why? ,,คุณจำรักครั้งแรกของคุณได้ไหม ? [ hannie * heenim ] - why? ,,คุณจำรักครั้งแรกของคุณได้ไหม ? [ hannie * heenim ] นิยาย why? ,,คุณจำรักครั้งแรกของคุณได้ไหม ? [ hannie * heenim ] : Dek-D.com - Writer

    why? ,,คุณจำรักครั้งแรกของคุณได้ไหม ? [ hannie * heenim ]

    ฮันคยองชักมือกลับมาพร้อมกับกำแหวนไว้ในมือจนแน่น เขานั่งชันเข่าพิงหลังไว้กับเตียง ..พร้อมกับความทรงจำต่างๆนานาที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวสมอง 'คิดถึง คิดถึงเหลือเกิน น้องซิน'

    ผู้เข้าชมรวม

    734

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    2

    ผู้เข้าชมรวม


    734

    ความคิดเห็น


    6

    คนติดตาม


    2
    หมวด :  รักดราม่า
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  27 มี.ค. 52 / 09:48 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



    ไรท์เตอร์ ทอล์ค ทู รีดเดอร์ : เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่แต่งเกี่ยวกะพี่ชายทั้งสองนะคะ ยังไงก็ฝากด้วย ไรท์เตอร์ชอบคู่นี้จริงๆค่ะ ไว้วันหลังจะมาลงเรื่องใหม่ให้ได้อ่านกันนะคะ

    ไรท์เตอร์ ทอล์ค ทู พี่ชายทั้ง 13 :
    ฉันมีความสุขที่ได้เฝ้ามองพี่ชาย ถึงเราจะอยู่ห่างไกลกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อโยงฉันกับพี่ชายไว้คือหัวใจ แม้จะห่างไกลกันจนสุดฟ้า แต่แค่หลับตาพี่ชายก็จะมาอยู่ในความคิดแล้ว ฉันรักพี่ชาย และฉันพร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อมๆกับพี่ชาย เป็นกำลังใจให้พี่ชาย อยู่ตรงนี้ เพื่อชื่นชมความสำเร็จของพี่ชาย พี่ชายจะอยู่ในความทรงจำของฉัน และพวกเราชาว EVER LASTING FRIEND สัญญาไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน พวกเราก็จะอยู่เคียงข้างพี่ชาย ..ตลอดไป
    ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ฉันคนนี้ได้รู้จักกับพี่ชาย
    พี่ชายลีทึก พี่ชายฮีชอล พี่ชายฮันเกิง พี่ชายเยซอง พี่ชายคังอิน พี่ชายชินดง 
    พี่ชายซองมิน พี่ชายฮยอกแจ พี่ชายดงแฮ พี่ชายซีวอน พี่ชายเรียวอุค พี่ชายคิบอม และพี่ชายคยูฮยอน
    ฉันรักพี่

    ................................................................................................

    ฮีชอลหยุดยืนที่หน้าห้องพัก

    นายจะลืมฉันหรือยัง

    เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องและเปิดไฟ ทุกอย่างในห้องเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง ฮีชอลยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของฮันคยองกับข้าวของทุกชิ้นภายในห้อง เพียงแต่.. เขาไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว

    น้ำตาของฮันคยองไหลคลอดวงตาในความเงียบ เขาลูบแหวนวงนั้นอย่างถนุถนอม แหวนที่หลุดจากมือเขาไปเมื่อนานมาแล้วและเขาพึ่งหาเจอ

    ไม่นานมาแล้ว ..สองปีที่แล้ว

    เขาสวมมันลงไปในนิ้วนางข้างซ้ายแล้วปล่อยใจให้ล่องลอยอีกครั้ง

    คิดถึง คิดถึงเหลือเกิน ..น้องซิน

    ..................................................................



    ขอให้รีดเดอร์รักพี่ชายให้มากๆนะคะ ไรท์เตอร์รักรักฮันนี่เกินกว่าใคร ^^'

    ปอลอลิง. อ่านแล้วเม้นสักนิดโอปป้ารักโอปป้าหลง 55555555
    5


    อัพ อัพ !

    หลังจากที่มีบางคนเรียกร้องขอต่อภาคสองนะคะ
    มาแล้วกับ

    + My memory ,, สลับรัก เปลี่ยนความทรงจำ คุณชายซินเดอเรลล่า

    http://writer.dek-d.com/supatchalida/writer/view.php?id=502052

    ....................


    HANGENG OPPA HANGENG OPPA HANGENGHANNIE HEENIM HANNIE HEENIM HANNIE HEENIM HANNIE HEENIM HANNIE HEENIM OPPA HANGENG HANGENG OPPA OPPA

            โครม!!
            ร่างบางลอยละลิ่วตามแรงกระแทกของรถก่อนจะตกลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง เลือดไหลทะลักออกจากปากและตามบาดแผล คนขับรถคันนั้นลงมาดูผู้ที่ตัวเองชน อย่างรีบเร่ง..
            เกิด เกิดอะไรขึ้น เจ็บ ..เจ็บจังเลยฮันคยอง..........



    ติดตามกันได้นะคะ ถึงจะรู้ว่าเรื่องนี้ยังไประสบความสำเร็จเท่าไหร่ แต่ก็ลองอ่านดูนะคะ ไรท์เตอร์จะพยายามทำให้ดีที่สุด

    ถ้าพร้อมแล้วก็ก้าวสู่โลกของไรท์เตอร์กันได้เลยค่ะ !

    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ


              กริ๊ง~

              อะไรวะ? ฮันคยองคิดก่อนจะก้มลงทันเห็นอะไรบางอย่างที่กลิ้งเข้าไปใต้เตียง เก็บ หรือไม่เก็บดี

              เขาวางกล่องที่อยู่ในมือไว้บนโต๊ะและนอนคว่ำลงกับพื้นแล้วควานมือเข้าไปใต้เตียง แล้วมือก็สัมผัสอะไรบางอย่าง ฮันคยองชะงักเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงรูปร่างของมัน สิ่งที่หายไปเมื่อสองปีที่แล้ว..

              ฮันคยองชักมือกลับมาพร้อมกับกำแหวนไว้ในมือจนแน่น เขานั่งชันเข่าพิงหลังไว้กับเตียง ..พร้อมกับความทรงจำต่างๆนานาที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวสมอง

       

              __________________________________________

               

              คุณ ..จำรักครั้งแรกของคุณได้ไหม ?

             

                วันหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์

              เฮ้ย หยุดนะเว่ย

              ฮันคยองตะโกนลั่นถนนเป็นภาษาบ้านเกิดเมื่อกระเป๋าตังที่เขาถืออยู่ในมือเมื่อกี๊โดนกระชากไป เขาวิ่งตามทันที น่าหงุดหงิดที่คนออกจะเยอะแค่ไม่มีใครช่วยเขาสักคน (สงกะสัยว่าไม่มีใครฟังป๋ารู้เรืองว่าพูดอะไร - -‘)

              โธ่เว่ย เขาเริ่มวิ่งช้าลงเรื่อยๆจนหยุดวิ่งในที่สุดเมื่อไอ้ขโมยเมื่อตะกี๊มันหายไปไหนแล้วไม่รู้

              เอายังไงดีวะ พึ่งจะหนีป๊ากับม๊ามาเกาหลีแท้ๆ โดนกระชากกระเป๋าแล้วเขาจะทำยังไงดีเนี่ย ตังก็อยู่ในนั้นหมดเลย เขาต้องกลับไปบ้านที่เขาเกลียดจริงๆหรอ ฮันคยองคิดเมื่อเดินกลับมาที่ห้องและทันทีที่ไขประตูกำลังจะเข้าไป

              อาฮันคยอง ได้เวลาเก็บค่าเช่าห้องแล้วป้าแก่ๆเจ้าของห้องเช่าที่เขามาพักอยู่ตะโกนมาจากที่ไกลๆด้วยเสียงเริงร่า

              วะ อะไรนักหนาเนี่ย กระเป๋าตังพึ่งหายยังจะเก็บค่าเช่าห้องอีก อะไรนักหนาวะ

              อา ป้าครับ ผมไม่มีเงิน

              อะไรนะ ป้าแกเริ่มเปลี่ยนน้ำเสียงทันที เสียงเริงร่าตะกี๊หายไปไหนแล้วป้าเสียงโหดนี่เป็นใครวะ = =’?

