หางยาวเท้าปุย กับเส้นทางสู่ยอดปราการ (Yaoi)

ตอนที่ 52 : แผนการจากเหล่าผู้หวังดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,006
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    1 มี.ค. 61

*ลงครั้งแรก 26 ก.พ.61

*แก้ไขคำผิด 1 มี.ค. 61


 

 

“โว้ย! จะมาปิดเซิร์ฟหาพระแสงอะไรกันตอนเน้! อุตส่าห์ทำอาเจ๊นั่นหัวหมุน กำลังจะยอมเปลี่ยนกฎปราสาทสลักจันทร์ให้อยู่แล้วเชียว ถ้าเดี๋ยวเข้าไปอีกทีอาเจ๊แกเกิดเปลี่ยนใจ ไม่ต้องเสียเวลาหาวิธีหลอกล่อกันใหม่เลยเรอะ หือ!? มันจะโทรมาทำไมตอนนี้ฟระ”

 

เสียงบ่นอย่างหัวเสียชะงักไป เมื่อผู้ที่เพิ่งถอดเครื่องเล่นเกมลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วเหลือบไปเห็นแสงกะพริบเตือนจากเครื่องมือสื่อสารประจำตัวบนโต๊ะด้านข้าง หน้าจอบางใสเผยให้เห็นชื่อผู้โทรเข้าอันคุ้นเคย

 

ติ๊ด

 

“ว่าไงไอ้คิม เมิงมีอะไรถึง...”

 

“นายอยู่บ้านแล้วใช่ไหม ไปตามน้องจามาคุยหน่อยสิ ด่วนเลย!

 

“โว้ว ๆๆ อะไรฟระ โทรมายังไม่ทันทักทายฝูงเพื่อนก็ถามหาคนอื่น นี่เพื่อนเมิงนะครับไม่ใช่โอเปอร์เรเตอร์รับโทรศัพท์ ทักกรูสักคำก็ยังดี แล้วอยู่ ๆ มาขอสายน้องกรูนี่เมิงเป็นอะไรกับน้องกรูวะครับ”

 

“ก็...”

 

“อ๊ะ ๆ อย่ามาอ้างว่ารู้จักน้องกรูในเกมนะเฟร้ย ในเกมก็ส่วนในเกม โลกจริงก็ส่วนโลกจริง ไม่ต้องมาคิดจีบคิดหยอดคิดพรากน้องจาไปจากอกกรูเลย กรูหวง! แค่เมิงได้เล่นกับน้องจาในเกมทุกวันกรูก็อิจฉาจะตายอยู่แล้ว จะว่าไป แล้วนี่เมื่อไหร่เมิงจะเอาน้องมาส่งกรูฟระ ไอ้คุณคิม!!

 

เสียงเน้นจนเข้มในท้ายประโยคอย่างจริงจังของพี่ชาย ทำให้บุคคลในสายที่ยังระทึกไม่หายกับสถานการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ในเกมถอนหายใจออกยาว พยายามสงบจิตสงบใจ แล้วเริ่มเจรจากับพี่ชายจอมหวงน้องอย่างใจเย็น

 

“เฮ้อ... โทษที นายก็รู้ ก่อนหน้านี้สถานการณ์มันบังคับไปหน่อย ฉันจะพาน้องไปหานายแน่น่า”

 

ถึงจะไม่รู้ว่าจะได้ไปเมื่อไหร่ แล้วน้องจาจะยอมอยู่กับนายรึเปล่าน่ะนะ

 

“แต่เอาไว้ก่อน ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่า ไปตามน้องจามาคุยที ไม่งั้นที่เซิร์ฟจะเปิดในอีกไม่ถึงชั่วโมงนี่ พอน้องนายล็อกอินเข้าไป ได้โดนพวกปีกดำหิ้วตัวไปให้ราชันย์หน้าหวานนั่นแน่”

 

“เห้ย! นี่เมิงพาน้องกรูไปทำอะไรมาฟระ ถึงขั้นจะโดนพวกปีกนรกนั่นหิ้วเลยเรอะ มีอะไรคายมาให้หมดไอ้คิม ไม่งั้นก็อย่าหวังว่าจะได้คุยกับน้องกรู!

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

วิ้งงงงงงง...

