หางยาวเท้าปุย กับเส้นทางสู่ยอดปราการ (Yaoi)

ตอนที่ 58 : ลอบโจมตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 813
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    8 ก.ย. 61

*ลงครั้งแรก 27 ส.ค. 61

*แก้ไขคำผิด 8 ก.ย. 61


 

“โอยยย ไม่ไหวแล้ว อร่อยจริงจัง ขออีกสักชามเถอะครับพี่ม่าน!

 

เสียงตะโกนดังข้ามลานก่อนร่างท้วมของหนุ่มน้อยจะวิ่งซอยเท้าเข้ามายื่นชามให้ ชามกระเบื้องใบโตลายกระต่ายสีดำเป็นเอกลักษณ์ ใบที่หญิงสาวจำได้แม่นว่าผ่านมือเธอมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งในค่ำวันนี้ จนผู้ถือทัพพีเป็นอาวุธอดยิ้มออกมาอย่างปลาบปลื้มไม่ได้ รับชามไปแล้วเติมอาหารให้จนพูน

 

“พี่ม่านก็อย่าไปตามใจมันมาก เดี๋ยวไอ้อ้วนกินหมด พวกไปลาดตระเวนกลับมาก็ไม่มีอะไรกินกันพอดี”  

 

“ยังมีอีกเยอะน่า แล้วถึงหมดจริง พี่กับคิมทำเพิ่มให้ก็ได้ เราอย่าไปว่าเพื่อนอย่างนั้นสิ”

 

“ครับ ๆๆ คร้าบ พี่ม่านก็งี้อะ ใจดีตลอด”

 

บรรยากาศการทานอาหารค่ำของทีมภารกิจลับกิลด์หงส์เพลิงเป็นไปอย่างครื้นเครง มีเสียงสรรเสริญฝีมือการทำอาหารของพ่อครัวเอกสลับกับเสียงยกยอความใจดีของลูกมือแสนสวยเป็นระยะ โดยทั้งหมดนั้นได้ตกอยู่ภายใต้การสังเกตการณ์ของแมวขนฟูตัวน้อย ผู้กำลังนั่งแทะปลาย่างตัวอวบอยู่บนก้อนหินใกล้ ๆ อย่างสงบเสงี่ยม

 

เธอคนนั้น... คือคนที่พี่คิมชอบสินะ

 

ดวงตาสีฟ้าใสจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้กำลังเอียงใบหน้ายกมือเรียวข้างหนึ่งขึ้นซับเหงื่อ ดวงหน้าหวานส่ายน้อย ๆ ให้เรือนผมสีม่วงเงางามประบ่าสะบัดไหว ท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จนผู้ที่หันมาเห็นไม่อาจละสายตา สาวสวยที่แม้จะมีเหงื่อโทรมกาย หากก็มิอาจบดบังรัศมีความงามของเธอได้แม้เพียงนิด

 

สวย อ่อนหวาน ใจดี อย่างงี้สินะพี่คิมถึงชอบ ถ้าเทียบกับ อ่า...ไม่สิ ตอนนั้น ที่พี่คิมพูดเหมือนมาขอคบ ก็แค่เพราะอยากรู้ความรู้สึกของการมีคนรักเป็นผู้ชายนี่นา

 

....ฉันแค่อยากรู้ เพราะไปได้ยินมาว่าอยู่ ๆ คนรู้จักไปรักกันเอง....... เลยอยากรู้ว่าถ้าไปเจอแล้วจะรู้สึกยังไง จะรังเกียจไหม หรือเฉย ๆ เหมือนคู่รักอื่น ๆ ....... นายเอง ก็อยากรู้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ..... ถ้าอย่างนั้น นายช่วยมาลองเป็นคนรักให้ฉันหน่อยได้ไหม

 

เมื่อย้อนนึกไป คำพูดของชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีเพลิงก็ลอยกลับเข้ามาในห้วงความคิด โดยไม่รู้ตัว ดวงตาสีฟ้าใสเจือแววผิดหวังจนหม่นแสงอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเลือนหายแล้วกลายเป็นมองเหม่อ

