SoN สงครามเกม Outline

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 277 Views

  • 7 Comments

  • 19 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    65

    Overall
    277

ตอนที่ 5 : The King Project Arc: บทที่ IV มือปืนจากอังกฤษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    13 มี.ค. 62

จากมือใหม่หัดเล่นไร้ประสบการณ์สู่หัวหน้าทีมที่ใหญ่ที่สุดในเวลาข้ามคืน ชื่อเสียงของ Succubus Queen โด่งดังไปทั่วทุกเอเรีย เมื่อกลายเป็นหัวหน้าทีมแล้วขวัญได้รับการดูแล สั่งสอน และฝึกฝนจากส้มกับแก้มทุกวัน ไม่เพียงแค่ต้องฝึกฝนการต่อสู้แต่ยังต้องออกล่าลูกแก้ววิญญาณด้วย สำหรับคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายอย่างขวัญมันเหนื่อยยิ่งกว่าการไล่ล่าคนอื่นที่เธอเคยทำก่อนหน้านี้เสียอีก ส้มบอกว่าคนเก่งๆ ในเกมนี้ล้วนใช้ความสามารถในชีวิตจริงมาประยุกต์ใช้กับสกิลของตัวเอง อย่างเธอที่ฝึกคาราเต้ก็เลือกสกิลที่ทำให้ความสามารถคาราเต้ที่เรียนมาเป็นประโยชน์ ขวัญจึงต้องฝึกการต่อสู้ในชีวิตจริงด้วย (แม้ว่าตัวเธอจะไม่มีสกิลเกี่ยวกับการต่อสู้เลยก็ตาม)

ส้มเป็นครูที่ดีแต่ชอบเอาขวัญไปเปรียบกับพลอยบ่อยๆ ทำให้ขวัญหงุดหงิด ซึ่งก็ช่วยไม่ได้ ดูเหมือนว่าพลอยจะเก่งไปซะทุกอย่างแม้แต่คาราเต้ที่ร่ำเรียนจากส้มก็ฝึกฝนจนเก่งกว่าส้มได้ในเวลาไม่นาน ยังไงซะพวกส้มก็เพิ่งจะเสียผู้นำสุดเคารพไป ขวัญเข้าใจว่าจำเป็นต้องใช้เวลากว่าตัวตนของเธอจะทดแทนพลอยในใจของทุกคนได้ ส่วนปัญหาตอนนี้ที่พวกเธอกำลังเผชิญคือ ทีมแทบทั้งหมดในเอเรีย 2 ล้วนสังกัดกับ Little Beauty จึงไม่มีเหตุผลอะไรให้ขวัญไปตามล่าคนเหล่านั้นเพื่อเก็บเลเวลอีก

