

 

สองทุ่มยี่สิบเอ็ดนาที

 

 

ชานยอลใช้คีย์การ์ดรูดเข้าห้องแบบเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ถอดรองเท้าและยัดถุงเท้าไว้ที่เดิม แขวนกระเป๋าไว้ตรงที่แขวนเหมือนเดิม หากแต่คราวนี้คงจะแปลกไปจากเดิมเพราะเขาไม่ได้ง่วงกลับมาบ้านเหมือนอย่างทุกวัน เรียกได้ว่าตาสว่างเพราะมีเรื่องต้องให้ทำ

 

 

ทีวีส่วนกลางถูกเปิดเอาไว้พร้อมกับร่างเล็กๆของรูมเมทที่นั่งอยู่ตรงโซฟา ชานยอลพาร่างของตัวเองเดินไปนั่งที่โซฟาตัวนั้นบ้าง อีกฝ่ายหันหน้ากลับมามองเขานิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แบคฮยอนหันหน้ากลับไปมองจอทีวีดังเดิมพร้อมกับหัวเราะให้กับมุกตลกเป็นครั้งคราว

 

 

แม้จะนั่งแบบไม่ได้คุยกันเพราะไม่สนิทแต่ชานยอลก็ไม่ได้สัมผัสถึงคำว่าอึดอัดเท่าไหร่นัก เขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นและแบคฮยอนเองก็เช่นกัน น่าแปลกแต่เขาก็ไม่ได้คิดจะหาคำถาม

 

 

ชานยอลหายใจเข้าลึกจนเต็มปอดประมาณสองครั้ง เขาถูมือกับกางเกงยีนส์สีซีดอย่างประหม่า อันที่จริงแล้วเขาไม่ได้อยากจะมานั่งดูทีวีอะไรนี่หรอก ปกติเขาจะเดินเข้าห้องน้ำอาบน้ำแล้วนอนเล่นโทรศัพท์บนเตียงหรือไม่ก็นั่งทำงาน นั่งแกะคอร์ดเพลงไปเรื่อยๆ

 

 

แต่วันนี้มันไม่ใช่

 

 

เอ่อ.. แบคฮยอน

 

 

เป็นครั้งแรกที่ชานยอลได้มองหน้าอีกฝ่ายใกล้ๆชัดๆแบบนี้ในตอนที่แบคฮยอนหันมามองหน้าเขาอย่างตกใจ แล้วก็มีความสงสัยอยู่เต็มเปี่ยมเคลือบไว้ทั้งใบหน้า อีกคนเลิกคิ้วขึ้นเหมือนจะถามว่าเขาเรียกทำไม

 

 

คือเรามีเรื่องจะถามนิดหน่อยน่ะ

 

 

อื้อ.. มีอะไรหรอ

 

ชานยอลยิ้มบางๆให้อีกฝ่ายที่ตอนนี้ก็ยิ้มให้เขาเช่นกัน ชานยอลพอจะรู้ดีว่าแบคฮยอนเป็นคนอารมณ์ดีแล้วก็น่าจะมองโลกในแง่ดีด้วย ดูจากพวกของสะสมแล้วก็ไลฟ์สไตล์ในชีวิตรวมทั้งตอนที่เฟสทามหาคนที่บ้าน แบคฮยอนชอบเล่นมุกตลกจนเขาเผลอขำไปตั้งหลายที

 

 

ปีใหม่นี้กลับบ้านหรือเปล่า

 

 

........

 

 

.........

 

 

อืม.. ไม่น่าจะกลับหรอก พ่อกับแม่ไปเที่ยวต่างประเทศน่ะ เราขี้เกียจไป

 

 

ชานยอลพยักหน้าเบาๆเป็นการตอบรับคำ เห็นทีปีนี้ไอ้เซฮุนกับไอ้ลู่หานคงจะชวดเสียแล้วในเมื่อรูมเมทของเขาอยู่ที่ห้อง ชานยอลเกรงใจแบคฮยอนจริงๆอย่างที่บอก เขาคงไม่ให้พวกเพื่อนมาทำห้องเละเทะแล้วก็ส่งเสียงดังในขณะที่อีกฝ่ายยังอยู่ในห้องแน่ ยิ่งประเภทลิงค่างแบบไอ้เซฮุนกับไอ้ลู่หานนั่นยิ่งแล้วใหญ่

