SoN สงครามเกม Outline

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 277 Views

  • 7 Comments

  • 19 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    65

    Overall
    277

ตอนที่ 9 : The King Project Arc: บทที่ VIII อัลติเมทสกิลที่รุนแรงที่สุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 เม.ย. 62

สงครามชี้ชะตาเอเรีย 1 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ทีมที่ใหญ่ที่สุด 2 ทีมซึ่งหลีกเลี่ยงการปะทะกันมาตลอด บัดนี้ได้ถูกสถานการณ์รอบด้านบีบบังคับให้ต้องทำสงครามกันในที่สุด

Rocket Launcher ทีมที่ใหญ่ที่สุดในเอเรีย 1 รวมสมาชิกและทีมในสังกัด 762 คน หัวหน้าทีมคือ หนุ่ม Rocket Cannon เลเวล 6 ตัวเต็งที่จะเป็นราชาคนต่อไป สมาชิกเลเวล 5 มีประมาณ 150 คน พวกเขายึดอาณาเขตในเอเรีย 1 ไว้ได้ 70% จะบอกว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเรีย 1 ก็ไม่ผิด ในขณะเดียวกัน Skull Rabbit รวมสมาชิกและทีมในสังกัดเป็น 530 คน นำโดยเม Death Angel เลเวล 5 สมาชิกเลเวล 5 มีประมาณ 50 คน ยึดครองอาณาเขตในเอเรีย 1 ไว้ 30%

จริงอยู่ว่าจำนวนคนไม่ได้ต่างกันมาก แต่ทางด้านระดับความสามารถ Skull Rabbit ค่อนข้างเสียเปรียบ ถึงอย่างนั้นการที่ทั้งสองทีมสู้กันก็จะเป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่อยู่ดี ถ้ายังไม่มีราชาปรากฏสงครามนี้คงจะไม่เกิดขึ้น ตอนนี้มีราชาปรากฏตัวถึงสามคน การที่เอเรีย 1 จะเป็นเป้าหมายในการบุกยึดย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก Rocket Launcher จึงไม่กล้าเสี่ยงทำสงครามใหญ่ เนื่องจากกลัวถูกจ้องบุกเอเรียในระหว่างนั้น อีกสาเหตุหนึ่งที่พวกเขาหลีกเลี่ยงการปะทะกับ Skull Rabbit คือ Skull Rabbit มีตึกเอนทาราที่เป็นสถานที่ได้เปรียบอย่างที่สุดในการต่อสู้ ไม่ว่าจะภูมิประเทศที่เป็นต่อเพราะเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศ ทางเข้ารอบทิศเป็นลานโล่งไร้ที่หลบซ่อน การยึดตึกนี้เป็นที่มั่นทำให้ยากแก่การเข้าโจมตี หากวางแผนไม่ดีต่อให้มีกำลังเยอะ และแข็งแกร่งกว่าก็อาจแพ้ได้ง่ายๆ

อย่างไรก็ตามการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้มีหรือทั่วประเทศจะไม่รู้ข่าว นี่เป็นโอกาสดีสำหรับราชาในการบุกยึดเอเรีย 1 ทว่ากลับไม่มีราชาคนไหนเคลื่อนไหว หากราชาสามารถยึดเอเรียใดเอเรียหนึ่ง ก็จะได้ลูกน้องมาเสริมกำลังรบเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันการได้เปรียบนั้นราชาทั้งสามต้องพยายามขัดขวางกันและกัน การบุกไปตีเอเรีย 1 เป็นการเสี่ยงที่จะพบกับราชาจากเอเรียอื่นที่เข้ามาขัดขวางจนเกิดเป็นการปะทะครั้งใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้ หากสู้กันอยู่ดีๆ แล้วราชาคนที่สามโผล่มาฉวยโอกาสอีกยิ่งเลวร้าย คงจะเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่สะท้านโลก การคิดเช่นนี้เหมือนเป็นสงครามเย็นทางความคิดและกลยุทธ์ ด้วยความกดดันนี้เองทำให้ราชาแต่ละคนเลือกไม่บุกเอเรีย 1 ในตอนนี้