“ทีมในสังกัดมีหน้าที่ส่งเงิน 10% ที่พวกเขาทำได้ให้กับเราทุกเดือน เพื่อแลกกับการที่ทุกครั้งพวกเขาต่อสู้จะมีสัญลักษณ์ประจำทีมของพวกเราติดไปด้วยเสมอ ส่วนหน้าที่ของพวกเราก็คือคุ้มครองไม่ให้มีคนนอกมาทำร้ายพวกเขา การที่มีคนมาท้าสู้กับพวกเขาก็หมายถึงสู้กับพวกเรา เพราะฉะนั้นถ้าพวกเขาแพ้เราก็อยู่เฉยไม่ได้ อย่างที่เธอทำก่อนหน้านี้ก็เข้าหูคุณพลอยทันที ถ้าคุณพลอยไม่ออกก่อนเธอคงโดนทีม Little Beauty ล่าไปแล้ว” แก้มอธิบายยืดยาว
“แต่ในเมื่อทีมส่วนใหญ่ในเอเรีย 2 อยู่ในสังกัดของ Little Beauty หมดแล้ว จะไปสู้กับใครได้อีกล่ะ?” ขวัญเอียงคอถาม เพราะเมื่ออยู่ใต้สังกัดทีมเดียวกัน จะสู้กันไปก็ไม่มีประโยชน์ เกมต่อสู้ที่ไม่มีการต่อสู้มันจะไปสนุกอะไร นั่นเป็นความเบื่อหน่ายหนึ่งที่ทำให้ First Generation ถอนตัวไปหลายคน ไม่สิ ก็สู้กันได้อยู่ อย่างที่ขวัญต้องฝึกสู้กับคู่ต่อสู้คนใหม่ๆ ที่ส้มจัดสรรมาให้เพื่อเพิ่มประสบการณ์การต่อสู้ แต่ถึงชนะก็ไม่ได้เงินหรือประสบการณ์มากนัก
“โดยปกติแล้วจะมีการต่อสู้ข้ามเอเรีย แต่ช่วงที่ผ่านมามีทีมใหญ่ๆ เกิดขึ้นเต็มไปหมด การบุกรุกข้ามเอเรียอาจจะส่งผลให้เกิดสงครามครั้งใหญ่ได้ ตอนนี้เลยไม่มีการบุกข้ามเอเรียเกิดขึ้นเลย เห็นอย่างนี้พวกเราก็สู้กับ Hell Prince กับ Alcoholic มาหลายครั้งเลยนะ” ส้มยืนกอดอกไม่ยิ้มแม้แต่น้อยทำให้รู้สึกยากแก่การพูดคุย ขวัญจึงหันไปถามแก้มต่อ
“งั้นเราจะเพิ่มเลเวลได้ยังไงล่ะ?”
“เพราะอย่างนั้นการขึ้นเลเวลถึงเป็นเรื่องยากในเกมนี้ไงล่ะ มันไม่ใช่ปัญหาที่ระบบเกมหรอก แต่เป็นคนเล่นต่างหาก แทนที่จะต่อสู้อัพเลเวลกลับเลือกที่จะขยายอาณาเขตกันมากกว่า วิธีเพิ่มเลเวลที่เหลืออยู่เลยมีแต่การฆ่ามอนสเตอร์ หรือสู้กับผู้เล่นกลุ่มน้อยที่ยังไม่ได้สังกัดทีมของพวกเรา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้เล่นใหม่ ที่เลเวลค่อนข้างต่ำ” ขวัญเหงื่อตกกับคำอธิบายนั้น รู้สึกเหมือนตัวเองหลงยุคไปโผล่ในยุคสงครามโบราณ “แต่ถ้ามีราชาปรากฏขึ้นรูปแบบเกมคงจะเปลี่ยนไป เพราะคนในเอเรียอื่นจะรู้สึกเสียเปรียบ จนต้องรีบหาราชาของเอเรียตัวเองขึ้นมาเช่นกัน เมื่อถึงเวลานั้นสงครามระหว่างเอเรียคงจะเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้”
“อ้าว ทำไมล่ะ ถึงจะมีราชาแล้วก็อยู่แบบที่เป็นไม่ได้เหรอ?”
“ถ้ามีราชาในเอเรียแล้วการโค่นมอนสเตอร์เลเวลสูงจะง่ายขึ้นมากทีเดียว สิ่งที่เหลือในการเก็บเลเวล และเพิ่มความสนุกของเกมคือการตีเอเรียอื่น เพราะราชามีสิทธิ์ที่จะยึดครองอาณาเขตในเอเรียอื่นที่ตีมาได้เพื่อเพิ่มอาณาเขตของเอเรียตัวเองด้วย” ขวัญยิ้มแหยๆ นึกว่าการเป็นราชาคือจุดสูงสุดของเกมแล้ว ไม่นึกว่าจะมีเรื่องวุ่นวายตามมาอีกมากมายขนาดนี้ เห็นทีจะลำบากเสียแล้ว แต่เธอก็ไม่คิดจะหยุดความตั้งใจที่จะเป็นราชา เงินรางวัลต้องเป็นของเธอ “ยิ่งเอเรียใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้รับเงินรางวัลจากทาง SW Corporation มากขึ้นเท่านั้น”
“อะไรนะ!? ยังได้เงินเพิ่มได้อีกเหรอเนี่ย!!” ขวัญร้องเสียงดัง “แล้วจะมัวรีรออะไรอยู่ ไปล่าลูกแก้วกันเถอะ”
⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝
หลังตะวันตกดินแล้วทุกพื้นที่นอกเมืองในเอเรีย 2 จะกลายเป็นพื้นที่เงียบสงัดดูตรงกันข้ามกับเขตในเมืองที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ออกมาเดินเที่ยวยามค่ำคืน ลมทะเลวันนี้พัดแรงบ้าคลั่งกว่าทุกวันบ่งบอกถึงสภาพอากาศที่ย่ำแย่ เสียงคลื่นซัดเข้ากับฝั่งรุนแรงดังมาถึงใจกลางเมือง ท้องฟ้ามืดอึมครึมน่ากลัวว่าฝนคงจะตกใจไม่ช้า
ทีม Storm Ace เป็นทีมระดับ B ที่สังกัด Little Beauty มีสมาชิก 33 คน พวกเขาเพิ่งฝึกต่อสู้ในเขตนอกเมืองเสร็จ และกำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้าน เสียงป้ายโฆษณาถูกลมพัดดังเอี๊ยดอ๊าด ลมที่พัดมามีความชื้นจากทะเลปะปนมาทำให้เหนียวตัว พวกเขารีบเร่งฝีเท้าเพราะกลัวฝนเทลงมาก่อนจะถึงบ้าน ทว่าในเวลานั้นเอง ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป บางอย่างทำให้พวกเขาหยุดเดิน
พวกเขาถูกล็อกอินอัตโนมัติ มีใครลอบโจมตีงั้นหรือ แม้จะเป็นทีมเล็กๆ แต่ฝีมือของทุกคนล้วนแข็งแกร่งจนได้รับการยอมรับให้เป็นทีมหลักทีมหนึ่งที่มีหน้าที่ขยายอาณาเขตของ Little Beauty ทั้ง 33 คนตั้งขบวนป้องกันอย่างพร้อมเพียงแสดงถึงการทำงานเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม ศัตรูมีเพียงคนเดียว และพวกเขาจะไม่ยอมให้ใครก็ตามที่กำลังแอบโจมตีฆ่าพวกเขาแม้แต่คนเดียว สายตาทั้ง 33 คู่กวาดไปรอบถนนที่เงียบสนิท แสงไฟตามทางเดินบางดวงเหมือนจะเสียจึงกระพริบเดี๋ยวติดเดี๋ยวดับทำให้การมองเห็นลำบากขึ้น แต่บางอย่างก็ปรากฏต่อหน้าพวกเขา บางอย่างที่ไม่ใช่ภาพลวงตา มันทำให้พวกเขาเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมา
เงาลึกลับปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง เป็นร่างผอมสูงประมาณ 2 เมตร แขนยาวจนแทบลากพื้น ผมสีแดงตั้งชี้ฟ้าพลิ้วไหวตามสายลมดุจเปลวไฟ ดวงตาสีแดงส่องสว่างในความมืด บนตัวสวมเสื้อเกราะทองแดงไม่มีแขนคล้ายเกราะของนักรบกรีซโบราณ ทั้ง 33 คนรู้ว่านี่ไม่ใช่การแต่งตัวหรือปรับสภาพตนด้วยการซื้อของจากร้านขายของในเกม อะไรบางอย่างจากส่วนลึกของจิตใจบอกพวกเขาว่าสิ่งลึกลับนี้ไม่ใช่มนุษย์ ควันเรืองแสงสีแดง สีน้ำเงิน และสีเหลือง ลอยขึ้นจากร่างที่ผิดมนุษย์...นั่นเป็นวินาทีสุดท้ายที่ทั้ง 33 คนได้เห็นมัน