              คือ ผมพึ่งโดนกระชากกระเป๋า แล้วตังก็..

              พอพอ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น คอนโดฉัน จ่ายสด งดเชื่อ เบื่อทวงย่ะ ไม่มีตังให้ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้อยู่ ไปขนของออกแล้วเอากุญแจมาคืน

                โธ่ ป้า..

              เดี๋ยวนี้

              ป้าครับ..

              ฟังภาษาเกาหลีไม่รู้เรื่องหรือไง!”

              ให้ตายสิเอสเจ! ชัดถ้อยชัดคำขนาดนั้น ขนาดไม่ค่อยเก่งเกาหลีแต่แปลไม่ออกก็บัฟฟาโล่แล้ว เขามองหน้าป้าแก่ๆที่สะบัดหน้าหนีทันทีแล้วเข้าไปขนของที่มีอยู่ไม่มากเพราะพึ่งย้ายเข้ามาเดือนเดียวออกมาทั้งหมดแล้วโยนกุญแจคืนป้าไป

              มีตังเมื่อไหร่ค่อยมาเช่าแล้วกันนะยะ ป้าเดินหนีไปทันทีและทันทีที่ป้าเดินลับไป

              คนเกาหลีนี่มันเป็นคนอย่างนี้ทุกคนเลยหรอวะ!!!!!!!!!!!!!!” ฮันคยองตะโกนดังลั่นทางเดินมืดสลัวนี่แล้วทรุดลงนั่งหน้าห้องตัวเอง

              อะไร นายว่าอะไรคนเกาหลี นายไม่ใช่คนเกาหลีรึไง เสียงหวานหูดังขึ้นมาจากทางซ้าย ฮันคยองหันไปมองทันที ก็พบว่ามีผู้ชายหรือผู้หญิงวะนั่น? เดินมาก่อนจะไขกุญแจห้องข้างๆห้องที่เคยเป็นของเขา

              ว่าไงล่ะ ไม่มีปากหรือไง นายเป็นใครถึงมาว่าคนเกาหลีน่ะฮะ

              เธอจะเข้าใจอะไรล่ะ เขาโต้ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร

              ฉันควรเข้าใจอะไรล่ะ

              เฮอะ เป็นเธอเธอจะทำยังไง โดนคนกระชากกระเป๋า ป้าเจ้าของห้องเช่าก็ไม่ให้เช่าอยู่ ฉันจะไปไหนต่อก็ยังไม่รู้เลยเนี่ย เขาระเบิดออกมาอย่างเหลืออด

              แล้วแค่นี้เนี่ยนะที่นายมาว่าคนเกาหลี ไม่มีที่ไป เร่ร่อนหรือไง?

              ฮันคยองตวัดสายตาไปที่ผู้มาใหม่ทันที ผู้มาใหม่แอบสะดุ้งเล็กน้อย

      (  - -)++     (- -; )

              อ้ะอ้ะ ฉันไม่น่าเกิดมาเป็นคนใจอ่อนเลย เข้ามาก่อนสิ คนเกาหลีไม่ได้ใจแคบซะทุกคนหรอก เพียงแค่นี้ฮันคยองก็เปลี่ยนสีหน้าทันที เขายิ้มกว้างดีใจเหมือนเด็กๆ

              อาจจะแนะนำช้าไปนิด เขาชื่อฮันคยอง อายุ 23 ปี เกิดที่จีนแต่ตอนนี้หนีออกจากบ้านมาเมื่อเดือนที่แล้ว ไม่รู้จะหนีมาที่ไหนก็เลยมาเกาหลีซะเลย ตอนนี้เขากำลังตกที่นั่งลำบากเพราะกระเป๋าตังโดนขโมย และถูกไล่ออกจากห้องเช่า

              ฮันคยองเดินเข้ามาในห้องที่ไม่แตกต่างจากห้องเขาเท่าไหร่นักแล้วเดินมานั่งที่โซฟา

              บอกไว้ก่อนนะ ถ้าจะมาอยู่กับฉันต้องช่วยฉันทำงานบ้านด้วย ฉันไม่ใช่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพราะฉะนั้นฉันจะถือว่าจ้างคนใช้มาซักคนละกัน อ้อ ฉันชื่อฮีชอล อายุ 24 นายล่ะ?

              ผม ? ฮันคยอง มาจากจีน อายุ23” เมื่อเข้ามาในห้องที่มีแสงสว่าง ฮีชอลก็เริ่มซักฟอกทันที ผิดคาดจากที่คิดไว้ว่าเป็นผู้หญิงเพราะเขาคือผู้ชายที่มีใบหน้าสวยหวานขนาดผู้หญิงหลายคนยังอาย ผมซอยประบ่ามัดไว้ข้างหลังลวกๆ ดวงตากลมจมูกโด่งพอเหมาะและริมฝีปากสีชมพู ผิวขาวละเอียดราวกับได้รับการดูแลอย่างดี ฮันคยองคิดว่าเขาช่างสวยจริงๆ

              งั้นนายก็เป็นน้องฉันน่ะสิ งั้นเรียกฉันว่าพี่ซิน เอ๊ะ ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวแก่ เรียกว่าน้องซินดีกว่า อิอิ

              ฮันคยองแอบคิดในใจ เขาจะเอายังไงกันแน่ แก่แล้วแต่ไม่ยอมรับความจริงอีก แต่เขาช่างหน้าสวยและดูเด็กจริงๆ

              จะดีหรอครับ ทำไมต้องเรียกน้องซินล่ะ

              นี่ ไม่ต้องพูดครับอะไรมากมายหรอก ฉันขัดหู ที่เรียกว่าน้องเพราะว่าฉันยังไม่แก่น่ะสิ นายต้องแก่กว่าฉันเพราะฉันเป็นเจ้าของห้อง ที่ต้องเรียกต้องเรียกว่าซินก็เพราะฉันสวยเหมือนซินเดอเรลล่า ใช่ไหม? ท้ายประโยคเขาหันมาถามฮันคยองที่รีบพยักหน้า แต่ฮีชอลก็สวยจริงๆนี่..

