หางยาวเท้าปุย กับเส้นทางสู่ยอดปราการ (Yaoi)

ตอนที่ 36 : ดาราพร่างพราว ณ ริมทะเลสาบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,784
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    25 ม.ค. 61

*ลงครั้งแรก 6 ส.ค. 60

*ปรับปรุงเนื้อหา 8 ม.ค. 61
*แก้ไขรายละเอียด 24 ม.ค. 61



 

แสงอาทิตย์ยามโพล้เพล้ค่อย ๆ เลือนราง เกิดเป็นเฉดสีงดงามข้ามขอบฟ้า ไล่จากสีเหลืองส้มเรืองรองของฟากฟ้าด้านหนึ่งไปยังสีน้ำเงินมัวหม่นของฟ้าอีกด้าน ด้านสว่างนั้นแต่งแต้มไปด้วยริ้วเมฆบางสีชมพูอมส้มอ่อนหวาน ดั่งเสียงกระซิบรักจากดวงอาทิตย์ที่ฝากทิ้งไว้ให้เหล่าดวงดาราผู้กำลังจะตื่นจากนิทราในฟากฟ้าอีกฝั่ง

 

ใต้ฟ้างามนั้น ทะเลสาบกว้างใหญ่เปล่งประกายสีเขียวมรกตลึกล้ำจากแสงเลือนรางสุดท้ายของวัน พื้นน้ำนิ่งเรียบดั่งกระจกสะท้อนแสงดวงดาราที่เริ่มทอประกายระยิบระยับ

 

ณ ริมฝั่งทะเลสาบด้านหนึ่ง ชายหนุ่มสองคนนั่งเคียงกันข้างกองไฟขนาดเล็กหันหน้าเข้าหาพื้นน้ำกว้างใหญ่ ห่างออกไปไม่ไกล เสือสีขาวตัวน้อยกึ่งนั่งกึ่งนอนแทะเนื้อย่างชิ้นโตอย่างเอร็ดอร่อย

 

“อะ อ้าม... อ้าปากหน่อยสิครับน้องจา”

 

เนื้อย่างหอมกรุ่นชิ้นพอดีคำบนปลายไม้ยื่นมาจ่อที่ปากจิ้มลิ้มของชายหนุ่มร่างเล็ก ไอร้อนน้อย ๆ ยิ่งขับให้ชิ้นเนื้อส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ทว่า แม้ชิ้นเนื้อนั้นจะล่อตาล่อใจ หากเป้าหมายของการป้อนในครั้งนี้กลับเพียงนั่งจ้องเนื้อชิ้นเล็กนิ่ง เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลหนานุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคอ ดวงตาสีฟ้าใสจะค่อย ๆ เลื่อนจากชิ้นเนื้อตรงหน้า ขึ้นสบนัยน์ตาคู่คมสีเพลิงที่ฉายประกายแปลกประหลาด ก่อนคิ้วบางจะขมวดเข้าหากัน

 

ก็เพราะท่าทางมันชวนให้รู้สึกตงิด ๆ อย่างนี้น่ะสิ แล้วผมจะไปกล้ากินได้ยังไง!

 

ขวับ! วืดดดด

 

มือเล็กตวัดอย่างรวดเร็วหมายจะคว้าไม้เนื้อย่างยั่วน้ำลายมาถือเอง หากเหมือนนกรู้ มือใหญ่ของคนป้อนโยกหลบไม้ทันในเสี้ยววินาที ให้คนตัวเล็กได้แต่ทำหน้ายุ่ง

 

“อ๊ะ ๆ ซนจังนะครับ อ้าปากดี ๆ สิ”

 

“ผมกินเองได้น่า!

 

“กินกับคนรัก ป้อนกันอย่างนี้ก็เป็นเรื่องปกติ อย่าดื้อสิครับ น้องจา”

 

คำพูดนั่นก็ฟังดูมีเหตุผลอยู่หรอก แต่ตาพราวระยับนั่นมันอะไร!? ผมคิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่ตกปากรับคำเจ้าหมอนี่ไปอย่างนั้น

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

เมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า

 

 

นาย... คิดยังไงถ้าคนรู้จักที่เป็นผู้ชาย เป็นคนรักกับผู้ชายด้วยกัน”

 

