OS/SF [MONSTA X] DEJAVU. #MONsAGAIN

ตอนที่ 2 : - B R O K E N, H E A R T ? -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 ธ.ค. 61






"เพลงนี้เป็นไงบ้าง ชอบไหม?" 

"อื้อ! ชอบ..ฉันชอบทุกอย่างที่เป็นนายเลยมินฮยอก"

"ฮ่ะๆ หมายถึงเพลงของฉันสิ..นายชอบมันไหม?"

"ก็ชอบ..แต่ชอบนายมากกว่า"


------------------------------------------------

ความสัมพันธ์จากเพื่อนมาเป็นคนรู้ใจ ไม่ใช่เรื่องง่าย ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง แต่มินฮยอกกลับได้มาทั้งสองอย่าง น่าเหลือเชื่อชะมัด..

"ตื่นเช้าอีกแล้วนะ" มินฮยอกเดินมาสวมกอด 'กีฮยอน' จากทางด้านหลัง คางเกยไว้บนไหล่เล็ก ขณะที่คนตัวเล็กกำลังก้มหน้าก้มตาทำอาหาร
"ก็ปกตินี่นา" 

"ไม่เหนื่อยหรือไง" มินฮยอกถามพร้อมกับคลอเคลียซอกคอของคนตัวเล็กไม่ห่าง 
ต่างคนต่างรู้ดีว่าคำถามนั้นหมายถึงเรื่องอะไร 
"อื้ออ ฉันเหนื่อยก็เพราะใครล่ะ"เผลอส่งเสียงครางเบาๆ รู้สึกหวิวๆ เมื่อมินฮยอกขบกัดตรงซอกคอ มือน้อยดันใบหน้าคมออก หมุนตัวกลับไปมองหน้าคนรัก 
"ก็ไม่เห็นบอกให้หยุดนี่" กีฮยอนหน้าแดงซ่าน 
"นายต่างหากที่เอาแต่ใจ" มินฮยอกส่งเสียงหึในลำคอ 
"แต่ก็ชอบไม่ใช่เหรอ..หืม" ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกจนกัน กดจูบที่ริมฝีปากนุ่ม รู้สึกว่ามันหอมหวานทุกครั้งที่ได้สัมผัส 

'กีฮยอนหอมหวานเกินไป'
   กีฮยอนใจเต้นตุบตับ ไม่ชิน ไม่เคยรับมือกับการกระทำอันแสนอ่อนโยนของผู้ชายที่ชื่อมินฮยอกได้เลย มือหนาเริ่มอยู่ไม่สุข ลูบไล้วนอยู่ที่เอวคอด ก่อนจะค่อยๆสอดเข้าไปในเสื้อตัวบาง

"อ ออกไปเลย..อาหารยังไม่เสร็จไม่หิวหรือไง" พยามเอ่ยห้าม หอบหายใจถี่หลังจากที่ดันเจ้าคนเอาแต่ใจออกห่างตัวได้ 
"หิว...แต่ขอกินอันนี้ก่อน..ได้ไหมครับ" มินฮยอกเอานิ้วแตะๆที่ริมฝีปากบางนุ่มนิ่มนั่น ไม่เคยอิ่ม ยิ่งได้สัมผัส ยิ่งต้องการอีก มักมากเกินไปหรือเปล่ามินฮยอก
และใช่หลังจากเอ่ยขอไปแบบนั้น มีหรือที่กีฮยอนจะปฏิเสธได้ ถึงจะปฏิเสธไปด้วยคำพูดแต่ร่างกายกลับไม่เห็นด้วย ตอบสนองกับทุกสัมผัสของมินฮยอก ความรักของมินฮยอกและกีฮยอนจึงเริ่มขึ้นในห้องครัวอีกครั้งและอีกครั้ง...