 

นานขนาดนี้ พี่คิมก็คงได้คำตอบแล้วละมั้งคิดบ้าอะไรฟระเนี่ย แมน ๆ อย่างเราจะมามัวนั่งคิดเรื่องคบกับผู้ชายอยู่ทำไม ใช่แล้ว! ผู้กล้าอเล็กเซ่ เกรย์ฮาวนด์ แห่งดาวซิป้าเคยว่าไว้ ลูกผู้ชายอกสามศอกต้องยืดอกปกป้องสาวน่ารักถึงจะไม่เสียชาติเกิด กลางวันต้องยืดอกผึ่งผายคอยเป็นโล่คุ้มภัย กลางคืนต้องเอนอกอุ่นไว้ให้เธอนอนซบ โคตรใช่เลย! ไม่เสียงแรงที่แหกขี้ตาตื่นมาดูทุกเช้าเสาร์อาทิตย์ อนาคตหนุ่มมาดเข้มเต็มตัวอย่างเราต้องมองหาสาวน่ารักมาอ้อนข้าง ๆ สิถึงจะถูก อย่างพี่คิมไง หายไปแป๊บเดียวก็ตกสาวสวยมาได้แล้ว!

 

เมื่อคิดได้ ดวงตาคู่โตก็ตวัดมองหญิงสาวผู้กำลังง่วนกับชามข้าวของเหล่าเพื่อนร่วมค่ายด้วยประกายเจิดจ้า ก่อนขนอ่อนนุ่มบนหน้าผากฟูจะค่อย ๆ ย่นเข้าหากัน พร้อมกับดวงตาคู่นั้นที่หรุบตาลงต่ำอย่างครุ่นคิด

 

เอหรือตามจีบมานานแล้วหว่า ก็ประโยคที่เพิ่งได้ยินนั่น ขนาดได้ยินไม่ค่อยชัดยังรู้สึกเลยว่าความรู้สึกตอนที่พูดน่ะมันมาจากใจ เหมือนกับผ่านอะไร ๆ มาเยอะแล้วจริง ๆ แถมตอนที่บอกเธอยังเล่นจ้องตาซะใกล้กันขนาดนั้น อืมเพิ่งจะสารภาพรักไปสินะ...

 

.......ตอนนี้ฉันเลยตามหาคนที่จะมาดูแลหัวใจเจอแล้วล่ะ

 

ดวงตาสีฟ้าใสช้อนขึ้นมองจนสบเข้ากับรอยยิ้มหวาน ยิ้มที่ซ้อนทับกับรอยยิ้มปีติเคล้าน้ำตาที่คู่หนุ่มสาวส่งให้กันในความทรงจำ มองนิ่งเนิ่นนานจนนัยน์ตากลมโตคู่นั้นค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ม่านหมอกขุ่นมัวเริ่มจางหาย พร้อมกับฉายแววอ่อนโยนขึ้นอีกหลายระดับ

 

“อื้อหือ ซู้ดดดดดด กูเชื่อละว่าฝีมือของท่านเทพน่ะ  ของจริง!

 

“แหงแหละ เมื่อก่อนตอนที่ข้าอยู่ตี้ล่าบอสเดียวกับพี่คิมนะ สุด ๆ ลาภปากทุกมื้อ แต่เฮ้อ... ไม่รู้อยู่ดี ๆ ทำไมพี่แกถึงออกกิลด์น่ะสิ เซ็งเลย”

 

เสียงสนทนาไม่เบานักจากกลางโต๊ะมื้อค่ำ ทำให้รอยยิ้มอิ่มเอมของม่านราตรีผู้กำลังนำถาดอาหารเกลี้ยงเกลาไปเก็บด้านข้างเริ่มจืดเจื่อน มือเรียวกระชับจับขอบถาดอาหารแน่น ก่อนดวงตาหวานซึ้งจะทอดมองออกไปไกลอย่างเศร้า ๆ

 

งะ..ไหงอยู่ ๆ พี่สาวทำหน้างั้นอะ เห็นสาวสวยบอบบางมาทำหน้าเศร้าแล้วผู้ชายอย่างเราจะทนได้ยังไง! ไม่เป็นไร ถึงพี่คิมจะไม่อยู่ แต่น้องชายแสนดีคนนี้จะช่วยปลอบหัวใจของพี่แทนให้เอง!