              ช่างเป็นเจ้าของห้องที่เอาแต่ใจจริงๆแฮะ

              โอเคน้องซิน ฮันคยองวางกระเป๋าไว้ที่โซฟา ว่าแต่ผมนอนที่เตียงได้ไหมเขากระโดดไปที่เตียงทันทีและเอาผ้าห่มมาคลุมตัวไว้อย่างไม่มีความเกรงใจทั้งที่พึ่งรู้จักกัน อะไรบางอย่างบอกเขาไว้ใจฮีชอลได้ และอะไรไม่รู้ที่ดลใจฮีชอลที่ยอมให้ฮันคยองมาอยู่ด้วย

              เฮ้ยยยยยยยยยย นายนอนนั่นแล้วฉันจะนอนไหน

              นอนนี่ไง ฮันคยองเลิกผ้าห่มขึ้นและตบปุปุที่ที่ว่างข้างๆตัว

              จะบ้าหรอ ให้ฉันนอนเบียดนาย เอ๊ย นายนอนเบียดฉันหรือไง

              อ้าว อุ่นดีน้า บ้านพี่ไม่เคยสอนหรอไง นอนเบียดกันแล้วตัวจะอุ่น

              ไม่เคย ๆๆๆๆๆๆๆ นายลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ หัดเกรงใจเจ้าของห้องบ้างเซ่

              อ้าว ก็ผมเป็นคนใช้นี่น้องซิน คนใช้ก็ต้องมีที่นอนนะ

              โน่นโน่น โซฟาเลย ฮีชอลพูดและพยายามดึงผ้าห่มออกจากตัวฮันคยอง ด้วยความที่ฮันคยองแรงเยอะกว่าจึงดึงผ้าห่มกลับและตัวฮีชอลก็ปลิวติดมาด้วย ตอนนี้ฮีชอลอยู่ในอ้อมแขนของฮันคยองและผ้าห่มก็สะบัดไปคลุมเขาทั้งสองคนจนมิดทิ้งให้ทั้งสองตกอยู่ในความมืดใต้ผ้าห่มและความเงียบ

              น้องซิน ผมอยากขอบคุณ

              นายพูดมันแล้ว

                ไม่ใช่ ฮันคยองกระซิบแลพลิกตัวฮีชอลกดไว้กับเตียงและทาบทับริมฝีปากลงมาก

              อุ้บ อื้อ ฮีชอลครางอย่าลืมตัว ปากของทั้งสองประกบกันแน่นอย่างนุ่มนวล ฮีชอลพยายามร้องห้ามแต่กลับเป็นการเปิดทางให้ฮันคยองดุนลิ้นร้อนๆของตนเข้าไปในปากฮีชอลควานหาความหวานล้ำในโพรงปาก ลิ้นทั้งสองตวัดพันกันอย่างนุ่มนวลและเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ฮีชอลทุบหลังของฮันคยองเป็นเชิงว่าเขาไม่ไหวแล้วแต่ฮันคยองก็ไม่ยอมหยุด

              อื้อ อื้อ

              จ๊วบ จ๊วบ~

              อื้ออออ

                ผลัก!

              โอ๊ย น้องซินทำอะไร ฮันคยองกุมเป้าของตนอย่างเจ็บปวดที่ฮีชอลเอาเข่ามากระแทกใส่ละริมฝีปากจากคนที่อยู่ในอ้อมกอดแต่ก็ไม่ยอมปล่อย

              เอ๊ะ ฉันบอกนายว่าฉันไม่ไหวแล้วยังไงล่ะ ฮีชอลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เอ้ย ไม่ใช่ นายทำอย่างนี้ทำไมเนี่ย ขอบคุณอย่างนี้ไม่เอา!!”

                ทำไมล่ะ ร้อนแรงไปหรอ ฮันคยองถามเล่นๆ เขายิ้มกว้างทำให้ใบหน้าคมเข้มดูอ่อนโยน ฮีชอลรู้สึกวูบไปกับรอยยิ้มนั้นเล็กน้อย

              ใช่ เอ้ย ไม่ใช่ ตาบ้า ออกไปเดี๋ยวนี้นะ

              ม่ายยยยยยยย

              นายอยากเป้าบวมหรือไง (แค่นี้ก็ตุงเกินพออยู่แล้วค่า >////////<)

                เฮ้ย ไม่เล่นไม่นี้สิน้องซิน เจ็บจริงนะเนี่ย

                งั้นก็ปล่อยฉันเซ่

              อะก็ได้ ก็ได้ ฮันคยองยอมปล่อยฮีชอลแต่โดยดีและไปค้นเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินเข้าห้องน้ำไป

              บ้าจริง เราพึ่งรู้จักกันเองนะ ทั้งสองคิดแบบเดียวกัน แต่ไม่รู้ทำไมฮันคยองถึงจูบฮีชอล และทำไมฮีชอลเขาทำไมไม่ขัดขืนเลย..

       

              ตุ้บ

              เสียงอะไรบางอย่างตกลงบนพื้นในกลางดึกคืนนั้น ฮันคยองลืมตาขึ้นทันทีเพราะเป็นคนตื่นง่าย เขามองไปรอบห้องอย่างระวังก่อนจะมาหยุดที่

              น้องซินตกเตียง

              เขากลั้นหัวเราะสุดชีวิตแล้วลุกจากโซฟาเดินไปอุ้มคนตกเตียงช้าๆ

              ให้ตาย ขี้เซาจริงๆ

              เขาวางน้องซินบนเตียงเบาๆ ก้มมองใบหน้ายามหลับ เขาหลับตาพริ้ม ขนตายาวทาบทับบนแก้ม หายใจเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ ฮันคยองจ้องมองใบหน้านั้นอยู่นานก่อนจะห่มผ้าให้แล้วเดินกลับไปที่โซฟา

              แต่โซฟามันแข็งนี่หว่า หนาวอีกต่างหาก นอนด้วยจะเป็นไรไป

              เขาเดินย้อนกลับมาที่เดินและนอนลงข้างๆน้องซิน น้องซินหันมากอดเขาทันทีที่เขานอนลง

              หมอนข้างจ๋า จุ้บๆ

              น้องซินจูบแก้มของฮันคยองเบาๆสองสามทีโดยนึกว่าเป็นหมอนข้าง ขี้เซาแล้วยังละเมออีก ฮันคยองห้ามใจอย่างยากลำบากและหลับตาลงอยากยากเย็นพยายามที่จะไม่ทำอะไรคนข้างๆ

             

              อื้อ หิวหิวหิว คนข้างๆเขาครางเบาๆ ฮันคยองลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย อะไรกันตื่นมาก็หาของกินเลยหรอ

              หิวหิวหิว

              ฮันคยอง ทำอะไรให้ฉันกินที

              อื้อ หิววว เมื่อวานฉันกินแต่เหล้าเองน้าาาาาาา

              หิวอ่า ฮันคยองงงงงงงงง

              โว้ยยย รู้แล้ว ฮันคยองสบถเบาๆและลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็น ข้าวของอยู่ในนั้นจนเต็มแน่นทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยากว่าจะทำอะไร..

              อื้มมมมมม หอมมมมมมมมมมมมม น้องซินงัวเงียตื่นขึ้นมาและเดินมาที่โต๊ะอาหารเห็นฮันคยองผูกผ้ากันเปื้อนกำลังจัดเตรียมของอยู่

              ฮานคายองนายทำอารายอ่า

              เฮอะ น้องซินบ่นหิวจนผมรำคาญ

              อุ๊ย ฉันพูดอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

              ตั้งแต่คุณนอนหลับน่ะแหละ

              ไม่ไม่ ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้นแน่แน่ นายหิวแล้วปรักปรำฉัน

              น้องซินพูด

              ไม่ได้พูด

              พูด

              ต้องไม่ได้พูดสิ ฉันเป็นเจ้าของห้องนะ

              เฮ้อ คุณนี่ ฮันคยองถอนหายใจ

              แต่ตอนนี้ฉันหิวแล้วล่ะ นี่อะไร หอมจัง

              ข้าวผัดปักกิ่ง

              จะอร่อยเหมือนหน้าตาหรือเปล่า

              อย่ากินเลยเถอะ

              ฉันกินล่ะนะ

              ... ฮันคยองเงียบไปเมื่อเห็นน้องซินตักข้าวผัดที่เขาทำเข้าปาก น้องซินทำหน้าเบ้และทำท่ากล่ำกลืนฝืนกินมันลงไป

              ทำไม ไม่อร่อยหรอ ฮันคยองเริ่มใจเสีย เฮ้ๆ เขาไม่เคยทำให้ใครกินเลยนะ (อ้าว น้องซินเป็นตัวทดลองหรอเนี่ย)

              อร่อยสิ่ อร่อยมากด้วย น้องซินเปลี่ยนท่ามายิ้มกว้างทันที

                งั้นเดี๋ยวทำให้กินบ่อยๆ ฮันคยองยิ้มตามก่อนจะค่อยๆจัดการส่วนของตัวเอง น้องซินพยักหน้าทั้งๆที่ข้าวเต็มปาก

              อิ่มแล้ว !”