"ฉันชอบเพลงนี้มากเลย" กีฮยอนยิ้มร่า หลังจากได้อ่านเนื้อเพลงที่มินฮยอกแต่งขึ้นเอง 

มินฮยอกรู้สึกดีไม่น้อยที่คนที่เป็นเจ้าของเรื่องราวในบทเพลงที่เขาแต่ง ดูชอบมันมากขนาดนี้ 
"ส่งให้ค่ายเพลง..ต้องดังมากแน่ๆ" กีฮยอนพูดขึ้น ใบหน้าขาวใสมีรอยยิ้มเต็มใบหมด นี่แหละคือแรงบันดาลใจของมินฮยอก 

"ไม่ล่ะ..ฉันแต่งมันให้นายกีฮยอน" 
"ให้ฉัน?" มินฮยอกพยักหน้า กุมมือบางมาวางไว้บนตักตัวเอง
"ฉันอยากให้มันเป็นเพลงของเรา..นายทำให้มันเป็นเพลงของเราได้ไหม"

คำนั้นที่มินฮยอกเอ่ยขอจึงทำให้มีวันนี้ หลังจากที่ให้คนรักร้องเพลงที่ตัวเองแต่ง จากการที่เคยเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีใครสนใจกลับกลายเป็นที่สนใจใคร่รู้ของหลายๆคน 

'เพลงเพราะมากเลย'

'เขาเป็นใครน่ะ..น่ารักชะมัด'

'เขามีเสียงที่ล้ำค่า ใบหน้าก็งดงาม'

'ถ้าได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงสักค่าย เขาต้องดังมากแน่ๆ' 

หลากหลายความเห็นในโลกโซเชี่ยว ที่เป็นกระแสและผู้คนมากมายกำลังให้ความสนใจ หลังจากก่อนหน้ามินฮยอกอัปโหลดคลิปของกีฮยอนที่ร้องเพลงลงสู่โลกโซเชี่ยว...

"ดูสิ..คนชอบเยอะแยะเลย" กีฮยอนเหมือนเด็กน้อยที่ตื่นตาตื่นใจยามเมื่อกำลังได้รับความสนใจ 
"อือ..คนชอบนายเยอะแยะเลย" มินฮยอกแค่รู้สึกว่าตัวเองทำพลาดอะไรไปหรือเปล่า 

       หลังจากนั้นปล่อยคลิปก็ผ่านมาสักระยะแล้ว แต่ก็ยังเป็นกระแสอยู่ กีฮยอนมีคนให้ความสนใจมากมาย กีฮยอนกลายเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืน ผู้คนให้ความสนใจ ไม่ใช่แค่เพียงหน้าตาที่น่าเอ็นดู แต่เพราะเสียงที่ล้ำค่านั่นด้วย 

...มีงานมากมายที่ติดต่อเข้ามาหลังจากเป็นกระแส ในช่วงแรกกีฮยอนไม่ได้อยากทำนักเพราะไม่ชอบและไม่อยากห่างจากคนรัก แต่มินฮยอกก็แค่อยากเสนอให้อีกฝ่ายลองทำอะไรใหม่ๆดูบ้าง กีฮยอนจึงยอมรับและรับปากว่าจะลองทำดูหากมินฮยอกต้องการ แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่มินฮยอกรู้สึกว่าเขาพลาดไปแล้วจริงๆ....


"มินฮยอกฟังก่อน..เขาแค่ทักมาติดต่องาน" กีฮยอนพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ร้อน เมื่อเขากับมินฮยอกเกิดปากเสียงกัน 

"ติดต่องาน..เหอะ!..นายคิดว่าเจ้านั่นแค่สนใจอยากให้นายไปทำงานให้มันงั้นเหรอ...นายจะบอกว่านายดูไม่ออกว่ามันชอบนายงั้นเหรอกีฮยอน!" มินฮยอกเผลอตวาดเสียงดัง 

"ใจเย็นๆก่อนได้ไหมมินฮยอก" เขาเป็นฝ่ายพยายามอีกครั้ง เมื่อมินฮยอกไม่ยอมใจเย็นลงเลยสักนิด 

      ในตอนนี้มินฮยอกเหมือนจะขาดสติไปแล้ว มีเพียงกีฮยอนที่เปรียบดั่งน้ำเย็นคอยชะโลมจิตใจให้คนรักยามเกิดความคุกกรุ่น 
     
       ความรักที่แสนจะเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสุขอย่างเมื่อคราวก่อนของพวกเขาค่อยๆสูญหายไป 

      มินฮยอกและกีฮยอนทะเลาะกันแทบทุกวันหลังจากอีกฝ่ายมีคนเข้าหาเยอะขึ้น และก็ล้วนแต่เป็นเรื่องเดิมๆ มินฮยอกกลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย ทั้งๆที่เมื่อก่อนใจเย็น 


      กีฮยอนไม่คิดจะเถียงว่ามีคนเข้าหาเยอะมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยคิดเปลี่ยนไปอย่างที่มินฮยอกกลัว 
"นายเมาอีกแล้วเหรอ"

