หางยาวเท้าปุย กับเส้นทางสู่ยอดปราการ (Yaoi)

ตอนที่ 31 : บาดแผลของพวกพ้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,430
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    10 ม.ค. 61

*ลงครั้งแรก 13 ก.ค. 60

*ปรับปรุงเนื้อหา 4 ม.ค. 61

*แก้ไขคำผิด 10 ม.ค. 61


 

 

“เมี้ยว ม้าววววววว!”

-ท่านพยัคฆ์ขาวเทพารักษ์คร้าบบบบ!-

 

สิ้นเสียงเรียกขาน ก็พลันปรากฏภาพอลังการของวงเวทสีขาวเรืองแสงขนาดใหญ่สองวงต่างระดับ ถักทอขึ้นจากอักขระโบราณนับพัน วงเวทบนพื้นหมุนทวนเข็มนาฬิกาอย่างช้า ๆ โดยมีจุดศูนย์กลางที่แมวขนฟูตัวน้อย แล้วขยายตัวแผ่รัศมีออกกว้างไปไกลนับร้อยเมตร เวทวงเล็กกว่าบนท้องนภา หมุนวนสวนไปในทิศตรงข้ามด้วยความเร็วเท่ากัน ดุจดั่งฟันเฟืองคู่ขนานที่กำลังขับเคลื่อนบางสิ่ง

 

วงเวทคู่ที่อยู่ ๆ ก็ผุดขึ้นจากความว่างเปล่าขยายตัวออกจนล้อมรอบทุกสิ่งมีชีวิตในระยะสายตา และเมื่อวงเวทคู่ขนานเพิ่มความเร็วพร้อมกับเปล่งแสงเจิดจ้า ก็ทำให้เหล่ามนุษย์ที่ตะลึงค้างเริ่มรู้สึกตัว

 

“เห้ย! นี่มันอะไรฟระ”

 

“เรือหายล่ะ เวทใหญ่ ร่ายตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย โกยโว้ย!!

 

เมื่อจอมเวทวารีผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์จบ เท้าทุกคู่ก็เริ่มขยับไหว ทว่าก้าวไปได้ไม่ทันไร อักขระบนวงเวทใหญ่ด้านล่างก็เริ่มหลุดร่อนจากใจกลางปลิวว่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วหมุนวนตามแรงเหวี่ยงก่อให้เกิดวายุเวทศักดิ์สิทธิ์แสนอันตราย ที่ทั้งกักขังเหล่าศัตรูเอาไว้ภายใน และสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องไปในคราวเดียวกัน จนกลุ่มมนุษย์เคราะห์ร้ายทำได้แค่ย่อตัวต่ำไม่ให้ตนปลิวไปตามแรงหมุนเหวี่ยง ต้องร้องโอดครวญออกมาอย่างเจ็บปวด

 

“เหวอออ อึก  อ้ากกกกกกก”

 

“อั้ก! เอื๊อกกกก”

 

ในขณะที่วงเวทด้านล่างสำแดงฤทธิ์ อักขระจากเบื้องบนก็ค่อย ๆ ทิ้งตัวโปรยปรายจากขอบด้านนอก แล้วหมุนวนก่อเป็นโครงร่างโปร่งแสงของเสือโคร่งขนาดใหญ่ ที่ยืนนิ่งอย่างสง่างามเคียงข้างแมวสีขาวตัวเล็ก ณ จุดกึ่งกลาง

 

โดยไม่ทันให้เหล่าศัตรูตั้งตัว แมวขนฟูที่สัมผัสได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์ไหลเอ่อล้นร่างก็ลืมดวงตาสีฟ้าใสขึ้น เท้าปุยข้างหนึ่งสะบัดไปเบื้องหน้าแล้วเปล่งเสียงออกมาตามสิ่งที่ผุดขึ้นในใจ

 

“แม้ว ม้าว!!

-เทพทะยานชำระล้าง!!-

 

โฮกกกกกกกกกกก......

 

สิ้นเสียงร่างเล็ก เสือขาวโปร่งแสงก็กระโจนเข้าใส่ศัตรูทุกร่างในรัศมีวงเวท กรงเล็บสีขาวศักดิ์สิทธิ์แกว่งไกวสร้างค่าความเสียหายรุนแรงจนเหล่าศัตรูที่ได้รับความเสียหายอยู่ก่อนแล้วล้มตายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

 

“เอื๊อกกกกกกก”

 

“อ้ากกกกกกกกกก”

 

“แอ๊ก....”

