หางยาวเท้าปุย กับเส้นทางสู่ยอดปราการ (Yaoi)

ตอนที่ 35 : มุมมองที่เปลี่ยนไปในความสัมพันธ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,927
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    7 ม.ค. 61

*ลงครั้งแรก 6 ส.ค. 60

*ปรับปรุงเนื้อหา 7 ม.ค. 61


 

 

 “หึ! พวกปีกดำ ข้าไม่แปลกใจเลย ตั้งแต่เจอคนกิลด์นี้มา ยังไม่เห็นใครดี!

 

แมวน้อยสีขาวบนก้อนหินยอดเรียบใกล้โคนต้นไม้ เลื่อนสายตาเลื่อมใสศรัทธาจากใบหน้าชายร่างสูง ลงมองตามสายตาคมดุ สู่สองร่างที่แน่นิ่งอยู่ใต้อุ้งเท้าใหญ่ของชายหนุ่มร่างหมี

 

“โฮ่! ตรารูปปีกนกสีดำ คนของกิลด์อินทรีดำจริง ๆ อย่างนี้ข่าวลือที่ว่าคนกิลด์นี้ทำอะไรไม่ค่อยสนใจว่าชาวบ้านจะเดือดร้อนก็จริงสิครับ กล้อง! ไปไหนแล้ว ซูมเข้ามาใกล้ ๆ ซิ”

 

วูบบบ.... วูบบบ....

 

“ฮึ่ย!! พวกมันหนีกลับจุดเกิด พอได้ยินว่าจะโดนถ่ายหน่อยก็ชิ่ง เลว!

 

“อ่า... น่าเสียดาย ถ่ายไว้ไม่ทัน อ๊ะ!? แล้วเจ้าตัวเล็กนั่นล่ะ”

 

เสียงถามด้วยความสงสัยทำให้ชายหนุ่มร่างหมีนึกออก ดวงตาดุเบิกกว้างเปล่งประกายจ้า ก่อนจะมองไปหาแมวประหลาดที่นักสะสมอสูรผู้เดินทางไปทั่วสารทิศอย่างตนไม่เคยพบ

 

“แมว... อ่า.. อัศวินสามสี”

 

นัยน์ตาคมทอประกายระยิบระยับของร่างสูงพร้อมกับเงาร่างใหญ่ที่กำลังเคลื่อนเข้าหา ทำให้แมวขนฟูที่โดนจับจ้องเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังอย่างประหลาด เมื่อนิ้วหมีป้อม ๆ ยื่นเข้ามาปัดไล้ขนนุ่มฟูนุ่มจากข้างคางไปยังแก้มน่ารักอย่างแผ่วเบาดั่งแมลงปอแตะล้อผิวน้ำ เจ้าตัวเล็กจึงขนลุกสะท้านไล่ตั้งแต่หัวจรดปลายหางแล้วครางออกมาเสียงเบา

 

“มิววว.ว.....”

-บรื๋อออ.อ.....-

                          

“อึก! น่าร้ากกกกกกกกก”

 

“มิ! มะ..เมี้ยว... แมะ!

-อั้ก! ปะ..ปล่อยผม... แอ้ก!-

 

ในที่สุด ชายหนุ่มร่างยักษ์ก็ทนไม่ไหว คว้าร่างฟูเข้าแนบแก้มที่เต็มไปด้วยตอหนวด แล้วกอดรัดฟัดเหวี่ยงหมุนตัวไปบิดมาอย่างเสียจริต จนเกมแคสเตอร์มืออาชีพชะงักค้าง ส่วนแกะสายฟ้าผู้เคยชินกับพฤติกรรมแปลกประหลาดของเจ้านาย ได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างระอา

 

แต่ยังไม่ทันขออโหสิกรรมในใจแทนเจ้านายต่อเจ้าเหมียวผู้โชคร้ายเสร็จ คลื่นรังสีสังหารเข้มข้นที่สาดใส่ก็ทำให้แกะสายฟ้าสะดุ้ง ร่างฟูพลิกตัวกลับมาเตรียมตั้งรับการโจมตีอย่างตื่นตระหนก หากก็ไม่ทัน เมื่อเงาวัตถุบางอย่างพุ่งด้วยความเร็วสูงเข้าปะทะกลางหลังของเจ้านายอย่างแม่นยำ จนหนุ่มร่างหมีที่อยู่ในโหมดคลั่งของน่ารักเสียหลักเซถลาไปเบื้องหน้า สบโอกาสให้แมวตัวน้อยเล็ดลอดหนีออกมาจากอุ้งมือใหญ่ แล้วกระโดดลงสู่พื้นด้านข้าง

 

“อั้ก! เหวอออออ”

 

“ขอโทษนะ แต่เจ้านั่นน่ะของฉัน!