มินฮยอกไร้สติ แม้แต่จะทรงตัวยังทำไม่ได้ 

เพล้งง!! มือเผลอปัดรูปที่ถ่ายกับกีฮยอนลงพื้นอย่างไม่รู้ตัว กีฮยอนใจหล่นวูบเมื่อมองดูเศษกรอบรูปที่แตกกระจายเต็มพื้น พยุงคนเมาไปนอนในห้อง จัดการเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะออกมาเก็บกวาดเศษแก้ว น้ำตารื้นในตอนแรกกลับไหลออกมาอย่างยากที่กลั้นไว้ได้
"นายเปลี่ยนไปมากนะมินฮยอก รู้ตัวหรือเปล่า" ว่าหลังจากหยิบภาพขึ้นมาพินิจ แล้วประคองไว้แนบอก 



       พวกเขาทะเลาะกันทุกวันและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนยามทะเลาะกันคงใช้เหตุผลมากกว่านี้ แต่มาถึงตอนนี้แม้จะมีเหตุผลมากมายล้นฟ้า ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายนึงไม่แม้แต่จะรับฟัง 

หากมินฮยอกให้เหตุผลว่า 

'เขารักกีฮยอนมาก มากจนไม่อยากเสียไป"
เหตุผลของกีฮยอนก็คือ

'เขาเองก็ไม่เคยคิดที่จะจากมินฮยอกไปไหนเลยเช่นกัน'

แต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อยามให้เหตุผลซึ่งกันและกันสิ่งเหล่านั้นก็เปล่าประโยชน์ เมื่อกีฮยอนเองเริ่มหมดความอดทน 

"นายเชื่อใจฉันไหม..ที่รัก" กีฮยอนเอ่ยถาม มือบางประคองใบหน้าคมของคนรักอย่างอ่อนโยน เมื่ออีกคนร้อนอีกคนก็ต้องเย็นสู้ 

"..." มินฮยอกไม่ตอบ นั่นทำให้กีฮยอนผิดหวังที่สุด คนที่เคยบอกว่า 'รักกันต้องเชื่อใจกัน' กลับนิ่งเฉย หรือว่ามันจะถึงจุดอิ่มตัวของเราแล้วจริงๆ ไม่สามารถก้าวต่อไปได้อีกแล้วหรือ ถ้าหากมินฮยอก 'ไม่เชื่อใจกันก็เท่ากับว่าไม่ได้รักกัน' แล้ว.....

"ลองห่างกันไหม..เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น" เป็นคำพูดสุดท้ายที่กีฮยอนเอ่ยทิ้งไว้ แล้วหายไปจากชีวิตมินฮยอก...



'ไม่มีคำว่าเลิก แต่ก็เจ็บปวดไม่ต่างเลย'

       กีฮยอนตัดสินใจเริ่มทำอะไรใหม่ๆเมื่อได้รับโอกาศ เขาเข้าเซ็นสัญญากับค่ายเพลงแห่งนึงที่มีชื่อเสียงพอสมควร ไม่ได้อยากใช้ชีวิตกับเสียงเพลงเลย เพราะมันทำให้นึกถึงคนที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ แต่เมื่อนึกถึงแล้วเขาก็คิดถึง คิดถึงมากเสียจนต้องทนอยู่กับสิ่งที่อีกคนสร้างไว้ให้ 

"งานรุมเลยนะครับกีฮยอน...ผมรับงานเปิดไว้งานนึงน่ะ...อยากให้คุณไปร้องเพลงให้กับเด็กที่บ้านเด็กกำพร้า..พอจะได้ไหม" กีฮยอนหลุดออกจากภวังค์ พยักหน้าตอบ

"ครับ...ผมรับงานนี้" 


     ตั้งแต่วันนั้นวันที่ไม่มีกีฮยอน วันที่มินฮยอกรู้สึกราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างหายไป น่าเศร้าที่ครั้งเคยมีกีฮยอน เขากลับไม่รักษาอีกคนไว้ 

'โง่เง่าอะไรปานนี้ อี มินฮยอก'
    มินฮยอกเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้อง ไม่ออกไปพบประผู้คนหรือรับงานมาทำเลย ใช้ชีวิตเหมือนกับคนที่ละซึ่งแล้วทุกทาง แต่ไม่หรอก! มินฮยอกไม่ได้เป็นเช่นนั้น เขายังรอคอยกีฮยอนกลับมาหา แค่หวัง..เขาหวังว่ามันจะเป็นจริงขึ้นมา เขาจึงเอาแต่แต่งเพลงรักที่แสนจะหวานซึ้งเพื่อรอให้คนรักกลับมาฟังและมอบให้เป็นสิ่งแทนใจ... 

