SoN สงครามเกม Outline

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 279 Views

  • 7 Comments

  • 19 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    67

    Overall
    279

ตอนที่ 11 : The Area War Arc: บทที่ IX อุ้น Jingaras Jingarris!?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 พ.ค. 62

การปรากฏตัวของราชาแห่งเอเรีย 1 สร้างความกดดันให้กับวงการ SoN มากขึ้นไปอีกขั้น ไม่เพียงแค่แย่งตำแหน่งทีมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจาก Little Beauty แต่ยังครอบครองพลังเวทย์ที่รุนแรงที่สุดในเกมด้วย ทั้งยังมีหนุ่มกับไวท์สองยอดฝีมือเลเวล 6 เป็นลูกน้อง เอเรีย 1 กลายเป็นเอเรียที่ทรงพลังมากที่สุด ความตรึงเครียดของสงครามเย็นระหว่าง 3 ราชาแห่งเอเรีย 2, 9, และ 10 จึงทวีขึ้นอีก ไม่มีเอเรียไหนกล้าเสี่ยงโจมตีกันหรือบุกยึดเอเรียอื่นที่ยังไม่มีราชา

การยึดเอเรียจะนำมาซึ่งเงินรางวัลและยังสามารถขยายทีมให้ใหญ่ขึ้นได้ จึงไม่แปลกที่เหล่าราชาจะพยายามขัดขวางกันเองในการบุกยึดเอเรียอื่น แต่การที่ราชาสองคนสู้กันย่อมต้องเป็นเรื่องใหญ่ และอาจมีราชาอีกคนโผล่มาเป็นมือที่สามคอยฉวยโอกาสก็เป็นได้ ในสถานการณ์แบบนี้ไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวโดยไม่เตรียมการ หรือบางที...พวกเขาอาจกำลังวางแผนอยู่ก็เป็นได้

กล่าวถึงปัจจุบัน เอเรีย 3 กับเอเรีย 8 คือเอเรียที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่ราชาคนต่อไปจะเกิดขึ้นเพราะสงครามกลางเมืองของทั้งสองเอเรียนั้นเข้มข้นเหลือเกิน ในช่วงเวลานั้นเองที่เอเรีย 3 ได้ปรากฏชายผู้มีชื่อเสียงในฐานะผู้สนับสนุน (Supporter มีหน้าที่หลักคือช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมเช่นรักษา หรือเพิ่มสถานะต่างๆ หากเป็นผู้สนับสนุนสายโจมตี จะมีสกิลที่สามารถทำให้ศัตรูติดสภาวะผิดปกติเสียส่วนใหญ่ เช่นทำให้ช้าลง หรือตาบอด เป็นต้น) ชื่อเสียงของเขาโด่งดังมากจนราชาทั้งสี่ได้ส่งคนมาทาบทามให้เข้าทีม แต่ก็ถูกปฏิเสธเสมอ

เนย สาวน้อยตัวเล็กร่างป้อม ผู้แยกทางจากทีมตัวเองเพื่อมุ่งหน้าสู่การเป็นราชา กำลังออกเดินทางตามหาเพื่อนร่วมทีมไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องยากเพราะคนส่วนใหญ่ล้วนมีทีมกันแล้ว ยิ่งในสถานการณ์ดุเดือดของสงครามกลางเมืองจะมีใครมาสนใจเนยที่มีเลเวลแค่ 4 แถมยังไม่มีทีมเป็นของตัวเอง วันหนึ่งระหว่างที่กำลังเดินโต๋เต๋ไปตามเมืองเนยก็พบชายร่างสูงใหญ่ ผิวขาว ดวงตาเล็กเป็นเส้นชี้ขึ้นคล้ายสุนัขจิ้งจอก ใบหน้าทรงสี่เหลี่ยมเข้ากับผมสั้นตั้งขึ้นเล็กน้อย ชายคนนั้นกระโดดเข้ามาขวางทางเธอแล้วร้องขึ้น

“อุ้น Jingaras Jingarris!”
“ฮะ?”
“อุ้น Jingaras Jingarris!!”
“ฮะ??”
ชายหนุ่มกางขาย่อเข่าลงเล็กน้อย เท้าขวาจิกลงพื้น มือสองข้างอ้าออกเหมือนจะรับอะไรจากฟ้า หน้าเชิดขึ้นด้วยสีหน้าที่เจ้าตัวคิดว่าเซ็กซี่ที่สุด เนยยืนนิ่งตะลึงงันพูดอะไรไม่ออก ทั้งสองเงียบกันไปพักใหญ่ก่อนที่อุ้นจะกลับมายืนท่าปกติแล้วหัวเราะในลำคอ ฮึๆ

