หางยาวเท้าปุย กับเส้นทางสู่ยอดปราการ (Yaoi)

ตอนที่ 51 : กับดัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    15 ก.พ. 61

*ลงครั้งแรก 11 ก.พ. 61

*แก้ไขสำนวน 15 ก.พ. 61

 


 

สองหนุ่มร่างใหญ่ในชุดคลุมสีดำเดินลัดเลาะตามแนวลำน้ำอย่างชำนาญ เส้นทางที่ทั้งคู่ใช้ขนานไปกับแนวพุ่มไม้หนาสลับกับป่าโปร่ง ผู้สะกดรอยด้านหลังจึงได้อาศัยกำบังขณะติดตามเป้าหมาย ส่วนแรดสีดำที่ไร้คนสั่งก็ทำตัวเงียบเชียบเลียนแบบเจ้าของ กระทั่งการย่องเดินบนปลายเท้าก็ยังพยายามทำตามอย่างน่าเอ็นดู เส้นทางที่ทั้งหมดเดินผ่านนั้นค่อนข้างเงียบ หากก็มีกลุ่มผู้เล่นที่จะไปดูสงครามเดินทางสวนมาเนือง ๆ ให้ผู้ติดตามด้านหลังต้องคอยระแวงหาทางหลบเป็นระยะ จวบจนสองร่างใหญ่ด้านหน้าเริ่มเดินเข้าสู่ทุ่งหญ้าโล่งไร้ที่หลบซ่อน ผู้สะกดรอยจึงได้แต่รีรอ หยุดอยู่บริเวณหลังพุ่มไม้หนาแห่งสุดท้ายแล้วหันมามองกันเองอย่างเคร่งเครียด

 

“อืม... เอาอย่างนี้ละกัน เดี๋ยวเราจะใช้จารึกพรางตัว เดินล่องหนซ่อนไปตรงป่าฝั่งโน้น ถึงใช้แล้วจะเดินได้แค่ช้า ๆ แต่อย่างน้อยพวกนั้นก็มองไม่เห็น พอเราไปถึงป่าข้างหน้า สถานะล่องหนก็น่าจะหมดพอดี ค่อยดูอีกทีว่าสองคนนั่นจะเดินไปทางไหนแล้วเราค่อยใช้จารึกแผ่นใหม่ แต่... พี่มีจารึกติดมาแค่สิบกว่าอัน ไม่แน่ใจว่าจะพอรึเปล่าน่ะสิ”

 

นัยน์ตาสีเพลิงหรี่ลงต่ำ คิ้วขมวดน้อย ๆ แล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบปลายคางอย่างครุ่นคิด ปล่อยให้ดวงตาสีฟ้าใสจับจ้องม้วนกระดาษในอุ้งมือหนาด้วยความสนใจ

 

“พี่ว่าเราเก็บน้องแรดเข้าบ่วงพักสัตว์ไปก่อนดีกว่า จะได้ประหยัดจารึกหน่อย ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะเดินไปอีกไกลแค่ไหน เซฟไว้หน่อยก็ดี น้องจามีบ่วงอยู่ใช่ไหมครับ”

 

“อ่า... ครับ”

 

“หืม... พวกนั้นเดินกันไปถึงโน่นแล้วเหรอ งั้นเราจัดการน้องแรดเลย พี่จะคอยดูสองคนนั้นไว้เอง”

 

หลังพูดจบ ชายหนุ่มผมดำก็หันไปเฝ้ามองเป้าหมายสลับกับยกมือขึ้นวาดไปมาในอากาศอย่างคร่ำเคร่ง ให้เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่ยังตามไม่ค่อยทันหันมามองหน้าเจ้าแรดอย่างงุนงง

 

หากเมื่อตั้งสติได้ ดวงตาสีฟ้าใสก็เหลือบลงมองกำไลเชือกถักเรียบ ๆ สองเส้นรอบข้อมือตน กำไลของกำนัลจากแม่ชีอิงเถาเนื่องในโอกาสที่สามารถฟักไข่ออกมาได้สำเร็จ ข้อมือเรียวขยับพลิกจนเผยให้เห็นสองลูกแก้วเล็กที่ห้อยอยู่ด้านล่าง เชือกถักเส้นหนึ่งร้อยลูกแก้วสีฟ้ามีลายปลาตัวน้อยสลักเสลาอยู่ที่ผิว ตรงข้ามกับอีกเส้นที่ร้อยลูกแก้วสีแดงใสไร้ลวดลายใด ๆ เด็กหนุ่มแตะนิ้วลูบบนลูกแก้วสีฟ้าอย่างทะนุถนอม ก่อนจะถอดเชือกถักเส้นสีแดงออกแล้วยื่นไปยังเจ้าแรดตรงหน้า