     มินฮยอกคอยรับรู้ข่าวสารของกีฮยอนผ่านทางรายการโทรทัศน์อยู่ตลอด คนรักของเขายังคงน่ารัก น่าเอ็นดูเหมือนเดิม เรายังเป็นคนรักกันเพราะคำพูดนั้น ไม่ได้เป็นคำที่บอกว่าจะเลิกรา 

'กีฮยอนยังเป็นคนรักของมินฮยอกอยู่เสมอ และจะเป็นตลอดไป' เมื่อใดที่กีฮยอนกลับมาพวกเขาก็คงจะรักกันเหมือนเดิม..เขาเชื่ออย่างนั้น 

'คิดถึงนายจัง..ที่รักของฉัน' เมื่อยามที่เห็นกีฮยอนผ่านช่องรายการโทรทัศน์ต่างๆ มินฮยอกก็จะพูดคำๆนี้อยู่เสมอ... 

'คำว่าห่างกันของนายมันนานแค่ไหนนะ' 
และยังคงเฝ้ารอ...



"ใกล้ถึงคิวแล้วครับกีฮยอน" ผู้รับตำแหน่งผู้จัดการประจำตัวของกีฮยอนเอ่ยบอก ตอนนี้กีฮยอนอยู่ในงานที่ถูกจัดขึ้นของบ้านเด็กกำพร้า กีฮยอนเป็นที่ชื่นชอบของคนมากมายรวมทั้งเด็กๆเหล่านี้ด้วย เพราะ กีฮยอนเคยบริจาคเงินเป็นค่าอาหารให้เด็กๆ ทั้งน่ารัก และใจดี 
"อ่า ครับ" ใบหน้าเล็กกดรับคำบอกกล่าวของผู้ดูแลตน

กีฮยอนขึ้นไปร้องเพลงให้เด็กๆและผู้คนในงานฟัง ใบหน้าใสยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อมีคนมาให้กำลังใจมากมาย ถึงจะเป็นงานเฉพาะที่ไม่ได้โปรโมทหรือบอกผู้คนแต่ก็ยังมีเหล่าคนที่ชื่นชอบให้ความสนใจ

  กีฮยอนชะงักกึกเมื่อสายตาเห็นคนที่เขาไม่ได้เจอมานาน ทั้งคิดถึงและโหยหา ดวงตาใสเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตา ในใจมันตื้นตันไปหมด 'มินฮยอก' ผู้ชายที่เขารักและคิดถึงมาตลอด ตอนนี้มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว กีฮยอนหยุดทุกการกระทำไปชั่วขณะ 
"มินฮยอก~" เอ่ยเรียกอีกคนออกมาอย่างลืมตัว ตอนนี้ดีใจเกินกว่าจะเอ่ยพูดสิ่งใด กีฮยอนมองไปที่มินฮยอกที่ตอนนี้ยืนฟังเขาร้องเพลงพร้อมกับส่งยิ้มจางๆมาให้ อยากจะวิ่งลงไปกอดเขาเหลือเกิน 
   จนเมื่อร้องเพลงเสร็จกีฮยอนรีบลงจากเวที ก่อนจะวิ่งออกมาหน้างานเพื่อตามหามินฮยอก เขาเห็นมินฮยอกอยู่ตรงนี้ กีฮยอนหมุนซ้ายหันขวาหาอีกคน แต่ก็ไม่พบ หรือเขาแค่ตาฝาดไป ภาพหลอนงั้นเหรอ? อาจจะใช่ เขาคงคิดถึงมินฮยอกมากเกินไป

'เพ้อฝันอะไรอยู่นะกีฮยอน มินฮยอกน่ะเหรอจะมาอยู่ที่นี่ ' พึมพำกับตัวเองเบาๆ

กีฮยอนเดินทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในงาน 
"กีฮยอน~" เสียงเรียกอันแสนจะคุ้นเคยทำให้กีฮยอนตัวชาวาบ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาตรงหน้า รีบหันกลับไปตามเสียงเรียกนั้น กีฮยอนยืนนิ่งน้ำตาไหลออกมาอย่างยากที่จะกลั้น ดีใจเหลือเกิน

