หางยาวเท้าปุย กับเส้นทางสู่ยอดปราการ (Yaoi)

ตอนที่ 57 : หญิงสาวจากเงาอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    17 ก.ค. 61



*ลงครั้งแรก 30 มิ.ย. 61

*แก้ไขคำผิด 17 ก.ค. 61

 

 

 

ฉับ ๆๆๆๆ ครืดดด….. ต๋อม ๆๆๆๆ

 

ผักบนเขียงถูกหั่นเป็นท่อนเท่า ๆ กันอย่างคล่องแคล่ว ก่อนมีดคมกริบจะกวาดทั้งหมดลงสู่หม้อใหญ่ที่กำลังเดือดปุด ๆ มือแข็งแรงขยุ้มสมุนไพรที่ซอยเตรียมเอาไว้โปรยลงบนผิวน้ำซุปเป็นอย่างสุดท้าย จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมยั่วน้ำลายที่โชยออกมา มุมปากของชายหนุ่มจึงยกขึ้นเล็กน้อย เอื้อมมือไปปิดฝาหม้อ แล้วหันไปพลิกปลานับสิบที่ปักอยู่รอบกองไฟด้านข้างแทน

 

“โอยยย หอมลอยไปถึงหน้าแคมป์โน่นแล้ว ยังไม่เสร็จอีกเรอะ ข้าล่ะสงสารพวกขาไพ่ แต่ละคนนั่งเหมือนอยู่ไม่สุข จั่วไพ่ทีก็หันมามองที กลัวเดี๋ยวพรุ่งนี้พวกมันจะคอเคล็ดจนไปตีค่ายโน้นไม่ไหวกัน พอข้าจะช่วย เอ็งก็ไม่ยอมอีก เฮ้อ~

 

ชายหนุ่มผู้มาใหม่หยอกขึ้น ตามด้วยแสร้งถอนหายใจเหมือนกับทุกข์หนักหนา จนนัยน์ตาสีเพลิงของผู้ที่กำลังพลิกปลาต้องเหลือบมามอง แล้วตอบกลับเสียงนิ่ง

 

“หึ ขนาดให้หั่นผัก ผักยังดำเหมือนติดพิษ ถ้าให้นายช่วย เดี๋ยวคืนนี้ก็ได้กินต้มพิษตายกันยกแค้มป์พอดี”

 

“โห่ เอ็งก็พูดไป คราวที่แล้วที่ข้าช่วย พวกมันแค่นอนตัวชาไปครึ่งวันเอ๊ง ไม่ถึงตายสักหน่อย ก็คนมันมีพรสวรรค์อ่านะ ถึงข้าจะทำกับข้าวให้ชาวบ้านกินไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยต้มยาพิษขั้นสูงล้มเหลวเกิน 10 เปอร์เซ็นต์เลยนะเว้ยเฮ้ย!

 

นัยน์ตาสีเพลิงกลอกไปด้านข้างอย่างระอา ก่อนจะตัดบท เอ่ยถามถึงธุระที่ตนได้ฝากฝังไป

 

“แล้วของล่ะ อย่าบอกนะว่าใส่มาในกระเป๋าสารพัดพิษนั่น”

 

“เหม่ ข้าไม่สะเพร่าขนาดเอาของกินใส่มาในนี้หรอกน่า เอ่อ..จริง ๆ ก็เกือบนั่นแหละ โชคดีที่ตอนออกไปรับของ บังเอิญเจอนางฟ้าผ่านมาเตือน ก็ได้คนสวยใจดีนี่แหละช่วยรับของไว้ให้ ข้าเลยลากมาช่วยเอ็งทำกับข้าวด้วยซะเลย แต่ท่านนางฟ้าเค้าป๊อบปูล่า โดนหนุ่ม ๆ ดักเรียกอยู่แถวกระโจมโน่น คงอีกสักพักถึงจะหลุดมาได้”

 

“ก็หวังว่าจะมาช่วยจริง ไม่ใช่มาช่วยป่วน คนที่นายส่งมาช่วยเมื่อกี๊ แค่บอกให้แล่ปลาควักไส้ออกจะทำปลาย่าง ดันได้มาเป็นซากปลารุ่งริ่ง เสียของหมด”

 

