หางยาวเท้าปุย กับเส้นทางสู่ยอดปราการ (Yaoi)

ตอนที่ 56 : รักษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 965
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    30 มิ.ย. 61

*ลงครั้งแรก 30 พ.ค. 61

*แก้ไขคำผิด 30 มิ.ย. 61

 

งิ ๆ คนเขียนติดเกมงอมแงมจริงจัง พอเหมือนจะเลิกติดเกมได้ก็เจอพายุงานเข้าถล่มซะงั้น เฮ้อ~

 

 

ลมเอื่อย ๆ พัดผ่านยอดไม้ที่อาบไล้ไปด้วยสีทองของอาทิตย์ยามอัสดงให้โบกไหว ยอดไม้สูงใหญ่ที่แผ่ปกคลุมเหนือลานตั้งแคมป์ขนาดเล็กใจกลางป่า สถานที่ซึ่งปกติแสนจะเงียบเชียบจนสามารถได้ยินเสียงเสียดสีของกิ่งไม้อย่างชัดเจน หากบัดนี้ท่วงทำนองแห่งธรรมชาติกลับถูกกลบด้วยเสียงโหวกเหวกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เมื่อมีผู้มาเยือนมากหน้าหลายตาต่างสาขาอาชีพกว่า 20 ชีวิตได้พากันเข้ามาใช้พื้นที่

 

“หึ ๆ เสร็จข้าล่ะ กับดักบึงอสรพิษ!

 

ชายหนุ่มเผ่าคนแคระสะบัดมือป้อม ๆ ทิ้งไพ่ลงบนพื้นโต๊ะด้วยท่าทางมาดมั่น ก่อนไพ่ที่ถูกทิ้งแผ่ไอสีเขียวน่าสะอิดสะเอียนออกมาโดยรอบ แล้วเปลี่ยนสภาพพื้นโต๊ะฝั่งตรงข้ามให้กลายเป็นบึงน้ำสีเขียวตะไคร่ที่มีไอพิษลอยตลบอบอวลในทันที บึงสีเขียวเข้าโอบล้อมเหล่าตัวละครอสูรของคู่ประลองให้ยืนหันรีหันขวางอยู่บนเกาะขนาดเล็ก ณ ใจกลาง เกาะที่งูเขี้ยวสว่านจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเลื้อยขึ้นจากผิวน้ำมาปิดล้อมไว้ทุกด้าน

 

“เฮ้ย ๆๆ ไพ่แรร์โผล่มาอีกใบแล้วโว้ย”

 

“มาอีหรอบนี้ ดูท่าฝั่งโน้นจะรอดยากแล้วว่ะ”

 

“บร๊ะเจ้า! พี่ถังเงินครับ ผมละนับถือความพยายามในการสะสมไพ่ของพี่จริง ๆ !!

 

ในขณะที่หนุ่มคนแคระกำลังยิ้มกริ่มกับถ้อยคำสรรเสริญ ชายหนุ่มนักดนตรีฝ่ายตรงข้ามก็ลอบกลืนน้ำลาย ก่อนจะเก็บอาการแล้วตะโกนข่มขึ้นด้วยเสียงอันดัง

 

บึงอสรพิษแล้วไง ตูไม่อ่อนขนาดนั้นหรอกเฟร้ย หงายไพ่ที่หมอบ ประตูสนเงิน!

 

สิ้นเสียง แสงสีเงินก็แผ่เรืองรองออกมาจากขอบไพ่ตรงหน้า ไพ่ใบเล็กค่อย ๆ พลิกหงาย ส่งให้มีกิ่งไม้เกี่ยวกระหวัดแทรกออกมาจากไพ่แล้วมุดหายไปในพื้นโต๊ะ จากนั้นจึงผุดขึ้นอีกครั้งบนผืนดินของเกาะโดดเดี่ยวกลางบึงมรณะ ก่อนกิ่งก้านน้อยใหญ่จะแผ่ขยายกลายเป็นต้นสนสีเงินระยิบระยับ ณ โคนไม้ใหญ่นั้น ประตูสีเงินดูเลอค่าค่อย ๆ แง้มออก เมื่อประตูลึกลับเปิดออกจนสุด ตัวละครของฝ่ายหนุ่มนักดนตรีก็พากันวิ่งหนีตายลอดประตูไม้ไปโผล่ยังอีกฝั่งของบึงกว้าง ก่อนที่ทั้งบึงเวิ้งว้างทั้งต้นไม้สีเงินจะสลายหายไปทั้งหมด

 

“หะ!? เอาจริงดิ”

 

“พะ..ไพ่แรร์ ประตูสนเงิน สุดยอด!