 

เกลียวแสงระยิบระยับโปรยปราย พร้อม ๆ กับร่างคดคู้เลือนรางบนพื้นที่ค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้น สีดำเพียงหนึ่งเดียวดั่งเป็นจุดด่างพร้อยของทุ่งดอกไม้สีม่วงสดใสซึ่งแซมไปด้วยสีขาวสว่างไสวของดอกหญ้าขนาดเล็ก ทุ่งดอกไม้อันงดงามและแลดูปลอดภัย หากไม่ใช่กับชายหนุ่มนัยน์ตาสีเพลิงบนพื้นผู้รู้ซึ้งถึงฤทธิ์เดชของพืชเล็ก ๆ เหล่านี้เป็นอย่างดี

 

เมื่อภาพที่มองเห็นตรงหน้าชัดเจนขึ้น บ่งบอกถึงกระบวนการเข้าเกมที่เสร็จสิ้น เงาอัคคีก็รีบใช้ระยะปลอดภัย 5 วินาทีแรกให้เป็นประโยชน์สูงสุด ชายหนุ่มผมดำรวบรวมกำลังต่อสู้กับสถานะอ่อนแรงที่ยังคงอยู่ ร่างบนพื้นเกร็งตัวยกไหล่และศีรษะที่โงนเงนพร้อมจะลงไปกองกับพื้นทุกเมื่อขึ้นอย่างยากลำบาก ให้ดวงตาคมได้กวาดมองประเมินสถานการณ์โดยรอบ โดยพยายามลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นซึ่งอาจทำให้ศัตรูสังเกตเห็น เมื่อไม่พบวี่แววของสิ่งมีชีวิตใด ๆ ชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลงนอนทอดถอนหายใจออกอย่างโล่งอก แล้วรีบลงมือตามแผนการที่ได้วางเอาไว้ ในใจก็นึกย้อนไปถึงการประชุมลับที่ผลักดันให้ตนต้องรีบร้อนเข้าเกมมาเช่นนี้

 

หลังจากโดนพี่จอมหวงน้องซักฟอกจนขาวสะอาด พี่ชายผู้กังวลจนเข้าขั้นโรคจิตก็ถือโอกาสอ้างสิทธิ์ที่ คิม อดีตสมาชิกผู้มีอุปการคุณของกิลด์หงส์เพลิง และ น้องจา ว่าที่สมาชิกกิตติมศักดิ์ กำลังโดนกิลด์อริอย่างกิลด์อินทรีดำรังแกอย่างไร้ทางตอบโต้!? จ๋ายใช้อำนาจรองหัวหน้ากิลด์เรียกระดมพลเหล่าสมาชิกระดับสูงที่รู้จักกันในโลกจริง เปิดประชุมสภากิลด์เฉพาะกิจผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อวางแผนเอาคืนกิลด์อินทรีดำผู้ล้ำเส้น!

 

แม้ผู้เสียหายตัวจริงอย่างคิมจะพยายามแย้งว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิลด์อีกแล้ว และไม่อยากให้ทางกิลด์ลำบากเข้ามาช่วยจัดการ หากข้อความตอกกลับอย่างหนักแน่นของท่านรองก็ทำให้ชายหนุ่มพูดไม่ออกจนต้องสงบปากสงบคำไป

 

พวกปีกดำมันล้ำเส้นมาหลายรอบ และครั้งนี้พวกกรูจะไม่ทน โดยเฉพาะที่พวกมันบังอาจมาแตะต้องน้องน้อยสุดที่รักของกรู!!’

 

หลังการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดยาวนานกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดสภากิลด์เฉพาะกิจก็เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ควรรอจนสมาชิกกิลด์อินทรีดำผู้ชำนาญพื้นที่ส่งคนเข้ามาปิดล้อม แต่ผู้เคราะห์ร้ายทั้งคู่ควรหาทางหนีออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด เหล่าสมาชิกจึงมีมติให้ผู้ที่พอจะเอาตัวรอดได้อย่าง คิมเข้าเกมมาก่อนเพื่อเป็นตัวล่อเบี่ยงเบนความสนใจ เปิดทางให้ว่าที่สมาชิกกิลด์ผู้อ่อนแอ!? อย่างน้องจาเข้าเกมมาแล้วพากันหลบหนี จนกว่าทีมช่วยเหลือของกิลด์หงส์เพลิงจะเดินทางมาสมทบ ซึ่งก็คาดว่าอาจล่าช้าจากการปะทะกับกองกำลังของศัตรูระหว่างทาง