 

“ฮึ่ม! กรรรรรรรรรรรรร”

-ฮึ! นึกว่าไปวิ่งตามผีเสื้อที่ไหน ไม่คิดว่าจะเป็นหมีตัวใหญ่จนน่าหงุดหงิด-

 

“มะ.. แม้ว! มี้! ม้าววววว”

-อะ.. เจ้าทาส! เสือน้อย! ช่วยผมด้วยยยยย-

 

แมวตัวน้อยที่หลุดพ้นจากอุ้งมือหมีมาได้ วิ่งถลาเข้าหาทาสหนุ่มที่ยืนกอดอกทำหน้าทะมึนอยู่ห่างออกไปทางด้านหลัง ข้างกันเป็นเสือน้อยสีขาวที่ดวงตาลุกวาวดั่งมีกองไฟโชนแสงอยู่ภายใน สายตาของทั้งสองชวนให้หนุ่มร่างหมีที่เพิ่งตั้งหลักได้หวาดผวาอยู่ลึก ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้เมื่ออสูรน่ารักแต่หายากตัวเป็น ๆ อยู่ตรงหน้า

 

“อ่า.. นึกว่าใคร เงาอัคคีนี่เอง เจ้าตัวนั้นของนายเหรอ... แต่ปกตินายไม่เลี้ยงสัตว์นี่ ถ้างั้นตัวนั้นผมขอซื้อต่อนะ นายก็รู้ว่าผมสะสมมอนสเตอร์หายากอยู่ อ๊ะ! เสือขาว หูทรงปีกหงส์กับข้อเท้าสีดำนั่น... พยัคเมฆาขาว! เจ้าตัวนั้นก็ขอด้วยได้ไหม”

 

หนุ่มร่างหมีขอเอาดื้อ ๆ ต่อหน้า จนเจ้าของนัยน์ตาสีเพลิงคิ้วกระตุกแล้วยิ้มเย็น หากผู้ขอมัวแต่พิจารณาลักษณะของเสือขาวอยู่ จึงไม่ทันได้เห็นสัญญาณของลางร้าย

 

“ถ้านายอยากได้จริง... ฉันก็มีทางที่ดีกว่าจะเสนอ”

 

 

*****-----*****-----*****

                                                               

 

“บอกไปอย่างนั้น... จะดีเหรอ”

 

อัศวินสามสีในร่างหนุ่มน้อยถามออกมาอย่างกังวล แต่คนที่เดินอยู่ข้าง ๆ กลับดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร เร่งเดินทางสู่ทะเลสาบมรกต เป้าหมายของคืนนี้ตามปกติ

 

“เหอะ ถ้าเจ้านั่นอยากได้จริงก็ต้องลงทุนลงแรงกันหน่อย”

 

“แต่บอกให้ไปหาจับอัศวินสามสีในเขตอสูรเวทป่ามายาทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงไหม กับให้ไปลองสำรวจรังพยัคฆ์ขาวเทพารักษ์ในดงเสือผ่านเนี่ยนะ มันไม่มากไปหน่อยเหรอ”

 

“ฉันก็ไม่ได้โกหกนี่ รายละเอียดเผ่านายก็บอกอยู่ว่าอยู่ในป่ามายา ถ้าเป็นชนิดที่มีผลึกหินกลางหน้าผาก ส่วนใหญ่ก็อยู่แถบเขตอสูรเวทกันทั้งนั้น ส่วนเสือน้อย ไปรังพยัคฆ์ขาวเดี๋ยวก็เจอ ดีไม่ดีพี่น้องของเจ้านี่อาจจะอยากติดตามออกมาเที่ยวข้างนอกบ้างก็ได้ ไม่ได้โกหกสักหน่อย หรือนายอยากจะพลีกายเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้าหมีนั่นแทนล่ะ”

 

ประโยคหลังชายหนุ่มผมดำถามกลับเสียงเย็น พร้อม ๆ กับดวงตาคู่คมที่หรี่ลงแล้วปรายมามองชายหนุ่มร่างเล็ก

