หางยาวเท้าปุย กับเส้นทางสู่ยอดปราการ (Yaoi)

ตอนที่ 33 : สงครามข่าวสาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    4 ก.พ. 61

*ลงครั้งแรก 26 ก.ค. 60

*ปรับปรุงเนื้อหา 6 ม.ค. 61

*แก้ไขคำผิด 4 ก.พ. 61

 

 

   

“ว่ามา”

 

“ทีมค้นหารายงานว่า เราพบแท่นอักขระเพิ่มอีกแห่งแล้วครับท่าน แท่นหินที่เราพบซ่อนอยู่ในดงเถาไม้เลื้อยกลางทุ่งดอกไม้ทางทิศตะวันตกของเมืองเริ่มต้น ช่วงก่อนข้ามแม่น้ำเข้าเขตนครทุ่งหญ้า พอถางไม้เลื้อยออก เราก็เจอแท่นที่ทำจากหินแบบเดียวกับป้อมหินกลางเมืองเริ่มต้นวางเรียงเป็นรูปวงกลม ด้านบนสลักอักขระโบราณ ลักษณะน่าจะเป็นแท่นอักขระตามเควสท์ครับ เราจัดทีมรอเก็บแสงอักขระในคืนเดือนมืดคืนพรุ่งนี้แล้ว มีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการกระทบกระทั่งกับกองสอดแนมของกิลด์พันธมิตรที่เตรียมจะเปิดสงครามกับกิลด์อาชาทมิฬที่ป้อมอาชาบ้าง แต่ไม่มีอะไรร้ายแรงครับท่านราชันย์”

 

“อืม...”

 

ดวงตาทรงอำนาจสีทองหรี่ลงพร้อมกับนิ้วเรียวยาวที่แตะไล้ปลายคางช้า ๆ ทำให้ผู้กล่าวรายงานเว้นจังหวะเงียบรอคำสั่ง ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงนุ่มจึงเอ่ยขึ้นเนิบ ๆ

 

“เตือนให้ทีมค้นหาสื่อสารให้ชัดเจน อย่าให้สองกิลด์นั่นระแวงเรา แล้วทางทิศอื่นล่ะ”

 

“ทีมค้นหาทางทิศเหนือกระจายกันค้นหาตามยอดเขาไปได้ถึง 1 ใน 4 ของยอดเขาทั้งหมดแล้วครับ แต่ยังไม่พบร่องรอยของแท่นอักขระ ส่วนทางด้านใต้ เรากระจายทีมค้นหา แยกกันไปสำรวจรอบ ๆ แต่พื้นที่เป็นเขตป่าโปร่งที่กว้างมาก แหล่งน้ำก็กระจายซ่อนอยู่ทั่วทั้งป่า ทีมค้นหาเลยยังไม่มีความคืบหน้าเหมือนกันครับ”

 

“อืม...”

 

ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำยาวกล่าวรายงานขึ้นตามข้อมูลที่ตนได้รับมา ก่อนจะเหลือบตามองอากัปกิริยาของหัวหน้ากิลด์หน้าสวย คำตอบรับเนิบ ๆ ไร้ไอเย็นสะกดวิญญาณ ทำให้ดูเหมือนว่าการรายงานผ่านไปด้วยดีจนต้องลอบผ่อนลมหายใจ ทว่า ก่อนที่จะอ้าปากรายงานปัญหาใหญ่ เสียงอุทานแทรกขึ้นมาจากท่านเสนาธิการประจำกิลด์ ก็ทำให้ชายชุดดำต้องสะดุ้ง

 

“อ้า! จริงสิ... ท่านราชันย์ กระผมมีข้อเสนอครับ”

 

“เชิญท่านเสนา”

 

“ที่จริงกิลด์เราก็มีนักประดิษฐ์เยอะแยะ ถ้าหากว่า... ถ้าหากว่าพวกเขาสามารถสร้างโดมหรือเต็นท์อันใหญ่ที่ครอบตัดแสงรอบแท่นอักขระได้หมด กระผมวิเคราะห์จากเนื้อความของเควสท์แล้ว เราน่าจะเก็บแสงอักขระได้โดยไม่ต้องรอคืนเดือนมืดนะท่าน”

 

“อืม... เป็นไปได้ ถ่ายทอดคำสั่งออกไป ให้นักประดิษฐ์ลองสร้างตามที่ท่านเสนาว่า แล้วเอาไปทดสอบกับแท่นอักขระที่เขตทุ่งหญ้า ถ้าได้ผล สร้างเพิ่มแล้วส่งกระจายไปให้ทีมค้นหาทุกทีม!