ชายหนุ่มผมดำบ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด ในขณะที่มือก็เตรียมวัตถุดิบสำหรับเมนูถัดไปอย่างคล่องแคล่ว ให้ชายหนุ่มผมสีเขียวสะท้อนแสงผู้แสนว่างงานได้แต่มองตาม

 

“คนนี้น่ะช่วยได้ชัวร์ เมื่อก่อนข้ายังเห็นเป็นลูกมือเอ็งอยู่บ่อย ๆ เห็นหน้าแล้วอย่ามากราบกรานขอบคุณที่ข้าหาคนเป็นงานมาให้ล่ะ นั่นไง พูดถึงก็มาพอดี ทางนี้เลยจ้านางฟ้าแสนสวย ทางนี้”

 

เมื่อเหลือบไปเห็นคนที่กำลังรอคอย ชายหนุ่มผมเขียวก็ร้องเรียกเสียงดังพร้อมกับโบกไม้โบกมืออย่างร่าเริงเกินเหตุ ให้หญิงสาวในชุดจอมเวทยิ้มอย่างปลง ๆ ส่ายหน้าน้อย ๆ จนผมสีม่วงเข้มประบ่าสะบัดไหว แล้วเดินตรงเข้ามาหา

 

“แค่เรียกเราก็เห็นแล้วน่า สร ไม่เห็นต้องโอเวอร์แอคติ้งขนาดนั้น แล้วผักพวกนี้นี่จะยังไง เอาไว้ไหนดี”

 

“โน่น เอาไปให้พ่อครัวใหญ่ข้างกองไฟโน่นเลยคนสวย รู้จักกันอยู่แล้วนี่ เป็นไงล่ะเอ็ง น้องนางฟ้าของข้า มองตาค้างงี้เซอร์ไพรส์อะดิ อ๊ะ ๆ ไม่ต้องขอบใจข้า ขอแค่เมนูเด็ด ๆ จานพิเศษก็พอ ฮ่า ๆๆๆ”

 

ท่าทางของชายหนุ่มผมดำที่ลุกยืนขึ้นช้า ๆ แล้วจ้องหน้าหญิงสาวอย่างตกตะลึงหลังได้ยินเสียงหวาน ทำให้ชายหนุ่มผมเขียวหัวเราะเสียงดังลั่น หากบรรยากาศรอบตัวที่ดูเงียบงันผิดปกติ ไร้คำทักทายระหว่างกันอย่างที่ควรจะเป็นก็ทำให้เอะใจ หันมามองกลับไปกลับมาระหว่างคนทั้งคู่ จึงเห็นว่าสองหนุ่มสาวยังคงทำเพียงยืนมองหน้ากันนิ่ง ๆ

 

“เฮ้ย เอ็งสองคนนี่มันยังไง เป็นคนรักกันซะเปล่า มาทำห่างเหิน รู้ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันแต่ก็อย่ามัวแต่อึ้ง ยังมีคนทั้งค่ายหิ้วท้องรออยู่นะเว้ยเฮ้ย”

 

เสียงทักท้วงที่ทำให้หญิงสาวได้สติ เผยรอยยิ้มฝืน ๆ แล้วเอ่ยทักชายหนุ่มตามมารยาท

 

“อะ..เอ่อ สวัสดี คิม”

 

“ม่าน”

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

ฉับ ๆๆๆๆ  

ฉับ ๆๆๆๆ  

 

เสียงมีดกระทบเขียงเป็นจังหวะท่ามกลางความเงียบชวนให้อึดอัด จนในที่สุดหญิงสาวก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหว เหลือบมองอีกฝ่าย แล้วเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

 

“อะ..เอ่อคิม เป็นไงบ้าง ไม่เจอกันนานเลยนะ”

 

กึก...

 

เสียงมีดของชายหนุ่มชะงักไปชั่วจังหวะ ก่อนมือหนาจะกลับมาขยับต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“ก็ดี”

 

“เหรอ”

 

คำตอบแสนสั้นจนหญิงสาวผู้ถามต่อบทสนทนาไม่ถูก หากหลังจากเงียบกันไปชั่วครู่ คำถามกลับดังขึ้นจากปากอีกฝ่ายอย่างไม่ได้คาดคิด ทว่าเนื้อหาทำให้ผู้ฟังต้องเป็นฝ่ายอ้ำอึ้ง

 

“ม่านล่ะ เขาดูแลม่านดีไหม”

 

“อะ..อืม”

 

“แล้วตอนนี้ ม่านมีความสุขกว่าตอนที่เรายังคบกันแต่ม่านปิดบังเรื่องเขา ฝืนคบฉันทั้ง ๆ ที่ใจอยู่ที่เขาแล้วรึเปล่า...”