 

อย่างที่รู้กันเป็นอย่างดีในหมู่ผู้เล่นที่คลุกคลีกับเกมมานานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการล่าบอสว่า เซิร์ฟเวอร์เกมมักจะเปิดก่อนเวลาที่ทางผู้ดูแลได้แจ้งเอาไว้เสมอ ชายหนุ่มเจ้าของตำแหน่ง เหยื่อล่อ จึงต้องเฝ้ารอจ้องสถานะเซิร์ฟเวอร์เกมตาไม่กะพริบ และรีบล็อกอินเข้ามาทันทีที่เข้าเกมได้เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จของภารกิจคอขาดบาดตายที่ตนได้รับ โดยเฉพาะเมื่อหนึ่งนาทีของโลกภายนอกนั้นหมายถึง 24 นาทีที่ทำให้ตนมีโอกาสรอดในเกม และโอกาสรอดอย่างแรกของชายหนุ่มก็คือ การกำจัดเชือกที่พันมัดอยู่รอบตัวอย่างแน่นหนากับสถานะอ่อนแรงที่อีกฝ่ายฝากทิ้งไว้อย่างเจ็บแสบให้ได้เสียก่อน

 

ร่างในชุดดำที่นอนขดอยู่บนพื้นบิดข้อมือหมุนให้นิ้วมือขวาแตะเข้าบนหน้าปัดกำไลผู้เล่นบนข้อมือซ้าย แล้วกดปุ่มเรียกคำสั่งลัด เมนูส่วนตัวที่ผู้เล่นแต่ละคนสามารถตั้งให้เก็บคำสั่งอะไรก็ได้ 5 อย่างซึ่งสามารถเรียกใช้ได้โดยไม่ต้องผ่านเข้าสู่หน้าต่างเมนูหลัก ส่วนมากผู้เล่นก็มักตั้งเป็นคำสั่งที่ตนใช้บ่อย เช่น ยาฟื้นฟู อาวุธคู่ใจ ส่งข้อความ หรือ ถ่ายภาพขณะเล่นเกม หากสำหรับพ่อครัวอย่างเงาอัคคี นอกจากดาบใหญ่คู่ใจแล้ว ช่องคำสั่งหนึ่งในนั้นก็ได้อุทิศให้กับมีดทำครัวสุดโปรดที่ตนเรียกใช้เตรียมอาหารในทุกมื้อ หากชายหนุ่มก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามีดคู่กายจะมามีประโยชน์ในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้

 

เชือกที่มัดแน่นรอบข้อมือค่อย ๆ ร่วงหล่นไปจากผลงานของมีดเล่มบางแต่คม เมื่อมือทั้งคู่เป็นอิสระ ชายหนุ่มผมดำก็ขยับท่อนแขนที่อ่อนแรงไปยังกระเป๋าข้างตัว มือหนาที่สั่นเทาควานหายาแก้สถานะผิดปกติที่ตนมีอย่างยากลำบาก ยาที่เคยทดสอบกับตัวแล้วว่ามันไม่ได้ผล จนต้องขมวดคิ้วจ้องมองขวดยาอีกครั้งอย่างเคลือบแคลง หากคำแนะนำอย่างมั่นใจของหนึ่งในสมาชิกสภากิลด์ก็ทำให้ตัดสินใจลองทำตาม

 

อ๋อ! แค่ยาแก้สถานะระดับกลางก็ใช้ได้ แต่พี่ต้องเคี้ยวใบอ่อนของหญ้าดาระดาดก่อนแล้วค่อยกระดกยาตาม ฤทธิ์มันถึงจะครอบคลุมอาการนั่น อย่าทำหน้าอย่างนั้นดิพี่ เชื่อกันหน่อย ไม่งั้นเกมนี้จะมีนักปรุงยาอย่างพวกผมไว้ทำไม!’