 

“ครับท่านราชันย์”

 

หลังรับคำ ชายชุดดำก็นิ่งรวบรวมสมาธิ สูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยรายงานต่อ

 

“ส่วน...”

 

“อ้อ! อีกอย่าง”

 

เฮือก!

 

เสียงที่ดังขัดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของเสนาธิการเจ้าเก่า ทำให้ผู้รายงานที่กำลังจะเข้าสู่เรื่องเครียดถึงกับสะดุ้งโหยง

 

“ทุกครั้งหลังเก็บแสงอักขระ หรือหลังทดสอบสิ่งประดิษฐ์ กำชับทางทีมให้ซ่อนแท่นอักขระให้มิดชิด อย่าให้เจ้าเงาอัคคีมันหาเจอได้ง่าย ๆ วางกับดักเอาไว้ได้ยิ่งดี!

 

“สั่งไปตามที่ท่านเสนาว่า”

 

“คะ..ครับท่าน”

 

ชายหนุ่มชุดดำที่โดนขัดจนขวัญกระเจิงยกมือขึ้นลูบอก หลับตารวบรวมสมาธิอีกครั้ง ผู้น้อยเงยหน้าเหลือบขึ้นมองผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองจนมั่นใจว่าจะไม่โดนขัดอีก แล้วจึงกล่าวรายงานต่อ

 

“ส่วนทางปาร์ตี้ท่านรองสะบั้นเมฆา... ท่านแจ้งมาว่าพยายามบุกเข้าไปเก็บแสงอักขระในดงเสือผ่านแต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เสือชุกชุมดุร้ายผิดปกติ จนทางปาร์ตี้เสียหายหนัก  เอ่อ... ตายกลับมาทั้งหมด แต่ทางปาร์ตี้กำลังปรับกำลังคนตามความสถานการณ์ เตรียมจะบุกกลับเข้าไปใหม่ครับ”

 

“อ้อ! เจ้าหนูนั่นพาคนไปตายยกตี้สินะ พวกมีแต่กล้ามไร้สมองก็เงี้ย บอกให้เอาตัวฝ่ายวางแผนไปสักคนก็ไม่เชื่อ”

 

“อะ..เอ่อ... และที่สำคัญ ทะ..ทางปาร์ตี้พบเงาอัคคี กับแมวตัวเล็กชื่ออัศวินสามสีอยู่ด้วยกันตอนที่กำลังต่อสู้กับฝูงเสือในป่าด้วยครับ”

 

“หืม... เงาอัคคีงั้นเหรอ น่าสนใจ ๆ เฮือก!

 

บรื๋ออออ... ความเย็นนี่มัน!!

 

ไอเย็นยะเยือกปริศนาก็ค่อย ๆ ก่อตัว ก่อนจะหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนเสนานคร ที่เสนาธิการประจำกิลด์ที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเริ่มสัมผัสได้

 

“อ่า.. อะแฮ่ม ท่านราชันย์ กระผมลืมไปว่านัดประชุมครั้งสำคัญกับฝ่ายวางแผนไว้ คงต้องขอตัวก่อน ส่วนเรื่องดงเสือผ่าน กระผมจะลองปรึกษาหารือกับทางฝ่ายแผนอีกที ขอท่านไม่ต้องกังวล กระผมลาล่ะครับ”

 

ตึก ๆๆ ปึง!