“นี่ถ้าผมคิดจะโจมตีคุณ คงได้มีคนตายไปแล้ว” คำพูดบ่งบอกว่าตัวเองฉายเดี่ยว จึงสามารถลอบโจมตีเนยได้ลอยออกมาจากปากชายหนุ่มอย่างไม่ปิดบัง เนยหงุดหงิดขึ้นมาเพราะรู้สึกว่ากำลังถูกดูถูก
“โห แน่จริงพูดออกมาใหม่สิ จะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่จะตาย” เนยท้าทาย เตรียมพร้อมล็อคอินทุกเมื่อ (ในเอเรีย 3 มีการเล่นที่นิยมเรียกว่า Quick Duel คือแข่งกันว่าใครล็อคอินได้เร็วกว่ากัน หากล็อคอินได้เร็วกว่าจะสามารถออกสกิลได้เร็วกว่าและได้เปรียบในการต่อสู้ครั้งแรก จะบอกว่าคล้ายกับการดวลปืนของพวกคาวบอยก็ไม่ผิดนัก)
“รู้ๆ กันอยู่แล้วยังจะต้องให้พูดอีกเหรอครับ ฮึๆๆ...ก็ผมไง”
“แกหรอกเรอะ!?” เนยร้องเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามอง เธอรีบหุบปากด้วยความอาย จ้องมองชายกวนประสาทตรงหน้า พอพูดจบก็โพสต์ท่าเดิมที่ชวนให้หงุดหงิดชอบกล ว่าแล้วเขาก็กลับมายืนท่าปกติอีกครั้งก่อนจะถามขึ้น
“ท่านพี่หน้าผากกว้างตรงนั้น ก็เล่น SoN สินะครับ เหตุใดจึงยังเล่นคนเดียวไม่มีทีมอยู่อีก สมัยนี้คนแบบพี่ช่างหายาก” คำพูดเป็นภาษาทางการที่ชัดถ้อยชัดคำ เสียงดังฟังชัดโดยเฉพาะคำว่า...
“ใครหน้าผากกว้างยะ เดี๋ยวมีถีบ” เนยโวยวาย
“ถีบมาแล้วครับ...เจ็บด้วย” ชายหนุ่มยังคงรักษารอยยิ้มที่บิดเบี้ยวไปเล็กน้อยเพราะโดนเนยเตะหน้าแข้งเข้าไปเต็มๆ เขาดูสูงมากเมื่อยืนกับเนยที่สูงแค่ไหล่เขา
“แล้วมีธุระอะไร?” เนยถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเป็นฝ่ายถูกทัก
“จากนี้ไปว่าจะไปลุยกับมอนสเตอร์น่ะครับ เลยอยากจะชวนท่านพี่หน้าผากกว้างมา (โดนเตะแข้งเข้าไปอีกรอบ)...มาร่วมมือกันแบบชั่วคราว”
“ถ้าอยากจะตีมอนสเตอร์ทำไมไม่เข้าร่วมทีมล่ะ หรือไม่ก็ไปตีเอง”
“ผมเป็นสายสนับสนุน ไม่มีสกิลโจมตีหรอกครับ ส่วนเรื่องทีมก็พอดีมีปัญหานิดหน่อย เลยไม่คิดจะเข้าทีมไหน ลุยเดี่ยวแล้วหาคนแบบพี่ไปช่วยกันตีแบบชั่วคราวดีกว่า” การรวมทีมกันแบบชั่วคราวเรียกว่าปาร์ตี้ ต่างจากทีมตรงที่มีจำนวนคนจำกัดแค่ 10 คนต่อปาร์ตี้ และเป็นเพียงการรวมตัวชั่วคราวไม่จัดว่าเป็นทีมจึงไม่สามารถท้าสู้ทีมอื่นได้ มักมีขึ้นเพื่อไปตีมอนสเตอร์เก็บเลเวลเท่านั้น (หากปาร์ตี้กันแค่สองคน จะเรียกว่า Tag Team)
“อย่างนี้นี่เอง ได้สิ แต่ฉันเพิ่งจะเลเวล 4 เองนะ อย่าเลือกตัวโหดๆ ละกัน”
นั่นคือการพบกันครั้งแรกของสุดยอดคู่หูคู่เกรียนที่สร้างตำนานสะท้านเกม SoN ในเวลาต่อมา
⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝
การตีมอนสเตอร์คือการเก็บเลเวลแบบหนึ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มองข้าม อาจพูดได้ว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่ส่วนที่ SoN มีเหมือนกับเกมออนไลน์อื่น แน่นอนว่าการตีมอนสเตอร์ใน SoN เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงเช่นกัน (ยกตัวอย่างเช่นการตีมอนสเตอร์ชั้นสูงเพื่อชิงลูกแก้ววิญญาณ หรือการต่อสู้กับบอส) แต่จะต่างจากการปรากฏตัวอย่างสุ่มของมอนสเตอร์ชั้นสูงหรือบอสตรงที่มอนสเตอร์ทั่วไปจะปรากฏตัวตามอาณาเขตพิเศษที่ถูกกำหนดไว้เท่านั้น อาณาเขตพิเศษที่ว่านี้หมายถึงสถานที่ที่มีการติดตั้งไมโครชิพพิเศษบังคับให้ผู้เล่นที่เข้ามาในสถานที่ทำการล็อกอินโดยอัตโนมัติ (ยกตัวอย่างเช่น ตึกเอนทาราในเอเรีย 1)