 

จวบจนร่างกายเริ่มกลับมามีกำลังอีกครั้งกับสัญลักษณ์เตือนสถานะอ่อนแรงที่ค่อย ๆ จางหาย รอยยิ้มโล่งใจจึงได้ผุดขึ้นที่มุมปากหนา หากเวลาแห่งความสุขก็คงอยู่ได้ไม่นาน ในขณะที่ชายหนุ่มแก้มัดทั่วร่างกายได้แล้ว แต่ยังส่งข้อความแจ้งความคืบหน้าให้เหล่าผู้ร่วมแผนการไม่สำเร็จ ประกายแสงระยิบระยับสัญลักษณ์บ่งบอกถึงการเข้าเกมของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นห่างจากร่างตนไม่ไกล เร่งให้หนุ่มผมดำรีบเปิดใช้จารึกพรางตัวแล้วออกเคลื่อนไหวตามแผนการที่เหล่าผู้หวังดีได้ช่วยกันวางเอาไว้

 

ถ้าเอ็งหลุดจากสถานะนั่นได้แล้วโชคดีพวกมันยังไม่เข้าเกมมาก็อย่าเพิ่งชิ่ง ยังไงก็ต้องรอล่อให้ไอ้สองตัวนั่นตามเอ็งไปด้วย ไม่งั้นเจ้าลูกเหมียวไม่รอดแน่

 

ใช่ ๆ แล้วเมิงก็ต้องล่อไปไกล ๆ หน่อยนะโว้ย ถ้าปล่อยให้พวกมันเห็นน้องจาตอนเข้าเกม เดี๋ยวก็รู้ว่าน้องกรูเป็นผู้เล่นกันพอดี ไอ้กิลด์บ้านี่ยิ่งโรคจิต ๆ กันอยู่ ถ้าเกิดพวกมันรู้ขึ้นมา ไม่รู้ว่าน้องกรูจะโดนอะไรบ้าง

 

เอาเป็นว่าแก้สถานะได้แล้วเอ็งก็หนีออกมา แต่ไม่ต้องไกลมาก กะให้พวกมันได้ใจแล้วรีบตามเอ็งไป ล่อมันมาคิลทีละคนได้ยิ่งดี!’

 

แต่... หญ้ากันไฟนั่น

 

ไม่เห็นยากเลยพี่ ถ้าแค่จะฆ่าหญ้า พี่ก็เอาน้ำส้มสายชูผสมเกลือเยอะ ๆ แล้วรดดิ ต้นไหนต้นนั้นไม่มีรอด สูตรนี้ตอนยังเป็นชาวนาพวกผมใช้กันโคตรบ่อย ทั้งเกลือทั้งน้ำส้ม พวกบ้าทำครัวอย่างพี่น่าจะมี ถ้าอยากให้ตายไวพี่ก็เร่งไฟเพิ่มให้น้ำร้อน ๆ หน่อย แป๊บ ๆ ก็เหี่ยว อ๊ะ! แต่พี่รู้แล้วห้ามเอาแกล้งลูก ๆ ผมนะเว้ย!’

 

ชายหนุ่มในสถานะล่องหนออกวิ่งสุดฝีเท้าไปยังช่องเขาทางเข้าออกเดียวกับที่ตนเข้ามา ในใจก็นับถอยหลัง 10 วินาที ซึ่งเป็นระยะเวลาโดยประมาณที่อีกฝ่ายยังไม่สามารถรับรู้สภาพรอบตัวจากการเข้าเกมที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จนใกล้หมดเวลาก็ลดความเร็วลง เปลี่ยนเป็นการเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับหันไปตรวจดูศัตรูเป็นระยะ

 

ชิ! เป็นเก้งแอ๊บแมนนั่น

 

ยิ่งเห็นว่าศัตรูเป็นใคร เงาอัคคีก็สบถในใจให้กับความโชคร้ายของตน สายตาที่กวาดมองไปรอบ ๆ ของนักเวทร่างสูงหนาพร้อมกับมือข้างหนึ่งที่กรีดกรายยกขึ้นเสยผม ทำให้ขนอ่อนของชายหนุ่มพากันลุกพรึ่บพรั่บอย่างควบคุมไม่ได้ จนชายผู้ล่องหนยิ่งเร่งฝีเท้า หากสัมผัสของไอเวทเข้มข้นเบื้องหลังก็ทำให้ชายหนุ่มต้องหันไปมอง ก่อนจะออกวิ่งสุดกำลังอย่างไม่เกรงกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ตำแหน่งของตน ในเมื่อเบื้องหลังนั้น หมู่มวลพฤกษาพากันขยายขนาดแทงยอดแหลมคมตรงดิ่งขึ้นตรงสู่ฟ้าเป็นลูกคลื่นมหึมาไล่ตามหลัง จวบจนอีกไม่กี่ก้าวจะถึงช่องเขาที่หมายตา ชายหนุ่มจึงตัดสินใจพุ่งตัวกระโจนเข้าหาเป้าหมาย รอดพ้นจากยอดหญ้ายักษ์ต้นสุดท้ายไปได้อย่างฉิวเฉียด