              อืม เอาจานไปล้างไป

              ไม่ ฉันเป็นเจ้าของห้อง เพราะฉะนั้น..

              ผมต้องล้างให้น้องซินใช่ไหมเนี่ย เฮ้อ ก็ได้ ฮันคยองพูดและเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวผัดของเขา แล้วเปลี่ยนเป็นเสียงเข้มทันที

              ทำไมน้องซินไม่กินผัก

              แหวะ ไม่เห็นอร่อยเลย

              เคยกินแล้วหรอไง

              ไม่เคย แต่แค่ดูก็รู้แล้วว่ามันไม่อร่อย

              กินเข้าไปเดี๋ยวนี้นะ

              ไม่ รอให้มันสวยเท่าฉันแล้วฉันจะกินมัน -..-“

              จะบ้าหรือไงน้องซิน กินเข้าไปเดี๋ยวนี้นะ มันมีประโยชน์

              มันมาซักผ้าให้น้องซินหรือก็เปล่า เถียงกลับโดยใช้สรรพนามเรียกแทนตัวเองอย่างลืมตัว

              ฮึ่ย จะกินหรือไม่กิน

              ไม่ กิน

              งั้นผมไม่ทำให้กินอีกนะ

              ไม่ ต้องทำให้น้องซินกินอีก ไม่งั้นไม่ให้นอนด้วย

              ถ้าผมทำแล้วผมจะได้ นอนกับน้องซินหรอ

              บ้า ทะลึ่ง น้องซินเถียงกลับ หน้าแดงแปร้ด

              คิดไปถึงไหนเนี่ย ยังไม่จบเรื่องเก่า น้องซินต้องกินมันเข้าไปเดี๋ยวนี้

              ไม่กิน มีปัญหาอะไรมั๊ย น้องซินเป็นเจ้าของห้องนะ

              แต่ผมเป็นเจ้าของข้าวที่คุณกินไปเมื่อกี๊นะ

              ใครบอก ข้าวก็อยู่ในหม้อน้องซิน เครื่องปรุงก็เอามาจากตู้เย็นน้องซิน

              ฮึ่ย คุณไม่กินผมกินเองก็ได้ ฮันคยองสบถและตักผักเข้าปาก น้องซินยิ้มร่าอย่างผู้มีชัยและหันหลังกลับเตรียมตัวจะอาบน้ำ

              เดี๋ยว ฮันคยองเรียกไว้และคว้าไหล่คนร่างบางดึงเข้ามาในอ้อมแขน

              อุ๊บ อื้อ อื้อ อื้อ ไม่อะ อื้อ ฮันคยองจูบน้องซินอย่างรวดเร็วและเขี่ยผักในปากของเขาให้เข้าไปอยู่ในปากน้องซิน ผักที่น่าจะขมกลับหอมหวานอย่างเหลือเชื่อ น้องซินฝืนใจกลืนผักลงไปอย่างยากลำบาก

              เห็นไหม ผักอร่อยออก เพราะฉะนั้นกินผักนั่นให้หมดถ้าไม่อยากโดนป้อนอย่างงั้นอีก

              น้องซินจ้องมองเขาอย่างเคืองๆ ฮันคยองนึกสนุกที่จะได้แกล้ง เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ยิ้มแล้วสั่งเป็นการเป็นงาน

              เอ้า ไปกินให้หมดเร็วๆ รึว่าอยากโดน น้องซินกระทืบเท้าและยกจานขึ้นมากินผักในจานให้หมดอย่างรวดเร็ว

              ทำไมนะ ผักในจานถึงไม่หวานเหมือนตะกี๊?..

       

              น้องซินไปทำงานก่อนนะ

              น้องซินทำงานที่ไหน

              ที่ร้านอาหารแถวๆนี้ นายอยากไปสมัครไหม

              เอาเป็นพรุ่งนี้ละกัน ผมจัดห้องให้น้องซินก่อน รกอย่างกับอะไรดี

              อะไรอะไร คนใช้ห้ามพูดอย่างนั้นนะ ต้องทำหน้าที่ไม่มีบ่นสิ ถ้านายอยากสมัครวันไหนก็บอกน้องซินละกัน เงินอยู่ในลิ้นชักตู้นะ น้องซินให้นายยืมก่อนเดี๋ยวค่อยใช้คืนก็ได้ กุญแจสำรองอยู่ในลิ้นชักโต๊ะ เดี๋ยวเย็นๆน้องซินจะรีบกลับ

              โอเคโอเค

              งั้นไปและ

              เดี๋ยวสิ ฮันคยองรีบดึงน้องซินไปกอดและประทับริมฝีปากเบาๆและถอนออก

              คิสก่อนออกจากบ้าน

              พอเลยพอเลย รู้จักกันเมื่อวาน เรา จะ...กันสามครั้งแล้วนะ น้องซินหน้าแดงไม่กล้าพูดคำว่าจูบออกไป

              สี่ต่างหาก ตอนน้องซินหลับน้องซินไม่รู้ตัวนี่

              เจอกันตอนเย็นครับ ฮันคยองปิดประตูและสำรวจภายในห้อง เขาสะดุดตากลับรูปที่อยู่บนโต๊ะ น้องซินกับผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าคล้ายเขามากและชายหญิงดูมีอายุอีกสองคน นี่คงเป็นครอบครัวน้องซิน.. เขาไปยกตระกร้าผ้าจากมุมห้องมาและแยกผ้าเพื่อจะซัก

              ให้ตาย น้องซินใส่แต่สีสดๆแฮะ เขาคิดพลางหยิบเดฟสีแดงขึ้นมาจากตระกร้ากองไว้ในส่วนผ้าสี จากที่หยิบๆดูเสื้อขาวแทบจะไม่มี ส่วนมากจะเป็นเสื้อสีสันสดใสเช่นแดง ส้ม ชมพู จนมาตัวนี้..

              เขาหยิบมันขึ้นมาดู..

              จีสตริงสีแดงสด!

              บ้าจริง คิดอะไรเนี่ย? ฮันคยองหน้าแดงแปร้ดและยัดยัดมันลงไปในเครื่องซักผ้า

              กางเกงในสีฟ้าลายซินเดอเรลล่า!

              เด็กจริงๆเลยน้องซิน

              หลังจากที่เขาซักผ้าเสร็จก็มากวาดห้องและถูห้อง ตอนอยู่บ้านเขาก็ทำบ่อยจนชินกับห้องตัวเอง ...พูดถึงบ้าน

              ฮึ่ย จะนึกถึงทำไมล่ะ พ่อไม่ได้อยากให้เขาอยู่ในบ้านซะหน่อย เขาไล่ความคิดนั้นออกไป และใบหน้าต่อมาก็ผุดเข้ามาในหัว

              น้องซิน..