เหตุผลที่การตีมอนสเตอร์ถูกมองข้ามไปเพราะอย่างที่เคยอธิบายไปแล้วว่ามอนสเตอร์ใน SoN มีมาตรฐานต่างจากผู้เล่น ถึงจะเลเวลเท่ากันหรือต่ำกว่าก็ใช่ว่าจะเอาชนะได้ง่ายๆ แม้มีได้ไอเท็มดีๆ กับเงินตกจากการตีมอนสเตอร์บ้างแต่ค่าประสบการณ์ที่ได้รับจะต่ำกว่าการฆ่าผู้เล่นด้วยกันเอง ปกตินอกจากมอนสเตอร์ชั้นสูงที่จำเป็นสำหรับการขึ้นเป็นราชาแล้ว ผู้เล่นส่วนใหญ่จึงแทบไม่ตีมอนสเตอร์เลย

อุ้นพาเนยมายังเขาค้ำฟ้า สถานที่ท่องเที่ยวประจำเอเรีย 3 ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย สองปีก่อนเกิดเหตุดินถล่มทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนบาดเจ็บ และเสียชีวิต สถานที่แห่งนี้จึงถูกปิดตายห้ามเข้า ต่อมา SW Corporation นำทีมเข้าสำรวจพื้นที่ หลังจากแน่ใจว่าดินมีความแน่นตัวดีแล้ว จึงมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง แม้ว่าหลังจากนั้นคนที่มาจะเป็นนักเล่นเกมมากกว่านักท่องเที่ยว เพราะ SW Corporation ได้เปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นอาณาเขตพิเศษสำหรับเก็บเลเวลไปเสียแล้ว

ทันทีที่เข้าสู่อาณาเขตเขาค้ำฟ้า LG ก็ทำการล็อกอินเกมอัตโนมัติ ภูเขาแห่งนี้มีจุดให้หยุดพักสำหรับคนเดินเขาทั้งหมด 5 จุด แต่ละจุดมีสถานที่สำหรับนั่งพักผ่อน ตู้บริการขายอาหารเครื่องดื่มอัตโนมัติ และโทรศัพท์ หากเป็นจุดที่ 3 กับ 5 จะมีสถานที่พักให้ด้วย จุดพักผ่อนทั้ง 5 นี่แหละคือสถานที่ที่จะพบมอนสเตอร์ได้ อุ้นกับเนยขึ้นกระเช้าแก้วลอยฟ้ามาจนถึงจุดที่ 3 แล้วเดินไปตามทางเดินที่เป็นดินแน่นแข็งสีเหลืองอมแดง ทางด้านข้างปกคลุมด้วยต้นไม้สูง บวกกับความชื้นในอากาศและเมฆดำทะมึนที่ปรากฏอยู่บนฟ้าให้ความรู้สึกลึกลับ

ยิ่งขึ้นสูงไปเรื่อยๆ เลเวลของมอนสเตอร์ก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน เนยเคยมาที่นี่บ่อยๆ แต่ไม่เคยไปเกินจุดที่ 3 เพราะจาก จุดที่ 3 ขึ้นไปจะเป็นที่ที่มอนสเตอร์เลเวลสูงกว่า 5 อาศัยอยู่ เนยเป็นคนที่รู้ว่าหากสู้ไม่ได้ก็ไม่คิดจะเริ่มเลยด้วยซ้ำ เธอจึงอยู่ไม่เกินจุดที่ 3 ตลอด แต่อุ้น ชายหนุ่มนักสนับสนุนกลับลากเนยไปถึงจุดที่ 4 พวกเขาตีบ้างพักบ้างจนเวลาผ่านไปหนึ่งวันเต็ม แล้วจึงกลับไปพักที่บ้านพักตรงพื้นที่ระดับสาม