อีกฝ่ายเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงลังเล ทว่าแววตาที่มองมานั้นฉายแววคาดหวัง ดั่งว่าคำตอบที่รอคอยเป็นเรื่องแสนจะสำคัญ ร่างเล็กผู้ถูกถามจึงชะงักคำพูดที่จะตอบแบบส่ง ๆ แล้วก้มหน้าลงครุ่นคิด

 

“อ่า... ก็ไม่รู้สินะ”

 

หางเป็นพวงด้านหลังแกว่งไปมาช้า ๆ ก่อนดวงตาสีฟ้าใสจะเหลือบขึ้นบน ย้อนนึกถึงผู้คนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต

 

คนรู้จักผู้ชาย... ที่มีคนรักเป็นผู้ชายเหรอ ไม่เคยเจอมาก่อนเลยแฮะ แต่ผมก็ไม่ค่อยรู้จักใครสักเท่าไหร่ด้วยสิ รู้จักก็แค่เพื่อนในห้องที่ไม่ค่อยสนิทอะไรมาก ครูที่โรงเรียน แล้วก็พวกพี่ ๆ พวกหนังพวกละครแนวรักก็ไม่ค่อยได้ดู อา... ถ้าใครสักคนที่ผมรู้จักมีคนรักเป็นผู้ชายงั้นเหรอ ผมควรจะรู้สึกยังไงกันนะ...

 

คิดไป คิ้วบางก็ขมวดเข้าหากันแล้วเริ่มพันเป็นปม จนคนตัวเล็กยอมแพ้แล้วเอ่ยออกมาในที่สุด

 

“ไม่รู้อะ มันสำคัญมากรึเปล่า ให้ผมลองถามพวกพี่ ๆ ให้ไหม”

 

ไม่..ไม่ต้อง ฉันแค่อยากรู้ว่าถ้าเป็นนาย... จะคิดยังไงก็เท่านั้นแหละ

 

แต่มันดูสำคัญกับนายมากไม่ใช่เหรอ

 

ชายหนุ่มร่างเล็กมองจ้องสบตากลับตรง ๆ แล้วถามอย่างจริงจัง จนชายหนุ่มผมดำเสตาหลบแล้วยกนิ้วขึ้นเกาแก้มแก้ประหม่า

 

จะว่าสำคัญมันก็ใช่

 

ถ้าอย่างนั้นอืม

 

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลยกมือขึ้นแตะปลายคางแล้วครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียด จนร่างสูงเริ่มรู้สึกผิด หากความคิดบางอย่างกลับผุดขึ้นมาให้นัยน์ตาสีเพลิงส่องประกายจ้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่จะหายไป

 

ฉันแค่อยากรู้ เพราะไปได้ยินมาว่าอยู่ ๆ คนรู้จักไปรักกันเอง ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้เจอหน้า แต่สำหรับฉันสองคนนั่นสำคัญ เลยอยากรู้ว่าถ้าไปเจอแล้วจะรู้สึกยังไง จะรังเกียจไหม หรือเฉย ๆ เหมือนคู่รักอื่น ๆ จะได้เตรียมทำตัวทำใจถูก นายเอง ก็อยากรู้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ

 

ชายหนุ่มผมดำหยุดเดิน หันทั้งตัวไปหาร่างเล็กแล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

ก็... อยากรู้อยู่นะ

 

จริงสิ! ถ้าเกิดเราอยากรู้ด้วยกันทั้งคู่ วิธีทดสอบที่ดีที่สุดคือการลองกับตัวเอง ถ้าอย่างนั้น นายช่วยมาลองเป็นคนรักให้ฉันหน่อยได้ไหม

 

หา!?”

 

นายเองก็อยากรู้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ

 

มัน.. มันก็ใช่…”

 

ดีเลย งั้นเรามาลองทำเหมือนเป็นคนรักกันดูไง จะได้รู้ ๆ ไปเลย ว่าจะรู้สึกยังไงเวลาเจอคู่รักผู้ชาย ไม่ถูกเหรอ

 

อ่า... มันก็ถูกอ่านะ แต่ผมว่า... มันแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้”

 

“ฉันเข้าใจ ถ้านายไม่อยากช่วย ก็ไม่เป็นไร”

 

ร่างสูงเอ่ยเสียงนิ่ง หมุนตัวกลับแล้วออกเดินนำหน้าออกไป ให้ชายหนุ่มร่างเล็กรีบพูดขึ้นมาอย่างแตกตื่น

 

“มะ.. ไม่ใช่ไม่อยากช่วยนะ คือ เอ่อ... ผมแค่ไม่เคยมีคนรักมาก่อนน่ะ เลยไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรนายได้แค่ไหน”

 

“เรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหาหรอก แต่ถ้านายไม่เต็มใจ... ก็อย่าฝืนเลย”

 

“เต็มใจสิ ผมจะเป็นคนรักให้นายเอง!                                                      

 

ชายหนุ่มร่างสูงหยุดฝีเท้า แล้วถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

 

“นายรับปากแล้วนะ”

 

“อื้อ!