 

จนในที่สุด ทั้งห้าร่างที่เคยมั่นใจในชัยชนะก็ลงไปนอนไร้ลมหายใจอยู่บนพื้น พร้อม ๆ กับร่างเสือยักษ์ที่สลายไปเมื่อไร้ซึ่งเป้าหมายให้ชำระล้าง

 

“มี้! แม้ววว”

-อั้ยย่ะ! แรงโคตร-

 

เสียงเล็ก ๆ อุทานออกมาอย่างตกใจกับผลที่ออกมาดีเกินคาด หลังจากทุกแสงอักขระจางหาย ร่างเล็กก็เดินผ่านเพื่อนร่วมคณะเดินทางที่รากไม้ค่อย ๆ คลายออก เข้าไปใกล้ 5 ร่างที่นอนกระจัดกระจายไร้ชีวิต แต่ยังคงรีรอไม่ยอมไปเกิดใหม่ เจ้าของเท้าปุยจะกระโดดขึ้นเหยียบอกผู้ใช้กับดักคู่กรณี ซึ่งโดนเวทพัดกระเด็นมานอนแน่นิ่งอยู่ใกล้ตนที่สุด ใบหน้าน่ารักโน้มลงเข้าหาใบหน้าอีกฝ่ายซึ่งขยับได้เพียงดวงตา แล้วแสยะยิ้มเยาะเย้ย

 

“มี้ ม้าว ๆ เหมียวววววว”

-จะจับพี่ มันยังเร็วไปร้อยปีนะไอ้น้อง-

 

“โฮกกกกกกก! ฮึ่ม แฮ่ ฮึ่ม โฮกกกกกกกกกกกก!

-เจ้ารากไม้บ้า! เลยได้เล่นนิดเดียวเอง ฮึ แต่เวทสถิตของท่านพ่อนี่ เห็นกี่ทีก็น่าชื่นชม สักวันเถอะ... ข้าจะต้องทำได้เช่นนั้นบ้าง!-

 

เสียงร้องสลับกันของเพื่อนร่วมทางสองสายพันธุ์ทำให้มนุษย์เพียงคนเดียวหน้านิ่วไปกับการเดาความหมายของพฤติกรรมแปลกประหลาด ทว่าเสียงที่ดังลอดออกมาจากอุโมงค์เถาวัลย์ก็ทำให้ทั้งกลุ่มตื่นตัวแล้วหันไปมอง จ้องยังศัตรูกลุ่มใหม่ที่ทยอยวิ่งกระหืดกระหอบกันเข้ามา

 

“แฮ่ก ๆๆ ปลายอุโมงค์โล่ง ไม่มีพวกหน้าขนครับพี่”

 

“ทางโล่ง! ไป ๆๆ จ้ำให้ไว จะรอพ่อเมิงมาตัดริบบิ้นเรอะ ข้างหลัง ปาจารึกคำสาปถ่วงเวลาไว้ แล้วถอนกำลัง!

 

ตูม!! โฮกกกกกกกกกกกก.......

 

“นั่นไงพวกไอ้ตู่อยู่ทางนั้น เห้ย! ทำไมนอนกลายเป็นศพหมดได้วะ เมื่อกี๊เลือดยังเต็มหลอดอยู่เลย พระ! มีศพทางนี้ ชุบ[1]ด่วน!

 

“ระวัง! เลยตรงนั้นไปมีคนน่าสงสัย กับพวกหน้าขน เอ่อ... แต่ตัวกระเปี๊ยก สองตัวเนี่ยนะ!?

 

จอมโจรทัพหน้าที่วิ่งเข้ามาใกล้ที่สุดเอ่ยเตือนเพื่อนร่วมทีมเมื่อเห็นฝ่ายตรงข้าม ทว่า ระยะนั้นกลับใกล้พอที่ทำให้หูฟู ๆ สองคู่พลอยได้ยินไปด้วย สองร่างกะทัดรัดที่โดนพาดพิงว่า กระเปี๊ยก สั่นเทิ้ม นัยน์ตาสองคู่หันมามองกันเล็กน้อย ก่อนร่างลายทางวิ่งกระโจนไปในทิศทางของศัตรู ส่วนอีกร่างแม้ยืนอยู่เฉย ๆ ก็กู่ร้องตะโกนก้อง ทิ้งให้ชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ยินคำพูดจับต้นชนปลายไม่ถูก ได้แต่ยืนอ้าปากค้าง

 

“ฮึ่ม! โฮกกกกกกกกก!!”