 

“ฮึ่ย! รอดไปนะเอ็ง เอาเถอะ แล้วข้าจะรอดูว่าจะรอดไปได้อีกสักกี่น้ำ”

 

หากก่อนที่คนแคระหนุ่มจะได้จั่วไพ่ใบใหม่ เงาดำสูงใหญ่ก็ทาบทับจากทางด้านหลัง ตามมาด้วยน้ำเสียงบ่นอย่างหงุดหงิด

 

“ไอ้ถัง ข้าตั้งกระโจมเสร็จแล้วนะโว้ย อย่ามัวแต่เล่น ไพ่ทวยเทพ สิฟะ มาเตรียมของกินได้แล้ว จะมืดอยู่รอมร่อแล้วเนี่ย กว่าจะหมดกิจกรรมท้าประลองไพ่ก็ปลายเดือนโน่น เอ็งยังมีเวลาไต่อันดับอีกถมไปน่า”

 

“อ้าว เสร็จแล้วเหรอ ใจมาก แต่ข้าไม่ได้อู้นา พี่เจ๋งบอกว่าวันนี้พวกเราทุกคนจะมีลาภปาก ไม่ต้องทำกับข้าวเอง พวกข้าเลยมาเปิดโต๊ะไพ่รออยู่นี่ไง เออ มีไรไว้คุยทีหลังแล้วกัน กำลังยุ่งว่ะ หมอบใบนี้ แล้วส่งอัคนีเก้าหางไปตั๊นหน้าไอ้กระทิงป่านั่น!

 

“วู้วววว เอาแล้วครับท่าน ดุเดือดแล้ว!

 

คำตอบที่ได้รับบวกกับการโดนเมินซึ่ง ๆ หน้า ทำให้ร่างสูงใหญ่หงุดหงิดยิ่งไปกว่าเดิม หากผู้ถูกเมินกลับทำเพียงพ่นลมหายใจออกแรง ๆ ก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทางแล้วตะโกนลั่น

 

“เฮอะ! ถ้าพี่เจ๋งว่างั้นก็แล้วไป มีใครว่างดวล ไพ่ทวยเทพ ไหมวะ เห็นแล้วมันคันไม้คันมือโว้ย!

 

“ว่าง ๆๆ แต่รอแป๊บ ตอบกระทู้นี้เสร็จเดี๋ยวกูไปเล่นด้วย ตั้งโต๊ะรอได้เลย ไอ้พวกชอบกร่างคับกระทู้อย่างกิลด์ม้าดำมาพลาดเองอย่างนี้ ต้องรีบขยี้ให้จมดิน!

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

ริมลานตั้งแคมป์ถัดจากแนวโต๊ะดวลไพ่ทวยเทพออกไปไม่ไกล เป็นเวิ้งที่เต็มไปด้วยกระโจมสีหวานกับเสื่อปิคนิกลายน่ารัก โดยมีเหล่าหญิงสาวกำลังนั่งจับกลุ่มพูดคุยหยอกล้อกันอย่างผ่อนคลายอยู่ด้านหน้า

 

“ดูนี่สิ ต่างหูลายน้องแมวซ่อนเมฆ เพิ่มค่าความว่องไว 3 ด้วยนะ เราเพิ่งสอยมาได้สด ๆ ร้อน ๆ เลย น่ารักมั้ย”

 

“ไหนดูซิ ว้าว! คิขุได้โล่ ซื้อที่ไหนอ่าปิ่น”

 

“อิอิ อันนี้น่ะ ลิมิเต็ดอิดิทชั่นจากร้าน...”

 

ฮ่า ๆๆๆ เป็นไงล่ะ อ่อนแล้วไม่เจียม รีบ ๆ ยอมแพ้มาเหอะน่า ฮ่า ๆๆๆ

 

ทว่าแทนที่จะได้ยินคำตอบของเพื่อนรัก ก็มีเสียงดังขึ้นมาขัดจนดวงหน้าใสฉายแววหงุดหงิด

 

ชิ! พวกผู้ชาย แค่เล่นมินิเกมก็ให้เสียงมันเบา ๆ หน่อยไม่ได้เหรอไง มันรบกวนชาวบ้าน!”