1 นาทีหลังจากนั้น เสียงระบบประกาศการตายของทีม Storm Ace ดังขึ้นพร้อมกัน เสียงระบบแจ้งเตือนให้ทีมในสังกัดอื่นๆ และ Little Beauty ต้องตกตะลึง
‘ทีม Storm Ace 33 คน ตายเรียบ ผู้ฆ่า Ebirus The Demon FighterThe เป็นคำนำหน้าของชื่อเฉพาะสำหรับผู้ที่เป็นราชากับมอนสเตอร์ระดับสูงบางชนิดเท่านั้น ซึ่งในที่นี้มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว...
บอสปรากฏตัว!!!
เมื่อทุกคนมาถึง สิ่งที่พวกเขาพบมีเพียงร่างของ Storm Ace 33 คนที่นอนตายเกลื่อน บางคนอยู่บนหลังคาบ้าน ห้อยกับป้ายโฆษณา และกิ่งต้นไม้ริมทาง ขวัญกลืนน้ำลายจ้องมองภาพเบื้องหน้า ศัตรูตัวฉกาจที่เธอต้องก้าวข้ามบนเส้นทางแห่งราชาปรากฏตัวออกมาแล้ว และเพียงแค่ 1 นาที มันก็ฆ่ายอดฝีมือไป 33 คน มันเป็นตัวอะไร มีพลังแบบไหนกันแน่ก็ไม่รู้ ที่รู้มีเพียงอย่างเดียว...ดูเหมือน SW Corporation ไม่ได้วางแผนจะมอบตำแหน่งราชาให้เธอง่ายๆ เสียแล้ว
⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝
เอเรีย 1 ของทุกประเทศก็คือเมืองหลวงของประเทศนั้น จึงเป็นที่รู้กันว่าเอเรีย 1 จะเจริญที่สุดในบรรดาเอเรียทั้ง 10 ไม่เว้นแม้ประเทศไทย ตัวเอเรียมีใจกลางเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย และตึกสูงตระหง่าน ความเจริญรุ่งเรืองทำให้เอเรียนี้มีการอำนวยความสะดวกเพียบพร้อมทุกด้าน การเป็นอยู่ก็สะดวกสะบาย ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นคนจากต่างเอเรียเข้ามาใช้ชีวิตอยู่มากยิ่งกว่าประชากรจริงของเอเรีย 1 สิ่งที่ตามมาจึงหนีไม่พ้นการแข่งขันที่ดุเดือดของเกม SoN จำนวนผู้เล่นที่มากกว่าเอเรียอื่น กับทีมใหญ่ที่มีหลายทีม คือจุดต่างระหว่างเอเรีย 1 กับเอเรียอื่น เพราะเอเรีย 2 ถึง 10 จะมีทีมใหญ่เพียง 3 ถึง 4 ทีมคลุมเอเรียอยู่ แต่ในเอเรีย 1 มีทีมหลายทีมวางอำนาจในเขตแดนของตน ส่งผลให้มีการทำสงครามระหว่างทีมเพื่อแย่งชิงอาณาเขตมากที่สุดในบรรดาเอเรียทั้งหมด
ณ ท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติแห่งประเทศไทย อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาเข้า เวลา 22.00 น.
เด็กสาวผมสีน้ำตาลอ่อนงอนตรงปลายเหมือนหางเป็ดเดินผ่านทางเชื่อมงวงช้างออกจากตัวเครื่อง เธอมีส่วนสูงประมาณ 160 เซนติเมตร ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหมือนผมของเธอ คิ้วตั้งขึ้นทำให้หน้าดุดันเหมือนกำลังโกรธตลอดเวลา มีกิ๊ฟติดผมรวบหน้าม้าที่ยาวปกปิดดวงตาไว้ด้านขวา เธอคนนี้มีนามว่า ไวท์ อายุ 24 ปี เพิ่งจบปริญญาโทสาขาทัศนมาตรศาสตร์ (คณะที่เรียนเกี่ยวกับสายตา โรคทางสายตา การตรวจสายตา การทำแว่น และอื่นๆ เกี่ยวกับสายตาอีกมากมาย) จากมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ งานอดิเรกคือการยิงปืน เธอฝึกยิงปืนจนแม่นยำ และกวาดรางวัลมากมายในช่วงที่อยู่อังกฤษ จนเป็นที่มาของนักแม่นปืนไม่เคยพลาดเป้า ผู้ถูกกล่าวขานอย่างมากในหมู่ผู้เล่น SoN ของอังกฤษ
ไวท์ Mimic Sniper เลเวล 6 สถิตการต่อสู้ ฆ่า 152 คน ตาย 13 ช่วยฆ่า 0 ฆ่ามอนสเตอร์ 81 ตัว
ไอเท็มติดตัว
- ไอเท็มธรรมดา: รองเท้าลิงลม (ไอเท็มหายากระดับ D หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป หรือตามมอนสเตอร์ประเภทสัตว์ป่า เดินบนทางชันเช่นตึก ต้นไม้โดยไม่ต้องใช้มือ
- ไอเท็มวิเศษ: กระสุนทะลวงภูผา (ไอเท็มหายากระดับ S สำหรับผู้เล่นที่ฆ่าได้ติดต่อกัน 100 ครั้ง (โดยตัวเองไม่ตายเลย) สามารถทะลวงทุกเกราะป้องกันไม่ว่าจะเป็นไอเท็มหรือสกิลคุ้มครอง ต่อให้มีความสามารถที่การโจมตีทางกายภาพไม่เป็นผลก็ยิงทะลุได้ หากถูกยิงด้วยกระสุนนี้จะติดสถานะ Suffer ทำให้พลังชีวิตลด 15 หน่วยต่อ 1 วินาที เป็นเวลา 1 นาที และเกราะป้องกันกับเกราะกันเวทย์จะลดลง 99% เป็นเวลา 10 วินาที กระสุนจะเกิดใหม่ทุก 15 นาที)
สกิล
- Passive: Perfect Accurate (สกิลระดับ A) เมื่อไม่ได้โจมตีเป็นเวลา 5 นาที ไวท์จะมีความแม่นยำ 100%
- Active: Copy Mirror (สกิลระดับ B) เลเวล 1 ปลอมตัวเป็นคนอื่นได้ในระยะเวลา 5 นาที
- Active: Copy Paste (สกิลระดับ A) เลเวล 1 เลียนแบบสกิลคนอื่นได้ 1 สกิล (ยกเว้นอัลติ) สกิลที่ก๊อปปี้มาจะไม่มี Side Effect (ผลกระทบอื่นนอกจากการถูกโจมตี เช่นทำให้ติดสถานะต่างๆ) เหมือนของจริง สกิลที่ก๊อปปี้มาจะสามารถใช้ได้เรื่อยๆ ไม่มีจำกัดเวลาจนกว่าจะก๊อปปี้สกิลใหม่มาแทน
- Active: Snipe Shot (สกิลระดับ A) เลเวล 3 ยิงไรเฟิลใส่เป้าหมายได้ 4 ครั้งโดยเป้าหมายไม่รู้ตัวว่าโดนยิง และติดสภาวะ Bleed 10 วินาทีต่อจำนวนครั้งที่โดนยิง (Bleed สภาวะเลือดไหล ลดพลังชีวิต 10 หน่วยต่อ 1 วินาที)
- Ulti: Blazing Shot (สกิลระดับ B) เลเวล 1 ยิงไรเฟิลเป็นลูกไฟใส่ศัตรู ทำให้ติดสถานะ Burn (สภาวะเผาไหม้ ลด HP 10 หน่วยต่อ 1 วินาที) เป็นระยะเวลา 40 วินาที (เมื่ออัพจนถึงขั้นสุดท้ายสกิลจะกลายเป็นระดับ A)