 

สิ้นคำถามแผ่วเบาน้ำเสียงไร้ซึ่งพลังของชายหนุ่ม มือคู่ใหญ่ก็หยุดนิ่งไป เมื่อเจ้าของมือหนาสิ้นความสนใจต่องานในมือ นัยน์ตาสีเพลิงเบนมามองใบหน้าของ ม่านราตรีอดีตคนรักอย่างอาวรณ์ พอ ๆ กับมือเรียวของหญิงสาวที่ช้าลงจนหยุดนิ่ง ดวงตาหวานซึ้งเหลือบขึ้นสบนัยน์ตาไถ่ถามที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกก่อนจะเสหลบ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นโดยไม่ได้ให้คำตอบ หากสิ่งที่ชายหนุ่มอยากรู้ดูจะชัดเจนอยู่ในการกระทำ บุรุษผมดำยิ้มบางให้กับตัวเองอย่างคนตัดสินใจได้ แล้วจึงเอ่ยกับอีกฝ่ายเสียงเบา

 

“ฉันก็แค่ถาม ไม่ต้องคิดมากหรอก แค่ม่านมีความสุข สำหรับฉัน นั่นก็พอแล้ว”

 

“แต่มันก็เพราะม่าน เพราะพวกเรา ที่ทำให้คิมรู้สึกไม่ดีจนต้องออกมาจากกิลด์ ทั้ง ๆ ที่กิลด์นี้ คิมกับเพื่อน ๆ สร้างมาด้วยกันแท้ ๆ ที่จริงแล้วมันควรจะเป็นม่านกับแจ๊คต่างหากที่...”

 

“ชู่ววว...”

 

เสียงหวานขาดหายไป เมื่อคู่สนทนาขยับกายเข้ามาใกล้ ยกนิ้วยาวขึ้นแตะห้ามที่ริมฝีปากอิ่ม ดังที่เคยทำเสมอในสมัยที่ทั้งคู่ยังคบกันอยู่ ก่อนเจ้าของนิ้วจะค่อย ๆ เลื่อนนิ้วออก เผยรอยยิ้มอ่อน แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

 

“บอกแล้วไง แค่ม่านมีความสุข แค่นั้นก็พอแล้ว”

 

“แต่ว่า...”

 

“เรื่องออกจากกิลด์ เป็นฉันที่ตัดสินใจเอง เอาเข้าจริงฉันก็ไม่ได้เสียอะไร ม่านก็เห็น ทั้งเพื่อนทั้งคนในกิลด์ ก็ยังต้อนรับคอยช่วยกันเหมือนเดิม แถมเหมือนจะได้อิสระมาเพิ่มเป็นของแถมด้วยซ้ำ”

  

แม้จะเข้าใจในความหมาย หากรอยยิ้มอ่อนโยนจริงใจที่ส่งตรงมาก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดจนสะท้านอยู่ในอก ก้มใบหน้าหรุบตาลงต่ำ ปล่อยหยดน้ำใส ๆ ให้รินไหลออกจากดวงตาโดยไม่รู้ตัว จนคู่สนทนาต้องขยับกายเข้าประชิด พลิกข้อมือด้านที่ไม่เลอะจากการทำอาหารของตนขึ้นปาดซับน้ำตาให้

 

การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเนิบช้า ในหลายครา ดวงตาของชายหนุ่มก็จับจ้องไปที่ริมฝีปากอิ่มแวววาวที่ตนเคยปรารถนาอยากจะครอบครอง ติดที่ในอดีต ยังไม่ทันมีโอกาสได้ทำดั่งใจต้องการ ก็กลับต้องไปเห็นฉากที่ชายหนุ่มอีกคนกำลังลิ้มรสริมฝีปากหวานของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักเสียก่อน เมื่อย้อนนึกถึงความหลังที่ไม่น่าพิสมัย เงาอัคคีก็ต้องแปลกใจที่บัดนี้ตนกลับไม่ได้มีความรู้สึกหวงแหนต้องการครอบครองริมฝีปากของคนตรงหน้ามากดังเดิมอีกแล้ว ทั้งยังยิ่งทำให้นึกถึงริมฝีปากนุ่มอีกคู่ที่ตนเพิ่งได้สัมผัส พลางรอยยิ้มละไมก็แย้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

“ไม่เอาไม่ร้องสิ เดี๋ยวไม่สวยนะ”

 

“ฮึก...”