                                                                                                                

“นั่นสิ ถ้าแค่นั่งเล่นเงียบ ๆ เหมือนคุณพี่ชุดดำตรงนั้นก็ไม่ทำให้ใครรำคาญแล้วแท้ ๆ แต่เอดู ๆ ไป พี่คนนั้นก็หน้าคุ้นอยู่นะ อืม... นั่นพี่คิมขวัญใจแกรึเปล่าน่ะสา แต่พี่เค้าออกกิลด์ไปแล้วนี่นา ไม่น่าจะมารวมพลกับพวกเราแถวนี้ได้”

 

หญิงสาวในชุดหนังรัดรูปแบบนักล่าเพ่งพินิจชายหนุ่มผมดำ ผู้กำลังนั่งลูบหัวเกาคอแมวสีขาวอยู่บนหินริมลานฝั่งตรงข้ามอย่างโดดเดี่ยวก่อนจะถามออกมา ซึ่งทำให้เพื่อนข้างตัวหันขวับมองตามในทันที

 

“ไหน ๆๆ อ๊ายยยย พี่คิม พี่คิมจริง ๆ ด้วย นี่ต้องเป็นบุพเพสันนิวาสที่ชักนำให้เรากลับมาพบกันแน่ ๆ ดูมือแข็งแรงคู่นั้นสิ ตอนจับดาบก็เท่ซะจนใจละลาย แต่พอเปลี่ยนมาลูบหัวเจ้าเหมียวก็... อ๊ายยยย ลูบช้า ๆ อ่อนโยนซะเบอร์นั้น เปลี่ยนมาลูบหนูแทนได้ไหมคะพี่คะ”

 

“เห... น้องเหมียว? อ๊ะ! น่ารัก พันธุ์หางฟูเป็นพวงซะด้วย แล้วยังท่าเอียงคอให้เกาอย่างเคลิ้ม ๆ นั่นอีก จะว่าไป นอกจากแมวลมแล้ว เกมนี้มีมอนสเตอร์แมวพันธุ์อื่นด้วยเหรอ อา... จะขอมาเป็นคู่หูได้ไหมนะ”

 

“พี่คิม... พ่อเทพบุตรของสา ไม่ได้เห็นมานานมาก คิดถึงจัง งือ... เอ๊ะ! ไม่ได้ มองตรง ๆ อย่างนี้ เดี๋ยวก็โดนดีเป็นตาเพชฌฆาตตวัดมาปาดขั้วหัวใจ แต่ถ้าพี่ท่านอารมณ์ไม่ดี ก็ได้เดินหนีไปเหมือนเมื่อก่อนอีก ห้ามจ้องตรง ๆ อย่างนั้นนะ หันกลับมาเลย ยัยปิ่น!

 

สาวน้อยนักล่าเจ้าของนามปิ่น จ้องมองสิ่งมีชีวิตขนฟูบนตักของชายหนุ่มไม่วางตา จนเพื่อนสนิทอย่าง สา ผู้รู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ด้านความถือตัวของชายหนุ่มเป็นอย่างดีต้องเอ่ยปรามแกมบังคับ

 

“แต่ว่า... น้องเหมียวตัวนั้นมัน... เอ๊ะ! นั่น น้องเหมียวเพิ่งยกขาขึ้นมาเกาหูใช่ไหม งื่อ อยากลองอุ้มบ้างอะ”

 

“ไม่ต้องเลย หันกลับมา!

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

มิ! เมี้ยว ๆๆๆ มี้ แม้ว ๆๆ ม้าวววว เมี้ยว ม้าวววววว

-ชิ! เสียงแหลม ๆ ของพวกผู้หญิงนี่แสบแก้วหูชะมัด เลยได้ยินเทคนิคจัดเดคไพ่เทพท้องทะเลไม่ชัดเลย-

 

แมวขนฟูสีขาวซึ่งกำลังนอนตะแคงอยู่กระดิกใบหูฟูเล็กน้อย พร้อมกับส่งเสียงร้องประท้วง หากชายหนุ่มผมดำที่กำลังนั่งเกาคางให้กลับเหม่อลอยอย่างไม่มีทีท่าว่าจะรับรู้ เพราะในใจมัวแต่ครุ่นคิดถึงบทสนทนาลับระหว่างตนกับเพื่อนสนิทก่อนหน้านี้

 