              เขานึกถึงใบหน้าแดงๆของน้องซินตอนเขาคิสก่อนออกจากห้อง นึกถึงใบหน้าดื้อดึงตอนเถียงกันเรื่องผัก นึกถึงเมื่อคืนที่น้องซินตกเตียงแล้วเขาไปเก็บ เอ้ย ไปอุ้มขึ้นมา นึกถึงตอนเขาจูบขอบคุณน้องซิน นึกถึงตอนที่เขานั่งอยู่หน้าห้องแล้วเจอน้องซิน

              นึกขอบคุณป้าแก่ๆคนนั้น ที่ทำให้เขาได้เจอน้องซิน

              ฮันคยองไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไว้ใจที่จะอยู่ห้องเดียวกับน้องซิน และไม่รู้ว่าน้องซินนึกยังไงที่ไว้ใจเขาถึงขนาดยอมให้อยู่ด้วย

              แค่ไม่ถึงสองวันที่ได้เจอกัน เขาคิดถึงน้องซินขนาดนี้เลยหรอ ?

             

              น้องซินกลับมาในตอนเย็นบ่นไม่หยุดปากเรื่องผู้จัดการร้าน

              น้องซินล่ะเบื่อผู้จัดการ

              น้องซินไปหาเรื่องอะไรเขาล่ะ

              น้องซินไม่ได้หาเรื่องนะ มีแต่เรื่องนะมาหาน้องซิน เอ๊ะ นายอยู่ข้างใครเนี่ย ฮันคยองยิ้มน้อยตามสไตล์ยิ้มใจดีแบบป๋าฮันแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

              วันนี้มันเรียกน้องซินเข้าไปแล้วก็จะลวนลามน้องซิน

              เฮ้ย มันทำอะไรน้องซิน เขาหุบยิ้มทันทีและกระชากข้อมือน้องซินให้หันมามองหน้าเขา

              โอ๊ย จะบ้าหรอ มันจะทำอะไรได้ น้องซินก็ถีบมันน่ะสิ

              อืม แล้วเขาไม่ไล่น้องซินออกแล้วหรือนั่น ฮันคยองที่อารมณ์เย็นลงก็ยอมปล่อยมือน้องซินที่สะบัดๆด้วยความเจ็บ

              แดงหมด เจ็บนะฮันคยอง ที่เค้าไม่ไล่ออกก็เพราะว่าน้องซินสวยไง –..-“

              เฮ้อ หลงตัวเองจริงๆเล้ย

              ว่าไงนะ เป็นคนใช้ก็ต้องให้น้องซินสวยสิ

              โอเคๆ ๆ สวยก็สวย

              ดีมาก เดี๋ยวน้องซินไปเปลี่ยนชุดก่อน เราจะไปผับกัน

              ไปทำไม

              วันนี้น้องซินต้องไปร้องเพลงที่นั่น งานพิเศษน่ะ ไม่ไกลจากที่นี่หรอก ไปแค่ทุกๆวันพุธกะวันเสาร์

       

                เมื่อทั้งคู่มาถึงผับที่อยู่ไม่ไกลจากห้องเช่าที่น้องซินอยู่เท่าไหร่นัก น้องซินจัดการหาที่นั่งให้ฮันคยองตรงแถวหน้าเวทีแล้วตัวเองก็หายไปหลังร้าน ฮันคยองนั่งดื่มจนหมดแก้วแต่ก็ไม่เห็นน้องซินขึ้นเวทีซะทีจึงออกไปเดินเล่นหน้าร้าน

              ฟิ้ว ว (สายลมโชยโบกพลิ้ว ปลิวสะบัด ~)

                เขายืนสูบบุหรี่อยู่ใกล้ๆผับ แถวนี้ลมเย็นจริงๆแฮะ และทันใดนั้น

              เฮ้ นายน่ะ มาจากไหนวะ ไม่เคยเห็นหน้า เสียงดังมาจากข้างหลังของฮันคยอง เขาหันกลับไปทำหน้างงๆใส่เพราะไม่เข้าใจที่พวกนั้นพูดเนื่องจากเขาพูดรัวเร็ว

              มองหน้าหาเรื่องกูหรอวะ กูถามว่ามึงมาจากไหน ถ้ามึงเคยมาแถวนี้กูก็ต้องเคยเห็นหน้าสิ ฮันคยองพยายามทำความเข้าใจกับประโยคนั้น แต่พวกวัยรุ่นที่เข้ามาหาเรื่องฮันคยองก็หมดความอดทน

              มึงเป็นใบ้หรอวะ? พูดจบไอ้คนที่อยู่หน้าสุดจากสามคนก็เตะเข้าที่ท้องของฮันคยองทันที เขาเซไปตามแรงเตะ เมื่อมันทำท่าจะต่อยมาฮันคยองจึงก้มหัวหลบ แต่วัยรุ่นที่เหลืออีกสองคนก็มายึดมือเขาไว้ทั้งสองข้างปล่อยให้ไอ้คนแรกเตะต่อยฮันคยองได้หนำใจ เขาโดนต่อยที่หน้าจนเลือดกำเดาไหล โดนเตะท้องจุกจนล้มลงไปกองกับพื้น กลุ่มวัยรุ่นเห็นว่าฮันคยองยืนไม่ไหวแล้วจึงก้มตัวลงไปไกล้

              ไหนดูซิ้ มีเงินเท่าไหร่ รู้ไหมมาอยู่แถวนี้มันต้องจ่ายค่าคุ้มครองนา

              ถุย ไม่มีเงินนี่หว่า เมื่อค้นค้นรื้อๆแถวกระเป๋ากางเกงของฮันคยองแล้วแต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากกุญแจห้องกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนั้นก็ถุยน้ำลายใส่เขา ฮันคยองเจ็บ ..จนลุกไม่ขึ้น

              เฮ้ย ทำอะไรกันน่ะ เสียงตะโกนดังมาจากข้างหลัง กลุ่มวัยรุ่นทั้งสามคนหันไปมองและเดินจากไปทันที ทิ้งฮันคยองนอนกองอยู่ในความมืด ฮีชอลเดินออกมาหาฮันคยองเพราะเขาขึ้นโชว์แล้วมองหาฮันคยองไม่พบ ใบหน้าสวยหวานมีแววโกรธเกรี้ยว

              ฮันคยอง ฮันคยอง นี่ ลุกไหวไหม

              อา เจ็บ ฮันคยองครางออกมาด้วยความเจ็บ เขาพยามยามทรงตัวลุกขึ้นนั่ง

              กลับไปห้องกันก่อนเถอะนะ ฮีชอลพยายามที่จะพยุงฮันคยองมาถึงห้องพัก หลังจากใส่ยาและรอจนฮันคยองหลับแล้วเขาจึงออกมาข้างนอก

              .......................................

             

              โอ้ย พอเถอะครับพี่ครับ ผมขอโทษ

              ขอโทษแล้วเพื่อนกูจะหายเจ็บไหม ไอ้สัส ทำอะไรทำไมมึงไม่คิด กลุ่มวัยรุ่นที่เคยรุมฮันคยองตอนนี้ต่างล้มลงไปนอนอยู่กับพื้น ตามเนื้อตัวมีบาดแผลที่มาพอๆกับฮันคยองหรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ

              จำไว้ วันหลังอย่าโผล่มาแถวนี้อีก แล้วก็ อย่ายุ่งกับคนของกู ฮีชอลกระชากคนที่ต่อยฮันคยองครั้งแรกขึ้นมาและเตะซ้ำอีกครั้งจนมันลงไปกองแล้วก็เดินกลับห้องไปอย่างเป็นห่วงคนที่หลับอยู่ในห้อง

              .......................................