 

“อีกอย่าง เหมือนตอนนั้นจะได้คนอวยพรดี ตอนนี้ฉันเลยตามหาคนที่จะมาดูแลหัวใจเจอแล้วล่ะ”

 

คำพูดแผ่วเบาแต่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายหวานละมุนเรียกให้หญิงสาวยอมเงยหน้าขึ้นประสานสายตา จึงได้เห็นประกายความสุขเอ่อล้นอยู่ในนัยน์ตาสีเพลิงคู่นั้น พร้อม ๆ กับบทสนทนาสุดท้ายในวันตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างกันที่ผุดขึ้นมาจากความทรงจำ

 

ถึงระหว่างเรามันจะเป็นไปไม่ได้ แต่ม่านก็อยากเห็นคิมมีความสุขนะ ม่านขอให้คิมตามหาคนคนนั้นเจอ คนที่ดูแลหัวใจของคิมได้ดีกว่าม่าน พร้อมจะรักตอบคิมได้มากอย่างที่คิมรัก อย่ามัวมายึดติดอยู่กับม่านเลย

 

รอยยิ้มยินดีผุดขึ้นที่ริมฝีปากทั้ง ๆ ที่น้ำตายังนองหน้า ทว่าเสียงเอะอะเร่งร้อนที่ลอยมาแต่ไกลก็ทำให้หญิงสาวต้องกลืนคำพูดกลับลงไปในลำคอแล้วหันไปมอง

 

“แย่แล้ว แย่แล้วพี่! แฮ่ก ๆๆๆ”

 

ชายหนุ่มในชุดนักฆ่าวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายมาหยุดลงตรงหน้าคนทั้งคู่พร้อมกับแมวขนฟูที่เกาะหนึบอยู่บนบ่า ก่อนผู้มาใหม่เอ่ยต่ออย่างร้อนรนทั้ง ๆ ที่ยังหอบฮั่ก

 

“สถานการณ์ฉุกเฉิน งานนี้ผมต้องขอให้พี่ช่วย ด่วนเลย! พี่คิมช่วยผมนะ ต้องรีบแล้ว ยะ..เย้ยยยยยย พี่ม่าน เป็นอะไรไปอะ แล้วพี่มานี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ อะ..เอ่อ หรือผมมาขัดจังหวะงอนง้อขอคืนดีของพวกพี่รึเปล่า”

 

ชายหนุ่มผมสีม่วงถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นสาวสวยในสภาพที่มีน้ำตาใสไหลเป็นทาง พอเหลือบตาไปด้านข้าง ก็เห็นว่าร่างสาวสวยนั้นกำลังยืนประชิดติดกับชายหนุ่มที่ตนตั้งใจมาหา ที่หลังมือหนายังคงแตะซับน้ำตาข้างแก้มเนียนให้อย่างสนิทสนม แม้สภาพของทั้งคู่จะดูไม่ได้ หากใบหน้าของทั้งสองฝ่ายกลับแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม หนุ่มรุ่นน้องมองสลับไปมาระหว่างคนทั้งคู่อย่างพยายามจับผิด ต่างจากแมวขนฟูบนบ่าที่กระดิกหูน้อย ๆ แล้วจับจ้องไปที่หญิงสาวแปลกหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก

 

ซูมมมมม ครืนนนนนนนนนนน.....