 

“โฮกกกกกกกก”

-เจ้าทำถูกแล้ว ฉลาดมาก เจ้าทาสรับใช้-

 

เสือน้อยในอ้อมแขนหนุ่มร่างเล็กพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพอใจ แล้วแสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวขาว

 

“แต่ อ่า... ช่างเถอะ ว่าแต่ หลังแยกจากพวกนั้นมานี่นายดูหงุดหงิดผิดปกตินะ เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า ปกติถึงนายจะไม่ค่อยพูด แต่ก็ไม่เคยทำหน้าอำมหิตอยากกัดคอคนอย่างนี้นี่”

 

ร่างเล็กถามแล้วเงยขึ้นสบตาร่างสูงตรง ๆ นัยน์ตาสีฟ้าใสฉายแววกังวลจนคนหงุดหงิดรู้สึกตัว หนุ่มผมดำเพียงหันกลับไปมองทางเดินด้านหน้า ไม่พูดตอบ ปล่อยให้ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบ เหลือเพียงเสียงกรอบแกรบของใบไม้แห้งใต้เท้ากับเสียงของเหล่าสกุณาที่ร้องอยู่ไกล ๆ นิ่งไปพักใหญ่ หนุ่มร่างสูงจึงถอนหายใจยาวแล้วเอ่ยออกมา

 

“โทษที พอดีมีเรื่องคิดไม่ตกนิดหน่อย”

 

“มีอะไรก็พูดมาได้นะ ถึงผมจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ระบายออกมาก็ดีกว่าเก็บไว้กับตัวเอง”

 

นัยน์ตาสีเพลิงเหลือบมองผู้พูดที่กำลังก้มหน้าเอานิ้วเขี่ยใบหูเสือขาวเล่น ดวงตาคมทอดมองเสี้ยวหน้าเล็กเนิ่นนาน ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

 

“แต่ฉันว่า ตอนนี้เริ่มจะเข้าใจบ้างแล้วล่ะ แค่อะไร ๆ มันยังไม่ชัดเจนเท่านั้นเอง เอาไว้...”

 

หากพูดยังไม่ทันจบ เสียงประกาศอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น ดึงความสนใจของทั้งคู่ไปจนหมด

 

/ ประกาศ

กิลด์หงส์เพลิงสามารถประดับสัญลักษณ์สู่ยอดปราการศิลาปราชญ์ได้สำเร็จ กิลด์หงส์เพลิง นำโดยวิหคอัคคี ได้รับการยอมรับจากปราการศิลาปราชญ์ให้เป็นผู้ครอบครองดินแดนโดยชอบธรรม และได้รับสมบัติของดินแดนเป็นสิทธิ์ในการใช้งานหอมนตราของเหล่าจอมเวทแห่งปราการศิลาปราชญ์ สิทธิ์ในการร้องขอความช่วยเหลือคณะจอมเวทผู้ศึกษาการปลดผนึกขั้นสูง และได้รับสิทธิ์ซื้อขายจารึกมนตราจากเหล่าจอมปราชญ์ ขอเทพแห่งขุนเขา พงไพร และสายน้ำจงอำนวยพรให้แก่เหล่าผู้กล้าหาญแห่งกิลด์หงส์เพลิง/

 

“กิลด์หงส์เพลิง... นั่นกิลด์พี่จ๋ายนี่ พี่จ๋ายทำเควสท์ผ่านแล้วใช่ไหม อ๊ะ!

 

ติ๊ด ๆๆ ติ๊ด

 

-นะ..น้องจา พะ..พี่จ๋าย... พี่จ๋าย ทำได้แล้วครับ เรายึดปราการศิลาปราชญ์ได้แล้ว!-

 