"ม มินฮยอก ฮึก.." กีฮยอนสะอื้นไห้ออกมาอย่างไม่อายคนตรงหน้า มินฮยอกเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น มือหนาลูบผมกีฮยอนอย่างเบามือ อย่างกับกลัวว่ากีฮยอนจะแตกสลายหายไป 
"อึก สบายดีใช่ไหม" มินฮยอกถามพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ กลัวว่าจะแสดงท่าทีอ่อนแอให้กีฮยอนรับรู้ กีฮยอนยกมือขึ้นมาจับมือมินฮยอกก่อนจะกุมมือหนาคู่นั้นไว้แนบอก 
"..." กีฮยอนไม่ตอบ ไม่สามารถพูดคำใดออกมาได้คนตัวเล็กสะอื้นตัวโยน อยากกอดมินฮยอกเหลือเกิน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่า เขากับมินฮยอกหายไปจากชีวิตของกันและกันมานาน กีฮยอนไม่อาจรู้ว่ามินฮยอกจะยังเหมือนเดิมไหม แต่สำหรับเขา เขาไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากมินฮยอกเลย..
"ฮึก..คิดถึง..กอดได้ไหม" มินฮยอกยิ้มน้อยๆให้กับกีฮยอน คนตัวเล็กไม่ฟังคำตอบจากอีกฝ่าย รีบโผเข้ากอดคนตรงหน้าอย่างสุดจะเก็บกั้น มินฮยอกพยายามแล้วที่จะไม่ร้องไห้ออกมา 
"ฮึก..ฉันก็คิดถึง." มินฮยอกร้องไห้มือหนายกขึ้นกอดตอบกีฮยอนแน่นเหมือนกลัวว่ากีฮยอนจะหายไป กีฮยอนซบหน้าลงบนแผงอกของมินฮยอก น้ำตาไหลออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ของความคิดถึง มินฮยอกกอดกีฮยอนเกยคางไว้บนหัวเล็กของอีกคน อ้อมกอดนี้ยังเหมือนเดิม ยังเป็นอ้อมกอดของกันและกัน กีฮยอนสัมผัสได้มินฮยอกเองก็เช่นกัน 


  ภาพของกีฮยอนกอดกันกับมินฮยอกถูกกระจายออกไปอย่างแพร่หลาย เมื่อตกเป็นข่าวก็ย่อมมีทั้งความเห็นที่ดีและไม่ดี แต่กีฮยอนเลือกที่จะไม่ใส่ใจเพราะเขาถูกเรียกว่าเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว มันต้องมีบ้างที่เมื่อมีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเรื่องนี้เขาเข้าใจดี เพราะประเทศเกาหลีใต้ยังไม่เปิดรับเรื่องเพศที่สาม เรื่องนี้จึงค่อนข้างเป็นข่าวใหญ่ หลังจากข่าวดังกล่าวตกเป็นที่ฮือฮากัน ส่งผลให้กีฮยอนถูกเรียกตัวเข้าไปพบทันทีโดยเจ้าของค่ายให้ทางเลือกกับกีฮยอนว่าจะเลือกให้ทางค่ายออกไปแก้ข่าวให้โดยการจ่ายเงินเพื่อปิดข่าวและสร้างเรื่องโกหกออกไปหรือกีฮยอนจะให้สัมภาษณ์กับเรื่องดังกล่าวเอง และคงไม่ต้องเดาเรื่องให้เสียเวลา เมื่อกีฮยอนเลือกที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าตนกับมินฮยอกมีสัมพันธ์กันอย่างไร ทั้งนี้กีฮยอนได้กล่าวขอโทษแฟนคลับอีกด้วย คราแรกกีฮยอนตัดสินใจจะเซ็นสัญญาออกจากค่าย
   