 

“แม้วววว เมี้ยวววววววว”

-พี่สาววว อย่าทำหน้าเศร้างั้นสิคร้าบบบ-

 

เสียงร้องน่ารักของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่มาพร้อมกับสัมผัสนุ่มนิ่มคลอเคลียอยู่ที่ขา ทำให้ม่านราตรีหลุดออกมาจากห้วงความคิด แล้วก้มหน้าลงมองอย่างแปลกใจ

 

“หืม... น้องเหมียว ยอมเล่นกับพี่แล้วเหรอ”

 

“แม้ว!?

-หะ เล่น!?-

 

เหมือนจะรับรู้ได้ถึงคำถามของเจ้าตัวเล็ก หญิงสาวคนงามจึงละออกจากถาดว่างเปล่า แล้วโน้มตัวลงช้อนแมวน้อยขึ้นอุ้มในอ้อมแขน มือเรียวยกขึ้นเกาแผงคอฟูให้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะจ้องมองด้วยดวงตาเป็นประกายจนอีกฝ่ายขนลุกชันไปทั้งตัว

 

“มาอ้อนพี่อย่างนี้คืออิ่มแล้ว เลยยอมให้พี่เล่นด้วยแล้วใช่มั้ย อ่า... พอให้อาหาร จากที่ด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ไกล ๆ ก็เข้ามาอ้อนตะแง้ว ๆ เลี้ยงง่ายอย่างงี้ น่ารักที่สุดเลย!

 

ฟอด!

 

เมื่อโดนสาวสวยหอมแก้มฟอดใหญ่อย่างไม่ทันให้ตั้งตัว เจ้าแมวขนฟูก็ตัวแข็งค้าง เหลือบตามองตามอย่างหวาด ๆ แล้วร้องตอบเสียงเบา เสียงเล็กที่อีกฝ่ายตีความไปว่าเจ้าเหมียวน้อยออดอ้อน

 

“มะ..มี้ แม้ว ๆๆ มี้ ๆ เหมียวววววว มะ..เมี้ยว ๆๆ ม้าวววววววววว มิ้ววววว”

-อะ..เอ่อ ถ้าผมยอมเป็นเด็กดีให้พี่เล่นแล้วพี่สาวจะหายเศร้าใช่ไหมอะ งะ..งั้นก็ได้ครับ เอาที่พี่สบายเลย งือออออ-

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

กลุ่มเงาวูบไหวดั่งไร้ตัวตนใต้เงามืดของป่าพากันผ่อนฝีเท้าลงจนหยุดนิ่ง เมื่อเห็นมนุษย์วานรบนกิ่งไม้เบื้องหน้าชูสัญญาณมือขึ้นแล้วแบค้าง ก่อนนิ้วเลือนรางใต้แสงจันทร์จะชี้ไปยังสองเงาตะคุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ห่างไปไม่ไกลนัก สองคนซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายของการตามล่าในครั้งนี้

 

หงอคงคอนเฟิร์ม เป็นพวกมันแน่พี่

 

งั้นก็ตามที่ตกลง เดี๋ยวฉันเปิดก่อน พอมันแยกกัน พวกนายรับผิดชอบอัศวินนั่นไป ยังไงก็ต้องเก็บมันให้ได้ ส่วนเจ้านักเวททางซ้าย ฉันจะจัดการเอง แล้วอย่าลืมกะระยะเวท หลบลูกหลงดี ๆ ถ้าพลาดเจ็บมาทีมันจะรู้ว่าเราไม่ได้อยู่ตี้เดียวกัน

 

ครับ พี่คิม

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

ซูมมมมมมมมมมมมมม

 

เห้ย!”