 

 

ชานยอลถามแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า

 

 

อ่อ.. ชานยอลยกยิ้ม ไม่มีอะไรหรอก คือเพื่อนเราอยากมาเคานต์ดาวน์ที่นี่น่ะ ถ้าแบคฮยอนอยู่ห้องเราก็เกรงใจ เพื่อนเรามันเสียงดัง

 

 

นี่ขนาดไม่มีอะไรนะเนี่ย แบคฮยอนหัวเราะนิดหน่อยหากแต่ดวงตาเล็กๆนั่นปิดจนกลายเป็นสระอิ ไม่ต้องเกรงใจหรอก ห้องนี้ก็เป็นของชานยอลครึ่งนึงนะ ไม่ใช่ของเราทั้งหมดซะหน่อย

 

 

น้ำเสียงสดใสทำให้ชานยอลผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้เขาจะไม่ได้อึดอัดอยู่แล้วตั้งแต่แรกแต่นี่มันก็ดีอยู่ไม่น้อยที่ได้ลองคุยกับแบคฮยอนด้วยประโยคยาวๆดูบ้าง ซึ่งก็ดูเหมือนความคิดของเขาที่มีต่อแบคฮยอนจะถูกต้องไปซะหมด เพราะอีกคนดูมีอารมณ์ขันแล้วก็สดใสจริงๆ

 

 

แต่เพื่อนเรามันซนเหมือนลิงเลยนะ แบคฮยอนจะไม่รำคาญหรอ

 

 

เจ้าของร่างเล็กๆทำท่านึกโดยการกรอกตามองเพดาน สักพักก็เปลี่ยนมามองหน้าเขาแล้วส่ายหัว

 

 

ไม่หรอก ..ถ้าได้รู้จักกับเพื่อนของชานยอลก็ดีเหมือนกัน

 

 

........

 

 

อันที่จริงเราก็อยากรู้จักชานยอลให้มากกว่านี้นะ ชานยอลคิดว่ายังไง?

 

 

 

ชานยอลนั่งนิ่งแล้วพิจารณาประโยคสองแง่สองง่ามที่อีกคนหมายถึง เขามองเข้าไปในดวงตาตกๆของคนตรงหน้าก็ไม่พบกับแววตากรุ้มกริ่มเหมือนอย่างเวลาที่ไอ้จงอินพูดเรื่องลามก หากแต่สิ่งที่อีกคนส่งมาให้ก็มีแต่ความจริงใจเท่านั้น

 

 

ดีสิ ชานยอลเอ่ยตอบแค่นั้นก่อนจะยกยิ้มให้กับอีกคนที่ส่งยิ้มมาก่อนอยู่แล้ว เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คงเป็นเพราะได้คุยกันอย่างเปิดอกกับรูมเมทเป็นครั้งแรก

 

 

หรืออาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มนั้นจากแบคฮยอน

 

 

ถ้างั้นเดี๋ยวเราโทรบอกเพื่อนก่อนนะ มันต้องดีใจแน่ๆ

 

 

แล้วแบคฮยอนก็หันมายิ้มอีกครั้ง ทำเอาชานยอลรู้สึกโล่งจริงๆ

 

 

เขาจะสรุปเอาเองว่าอาการของเขามันเป็นเพราะรอยยิ้มของแบคฮยอนก็แล้วกัน

 


 



 

 

สามสิบเอ็ดธันวาคม สามทุ่มยี่สิบแปดนาที

 

 

โว้วๆๆ มารับขวดนี่ไปที

 

 

แบคฮยอนทำหน้าตาเหรอหรามองไปยังประตูที่ถูกเปิดด้วยรูมเมทร่างสูงของเขา แต่กลับมีใครก็ไม่รู้ยื่นขวดบรรจุแอลกอฮอล์ให้กับเขาพร้อมกับเอ่ยเร่งให้ไปช่วยหิ้ว แบคฮยอนทำตามอย่างไม่อิดออด สองคนนี้คงจะเป็นเพื่อนกับชานยอลที่จะมาขอเคานต์ดาวน์ด้วยกันคืนนี้