ไวท์เป็นคนขวางโลก มองโลกในแง่ลบ และไม่ยอมคน แต่เพราะไม่ชอบแสดงออกจึงมักเก็บเรื่องที่ไม่พอใจมาด่าทีหลังหรือระบายให้เพื่อนสนิทฟัง ปกติแล้วไวท์จะแสดงบุคลิกออกมาในรูปแบบสาวห้าวที่มีนิสัยคล้ายผู้ชาย ชอบเล่นเกมออนไลน์ เล่นกีต้าร์ อีกทั้งบ่นไม่เข้าใจผู้หญิงทั้งหลาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอปราศจากความเป็นหญิง บางครั้งไวท์จะแสดงความเป็นผู้หญิงออกมาชนิดที่ไม่แพ้ผู้หญิงคนอื่นโดยเฉพาะเรื่องความเข้าใจยาก ยกตัวอย่างเช่นการโทษพ่อตัวเองว่าเลี้ยงดูเธอมาแปลกทำให้เธออยู่ยากในโลกยุคนี้ ทั้งที่พ่อก็เลี้ยงดูเธอมาปกติไม่ต่างจากเด็กคนอื่นทั่วไป เข้าใจยากจริงๆ

ไวท์เริ่มเล่น SoN เพราะมันเป็นเกมที่กำลังเป็นที่นิยมที่สุด ไม่มีคนรู้จักคนไหนที่ไม่เล่น เมื่อเป็นเช่นนั้นสาวติดเกมออนไลน์อย่างเธอจะพลาดได้อย่างไร อีกเหตุผลคือเธอรู้สึกเบื่อกับการชนะเลิศอย่างง่ายดายในการยิงปืนของโลกแห่งความจริงที่มีการจำกัดเป้าหมายตามขอบเขตความสามารถของมนุษย์ แต่ SoN กลับบอกว่าเธอสามารถทำอะไรเหนือมนุษย์ได้ เมื่อเริ่มเล่น SoN ความท้าทายครั้งใหม่เหนือจินตนาการได้เริ่มขึ้นในครั้งแรกที่เธอได้เห็นเป้าหมายที่วิ่งเร็วด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ไวท์หลงใหลเกมนี้ทันที เกมนี้ทำให้โลกแห่งความจริงของเธอกลายเป็นโลกในจินตนาการที่สมบูรณ์แบบ รู้ตัวอีกทีไวท์ก็มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะสไนเปอร์ลึกลับที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป หลายทีมในอังกฤษต้องพบกับการถูกเธอขโมยฆ่ามอนสเตอร์มาหลายครั้ง เธอถึงกับเคยขโมยทีมยักษ์ใหญ่ฆ่ามอนสเตอร์ชั้นสูงที่เฝ้าลูกแก้ววิญญาณมาแล้วทีเดียว นอกจากนี้ผู้เล่นก็เป็นเป้าหมายด้วย ด้วยสกิลลอบยิงอันสุดยอด กว่าคนที่ถูกยิงจะรู้ตัวบางทีพลังชีวิตตัวเองหมดลงแล้ว