-ดูถูกข้างั้นเรอะ! ลำแสงศักดิ์สิทธิ์!!-

 

“มี้ ๆ แม้ว ม้าว เมี้ยว ม้าววววววว!”

-อย่าอยู่เลย เจ้าพวกไม่มีวิสัยทัศน์ ท่านพยัคฆ์ขาวเทพาร้ากกกกก!-

 

ตู้ม!!

 

ลำแสงสว่างจ้าดูอันตรายจากเสือน้อยพุ่งเข้าหากลางดงศัตรู แม้ค่าความเสียหายจะไม่รุนแรงมาก แต่กลุ่มมนุษย์ที่ยังตั้งตัวไม่ติดก็โดยพลังซัดจนกระจายไปรอบ ๆ

 

 “เหวออออออออออ”

 

“อ้ากกกกกกกกก”

 

ทว่าฝั่งแมวตัวเล็กนั้น แม้จะผ่านไปหลายอึดใจก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีแม้กระทั่งเศษเสี้ยวกระแสพลังให้ใจชื้น มีเพียงตัวหนังสือโปร่งใสสีแดงที่ปรากฏลอยขึ้นกลางอากาศด้านข้าง

 

ไม่สามารถใช้งานได้: ทักษะสถิตพิเศษ เทพทะยานชำระล้าง ดีเลย์ 238 วินาที

 

“เฮ้ย! โดนโจมตีด้านหน้า มือธนู สอยมัน!!

 

ฟิ้ววววววว ผลุบ ๆๆๆๆ ฉึก!

 

“ฮึก! โฮกกกกกก!!

-อั้ก! มดปลวกอย่างพวกเจ้า กล้าโจมตีข้างั้นรึ กรงเล็บดารา!!-

 

ฝนธนูโปรยปรายเข้าใส่ หากแม้บาดเจ็บ เสือน้อยก็ยังใจสู้ วิ่งหลบการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ตะลุยแจกทักษะจากระยะไกลเข้าไปเรื่อย ๆ ให้ผู้ร่วมทางตัวน้อยเริ่มร้อนรนที่ตนช่วยอะไรไม่ได้ ส่วนเงาอัคคีที่เริ่มเข้าใจสถานการณ์ก็ได้แต่ไหลตามน้ำ ส่งทักษะระยะไกลก่อกวน สนับสนุนไปเป็นระยะ พร้อมกับคอยปัดป้องลูกธนูที่พุ่งเข้าหาตนและแมวเท้าปุยผู้ขาดประสบการณ์ข้าง ๆ

 

ตูม!! ผลุบ ๆๆ ฉึก! อ้ากกกกก

 

“มันตัวเล็กแถมวิ่งเร็ว เล็งยากมากเลยครับท่าน!

 

“มันเข้ามาใกล้แล้ว เตรียมยัดสกิลระยะกลาง สายประชิดเตรียมตัว!

 

“มิ..แม้ว... เมี้ยว ม้าววววววว! ม้าววววววว!”

-อะ..ไม่นะ... ท่านพยัคฆ์ขาวเทพารักษ์คร้าบบบบ! ท่านพยัคฆ์ขาวเทพาร้ากกกกกกกกกก!-

 

ไม่สามารถใช้งานได้: ทักษะสถิตพิเศษ เทพทะยานชำระล้าง ดีเลย์ 194 วินาที

 

มะ..ไม่ได้ผล เสือน้อยก็เลือดออกขนาดนั้น ทะ..ทำไงดี

 

“แฮก ๆๆๆ ท่านครับ พวกหน้าขนมันเยอะเกิน จารึกกับแทรปด้านหลังคงถ่วงเวลาได้แค่ไม่ถึง 10 นาทีครับ!