 

 

พูดกับเขาดีๆสิมึง คนตัวเล็กกว่าเอ่ยบอก อ่า.. นายคือรูมเมทของชานยอลใช่มั้ย

 

 

แบคฮยอนพยักหน้าตอบรับคำถาม

 

 

เราชื่อลู่หานนะ ส่วนไอ้นี่เซฮุน มันปากหมา ถ้าพูดอะไรแปลกๆออกมาก็อย่าไปถือสามันมากเลยนะ

 

 

อ้าว มึงด่ากูทำไมวะ

 

หุบปาก ลู่หานเอ่ยปรามก่อนจะหันมาพูดกับเขา ยังไงวันนี้ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะแบคฮยอน เราสัญญาว่าจะเงียบให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

 

แบคฮยอนหันไปมองรูมเมทที่ยืนอมยิ้มอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ท่าทางชานยอลคงจะไปพูดเป็นเชิงให้เพื่อนเกรงใจเขาแน่ๆ จริงๆแล้วแบคฮยอนไม่ได้เครียดอะไรหรอกถ้าจะมีคนมาบุกห้อง อยากทำเละแค่ไหนเขาก็ไม่ว่า เพราะเพื่อนของรูมเมทก็ถือเป็นเพื่อนของเขาเหมือนกัน เรื่องทำความรู้จักกันแบคฮยอนไม่เคยกลัวอยู่แล้ว

 

 

ในครัวมีเตาไฟฟ้านะ เดี๋ยวเราไปเอาออกมาให้แล้วกัน แบคฮยอนเอ่ยบอกก่อนจะเลี่ยงตัวออกมาที่ห้องครัวขนาดย่อมภายในห้อง เขย่งเอื้อมมือหวังจะเปิดตู้ด้านบนที่เขาจำได้ว่าตัวเองเป็นคนเอาเตาปิ้งย่างไฟฟ้ามาใส่ไว้แต่ไม่เคยได้ใช้

 

 

แต่แบคฮยอนเตี้ยเกินไป เขาเอื้อมไม่ถึง

 

 

เขย่งแล้วเขย่งอีกจนเมื่อยขาและดูเหมือนใครบางคนจะสังเกตเห็น แขนยาวๆนั่นเอื้อมเปิดตู้ก่อนจะคว้าเอาเตาปิ้งย่างไฟฟ้าออกมายื่นให้เขาอย่างสบายๆ แล้วกลิ่นแบบนี้ก็คงไม่ต้องบอกว่าใคร ปาร์คชานยอลคนเดิมนั่นแหละ

 

 

เขย่งไม่ถึงก็น่าจะเรียกนะ เราจะได้ช่วย

 

 

ร่างเล็กหันไปยิ้มแหยๆให้กับคนที่เหมือนกำลังด่าเขาเตี้ยอยู่กรายๆ แต่ช่างเถอะ แบคฮยอนไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยหรอก แค่อีกคนเข้ามาช่วยเขาก็ดีใจมากอยู่แล้ว

 

 

ช่วยเราล้างผักนะ ส่วนหมูเดี๋ยวเราหั่นให้ ไอ้สองคนนั้นกำลังวุ่นวายกับเหล้าอยู่น่ะ

 

 

ชานยอลพูดรวดเดียวกะไม่ให้เขาได้ถาม ซึ่งแบคฮยอนเองก็ไม่ได้ตอบอะไรแต่ก็ทำตามคำสั่งอีกคนอย่างไม่อิดออด ถึงเราจะเปิดใจพูดคุยประโยคยาวๆกันมากขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่ได้สนิทกันอยู่ดี คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่เราส่งคนจะได้ใช้คำว่าสนิทใจร่วมกัน

 

 

จัดการเรื่องวัตถุดิบในการปิ้งย่างเรียบร้อยแล้วเราก็ใช้พื้นที่ริมระเบียงซึ่งค่อนข้างกว้างพอที่จะให้มนุษย์เพศชายสี่คนเข้าไปนั่งได้เป็นที่สำหรับการฉลองปีใหม่ครั้งนี้ เซฮุนดื่มเอาๆอย่างกับพวกคอทองแดง แบคฮยอนเห็นแล้วก็ร้อนคอแทน เขาเองก็เป็นประเภทชอบดื่มแต่แพ้แอลกอฮอล์เลยแตะมันไม่ได้