ตูม ตูม ตูม

เสียงการต่อสู้อันดุเดือดดังสะท้านเอเรีย 1 แทนที่จะต่อว่า แขกในโรงแรมเอนทารากลับชมการต่อสู้อย่างเพลิดเพลิน เพราะนี่คือการต่อสู้ที่ยากจะได้เห็น SoN กลายเป็นกีฬายอดนิยมไปทั่วโลกเสียแล้ว คนพันกว่าคนบุกเข้าโจมตีกันราวกับสงครามในภาพยนต์ เมื่อหน่วยโจมตีทางอากาศของ Rocket Launcher บินขึ้นฟ้า Skull Rabbit ที่อยู่ตามจุดต่างๆ บนตึกก็ยิงด้วยสกิลโจมตีระยะไกล ประกายแสงกระพริบทั่วท้องฟ้าดุจพลุไฟ บนพื้นมีกลุ่มผู้ต่อสู้ระยะใกล้คอยป้องกันไม่ให้ Rocket Launcher บุกขึ้นตึกได้ แต่จำนวนคนที่แตกต่างกันทำให้ Skull Rabbit เสียเปรียบ (ตึกเอนทาราเป็นอาณาเขตพิเศษเฉพาะภายนอกเท่านั้น ภายในไม่มีความเกี่ยวข้องด้วย การต่อสู้จึงดำเนินขึ้นที่ภายนอกเท่านั้น)

ด้วยสกิล Pay Back ของเม ค่าโจมตีของเธอจะเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า เมเป็นสายเวทย์ที่เน้นอัพพลังเวทย์ ค่าโจมตีไม่ได้สูงมาก แต่เมื่อเป็นพลังเวทย์ ไม่มีใครกล้ารับการโจมตีจากเธอตรงๆ ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามเมมีสกิลที่ใช้พลังเวทย์ในการโจมตีแค่หนึ่งสกิลคือ Death Blinding ใช้กักศัตรูได้ 2 วินาที และทำให้ตาบอด 4 วินาที ถึงระยะเวลา Cool Down จะต่ำเพียงแค่ 1 นาที แต่เมต้องเก็บมันเอาไว้ในยามจำเป็นเท่านั้นเพราะอย่างที่บอกว่ามันเป็นสกิลเดียวที่ใช้โจมตีได้ของเธอ ตอนนี้เมจึงมีหน้าที่โจมตีบ้างบางครั้งคราว กับคอยสั่งการ

กลับกัน หนุ่มไม่เพียงสั่งการได้อย่างยอดเยี่ยม เขานำพาทีมเดินหน้าอย่างเป็นระบบ ทั้งยังจัดการทีม Skull Rabbit ตามจุดต่างๆ บนตึกด้วยปืนใหญ่อันแม่นยำ หนุ่มเร่งกำจัดเมเป็นหลักเพื่อทำลายขวัญกำลังใจของศัตรู เมจึงต้องบินหลบไปมาจนวุ่น ตามกฎของการยึดอาณาเขต ผู้เล่นที่ตายแล้วไม่สามารถฟื้นกลับเข้าเกมได้อีกครั้งหากไม่มีสกิลพิเศษที่ใช้ชุบชีวิต ดังนั้นหากทีมที่เสียเปรียบตั้งแต่ต้นอย่าง Skull Rabbit เกิดเสียหัวหน้าขึ้นมา ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คงรู้กันอยู่

เพราะรู้ว่าการโจมตีธรรมดาของเมไม่รุนแรงหนุ่มจึงไม่หลบ เมื่อถูกเข้าไปความเสียหายเพียงน้อยนิดเกิดขึ้นจนไม่คู่ควรให้ใส่ใจ เขายิงสวนขึ้นฟ้าด้วยกระสุนระเบิดจากปากปืนใหญ่สีทองในมือ เมหลบอย่างว่องไวแต่ลืมไปว่าหนุ่มสามารถควบคุมกระสุนให้ระเบิดได้ทุกเมื่อ แรงระเบิดในระยะใกล้แม้ไม่โดนแต่ก็ผลักให้เมกระเด็นลงต่ำ ลูกทีม Rocket Launcher กระโดดรุมราวกับรู้หน้าที่ เมไม่อาจตอบโต้การโจมตีจากทุกทิศทางพร้อมกันได้ทำให้เธอตายโดยไม่อาจทำอะไรได้
⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝
ที่คอนโดขนาดเล็กเกือบใจกลางเมือง ไวท์นอนกางแขนกว้างอยู่บนเตียงสีชมพูหวานแหววที่ไม่เข้ากับคนนิสัยอย่างเธอ เมไม่ได้กลับบ้านอีกเลยนับจากวันนั้น คงยุ่งกับการเตรียมตัวทำสงครามครั้งใหญ่ที่ไม่มีวันชนะ SoN เปลี่ยนคนได้ขนาดนี้เชียวหรือ ไวท์มักพูดว่าเมที่ทั้งทำงานทั้งเล่นเกมไปพร้อมกันไม่มีทางไปสู่จุดสุดยอดได้ อย่างขวัญที่ตอนนี้ก็ลาออกจากงานไปแล้ว ใครจะไปรู้ว่าเมจะลาออกจากงานเพื่อการต่อสู้ครั้งนี้จริงๆ นี่เธอกำลังนำทางเมไปทางไม่ดีหรือเปล่า ต่อให้ไปถึงจุดสูงสุดของเกมแล้วยังไง มันก็แค่เกมไม่ใช่หรือ