บ้านพักตั้งอยู่บริเวณเนินที่แยกออกไปอยู่ระหว่างจุดพักที่ 3 กับ 4 เป็นอาณาเขตที่มอนสเตอร์จะไม่ตาม แต่ก็ล็อกเอาท์ไม่ได้เพราะยังอยู่ในอาณาเขตพิเศษ พื้นเป็นทุ่งหญ้าที่ถูกตัดเกรียนเรียบร้อย มีต้นไม้บ้างเป็นบางจุดดูสบายตา ทางเดินที่ตัดกลางเนินทุ่งหญ้าไปจนถึงบ้านพักเป็นก้อนกรวดที่ปูทับด้วยแผ่นไม้เนื้อแข็งสีน้ำตาลเป็นขั้นบันไดขึ้นไปจนถึงบ้านพัก บ้านพักถูกสร้างเป็นขั้นบันไดตามระดับความสูงของเนินเขา เป็นบ้านไม้หลายหลังที่ถูกห้อมล้อมด้วยพุ่มไม้ต่ำ แสงสว่างสีเหลืองทองจากตะเกียงทรงโบราณหน้าบ้านแต่ละหลังส่องสว่างมองคล้ายภูเขาเรืองแสงเล็กๆ ดูสวยงามเป็นธรรมชาติมาก

ไม่มีใครอยู่ ไม่มีแขกแม้แต่คนเดียวนอกจากทั้งสอง พวกเนยเดินไปที่บ้านไม้หลังแรกสุด ด้านข้างของประตูมีช่องทรงกลมสำหรับสแกน LG เนยกับอุ้นผลัดกันใส่ LG ของตัวเองเข้าไปเพื่อตัดเงินจากบัญชีใน LG และลงทะเบียนว่าผู้เข้าพักคือใคร เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนจอมอนิเตอร์ขนาดเล็กที่ติดกับประตูก็ปรากฏชื่อของทั้งสองขึ้น ประตูเปิดออกอัตโนมัติให้เข้าไป ภายในตกแต่งเรียบง่าย ไม่มีอะไรโดดเด่น มีเตียงสองเตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะไม้ และประตูหนึ่งบานที่คงจะเป็นห้องน้ำ หลังจากเหนื่อยมาทั้งวันทั้งสองรีบจัดการอาหารสำเร็จรูปที่ซื้อมาจากตู้ขายอาหารอัตโนมัติตรงเขตพักผ่อนที่ระดับสาม ของเนยเป็นแพนเค้กราดน้ำผึ้ง ส่วนของอุ้นเป็นข้าวผัดหมู แล้วจึงอาบน้ำเข้านอน (ในตู้เสื้อผ้ามีชุดนอนเตรียมไว้พร้อมสำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมตัวมา) เมื่อปิดไฟได้ซักพักอุ้นก็เริ่มบทสนทนา