 

 

ส่วนชานยอล.. เขาไม่เคยรู้เลยว่าอีกฝ่ายก็ดื่มเก่งไม่แพ้กัน

 

 

ตอนเด็กๆกูเคยโดนแม่ตีด้วยคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ เซฮุนเอ่ยขึ้น ท่าทางเริ่มกรึ่มๆแล้ว

 

 

เชี่ย อย่างโหด ไปทำอิท่าไหนวะ โดยมีลู่หานเป็นลูกคู่อย่างสม่ำเสมอ

 

ติดเกมอะดิ ไม่หลับไม่นอนติดต่อกันห้าวัน โหดสัส พูดเองเออเองจนเพื่อนๆหลุดขำ เซฮุนใกล้จะเมาเต็มทีแล้วในขณะที่ลู่หานผู้ดื่มแบบจิบๆเล็กน้อยไม่ได้แสดงอาการเมาอะไร

 

 

แต่คนที่นั่งข้างแบคฮยอนนี่สิ ดื่มเอาๆแต่ไม่เห็นมีท่าทางว่าจะเมาเลย

 

 

เดี๋ยวก็เมาหรอก แบคฮยอนเอ่ยบอกคนที่นั่งข้างๆ ในขณะที่ทั้งลู่หานและเซฮุนพากันร้องเพลงอะไรก็ไม่รู้ที่เขาฟังไม่ค่อยได้ศัพท์

 

 

เราไม่เคยเมาอยู่แล้ว ดื่มบ่อยจนชินน่ะ

 

 

อือ.. เราได้กลิ่นบ่อยๆเวลาชานยอลกลับมาห้อง

 

 

........

 

 

อย่าดื่มบ่อยเลยนะ ไม่ดีหรอก

 

 

แบคฮยอนเห็นว่าชานยอลยิ้มจนแก้มบุ๋มก่อนจะเอื้อมมือมาวางไว้บนศีรษะเขาแล้วตบปุๆสองที นั่นทำเอาคนที่ถูกกระทำต้องยกยิ้มกลับไปอย่างช่วยไม่ได้

 

 

เข้าใจแล้วครับ ทีหลังจะไม่ให้ได้กลิ่นเลย

 

 

แถมยังขยี้ผมเขาจนฟูฟ่องอีกต่างหาก

 

 

สนิทกันแล้วหรือไงเนี่ย

 

 

 

 

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เพราะเผลอแป้บเดียวก็ปาเข้าไปห้าทุ่มห้าสิบแปดนาทีซะแล้ว

 

 

เฮ้ยมึงหลบ กูจะยืนตรงนี้ กูจำได้ว่าพลุมันจะขึ้นมาตรงนั้น เซฮุนที่เมาไปแล้วเรียบร้อยเอ่ยบอกก่อนจะชี้โบ๊ชี้เบ๊ไม่รู้เรื่อง แต่จากตรงนี้ก็มองเห็นพลุจริงๆนั่นแหละ เพราะหอพักของเราอยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสที่จัดงานเท่าไหร่นัก

 

 

ชานยอล มึงตั้งกล้องยัง

 

 

อ้าว กูต้องเป็นคนถ่ายหรอ

 

 

เออดิ ห้องใครคนนั้นถ่ายโว้ย ลู่หานเอ่ยบอก นายด้วยแบคฮยอน เอามือถือขึ้นมาถ่ายเลย

 

 

แบคฮยอนทำหน้างงในคราวแรก แต่พอเห็นชานยอลยกมือถือขึ้นมาถ่ายจริงๆเขาก็เลยเอาบ้าง สองคนข้างหน้าไปเอาเก้าอี้จากในครัวมานั่ง ในขณะที่เขากับชานยอลยืนอยู่ด้านหลังและคอยเก็บภาพ

 

 

นี่มันหน้าที่ของเจ้าของห้องจริงๆหรอ

 

 

เฮ้ยๆ นับถอยหลังแล้ว มึงได้ยินป่ะ

 

 