 

“มา เข้าไปในบ่วงนี่เร็ว เบ๊”

 

“บะ..บู่วว บู้ววว”

-มะ..ไม่เอานะปะป๊า หนูกลัว-

 

ยิ่งยื่นเชือกถักเข้าใกล้ แรดสีดำทมิฬก็ยิ่งขยับก้าวถอยหลังแล้วส่ายหน้าดิก น้ำใส ๆ เริ่มเอ่อขึ้นคลอดวงตา

 

“อย่าดื้อน่า มุ้งมิ้งเข้าออกมาตั้งหลายรอบแล้วก็เห็นนี่ ไม่น่ากลัวสักหน่อย เร็วสิ”

 

“บะ..บู่วว บู้วววววววววว”

-กะ..ก็ หนูกลัวอ่า ไม่ ไม่เอาน้า ม่ายยยยยยยยยย-

 

ยิ่งแรดนรกานต์ขยับถอยหนี ชายหนุ่มร่างเล็กก็ยิ่งรุกเข้าใกล้ พยายามจะเอาลูกแก้วแตะร่างดำให้ได้ หากเหมือนชายหนุ่มจะเคลื่อนไหวมือเร็วเกินไป แรดตัวไม่น้อยจึงตกใจส่ายหน้าหลับตาปี๋ นอสั้น ๆ ที่สะบัดเหวี่ยงไปมาเกี่ยวบ่วงเส้นเล็กจนลอยหวือขึ้นกลางอากาศ แล้วกระเด็นไปกระทบโขดหินเข้าอย่างจัง ลูกแก้วสีแดงใสแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ให้เจ้าของร้องเสียงหลง

 

วืดดดด... เพล้ง!!

 

“เห้ย!

 

“ชู่วววว เบาหน่อยสิครับน้องจา เสียงดังไปแล้ว”

 

“กะ..ก็ งืออออ”

 

ดวงตาสีฟ้าใสเหลือบมองเศษซากลูกแก้วอย่างอาวรณ์ ก่อนจะเหลือบมามองเจ้าแรดที่น้ำหูน้ำตาไหลนองหน้าแล้วถอนหายใจยาว ดวงตาคู่สวยกลอกไปมาอย่างครุ่นคิด เพียงชั่วครู่ มือเล็กก็ค้นกระเป๋าหยิบกำไลโลหะเงินสลักเสลาลวดลายมังกรสีดำขึ้นมาพินิจ นิ้วเรียวแตะไล้ไปบนผิวเรียบของลูกแก้วสีดำใสที่ฝังอยู่บริเวณปากมังกรเบา ๆ

 

“อันนี้ ก็น่าจะใช้ได้ละมั้ง... แต่มันของแพงง่ะ จำได้เหมือนคุณตาบอกว่าเป็นสิบเอ็มเลย จะเอามาใช้ก็เสียดาย...”

 

“ฮึ่ม! พวกมันเลี้ยวไปอีกทาง เราต้องรีบแล้ว ยังไม่เสร็จอีกเหรอครับ มา พี่จัดการเอง หืม... บ่วงมังกร ของดีนี่”

 

โดยไม่ถามความสมัครใจ มือหนาก็ฉวยบ่วงราคาแพงออกไปจากมือเรียว จนร่างเล็กที่ไม่ทันตั้งตัวหน้าเหวออ้าปากค้าง จากนั้นร่างสูงสาวเท้าเข้าหาแรดนรกานต์ที่ยืนน้ำหูน้ำตาไหลย้อยอยู่ไม่ไกล คุกเข่าลงแล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม

 

“เป็นอะไรไปครับน้องแรด ไหน มาให้พี่ลูบหัวหน่อยซิ”

 

พะ..พี่คิม บ่วงนั่นน่ะ ราคามัน...

 

ชู่ววว

 

แรดตัวไม่น้อยเมื่อเห็นพี่ชายคนโปรดมาเล่นด้วยก็ค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นชายหนุ่มอีกคนขยับเข้าหา จนดวงตาคมสีเพลิงต้องตวัดหันมามองดุ หนุ่มร่างเล็กจึงทำหน้าหงอยแล้วถอยออกไป พอเห็นว่าปลอดภัยจากปะป๊าใจร้าย แรดทมิฬก็ก้มหัวให้ชายผมดำหนุ่มลูบอย่างอ้อน ๆ ท่ามกลางความคับข้องใจของเจ้าของตัวจริง

 

ใครเป็นเจ้าของมันกันแน่ฟระเนี่ย

 

“เดี๋ยวพวกพี่จะไปเล่นอะไรอันตรายนิดหน่อย น้องแรดไปนอนพักในบ่วงก่อนดีกว่านะครับ จะได้ปลอดภัยไง เนอะ!