 

ร่างเล็กตอบคนที่กำลังยืนหันหลังให้อย่างกระตือรือร้น จึงไม่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ของร่างสูง เห็นเพียงรอยยิ้มละไมกับสายตาขอบคุณของคนที่เพิ่งหันกลับมา

 

“งั้น... ฝากตัวด้วยนะครับ ที่รัก”

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

กลับมาที่ปัจจุบัน

 

 

“อ้าปากสิครับ ไม่งั้นไม่ให้กินจริง ๆ นะ อ้ามมม”

 

เมื่อได้ยินกึ่ง ๆ คำขู่ หนุ่มน้อยผมสีน้ำตาลก็ทำหน้าเหมือนกินยาขม ค่อย ๆ ยื่นใบหน้าเล็กเข้าใกล้ชิ้นเนื้อหอมกรุ่นปลายไม้ เผยอปากขึ้นน้อย ๆ แล้วหลับตาปี๋

 

ฟิ้ววว ปุ!

 

ทว่า ก่อนที่ปากจิ้มลิ้มจะเข้าถึงชิ้นเนื้อ กลับมีลมหอบหนึ่งพัดผ่านใบหน้าน่ารักในระยะใกล้ พร้อมกับเสียงฝีเท้านุ่มลงจอดบนพื้นข้างตัว หนุ่มร่างเล็กรีบลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ จึงทันเห็นเสือขาวตัวเล็กโยนเนื้อชิ้นที่กำลังคาบขึ้นกลางอากาศ อ้าปากรอรับ แล้วเคี้ยวหงุบหงับหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข เมื่อหันกลับมาหาร่างสูง ก็พบว่าชิ้นเนื้อปลายไม้ที่ควรจะเป็นของตนนั้นหายไปแล้ว

 

“น้องจา มื้อหน้าเราเปลี่ยนไปกินพวกผลไม้หรือเห็ดย่างกันมั่งดีไหม”

 

สิ้นเสียงเข้ม เสือขาวตัวเล็กที่กำลังจะยกเท้าขึ้นเลียทำความสะอาดก็หยุดชะงัก แล้วเดินนวยนาดเอาตัวและใบหน้าเข้าถูไถกับขาของหนุ่มชุดดำอย่างออดอ้อน ช้อนดวงตากลมสีอำพันขึ้นมองอย่างร้องขอความเห็นใจ จนชายหนุ่มที่พูดเสียงแข็งต้องถอนหายใจยาวแล้วปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง

 

“ถ้ายังอยากให้มื้อหน้ามีเมนูเนื้อ เวลากินก็หัดมีมารยาทซะบ้าง เอ้า! เอานี่ไป”

 

ว่าแล้วมือหนาก็หยิบเนื้อย่างไม้ใหญ่ออกจากกองไฟ แล้วเขวี้ยงออกไปไกลทางชายป่า ให้เสือขาวตัวน้อยต้องออกกระโจนตาม

 

“นายอย่าแกล้งเสือน้อยอย่างงั้นสิ”

 

“ก็เจ้านั่นไม่มีมารยาทก่อนนี่ ก็ต้องสั่งสอนกันบ้างจะได้ไม่ติดนิสัยเสีย ๆ ที่ยอมให้เนื้อเพิ่มนี่ก็ใจดีเท่าไหร่แล้ว ส่วนเรา... พี่บอกให้เรียกยังไงนะครับ”

 

“อะ... พี่..พี่คิม”

                                      

เรียกพลางก็หลุบสายตาลงต่ำหลบแววตาพราวระยับที่มองตรงมาด้วยไม่คุ้นชิน เมื่อเนื้อหอมกรุ่นชิ้นใหม่ยื่นป้อนก็งับกินอย่างไม่อิดออด เพียงเพื่อให้ตนหลบรอดจากการมองสบดวงตาโชนแสงกล้าคู่นั้น

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

มื้อเย็นผ่านไปอย่างอิ่มหนำ พอ ๆ กับเวลาที่ล่วงเลยมาจนผืนฟ้าทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นสีหมึก เมื่อมองไปรอบ ๆ แล้วไร้ซึ่งแสงใด ชายหนุ่มผมดำก็เริ่มเตรียมการสำหรับภารกิจหลักในค่ำคืนนี้

 

“พร้อมนะ”

 

“อื้ม”

 

“จำเวทที่เพิ่งสอนไปได้รึเปล่า ไหนลองใช้ซิ”

 

“ไฟนำทาง!!”