เสียงจากใจกลางจัตุรัสดังมาถึงตรงนี้จนแบคฮยอนได้ยินชัดเจน เขายกยิ้มอย่างรู้สึกตื่นเต้นจนใจพองคับอก ร่างเล็กๆหันไปมองคนข้างๆที่กำลังถือโทรศัพท์อย่างตั้งใจ และรอยยิ้มกว้างที่ใบหน้าของอีกฝ่ายก็ดูจะตื่นเต้นไม่แพ้กัน

 

 

เมื่อเริ่มนับถอยหลัง แบคฮยอนจึงเริ่มเอ่ยขอบคุณในใจตั้งแต่ตอนนั้น

 

 

“6”

 

 

ขอบคุณสำหรับสองปีที่ผ่านมานะ

 

 

5

 

 

ขอบคุณที่ผ่านเข้ามา

 

 

4

 

 

ขอบคุณที่ยอมมาคุยกับเรานะ

 

 

3

 

 

เหมือนกับฝันเลย.. ขอบคุณนะ

 

 

2

 

 

ขอบคุณนะ..

 

 

1

 

 

ชานยอล เราช..

 

 

“Happy New Yearrrr!!”

 

 

 

เสียงตะโกนของลู่หานและเซฮุนรวมทั้งเสียงพลุกลบเสียงของแบคฮยอนไปจนหมด แต่นั่นแหละที่เขาต้องการ ชานยอลกดถ่ายรูปรัวก่อนจะหันมามองหน้าเขา คงเพราะสงสัยว่าเขาจะจ้องทำไมนักหนา

 

 

ชานยอลคงไม่ได้ยินหรอก

 

 

เมื่อกี้แบคฮยอนพูดอะไรกับเราหรอ

 

 

ใช่.. ชานยอลไม่ได้ยิน

 

 

อ๋อ.. เปล่า แบคฮยอนยิ้มจนตาปิด เราจะบอกว่าปี 2015 ที่ผ่านมานี้เราเคยแอบจิ๊กขนมในตู้เย็นของชานยอลไปเยอะเลยอะ ไม่โกรธนะ

 

 

แต่แบบนั้นแหละ.. ดีแล้ว

 

 

เรื่องแค่นี้เอง ไม่โกรธหรอก ชานยอลเอ่ยพร้อมกับกลั้วหัวเราะในลำคอ แต่ต้องชดใช้โดยการซื้อมาให้เรากินเยอะๆเลยนะ

 

 

อื้อ!” แบคฮยอนพยักหน้ารัว และนั่นเรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

 

 

สุดท้ายแล้วรอยยิ้มของชานยอลกับแบคฮยอนก็ตรงกัน เพราะเขายิ้มให้กัน

 

 

แบคฮยอนบอกกับตัวเองในตอนนั้น

 

 

ว่าแค่นี้ก็เกินพอ

 

 



 

 

ขอบคุณมากนะ วันนี้สนุกมาก

 

 

ลู่หานเอ่ยบอกขณะที่เขากับชานยอลเดินมาส่งที่หน้าห้อง แบคฮยอนรู้สึกสงสารลู่หานขึ้นมาจับใจเมื่อเห็นร่างโย่งๆของเซฮุนในอ้อมแขนของอีกฝ่าย ลู่หานต้องหิ้วปีกคนเมาไปที่รถด้วยตัวเอง แค่คิดก็ลำบากแทนแล้ว

 

 

เฮ้ย ไม่ต้องทำหน้าจะร้องไห้หรอกแบคฮยอน เราสบายมาก

 

 

มึงแน่ใจนะว่าจะไม่ให้กูไปส่งที่รถ ชานยอลเอ่ยถาม เพราะก่อนหน้านี้อาสาไปแล้วรอบหนึ่งแต่ถูกปฏิเสธกลับมา

 

 

ไม่เป็นไร กูรับมือกับไอ้นี่บ่อย มึงไปอาบน้ำนอนเถอะ

 

 

.......