"เดี๋ยวข่าวมันก็ซาลงแล้ว..นายไม่ต้องถึงขั้นออกหรอก"
ผู้ถือตำแหน่งประธานค่ายกล่าวกับกีฮยอน เพราะตั้งแต่ได้กีฮยอนเข้ามาร่วมค่าย รายได้ของเขาก็เพิ่มขึ้นในระดับนึง กีฮยอนเป็นคนเก่งและมีความสามารถข่าวแค่นี้อีกหน่อยคนก็คงลืมกันแล้ว เขาจึงไม่อยากเสียคนเก่งๆอย่างกีฮยอนไป
"แต่ว่า.." กีฮยอนคิดหนัก ความจริงถึงไม่มีข่าวเสียหายแบบนี้เกิดขึ้นเขาก็คิดไว้แล้วว่าถ้ามินฮยอกยังรักเขาอยู่ เขาก็จะกลับไปหาและอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม 

"อนาคตของนายยังอีกไกล..ฉันอยากให้นายคิดดีๆ" กีฮยอนก้มหน้ากัดปากอย่างครุ่นคิด 
"งั้นเอาอย่างนี้"
.
.
.
.
มินฮยอกกลายเป็นโปรดิวเซอร์ของค่ายเพลงที่กีฮยอนร่วมสังกัด โดยก่อนหน้าประธานค่ายเสนอให้กีฮยอนไปขอให้มินฮยอกมาร่วมงานเพราะมินฮยอกเองก็เป็นบุคคลที่มีความสามารถในด้านการแต่งเพลง ซึ่งดูจากเพลงที่มินฮยอกแต่งให้กีฮยอนร้องในตอนนั้นก็ถือว่าดีเยี่ยมเลยก็ว่าได้ อีกอย่างเขาก็ไม่อยากให้กีฮยอนออกจากค่ายเพียงเพราะปัญหานั่น 

"เป็นโปรดิวเซอร์ส่วนตัวให้กีฮยอนเหรอครับ" 
"ใช่..นายน่าจะทำมันออกมาได้ดีกว่าคนอื่นนะ" 

เป็นเวลานานเท่าไหร่แล้วไม่อาจทราบได้ที่มินฮยอกเอาแต่นั่งมองคนที่นอนหลับหนุนตักเขาอยู่ มือหนาเกลี่ยเส้นผมของคนตัวเล็กอย่างเบามือ 
"อือ" กีฮยอนงัวเงียพลิกตัวหันหน้าเข้าหาหน้าท้องแกร่งของมินฮยอกขยับหัวขยุกขยิกไปมา มินฮยอกยิ้มน้อยๆก้มลงไปหอมกลุ่มผมนุ่มเบาๆ 
"กีฮยอนครับ" 
"อืออ"
".." มินฮยอกไม่ได้พูดอะไรต่อ คนตัวเล็กลืมตาขึ้นเต็มหน่วย ละใบหน้าออกจากหน้าท้องของคนรัก
"อะไรเหรอ" 
.
.
"ขอโทษ..นะครับ" มินฮยอกแค่รู้สึกว่าเขาผิด พอได้อยู่กับกีฮยอนในตอนนี้ ก็รู้สึกว่าตัวเองแย่มากที่ครั้งนั้นเคยทำคนที่ชื่อว่าเป็นคนรักเสียใจ 
    
   กีฮยอนยิ้มๆ พยักหน้าหงึกหงัก "ขอโทษเหมือนกัน" 
"ต่อไปไม่ทะเลาะกันอีกได้มั้ย" กีฮยอนถามเสียงเศร้า ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่เขากับมินฮยอกทะเลาะกัน เพราะเป็นครั้งแรกเลยไม่รู้ว่าควรจะรับมือยังไง 
     
แย่ไปหมด
"ครับ..ได้สิ" 
"ต้องคุยกันนะ"
"ครับ" มินฮยอกรับปาก 

"กีฮยอน" 
"หืม"
"ขอบคุณนะ..ขอบคุณที่ยังอยู่ตรงนี้"
กีฮยอนเพียงยิ้มให้ 
"อื้อ.." มินฮยอกยิ้มตอบโน้มตัวลงมาก่อนจะมอบจูบอันหอมหวานให้กับคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนตัก


"ก็ไม่คิดจะไปไหนอยู่แล้ว" กีฮยอนว่าต่อหลังจากที่ละจูบจากมินฮยอก 







.
.
.
.
.
.
แงงง ม่ะปัยหนัยนะกียอน พิมิงย้อกจะขาดใจตายแล้ว tttt 


แปร่งเนอะ 55555 ใครหลงเข้ามาก็ขอโทษในความกากนะคะ กราบ ชั่ววูบแต่งไว้อ่านเองนี่แหละค่ะ ชาวเรือน้อยนัก ฮืออออ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

2 ความคิดเห็น