 

ทว่า ก่อนความสงสัยจะได้คลี่คลาย ก็มีเสียงไหลบ่าของมวลน้ำใหญ่ตามด้วยเสียงล้มครืนของแมกไม้ดังสนั่นจากอีกฟากของป่า ให้สามคนกับอีกหนึ่งตัวสะดุ้งโหยงแล้วหันซ้ายหันขวาหาทิศต้นเสียง เสียงประหลาดแต่คุ้นหูทำให้เงาอัคคีขมวดคิ้วมุ่น ลางสังหรณ์ร้องเตือนถึงบางสิ่งที่เลวร้าย ในขณะที่ท่านหัวหน้าทีมทำภารกิจพิเศษเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นท่วมตัว ยิ่งยามได้ยินรายงานสถานการณ์ในช่องสนทนาของปาร์ตี้ ก็ยิ่งออกอาการลุกลี้ลุกลน

 

“มะ..ไม่ทันแล้ว ไปกันเลยพี่”

 

ชายหนุ่มผมม่วงคว้าแขนของเงาอัคคีได้ก็ฉุดให้ออกวิ่งตาม ทว่าแรงต้านจากอีกฝ่ายก็รั้งให้ต้องหันกลับมามอง

 

“เดี๋ยวก่อน ฝากน้องจาไว้ที่นี่”

 

“เสียงอย่างนั้นมันเวทน้ำนี่ ม่านว่าม่านไปช่วย...”

 

“ไม่ต้อง ม่านอยู่ดูแลคนที่นี่จะดีกว่า อย่างน้อยมื้อเย็นนี่ก็ต้องมีคนทำต่อ”

 

อะ..อื้ม

 

ว่าแล้วชายหนุ่มผมดำก็อาศัยจังหวะที่แมวตัวน้อยมัวแต่หรี่ตาเงี่ยหูฟังเสียงสถานการณ์รอบ ๆ ยกมือหนาขึ้นช้อนเจ้าขนฟูจอมเอาแต่ใจส่งเข้าอ้อมแขนของหญิงสาวได้โดยไร้ซึ่งอาการขัดขืน

 

มะ..เมี้ยวววว

-วะ..เหวออออ-

 

“เฮ้อขอบคุณบร๊ะเจ้า นึกว่าต้องโดนวิญญาณแมวอาฆาตติดหนึบไปตลอดแล้ว อูยยย เล่นซะบ่าชาเลย”

 

คำเปรยไม่เข้าหูจนแมวน้อยที่กำลังง่วนอยู่กับการกลับตัวในอ้อมแขนนิ่ม ปราดส่งดวงตา วิญญาณแมวอาฆาต มาเป็นของรางวัล ให้คนพูดต้องแสดงทักษะการหลบหนีขั้นสูงของนักฆ่า หลบฉากไปสุดขอบลานด้วยความเร็วแสง

 

“ยังไงก็ฝากดูน้องจาหน่อยก็แล้วกัน”

 

“อื้ม ระวังตัวนะคิม”

 

มะ..เมี้ยว ๆๆ มี้ แม้ววว

-อะ..เดี๋ยว ผมให้ไปด้วยสิ ง่า…-

 

แล้วโดยไม่ทันให้เจ้าเหมียวตั้งตัวตามมาได้ สองชายหนุ่มก็วิ่งหายลับไปจากคลองสายตาโดยมีเสียงโวยวายของแมวน้อยไล่ตามหลัง จนในท้ายที่สุด ก็เหลือเพียงหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวให้หันกลับมามองหน้ากันเอง

 

“เหลือแต่เราแล้วสิ ยังไงก็ฝากตัวด้วยนะน้องเหมียว อย่าดื้ออย่าชนนักล่ะ ชื่อน้องจาใช่ไหมน่ะเรา”

 

เสียงทักทายดังขึ้น พร้อมมือนิ่มที่เริ่มลูบหลังสิ่งมีชีวิตในอ้อมแขนอย่างเอ็นดู โดยที่เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนทำเพียงนอนนิ่งไร้การโต้ตอบ เว้นแต่ดวงตาสีฟ้าใสที่จ้องมาอย่างไม่วางตา

 

“เฮ้อ... คิมก็เหลือเกิน เมื่อก่อนที่ขอเลี้ยงแมวน้ำ ตัวเองก็เป็นคนค้านหัวชนฝาแท้ ๆ จนเรานึกว่าไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ซะอีก โผล่มาอีกทีก็มีน้องเหมียวน่ารักซะขนาดนี้ อิจฉาอะ ถ้าขอให้คิมพาไปหาคู่หูน่ารัก ๆ อย่างนี้บ้างจะได้ไหมนะ”

 