 

 

เราไปก่อนนะแบคฮยอน ฝากดูไอ้ยอลมันด้วยล่ะ

 

 

แบคฮยอนได้ยินเสียง ฮึ้บ ในตอนที่ลู่หานกระชับตัวเซฮุนแล้วเดินออกไปตามโถงทางเดิน เขากับชานยอลมองจนกระทั่งลับสายตาและดูเหมือนว่าลู่หานจะสามารถรับมือได้อย่างที่บอกจริงๆ เราสองคนจึงเดินกลับเข้ามาในห้องกันอีกครั้ง

 

 

เดี๋ยว.. เราไปอาบน้ำก่อนนะ แบคฮยอนเอ่ยบอกชานยอล พอกลับมาอยู่กันสองคนอีกรอบก็เริ่มทำตัวไม่ถูกอีก เขาเพิ่งมานึกขึ้นได้ว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องบอกอีกคนเลยว่าจะอาบน้ำ

 

 

อื้อ.. เอาสิ และแน่นอนว่าต้องได้รับคำตอบแค่นั้นกลับมาอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

แบคฮยอนคว้าเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำแล้วใช้เวลาอยู่ในนั้นเพื่อทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ความจริงแล้วเขารู้สึกดีจนแทบบ้าที่ได้คุยกับรูมเมทดีๆสักที เขารู้อยู่แล้วว่าชานยอลไม่ใช่คนหยิ่งหรือมนุษย์สัมพันธ์แย่ แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆในตอนที่อีกคนมาชวนเขาคุย

 

 

ตอนนั้นแบคฮยอนแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลยว่าชานยอลเรียกชื่อเขา

 

 

ก๊อก ก๊อก

 

 

ห้องน้ำอยู่ติดกับประตูแบคฮยอนจึงได้ยินเสียงเคาะประตูชัดเจน แต่ตอนนี้ฟองสบู่ยังเต็มตัวเขาอยู่คงออกไปเปิดประตูให้ไม่ได้ ดังนั้นเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นก็คงเป็นฝีมือของชานยอล แต่เสียงน้ำที่ไหลอยู่มันดังเกินกว่าที่เขาจะได้ยินว่าใครเป็นคนมาเคาะห้อง

 

 

แบคฮยอนเดาว่าอาจจะเป็นลู่หานที่ลืมของไว้ หรือไม่ก็แบกเซฮุนไปไม่ถึงรถแล้วมาตามชานยอลให้ไปช่วยหิ้วอีกแรง

 

 

ถัดมาอีกสิบห้านาทีคนตัวเล็กก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ แบคฮยอนสำรวจใบหน้าตัวเองอีกครั้งในกระจก ความจริงแล้วเขาก็เบื่อหน้าจืดๆของตัวเองไม่น้อย แต่ไม่รู้ว่าควรจะเสริมแต่งอะไรในเมื่อเป็นผู้ชาย แถมผมสีดำสนิทก็ยิ่งทำให้เขาดูจืดเข้าไปอีก

 

 

แต่ก็อย่างที่บอก แบคฮยอนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงให้ตัวเองไม่จืดชืดเหมือนอย่างตอนนี้

 

 

คนตัวเล็กเปิดประตูห้องน้ำแล้วเช็ดเท้าลงกับพรมเช็ด มืออีกข้างก็ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กขยี้ผมสีดำที่เปียกน้ำของตัวเองอย่างเบามือพร้อมกับเดินไปยังห้องนั่งเล่น

 

 

แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นร่างของคนสองคนที่นั่งอยู่บนโซฟา

 


 

ฮึก.. เราขอโทษ

 

 

แบคฮยอนรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างบีบรัดอยู่ในร่างกายของเขา และมันกำลังทำให้เขาหายใจไม่ออก ในตอนที่ชานยอลกำลังกอดพร้อมกับลูบหัวใครบางคนที่เขาก็รู้จักดี

 

 

ไม่ร้องนะ.. ไม่ร้องนะมินอา

 

 

คิมมินอา.. เธอเป็นแฟนเก่าของชานยอล

 

 

ยอล.. ฮึก.. ไปส่งเราที่บ้านได้มั้ย

 

 

.......