-อะ..เอ่อ โทษทีว่ะ ข้าอึ้งนานไปหน่อย ก็... ไม่คิดว่าเอ็งจะเป็นเกย์ เมื่อก่อนก็เห็นยังคั่วหญิงอยู่นี่ แต่เดี๋ยวนะเพื่อนคิม ไอ้ที่คุณเอ็งขอมาเนี่ย มันเกี่ยวอะไรกับเกมตรงไหนวะครับ-

 

“จริง ๆ มันก็ไม่เกี่ยว แต่พอดี เรื่องนี้มันสำคัญกับฉัน มาก น่ะ เห็นว่านายน่าจะช่วยได้เลยลองเสนอ เผื่อจะทำให้นายอยากช่วยมากขึ้น ก็แค่นั้น”

 

แววจริงจังในดวงตาสีเพลิงของเพื่อนสนิทที่มองตรงมาให้วิหคอัคคีถอนใจออกยาว ครุ่นคิดอยู่สักครู่ ก่อนจะเผยการตัดสินใจของตน

 

-เอาเป็นว่า ข้ายังไม่รับปากแล้วกัน ย้ำว่าแค่ยังไม่รับปากนะโว้ย ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ช่วย เข้าใจ้! อย่าเพิ่งไปทำอะไรให้ไอ้วิธีได้สกิลเทพเจ้านั่นหายไปก่อนล่ะ ข้าก็แค่... อยากขอเวลาคิดอีกนิด ก็ไอ้เรื่องที่เอ็งขอน่ะมัน เอ่อ... ออกจะเกินสามัญสำนึกของข้าไปหน่อย เอาเป็นว่า ขอข้าลองดูความเป็นไปได้ก่อน แล้วยังไงจะบอกเอ็งอีกที-

 

คำตอบอันคลุมเครือทำให้ชายหนุ่มผู้ติดอยู่ในห้วงความคิดหนักใจจนถอนหายใจออกยาว

 

“เฮ้อ... อย่างน้อยก็ยังไม่ได้ปฏิเสธซะทีเดียวละนะ”

 

“แม้ว! ๆๆ มี้ เหมียว แม้ววว มิ! มะ..มี้ ๆๆ ม้าวววว”

-เย้ย! อยู่ ๆ มาก็บ่นอะไรก็ไม่รู้ ช่วยส่งสัญญาณอะไรสักนิดก่อนเซ่ กำลังเปิดประสาทหู 500 เท่าเลยนะเฟร้ย หูเกือบแตก เฮือก! คะ..ความรู้สึกเมื่อกี๊มันอะไรน่ะ-

 

เมื่อได้ยินเสียงพึมพำของชายหนุ่มในระยะประชิด แมวน้อยที่กำลังรวบรวมสมาธิ เงี่ยหูฟังเทคนิคจัดไพ่เดคเทพแสงดาวฉบับลับสุดยอดที่กลางลานก็ยกเท้าปุยขึ้นตะปบปิดหูของตนในทันที แมวตัวเล็กส่งเสียงร้องแกมประท้วง ก่อนร่างฟูจะสะดุ้ง ตัวแข็งเกร็ง แล้วกลอกดวงตาสีฟ้าใสกวาดไปมองรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง

 

“หืม เป็นอะไรไปน่ะครับ น้องจา”  

 

“มะ..มี้ ๆๆ มะ..ม้าวววว เหมียว ๆๆ มี้ เหมียววววววว แม้ว ม้าว! มี้ ๆๆ แม้วววววววว!!

-ระ..หรือว่า จากตรงนั้น มะ..ไม่นะ เจ้าพวกนั้นมันเข้ามาแล้ว พี่คิม จะมาสนใจอะไรกันตอนเน้ เงยหน้าขึ้นไปไล่พวกมันก๊อน เร็ว เร็วซี่!!-

 

เสียงร้องยาวพร้อมกับแรงตะกุยไม่เบานักที่ต้นขา ทำให้หนุ่มผมดำขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงุนงง แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะแปลปริศนาภาษาแมวออก เสียงหวานใสของเด็กสาวก็ดังขึ้นตรงหน้า ให้ต้องเบนสายตาขึ้นมอง

 

“น้องแมวน่ารักจังเลย หนูขออุ้มหน่อยได้ไหมคะ พี่คิม”

 

เด็กสาวน่ารักในชุดนักล่าที่ตนมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนกำลังจ้องแมวน้อยบนตักด้วยดวงตาเป็นประกาย พร้อมกับพูดขอขึ้นด้วยเสียงอ่อนหวาน ช่างต่างจากเจ้าเหมียวเป้าหมายที่นอนตัวแข็ง จนชายหนุ่มนึกว่าได้กลายร่างเป็นตุ๊กตาแมวไปแล้ว

 

“นะคะ เห็นอย่างนี้ ปิ่นเลี้ยงน้องแมวที่บ้านเป็นโหลเลยนะ ไม่ทำน้องเจ็บหรือตกใจแน่นอน”

 

“มิ แม้ว ๆๆ มี้ ฟ่ออออ!