 

เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นทำให้ชายหนุ่มตื่นตัว รีบควานหาของในกระเป๋ามาผสมตามสูตรยาฆ่าหญ้าที่รุ่นน้องบอกมาทั้งที่ยังหอบฮั่ก เร่งไฟไปก็เหลือบมองดงหญ้ายักษ์ไปอย่างหวาดระแวง หัวสมองวิ่งเร็วจี๋คิดคำนวณหาวิธีกำจัดอีกฝ่ายให้ได้ผลที่สุด

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

“หือ รอดไปได้งั้นเหรอ”

 

นักเวทในชุดคลุมดำขมวดคิ้วอย่างสงสัยเมื่อไม่ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดตามที่คาด ก่อนกรีดมือขึ้นวาดในอากาศเปิดแผนที่ที่ตนเพิ่งปิดลงไปได้ไม่นาน เมื่อเห็นว่าจุดสีแดงของเป้าหมายยังคงนิ่งอยู่บริเวณปากทางเข้าช่องเขาก็คลายสีหน้าลง

 

“สงสัยเมื่อกี๊ดูแผนที่พลาดไปหน่อย ห่างจากแนวต้นหญ้าพอดีสินะ ก็คราวที่แล้วสุดหล่อไม่มีแรง อ่อนระทวยในอ้อมแขนขนาดนั้น เวลาลูบตัวก็สั่นซะน่ารัก จะเอาแรงที่ไหนหนีได้ไกล ๆ ละเนอะ คึ ๆๆ แต่หนีไปได้ถึงตรงนั้นทั้ง ๆ ที่ทิ้งร่องรอยไว้ไม่เท่าไหร่นี่ แสดงว่าต้องมือไวล็อกอินเข้าเกมมาเร็วใช่เล่น ว่าแต่... แล้วพี่แป๊ดไปไหนเนี่ย ส่งข้อความไปเตือนให้เฝ้าสถานะเซิร์ฟเวอร์ เปิดเมื่อไหร่ให้รีบเข้ามาแท้ ๆ แต่ช่างเถอะ ไปเล่นกับหนุ่มน้อยก่อนดีกว่า ปลุกพฤกษา!!”

 

เพียงร่างสูงเอ่ยใช้ทักษะ ต้นหญ้ารอบด้านก็พร้อมใจกันลดขนาดกลับมากลายเป็นทุ่งดอกไม้สีม่วงสดใสน่ามองตามเดิม ชายหนุ่มก้าวเดินไปยังช่องเขาตรงหน้าอย่างใจเย็น เหมือนกำลังมาเดินเล่นพักผ่อนในสวนหลังบ้านของตน ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อไม่เห็นร่างของเป้าหมายอยู่หน้าช่องเขาตามที่คาด จนต้องเปิดแผนที่คู่ใจขึ้นมาอีกครั้ง

 

“หือ มีความพยายามเหมือนกันนะเนี่ย เวลานิดเดียวแต่ไปได้ไกลขนาด นั้นทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยจะมีแรงแท้ ๆ สงสัยถ้าเจอคงต้องให้รางวัลซะหน่อยแล้ว คึ ๆๆ”

 

ร่างในชุดคลุมดำเดินลึกเข้าไปในช่องเขา เส้นทางแคบและคดเคี้ยวดูจะไม่เป็นอุปสรรค เมื่อคนที่กำลังก้าวเดินเคยผ่านเส้นทางนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน สองตาสอดส่องมองหาร่างที่คาดว่าจะหนีไปได้ไม่ไกล

 

“อยู่ไหนน้า คุณเงาอัคคีครับ อย่ามัวแต่ลำบากหลบอยู่เลย มาให้ผมช่วยดูแลคุณด้วยความเอ็นดูเถอะ!