 

บรึ้มมมมมมมมมมมมม!!!

 

ลูกไฟยักษ์ร้อนแรงพุ่งฉิวเข้าหาเป้าหมายจากทางด้านหลัง ให้สองร่างในชุดคลุมสีดำผู้กำลังหันรีหันขวางมองหาแสงปริศนาที่อยู่ ๆ ก็เรืองขึ้นมากลางป่ามืดต้องกระโดดหนีตายหลบไปคนละทางอย่างฉิวเฉียด จนหนึ่งลงไปนอนแอ้งแม้งก้นกระแทกอยู่บนพื้น ส่วนอีกหนึ่งอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมา ม้วนตัวพลิกกายกลับไปนั่งชันเข่าได้อย่างสวยงาม หากเมื่อทั้งคู่เหลือบกลับมามองจุดที่พวกตนเคยยืนก็ต้องลอบกลืนน้ำลาย เมื่อราบเรียบนั้นได้กลายเป็นหลุมลึกที่ปากขอบเรืองแสงแดงวาบดั่งถ่านร้อนระอุไปซะแล้ว

 

“ฝีมือแบบนี้นี่มัน... เงาอัคคี!

 

ซูมมมมมมมมม ตูม ๆๆๆ

 

ได้เพียงแค่เอ่ย ห่าคลื่นไฟรูปโค้งดั่งเสี้ยววงดาบก็กระหน่ำเข้ามาซ้ำ แม้คลื่นไฟเหล่านั้นจะไม่ใหญ่จนน่ากลัวหากก็ระรัวดั่งปืนกล ทำให้สองบุรุษต้องทั้งกลิ้งทั้งวิ่งหลบอย่างทุลักทุเล

 

“อย่ามัวแต่คิด ทำอะไรสักอย่างก่อนสิโว้ย เหวอออ!

 

ม่านวารี!!

 

ฟู่วววววว

 

ม่านน้ำบางกางขึ้นกันคลื่นไฟที่ดิ่งเข้าหาศีรษะของอัศวินหนุ่มได้ทันท่วงที หากก็สลายกลายเป็นไอไปไวพอกัน จนผู้เพิ่งเฉียดตายต้องรีบกระโดดหลบคลื่นไฟอีกลูกที่พุ่งตามมาติด ๆ เหงื่อเย็นเยียบผุดออกมาทั่วแผ่นหลัง

 

“ไปซ่อนหลังหินโน่นดีกว่าครับ พี่อยู่ห่างระยะโล่เวทเกินไป แถมมันส่งคลื่นดาบไฟมารัวขนาดนี้ ผมกันให้พี่ได้ไม่หมดแน่”

 

“เออ เอางั้นก็ได้

 

ซูมมมมมมมม ตูม ๆๆๆๆ

 

เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมหลุดรอดผ่านคลื่นไฟชุดใหม่ที่ซัดตามไล่หลังได้อย่างเฉียดฉิว นัยน์ตาสีเทาใต้บาเรียน้ำใสก็เรืองวาบด้วยอารมณ์คุกรุ่น สะบัดไม้เท้าซัดสาดคลื่นน้ำสวนกลับ จนหยุดปืนกลคลื่นไฟได้ชะงัด ซื้อเวลาให้หนุ่มอัศวินหลบเข้าที่กำบังได้อย่างปลอดภัย

 

“ท้าทายกันขนาดนี้ งั้นไม่มีคำว่าถนอมแล้วนะครับ คุณเงาอัคคี”

 

เย้ยยย! ไรวะเนี่ย มีดบิน!?

 

ชิท!”