“เหนื่อยทั้งวันเลยนะครับ”
“เจ๊เลเวลขึ้นเป็น 5 ละ ถือว่าคุ้ม” เนยที่กำลังเคลิ้มน้ำลายไหล สะดุ้งขึ้นมางัวเงียตอบ คงเพราะเหนื่อยจริงๆ เธอจึงหลับอย่างรวดเร็วในตอนแรก การนอนกับชายแปลกหน้าไม่ได้ทำให้กังวลเพราะต่อให้อุ้นคิดไม่ซื่อ ในสภาวะล็อกอิน SoN อยู่ตลอดเวลาแบบนี้ เธอก็พร้อมจะต่อสู้กับเขาทันที
“งั้นพรุ่งนี้ก็ไปจุดที่ 5 กันนะครับ”
“จะบ้าเรอะ วันนี้แค่จุดที่ 4 ก็หนักแล้ว”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเลเวล 6 แล้ว ชนะแน่นอน”
“แต่แกไม่มีสกิลโจมตี” จากการร่วมต่อสู้มาทั้งวันบวกกับความที่มีบุคลิกเฮฮาเข้ากับคนง่ายทำให้ทั้งสองสนิทกันอย่างรวดเร็ว เนยจึงเริ่มพูดจาเป็นกันเอง
“แหม่ พี่ ถึงโจมตีไม่ได้ก็สนับสนุนพี่ได้อยู่แล้ว พี่ก็น่าจะสังเกตไม่ใช่เหรอ ว่าจุดที่ 3 มันง่ายเกินไปแล้วสำหรับพี่” เป็นเรื่องจริงที่น่าตกใจ ทั้งที่เลเวลของเนยก็เท่ากับตอนที่มาครั้งที่แล้ว แต่กลับสามารถจัดการมอนสเตอร์ในจุดที่ 3 ได้อย่างง่ายดายแถมอุ้นก็แทบไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่สิ เขาทำอะไรโดยที่เนยไม่สังเกต นั่นเป็นเหตุให้อุ้นลากเนยไปจุดที่ 4 ต่อทันที เนยเริ่มตาสว่างขึ้นมายกมือปาดน้ำลายที่ไหลยืดออกมาจากปาก พยายามเปิดเปลือกตาแสนเล็กให้ลืมขึ้นมา
“โอเค ว่าแต่แกขึ้นถึงเลเวล 6 ได้ไงเนี่ย เป็นแค่ตัวสนับสนุนแท้ๆ น่าจะได้ค่าประสบการณ์น้อยกว่าคนอื่นนี่นา”
“ผมเป็นนักเล่นเกมมืออาชีพน่ะครับ มีความรู้เรื่องเกมพอสมควร แถม SoN ก็ทำระบบสำหรับคนที่เลือกเล่นสายสนับสนุนให้เก็บเลเวลง่ายพอๆ กันสายอื่นนั่นแหละ อีกอย่างหนึ่ง...” นักเล่นเกมมืออาชีพ หมายถึงคนที่เล่นเกมเพื่อเลี้ยงชีพของตัวเอง คนกลุ่มนี้จะมีความรู้ และความชำนาญเรื่องเกมมากกว่านักเล่นเกมปกติที่เล่นเพื่อความสนุกสนาน ดังนั้นทุกครั้งที่มีเกมใดที่มีโอกาสทำเงินได้มากพวกเขาจะรีบลงทะเบียนก่อนใครทันที การเล่นเกมคืองาน ไม่ใช่การละเล่น (เกม SoN มีระบบให้แลกเงินในเกมเป็นเงินจริงได้โดยเงิน 100,000 ซิน สามารถแลกเป็นเงินได้ 1,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูงมาก เพราะเงินในเกมได้มาค่อนข้างยาก)
“อีกอย่างหนึ่ง...?”
“ผมเป็น First Generation ครับ” First Generation คนกลุ่มแรกที่ได้ไอเท็มเพิ่มประสบการณ์พิเศษในช่วงหนึ่งเดือนแรก พร้อมทั้งข้อมูลพิเศษเช่นเทคนิคในการต่อสู้หลายๆ อย่างทำให้ได้เปรียบผู้เล่นทั่วไปอย่างมาก ปัจจุบันทั่วทั้งโลกมี First Generation ที่ยังเล่น SoN อยู่เหลือเพียง 43 คนเท่านั้น พวกเขาถูกเรียกขานเป็นบุคคลแห่งตำนาน เพราะทั้ง 43 คนล้วนขึ้นเลเวล 6 และมีความสามารถในการต่อสู้สูงจนอยู่ในฐานะผู้นำตามที่ต่างๆ
คร่อก คร่อก เสียงที่ตอบกลับมาเป็นเสียงกรนจากเนย ผู้หลับไปเสียแล้ว เสียงกรนดังพอสมควรจนน่าตกใจ...เพราะได้เปรียบผู้เล่นคนอื่น บางครั้ง First Generation ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกขี้โกง และโดนผู้เล่นทั่วไปหลายคนเกลียด อุ้นรู้สึกเป็นกังวลที่จะให้เนยรู้แต่ดูเหมือนเนยไม่ได้สนใจมากนัก เขายกมือขึ้นก่ายหน้าผากในใจคิดหวาดหวั่นว่า หากเนยรู้เป้าหมายที่จริงของเขาแล้วเธอยังจะไปกับเขาอยู่หรือไม่ แต่เขาก็ยิ้มออกมาพลางพูดประชดใส่เสียงกรนของเนย