 

ผู้ปราดเปรื่องแห่งกิลด์อินทรีดำกล่าวขอตัวอย่างฉับไว แล้วหายออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เหลือเอาไว้เพียงชายในชุดคลุม ที่ได้แต่ยืนรอรับคำสั่งหน้านิ่ง ทั้ง ๆ ที่ภายในใจนั้น น้ำตากำลังไหลรินจนแทบจะกลายเป็นสายน้ำใหญ่

 

ฮึ ฮือ... ท่านเสนา... อย่าทิ้งผมไว้อย่างนี้สิ.... กลับมาก๊อนนนน........

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

ณ ป่าโปร่งแห่งหนึ่ง ความวุ่นวายในยามเช้าทำให้เหล่านกกาต้องแตกตื่นไปทั้งป่า เมื่อเกิดการไล่ล่าครั้งใหญ่ โดยผู้ล่านั้นเป็นฝูงหมาป่าขนเทาสูงใหญ่กว่า 2 เมตรนับสิบตัว ทั้งยังมีทีท่าว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนผู้ถูกตามล่านั้น มีเพียงแมวน้อยขนฟูสีขาวเพียงตัวเดียวเท่านั้น!?

 

ตึก ๆๆๆ หงับ! วืดดด…..

 

แม้ววววว มี้ ๆ แม้ว ๆๆ ม้าวววว

-แว้กกกก เฉียดหาง พี่หมาคร้าบบบ วิ่งช้า ๆ หน่อยเถอะคร้าบพี่คร้าบบบบบ-

 

กรรรรรรรรรรรรร โฮ่งงงงง

-ฮึ่ย! พลาดรึ หยุดนะเจ้าเหมียวต่างถิ่น มาเป็นอาหารพวกข้าซะดี ๆ-

 

แมวตัวน้อยวิ่งวนไปมาจนขนนุ่มฟูยุ่งเหยิง หากแต่ยังไม่มีท่าทีว่าเจ้าตัวเล็กจะพลาดกลายเป็นมื้อเช้าของผู้ล่าฝูงใหญ่

 

ฉัวะ!! เอ๋ง!

 

น้องจา! วิ่งลากเป็นตัวเอสอย่างที่สอนสิ วิ่งตรง ๆ อย่างนั้น หมาป่าตัวหลัง ๆ มันหลุดมากัดคนข้างหลังหมดแล้วเห็นไหม นี่ถ้าคนร่วมตี้ตัวบางก็โดนหมากัดตายวุ่นวายแล้ว วิ่งเป็นตัวเอสค่อย ๆ ล่อให้พวกมันวิ่งซ้อนเป็นก้อนเดียว อย่าไปกลัว หมาพวกนั้นมันวิ่งช้ากว่านาย ไม่โดนกัดหรอก ถึงโดนก็แค่นิดหน่อย เลือดนายเยอะขนาดนั้น ไม่ตายแน่

 

มี้แม้ว ๆๆ ม้าวววว

-งึไม่ตายแต่มันเจ็บนะเฟร้ยยยย-

 

แฮ่! โฮกกกกก ฮึ่ม!”

-ฮึ! ใจเสาะไปได้เจ้าเปี๊ยก เจ้าพวกนั้นน่ะ กระจอกจะตาย กระจอกจนข้ามิอยากเสียเวลาแม้แต่จะชายตามองเลยด้วยซ้ำ!-

 

เสียงหยิ่ง ๆ ของเสือขาวลอยมาจากกิ่งไม้ใหญ่ที่ห่างออกไปทางด้านหลัง ชวนให้แมวน้อยชอกช้ำก้มหน้าวิ่งรับกรรมต่อไป ส่วนพวกหมาป่าแม้จะไม่พอใจ แต่เมื่อเหลือบมาเห็นรัศมีเจ้าป่าของใบหน้าเชิด ๆ ก็ทำเป็นไม่ได้ยิน มองไม่เห็น ไม่แสดงอาการให้ผู้พูดเพ่งเล็งมายังตน

 

“มี้ ๆ เมี้ยวววววว”

-มาแล้ว มาแล้วววววว-

 