              โอย~” เสียงครางเบาๆจากคนที่นอนเจ็บอยู่เรียกความสนใจของคนที่กำลังจัดเตรียมอาหารได้อย่างดี

              อ้ะ ฮันคยองตื่นแล้วหรอ

              น้องซิน ทำอะไรอยู่น่ะ เขาพยายามชันตัวขึ้นนั่งแต่ก็ทำได้ยากเพราะท้องเขายังระบมไม่หาย

              นี่นาย ลุกขึ้นมากินข้าวก่อนสิ่แล้วค่อยนอนต่อ

              อืม เอ้ะ ทำไมหน้าน้องซินมีแผล

              ช่างเถอะ ยังไงน้องซินก็สวยอยู่แล้ว น้องซินเลี่ยงที่จะตอบว่าที่หน้าเขามีแผลเพราะเขาแก้แค้นให้ฮันคยองเมื่อคืนจึงโดนสวนกลับมาเล็กน้อย (เล็กน้อยมากถ้าเทียบกับที่ฮีชอลกระทืบพวกนั้นน่ะนะคะ ^^)

              ถ้าบอกว่าไม่สวยแล้วล่ะ

              เอ้ะ ยังไงน้องซินก็สวยอยู่แล้วล่ะ รึจะเถียง น้องซินยกถาดอาหารมาให้ฮันคยอง ฮันคยองยิ้มเซียวๆแต่ไม่ตอบอะไรก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว

              แอะ นี่มันอะไรกันเนี่ยย ทำไมมันเค็มปี๋อย่างนี้

              เอ้ะ บ่นอะไรน่ะ น้องซินทำให้กินก็ดีเท่าไหร่แล้วนะ

             

             

              วันเวลาผ่านไปหลายวัน จากหลายวันกลายเป็นหลายเดือน เขาทั้งสองคนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขราวกับแต่ละคนนั้นคือส่วนที่เติมเต็มให้กันและกัน ฮันคยองและฮีชอลมักต่อล้อต่อเถียงกันเสมอสุดท้ายก็จบลงที่ฮันคยองเป็นฝ่ายยอมแพ้และรอยยิ้มของฮีชอล ทั้งสองนอนด้วยกัน ตื่นเช้ามาฮันคยองก็จะเป็นคนเตรียมอาหาร และไปทำงานด้วยกันที่ร้านอาหาร เย็นมาก็ไปนั่งกินข้าวหรือบางวันน้องซินต้องไปทำงานที่ผับก็ไปด้วยกันเสมอ ทุกวันของพวกเขามีแต่เสียงหัวเราะและความสุข ..ที่ทั้งสองต่างไม่เคยได้รับมาก่อนและไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับใคร

              วันเวลาที่ผ่านไป ผูกหัวใจสองดวงของคนสองคนให้แนบสนิทกัน พวกเขาไม่อยากนึกถึงวันเวลาที่ต้องลาจากเลย จนวันนี้..

       

       

              เดือนกรกฎา

              น้องซิน แว่นผมล่ะ ฮันคยองค้นกุกกักในตู้พยายามหาแว่นกันแดดของตนขณะที่ทั้งสองจะออกไปซื้อของข้างนอก

              อ่าว ไม่เห็นหรอ อยู่บนหน้าน้องซินนี่ไง ยืมใส่นิดนึงก็ไม่ได้

              ไม่ใช่ไม่ได้ ทำไมไม่บอกก่อนละ

              แค่นี้ต้องบอกด้วยหรอ แว่นกี่อันกี่อันของฮันคยองน้องซินก็ใส่หมดแล้ว หรือทำไม อันนี้หวงหรอ? ใครให้มาล่ะ

              ไม่ใช่อย่างนั้น

              ถ้างั้นน้องซินยืม ไปกันเถอะ เร็วๆๆ

              ทั้งสองคนเดินไปตามถนน สองข้างทางมีร้านขายเสื้อผ้า เวลาเย็นๆอย่างนี้ทำให้คนพลุกพล่าน ทั้งสองคนเดินเข้าไปร้านหนึ่ง ฮีชอลพยายามคะยั้นคะยอให้ฮันคยองลองเสื้อสีแดงสดแต่ฮันคยองก็ส่ายหน้าลูกเดียว เขาเดินไปหยิบเสื้อสีส้มสดใสขึ้นมาแทนและยื่นให้ฮีชอล และเช่นเดียวกับฮีชอลที่เลือกเสื้อสีเทาดำสไตล์เท่ๆให้ฮันคยอง ทั้งสองเข้าไปในห้องลองชุดและออกมาพร้อมกับเสื้อที่เลือกให้กัน

              ฮันคยอง สวยไหม

              ผมก็ต้องตอบว่าสวยสินะ

              ฮิฮิ ดีมาก

              เขาทั้งสองคนเดินออกจากร้านพร้อมกับถุงเสื้อผ้าที่ลองเมื่อตะกี๊

      อ๊า แหวน เมื่อเดินเข้ามาใจกลางเมืองแล้วสายตาของฮีชอลก็หันไปเห็นร้านเล็กๆที่ติดป้ายว่าแหวน + สลักชื่อฟรี

      ฮันคยอง อยากทำ ๆๆๆๆๆๆๆ

      คร้าบ คร้าบ ทำก็ทำครับ ว่าแต่จะสลักว่าอะไรล่ะ?เขาจะขัดได้ยังไงเมื่อคนตัวเล็กกว่าดึงมือเขาไปที่ร้านนั้นแล้ว

      เอาสองวง วงนึงสลักว่า HEECHUL วงหนึ่งสลักว่า HANKYUNG”

      หลังจากที่ทั้งสองได้แหวนแล้วฮีชอลก็แกะถุงที่ใส่แหวนออกและเอาทั้งสองวงมาชื่นชม

      สวยเนอะ ใส่เลยละกัน ฮันคยองดึงแหวนที่สลักชื่อเขามาจากมือฮีชอลและทำท่าว่าจะสวมมันลงไปที่นิ้ว

      อ๊า ของฮันคยองน่ะวงนี้ ฮีชอลรีบดึงมันกลับและยัดวงที่สลักว่า HEECHUL ใส่มือฮันคยองและพูดต่อหน้าแดงๆ ใส่ที่นิ้วนางข้างซ้ายนะ

      ฮันคยองยิ้มหวาน (ตามสไตล์ยิ้มใจดีแบบป๋าฮัน)

      ถ้าผมไม่ใส่ล่ะ

      เอ้ะ นายมีสิทธิขัดหรอ มานี่เลยฉันใส่ให้ ฮีชอลรีบคว้าแหวนในมือฉันคยองกลับมาและกระชากมือเขามาสวมแหวนให้ ฮันคยองพยายามกลั้นยิ้มเพราะคนตัวเล็กกว่านี่ตกหลุมพรางเขาให้แล้ว ช่างน่ารักจริงๆเลย

      น้องซินใส่ให้ผมแล้ว ผมใส่ให้น้องซินบ้าง ฮันคยองหยิบแหวนชื่อของตนที่อยู่ในมือคนร่างเล็กมา มืออีกข้างก็คว้าหมับที่มือข้างซ้ายที่คนร่างเล็กกะจะชักมือหลบก็หลบไม่ทัน เขาใส่แหวนวงนั้นอย่างเบามือและก้มลงไปจูบที่แหวนเบาๆ