สำหรับไวท์ SoN เป็นเกมที่สนุกมาก แต่เธอไม่ได้จริงจังขนาดนั้น เธอชวนเมเข้ามาเล่นเพราะคิดว่าถ้าได้เล่นด้วยกันคงสนุกดี กลับกลายเป็นว่ามันทำให้ความสัมพันธ์ต้องห่างกันขึ้นเพราะจุดหมายที่ต่างกัน เมเล่นเกมนี้เพราะความสนุกหรือเพราะต้องการเงินรางวัลกันนะ SoN เป็นแค่เกมจริงหรือ ทุกวันนี้ข่าวรายงานแต่เรื่องความกดดันจากสงครามเย็นของ 3 ราชา ทั้งที่เป็นเกม...แต่ความเครียดในโลกแห่งความจริงนี่คืออะไรกัน ทำไมทุกคนถึงจริงจังกับเกมนี้เหลือเกิน ทำไม...เมถึงเริ่มเล่นเกมนี้นะ ทำไมกัน

“เราจะช่วยให้เมเป็นราชาเอง”

ไวท์สะดุ้งตื่นในความมืดมิด หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ เธอจ้องมองดูเพดานห้องสี่เหลี่ยมที่มืดสนิทเพราะตะวันตกดินไปแล้ว ทุ่มกว่าแล้วหรือ ป่านนี้สงครามชิงอาณาเขตคงเริ่มไปแล้ว นั่นสินะเมเริ่มเกมนี้เพราะถูกไวท์ชวนให้เป็นราชา สำหรับคนที่เกลียดเกมอย่างเมต้องใช้ความพยายามขนาดไหนกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ หลังจากได้เล่นด้วยกันมาซักพักไวท์สัมผัสได้ว่าเมมีสิ่งที่คนอื่นไม่มี สิ่งที่ราชาต้องมี ไม่ใช่เพียงแค่ความมุ่งมั่นจะเป็นราชา เมมีความหวงแหนในตำแหน่งราชาทั้งที่ตนยังไม่ได้ครอบครอง มีความเป็นผู้นำที่ซ่อนอยู่ภายใต้นิสัยเอาแต่ใจเหมือนเด็กที่สามารถสะกดคนให้เชื่อฟังได้อย่างน่าประหลาด ไวท์ลุกขึ้นยืน ยกมือสองข้างตบแก้มตัวเองอย่างแรง