 

หากไม่ทันไร เสียงร้องลั่นของหนุ่มอัศวินข้างหินใหญ่ก็ดังขึ้นขัด ทำให้นักเวทผู้กำลังจะเปิดฉากโจมตีสบถเสียงดังแล้วเตรียมหันจะไปช่วย ทว่าคลื่นไฟร้อนแรงสายหนึ่งกลับพุ่งเข้าใส่จอมเวทหนุ่มตรง ๆ จนบาเรียน้ำจนแตกสลาย พอ ๆ กับคลื่นไฟอีกสายที่ปราดเข้าดักหน้าให้ผงะ ก่อนที่จะตกกระทบพื้นแล้วโหมขึ้นเป็นกำแพงสูงขัดขวาง ต่อด้วยดาบใหญ่ที่วาดตามอย่างหวังผลให้ต้องยกไม้เท้าในมือขึ้นรับ

 

เคร้ง!

 

จะหันไปไหน คู่ต่อสู้ของนายน่ะ มันฉันต่างหาก

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

แม้ว!?”

-อะไรน่ะ!?-

 

เอ๋? มีอะไรเหรอ น้องเหมียว

 

ท่าทางของแมวตัวน้อยในอ้อมแขนที่อยู่ ๆ ก็เมินดอกหญ้าไหว ๆ ที่เธอแกว่งให้ตะปบเล่น กระดิกใบหูฟูขยับไปมาก่อนจะหันไปจ้องแนวไม้ด้านข้างของลานนิ่งอย่างสนใจ ทำให้จอมเวทสาวสงสัยแล้วหันไปมองตาม

 

ครืนนนนนนนนนนนนนนน

 

เห้ย! พวกเอ็ง ดูนั่น”

 

คลื่นน้ำขนาดใหญ่โถมผ่านป่าเห็นมาไกลลิบ ๆ บ่าตรงลงมายังลานตั้งแค้มป์ มวลน้ำดำมะเมื่อมสูงระยอดไม้ที่ดูเหมือนจะกวาดกิ่งก้านน้อยใหญ่มาทั้งป่า พร้อมกับเสียงดังสนั่นที่ไม่ใช่เพียงเสียงแว่วของการต่อสู้อย่างที่ผ่าน ๆ มา ทำให้เหล่าผู้เล่นในค่ายพากันหันไปมอง

 

“ว้าวววว นี่มัน....เหมือนจะเป็น พิโรธเทพสมุทรของจอมเวทประภาฉายนี่ มีคนได้สกิลนี้แล้วเหรอ!

 

เสียงตื่นเต้นพร้อมดวงตาลุกวาวระคนเคลิ้มฝันของผู้ช่วยแม่ครัวสาว ผู้กำลังจับจ้องเงาเลือนรางของคลื่นน้ำสูงที่ตนคาดว่าเกิดจากทักษะสูงสุดของเหล่าจอมเวทสายวารี ทักษะที่เหมือนจะเป็นเพียงตำนาน ช่างขัดกับปากอ้าค้างของอย่างตื่นตระหนกของสิ่งมีชีวิตในอ้อมแขน

 

“มะ..ม้าววว มี้ เมี้ยวววววววว!

-นะ..หนี หนีเร็วสิ ยืนดูอยู่ทำไมเล่า แว้กกกกกกกก!-

 

ด้วยทักษะประจำเผ่าพันธุ์ที่ทำให้เห็นภาพคมชัดแม้รอบด้านจะมืดมิด ดวงตาสีฟ้าใสจึงเก็บภาพได้ในทุกรายละเอียดของกระแสน้ำบ้าคลั่ง สมองจึงสั่งให้ปากเล็กหวีดร้องดังก้องค่าย ต่างจากผู้เล่นทั้งหลายที่ยังดูใจเย็น ทำเพียงชี้ชวนกันมองคลื่นน้ำที่ซัดใกล้เข้ามาแล้วหันไปกระซิบกระซาบ บ้างก็ขมวดคิ้วตั้งหน้าตั้งตามองภาพอลังการเบื้องหน้าแล้วยืนวิเคราะห์นิ่ง หลายคนก็เพียงเหลือบตามามองก่อนจะหันกลับไปทำอย่างอื่นต่ออย่างไม่ใส่ใจ แต่ก็มีไม่น้อยที่หัวเราะไปกับท่าทางของเจ้าเหมียว แมวขนฟูที่ทั้งร้องทั้งดิ้นตะเกียกตะกาย พยายามจะหนีจากอ้อมแขนของหญิงสาวอย่างสุดชีวิต ให้อีกฝ่ายต้องออกแรงกอดรัดแน่น