ปัจจุบันไวท์ครองตำแหน่งคนที่โจมตีได้ไกลที่สุดในเกม SoN ด้วยปืนไรเฟิลคู่ใจที่ยิงได้ไกลถึง 3 กิโลเมตร เนื่องจากไวท์ที่เล่นคนเดียวสามารถใช้วิธีลอบโจมตีคนอื่นได้ เนื้อที่สนามต่อสู้จำกัดในระยะ 400 ตารางเมตรต่อคน เป้าหมายส่วนใหญ่ของไวท์จึงเป็นทีมใหญ่ที่มอบพื้นที่ต่อสู้ขนาดกว้างขวางสำหรับการใช้ระยะการโจมตีอันไร้เทียมทานให้เป็นอาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพราะเมื่อคนหนึ่งถูกโจมตี คนอื่นในทีมก็จะถูกล็อกอินด้วย พูดง่ายๆ คือยิ่งโจมตีคนหมู่มากเท่าไหร่ ไวท์ยิ่งสามารถโจมตีจากระยะไกลได้มากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่ไวท์มักจะโจมตีทีม 2 ทีมที่กำลังสู้กันอยู่ เพราะต่อให้มีใครตายก็ไม่มีใครสังเกตว่าถูกเธอยิง เหตุใดคนที่แข็งแกร่งอย่างเธอจึงกลับมาที่เมืองไทย?