ในที่สุดแมวสีขาวตัวเล็กก็วิ่งวนจนสัตว์อสูรที่ตามมาด้านหลังวิ่งรวมกันเป็นกลุ่มก้อนสวยงาม แล้ววิ่งหันนำฝูงหมาป่าเข้าหาชายหนุ่มผมดำที่กำลังเดินลอยชายตามมาด้านหลัง โดยมีเสือตัวน้อยสีขาวเดินชมนกชมไม้อยู่ด้านข้าง

 

มันน้อยไป! วิ่งไปลากข้างหน้ามาเพิ่มเลย เก็บทีละฝูงเล็ก ๆ มันเสียเวลา อย่างนี้เมื่อไหร่จะไปถึงทะเลสาบ ถ้ามากับพวกจอมเวท ลากนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ให้ลงเวทใหญ่ มานาไม่พอใช้กันพอดี ไป ไปลากมาเพิ่ม ฝึกลากเยอะ ๆ จะได้เก่ง ๆ เห็นเมื่อวานบอกอยากเก่งเร็ว ๆ ไม่ใช่เหรอ

 

มะ..มี้…”

-งะ..งืออออ…-

 

แมวตัวน้อยได้แต่น้ำตาตกในที่ใคร ๆ ก็ไม่รัก ได้แต่หันกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง รวบรวมฝูงหมาป่าเพิ่มขึ้นแล้วกลับมาอีกครั้ง

 

ตอนนี้ล่ะ!

 

โฮกกกกกก!!”

-ลำแสงศักดิ์สิทธิ์!!-

 

ตู้ม! เอ๋ง!!

 

ลำแสงสีขาวร้อนแรงพุ่งเข้าหาฝูงหมาป่าเป้าหมายอย่างแม่นยำ แผดเผาเหล่าร่างขนเทาให้ร้องโหยหวน พลังชีวิตลดลงเรื่อย ๆ ก่อนที่จะพากันตายไปในที่สุด ทิ้งไว้เพียงกองร่างไหม้เกรียมบนพื้น

 

“เยี่ยมมากเสือน้อย ยิงได้จังหวะ มุมองศาก็พอดี น้องจา! ฝึกต่อไป ลากฝูงใหม่มาได้เลย รอบนี้เอาเยอะกว่าเดิมนะ แล้วก็อย่าให้มีหลุดมาข้างหลังอีก!”

 

“ฮึ่ม! โฮกกก”

-ฮึ! ของมันแน่อยู่แล้ว-

 

มี้ มิว...

-งือ กระซิก ๆ ...-

 

จนแมวตัวน้อยวิ่งห่างออกไป เสียงเรียกเข้าที่รอคอยก็ดังขึ้นให้ชายหนุ่มรีบกดรับ

 

ติ๊ด

 

-พี่คิม มีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมเรื่องที่พี่ฝากสืบ สะดวกคุยไหมพี่-

 

กำลังรออยู่พอดี พูดมาเลย

 

-สายของเราในกิลด์ปีกดำรายงานว่า พวกมันเจอแท่นเควสท์ที่พี่ตามหาที่นึงแล้วครับ-

 

“ชิ! เร็วชะมัด พอรู้พิกัดไหม”

 

-สายรู้มาแค่ว่าแท่นนั่นอยู่แถวทุ่งรก ๆ ใกล้แม่น้ำ ห่างจากป้อมอาชาไม่เท่าไหร่ แต่มันไม่ได้อยู่หน่วยนั้นเลยบอกพิกัดละเอียดไม่ได้ครับพี่ แต่ถ้าพี่จะไปก็คงต้องระวังหน่อย พวกปีกดำมันสั่งคนเฝ้าไว้ บุกเดี่ยวตอนนี้ไม่น่ารอด แต่ผมจะบอกอะไรให้ ข่าววงในกิลด์พันธมิตรบอกว่า พวกมันจะเปิดศึกชิงป้อมอาชาในอีกประมาณครึ่งเดือนในเกม ถ้าพี่แอบเนียนแฝงเข้าไปช่วงสงครามนั่น ก็น่าจะได้อยู่นา-

 