 

พูดจบก็แตะบ่วงโลหะบนศีรษะ จนแรดสีดำสลายร่างกลายเป็นแสงพุ่งลงไปในลูกแก้ว ให้หนุ่มน้อยผู้รับบ่วงกลับคืนมาร้องโอดครวญ

 

“มะ..ไม่นะ บ่วงของแพงของผม มีราคีซะแล้ว งืออออ”

 

“หึ ๆๆ มีของดีก็ต้องเอามาใช้สิครับ จะเก็บไว้ทำไม เอ้า ตาเราแล้ว นี่จารึกพรางตัว แค่เปิดอ่านมันก็จะทำงานเอง น้องจาเปิดใช้เลยครับ”

 

ร่างสูงยิ้มละไมยื่นม้วนจารึกส่งให้ รอร่างเล็กคลี่ม้วนกระดาษออกจนสถานะเปลี่ยนเป็นล่องหน ตนจึงทำตามบ้าง

 

“ว้าว! ตัวผมหายไปจริง ๆ ด้วย อะ... เอ๊ะ พี่คิม พี่คิมไปไหนแล้ว พี่คิมครับ!!

 

“อยู่นี่ครับ”

 

เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นที่ข้างใบหู พร้อมกับสัมผัสของวงแขนแกร่งที่โอบล้อมจากบั้นเอวไปจนถึงแผ่นหลัง ทำให้ร่างเล็กที่ตื่นตระหนกอยู่แล้วยิ่งทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม หนุ่มน้อยในอ้อมแขนล่องหนย่นคอหลบลมหายใจที่เป่ารดในระยะประชิด ใบหน้าเล็กเห่อร้อน โดยเฉพาะยามเมื่อลมหายใจอุ่น ๆ ขยับเข้ามาใกล้ใบหูของตนอีกครั้ง

 

“พี่ก็ลืมไป เราใช้จารึกด้วยกันทั้งคู่อย่างนี้คงหากันไม่เจอ งั้น... เราคงต้องเดินไปด้วยกันอย่างนี้แหละ เนอะ!

 

“ผะ..ผมว่า...”

 

“ไปครับ พวกนั้นไปไกลแล้ว เรารีบตามไปดีกว่า หืม...”

 

หากก่อนได้ออกเดิน ชายหนุ่มผมดำก็ต้องแปลกใจที่สัมผัสของแผ่นหลังนุ่มนิ่มในวงแขนตนได้จางหาย เหลือเอาไว้เพียงสัมผัสนิ่มหนัก ๆ ที่ท่อนแขนของตน

 

“เมี้ยว ม้าววว!

-ร่างนี้ดีกว่า ไปครับ ไปกันเลย!-

 

“หึ ๆ เล่นอย่างนี้เหรอ ร้ายนักนะเรา”

 

แมวน้อยขนฟูจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อสัมผัสได้ว่าร่างสูงที่ตนกำลังเกาะอยู่อย่างหมิ่นเหม่ขยับวงแขน จัดท่าอุ้มให้กระชับเข้ากับร่างแมวของตนแล้วเริ่มออกเดิน หากโล่งใจได้ไม่ทันไร ร่างฟูก็ต้องตัวแข็งทื่อขดตัวซุกหน้างุด เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นนุ่มชื้นแผ่วเบาที่แตะเข้ากลางกระหม่อมก่อนค่อย ๆ ถอยห่างออกไป ตามมาด้วยเสียงหัวเราะในลำคอที่ลอยมาตามสายลม

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

“อาณาเขตฟื้นฟู!! พี่น้องหน้าประตู เวทอุกกาบาตจะมาเยือน! ดูวงเวทที่ขา หนีได้รีบซิ่ง หนีไม่ได้วิ่งเข้าหาพระ ไม่ได้ทั้งคู่ก็ตัวใครตัวมัน พระทุกคน เตรียมพร้อม 3 2 1 เกราะแก้วคุ้มภัย!!