“ไวท์! ทางนี้ๆ”
เสียงจากเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังโบกมือให้ไวท์ที่เดินออกจากประตูทางออกมาจุดรอรับผู้โดยสาร ไวท์ยิ้มแล้วเดินตรงไปหาเด็กสาวที่มารอรับ โดยมีรถเข็นอัตโนมัติเข็นกระเป๋าสัมภาระตามมาติดๆ

“ไม่เจอกันนานเลยเม ยังติดนิสัยมองคนหัวจรดเท้าไม่เปลี่ยนเลยนะ...” ไวท์พูดขึ้นเมื่อพบว่าสายตาของเด็กสาวได้กวาดมองเธอตั้งแต่หัวลงเท้าในชั่วพริบตาก่อนจะกลับมายิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เม เป็นเด็กสาวตัวเล็กผมดำยาวม้วนเป็นลอนเหมือนขนมปังฝรั่งเศส ดวงตายิ้มตลอดเวลาเหมือนคนใจดี แต่งกายด้วยเสื้อผ้าน่ารักบ่งบอกว่ามีนิสัยแสนหวาน แม้รูปลักษณ์จะทำให้ดูเหมือนเด็กขี้อ้อนแต่ปกติแล้วมีความเป็นผู้ใหญ่จนน่ากลัวเลยทีเดียว สมัยเรียนปริญญาตรีเมเป็นเพื่อนที่พักร่วมห้องกับไวท์ในหอพักมหาวิทยาลัย คณะที่ทั้งสองเรียนด้วยกันในสมัยปริญญาตรีคือคณะวิทยาศาสตร์ แต่เมไม่ได้เรียนปริญญาโทต่อเหมือนไวท์