 

แกรกกกก... ขลุก ๆๆ

 

เสียงร่วงหล่นของก้อนหินเหนือหัวทำให้หนุ่มนักเวทกระโดดถอยหลังพร้อมยกไม้เท้าขึ้นสูงในท่าป้องกันแทบจะในทันที หากนอกจากเศษหินเล็ก ๆ ที่กลิ้งหล่นลงมาแทบเท้า ความเงียบไร้การเคลื่อนไหวหลังจากนั้นก็ทำให้ร่างสูงหรี่ตามองไปยังผนังหน้าผาซึ่งเต็มไปด้วยแง่งหิน โดยเฉพาะจุดที่คาดว่าจะเป็นต้นเหตุอย่างจัดผิด จับจ้องอยู่เนิ่นนานจนชายหนุ่มกำลังจะยกมือขึ้นร่ายเวทโจมตีทดสอบ ทว่าเสียงตีปีกของฝูงสัตว์อสูรบินได้ที่ดังก้องเหนือยอดผาแล้วบินจากไปก็ทำให้ชายหนุ่มลดมือลง

 

“คงคิดมากไปเองสินะ”

 

อารมณ์ตึงเครียดคลายลง หากนัยน์ตาคมก็ยังไม่วายกวาดมองผนังหินอย่างระแวดระวังเป็นครั้งสุดท้าย สองเท้าก้าวเดินต่อไปอีกเพียงเล็กน้อย ก่อนชายหนุ่มจะสังเกตเห็นชายผ้าสีดำที่โผล่ออกมาจากซอกผนังหินซอกหนึ่ง

 

“นั่นสิ ผมคงคิดมากไปเอง เพราะอย่างคุณเงาอัคคีคงยังไม่มีแรงปีนที่สูงขนาดนั้นหรอก แต่ถ้าซ่อนตามซอกบนพื้นก็ไม่แน่ ใช่ไหมครับคะ...”

 

นักเวทหนุ่มกระชับไม้เท้า เตรียมก้มตัวเข้าไปทักทายเป้าหมายในซอกหิน หากสัญชาตญาณส่วนลึกที่ร้องเตือนก็ทำให้ชายหนุ่มกระโดดถอยหลังออกจากจุดที่กำลังยืนอยู่ หลบลูกไฟขนาดย่อมที่ยิงมาจากเบื้องหลังตนได้อย่างหวุดหวิด พร้อม ๆ กับไม้เท้าคู่ใจที่ยกขึ้นป้องกันคมดาบซึ่งวาดลงมาจากมุมสูงได้พอดิบพอดี เกิดเป็นการปะทะระหว่างผู้ถือดาบและผู้ถือคทาในระยะประชิด

 

เคร้ง ๆๆๆ

 

“แหม คุณเงาอัคคีทำให้ผมตื่นเต้นได้ตลอดเลยนะครับ แง่งหินตรงนั้นจริง ๆ สินะ แถมยังร้อนแรง ลูกไฟเมื่อกี๊ถ้าโดนจัง ๆ นี่ปางตายนะเนี่ย”

 

วืดดด เคร้ง ๆๆ

 

“ชิ! แต่นายก็หลบได้ แต่ประชิดตัวในที่แคบอย่างนี้ นักเวทอย่างนายก็อย่าหวังว่าจะรอด!

 

“อ๋า! ถึงคุณจะพูดด้วยความรักอย่างนั้น แต่มันก็ไม่แน่หรอกนะครับ ถึงในเกมผมจะเป็นนักเวท แต่นอกเกมน่ะ ผมก็โปรด้านการต่อสู้อยู่น้า”

 

ไม่ทันขาดคำหนุ่มนักเวทก็ตวัดขาเตะเจาะยางเงาอัคคีให้ล้มลงไปนอนกองบนพื้น ดั่งจะยืนยันให้กับคำพูดของตน พร้อมเคลื่อนไหวต่อเนื่อง โน้มตัวควงไม้เท้าเตรียมจะกดขนานกับผืนดิน หวังล็อกตัวให้หนุ่มผมดำให้โดนกดแนบอยู่ภายใต้ร่าง หากหนุ่มนักดาบก็ไวพอที่จะกลิ้งตัวหนี แม้จะตื่นตระหนกกับฝีมือของอีกฝ่าย หากอดีตมือทำความเสียหายของกิลด์ผู้มากประสบการณ์ก็ไม่ยอมเผยความอ่อนแอ

 

“ถ้างั้น ก็มาลองวัดกันดูสักตั้ง!