“มีสิงโตอยู่ในห้องนี้...”
⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝⃝
“วิธีหนึ่งที่เก็บค่าประสบการณ์ได้ดีคือการทำภารกิจของเกมเช่น ปราบมอนสเตอร์, ส่งของ, เข้าร่วมกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเพื่อเอารางวัล เช่น วิ่งแข่งอะไรงี้ล่ะครับ”
“จริงดิ มีอะไรอย่างงั้นด้วย!? ไม่เห็นเคยรู้เรื่องเลย นึกว่าเกมนี้มีแต่ยกพวกตีกัน กับฆ่ามอนสเตอร์ซะอีก” เนยตาโต มีเรื่องที่เธอไม่รู้เกี่ยวกับเกมนี้เยอะเหลือเกิน เธอไม่ได้พูดเรื่อง First Generation ซึ่งน่าจะเป็นเพราะหลับไปก่อนจึงไม่ได้ยิน หรืออาจได้ยินแต่ไม่สนใจ
“มันไม่เป็นที่นิยมเพราะเป็นส่วนที่สามารถหาได้ในเกมออนไลน์อื่น ถ้าจะพูดถึงเกม SoN ต่อสู้กับผู้เล่นด้วยสกิลที่สร้างขึ้นเองน่าจะเป็นอะไรที่ดีสุดแล้วน่ะครับ”
“ไม่หรอก ตีกันอย่างเดียวน่าเบื่อจะตาย ถ้ารู้ว่ามีแบบนี้ค่อยน่าสนุกขึ้นหน่อย เจ๊เกือบจะเบื่อตายอยู่แล้ว วันๆ มีแต่สู้กัน แย่งเอเรียกัน เครียดจะตาย เกือบเลิกเล่นอยู่แล้วเชียว นี่ถ้าไม่เพราะอยากเป็นราชาก็คงเลิกไปแล้วล่ะ” เนยหยิบหมวกมาสวมกันแสงแดดยามเที่ยงที่สาดส่องจากเบื้องบนอย่างไม่เห็นใจกัน แล้วรวบผมที่สั้นอยู่แล้วเพราะเริ่มรู้สึกร้อนทำให้หัวเธอกลมเหมือนลูกชิ้นลูกโต ทั้งสองตื่นมาตีระดับสี่กันในตอนเช้า เมื่อพักทานอาหารกลางวันเสร็จก็มุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดของเขาค้ำฟ้า
“ฮ่าๆๆ พี่อยากเป็นราชาเหรอครับ? แล้วทำไมถึงมาอยู่คนเดียวแบบนี้ ราชาต้องหาพวกพ้องเยอะๆ ไม่ใช่เหรอ เพราะการจะเป็นราชาจำเป็นต้องมีคนยอมรับ...”
“ก็หาอยู่นี่แหละ แต่ยังไม่ได้ซักคน วันนี้เขาจะมีสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่นี่ ทีมใหญ่ในเอเรีย 3 ทั้งสี่ทีมจะสู้กัน อย่างนี้เจ๊จะได้เป็นราชามั้ยน้า” เนยถอนหายใจพูดออกมาราวกับไม่ใส่ใจนัก “แล้วนายว่าไงล่ะ สนใจมาร่วมทีมกับเจ๊มั้ย แต่ไม่ให้เป็นราชานะ” เนยหันขวับทำตาลุกวาวขู่ใส่อุ้น
“พี่อย่าพยายามทำตาโตเลยครับ ตาพี่มันตีบเกิน (โดนเหยียบเท้า) ...ผมไม่สนตำแหน่งราชาอยู่แล้วล่ะครับ เป็นแล้วคงจะเครียด ข่าวสงครามเย็นระหว่างราชากำลังเป็นหัวข้อคุยเลยนี่ครับ เข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นคงแย่” เนยเริ่มหายใจหอบด้วยความเหนื่อย ความกดอากาศที่ต่ำลงตามความสูงของภูเขาทำให้หายใจลำบาก เขาค้ำฟ้ามีความสูง 2,644 เมตร ตอนนี้พวกเธอกำลังจะไปถึงยอด เนยเริ่มรู้สึกทึ่งในตัวเองที่มาได้ขนาดนี้ในระยะเวลาที่สั้นพอสมควร
“พอถึงจุดที่ 5 แล้วรีบเข้าบ้านพักก่อนนะ ไม่งั้นเจ๊จะตายด้วยความเหนื่อยแทนที่จะโดนมอนสเตอร์ฆ่า” ระหว่างทางมีจุดท่องเที่ยวให้หยุดชม เจดีทรงไทยสีทองอร่าม น้ำตกขนาดเล็กให้แช่เท้าคลายร้อน และทุ่งดอกไม้หลากสี ยิ่งขึ้นสูงยิ่งเห็นความงามจากทิวทัศน์ของเอเรีย 3 จนให้ความรู้สึกคุ้มค่าที่ยอมเหนื่อยเดินขึ้นมา โดยเฉพาะเนยที่เพิ่งจะเคยขึ้นมาถึงความสูงระดับนี้ทำให้เธอรู้สึกปลื้ม เธอยืนสูดอากาศสดชื่นริมทุ่งดอกไม้อย่างอารมณ์ดี
“สมเป็นแดดยามบ่าย แรงจริงนะพี่ ดำชัวร์”
“แก๊! อย่ามาทำลายบรรยากาศตอนคนกำลังดื่มด่ำกับความงามของวิวสุดสวยนะเฟ้ย” เนยกระโดดถีบอุ้นเต็มๆ
“หน่าพี่ ความประทับใจพวกนี้เก็บไว้ตอนได้ถึงยอดเขาจริงๆ ก่อนเถอะ”
“ยอดเขา?” จุดที่ 5 ตั้งอยู่ก่อนถึงยอดเขา หากไม่สามารถผ่านจุดที่ 5 ก็ไม่อาจไปสู่ยอดเขาได้ อย่างน้อยก็ในฐานะของผู้เล่น SoN ใบหน้าของเนยกลับมาจริงจังอีกครั้ง จุดที่ 5 ถือเป็นเขตอันตรายสำหรับผู้เล่นเกม SoN บนนั้นมีมอนสเตอร์อยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้น เป็นมอนสเตอร์หายากที่มีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าบอส! “มอนสเตอร์นั่นมันเก่งเกินไป ถึงทำใจแล้วแต่ไม่คิดว่าจะชนะได้หรอก”
“ไม่ได้ไปสู้กับมันหรอกครับ ผมมีภารกิจของเกมต้องทำให้เสร็จเลยต้องไปที่นั่น ถ้าพี่ไม่ไปผมก็ไม่บังค่ะ”
“บังคับเฟ้ย!” ว่าแล้วทั้งสองก็เตรียมพร้อมต่อสู้ ปกติบนเขาค้ำฟ้ามอนสเตอร์จะปรากฏเฉพาะจุดพักชมวิวทั้ง 5 จุดเท่านั้น และพวกมันจะออกจากจุดพักชมวิวไม่ได้ สรุปคือหากหนีออกจากจุดพักชมวิวได้ มอนสเตอร์ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่กฎนั้นครอบคลุมแค่จุดที่ 1 ถึง 4 ก่อนถึงจุดที่ 5 มอนสเตอร์ผู้เฝ้าทางเข้าจะปรากฏตัวขึ้น เป็นมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายคนร่างเล็กใส่เกราะผุพังขึ้นสนิม ถือขวานใหญ่ลากไปตามพื้น ดวงตาโตสีเขียวเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา หูยาว มีผมสีขาวขึ้นแซมบนหัวเล็กน้อย บางตัวไม่ถือขวานแต่เป็นธนูเล็กๆ พวกนี้คือก็อบลิน เลเวล 5