      เฮอะ นายขี้โกงนี่ หลอกให้ฉันใส่ให้

      ขี้โกงอะไร ผมก็ใส่ให้น้องซินแล้วไง ฮันคยองยิ้มขณะที่อีกคนทำหน้าบึ้ง

      ไม่รู้ล่ะ กลับไปทำข้าวผัดปักกิ่งให้กินด้วย

      คร้าบคุณหญิงซินเดอเรลล่า

             

      เดินเล่นอีกสักพักก็กลับห้องเพื่อเตรียมตัวไปผับเพราะวันนี้เป็นวันที่ฮีชอลต้องไปทำงาน

              ฮันคยองรับโทรศัพท์ ฮันคยอ.. ติ้ด

              เสียงเรียกเข้าที่น้องซินบันทึกให้เขาดังขึ้น ฮันคยองกดรับโดยไม่ดูชื่อของคนโทรเข้า

              คร๊าบ ฮันคยองคร้าบ

              [ฮือ ฮือ เกิงลูก ฮือ ฮือ]  

              นั่นม๊าหรอครับ ม๊าเป็นอะไรครับ

              [ป๊า ป๊าเค้าโดนรถชน หมอบอกว่าอาการเป็นตายเท่ากัน]

              ฮะ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะกลับบ้านนะครับ ม๊าอย่าให้ป๊าเป็นอะไรนะครับ ครับ ครับ

              เขาพูดจบและวางสาย ฮีชอลหันหน้ามาถามอย่างเป็นห่วง

              มีอะไรหรอฮันคยอง

              พ่อ พ่อผมโดนรถชน ฮันคยองนั่งลงบนเตียงอย่างหมดแรงและร้องไห้ออกมาทันที ฮีชอลอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะเข้ามาปลอบ

              พ่อนายไม่เป็นไรหรอก

              แม่บอกว่าอาการเป็นตายเท่ากัน ก่อนออกมาผมทะเลาะกับพ่อ

              ไม่นะฮันคยอง อุบัติเหตุเรารู้ล่วงหน้าซะเมื่อไหร่ว่ามันจะเกิดขึ้น

              พรุ่งนี้ผมจะกลับจีน ฮันคยองพูดเสียงแผ่ว ฮีชอลอึ้งและกอดฮันคยอง ผมไม่น่ามาที่นี่เลย ผมน่าจะอยู่ดูแลพ่อ

              ไม่นะ ถ้านายไม่มาเราก็ไม่ได้เจอกันสิ ฮีชอลโน้มหน้าเข้ามาใกล้และประคองหน้าของฮันคยองไว้แล้วประทับริมฝีปากลงไปที่คนร่างใหญ่กว่าอย่างแผ่วเบา คราวนี้คนตัวเล็กกลายเป็นคนเริ่มจนคนตัวใหญ่กว่าตกใจแต่ก็ตอบสนองต่อจูบนั้นแต่โดยดี ลิ้นทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกันพยายามเก็บเกี่ยวความหวานนี้ไว้ให้ติดตรึงอยู่ในความทรงจำไปตลอดกาล ฮันคยอง กอดเอวของฮีชอลและอุ้มมานั่งที่ตัก คนตัวเล็กผลักร่างใหญ่ให้นอนลงบนเตียงทั้งที่ปากยังไม่ผละออกจากกัน จากจูบที่อบอุ่นนุ่มนวลแปรเปลี่ยนมาร้อนแรงจนแทบหายใจไม่ทันแต่ฮีชอลก็ไม่ได้ขัด ปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไปตามความรู้สึกที่ทั้งสองมีให้กัน..

              ฮันคยองรักน้องซินไหม ? ร่างเล็กถามขณะที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของฮันคยอง ร่างบางกระชับแขนที่โอบร่างใหญ่จนแน่นราวกับไม่อยากให้จากไปไหน ฮันคยองจูบหน้าผากของน้องซินเบาๆ

              ผมไม่เคยรักใครเท่าน้องซิน

              พอฮันคยองเจอใครใหม่ ฮันคยองก็จะลืมน้องซิน ฮันคยองก็จะรักเขามากกว่าน้องซินเสียงหวานแผ่วเบาจนน่าใจหาย

              ไม่มีวันนั้นน้องซิน น้องซินคือรักแรก รักเดียว และรักสุดท้ายของผม น้องซินล่ะ รักผมไหม?

              น้องซินรักฮันคยอง รักมากกว่าใครทั้งหมด

              แล้วทั้งคู่ก็เงียบกันไปอีกครั้ง น้ำตาของฮีชอลคลอที่ดวงตา ความเงียบถูกแทรกด้วยเสียงสะอื้นทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิด ฮันคยองได้ยินเสียงร้องนั้นก็ใจหาย ที่ผ่านมา..น้องซินไม่เคยสักครั้งที่อ่อนแอให้เขาเห็น เขาเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาของคนในอ้อมกอดอย่างแผ่วเบา

              น้องซินสวยไหมคำถามที่ทำเอาฮันคยองหันหน้าไปมองฮีชอลอย่างแปลกใจแม้จะอยู่ในความมืด

              สวย ตอบเสียงแผ่ว ผมรู้สึกว่าน้องซินสวยตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน น้องซินคือส่วนที่เติมเต็มให้ชีวิตของผม

              เราจะได้เจอกันอีกไหม ฮันคยอง คำถามที่ทำเอาคนร่างใหญ่ถึงกับเงียบเนื่องจากเขาก็ไม่รู้คำตอบ แต่คำที่บอกออกไปกลับเป็น..

              เราต้องได้เจอกันอีก น้องซิน ผมรักน้องซินมาก มากจริงๆ..

              นิ้วก้อยจากคนร่างบางเอื้อมไปเกี่ยวที่นิ้วก้อยมือใหญ่ ฮันคยองยิ้มแม้จะรู้ว่าไม่สมควรกับการเกี่ยวก้อยอันแสนน่ารัก เขาประทับรอยจูบที่หวานล้ำแทนความสัญญาและความรักทั้งหมดที่เขามีแก่น้องซินอีกครั้ง ปล่อยทุกอย่างให้ปิดตัวลงเหลือไว้เพียงความทรงจำอันสวยงาม..

       

              ......................................................

              ไปแล้ว.. ฮันคยองไปแล้ว

              น้องซินตื่นขึ้นมาในตอนเช้า คราบน้ำตายังไม่หายไปจากตา แต่เมื่อหันมองรอบตัวก็ไม่มีใครก็ทำให้รู้สึกเศร้าใจนัก เหมือนขาดอะไรบางอย่างในชีวิต น้ำตาไหลอาบแก้มเมื่อนึกถึงคำสัญญาเมื่อคืน

              ฮือ ฮือ ฮันคยอง น้องซินคิดถึงฮันคยอง น้องซินรักฮันคยอง..

              ......................................................