 

ลูกไฟสีขาวริบหรี่ปรากฏขึ้นเหนืออุ้งมือเล็ก ให้เจ้าของยิ้มภูมิใจที่ตนร่ายออกมาได้สำเร็จ

 

“อืม... ถึงจะดวงเล็กไปหน่อยแต่ก็คงใช้ได้อยู่”

 

“อย่าล้อสิ!

 

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลหันไปมองค้อนควัก ลืมสิ้นความประหม่าต่อสายตาพราวระยับ เมื่อโดนล้อเรื่องดวงแสงริบหรี่จากพลังเวทอันต้อยต่ำของตน

 

“ฮะ ๆๆ โอเค ไม่แกล้งละ อย่าลืม ถ้าโดนจู่โจมหรือเกิดหลงไม่เห็นพี่อยู่ใกล้ ๆ รีบเรียกลูกไฟได้เลย ไม่ต้องไปห่วงเรื่องเควสท์ ปลอดภัยไว้ก่อน เรายังมีเวลาเหลืออีกเยอะ เข้าใจไหม”

 

“รู้แล้วน่า”

 

“ถึงจะบอกอย่างนั้น... แต่พี่ไม่คิดจะปล่อยให้เราหลงไปไหนได้หรอกนะ”

 

คำพูดทิ้งท้ายพร้อมสายตาชวนให้จั๊กจี้ที่หัวใจ ทำให้นัยน์ตาสีฟ้าใสต้องแสไปมองด้านข้าง จึงไม่ได้เห็นรอยยิ้มเอ็นดูปนขำของร่างสูง

 

ไฟกองเล็กแหล่งกำเนิดแสงแห่งเดียวดับสนิทไปแล้ว ในยามนี้รอบด้านมีเพียงประกายระยิบระยับนับล้านบนท้องฟ้าสีหมึก ความมืดที่ไม่คุ้นชินทำให้ชายหนุ่มร่างเล็กนั่งห่อตัวเข้าหากัน ในใจประหวัดนึกถึงประสบการณ์ไม่น่าจดจำที่พบเจอเมื่อครั้งที่แล้ว ทว่าสัมผัสอบอุ่นที่โอบผ่านด้านหลังไล่มาจนแตะเข้าที่บริเวณเอวอย่างนุ่มนวล แล้วกระชับเข้าหาร่างหนาที่แข็งแรงดั่งปราการเหล็กกล้า ก็ทำให้ร่างเล็กกว่ารู้สึกอุ่นใจว่าตนเองไม่จำเป็นต้องหวั่นกลัวสิ่งใดภายใต้วงแขนนี้

 

“ไม่เห็นจะมีแสงตามเควสท์เลย หรือต้องรออีกหน่อย เอาเถอะ ได้มานั่งดูดาวกับคนรักในบรรยากาศโรแมนติกอย่างนี้ก็ไม่เลว จริงไหมครับ... ที่รัก”

 

แววตาแสงพราวระยับล้อแสงดาวที่จ้องมองมาที่เขานั้น ทำให้ใจชายหนุ่มสั่นไหวอย่างแปลกประหลาด จนต้องเงยหน้าขึ้นทำเป็นมองเหล่าดวงดาราบนฟ้า

 

โรแมนติกอะไรกัน น่ากลัวจะตาย แต่ทำไมอยู่ ๆ หน้าผมก็ร้อนแปลก ๆ นะ แต่จะว่าไป ดาวพวกนั้นก็สวยจริง ๆ นั่นแหละ

 

พลันสรรพเสียงรอบด้านต่างพากันหยุดลง บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นเงียบสงัด ให้หนุ่มร่างเล็กที่เหม่อมองดวงดาวอยู่เกร็งร่างขึ้น จนร่างสูงต้องกระชับวงแขนเข้า สื่อให้รู้ว่าตนยังคงอยู่ข้างๆ