“หืม... เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันนึกว่าพวกมันจะเตรียมตัวกันนานกว่านี้ซะอีก”

 

-พวกพันธมิตรมันได้กิลด์คาราวานมาเป็นพันเพิ่มครับ เห็นว่าในงานประมูลคราวที่แล้ว แผงขายของกิลด์คาราวานในตลาดมืดโดนลูกหลงจากพวกอาชาทมิฬตอนมันตีกับพวกพันธมิตรนอกรอบ แผงงี้เละเสียหายหนัก แล้วพวกม้าดำมันดันไม่ยอมรับผิดชอบ หัวหน้ากิลด์คาราวานบังเอิญอยู่ในงานนั้นพอดี พอกลับมาเลยทุ่มทั้งเงินทั้งไอเทมซัพพอทพวกพันธมิตรไม่อั้น งานนี้พวกม้าดำเละแน่! มวะ ฮ่ะ ๆๆๆ-

 

ชายในสายเงยหน้าแล้วหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ให้เงาอัคคีส่ายหน้ายิ้มขำ ๆ  ก่อนกวาดสายตามองตามแมวตัวเล็กที่วิ่งลากสัตว์อสูรเป็นรูปตัวเอสตามสั่งอยู่อีกด้านของป่า

 

“ไม่รู้พวกนั้นคิดอะไร ถึงไปท้าทายอำนาจกิลด์พ่อค้าอันดับหนึ่งอย่างนั้น ก็ไม่ใช่มือใหม่กันสักหน่อย แล้วนอกจากแท่นที่พวกปีกดำเจอ พอจะได้ข่าวแท่นอื่นอีกรึเปล่า”

 

-เท่าที่สืบ ๆ มา ก็เจอแต่ซากหินโบราณรอบเมืองเริ่มต้น ไม่ได้มาเป็นแท่นแบบที่พี่บอก ไม่น่าใช่ ผมว่ามันต้องอยู่ที่เข้าถึงยาก ๆ ละครับ ถึงได้รอดหูรอดตาพวกเรามาเป็นปีขนาดนี้ จะมีก็แค่ข่าวแว่ว ๆ อันนึง เอ่อ... แต่ผมไม่คอนเฟิร์มนะ-

 

“พูดมาเถอะ นาทีนี้ จะข่าวลือกระแสไหนฉันก็เอาทั้งนั้น”

 

เงาอัคคีตอบพร้อมกับหันกลับมามองคู่สายด้วยสีหน้าจริงจัง จนอีกฝ่ายรับรู้ได้ แล้วตอบกลับมาอย่างจริงจังไม่แพ้กัน

 

-น้องคนนึงเล่าว่าเคยเห็นแสงเรืองเขียว ๆ เหมือนแสงออโรร่าเหนือยอดเขา ตอนมันเดินทางไปทำเควสท์แถบชายป่ามายา มันบอกว่าเห็นแค่แสงเรือง ๆ ตอนนั้นมันเพิ่งเล่นได้ไม่นาน คิดว่าเป็นเวทมนตร์ของป่าเลยไม่ได้เอะใจ เห็นอยู่แค่คืนเดียวแล้วก็ไม่เห็นอีก แต่มันก็ดันจำไม่ได้ว่าเคยเห็นแสงนั่นที่ไหน รู้แค่เทือกเขาทางผ่านไปป่ามายา ยืนยันไม่ได้เลยครับว่าแสงนั่นจะเป็นแสงแบบเดียวกับเควสท์ของพี่รึเปล่า หรือว่าอยู่ที่ไหนกันแน่ พี่อาจจะต้องไปตามหาเอาเอง ถ้าพวกพี่โต้ทำเควสท์เสร็จก็คงไปช่วยหาได้อยู่หรอก-

 

“อย่าไปกวนพวกมันเลย ฉันออกจากกิลด์แล้ว ยังไงเควสท์นี้ก็ไม่ใช่ของกิลด์อีก ไหนพวกนั้นจะต้องวางแผนดูแลเมืองใหม่ แค่ให้สายข่าวอย่างนายมาช่วยนี่ก็เกรงใจมากแล้ว”