 

“มะ..มะ...เมี้ยววววววววววว”

-มะ..มะ...ม่ายยยยยยยยยยยน้า-

 

ครืนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

 

จนคลื่นน้ำระลอกแรกโถมเข้าใส่ บาเรียใสประจำเขตปลอดภัยของทางระบบก็ปรากฏ เห็นเป็นแสงเรืองสีเงินทรงโดมกางขึ้นครอบล้อมทั้งจุดตั้งค่าย ทันให้คลื่นลูกแรกพุ่งเข้าปะทะเสียงดังสนั่น ฟองคลื่นแตกกระจาย ก่อนมวลน้ำดำมะเมื่อมจะม้วนตัวไหลไปตามผิวโค้งของโดมใสแล้วอ้อมไปยังป่าด้านตรงข้าม ให้ชาวค่ายได้มองตามอย่างตื่นตาตื่นใจ จนมวลน้ำพัดผ่านไปก็หันกลับไปจิบน้ำชาเล่นไพ่ทวยเทพกันต่อ จะมีก็เพียงแมวขนฟูตัวน้อยที่ยังคงเบิกตากว้างหางฟูชี้ ขนตั้งชันไปทั่วกาย จนเจ้าของอ้อมแขนต้องก้มลงมองอย่างเป็นกังวล ทั้งลูบหลังทั้งเอ่ยปลอบอย่างอ่อนโยน

 

“ไม่เป็นไรนะน้องเหมียว เห็นไหม มันไม่มีอะไรแล้ว โอ๋ ๆๆๆ ไม่เป็นไรนะจ๊ะ เคยได้ยินอยู่เหมือนกันว่าแมวน่ะกลัวน้ำ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นหนักขนาดนี้นี่นา งี้ถ้าม่านหาน้องแมวมาเป็นคู่หูจะรอดไหมล่ะเนี่ย เฮ้อ...

 

“แม้ว... เมี้ยว ๆๆ มี้ มะ..แม้ว ๆๆ ม้าวววว”

-บาเรีย... ขอบคุณพระเจ้า นะ..นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว-

 

จนแมวน้อยไหลตัวลงไปนอนแผ่พังพาบบนตักนุ่ม จอมเวทสาวจึงมีเวลาหันไปสังเกตสภาพโดยรอบ หากยิ่งพินิจน้ำที่เจิ่งนองขังอยู่บนพื้น ดวงตาหวานซึ้งก็ยิ่งฉายประกายตื่นเต้น

 

“นะ..นี่มันยิ่งกว่าที่คิดซะอีก ร่ายออกมาแล้วน้ำไม่หายเหมือนเวทใหญ่อื่น งี้จะทิ้งไว้เผื่อให้ทีมทำคอมโบกับเวทสายฟ้าก็ได้ เผลอ ๆ ร่ายผสานกับเวทดินจะกลายเป็นกับดักโคลนได้อีก ถ้าฝึกใช้ดี ๆ ในสงครามตีเมืองนี่สบายเลย อื้อหือ... เห็นแล้วมีกำลังใจอยากกลับไปต่อเควสท์เจ๊ประภาฉายจอมโหดให้เสร็จเลยอะ ไฟนำทาง!!

 

เท้าคู่เล็กเดินย่ำผ่านพื้นดินชุ่มน้ำเฉอะแฉะ จนเข้าไปแตะสำรวจเปลือกต้นไม้ใหญ่ด้านข้างของลาน ยิ่งดูก็ยิ่งสนใจ ลืมแมวตัวน้อยที่ห้อยต่องแต่งอย่างหมดสภาพบนท่อนแขนไปโดยสิ้นเชิง

 

“ว่าแต่ว่า ถ้าจะร่ายให้ได้ลูกขนาดนั้นต้องเลเวลสกิลเต็มแม็กซ์ด้วยรึเปล่าเนี่ย เอ๋!? นี่มัน... หรือว่า!