-ไม่ ไม่นะ ไม่อาวววววว แว้กกกก!-

 

หญิงสาวยื่นมือเรียวออกมา หมายจะเกาคางแมวตัวเล็กอย่างถือวิสาสะ ทว่า ก่อนที่มือนั้นจะเอื้อมถึงตัว แมวตัวน้อยก็พองขนขึ้นแล้วร้องเสียงดัง จนอีกฝ่ายต้องชักมือกลับด้วยความตกใจ

 

“คงไม่ได้ ก็อย่างที่เห็น แมวของผมไม่คุ้นกับคนแปลกหน้า”

 

“อะ.. เอ่อออ งั้นปิ่นก็ขอโทษด้วยค่ะ ไม่คิดว่าน้องแมวจะกลัวคนขนาดนี้ ว่าแต่ พี่คิมไปได้น้องแมวมาจากไหนเหรอคะ”

 

“โทษนะ แต่ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันที่ต้องตอบเธอ แล้วก็... ฉันจำไม่ได้ว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อน ถ้ายังไง ช่วยเรียกว่า เงาอัคคี เหมือนคนอื่นจะดีกว่า”

 

สิ้นเสียงเย็น นัยน์ตาคมกริบก็หรี่ลงแล้วตวัดไปมอง ให้เป้าหมายยืนตัวแข็งทื่อทั้งที่ยังมีรอยยิ้มค้างอยู่บนใบหน้า จนเพื่อนสาวที่วิ่งตามมาต้องรีบเข้าแก้ไขสถานการณ์

 

“เอ่อ... สาต้องขอโทษคุณเงาอัคคีแทนเพื่อนด้วยนะคะที่เข้ามารบกวน พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ มาเร็วสิ ยังปิ่น!

 

“เห... มีอะไรรึเปล่าพี่”

 

ในขณะที่หญิงสาวกำลังยื้อยุดฉุดกระชากร่างแข็งทื่อของเพื่อนนักล่า ชายหนุ่มผมสีม่วงในชุดปกปิดของนักฆ่าก็เดินเข้ามาใกล้ มองสลับไปมาระหว่างคู่กรณีแล้วเอ่ยปากถาม ก่อนจะผงะไปเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตขนฟูในอ้อมแขนของชายหนุ่ม

 

“ไม่มีอะไร เธอคนนี้แค่เข้ามาถามอะไรนิดหน่อย แล้วของที่ฝากให้ไปหาน่ะ ได้รึเปล่า”

 

“นี่ครับพี่ โชคดีที่พวกมาใหม่มีนักปรุงยาด้วย เลยได้มาพอดี พี่ก็อย่าลืมสัญญาแลกเปลี่ยนของเรานะคร้าบ”

 

“ขอบใจมาก ไม่ลืมหรอก แต่คงต้องจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อน อ้อ ยังไงก็ช่วยจัดการอะไร ๆ ให้เรียบร้อยด้วยล่ะ”

 

พูดพลาง นัยน์ตาสีเพลิงก็ปรายไปทางสองสาวที่ยังคงยืนอยู่ใกล้ ๆ สื่อถึงคำว่า อะไร ๆ ของตน ก่อนร่างสูงจะลูบหลังปลอบโยนแมวน้อยที่ยังคงตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขน แล้วเดินหายเข้าไปในแนวพุ่มไม้ด้านข้างของลาน

 

“เฮ้อ... ถ้าน้อง ๆ ไม่รู้ พี่คิมไม่ชอบสุงสิงกับคนที่ไม่สนิท คราวหน้าคราวหลังก็อย่าเข้าไปถามอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอีกล่ะ”

 

“ค่ะ พี่เจ๋ง”

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

“น้องจา กลับร่างมากินยาก่อนเร็ว”

 

“เมี้ยว”

-อื้อ-

 