 

“โว้ย! มากันครบแล้ว ด้านหน้าศัตรูแค่ 3 วิ่งชนไปเลย ออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ชุบเจ้าพวกที่นอนตายอยู่ด้วย ไป ๆๆๆ”

 

“รับทราบ!!

 

“น้องจา! พวกมันบุกเข้ามาแล้ว ถอยก่อน เสือน้อย ถอยออกมา!”

 

ชายหนุ่มผมดำร้องเตือนแมวน้อยที่ยืนกระสับกระส่ายหางตกลู่ กับเสือโคร่งขาวที่ยังคงวิ่งเข้าใส่ไม่คิดชีวิต มือก็เร่งกวัดไกวส่งทักษะระยะไกลจากดาบเข้าไปช่วยเป็นระวิง

 

“ฮึ่ม! โฮกกกกกกกก”

-อั้ก! อ้ากกกกกกกก-

 

ในที่สุดเสือตัวน้อยก็หลบพลาด โดนทักษะบางอย่างกระแทกจนลอยกระเด็นกลับมาพร้อมกับค่าชีวิตที่ลดลงต่ำ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามก็เคลื่อนที่เข้ามาเรื่อย ๆ

 

“มะ... เมี้ยว”

-อะ... ไม่นะ-

 

นัยน์ตาสีเพลิงกวาดมองดูสถานการณ์ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งช้อนอุ้มแมวน้อยขึ้นแนบอกแล้วร้องสั่ง มืออีกข้างก็ยังกวัดไกวส่งประกายเพลิงเข้าก่อกวนขัดจังหวะฝ่ายตรงข้ามไม่ได้หยุด

 

“น้องจา! ใช้เกียรติอัศวิน”

 

“มะ..เมี้ยวววว!!”

-กะ..เกียรติอัศวิน!!-

 

“อึ้ก!

 

-1 -1 -1 -1 -1 -1 -1 -1 -1 -1

 

สิ้นเสียงแมวน้อย กองทัพมนุษย์ทั้งหมดก็หยุดชะงัก บนหัวมีสัญลักษณ์ติดสถานะมึนงงขยับไม่ได้ร่ายทักษะไม่ออก พร้อมกับค่าความเสียหายสีแดงสวยงาม -1 ลอยขึ้นจากหัวของทุกคน เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มชุดดำพุ่งเข้าหาลูกเสือที่นอนเจ็บ ร่างสูงตวัดดาบใหญ่สร้างกำแพงไฟ ก่อนจะสลายดาบเพื่ออุ้มเสือตัวน้อยที่ขนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน แล้วรีบถอยห่างออกมาในจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ายกลับมาขยับได้

 

“ไรวะเนี่ย”

 

“เทคนิคกำแพงไฟ!?... นั่นเงาอัคคีกิลด์ปีกแดงแน่ ๆ พวกเราอย่าประมาท ใครมีจารึกเวทน้ำก็เอาออกมาใช้ พระ! ชุบไอ้ตู่ถึงไหม ทำไมมันดันมาตายตอนเราอยากได้เวทน้ำงี้วะ”

 

“เอ่อ... พวกเราต้องอ้อมกำแพงไฟไปอีกด้านก่อนครับท่าน”

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

ในระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังวุ่นวายหลังกำแพงไฟสูง พี่เลี้ยงสัตว์มือใหม่ก็อุ้มลูกสัตว์ขนปุยเต็มสองอ้อมแขน วิ่งหลบฉากไปยังทางออก ทว่าก่อนจะถึงก็ต้องผงะ เมื่ออยู่ ๆ เงาร่างนับสิบก็ผุดขึ้นจากความว่างเปล่า ตั้งเป็นแถวดำทมิฬดูน่าเกรงขาม

 

“แฮ่! โฮกกกกกกกกกกกก”

-เจ้าพวกนั้นมันไม่ได้เรื่อง! ต้อนยังไงให้ฝูงกาสรหลุดมาไกลได้ขนาดนี้ จนข้าต้องตามสมิงเสมาเช่นพวกเจ้าให้เข้ามาจัดการ-

 

“ฮึ่ม กรรรรรรร”

-พวกมันคงมัวแต่เล่นสนุกครับท่านผู้ส่งสาร-

 

“โฮกกกกก ฮึ่ม”

-เห็นทีข้าคงต้องรายงานท่านเทพารักษ์ถึงความหย่อนยานของพวกมันสักหน่อยแล้ว-

 