ชายหนุ่มหัวกระเซอะกระเซิงในชุดอัศวินปรากฏขึ้นในสาย พูดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง ใบหน้าทะเล้นดูอิดโรยแต่ประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาทั้งคู่สุกใสเปี่ยมไปด้วยความสุข เบื้องหลังชายหนุ่ม ศิลาสลักเสลาเป็นสัญลักษณ์งามวิจิตร เปล่งประกายสีม่วงอ่อนลอยอยู่เหนือแท่นหินที่ชายหนุ่มกำลังยืนพิงอยู่ ห่างออกไปด้านหลังเป็นเหล่าผู้ร่วมอุดมการณ์ บ้างก็กระโดดโลดเต้นไปรอบ ๆ บ้างก็กอดคอกันร้องไห้ด้วยความดีใจ บ้างก็นอนแผ่หมดสภาพ พวกที่ยังอยู่ในร่างสัตว์ก็พากันทั้งบินทั้งวิ่งวน ส่งเสียงร้องกึกก้องไปทั่ว แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกัน คือรอยยิ้มสดใสของผู้ได้รับชัยชนะ

 

“ผมได้ยินเสียงประกาศเมื่อกี๊ครับ พี่จ๋ายของผมเท่ที่สุดเลย!

 

-ฮึ ๆ มันแน่อยู่แล้ว น้องจาเห็นหินสีม่วงข้างหลังนั่นไหม สัญลักษณ์นั่นพี่จ๋ายเป็นคนเอาขึ้นไปประดับเองกับมือเลยนะ พอพี่วางเสร็จปุ๊บ มันก็ระเบิดแสงสีม่วงออกมา กวาดทั้งกองทัพ NPC ทั้งฝูงมังกรหายไปหมด แล้ว... แล้วเมืองนี้ก็ตกเป็นของพวกเรา! เจ๋งใช่ไหมล่ะ พี่จ๋ายอยากให้น้องจาได้เห็นตอนนั้นจัง อะ..ไอ้คิม เมิง... พวกกรู ๆ ฮึก...-

 

ชายหนุ่มเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ก่อนน้ำเสียงจะเครือ น้ำตาเอ่อขึ้นคลอหน่วย เมื่อเห็นบุคคลด้านหลังน้องชายของตน

 

“ทำได้แล้วสินะ พวกนายเก่งมาก”

 

-ไอ้คิม ฮึก.. เมิงน่าจะอยู่ที่นี่กับพวกกรูด้วย เมิงเห็นไหม เมืองนี้.. เมืองที่พวกเราทำเควสท์ด้วยกันมาตั้งแต่แรก เมืองที่เมิงชี้บอกประตูลับของหัวขโมยผู้ถูกขับไล่ เมืองที่เมิงกะกรูช่วยกันกระทืบโนมในถ้ำ เผาป่าไล่ผีเฝ้าสุสาน พวกเรา.. พวกเราทำสำเร็จ ได้ครองเมืองเป็นตำนานของเกมอย่างที่คิดกันแล้วนะเว้ย ฮือออ...-

 

หนุ่มในชุดอัศวินพูดเสียงเครือ แล้วปรับมุมกล้องไปยังด้านล่างของหอคอย ฉายให้เห็นเมืองกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างหินอ่อนสีขาวแบบยุโรป วางตัวเรียงรายไล่ระดับไปตามความสูงของพื้นที่อย่างสวยงาม ตัวเมืองโอบล้อมไปด้วยกำแพงและป้อมปราการหินอ่อนแข็งแรง ก่อนที่รอบข้างทั้งหมดจะเป็นหุบเหว จึงดูเหมือนเมืองทั้งเมืองกำลังลอยอยู่บนฟากฟ้าท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง

 

“ฉันรู้ ฉันก็ภูมิใจไม่แพ้พวกนายหรอกจ๋าย ก็นั่น... ฝันของพวกเรานี่นะ”

 

-ฮึก แต่เมิงก็น่าจะได้อยู่ที่นี่ด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น-

 

“ช่างเถอะ ฉันดีใจที่ในที่สุดฝันของพวกเราก็เป็นจริง ขอบใจพวกนายมาก”

 

ชายหนุ่มในชุดอัศวินหันกล้องกลับมาทางตนเอง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ พูดกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง

                                                                                                                        

-ไอ้คิม ฮึก กรูบอกเมิงไว้เลย ถึงเมิงจะไม่ได้ทำเควสท์สุดท้ายกับพวกกรู ไม่ได้อยู่ในกิลด์ตอนนี้ แต่สมบัติทุกอย่างที่พวกเราได้จากเมือง เมิงก็มีสิทธิ์ด้วยนะโว้ย มาทวงมาใช้สิทธิ์ได้ทุกเมื่อ และกิลด์เราก็ยังต้อนรับ ยังรอเมิงกลับมาเสมอ ฮึก...-

 