“ทำไปโดยไม่รู้ตัวน่ะ ช่างมันเหอะๆ ฮ่าๆๆ” เมยิ้มแก้เขิน ไม่ว่าทำอย่างไรก็แก้นิสัยนี้ไม่ได้เสียที
หลังจบมหาวิทยาลัยชีวิตของเมก็เปลี่ยนโดยสิ้นเชิง เธอเข้าทำงานในบริษัทที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับประกอบคอมพิวเตอร์ให้แก่บริษัทคอมพิวเตอร์ต่างๆ ทว่าตัวเธอไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลย หน้าที่ของเธอคือการเป็นเลขาให้หัวหน้าหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่นาน ทำให้เธอต้องเดินทางกับหัวหน้าบ่อยๆ เพื่อไปพบลูกค้า เธอไม่สามารถนอนตื่นสายได้ ไม่สามารถเจอเพื่อนได้ทุกวันอย่างเคย และที่สำคัญ เมไม่ชอบหัวหน้าของตัวเองเอาซะเลย

เมพยายามส่งใบสมัครงานไปที่บริษัทอื่นหลายที่แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากที่ไหนเลย ทั้งที่ผลการเรียน หรือกิจกรรมสมัยเรียนของเธอก็ไม่ได้แย่ มันทำให้เธอสงสัยว่าเพราะเหตุใดจึงไม่มีบริษัทไหนตอบรับในเมื่อเธอแทบไม่ได้ใช้ความพยายามกับการเข้าบริษัทปัจจุบันเลย มันง่ายเสียจนน่าตกใจ ในตอนนั้นเด็กสาวคิดแต่จะหางานทำจึงไม่ได้ดูรายละเอียดอะไรมาก ใครจะไปรู้ว่ามันทำให้เธอเกลียดการทำงานไปเสียแล้ว ทางเลือกที่เหลือคงเป็นการเรียนต่อปริญญาโท เมคิดเช่นนั้น

ปกติแล้วการเดินทางไปบริษัทเมจะใช้รถส่วนตัว แต่บางวันที่ตื่นสายก็เกรงว่ารถจะติดจนต้องเลือกนั่งรถไฟฟ้ามหานครซึ่งห่างจากบ้านเพียงแค่ 3 สถานี ระยะทางจากบ้านไปสถานีรถไฟฟ้าก็แค่ 50 เมตรเท่านั้น ปัญหาคือระยะ 50 เมตรที่ว่าเป็นย่านชุมชนกลางใจเมือง โดยเฉพาะช่วงเลิกงานนั้นเป็นอีกช่วงเวลาที่เมเกลียดที่สุด เพราะที่นี่มีผู้เล่นเกมที่สุดแสนโด่งดังในตอนนี้อย่าง SoN อยู่เต็มไปหมด ยิ่งเมื่อไม่นานมานี้มีการประกาศการชิงตำแหน่งอะไรซักอย่างทำให้มีการต่อสู้ให้เห็นได้ไม่เว้นวัน

สำหรับเมแล้วมันดูไม่แย่นักที่มีคนบินได้หรือปล่อยพลังแสงเหมือนในการ์ตูน เมเคยถามวิศวกรในที่ทำงานเกี่ยวกับเหตุผล ซึ่งเขาอธิบายว่า พื้นที่เธอกำลังเหยียบอยู่ถูกฝังด้วยไมโครชิพชนิดพิเศษที่คอยรับสัญญาณจากดาวเทียมของ SW Corporation และยิงสัญญาณเข้า LG คอมพิวเตอร์ส่วนตัวในรูปแบบสายรัดข้อมือที่ทุกคนในยุคนี้ต้องมี จากนั้น...พอถึงตรงนี้เมก็หยุดฟังเพราะมันทำให้เธอปวดหัว อย่างที่บอกเมไม่มีความรู้ด้านนี้ และไม่สนใจจะรู้ด้วย ส่วนอีกเหตุผลคือเธอเกลียดเกม ก่อนหน้านี้มันเป็นสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะเกลียดการทำงานมากกว่าเกม แต่เรื่องที่เกลียดเกมก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