ก็อบลินสามารถพบได้ตั้งแต่เลเวล 1 ซึ่งรูปลักษณ์ในแต่ละเลเวลจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่นเริ่มมีอาวุธ และชุดเกราะ บางคนไม่รู้อะไรอาจเข้าไปตีเพราะคิดว่าพวกมันเลเวลต่ำ และต้องพบกับความตาย ก็อบลินเลเวล 1-4 จะไม่โจมตีก่อน แต่หากถูกโจมตีเพียงหนึ่งตัว ตัวที่เหลือจะเข้ามารุมทันที ซึ่งต่างจากก็อบลินเลเวล 5 พวกมันจะไม่รอให้ถูกโจมตีก่อน แต่จะเข้ามาโจมตีผู้เล่นทันที
เนย Genie เลเวล 5 สถิตการต่อสู้ ฆ่า 71 คน ตาย 17 ช่วยฆ่า 20 ฆ่ามอนสเตอร์ 93 ตัว
ไอเท็มติดตัว
- ไอเท็มธรรมดา: ชุดสายฟ้า (ไอเท็มหายากระดับ C ได้จากการฆ่ามอนสเตอร์ระดับ C สามารถปล่อยสายฟ้าออกมารอบๆ ได้ คนที่โจมตีใส่เนยมีสิทธิ์ติด Numb 10%)
- ไอเท็มพิเศษ: กำไลจอมบงการ (ไอเท็มหายากระดับ A รางวัลสำหรับคนที่ได้สกิลระดับ S เนยสามารถควบคุมการโจมตีระยะไกลของตัวเองได้ดั่งใจนึก)
- ไอเท็มเฉพาะ: กระเป๋าเจ๊ตุ่น (ไอเท็มที่มีเนยมีเพียงคนเดียว ตั้งชื่อเองได้ เนยมีไอเท็มเฉพาะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสกิลที่เธอเลือกตั้งแต่แรก ไอเท็มภายในกระเป๋าจะเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ โดยเนยสามารถหยิบไอเท็มประหลาดออกมาจากกระเป๋าเจ๊ตุ่นได้ทีละ 1 อย่าง ไอเท็มที่หยิบออกมาเป็นไอเท็มที่ใช้ในการสวมใส่แต่จะมีความสามารถสุ่มที่แม้แต่เนยก็ไม่รู้ว่าคืออะไร ระดับของไอเท็มจะสูงขึ้นตามเลเวลของสกิล ปัจจุบันเนยสามารถดึงไอเท็มระดับ D ออกมาได้ หากเนยเอามาสวมใส่เองไอเท็มจะคงอยู่เพียง 5 นาที กระเป๋าตุ่นยังสามารถเก็บไอเท็มที่ขโมยมาได้ 5 ชิ้น)
สกิล (ผู้เล่นสามารถซื้อของเปลี่ยนชื่อสกิลได้จากตามร้านค้าของบริษัท SW Corporation เพื่อเปลี่ยนชื่อสกิลเป็นชื่อที่ตัวเองชอบได้ สกิลทั้งหมดของเนยเป็นสกิลที่เนยตั้งชื่อเอง)
- Passive: Super Solar Re-Generation (ระดับ B) ดูดพลังจากแสงอาทิตย์มาฮีลตัวเองเมื่อบาดเจ็บได้โดยไม่ต้องใช้มานา ในเวลากลางวันเธอจึงรักษาตัวเองอยู่ตลอดเวลา 1 นาที ต่อพลังชีวิต 200 หน่วย
- Active: Thunderbolt X (สกิลระดับ B) เลเวล 2 เรียกฟ้าผ่า 10,000 V ลงใส่เป้าหมาย ติด Numb 10 วินาที เมื่อลงสู่พื้นแตกเป็นรูป X เป็นการโจมตีสองชั้น (เมื่ออัพเกรดถึงระดับสุดท้ายจะกลายเป็นระดับ A)
- Active: Genie Hand (สกิลระดับ A) เลเวล 2 ขโมยไอเท็มคนอื่น หรือเอาไอเท็มระดับ D ไปยัดโดยไม่ให้รู้ตัวได้ 1 อย่าง ไอเท็มที่ขโมยมาจะอยู่กับเนย 5 นาที และยังสามารถขโมยเงินจากมอนสเตอร์ได้ด้วย (ไอเท็มที่ขโมยมาจากมอนสเตอร์จะไม่หายไป แต่หากขโมยมาจากผู้เล่น ไอเท็มจะกลับคืนสู่ผู้เล่นหลังจาก 5 นาทีผ่านไป)
- Passive: Maleficent (สกิลระดับ B) เลเวล 1 มีออร่ารอบตัวดูดพลังเวทย์คนที่เข้ามาใกล้ 1 หน่วยต่อ 1 วินาที ในอาณาเขต 5 เมตร