“จะกลัวอะไรกัน ในเมื่อมันเป็นแค่เกมจะแพ้ชนะก็ไม่เห็นต้องเป็นกังวลนี่นา หน้าที่ของเรามีแค่อย่างเดียว...พาเมสู่ตำแหน่งราชา!!” ไวท์หยิบเสื้อคลุมแล้ววิ่งออกจากห้องเพื่อตรงไปยังตึกเอนทาร่า “ขอให้ทันเถอะ อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะเม”
⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝
“Perfect Accurate ความแม่นยำ 100% ทะลวงเผาผลาญมันให้สิ้น อัลติ Blazing Shot!!!”
เมื่อเลือกที่มั่นวางปืนได้กล่องสีดำก็เปิดออก เปลี่ยนเป็นปืนไรเฟิลสีดำทึบยาว 170 เซนติเมตรพร้อมขาตั้งติดระเบียงดาดฟ้าพร้อมยิง เมื่อส่องมองสถานการณ์ผ่านลำกล้อง หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติแสดงข้อมูลต่างๆ ที่ส่งผลต่อความแม่นยำก็ปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะกระแสลม ระยะห่าง สิ่งกีดขวาง อัตราความแม่นยำ แต่ตอนนี้ข้อมูลเหล่านั้นไม่จำเป็น ด้วยสกิล Perfect Accurate ต่อให้หลับตาหรือยิงไปคนละทางกระสุนก็จะเข้าเป้าที่ต้องการร้อยเปอร์เซ็นต์ กระสุนเงินถูกยิงออกจากปลายกระบอกปืนไรเฟิลสีดำสนิทพุ่งออกมาด้วยความเร็วสูงเสียดสีกับอากาศรุนแรงจนเปลี่ยนเป็นสีแดงเผาผลาญอากาศให้ลุกเป็นไฟ เพราะทีม Rocket Launcher หลายคนเพิ่งรุมฆ่าเมเสร็จยังไม่ได้แยกกลุ่ม จึงไม่ต่างอะไรกับเป้าที่ใหญ่โตสำหรับไวท์ กระสุนเพลิงพุ่งทะลวงทุกคนที่ขวางทางจนไปถึงพื้นก่อนจะระเบิดเป็นเปลวเพลิงขนาดใหญ่ คนที่ถูกกระสุนพุ่งทะลวงยังไม่ทันได้ตกลงพื้น ไฟก็ลุกท่วมตัวจนตายทันที

เมสบโอกาสเมื่อศัตรูที่พุ่งเข้ามารุมถูกจัดการไปเกินครึ่ง แถมบางคนก็อยู่ในสภาพร่อแร่ด้วยสภาวะไฟไหม้จากกระสุนเพลิง Passive Death Soul ของเธอจึงทำงาน วิญญาณโปร่งใสสีม่วงลอยขึ้นจากร่างของเมพุ่งเข้าโจมตีคนที่ใกล้จะตายจากไฟไหม้ ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ร่างนั้น กายเนื้อไม่ได้รับค่าเสียหายใดๆ แต่ร่างวิญญาณถูกกระชากออกมาทันที เมดูดกลืนวิญญาณเข้าร่าง วิญญาณของเธอส่องแสงสีม่วง ร่างโปร่งแสงค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เมฟื้นคืนชีพอีกครั้ง โดยมีพลังชีวิตเหลือ 10% และ...เลเวลอัพ!!

“รอเวลานี้มานานแล้ว!”
หนุ่มกระโดดขึ้นสูงหลายสิบเมตรด้วยสกิลกระโดดสูง เล็งปืนใหญ่สีทองมาที่เม เขารู้ดีว่าเมสามารถคืนชีพได้ จึงรอให้เมใช้สกิลคืนชีพเพื่อจะได้จัดการกับเมในทีเดียว ต่อให้คืนชีพขึ้นมาแต่เมที่เหลือพลังชีวิตเพียง 10% ไม่มีทางรอดจากการโจมตีของเขาได้ ขณะนั้นเองกระสุน Snipe Shot สี่นัดก็ยิงเข้าที่สีข้างอย่างแม่นยำโดยที่เขาแทบไม่รู้ตัว หนุ่มสังเกตได้เพราะเอฟเฟคเลือดสมจริงที่พุ่งออก สมกับเป็นไวท์ ยิงโจมตีเขาถึง 4 ครั้งโดยที่ไม่รู้สึกตัวเลย คนคนนี้เองที่พาเมมาจนถึงจุดนี้ จะโจมตีกลับก็ไม่ได้ เพราะเธอเล็งมาจากยอดตึกเอนทาราที่สูงถึง 830 เมตร ไม่มีใครสามารถยิงไกลขนาดนั้นได้ หนุ่มนึกชื่นชมจากใจจริง กระสุนยังคงยิงโจมตีมาเรื่อยๆ พร้อมกับการโจมตีของเมเพื่อลดพลังชีวิตของหนุ่มลง โชคดีที่เขามีไอเท็มคลายสถานะตาบอดจาก Death Binding ของเม หากจัดการเมได้ทุกอย่างก็จบ

“ระเบิดมันซะ อัลติ Rocket Bomber”
หนุ่มร้องตะโกนเสียงดัง กระสุนสีทองลูกใหญ่กว่าที่เคยเห็นมา พุ่งออกมาจากปากปืนใหญ่ ควันสีขาวโพยพุ่งออกมาจนมองไม่เห็นร่างผู้ยิง เพียงแค่มองก็รู้แล้วว่าระยะระเบิดของกระสุนต้องกว้างมาก ไม่มีทางหนีรอดได้