 

เสียงตะโกนดังกึกก้องในห้องแชทของพันธมิตรฝ่ายบุก พร้อม ๆ กับบาเรียโปร่งใสทรงโดมนับสิบที่กางขึ้นตั้งรับการมาของห่าลูกอุกกาบาตยักษ์เหนือหัว ตามด้วยปรากฏการณ์ฝูงชนแหวกกับแสงกะพริบถี่รัวของยาฟื้นพลังหลากสี หากในเสี้ยววินาทีก่อนที่ลูกอุกกาบาตลูกแรกจะกระทบพื้นดิน เหมือนดังทุกสิ่งหยุดชะงัก ผู้ที่กระโดดอยู่ก็ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอย่างผิดธรรมชาติ ผู้กำลังออกดาบก็ชะงักในท่าฟาดฟัน ไอเวทของนักบวชเรืองแสงค้าง แม้กระทั่งลูกอุกกาบาตยักษ์ที่ไฟลุกท่วมก็หยุดลอยอยู่เหนือผืนดินเพียงไม่กี่เมตร

 

ก่อนที่ในอีกไม่กี่วินาทีถัดมา การเคลื่อนไหวกลับโดนเร่งข้าม ดั่งรีบทดแทนช่วงเวลาที่หายไป ผู้ที่ลอยอยู่ในอากาศก็กลายเป็นกลิ้งกองอยู่บนพื้น ผู้ที่ออกดาบ ดาบนั้นก็วาดลงปักแน่นบนผืนดิน ไอเวทของนักบวชจางหาย ส่วนเหล่าลูกอุกกาบาตยักษ์ก็กลับกลายเป็นฝังอยู่ในหลุมลึกบนผืนหญ้า โดยมีซากผู้โชคร้ายแบนอยู่ใต้พวกมัน กระแสเวลากลับมาไหลตามปกติพร้อมผืนดินที่สั่นสะเทือนรุนแรงจนผู้เล่นฝ่ายบุกล้มกันระเนระนาด กับรอบด้านที่กลายเป็นทะเลเพลิงเข้าซัดกลืนกินทุกชีวิต

 

“นะ..นาย.....แล..แลคไหม..................... โอยยยยยยยยยยยยยยย”

 

“คะ..ค้างงงงงงง.....งงงงงง........................ อ้ากกกกกกกกกกกกกก”

 

“โคตรเรือหาย! จะมาแลคอะไรจังหวะนี้ นักเวทน้ำ ช่วยกันดับไฟ ทีมพระ ชุบชีวิตเพื่อนแล้วช่วยกันลงฮีลหมู่รัว ๆ มหาเมตตา!! คืนชีวาปวงชน!! อาณาเขตฟื้นฟู!!

 

หัวหน้ากิลด์ในชุดนักบวชโทรม ๆ สั่งการไปก็ร่ายเวทสนับสนุนไปมือเป็นระวิง ก่อนจะหันไปถามรุ่นน้องนักบวชด้านข้าง

 

“ไอ้คุณน้องหมิง แลคเบอร์นี้มีคนไปโพสแจ้งจีเอ็มรึยัง ขืนเจอแบบเมื่อกี๊บ่อย ๆ ฝ่ายบุกอย่างเราจะเน่าอนาถนะโว้ย”

 

“ทั้งโพสทั้งโทรจิกตั้งแต่เมื่อวานในเกมแล้วพี่ แต่มีตอบมาแค่ ทางทีมงานกำลังตรวจสอบอยู่ ไม่รู้แงะสายไฟมาดูทีละเส้นรึเปล่า”

 

“บอกพวกเฝ้าค่ายให้ช่วยกันโพสกดดันเข้าไปอีก ถ่ายรูปเมื่อกี๊ลงบอร์ดไปเป็นหลักฐานด้วย ให้มันรู้ไปว่าจะไม่รีบแก้ให้ หะ..เห้ย! พี่น้องปีกขวา มันกำลังลากปืนใหญ่ขึ้นมา ช่วยกันถล่มปืนนั่นก่อนมันจะตั้งเสร็จ แล้วไอ้ก้อนดำ ๆ ตรงกำแพงเมืองทางซ้ายนั่นมันอะไร โคตรพ่อโคตรแม่เรือหาย มันเปิดจารึกสุ่มอสูรโยนลงมาจากกำแพงเมือง ไอ้พวกระยำ!