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

“เหมียว...”

-เอ่อ...-

 

แมวขนฟูตัวเล็กที่กำลังนอนตะแคงอยู่บนทุ่งหญ้าสีม่วงสดใสร้องออกมาอย่างงุนงง เมื่อดวงตาสีฟ้าใสกลอกตาไปรอบ ๆ แล้วเห็นแต่ยอดหญ้าโอนเอนลู่ลม ไร้ซึ่งวี่แววของชายหนุ่มที่สัญญาว่าจะมาช่วยเหลือ ความเงียบอย่างผิดปกติในขณะที่เท้าถูกมัดแน่นหนา สถานะอ่อนแรงก็ยังอยู่ครบ ทำให้ร่างเล็กรู้สึกโหวงเหวง

 

นี่ก็กดเข้าเกมมา 3 นาทีหลังเปิดเซิร์ฟตามที่นัดไว้พอดี แล้วหมอนั่นมันหายไปไหนละเนี่ย

 

ร่างฟูพยายามขยับตัวกลิ้ง หากสถานะอ่อนแรงที่คงอยู่ก็ทำให้ดูเหมือนเป็นแค่การดิ้นเบา ๆ จนร่างเล็กได้แต่ปลง ยอมนอนนิ่งเงี่ยหูตั้งใจตรวจสอบเสียงสถานการณ์รอบตัวแทน

 

ตูม! ครืนนนนนน เคร้ง ๆๆๆ ซ่า....

 

เสียงการต่อสู้ที่ลอยมาจากที่ไกล ๆ ทำให้หูฟูตั้งชัน ยิ่งตั้งใจฟังนัยน์ตาสีฟ้าใสก็ยิ่งเบิกกว้าง

 

นะ..นี่อย่าบอกนะ ว่าหมอนั่นยังจัดการไม่เสร็จน่ะ แล้วเสียงเหมือนเวทมนตร์เยอะขนาดนั้น คงไม่ได้กำลังเสียท่าอยู่หรอกใช่ไหม มะ..ไม่ได้การแล้ว!

 

เมื่อคิดได้ว่าสถานการณ์อาจไม่เป็นไปตามแผน แมวตัวน้อยก็หันมาตั้งใจขยับเท้าฟู พยายามโน้มอุ้งเท้ามาแตะกระเป๋าใบน้อยเพื่อเรียกอาวุธคู่ใจออกมาตัดเชือกที่มัดขาของตน

 

วิ้งงงงงงง...

 

หืม... นั่นอะไรน่ะ

 

เสียงเอฟเฟคแปลกประหลาดที่มากับแสงระยิบระยับเหนือร่างทำให้แมวตัวน้อยหยุดกิจกรรมแล้วเพ่งมองอย่างตั้งใจ ทว่าเงาร่างใหญ่ที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นก็ทำให้สมองน้อย ๆ นึกถึงคนที่ตนยังลืมไม่ลง ตะลึงจนปล่อยให้ปากอ้าค้าง โดยเฉพาะเมื่อปลายเท้าเลือนรางข้างหนึ่งนั้นวางเฉียดปลายจมูกไปเพียงนิด

 

พระเจ้าครับ ถึงผมจะโดนฆ่าตายยังไงผมก็ยังพอทำใจได้ แต่อย่าให้ถึงขนาดโดนเท้าเหม็น ๆ เหยียบตายเลยนะครับ มันอนาถเกิ๊น งือออ....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #597 Atk. S. (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:18
    อย่าตายอนาถขนาดนั้นนะสงสารน้อง555
    #597
    0
  2. #595 Fantasy World (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:35
    สู้ๆนะน้องจา
    #595
    0
  3. #594 Whatever it is (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:00
    น้องจาาาา
    #594
    0
  4. #593 C-Chinemon (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:53
    น่าสงสารจริงๆ...
    #593
    0