ชายหนุ่มที่ฟังไม่ออกได้แต่ชะลอความเร็วลงแสดงความบริสุทธิ์ใจ เมื่อเข้ามาได้ระยะ สายตาผู้นำทางของกลุ่มก็ตวัดมามองร่างโชกเลือดในอ้อมแขน แล้วส่งเสียงคำรามอย่างโกรธจัด

 

“โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

-เจ้าพวกผู้บุกรุกมันทำถึงเพียงนี้! จัดเต็ม อย่าได้ออมมือ ไป!!-

 

โฮกกกกกกกก

 

กองทัพสีดำคำรามตอบรับในลำคอตอบรับด้วยความโกรธ ก่อนจะสลายหายตัวไปอย่างเงียบเชียบ เหลือเพียง สมิงดำ ที่ก้าวขยับเข้ามาหา ให้ชายหนุ่มได้ยืนเกร็งหยุดอยู่กับที่ ดวงตาดุร้ายสีเงินมองผ่านแมวน้อยที่ซึมกะทือหางตกอยู่ในอ้อมแขนด้านหนึ่ง ไปยังร่างแดงฉานที่นอนหอบหายใจหนัก ๆ ในอ้อมแขนอีกข้าง

 

“ฮึ่มมม...”

-ท่านอธิราช...-

 

เจ้าของร่างขนดำเป็นมันปลาบก้มเอาหน้าผากแตะร่างโชกเลือดเล็กน้อย ก่อนที่บาดแผลทั้งมวลจะค่อย ๆ จางหายอย่างน่าอัศจรรย์ ร่างลายทางผ่อนลมหายใจลงจนเข้าออกเนิบช้า ในที่สุดก็ดูเหมือนแค่นอนหลับไปเฉย ๆ

 

เมื่อถอยออกห่าง สมิงดำก็หันศีรษะไปยังทางเดินดินแคบด้านหลังตน

 

“แฮ่ โฮกกกกกกกกก กรรรรรรรรรร”

-จากนี้คงต้องฝากเจ้า จงดูแลท่านอธิราชให้ดี เดินตามแนวไม้ใหญ่ไปตามเส้นทางหลัก ด้วยกำลังของพวกสองขา เพียงครึ่งวันก็จะพบชายป่าที่เจ้าหมายมาด-

 

ดวงตาสีเงินก็ตวัดขึ้นสบนัยน์ตาสีเพลิงชั่วครู่ เบนลงมองร่างโชกเลือดทิ้งท้าย ก่อนจะหันไปจ้องศึกดุเดือดเบื้องหน้า ประกายแข็งกร้าวพาดผ่านนัยน์ตาคม เจ้าของร่างส่งเสียงคำรามหนักแน่น แล้วร่างมันปลาบก็วิ่งทะยานล่องหนหายตัวไป

 

“ฮึ่ม กรรรรรรรรรรรร”

-ตัวข้านั้นมีเรื่องต้องสะสาง คงส่งพวกเจ้าเพียงเท่านี้ ขอให้โชคดี-

 

“ท่าน... วางใจเถอะ”

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

“....จา... น้องจา... น้องจา!

 

ชายหนุ่มผมดำทั้งเรียกทั้งเขย่าร่างเล็กในอ้อมแขนข้างหนึ่งอยู่ครู่ใหญ่ กว่าเจ้าตัวน้อยที่ซึมกะทือจมจ่ออยู่ในห้วงคิดของตนจะรู้สึกตัว

 

“แม้ว... ม้าววววว”

-ฮะ... มีอะไรเหรอ-

 

“ทางต่อจากตรงนี้ เสือดำนั่นได้บอกรึเปล่าว่าให้เลี้ยวไปทางไหน”

 

เมื่อใบหน้าน้อยเงยขึ้นมอง ถึงได้รู้ว่าพวกตนกำลังยืนอยู่กลางทางแยกใหญ่ ทางเดินดินด้านหน้านั้นแยกออกไปเป็นสองสายซ้ายขวา

 

“แม้ว มี้ ๆๆๆ เหมียว แม้ว ม้าวววว”

-เห็นตกปากรับคำกันซะดิบดี นึกว่านายได้สกิลคุยกับคุณเสือรู้เรื่องแล้วซะอีก-

 