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

หลังเดินทางผ่านทุ่งโล่งมาได้ครู่ใหญ่ สองบุรุษในชุดดำก็หยุดยืนปรึกษากันบริเวณทุ่งหญ้าใกล้กับฐานของหน้าผาแห่งหนึ่ง ท่าทีที่ดูเป็นธรรมชาติสำหรับผู้คนที่ผ่านไปมา หากแสนจะน่าสงสัยสำหรับผู้ที่ตามสะกดรอยตามมาโดยตลอด ก็ทั้งคู่เล่นหยุดยืนคุยกันเฉย ๆ มาร่วม 20 นาทีแล้ว! แถมยังมีชมนกชมไม้ หันไปมองผู้เล่นที่เก็บระดับหรือเดินผ่านไปมาแถวนั้นอยู่เป็นระยะ การกระทำที่ยังความฉงนให้กับหนึ่งคนหนึ่งตัวที่ซุ่มดูอยู่หลังพงหญ้าสูง

 

“พวกนั้นทำอะไรกันแน่ หรือไม่ได้จะมาเฝ้าแท่นอักขระจริง ๆ ถ้าเทียบกับข้อมูลที่สายข่าวให้มา แถวนี้ก็ดูออกจะ อืม... ไกลจากที่คิดไว้นิดหน่อย”

 

“เมี้ยว แม้ว!

-สองคนนั่นเดินไปโน่นแล้ว!-

 

หากไม่ทันให้ชายหนุ่มได้วิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง สองร่างเป้าหมายที่หันซ้ายแลขวาแล้วว่าไร้ผู้คนรอบข้างก็พากันเดินเข้าไปประชิดฐานของหน้าผา ก่อนเลี้ยวหายลับเข้าไปในช่องหินที่แทบจะไม่มีใครสังเกตเห็น

 

นั่นมัน! น้องจา ใช้จารึกเลยครับ เราต้องไปกันแล้ว

 

เมี้ยว!

-งื่อ!-

 

ช่องทางเดินระหว่างสองหน้าผานั้นแคบและคดเคี้ยว คล้ายเป็นทางเดินเข้าสู่ฐานลับที่ไหนสักแห่ง ให้สองผู้สะกดรอยต้องคอยหันมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง หากเดินเข้ามาเพียงไม่นานเส้นทางแคบก็ขยายกว้างออก เผยให้เห็นสิ่งที่หน้าผาสูงชันโอบล้อมไว้ซุกซ่อนจากสายตาคนภายนอก

 

ทุ่งดอกไม้ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กสีม่วงอ่อนทอดตัวยาวอยู่เบื้องหน้าของทั้งคู่ เหล่าดอกไม้สีม่วงแซมด้วยดอกไม้เล็กสีขาวชูช่อบานสะพรั่งเอนพลิ้วไหวไปตามสายลม พร้อมส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ดั่งจะต้อนรับผู้มาเยือน โดยมีทางออกอีกฝั่งเป็นทางลาดลงสู่ลำน้ำใหญ่ มีเรือพายลำเล็กถูกผูกอยู่ดั่งรอคอยผู้มาใช้งาน ผู้มาใหม่จ้องมองภาพที่แตกต่างจากฐานลับในจินตนาการอย่างอึ้ง ๆ จวบจนได้ยินเสียงตะโกนของหนึ่งในเป้าหมายจึงได้สติ

 

“เดี๋ยวข้าไปทางซ้าย เอ็งเอาทางขวาไปละกัน”

 

สิ้นเสียง สองชายหนุ่มร่างใหญ่ก็เดินลุยทุ่งดอกไม้ที่สูงถึงหน้าแข้งแยกไปคนละทาง เมื่อทั้งคู่เดินผ่านไปที่ใด มือใต้ผ้าคลุมก็โปรยบางสิ่งลงไปบนพื้นรอบ ๆ เดินไปจนเกือบจะทั่วทุ่งใช้เวลาไปไม่น้อย คนทั้งคู่จึงไปบรรจบกันยังเรือพายริมน้ำแล้วหยุดยืนสนทนา ท่าทางที่ชี้มือไปมาอย่างจริงจัง หากเสียงพูดคุยนั้นแว่วมาไม่ถึง ทำให้สองผู้สะกดรอยได้แต่คาดเดาความหมาย

 

พะ..พวกนี้คงไม่ได้แค่มาแวะปลูกดอกไม้แล้วก็จะพายเรือกลับหรอก ใช่ไหม

 

“สองคนนั่น... หรือมันจะเป็นกลไกอะไรสักอย่างเกี่ยวกับแท่นอักขระ”

 

ชายหนุ่มผู้ล่องหนรำพึงรำพันกับตัวเองเสียงเบาพลางพยายามสาวเท้าเข้าหาเป้าหมายอย่างเงียบเชียบ โดยไม่ลืมเลี่ยงพื้นที่ที่อีกฝ่ายได้โปรยวัตถุบางอย่างทิ้งเอาไว้

 

“ผมลองบ่อยแล้วครับ ถ้าพี่อยากก็ตามสบายเลย เดี๋ยวมีอะไรผมคอยซัพพอร์ทเอง”

 

“งั้นก็ตามนี้ เคยแต่เห็นคนอื่นใช้แล้วมันคันไม้คันมือ นาน ๆ จะได้สกิลร่ายแบบนักเวทมาสักอัน ตั้งแต่ได้สกิลจากแท่นอักขระนั่นมา ข้ายังไม่เคยลองใช้กับต้นไม้เยอะ ๆ เลยนะ ไม่รู้มานาจะพอรึเปล่า อย่างงี้ต้องลอง ปลุกพฤกษา!!