 

 

อยู่กับเรานะ อย่าไปไหนอีกเลยได้มั้ย มินอาร้องไห้อย่างน่าสงสาร เรารักยอลนะ เราขอโทษ

 

 

เธอพร่ำพูดแต่คำนั้นจนแบคฮยอนรู้สึกเจ็บปวดแทน ชานยอลเองก็กอดเธอแล้วก็โยกตัวเธอไปมาพร้อมกับบอกว่าไม่เป็นไรอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งดวงตากลมโตของรูมเมทหันมาเห็นเขา คิ้วคมขมวดมุ่นอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร

 

 

ดังนั้นสิ่งเดียวที่แบคฮยอนพอจะทำให้ชานยอลได้ก็มีแค่นี้

 

 

ไปส่งเธอที่บ้านสิ

 

 

เขาขยับปากบอกอย่างไร้เสียงพร้อมกับยกยิ้มให้อีกฝ่ายที่มองมาอย่างขอความคิดเห็น

 

 

ไปเถอะ.. เธอกำลังไม่โอเคนะ

 

 

‘………’

 

 

มินอากำลังต้องการชานยอลนะ

 

 

แบคฮยอนยิ้มอีกครั้งอย่างยืนยันว่าเขาคิดอย่างนั้นและชานยอลควรจะไปส่งหญิงสาวที่บ้านจริงๆ ชานยอลดูเหมือนจะลังเลในคราวแรก แต่เขาก็ยังทำหน้าที่ของสุภาพบุรุษและคอยปลอบประโลมหญิงสาวอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

 

 

ครับ.. เดี๋ยวชานยอลไปส่งมินอาที่บ้านนะ

 

 

จนในที่สุดเสียงทุ้มก็เอ่ยบอกอย่างยินยอม

 

 

ฮึก..

 

 

ไม่ร้องไห้แล้วนะครับ ป่ะ.. กลับบ้านกันเนอะ

 

 

ท่าทางอ่อนโยนของชานยอลทำให้แบคฮยอนยกยิ้มออกมา ยิ่งตอนที่อีกฝ่ายประคองมินอาเพื่อที่จะพาไปส่งบ้านก็ยิ่งทำให้แบคฮยอนรู้สึกว่าทั้งคู่เหมาะสมและน่ารักเหลือเกินหากได้กลับมาคบกัน

 

 

เดี๋ยวเราไปส่งมินอา.. ชานยอลเอ่ยบอกเขา แล้วก็อาจจะไม่กลับ

 

 

.......

 

 

ยังไงเจอกันพรุ่งนี้นะ

 

 

แบคฮยอนยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายเหมือนเดิม ก่อนจะกระซิบบอกมินอาเบาๆว่า ไม่ร้องไห้แล้วนะครับ ซึ่งนั่นก็ทำให้หญิงสาวยิ้มให้เขาเช่นกัน ทั้งสองคนพากันเดินออกไปจากห้องแล้ว หลงเหลือทิ้งไว้เพียงแบคฮยอนที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

 

 

พร้อมกับหัวใจอันแสนเหวอะหวะของตัวเอง

 

 

คนหล่อกับคนสวยก็ต้องคู่กันมั้ยล่ะ คิดบ้าอะไรอยู่นะแบคฮยอน

 

 

และถ้อยคำปลอบใจตัวเอง.. ที่ดูเสแสร้งเหลือเกิน

 

 

 

เพราะตอนนี้เขาดันร้องไห้เสียแล้ว











TALK :

สมมติถ้าให้จบแค่ตรงนี้ จะมีคนด่าแม่เรากี่คน (10 คะแนน)

แฮปปี้นิวเยียร์ 2016 นะจ๊ะทุกคน มีความสุขมากๆน้า ชงชานแบคกับเราไปนานๆเนอะ ศิลปินเค้ามาจัดให้ตั้งแต่วันแรกของปีเลยอะ ยอมเลย วีแอพทำให้เรามีความสุขขข