Hidden Skill (สกิลลับ) คือสกิลที่มีผลและหน้าที่หลายอย่างในสกิลเดียว แม้จะมีจำนวนสกิลเท่ากัน แต่กลับมีความสามารถมากกว่าคนอื่น ยกตัวอย่างเช่น สกิลลับที่เป็นรูปแบบ Active จะมี Passive ซ่อนอยู่ด้วย ซึ่งอาจมีซ่อนอยู่มากกว่า 1 Passive เลยทีเดียว จัดเป็นเทคนิคการโกงระบบเกมที่มีผู้เล่นเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้

กระเป๋าเจ๊ตุ่นเป็นไอเท็มเฉพาะที่ติดตัวเนยตลอดเวลา ต่างจากแส้ของขวัญหรือปืนไรเฟิลของไวท์ เพราะเนยไม่ได้ใช้กระเป๋านี้ในการโจมตี แต่ตัวกระเป๋าเป็นส่วนหนึ่งของสกิล Genie Hand จะพูดว่าเป็น Passive ของสกิลก็ไม่ผิด สรุปคือ Genie Hand เป็น Hidden Skill ที่เนยคิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ตัวเธอเองยังตกใจที่ได้รับกระเป๋ามาด้วยซ้ำ ถูกต้องแล้วเนยเพียงแค่บังเอิญคิดสกิลนี้ขึ้นโดยไม่รู้ตัว กลุ่มคนเพียงน้อยนิดที่รู้ถึงตัวตนของ Hidden Skill มีจำนวนน้อยมาก แม้ในกลุ่ม First Generation ก็มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ (สกิล Time Magic ของพลอยก็เป็น Hidden Skill)

“จะว่าไปยังไม่ได้แนะนำตัว (ในเกม) เลยนะ เจ๊ชื่อ เนย Genie แกชื่ออะไร?” เนยชาร์จไฟฟ้าที่มือเตรียมพร้อมรับมือกลุ่มก็อบลินที่รุมเข้ามาหาทันทีที่เห็นทั้งสองเข้ามาใกล้
“ผมแนะนำตัวเองไป 2 ครั้งแล้วนะครับ...อุ้น Jingaras Jingarris!
“ฮะ?”


...LOAding...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น