เมื่อแสงสว่างวาบจางหายไป แมวน้อยขนฟูก็ถูกแทนที่ด้วยเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่นอนตะแคงอยู่บนพื้นหญ้า สองมือซึ่งไร้เรี่ยวแรงพยายามยันชันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก จนชายหนุ่มผมดำทนไม่ไหว วางขวดยาลง เลื่อนตัวเข้าไปนั่งซ้อนด้านหลังแล้วพยุงเด็กหนุ่มขึ้นให้นั่งพิงอกของตน

 

“เคี้ยวใบหญ้าดาระดาดนี่ก่อนแล้วค่อยกินยาแก้สถานะตาม ระวังยาหกล่ะ มา พี่ช่วยถือ”

 

นัยน์ตาสีเพลิงมองตามมือเรียวที่ยกหญ้าใบน้อยขึ้นอย่างสั่น ๆ พลันเหลือบเห็นดวงหน้าเล็กที่เบ้อย่างฝืนใจก็แอบลอบยิ้ม ก่อนจะฉวยใบหญ้าออกจากมือของเด็กหนุ่ม ขยับตัวให้มองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัด แล้วจ่อใบหญ้าเข้าที่ริมฝีปาก

 

“เอ้า อ้าปากสิครับ จะได้หายไง สูตรนี้พี่พิสูจน์แล้ว ได้ผลแน่นอน เราก็เบื่อจะให้พี่อุ้มไปไหนมาไหนแล้วไม่ใช่เหรอ”

 

เมื่อเห็นเด็กหนุ่มในอ้อมแขนลอบกลืนน้ำลาย สายตาจับจ้องใบหญ้านิ่งแต่ก็ยังไม่ยอมอ้าปาก เงาอัคคีจึงพูดกระตุ้นขึ้นอีก

 

“หรือที่ไม่ยอมอ้าปากกินนี่คือ ชอบให้พี่อุ้ม...”

 

“ไม่ใช่สักหน่อย”

 

“ถ้าอย่างนั้น... ก็คงอยากเปลี่ยนวิธีกินยาสินะ”

 

น้ำคำทิ้งจังหวะอย่างครุ่นคิด ทำให้ดวงหน้าเล็กเงยขึ้นมองผู้พูดอย่างมีความหวัง

 

“อย่าง... ช่วยเคี้ยวให้ แล้วป้อนด้วยปาก...”

 

หากยังไม่ทันจะฟังจบ เด็กหนุ่มก็อ้าปากงับใบหญ้าตรงหน้าแล้วรีบเคี้ยวอย่างเอาเป็นเอาตาย จนอีกฝ่ายหลุดขำ

 

“หึ ๆๆๆ ใจเย็น ๆ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวก็ติดคอตายพอดี จะว่าไป ยังไงพี่ก็ต้องขอโทษเรา เพราะไม่ได้เก็บหญ้าดาระดาดติดมือมาจากทุ่งนั่นแท้ ๆ เราเลยต้องลำบากนานขนาดนี้ เอ้า นี่ยาครับ มา พี่ช่วย

 

ดวงตาสีฟ้าใสเหลือบมองมาอย่างไม่ไว้ใจ แต่เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทำเพียงยกขวดยาขึ้นจ่อริมฝีปากของตน ไร้วี่แววของการกลั่นแกล้ง จึงยอมนั่งนิ่งจิบยาแต่โดยดี ด้วยร่างกายอันไร้เรี่ยวแรง เด็กหนุ่มจึงจิบยาได้อย่างเชื่องช้า หากหนุ่มผมดำก็คอยประคองขวดยา ยกขึ้นให้ร่างเล็กในอ้อมแขนค่อย ๆ จิบอย่างใจเย็น

 

ห้วงเวลานิ่งสงบดูเนิ่นนาน พลันในห้วงความคิดของชายหนุ่มผมดำ ภาพริมฝีปากอิ่มในระยะประชิดตรงหน้าก็ไปซ้อนทับกับภาพริมฝีปากอีกคู่ที่ตนเพิ่งได้เห็นมาในเหตุการณ์สุดระทึก จนดวงตาสีเพลิงต้องเบนหนี แล้วหงุดหงิดกับตัวเองอยู่ในใจ

 

ชิท ทำไมต้องไปนึกถึงชอตสุดสยองของไอ้โรคจิตนั่นด้วย

 