ความเครียดจากการทำงานที่ไม่ชอบส่งผลให้เมหงุดหงิดจนอยากระเบิดออกมา ยิ่งเห็นพวกที่กำลังสู้กันอย่างเอาจริงเอาจังพร้อมกับคนรอบข้างที่คอยส่งเสียงเชียร์หนวกหูน่ารำคาญทำให้เธอสุดจะทน

“กะอีแค่เกมจะอะไรกันนักหนานะ เดี๋ยวก็ฆ่าซะทุกคนเลยนี่”
เมพึมพำอย่างเหลืออดระหว่างที่เดินผ่านคนกลุ่มนั้น ทันใดนั้นลูกไฟลูกใหญ่ก็พุ่งเข้าชนเธอ รู้สึกเหมือนลมร้อนผ่านไปวูบหนึ่ง คนที่ปล่อยใส่เธอวิ่งผ่านไปโดยไม่คิดจะขอโทษ เมโกรธมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือจำหน้าของคนคนนั้นไว้แล้วสร้างภาพจำลองขึ้นมาเพื่อเอาหน้าไปใส่ในตุ๊กตากระต่ายตัวใหญ่ที่เธอใช้ชกระบายอารมณ์ทุกวัน (เมไม่สามารถถ่ายรูปได้เพราะปัจจุบัน LG มีโปรแกรมพิเศษที่คนนิยมใช้กัน โดยมันมีหน้าที่ป้องกันการถูกถ่ายรูปโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว หากใช้ LG ถ่ายรูปคนโดยไม่ได้รับอนุญาต หน้าของคนคนนั้นจะถูกเซ็นเซอร์เอาไว้)

เมโทรคุยกับไวท์ที่อยู่อังกฤษทุกวันเพื่อบ่นเรื่องน่าหงุดหงิดทั้งหลายไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องเกมที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา แต่เมกับไวท์นั้นต่างกันราวฟ้ากับดินเพราะไวท์ไม่ใช่เด็กเรียนเหมือนเม ไวท์เป็นสาวถึกชอบลุย และเกมออนไลน์ก็เป็นสิ่งชื่นชอบ แม้ว่าตอนนั้นไวท์จะยุ่งกับการเรียนและการกวาดรางวัลการแข่งยิงปืนจนไม่มีเวลาเล่นเกม ใครจะรู้ว่าหลังจากนั้นไม่นานไวท์จะเริ่มเล่น SoN

“เมลองเล่นแล้วจะติดใจ เครียดอยู่ไม่ใช่เหรอ เกมนี้ได้ฆ่าคนด้วยนะ ไม่ต้องจำหน้ามาสร้างหน้าจำลองใส่ตุ๊กตาให้ยุ่งยากแล้ว” ไวท์พยายามโน้มน้าวเมเต็มที่ ซึ่งมันทำให้เมหงุดหงิดกว่าเดิม “ถ้าเล่นเก่ง ได้เป็นราชานี่สุดยอดเลยนะ ได้เงินรางวัลเยอะมาก”
“เอิ่ม จะชนะมั้ย ไวท์ก็รู้ว่าเมเล่นเกมห่วย” เมพูดอย่างอารมณ์เสีย “ยิ่งในเอเรีย 1 นี่ออกข่าวทุกวันว่าการแข่งขันชิงเป็นราชาอะไรนั่นมันสุดๆ เลย”
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันช่วย ฉันเก่งนะ” ไวท์ยังไม่ยอมแพ้
“แล้วทำไมไวท์ไม่เป็นราชาเองล่ะ?”
“ฉันเพื่อนน้อย จะเป็นราชาต้องได้รับการยอมรับจากผู้เล่นในเอเรีย 50% ขึ้นไป อีกอย่างฉันไม่ค่อยสนด้วย กะลุยเอามันอย่างเดียว” ไวท์หัวเราะเสียงดัง “หน่า มาเล่นด้วยกัน เดี๋ยวกลับไปแล้วจะช่วยให้เมเป็นราชาเอง ถ้าไม่ชอบค่อยเลิกก็ได้” เมเบือนหน้าหนี แล้วดวงตาเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นมาราวกับกำลังคิดวางแผนร้าย
“เลี้ยงข้าวเมด้วยเลย”
“ได้ๆ ตกลงนะ เดี๋ยวกลับไปเจอกัน ตั้งทีมรอเลย”

Loading...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น