“อืม... ฉันรู้ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ไว้ฉันได้เมืองเริ่มต้นอีกเมืองแล้วจะไปทวงสิทธิ์ก็ละกัน แล้วอย่ามาอิจฉาที่ฉันได้สิทธิสองเมืองล่ะ”

 

-ฮึ! มาทวงเลย เจ้าบ้า ฮึก-

                                                                   

“จะว่าไป... ฉันไปได้ยินอะไรแปลก ๆ มานิดหน่อย เลยว่าจะถามตรง ๆ ช่วงนี้นายกับโต้เป็นไงบ้าง”

 

-เป็นไงบ้างนี่คือยังไงฟระ ก็ปกติ พอได้สู้ด้วยกันมาก ๆ ก็สนิทขึ้นนิดหน่อยด้วยมั้ง เมื่อวานมันถึงขนาดยอมให้กรูขึ้นขี่อะ มันชะมัด-

 

“ขี่เลยเหรอ...”

 

-ช่าย ปกติมันเป็นพวกชอบควบคุมคนอื่นไง เมิงก็รู้ มันเลยไม่ค่อยยอมให้ใครอยู่บนตัว แต่เมื่อวานเกิดเหตุสุดวิสัยนิดหน่อย กรูเลยได้ขึ้นขี่มัน น่าภูมิใจจนอยากเก็บไว้เป็นเกียรติประวัติเลยนะโว้ย-

 

“จริงเหรอครับพี่จ๋าย สนุกไหมอ่า ผมอยากลองขี่พี่คนนั้นดูบ้าง”

 

-อ่า... ไม่ดีมั้งครับน้องจา ถ้าไม่สนิทจริง ๆ ไอ้โต้มันคงไม่ยอม พี่ว่าน้องจาหาคนอื่นหรือตัวอื่นดีกว่านะ เดี๋ยวจะโดนมันโมโหเอาดาบไล่ปักแล้วจะยุ่ง-

 

“เหรอครับ น่าเสียดาย”

 

ชายหนุ่มผมดำเหลือบมองร่างเล็กด้านข้างแล้วนิ่วหน้า ก่อนจะตัดสินใจพักเรื่องที่สงสัยเอาไว้ก่อน

 

“คือ... เรื่องที่ฉันได้ยินมามันเกี่ยวกับนายกับโต้ แต่จะให้อธิบายตอนนี้เลยก็ไม่สะดวก เอาไว้คุยทีหลังก็แล้วกัน”

 

เอ่ยพลางจงใจเหลือบนัยน์ตาสีเพลิงไปทางหนุ่มน้อยข้างตัว จนหนุ่มในชุดอัศวินขมวดคิ้วบางเข้าหากันด้วยความงุนงง หากยังไม่ทันพูดอะไรก็โดนขัดจังหวะเสียก่อน

 

-เฮ้ย! เป็นอะไรของเอ็งวะจ๋าย เราตีเมืองได้นะโว้ย ทำหน้าซะเครียด ต้องดีใจสิวะ แต่บินล่อฝูงมังกือนรกเมื่อกี๊ แถมยังต้องไปบินฉลองกับพวกนั้นอีก เหนื่อยชะมัด ขอพักแป๊บ-

 

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดอัศวินอีกคนเดินหัวกระเซอะกระเซิงเข้ามาหาขุนพลเท้าไฟจากทางด้านหลัง ยกแขนหนาขึ้นโอบตบไหล่ปลอบเบา ๆ ก่อนจะเอาคางของตนพาดบนไหล่ข้างหนึ่งแล้วหลับตาพริ้ม

 

เงาอัคคีมองภาพตรงหน้าแล้วก็ชะงัก หนุ่มผมดำลอบชำเลืองมองดูท่าทีของหนุ่มร่างเล็กด้านข้าง เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งมองหน้าจอตาแป๋ว ไม่มีท่าทีแปลกประหลาดก็ลอบถอนหายใจ

                                                           

-ไอ้นี่ กรูก็เหนื่อยก็เมื่อยเหมือนกันนะโว้ย อ่า ต่อ เมิงจะถามอะไรเมื่อไหร่พวกกรูก็พร้อมเสมอนะคิม ที่จริงจะตอนนี้เลยก็ได้ แต่ถ้าเมิงไม่สะดวกใจก็แล้วแต่-

 