ริมฝีปากหนาเม้มแน่น คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด ก่อนดวงตาสีเพลิงจะเหลือบกลับมามองริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง ริมฝีปากเล็กแต่แวววาวจากของเหลวภายในขวด ดูช่างแตกต่างจากริมฝีปากที่ไม่น่าจดจำอีกคู่ แม้ว่าจะเป็นริมฝีปากของผู้ชายเฉกเช่นเดียวกัน หากริมฝีปากตรงหน้ากลับดูดึงดูด ให้ชายหนุ่มต้องทอดสายตามองเนิ่นนาน

 

จวบจนร่างในอ้อมแขนก็เบือนหน้าหนีขวดยา หนุ่มผมดำจึงรู้สึกตัวว่าของเหลวในขวดนั้นได้หมดไปแล้ว การเคลื่อนไหวของคนไร้เรี่ยวแรงทำให้ของเหลวที่ยังคงติดค้างอยู่ที่ปากขวดไหลหกออกมาริมมุมปากอิ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

“อื้อ!

 

นุ่มนวลทว่าเหนือความคาดหมาย ริมฝีปากหนาโน้มเข้าแตะริมฝีปากเล็กตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเพิ่มแรงบดเบียดจนดวงตาสีฟ้าใสเบิกกว้าง

 

“เอ... พี่แกเดินไปไหนแล้วหว่า พี่คิม พี่คิมคร้าบบบ”

 

พลั่ก! ปึก!

 

ท่ามกลางวินาทีแห่งความตกตะลึงและสับสน เสียงแว่วของคนจากอีกฝั่งของพุ่มไม้ก็ทำให้เด็กหนุ่มได้สติ ด้วยอารามตกใจ สองมือเรียวผลักชายหนุ่มผู้อุกอาจเต็มแรง จนทำให้เจ้าของนัยน์ตาสีเพลิงหงายหลังลงไปกองอยู่บนพื้น

 

“อึก!

 

“อ้าว มาหลบอยู่ตรงนี้นี่เอง แล้วทำไมลงไปนอนเล่นอย่างนั้นล่ะพี่ หะ..เห้ย!

 

ยังไม่ทันเดินพ้นแนวพุ่มไม้ ชายหนุ่มนักฆ่าก็ต้องร้องลั่นอย่างตกใจ เมื่อโดนสิ่งมีชีวิตตัวเล็กกระโจนเข้าใส่ ก่อนจะไต่ขึ้นมาเกาะบนบ่าของตน

 

“หึ! พี่ก็แค่อยากทดสอบว่ายาได้ผลไหม เล่นผลักมาซะเต็มแรงเลยนะครับ”

 

“มะ.. แม้ว เมี้ยว ๆๆ มี้ ม้าวววว!

-คะ..ใครเค้าทดสอบอย่างนั้นกันเล่า เจ้าบ้า!-

 

เสียงร้องที่ข้างหูทำให้หนุ่มนักฆ่ายืนตัวแข็งเกร็ง แล้วค่อย ๆ เหลือบตาไปมองสิ่งชีวิตบนบ่า จนสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าใสที่มีลายขีดตั้งตรงกึ่งกลางตามเอกลักษณ์ของเผ่าพันธุ์เข้าเต็ม ๆ

 

“มะ..แมว...”

 

“นั่น น้องจา น้องของจ๋าย นายก็เคยเจอตอนคอนเฟอเรนซ์ไปแล้วไง”

 

“ตะ..แต่ตอนนั้นไม่มีใครบอกว่าน้องเค้าเป็นแมวนี่ พี่ก็รู้ว่าตอนเด็ก ๆ ผมเคยโดนแมวกัดอะ สัตว์มีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมาเป็นสัตว์ป่าเถื่อนไม่น่าไว้ใจอย่างแมวด้วยว้า ชีวิตไอ้เจ๋ง ทำไมถึงได้ซวยบัดซบขนาดนี้ โดนแมวตามมารังควานกระทั่งในเกม เดี๋ยวอยู่ ๆ ต้องโดนงาบอีกแน่ ๆ เลย ฮือ...”

 

ชายหนุ่มผมสีม่วงที่ยืนตัวแข็งค้างเริ่มออกอาการคร่ำครวญ จนนัยน์ตาสองคู่เบนมามองด้วยแววเอือมระอาปนสมเพช

 

“น้องจาไม่กัดนายหรอกน่า”

 

“แม้ว ๆๆ มี้ แม้ววว ม้าววว”

-ผมก็คนนะ ไม่บ้ากัดใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก-

 

“ฮือ... แต่ว่า แต่ว่า...”