ไวท์พุ่งลงจากตึกด้วยความเร็วสูง ด้วยผลของรองเท้าลิงลมทำให้เธอสามารถวิ่งบนตึกได้ แต่ความเร็วขนาดนี้เธอเอามาจากไหนกัน Copy Paste! สกิลที่สามารถลอกเลียนความสามารถของคนอื่นได้ เธอเลียนแบบสกิลเพิ่มความเร็วของคนคนหนึ่งในการต่อสู้ครั้งที่แล้ว และยังเก็บมันเอาไว้จนถึงตอนนี้ (หลังจากที่ใช้สกิล Copy Paste ไวท์สามารถเก็บสกิลที่ก็อปต่อไปได้จนกว่าเธอจะก็อปสกิลใหม่มาแทน) ไวท์พุ่งลงมาอย่างรวดเร็วตั้งแต่เห็นท่าไม่ดีเพราะหนุ่มไม่มีทีท่าจะสนใจการโจมตีของเธอเลย เพียงพริบตาเดียวเธอก็มาถึงตัวเมก่อนที่กระสุนสีทองจะพุ่งออกจากปืนใหญ่ของหนุ่มเสียอีก ไวท์หายใจหอบเหนื่อยจากการพุ่งตัวลงมาด้วยความเร็ว (สกิลส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้ไม่เหนื่อยในการใช้ แต่สกิลวิ่งเร็วที่ไวท์ใช้ เป็นสกิลที่ก๊อปปี้มาซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับคนอื่น ไม่ใช่เธอ เธอจึงเหนื่อยและเสียพลังเวทย์เป็นหน่วยวินาที สำหรับไวท์ที่เป็นสายพลังเวทย์ต่ำ ถือเป็นการกระทำที่ส่งผลต่อร่างกายอย่างมาก)

“คนที่จะเป็นราชา...แฮ่กๆ...คงไม่ยอมแพ้แค่นี้...นะ เม” ไวท์ยิงฟันกว้าง จับแขนเมแน่น ตะโกนเสียงดัง “โอ้วววววววววววว Copy Paste ทำงาน!!!” ร่างของไวท์ส่องแสงสว่าง เธอเลียนแบบความสามารถของเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งที่สามารถเพิ่มพลังกล้ามเนื้อได้ แล้วใช้มันเหวี่ยงร่างที่ผอมบางของเมออกไปสุดแรง
“วะ...”
ไม่ทันได้พูดอะไรร่างของเมก็ถูกเหวี่ยงออกไปไกลและสูง เมกระเด็นไปทางตึกเอนทาร่า เธอสยายปีกสีดำออกเพื่อต้านแรงเหวี่ยงอันทรงพลังก่อนจะกระแทกกับตัวตึก (แม้จะไม่ใช่ผลจากการถูกโจมตี การกระแทกกับ IO ก็ส่งผลให้พลังชีวิตลดได้) แต่ไม่ทันไรร่างของเธอที่กำลังลอยตัวอยู่หน้าตึกก็กระเด็นกระแทกกับตัวตึกอย่างแรงเพราะแรงระเบิดอันรุนแรงที่กวาดลานโล่งหน้าโรงแรมเอนทาร่าจนราบเป็นหน้ากลอง ไม่มีใครรอดไม่ว่าจะทีม Rocket Launcher หรือ Skull Rabbit (ใน SoN ผู้เล่นทีมเดียวกันสามารถโจมตีกันเองได้ ดังนั้นสกิลของหนุ่มจึงถูกพวกเดียวกันด้วย)

ควันระเบิดสีดำก่อตัวเป็นรูปดอกเห็ดขนาดใหญ่จนมองไม่เห็นอะไร ทีมของเมแม้จะตายเยอะแต่ส่วนใหญ่ตายจากการฆ่าตัวตายก่อนที่ระเบิดจะลงเพื่อไม่ให้หนุ่มได้เงินหรือประสบการณ์จากการฆ่า แต่จำนวนที่เขาฆ่าไปก็เยอะอยู่ดี (การฆ่าตัวตายในเกม SoN จะเสียทั้งประสบการณ์และเงินมากกว่าถูกคนอื่นฆ่า แต่ผู้เล่นหลายคนก็เลือกที่จะทำ เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายได้เปรียบจากการได้เงินและประสบการณ์เยอะ ผู้เล่นบางคนฆ่าตัวตายเมื่อพลังชีวิตเหลือเพียงน้อยนิดเพื่อป้องกันการถูกลอบโจมตี)