 

“มาแล้วสินะ”

 

สิ้นเสียงกระซิบของร่างสูง แสงแห่งตำนานก็เริ่มเรืองขึ้นจากพื้นน้ำนิ่งรับกับแสงระยิบระยับบนฟากฟ้า กลุ่มดวงแสงสีเขียวมรกตหลากหลายขนาดค่อย ๆ ลอยละล่องขึ้นเหนือผืนน้ำ ก่อนจะลอยรักษาระดับความสูงเกาะกลุ่มกันไว้

 

ตากลมโตสีฟ้าใสจ้องภาพตรงหน้าที่เหมือนนำหนังม้วนเดิมมาฉายซ้ำ หากไม่รู้ทำไม หนังรอบนี้ถึงดูสวยงามน่าหลงใหล ไม่ได้น่ากลัวเหมือนคราวก่อน

 

“อืม... แสงนั่นน่าจะมาจากแท่นอักขระจริง ๆ ดูจากรูปการณ์แล้ว เราคงต้องไปงมหาในน้ำกันแล้วล่ะ”

 

“ในน้ำ! อ่า... ผะ..ผม คือผม”

 

“ไม่ต้องกลัวนะครับ ครั้งนี้พี่อยู่ด้วย จะไม่ปล่อยให้เราเป็นอะไรไปแน่นอน ออกมาปราบแมว!

 

แสงสว่างจ้าพุ่งออกมาจากแหวนเก็บสัตว์เลี้ยงฉายลงสู่พื้น พร้อม ๆ กับกลุ่มแสงสีมรกตเหนือผิวน้ำที่พากันอันตรธานหายไปเมื่อถูกรบกวน ยามแสงสว่างจางลงก็ปรากฏให้เห็นเงาตะคุ่มของนากดนตรีขนาดย่อม ก่อนที่เงาร่างเล็กจะส่งเสียงร้องทำท่าระริกระรี้แล้ววิ่งวนไปรอบคนทั้งคู่จนน่าเวียนหัว

 

“อี้! แอ๊บ ๆ อี้ แอ๊บ ๆ อี้”

-เจ้านาย! เจ้านายเรียกผมแล้ว เจ้านายเรียกผมแล้ว-

 

“ฮึ่มมม!

-น่ารำคาญ!-

 

เพียงครั้งเดียว นากผู้ร่าเริงก็ตัวสั่นงันงก วิ่งเข้าไปซุกระหว่างชายหนุ่มทั้งสอง โผล่ออกมาเพียงดวงตา จับจ้องไปยังเสือขาวที่มันไม่ได้สังเกตตั้งแต่แรกอย่างระแวดระวัง

 

“ปราบแมว นายลงไปสำรวจในน้ำหน่อยว่าเห็นอะไรบ้าง มีอันตรายรึเปล่า แล้วรีบขึ้นมารายงาน ไฟนำทาง!! ไป”

 

สิ้นเสียงสั่ง ดวงแสงสว่างจ้าก็ปรากฏเหนือผิวทะเลสาบ พร้อมกับสิ่งมีชีวิตผู้เห็นสายน้ำเป็นบ้านหลังที่สอง ที่วิ่งเข้าหาพื้นผิวสีมรกตอย่างเริงร่า ร่างเล็กกระโดดเป็นวิถีโค้งดั่งนักกระโดดน้ำมืออาชีพ ม้วนตัวหนึ่งรอบแล้วพุ่งผ่านลงสู่พื้นทะเลสาบโดยแทบไร้ซึ่งเสียงน้ำแตกกระจาย หายไปเพียงชั่วอึดใจ นากตัวเปียกโชกก็กลับขึ้นมารายงานข่าวดี

 

“อย่างที่คิด วงแท่นอักขระนั่นจมอยู่ใต้น้ำ จากที่นายเคยเล่า เหมือนถ้าได้อาบแสงนั่นจะได้สกิลใหม่ด้วยนี่ งั้นเราคงต้องลงน้ำไปด้วยกันแล้วละครับ น้องจา”

 

“อ่า... ไม่นะ ผมไม่...”