       

              10 กรกฎา เหตุการณ์หลังจากที่ฮันคยองจากไปแล้ว

             


      ซา ราง งึล ชัล โม รึ เกด ซอ (ฉันฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าความรักมันคืออะไร)เสียงหวานหูแต่กลับสร้างความแปลกใจให้แก่ผู้รับฟังเพราะเคยได้ยินแต่เพลงร็อคจากคนคนนี้ เสียงที่เขาสื่ออารมณ์นั้นเต็มไปด้วยความเศร้าจนทั้งผับเงียบไปทันที แต่คนที่อยู่บนเวทีกลับไม่รู้สึกอะไรรอบตัว สิ่งที่อยู่ในมโนภาพก็คือคนคนเดียวเท่านั้น ..ฮันคยอง

      อี ร๊อด เค ทา กา โอล จุล ลัน โม ลา ซอ
      (และฉันก็ไม่คิดว่ารักนั้นจะเข้ามาใกล้ฉันอย่างนี้ )

      เน มา อึม โช ชา ทู ซา ราง อับ เพ ซอ นึน เน ทึด เท โร อัน ดเว
      (แม้ว่าจะเป็นหัวใจของฉันเอง แต่ฉันกลับบอกไม่ได้ว่าสิ่งไหนกัน ที่เรียกว่ารักสำหรับฉัน)

      อี รอล จุล อา รัด ตอ รา มยอน
      (ถ้าฉันรู้ว่าเหตุการณ์มันจะเป็นแบบนี้)

      ชอม พู ทอ ซี จา คา จี โต รา นา ซอ
      (ฉันก็ขอเลือกที่จะไม่รักตั้งแต่แรก)

      พา โพ ซอ รอมอี เจ วา ซอ ยา นัน อี จึน ฮู ฮเว รึล ฮา โก อิด ซอ
      (ฉันมันเหมือนคนโง่คนหนึ่งเลยนะ ที่เพิ่งจะมานึกเสียใจเอาป่านนี้)

      * นี กา ซา รา งี ทเว จิ อัน กี รึล บี รอ ซอ
      (ก็ได้แค่ภาวนาให้เธอไม่ใช่ความรักของฉัน)


      นอ มา นึน ชอล เท โร อา นี กี รึล บี รอ ซอ
      (แค่ขอให้รักนี้อย่าเป็นเธอ...แค่นั้น)

      นอน ซา รา งี อา นีล กอล ลา โก ซู โด อ๊อบ ซี นา รึล โซ กยอ วา ซอ
      (รักของเธอที่ให้ฉันมามันมากมายนัก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำเพื่อฉัน)

      ชัม ชี ซือ ฉยอ กา นึน อี นยอ นี กิล บา เร ซอ
      (หวังว่าเธอจะเป็นเพียงแค่คนๆ หนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตฉัน)

      อา พึน ซัง ฉอ มัน เน เก นัม กยอ ชิล เท นี กา
      (และสำหรับฉัน เธอก็จะเป็นเพียงรอยแผลที่ฝากไว้ในใจฉันเท่านั้น)

      ฮา จี มัน อัล มยอน ซอ โต นอ เอ โม ดึน กอ ซี ยก ซิม มี นา
      (แต่ฉันก็รู้ตัวนะว่า สิ่งที่ฉันต้องการมันก็คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเธอ)

      ซา กู ซึล พอ จยอ
      (รู้สึกแย่นะ ที่เป็นแบบนี้)

      ชัล มด ทเวน ซี จา กี รา โก
      (มันผิด...มันผิดมาตั้งแต่ต้นแล้วหล่ะ)

      กือ รอด เค ชวีบ เก เซง กัก เฮ ซ๊อด นึน เด
      (ที่ฉันคิดไปง่ายๆ อย่างนั้น

      ออน เจ ทึน บอ รีล ซู อี ซึล กอ รา โก นัน มี ทอ ซ๊อด นึน เด
      (ที่เชื่อว่าจะทิ้งมันไปเมื่อไหร่ก็ได้)


      ออ ต่อ เค นัน เอ ยา ฮัล จี ออ ดี ซอ พู ทอ กา ชัล มด ทเวน กอน จี
      (ฉันจะต้องทำยังไง นี่มันผิดตั้งแต่ตอนไหน)


      อี ซา รา งึล พี เฮ ยา ฮา นึน เด
      (ฉันจะต้องหนี ต้องหลีกให้ห่างจากความรักครั้งนี้สินะ)

      นี โม ดึน เก นอ มู กือ รี วอ จยอ
      (แต่ฉันก็ยังคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเธอ)

      น้ำเสียงหวานเงียบพร้อมๆกับผับที่ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เสียงเศร้าสร้อยของฮีชอลสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนจนทำให้ทุกคนรู้สึกเศร้าไปด้วย

      อี เจน นอ อา นึ มยอน อา มู อึย มี ออม นึน เด
      (ตอนนี้ เมื่อไม่มีเธอแล้ว มันก็ไม่มีความหมายใดๆ)

      อี เจ นา โต นา รึล ออ จอล ซู กา ออม นึน เด
      (ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้)

      นอ รึล จี วอ ยา มัน ฮัน ดา นึน ซา ชิล ทือ รี
      (ฉันคงต้องลบเธอออกไปจากใจของฉัน)

      โอ นึล โท นัล ทอ ฮิม ทึล เก เฮ
      (มันช่างทำได้ยากเสียเหลือเกิน)

       

              .......................................

       

              หลังจากออกมาจากผับ ฮีชอลเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายผ่านร้านอาหารที่เขาสองคนเคยมาทำงานด้วยกันแล้วก็หยุดยืนอยู่ที่นั่นเนิ่นนาน ยิ่งเดินไปเรื่อยๆความทรงจำก็ยิ่งไหลเวียนเข้ามาในห้วงความคิด

              นายจะเป็นยังไงบ้างนะฮันคยอง

              เขาหยุดยืนอีกครั้งหน้าร้านเสื้อผ้าที่เคยมาด้วยกัน

              นายสบายดีอยู่ไหม นายจะทำอะไรอยู่

              เขาหยุดยืนนานกว่าครั้งใดๆเมื่อมาถึงร้านขายแหวนที่มีเพียงแค่ร้านเท่านั้น

              นายจะคิดถึงฉันบ้างไหมน้าฉันคยอง

              เขาเดินวนกลับมาทางห้องเช่า บางคราวก็รู้สึกอบอุ่นราวกับฮันคยองอยู่ข้างๆ บางครั้งก็รู้สึกหนาวเย็นจนแทบทนไม่ไหว สิบวันแล้วที่ฮันคยองจากเขาไปโดยที่ไม่มีข่าวคราวสักนิด

              ฮีชอลหยุดยืนที่หน้าห้องพัก

              นายจะลืมฉันหรือยัง

              เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องและเปิดไฟ ทุกอย่างในห้องเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง ฮีชอลยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของฮันคยองกับข้าวของทุกชิ้นภายในห้อง เพียงแต่.. เขาไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว

              น้ำตาไหลออกมาจากตาของฮีชอลอย่างเงียบๆโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจที่จะเช็ดมัน

              ....

              ...

              ..

              .

       





       

              นาย.. จำได้ไหม ว่าวันนี้วันเกิดฉันน่ะ ฮันคยอง?

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

              _____________________________________________

       

              น้ำตาของฮันคยองไหลคลอดวงตาในความเงียบ เขาลูบแหวนวงนั้นอย่างถนุถนอม แหวนที่หลุดจากมือเขาไปเมื่อนานมาแล้วและเขาพึ่งหาเจอ

              ไม่นานมาแล้ว ..สองปีที่แล้ว

              เขาสวมมันลงไปในนิ้วนางข้างซ้ายแล้วปล่อยใจให้ล่องลอยอีกครั้ง

              คิดถึง คิดถึงเหลือเกิน ..น้องซิน


















      **********************************

      ปอลอลิง. อ่า อย่าพึ่งเตะไรท์เตอร์น๊า T.T ตอนนี้คงจบลงแค่นี้ แต่สัญญาว่ามีต่อภาคสองแน่จ้ะ ขอคอมเมนหน่อยน๊า ^^" ไรท์เตอร์จะเอาไปปรับปรุงค่ะ 


      แล้วเจอกันนะคะ
      ชาวเลือดสีน้ำเงิน

      HANGENG OPPA

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×