‘ผู้เล่นหนุ่ม Rocket Cannon สังหารติดต่อกัน 96 คน

เสียงระบบประกาศดังขึ้น Rocket Launcher ยังมีคนเหลืออยู่ถึง 200 กว่าคน ในขณะที่ Skull Rabbit ที่รอดเพราะอยู่บนตึกมีเพียงแค่ 20 กว่าคน กับอีก 100 คนที่แยกไปหลอก Rocket Launcher ในตอนแรก และเพิ่งกลับมาสมทบ พวกเขากำลังตกตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้น เมรอดมาได้โดยสูญเสียไวท์ แถมตัวเองยังเหลือพลังชีวิตไม่ถึง 10% ร่างกายบอบบางสั่นเทิ้มด้วยความตกตะลึงและโกรธแค้นที่เพื่อนรักต้องมาตายแทน หน้าที่ของหัวหน้าคือการปกป้องลูกน้องไม่ใช่หรือ ควันเรืองแสงสีม่วงรูปทรงประหลาดคล้ายหัวกะโหลกลอยขึ้นปกคลุมรอบตัวเม

“ยิงไปที่ยัยนั่นเร็ว! อีกแค่ทีสองทีชัยชนะก็จะเป็นของพวกเรา”
หนุ่มตะโกนสั่งลูกทีม ตัวเขาในตอนนี้ไม่เหลือพลังเวทย์ในการใช้สกิลโจมตีเมที่อยู่ไกลกว่าที่คิด ไม่นึกว่าไวท์จะเข้ามาช่วยให้เมรอดจากอัลติของเขาไปได้ เขาดูถูกความสามารถไวท์มากเกินไปคิดว่าจะมีแค่สกิลที่เน้นการยิงอย่างเดียวเสียอีก ทีม Rocket Launcher ที่เหลืออยู่ต่างก็เหลือพลังชีวิตน้อยเต็มทน ถึงจะมีคนมากกว่าแต่พวกที่มาใหม่อีก 100 คนก็สามารถสร้างปัญหายุ่งยากให้ได้ ต้องรีบจัดการเมก่อน

ทว่าไม่มีใครขยับเพราะกำลังตกตะลึงควันเรืองแสงอันน่าสะพรึงรูปหัวกะโหลกสีม่วงที่ปกคลุมร่างของเม มันทำให้นึกถึงฉายา Death Angel ของเธอจนขนลุก นางฟ้าแห่งความตาย ช่างชวนให้ไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วย ทั้งที่สู้กันมาหลายครั้งแต่กลับไม่เคยรู้สึกว่าเมน่ากลัวขนาดนี้เลย ไม่มีใครเคยเห็นเหตุการณ์ประหลาดที่กำลังเกิดขึ้น หรือจะเหมือนในการ์ตูนที่เวลาโกรธมากๆ แล้วความเกลียดชังมันเปลี่ยนรูปเป็นพลัง หัวกะโหลกนั่นคือความโกรธของเม...ไม่สิ...ทันใดนั้นเองหนุ่มก็ฉุกคิดขึ้นได้ เดี๋ยวก่อนสิ...เมื่อกี้ตอนที่ยัยนี่ฟื้นคืนชีพขึ้นมามีแสงเลเวลอัพ อย่าบอกนะ...

“รีบยิงเร็ว ฆ่ายัยนั่นซะ!!!” ช้าไปแล้ว กะโหลกสีม่วงอ้าปากกว้างส่งเสียงกรีดร้องแสบหูดังไปทั่วจนทุกคนต้องยกมือปิดหู ทั้ง 200 กว่าคนในนี้ต่างก็ถูกเมจดจำใบหน้าเอาไว้ด้วย Pay Back ไม่ว่าการโจมตีจะเป็นอย่างไรมันต้องทวีเป็น 2.5 เท่าแน่นอน เมื่อเห็นท่าจะไม่ดีบางคนเริ่มถอยหนี หาที่ซ่อน “อย่าหนี โจมตีไป มันจะตายแล้...”