 

หากเพียงเดินเข้ามาระยะได้ยินเสียงพูดคุย ยังไม่ทันจะจับใจความได้ เสียงเรียกใช้ทักษะไม่คุ้นหูก็ดังก้อง พร้อมการขยับไหวของมวลพฤกษาทั่วทั้งทุ่งที่ตนกำลังยืนอยู่ดั่งเป็นสัญญาณของลางร้าย เหล่าพฤกษาดั่งโดนเร่งการเจริญเติบโตขยายกิ่งก้านพุ่งชูช่อขึ้นสูงถึงระดับหัวไหล่ของชายหนุ่ม แม้ร่างล่องหนจะพยายามยามหลบหลีกแล้ว ทว่าด้วยจำนวนมหาศาล กิ่งก้านบางส่วนก็เฉียดผิวกายชายหนุ่มจนได้เลือด ทั้งร่างหลุดออกจากสถานะล่องหนเมื่อโดนโจมตี เช่นเดียวกับแมวตัวน้อยในอ้อมแขน

 

“แม้ว!

-โอ๊ย!-

 

“นั่น! เงาอัคคี กับดักของท่านเสนาได้ผลจริง ๆ เร็ว รีบจับมันเอาไว้ ข้าจะรีบส่งข่าวให้พวกเรารู้”

 

“ครับพี่ ปลุกพฤกษา!!

 

ด้วยไอมนตราที่เข้มข้นกว่าของอีกคนอย่างเทียบไม่ติด ต้นหญ้ารอบด้านขยายขนาดขึ้นพอ ๆ กับเถาวัลย์เส้นหนา ส่วนยอดก็พุ่งสูงขึ้นเลยศีรษะของชายหนุ่มที่เตรียมรับมืออยู่กลางลานไปหลายเมตร พร้อมกันสานเข้าหากันแน่นเป็นกรงพฤกษาขนาดยักษ์บีบเข้ากักขังเหล่าผู้บุกรุก หากชายหนุ่มผมดำก็ใช่จะยืนรอให้โดนจับโดยง่าย

 

“คลื่นดาบไฟ!! ชิ! ต้นไม้พวกนี้มันอะไรกัน พายุศาสตรา!!”

 

คลื่นไฟเข้าปะทะแมกไม้เพียงชั่วครู่ก่อนจะมอดดับรวดเร็วอย่างผิดธรรมชาติ ส่วนคมดาบธรรมดาก็ตัดกิ่งก้านเหนียวยืดหยุ่นได้ทีละไม่กี่ต้น จนชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด

 

“ฮ่า ๆๆ เงาอัคคีหนอเงาอัคคี ท่านเสนารู้อยู่แล้วว่าเอ็งก็มีดีแค่ฝีมือดาบกับเวทไฟ เจอทุ่งไม้เหนียวกันไฟหน่อยเป็นไง นี่พวกข้าเตรียมมาเพื่อเอ็งโดนเฉพาะเลยนะ ท่านเสนาของเราหลักแหลมจริง ๆ !

 

“ชิ! น้องจา รีบหนีไป”

 

ชายหนุ่มเค้นเสียงอย่างคับแค้น ในขณะที่มือหนาก็กวัดแกว่งดาบคู่ใจฟาดฟันกิ่งไม้ตรงหน้าไม่ได้หยุด

 

“แม้ว

-แต่ว่า...-

 

“ตัวเล็ก ๆ อย่างเราน่าจะพอลอดตามกิ่งต้นไม้พวกนี้ไปได้ หนีรอดไปสักคนก็ยังดี เร็ว ไปสิ!

 

เมื่อเห็นแววแน่วแน่ในดวงตาคม แมวตัวน้อยก็น้ำตาเอ่อขึ้นคลอหน่วยแล้วเบือนหน้าหนี ก่อนจะออกวิ่งลัดเลาะไปตามซอกกิ่งก้านของแมกไม้หาหนทางรอด

 

“เฮ้ย! นั่นข้าเห็นอะไรแว้บ ๆ ใช่เจ้าแมวที่ท่านราชันย์กำลังตามหาอยู่รึเปล่า หยุดมันไว้ เร็ว อย่าทำมันตายล่ะ”

 

“ครับพี่! ปลุกพฤกษา!! ม่านวารี!!