“เอาดี ๆ ฉันฟังนายไม่รู้เรื่องหรอกนะ เรารู้รึเปล่าว่าต้องไปทางไหน หรือต้องปลุกเสือน้อยขึ้นมาถาม”

 

แมวขนฟูตัวน้อยเหลือบมองอีกร่างด้านข้างที่ขนยังคงแดงฉานไปด้วยเลือด ดวงตาสีฟ้าใสหม่นแสงฉายแววเจ็บปวด ก่อนใบหน้าเล็กจะเบนหนี แล้วชี้เท้าปุยข้างหนึ่งไปยังทางเดินตามแนวไม้ใหญ่ด้านขวา

 

“ฉันรู้ว่านายเสียใจ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เอาแต่นั่งโทษตัวเอง อย่าลืมสิ นายเพิ่งเล่นได้ไม่กี่วัน ทำได้ขนาดนี้ก็ดีมากแล้ว”

 

พูดพลาง นัยน์ตาสีเพลิงก็เหลือบมองร่างที่ยังคงนอนซึม ก่อนจะเอ่ยต่อ

 

“ถ้าไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก นายก็ต้องทำให้ตัวเองเก่ง เก่งพอที่จะปกป้องตัวเอง แกร่งพอที่จะช่วยคนของนาย เห็นฉันเอาตัวรอดได้อย่างนี้ มันไม่ใช่เพราะดวงดี หรืออยู่ ๆ ก็เก่งขึ้นเองหรอกนะ”

 

ดวงตาคมทอดสายตาออกไปไกล มองเลยกลับไปยังห้วงแห่งความทรงจำ

 

“เมื่อก่อน ฉันก็เคยหัดเล่นเหมือนนาย โดนคนอื่นไล่ฆ่า ตายไปเป็นร้อย ๆ ครั้งเหมือนกัน ที่มาถึงตรงนี้ได้ ฉันก็แค่... มีใครบางคนที่อยากปกป้องให้ได้เท่านั้น”

 

แล้วหลังจากนั้น คณะเดินทางหลากสายพันธุ์ก็เต็มไปด้วยความเงียบ ทุกคนจมจ่ออยู่กับความคิดของตัวเอง ถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นและสิ่งที่กำลังจะดำเนินต่อไป ไร้การสนใจต่อสิ่งรอบข้าง ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงร้องโหยหวนก้องป่าเบื้องหลัง อาจจะยกเว้นไว้เพียงร่างต้นเหตุที่นอนฝันหวานอย่างน่าอิจฉา

 

“...แฮ่.. กรรรรรร... ฮึมมม...”

-...งืมม.. ส่งลูกกลมๆ นั่นมานะเจ้าเปี๊ยก... ง่ำ ๆๆ ...-

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

หมายเหตุ 

 

[1] ชุบ ย่อมาจาก ชุบชีวิต หมายถึงการใช้ทักษะหรือไอเทมเพื่อฟื้นคืนชีวิตของผู้ที่ตายไปแล้วให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #337 PheeMee (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 20:28
    แนะนำว่าเขียนเต็มไปเลย นักธนูก็นักธนูเลยพี่จ๋า
    #337
    1
  2. #336 Whatever it is (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 16:36
    น้องจาสู้ๆ
    #336
    0
  3. #334 C-Chinemon (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 15:28
    น้องจาต้องสู้เยอะๆ อย่าขี้เกียจนร้าาา~
    #334
    0
  4. #333 ..miran.. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 14:00
    น้องจาต้องฝึกเยอะๆนะ จะได้เก่งๆ!
    #333
    0
  5. #332 phonphimon0123 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 12:40
    รออออออออ
    #332
    0
  6. #331 KARENA (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 12:02
    น้องจาาาาาาา น้องต้องเก่งขึ้นกว่านี้นะ จะได้ปกป้องอธิราชได้ ฮืออออ เห็นล่ะสงสาร
    #331
    0
  7. #330 Gure no Hana (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 11:52
    ชุบทีมีใบ
    #330
    1
    • #330-1 sunshadow(จากตอนที่ 31)
      13 กรกฎาคม 2560 / 11:57
      โอว... รู้เลยว่ามาจากเกมไหน อิอิ สงสัยจะรุ่นใกล้ๆกัน
      #330-1