บางอย่างทำให้หนุ่มต้องหยุดพูด เงากะโหลกสีม่วงน่ากลัวปรากฏขึ้นคลุมหัวคนทั้ง 200 กว่าคนไว้จนยากจะหายใจ เมยกมือขวาขึ้นสูงทำให้ทุกคนลืมหายใจ

“จงตายซะให้หมด อัลติ Death Wish!!!”
วิ้งงงงง เมดีดนิ้วดัง เป๊าะ วิญญาณร้ายสีม่วงคล้ำจำนวนมากพุ่งออกจากปากหัวกะโหลกสีม่วงที่ตัวเม เข้าสู่หัวกะโหลกที่ปกคลุมหัวของทุกคนไว้ เปรี้ยงงงง เปรี้ยงงงง เปรี้ยงงงง เสียงโจมตีดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะหลบไปทางไหนมันก็ตามไปเพื่อฆ่าผู้ที่ถูกทำเครื่องหมาย ทำเครื่องหมาย? ถูกแล้ว สกิลอัลติของเมจะโจมตีทุกคนที่เมสามารถจำหน้าได้ Pay Back เป็นสกิลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำคอมโบกับอัลตินี้นี่เอง

Death Wish อัลติเมท สกิลระดับ S สามารถโจมตีคนที่เมจำหน้าได้พร้อมกันหมดเพียงดีดนิ้วหนึ่งที การโจมตีครอบคลุมทั้งสนามต่อสู้ไม่ว่าจะหนีหรือหลบซ่อนอยู่ที่ไหนก็ตาม เป็นการโจมตีที่เกราะไม่อาจป้องกันได้ มันจะลดพลังชีวิต 30% ของศัตรูโดยไม่สนใจเกราะหรือพลังป้องกัน หากไม่ตายจะติดสภาวะ Fear 3 นาที หากตายจะถูกเมควบคุมวิญญาณเป็นเวลา 5 นาที หากรวมกับ ความสามารถของ Pay Back ที่ทำให้เมสามารถจดจำหน้าตาคนอื่นได้ และการโจมตีของเธอต่อคนที่ถูกเธอจดจำใบหน้าจะเพิ่มเป็น 2.5 เท่า หมายความว่าอัลติ Death Wish ของเมมีพลังรุนแรงพอที่จะทำให้พลังชีวิตของศัตรู 75% หายไปในพริบตา

All Kill ผู้เล่นเม Death Angel สังหารหมู่ทีม Rocket Launcher 223 คน สงครามชิงพื้นที่ ทีม The Skull Rabbit เป็นฝ่ายชนะ’

เมทรุดตัวลงกับพื้น อึ้งกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งจะทำไป นี่เป็นการสังหารหมู่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เกม SoN เคยมีมา เพื่อนร่วมทีมทุกคนต่างตกตะลึงในสิ่งเกิดขึ้น ไม่มีใครใน Rocket Launcher คาดหวังถึงสิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้น ไม่มีใครฆ่าตัวตายเพราะไม่คิดว่าการโจมตีจะรุนแรงขนาดนี้ เมขึ้นเลเวล 7 ทันที ไอเท็มพิเศษปรากฏขึ้นเป็นรางวัลต่อหน้าเธอ แต่เมหาได้มองที่มัน เหลือเพียงโค่นบอสได้เธอก็จะเป็นราชา และทุกอย่างเป็นเพราะไวท์ หากไวท์ไม่เข้ามาช่วยเธอ ผลการต่อสู้คงไม่ออกมาเป็นแบบนี้

“ไวท์...” เมบินไปยังบริเวณที่ไวท์นอนตายอยู่ “ขอบคุณนะ”
1 อาทิตย์ต่อมา เมรวบรวมทีมทั้งหมดในเอเรีย 1 เข้าสังกัดภายใต้ทีม Skull Rabbit กลายเป็นทีมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยสมาชิกรวมทีมในสังกัดกว่า 1,326 คน พวกเธอโค่นมอนสเตอร์ชั้นสูงจนหมดเพื่ออัญเชิญบอส และ 1 เดือนหลังจากนั้น เม ก็โค่นบอสด้วยความช่วยเหลือของไวท์กับทุกคนในทีม Skull Rabbit

เมื่อราชาแห่งเอเรีย 1 ถือกำเนิด สกิล Death Blinding และ Death Wish ถูกสงวนสิทธิ์สำหรับเมเพียงคนเดียว เธอกลายเป็นที่รู้จักในนามของราชาผู้มีพลังเวทย์รุนแรงสุดในเกม SoN พร้อมฉายาใหม่ ‘ราชินีแห่งความตาย’

...LOading...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น