 

สารพัดเวทกักขังระดมยิงเข้าไปในกรงไม้สูง ให้แมวตัวน้อยต้องคอยวิ่งหลบอย่างทุลักทุเล หากเวลาล่วงเลยผ่านไป เรี่ยวแรงของร่างฟูกลับหดหายเหมือนโดนสูบ เพียงไม่นานเท้าปุยก็ไม่มีแม้แต่แรงจะหยัดพยุงร่าง ให้ต้องทรุดกายลงกับพื้น

 

“พวกนาย... พวกนายทำอะไร หรือว่า ต้นไม้นั่น”

 

ชายหนุ่มผมดำผู้หมดซึ่งกำลังทรุดตัวทิ้งน้ำหนักลงบนดาบใหญ่ที่ปักแน่นบนพื้น ร่างสูงหายใจหอบหนักในขณะที่นัยน์ตาสีเพลิงจับจ้องไปยังเถาดอกไม้สีขาวที่ขึ้นแทรกอยู่ประปรายด้วยดวงตาแข็งกร้าว

 

“ยาคงออกฤทธิ์แล้วมั้งครับพี่”

 

แม้จะไม่เห็นสภาพของอีกฝ่ายด้วยตา หากร่างใหญ่ฝั่งตรงข้ามกลับคาดเดาสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ

 

“อ้อ! หึ ๆๆ ต้องขอบใจราชาหมื่นพิษที่ช่างกล้า ขโมยถอนหญ้าดาระดาดของแม่ชีอิงเถาซะโกร๋นจนน่าสงสัย เราถึงมารู้ว่าไอ้ดอกขาว ๆ นั่นมันยาที่ทำให้อ่อนแรงชั้นดี ถึงจะยังไม่รู้ว่าเจ้านั่นทำไงให้ออกฤทธิ์ทันทีก็เถอะนะ แต่แค่นี้ก็เหลือแหล่แล้ว ฮ่า ๆๆๆ”

 

หน็อย เจ้าพี่บ้า อย่าให้เจอหน้านะ ฮึ่ย!

 

“ทางโน้นส่งข้อความมาว่าให้เราคุมตัวกลับได้เลยครับพี่ ถ้ารอมารับมันจะเสียเวลา”

 

“งั้นก็ตามนั้น เอ็งมัดแน่น ๆ เดี๋ยวข้าจะแบกมันขึ้นเรือเอง อ้อ! อย่าลืมเก็บเจ้าเหมียวของท่านราชันย์ปะ...”

 

ตรุ่ง ตรุง ตรุ่ง ตรุ๊ง

 

/ ประกาศจาก Spirit of Adventure Online... /

 

“หะ!? สงครามก็เริ่มไปแล้วนี่ มาประกาศตอนนี้ คะ..คง ไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดหรอก ใช่ไหม”

 

ร่างสูงในชุดคลุมเหงื่อแตกพลั่ก หันหน้าไปสบตากับคู่หู ก่อนจะเหลือบลงมองรอยยิ้มมุมปากของร่างที่โดนมันแน่นหนาบนพื้นอย่างหวั่น ๆ

 

/ เนื่องจากทางทีมงานได้รับแจ้งเรื่องปัญหาอาการแลคอย่างรุนแรงของเซิร์ฟเวอร์ ทางเราได้ประสานงานกับทางโฮสต์เพื่อเตรียมการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ทีมงานจึงขอปิดปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์เป็นเวลา 1 ชั่วโมงตามเวลาจริงเพื่อดำเนินการแก้ไข โดยจะเริ่มการปิดปรับปรุงในอีก 15 นาทีหลังจากนี้ตามเวลาในเกม เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการสูญหายของข้อมูล ขอให้ผู้เล่นทุกท่านล็อกเอ้าท์ออกจากเกมก่อนเวลาดังกล่าวด้วยค่ะ ทีมงาน Spirit of Adventure Online ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ /

 

ตรุ๊ง ตรุง ตรุง ตรุ่ง

 

“ถะ..ถ้าเซิร์ฟปิดเจ้านี่ก็หนีได้สิ ไม่นะ... จะโดนท่านราชันย์แช่แข็งไหมเนี่ย  ทำไง ทำไงดี ทำไมเกมนี้ไม่มีกุญแจมือวะ!