 

-โอ๊ย! อย่าเกรงใจไปเลยพี่ คนกันเอง ยังไงตอนนี้พวกผมก็ว่างงานหลังหาข้อมูลเควสท์ปริศนาขั้นสุดท้ายเสร็จ เหงากันจะตาย ไว้ว่าง ๆ พี่ทำของอร่อย ๆ มาเซ่นพวกผมก็พอ เอ่อ... ว่าแต่...-

 

คู่สนทนาลดเสียงลงต่ำจนแทบจะเป็นกระซิบ ใบหน้าที่ชะโงกเข้ามาใกล้หน้าจอกับดวงตาหลุกหลิกที่กวาดมองรอบข้าง ก็ยิ่งทำให้เงาอัคคีสงสัย

 

-พี่ได้ยินข่าวพี่โต้กับพี่จ๋ายยังอะครับ-

 

“หืม!? มีเรื่องอะไรรึเปล่า พวกมันทะเลาะกันหนักเหรอ”

 

-ไม่ใช่พี่ คือ เอ่อ... สำหรับเพื่อนสนิทที่เป็นชายแท้อย่างพี่มันอาจยากจะเชื่อหน่อย แต่นะ... พยานหลักฐานมันแน่นหนามากถึงตอนนี้พวกผมยังไม่ได้เห็นกันกับตา แต่พวกที่ยังทำเควสท์อยู่ในนั้นน่ะ ยืนยันกันมาเป็นเสียงเดียว! ตอนนี้ ขนาดพี่ปิงที่เป็นเพื่อนสนิทของทั้งคู่และอยู่ในทีมทำเควสท์ก็เห็นด้วยกับพวกผมแล้วนะพี่!-

 

แล้วหน่วยข่าวกรองประจำกิลด์หงส์เพลิงผู้แสนว่างงาน ก็บอกเล่าประเด็นร้อนประจำกิลด์ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ท่ามกลางวิกฤติการณ์ของท่านหัวหน้าและรองหัวหน้ากิลด์ที่เคารพ ให้อดีตสมาชิกฟังอย่างละเอียดยิบ พร้อมทั้งแนบภาพหลักฐานและคำพูดอ้างอิงจากหลายฝ่าย จนเงาอัคคีที่ได้เห็นรูปแนบชิดแปลกประหลาดของสองเพื่อนสนิทต้องนิ่วหน้า คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน

 

หลังจากตัดสายไปแล้ว ชายหนุ่มผมดำก็ยังคงเดินช้า ๆ ครุ่นคิดกับตัวเองไปอีกพักใหญ่ ก่อนที่นัยน์ตาสีเพลิงจะเบนไปจ้องมองร่างขนปุยที่วิ่งลากสัตว์อสูรอยู่ไกล ๆ นิ่งเนิ่นนานด้วยสายตาแปลกประหลาด

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #360 phonphimon0123 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 19:57
    ต่ออออ
    #360
    0
  2. #359 KARENA (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 13:06
    สงสารน้องจาอะ
    #359
    0
  3. #358 เต่าหมุน^0^ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 08:41
    นึกสภาพลูกแมวไม่ออกว่าจะวิ่งหนีฝูงหมายังไงให้พ้น
    #358
    1
  4. #357 Whatever it is (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 08:26
    ใช้แรงงานแมว ผิดกฤฎหมายห้ามทารุณสัตว์นะ 5555
    #357
    1
  5. #356 C-Chinemon (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 07:16
    น้องจาน่าสงสารจริงน้า~
    #356
    0
  6. #355 ..miran.. (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 07:01
    สายตาตอนสุดท้ายนั้นหมายความว่าไง 5555
    #355
    0
  7. #354 Nm'mi (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 06:58
    ได้ทั้งข่าวสารและข่าวสานของท่านเฮดและท่านรอง เงิบเลยสิท่าน
    #354
    0
  8. #353 Demon of Death (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 04:48
    แนะนำให้พิมเต็มๆไปเลยอ่านง่ายกว่านะ ^^
    #353
    1