เมื่อได้ลูบหัวลูบตัวจนพอใจ มือเรียวก็วางร่างฟูไว้บนก้อนหินข้าง ๆ อย่างทะนุถนอม ก่อนจะเริ่มทำงานต่อ ทำอาหารไปพลางก็บ่นไปพลาง โดยไม่ได้สนใจดวงตาสีฟ้าใสที่คอยจับจ้องทุกท่วงท่า ฟังทุกคำพูดด้วยแววตาซับซ้อน

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

ใช่เงาอัคคีแน่เหรอพี่แป๊ด ผมว่าจากที่เห็นแว้บ ๆ คนเมื่อกี๊ดูจะเตี้ยไปหน่อยนะครับ

 

ข้าว่าข้าไม่น่าดูจะผิดนา ก็ไอ้เส้นสีแดงของจารึกติดตามมันชี้มาทางนี้จริง ๆ ถึงมันจะแตกเป็นหลายเส้นแบบงง ๆ ก็เถอะ ข้าจำได้ว่าเลยตรงนี้ไปหน่อยจะมีจุดตั้งแค้มป์ที่คนไม่ค่อยรู้จักอยู่อันนึง มันน่าจะไปซ่อนตรงนั้น เอ็งน่ะดูผิดเองรึเปล่า ป่าแถวนี้มันยิ่งมืด ๆ อยู่

 

ผมว่าไม่ไช่น่าจะใช่จริง ๆ นะครับพี่ ก็ตอนที่ผมร่ายเวทใส่ คนเมื่อกี๊เลือกพุ่งตัวหลบฉากเหมือนพวกนักฆ่า ถ้าเป็นเงาอัคคีจริง จากที่ผมเคยประมือมา มันน่าจะส่งเวทสวนกลับมาทำลายมากกว่า

 

“อ้าวเรอะ แล้วไงดีวะ รึว่าข้าจะดูผิดจริงเหมือนรอบที่แล้ว ยิ่งไม่ค่อยใช้ไอ้จารึกติดตามนี่อยู่ เอ็งก็ไม่น่าไปพลาดท่าตายให้จารึกหลุดนี่หว่า เลยมาช่วยข้าดูไม่ได้เลย เฮ้อ...”

 

หนุ่มร่างใหญ่ในชุดคลุมดำข้างต้นไม้มือขึ้นเกาหัวแล้วส่ายหน้า ในขณะที่ชายในคลุมดำอีกคนกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง ก้มหน้าลงครุ่นคิด แล้วตอบกลับผู้อาวุโสกว่า

 

“ผมว่า เงาอัคคีอาจจะอยู่แถวนี้จริงก็ได้ แต่สถานการณ์มันดูไม่ค่อยน่าไว้ใจ ได้ยินมาว่ากิลด์เรามีค่ายลับอยู่แถวนี้ ถ้ายังไง เดี๋ยวผมลองติดต่อกำลังเสริมแล้วค่อยบุกเข้าไปจับตัวน่าจะดีกว่า”

 

“เออ เอ็งว่าไงก็ว่ากัน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #687 Nil[Night] (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 06:15
    ขยี้ให้สุดเลย ขยี้ๆๆ เอาแบบน้องจาหนีไปอยู่กับพี่เสือ พี่โจ้ แทนเลย ฮ่าๆๆๆๆ
    #687
    0
  2. #686 milksz (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 20:59
    บ้ายบายนิยายเรื่องนี้ ลาก่อนนน!!แลอาวรณ์ก็ไปรักกันเหมือนเดิมละกันนะ อ่านบทนี้ทีไรเป็นขัดใจไม่อยากอ่านต่อทุกที//แลโรคจิตอะ555
    ยังไงก็ที่แล้วๆมาสนุกมากแต่เจอบทนี้...อื้ม...ไปละ//ฟิ้วว!!!
    #686
    1
    • #686-1 KTNxBKL(จากตอนที่ 57)
      1 กรกฎาคม 2561 / 05:13
      นิยายสนุก เจอบทนี้ไป อยากได้พระเอกใหม่เลย อารมณ์เดียวกันเลย
      #686-1
  3. #685 jamyukuza (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 20:49

    ทำไมไม่ค่อยอัพเลยอ่ะ

    #685
    0
  4. #684 C-Chinemon (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 12:16
    ดีใจที่เห็นไรท์มาอัพ~
    #684
    0
  5. #683 Whatever it is (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 11:28
    ขอบคุณค่ะ
    #683
    0
  6. #682 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 11:05
    น้องจาหึงรึ?!?
    #682
    0