 

ผู้สูงวัยกว่าเบิกตากว้างทำหน้าหวาดกลัวสุดขีด หันซ้ายหันขวาอย่างลุกลี้ลุกลน

 

“เอ่อ... เรายิงจารึกติดตามเอาไว้ก็ได้มั้งครับพี่”

 

“เออใช่! จารึกติดตาม ยิงมันเลย เจ้าเหมียวนั่นด้วย เยี่ยมมากไอ้น้อง”

 

“ผมว่า น้องเหมียวตัวนั้น เราแค่หาบ่วงของมันให้เจอแล้วยึดเลยน่าจะง่ายกว่านะครับ”

 

ชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่าแนะนำด้วยรอยยิ้มละไม ก่อนดวงตาที่มีประกายประหลาดเต้นระริกจะเบนมาสบกับนัยน์ตาสีเพลิงจนเงาอัคคีขนลุกชันไปทั้งตัว

 

แล้วในสิบห้านาทีก่อนหน้าที่เซิร์ฟเวอร์จะปิดนั้น เงาอัคคีก็ตกอยู่ในสถานการณ์สุดระทึก เมื่อร่างกำยำของตนโดนมือหยาบของบุรุษร่างสูงใหญ่สัมผัสลูบไล้อย่างอ้อยอิ่งไปทั่วทั้งตัว เพื่อตามหาบ่วงเก็บแมวตัวน้อยที่มันไม่มีอยู่จริง! ส่วนเจ้าเหมียวผู้ร่วมชะตากรรมกลับร้องครางอย่างแสนสุข ถึงแม้ร่างฟูจะโดนมัด หากบุรุษในชุดคลุมอีกนายกลับนั่งลูบหัวเกาคางน้อย ๆ ให้อย่างรู้ใจ

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

ณ กลางสงครามอันร้อนระอุที่การต่อสู้ฟาดฟันมีอยู่รอบด้าน หากการเคลื่อนไหวของชายในชุดนักบวชโทรม ๆ คนหนึ่งกลับหยุดไปดื้อ ๆ แข็งค้างทื่อดั่งเป็นเพียงประติมากรรมตั้งประดับอยู่กลางสงครามนั้น

 

“แฮ่ก ๆๆ พี่ป๊อด ฮีลพวกผมด้วยคร้าบ พลีสสสสส”

 

“มะ..เมื่อกี๊ ข้าได้ยินเสียงหลอน เหมือนเสียงประกาศว่าเซิร์ฟเวอร์จะปิด ข้าต้องหูแว่ว ใช่แล้ว ต้องหูแว่วไปแน่ ๆ !

 

“เมื่อกี๊จีเอ็มประกาศปิดเซิร์ฟจริง ๆ พี่ ถ้าดูตอนนี้ก็เหลืออีก 5 นาที แต่พวกผมขอฮีลก่อนได้มั้ยครับพี่คร้าบบบบ”

 

“ปะ..ปิดเซิร์ฟเหรอ ละ..แล้วสงครามล่ะ ป้อมค่ายชั่วคราวที่ข้าจ่ายตังไปล่ะ มันจะมาปิดเซิร์ฟตอนนี้ไม่ได้นะ ตังข้า มะ..ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย”

 

และแล้วในคืนวันนั้น ทั้งเพจทั้งเว็บบอร์ดของเกม Spirit of Adventure Online ก็โดนผู้เล่นกระหน่ำโพสข้อความถล่มอย่างหนัก โดยเกือบครึ่งหนึ่งนั้นเป็นฝีมือของคนคนเดียว จวบจนทางทีมงานยืนยันว่าจะให้เริ่มสงครามได้ทันทีในเวลาเดิมของวันถัดไป โดยที่ไอเทมและค่าประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมสงครามจะโดนรีเซทกลับมาเป็นเหมือนก่อนช่วงเริ่มสงครามทั้งหมด รวมถึงไอเทมที่สั่งซื้อทางร้านค้าของระบบด้วย ข้อความประท้วงต่าง ๆ จึงค่อย ๆ จางหายไป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #574 พะยูนเผือก (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:50
    กรรม 555 จะสงสารดีมั้ย
    #574
    0
  2. #572 เต่าหมุน^0^ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:58
    นู่นก็ไม่เอานี่ก็รอไม่ได้ปิดเซิร์ฟแ ม่ งเลย
    #572
    0
  3. #571 Atk. S. (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:06
    ปิดเซิฟ55555
    #571
    0
  4. #570 C-Chinemon (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:35
    เสียท่าเพราะโดนปิดเซิร์ฟ555555555
    #570
    0
  5. #569 เธ”เธดเธงเธ”เธดเนเธง (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:52
    โถ่เสียท่าจนได้ดีนะปิดเซิฟพอดี 
    #569
    0
  6. #568 Whatever it is (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:01
    ขอบคุณค่ะ
    #568
    0