เม้นท์กับติดแท็กเถอะ อยากอ่าน ♥



#น้ำผึ้งมะนาวCB

  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,420 ความคิดเห็น

  1. #3411 ssplyy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:21

    แงงงงสงสารน้องงง
    #3,411
    0
  2. #3337 KaRToon_HH (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:14
    สงสารแบคy_y
    #3,337
    0
  3. #3261 DBK1802 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 13:55
    ว้าว แบคฮยอนแอบชอบชานยอลมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย เปงรูมเมทกันมาก็สองปีแล้วน้า สงสารจังเลย ต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยอ่ะ คงจะเจ็บใจมาก โอ๋ คนดีอย่าร้องน้า
    #3,261
    0
  4. #3225 ChaninzKlas (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 21:45
    ฮือออ อ่านกี่ทีก็มีน้ำตากับฉากนี้ตลอดด ชานยอลลลนิสัยไม่ดี
    #3,225
    0
  5. #2926 kkkk. ★ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 09:32
    ไม่ไหวอะ ใจเจ็บไปหมดเลยสงสารชานยอลอะทำไมแบคทำแบบนั้นอะ
    #2,926
    0
  6. #2772 pcy921 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 18:18
    สงสารชานยอลหนักหน่วง
    #2,772
    0
  7. #2637 Elamor (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 23:16
    แบคฮยอนนนนน
    #2,637
    0
  8. #2614 NAMKHINGEXOL (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:40
    แบคฮยอนอยากได้ผัวรวยว่างั้น
    หึ...กูจาร้องไห้
    #2,614
    0
  9. #2385 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 21:32
    โอ้ยยยยน
    #2,385
    0
  10. #2125 siwann (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 23:31
    ฮือออออ โคตรบีบหัวใจเลยอะ น้ำตาไหลเลยยย ฮืแออออ
    #2,125
    0
  11. #2120 titcha (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 13:26
    ทนไม่ไหวแล้วว!!! อ่านมาหลายๆตอนนี่จะได้กันกี่ตอนอ่ะ อ่านแล้วหน่วงไปหมดเลยยย ฮืออออออออ
    #2,120
    1
    • #2120-1 kkkk. ★(จากตอนที่ 16)
      2 พฤศจิกายน 2560 / 09:24
      อ่านมากี่ตอนๆก็ไม่ได้สมหวังกันเลยอะ ร้องไห้แล้วเด้อ เจ็บไปหมดเลย
      #2120-1
  12. #1886 harleyshn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 22:24
    หน่วงมากรู้สึกว่าน้ำมูกตัวเองเค็มสุดก็วันนี้;-;
    #1,886
    0
  13. #1800 Oum Sirilak (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 01:40
    จะจบแค่นี้จริงๆเหรอคะ ฮรึก ชานยอลมีแค่หัวใจแล้วมันไม่ดีตรงไหนห้ะแบคฮยอน
    #1,800
    0
  14. #1784 natthidakai' (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 17:31
    ร้องไห้ สงสารพี่ปาร์ค
    #1,784
    0
  15. #1783 ฟาฮับ 'ㅅ' (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 19:28
    อันนี้เศร้าที่สุดตั้งแต่อ่านมาเลยงือ ;_;
    #1,783
    0
  16. #1748 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 08:38
    รู้สึกโกรธแบคเบาๆ ที่เลิกรักเพราะชานยอลไม่รวยใช่มะ
    #1,748
    0
  17. #1620 พูลิน พูลิน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 23:28
    เศร้าเลยค่ะงานนี้ เช็ดน้ำตาแปป
    #1,620
    0
  18. #1522 oohse_karn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 21:06
    ร้องไห้
    #1,522
    0
  19. #1447 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 11:55
    น้ำตามาเต็มมม
    #1,447
    0
  20. #1392 อีเจนา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 19:55
    สงสารรรรน
    #1,392
    0
  21. #1352 nyjdr (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 08:03
    หน่วงมากก ฮืออ
    #1,352
    0
  22. #1347 stikloxe (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 12:52
    หน่วงทุกเรื่องเลยอะ บีบหัวใจมาก
    #1,347
    0
  23. #1233 pim pimmi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 22:17
    คือ โอ๊ยยยยย ไรท์แต่งหน่วงมากกกก
    #1,233
    0
  24. #1154 kim__tm (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 04:07
    ตอนนี้เศร้าสุด หน่วงมาก
    #1,154
    0
  25. #1078 dark chocolate (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 01:31
    เจ็บปวดอะ ตั้งแต่แบคเริ่มเปลี่ยนไป ก็คิดเอาไว้แล้วว่าชานยอลต้องได้บอกเลิกตัวเองแน่ๆ เศร้าแต่สวยงามอะไรเบอร์นี้
    #1,078
    0