 

เกล็ดน้ำแข็งแวววาวเปล่งประกายจับตัวแทรกตามซอกเปลือกไม้อย่างที่ต้องสังเกตจึงจะเห็น เกล็ดขนาดเล็กระยิบระยับยามต้องแสงไฟ เอกลักษณ์เวทที่คงเหลือไว้ของจอมเวทวารีเพียงหนึ่งเดียวที่ทำเควสท์ผสานวารีธาตุหลักกับธาตุรองหายากอย่างเวทเยือกแข็งได้สำเร็จ จอมเวทลึกลับผู้เป็นที่เลื่องลือในหมู่นักเวท ผู้ไม่เพียงแต่ใช้มนตราได้พลิกแพลงแปลกแหวกแนว ผ่านเควสท์สุดโหดอีกหลายต่อหลายเควสท์ หากฝีมือเชิงดาบยังอยู่ในขั้นที่สายนักรบแท้ ๆ ยังต้องอาย

 

หรือจะเป็นจอมเวทดาบ วารีซ่อนกลผู้ลึกลับ... ร่ายเวทน้ำแต่ทิ้งไอเย็นจนเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะอย่างนี้ ต้องเป็นวารีซ่อนกลคนนั้นแน่ ๆ อ๊ะ! เขามาแถวนี้เหรอ หรือว่าเสียงเวทน้ำก่อนหน้านี้ก็ด้วย อ่า... ไม่นะ ทำไงดี ๆ”

 

หญิงสาวกัดริมฝีปากอิ่มอย่างเป็นกังวล ดวงตาคู่งามกลอกไปมาอย่างครุ่นคิดก่อนจะฉายประกายวาบเมื่อนึกถึงภาพสมาชิกร่วมค่าย หลังมื้ออาหารมีผู้เล่นหลายคนพากันออกไปอย่างเร่งรีบ เหมือนได้รับคำสั่งให้ไปทำอะไรบางอย่าง ไม่รอช้า มือเรียวสวยยกขึ้นตวัดไปมาจนแผนที่ป่ารอบด้านปรากฏ แล้วดวงตาหวานซึ้งจึงกวาดมองสำรวจตำแหน่งของเหล่าสมาชิกกิลด์โดยรอบ

 

“อืม ยังอยู่เป็นกลุ่ม ขยับกันเหมือนปกติ งั้นคงไม่อันตรายหรอกมั้ง ดีล่ะ!

 

“เมี้ยว ๆๆ แม้ว”

-หะ พี่สาวจะไปไหนอะ-

 

“ชู่วววว น้องเหมียวเด็กดี เงียบก่อนนะ ท่านวารีซ่อนกลไอดอลของพี่ม่านผ่านมาแถวนี้ คนนี้น่ะ หาตัวยากสุด ๆ ไปเลย พี่ม่านขอไปส่องไปแอบถ่ายรูปเก็บเอาไว้สักแชะนะ แป๊บเดียว แป๊บเดียวจริง ๆ”

 

“มะ..เมี้ยว! แม้ว ๆๆ มะ..มี้ ม้าววว มู้ ๆๆๆ”

-หะ..เห้ย! ตอนนี้อ่านะ ออกไปไม่ดีมั้งพี่ ดะ..เดี๋ยวก่อนเซ่ อู้อี้ ๆๆๆ-

 

แล้วก่อนที่ใครจะทันได้สังเกต จอมเวทสาวผู้ปิดปากเก็บเสียงแมวตัวน้อยได้สำเร็จก็วิ่งหายไปในเงามืดของป่า เหลือเอาไว้เพียงกองหม้อจานชามมากมายที่ไร้คนเหลียวแลไว้ให้ดูต่างหน้า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #694 C-Chinemon (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 06:42
    น้องจาผู้น่าสงสาร...
    #694
    0