-อ้าว คิมเหรอ... เสียดายว่ะ ขาดเอ็งไปพวกข้าเหนื่อยขึ้นแยะ เอ็งน่าจะมาทำเควสท์ด้วยกัน ทำมาด้วยกันตลอดจนขั้นสุดท้ายแล้วแท้ ๆ เฮ้อ... ช่างเหอะ แต่เมืองนี้ต้อนรับเอ็งทุกเมื่อนะเว้ย ข้าจะฝากบอกคนดูแลไว้ให้ มาถึงก็แจ้งชื่อเอ็งได้เลย อะ..น้องคนนั้นน้องจาใช่ไหม ไอ้จ๋ายพูดถึงน้องบ่อย ๆ น่ารักจริง ๆ ด้วย น้องมาเยี่ยมพวกพี่ที่เมืองได้ตลอดเวลาเลยนะครับ-

 

วิหคอัคคีจับจ้องหนุ่มร่างเล็กพร้อมยิ้มหวาน จนพี่หวงน้องเริ่มไม่พอใจ ผลักใบหน้าคมกระเด็นออกไปจากหน้าจอ

 

-ชิ! แย่งซีนกรู น้องจาอย่าลืมมาเยี่ยมพี่จ๋ายนะครับ พี่จ๋ายจะพาทัวร์ทุกซอกทุกมุมเลยล่ะ-

 

“ครับพี่”

 

-พี่โต้ พี่จ๋าย มาถ่ายรูปรวมเป็นที่ระลึกกันครับพี่-

 

เสียงลูกกิลด์ร้องเรียกจากด้านหลัง ทำให้หนุ่มในชุดอัศวินต้องหันไปมองก่อนเอ่ยลา

 

-งั้นพี่ไปก่อนนะครับ น้องจาก็อย่าลืม ต้องมาเยี่ยมพี่จ๋ายให้ได้นะ ออนไลน์ครั้งหน้าเลยยิ่งดี!-

 

“ครับ พี่จ๋าย”

 

ติ๊ด

 

หลังวางสาย ชายหนุ่มต่างความสูงก็เดินทางต่ออย่างเงียบเชียบ ต่างคนต่างจมอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง ส่วนเสือขาวตัวน้อยนั้นหลับคาอ้อมกอดของคนตัวเล็กไปนานแล้ว

 

“เยี่ยมไปเลยนะ เควสท์ครองเมืองเนี่ย... ดูยิ่งใหญ่ชะมัด นายว่าพวกเราจะทำได้อย่างนั้นมั่งไหม”

 

“ต้องได้สิ”

 

เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าเครียดเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มร่างเล็กจึงเอ่ยถามขึ้น

 

“นายยังคิดไม่ตกเรื่องนั้นอีกเหรอ ปรึกษาได้นะ”

 

“ก็ไม่เชิง เอ่อ... ที่จริง ถามหน่อยก็ดี นาย... คิดยังไงถ้าคนรู้จักที่เป็นผู้ชาย เป็นคนรักกับผู้ชายด้วยกัน”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #519 MitsukiCarto (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 10:21
    ชอบตอนพี่จ๋ายขึ้นควบมากเลยอ่ะ55555
    #519
    0
  2. #379 Silver Fish (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 12:26
    น้องคงซื่อไม่รู้สึกอะไรหรอก 555555
    #379
    0
  3. #377 Whatever it is (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 09:10
    ขอบคุณค่ะ น้องจาน่ารักกกก
    #377
    0
  4. #376 Carnelian (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 07:53
    เอาแล้วว ความสัมพันธ์ค่อยๆคืบหน้าไปเรื่อยๆ รู้สึกชอบคู่พี่จ๋ายอยากให้คู่กัน อิอิ
    #376
    0
  5. #375 phonphimon0123 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 07:32
    ต่ออออออ
    #375
    0
  6. #374 C-Chinemon (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 05:48
    รู้สึกถึงออร่าความมุ้งมิ้งจากพี่จ๋าย
    #374
    0
  7. #373 RajitpitSupo (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 00:00
    จริงๆ สองคนนั้น มันก็ไม่ได้คิดอะไร แต่คนรอบตังนี่ดิ ตัวชงเลย
    #373
    1
  8. #372 นิมะตัน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 23:57
    อุฮิ.... #อยู่ๆก็ส่งเสียงประหลาดออกมา
    #372
    1