 

“ไม่ต้องกลัวน่า พี่อยู่ด้วยทั้งคน”

 

พูดจบ ชายหนุ่มผมดำก็สั่งดับไฟนำทาง ช้อนตัวร่างเล็กขึ้นในท่าอุ้มเจ้าสาว ให้นัยน์ตาสีฟ้าใสเบิกกว้างด้วยความตกใจ คว้ากอดคอร่างสูงเอาไว้แทบไม่ทัน

 

“มะ..ไม่เอานะ”

 

“ชู่ววววว... เชื่อใจพี่สิ ถ้ากลัวก็มองหน้าพี่ไว้”

 

นัยน์ตาสีเพลิงสบมองดวงตากลมโตสีฟ้าใสนิ่งส่งผ่านความเชื่อมั่น จนร่างเล็กในอ้อมแขนสงบลงแล้วหันไปมองกลุ่มแสงเหนือพื้นน้ำเบื้องหน้า แขนเล็กกระชับรอบลำคอร่างสูง แล้วเอนศีรษะเข้าพิงอกแกร่ง เป็นสัญญาณให้ชายหนุ่มผมดำค่อย ๆ เดินลงสู่ผิวทะเลสาบทีละก้าวอย่างมั่นคง มีกลุ่มแสงสุกสกาวสีมรกตย้อมบรรยากาศให้เหมือนดั่งภาพฝัน

 

“เดี๋ยวหายใจเข้าลึก ๆ นะ เราจะดำน้ำยาวรอบเดียวเลย”

 

“อื้อ”

 

“3 2 1 ฮึบ”

 

ท่ามกลางความมืดรอบด้าน แสงนุ่มนวลสีมรกตส่องให้เห็นเงาร่างสองร่างที่ค่อย ๆ จมหายไปในพื้นน้ำของทะเลสาบด้วยกัน เหลือไว้เพียงแรงกระเพื่อมที่ผิว สะท้อนบิดเบือนแสงระยิบระยับของดวงดาราด้านบนไปมา

 

“โฮกกกกกกก ฮึ่มมมม แฮ่...”

-บรรยากาศเมื่อกี๊นี่มันอะไร ทำไมมัน... เหมือนข้าจะแทรกเข้าไปไม่ได้เลยละเนี่ย แล้วนี่ข้าต้องลงไปด้วยรึเปล่า เฮ้อ...-

 

แล้วที่ริมฝั่งทะเลสาบเรืองแสงสีมรกตงดงาม ก็เหลือเพียงร่างเสือขาวตัวน้อย ที่นั่งเงยหน้าชมกลุ่มแสงหยอกล้อเหล่าดวงดาราอย่างโดดเดี่ยว

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #755 juralak_5323 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 17:02
    คุณตำหนวดดดด
    #755
    0
  2. #711 0994051829 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 19:02
    เสือขาวผู้เดียวดาย
    #711
    0
  3. #648 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 01:46
    พี่คิม!! ร้ายมาก!!!
    #648
    0
  4. #520 MitsukiCarto (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 10:38
    ทำแต้มสินะ
    #520
    0
  5. #393 Nm'mi (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 09:45
    ปราบแมว มากี่ทีก็ขำ
    #393
    0
  6. #392 ดิวดิ้ว (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 00:35
    ฮิ้วววววววว 5555
    #392
    0
  7. #388 ..miran.. (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 10:26
    อยู่ๆก็กลายเป็นครอบครัวสุขสันต์ 55555
    #388
    0
  8. #387 RajitpitSupo (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 14:30
    เสือน้อย มันแทรกไม่ได้ จะบาปมาก รู้มั้ย
    #387
    0
  9. #386 KARENA (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 23:14
    โง้ยยยยยย น่ารักอะ มีความมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง
    #386
    0
  10. #385 entirom (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 22:01


    ฮี่ ๆ คู่พี่แค่ร่าเริง บอกรักชอบตามประสาเพื่อน(อนาคตไม่แน่)

    ส่วนคู่นี้  คงเจอพี่ชายป่วนหนักอ่ะ

    #385
    0
  11. #384 Whatever it is (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 21:54
    กลายเป็นเสือ กขค ไปแล้ว 555
    #384
    0
  12. #383 KikuScrn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 21:50
    คิมมันร้ายยยย เสร็จแน่ๆน้องจา ฮี่ฮี่ฮี่~
    #383
    0
  13. #382 phonphimon0123 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 21:36
    ต่อออออ
    #382
    0
  14. #381 C-Chinemon (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 20:04
    น้องเสือผู้ถูกลืม...สินะ
    แหมมมมมม พี่คิม! ขอน้องจาแบบเนียนมากค่ะ
    แล้วถามพี่จ๋ายรึยังคะ
    #381
    0