 

“ว่าแต่ ในทีมของนาย มีคนรู้เรื่องน้องจาแค่ไหน”

 

“ถะ..ถ้าเอาที่รู้เรื่องภารกิจก็มีแกนหลัก 5 คนพี่ แต่ถ้าเอาพวกที่น่าจะรู้ว่าเจ้าตัวนี้เป็นน้องพี่จ๋าย ก็คงมีแค่ผมที่ได้เข้าคอนเฟอเรนซ์ตอนนั้นอะ ก็พวกพี่กลัวข่าวรั่วจนพวกนั้นรู้ว่าเจ้าตัว..เอ่อ... น้องคนนี้เป็นคนนี่ ว่าแล้วพี่ก็รีบ ๆ มาอุ้มน้องออกไปจากตัวผมก่อนเถอะ ฮือ...”

 

เมื่อโดนดวงตาสีฟ้าใสจ้องมองมาอย่างเอาเรื่อง ชายหนุ่มผมม่วงก็รีบแก้คำเรียก แล้วหันมาขอร้องชายหนุ่มอีกคนอย่างหมดท่า

 

“งั้นก็ตามแผนเดิม ไม่ต้องให้ใครรู้ไปมากกว่านี้ แล้วก็... ฝากน้องจาไว้กับนายก่อนแล้วกัน”

 

“หะ พะ..พี่จะไปไหนอะ มาเอาน้องไปด้วยสิ”

 

“ฝากไว้ที่นายนั่นแหละ ฉันก็จะไปทำตามสัญญาของนายไง เอาน้องจาไปก็เกะกะเปล่า ๆ อีกอย่าง นายเองก็จะได้รักษาโรคกลัวแมวไปด้วย”

 

“เห้ย! ไม่นะพี่ อย่าทำงี้สิ ไม่เอานะ ม่ายยยยย”

 

แล้วเย็นวันนั้น ที่พักของทีมทำภารกิจพิเศษของกิลด์หงส์เพลิงก็มีกิจกรรมเพิ่มมาใหม่ คือการดูแมวขนฟูสุดน่ารักหยอกล้อกับท่านหัวหน้าทีมอย่างสนุกสนาน แลดูขบขันจนเป็นที่พูดถึงกันไปอีกหลายวัน

 

แปะ!

 

“แว้กกกก! อยู่ ๆ ก็ตะปบมือ มีอะไรอีกละครับท่านคร้าบบบ”

 

“มี้ แม้ว ๆๆๆ มี้ ม้าว แม้ว ๆๆ เมี้ยววววววว”

-ไม่ใช่ใบนั้น ไพ่ใบทางซ้ายเฟร้ย ผมว่าที่ผมชี้เมื่อกี๊มันชัดแล้วนะ ใบนั้นน่ะ ใบนั้น เจ้าทึ่มเอ๊ย-

 

เท้าปุยข้างหนึ่งชี้ย้ำ ๆ ไปทางไพ่ใบน้อยที่หมอบอยู่บนพื้นโต๊ะทางด้านซ้ายมือ ก่อนจะหันกลับมาจ้องตาเจ้าของไพ่อย่างเอาเรื่อง

 

“บะ..ใบทางซ้ายใช่ไหม แต่ใบนั้นน่ะมัน... ดะ..ได้ครับได้ ตามที่ท่านบัญชาเลย จะเล่นไพ่ก็ยังโดนแมวบงการอีก ซวยจริง ๆ เลยตู ฮือออ...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #655 pondbambam (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 10:47
    555กร๊ากกดก
    #655
    0
  2. #654 fanggg- (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 22:28
    คิกถึงเรื่องนี้จัง
    #654
    0
  3. #653 C-Chinemon (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 18:22
    น้องจายังคงน่ารักเหมือนเดิม~
    #653
    0
  4. #652 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 09:38

    คิดถึงน้องจามากกกกกกมาตอนใหม่น่ารักเหมือนเดิมอะไรท์จ๋าขอร้องอย่าหายไปนานๆได้ไหมคิดถึง

    #652
    0
  5. #651 maer (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 09:31
    รออยู่นะค่ะ
    #651
    0
  6. #650 Whatever it is (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 09:02
    เย่ ตอนใหม่ !!

    หายไปนานแต่น้องจายังน่ารักเหมือนเเดืม
    #650
    0