หางยาวเท้าปุย กับเส้นทางสู่ยอดปราการ (Yaoi)

ตอนที่ 25 : เริ่มเคลื่อนไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    1 ม.ค. 61

*ลงครั้งแรก 20 มิ.ย. 60

*ปรับปรุงเนื้อหา 1 ม.ค. 61


 

 

“อ่า... พี่จ๋ายจะไม่เป็นไรแน่เหรอ”

 

อัศวินสามสีพูดออกมาอย่างลังเลเมื่อย้อนนึกไปถึงการพูดคุยกับพี่ชายในครั้งล่าสุด โดยเฉพาะเสียงตื่นตกใจที่ดังแว่วเข้ามาในสาย กับใบหน้าคู่สนทนาที่ซีดเผือดลงอย่างผิดปกติ คิ้วเรียว ๆ เหนือดวงตาสีฟ้าคู่สวยขมวดเข้าหากัน หางฟูนุ่มตกลู่ลงแล้วแกว่งไปมาอย่างเป็นกังวล

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ถ้านายไม่รู้ พี่นายได้ชื่อว่าเป็นตัวแท้งค์[1]มือหนึ่งของกิลด์ เลือด[2]เฉียด 5 หมื่น สารพัดสกิลป้องกันอย่างกับรถถังหุ้มเกราะ ไหนจะชุดเซตของอาชีพสายแท้งค์ บวกออพชั่นเพิ่มความถึกเต็มไปหมด นี่ยังไม่รวมว่าตีบวก[3]ขั้นสูงทั้งตัวกับพวกไอเทมป้องกันเฉพาะทางอีก ตัวประหลาดอย่างนั้น ถ้าไม่ทะเล่อทะล่าไปยืนล่อเป้ากลางดงเวทใหญ่นาน ๆ หรือโดนท่าเจาะเกราะก็ไม่ตายง่าย ๆ หรอก ฉันว่า... พวกเราน่าจะห่วงตัวเองมากกว่า”

 

เงาอัคคีผู้คลุกคลีกับคนที่ถูกเอ่ยถึงมานานเล่าออกมาตามที่ตนเองรู้ ทำให้ชายหนุ่มตัวเล็กเริ่มคลายใจแล้วหันหน้ากลับมามอง หูที่เต็มไปด้วยขนฟูกระดิกน้อย ๆ รอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดด้วยความสนใจ

 

“เท่าที่ฉันลองถามสายข่าวที่รู้จัก ดูเหมือนพวกกิลด์อินทรีดำนั่นจะเอาจริง พวกมันเล่นส่งทีมสำรวจออกไปทุกทิศรอบเมืองเริ่มต้น ถ้าขืนเรายังช้าอยู่อย่างนี้ พวกมันต้องทำเควสท์เสร็จก่อนแน่ แถมยังมีข่าวแบบยังไม่ได้ยืนยันว่าพวกมันส่งทีมออกตามหาพวกเราอีก ถึงฉันจะใช้สกิลตรวจดูแล้วว่าแถวนี้ปลอดภัย แต่เดินทางไป ยังไง ๆ ก็น่าจะได้เจอ”

 

เงาอัคคีพูดพลางกวาดสายตามองไปรอบซากปรักหักพังของอาคารศิลาโบราณที่พวกตนอาศัยกางเต็นท์หลบสัตว์ร้ายอยู่ ก่อนจะมองเลยออกไปยังป่าโปร่งด้านนอก ที่ดูเงียบสงบลึกลับในยามค่ำคืน

 

“พวกนั้นจะหาพวกเราไปทำไมน่ะ จะลักพาตัว ก่อกวน หรือ เอ่อ... ลอบฆ่างั้นเหรอ”

 

พูดเองคนตัวเล็กก็หน้าซีดลงเอง จนผู้มีประสบการณ์ต้องแก้ความกังวลใจให้

 

“ไม่น่าจะนะ ถ้าดูจากที่ผ่านมา ถึงพวกปีกดำจะชอบแข่งขัน ใช้เล่ห์กล เอาชนะด้วยช่องว่างของกฎ หรือบางทีก็ใช้ทุนกับคนที่มากกว่าเข้ากดดันบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีประวัติเล่นสกปรกจริงจัง ถ้าเป็นพวกอาชาทมิฬค่อยว่าไปอย่าง”

 

“แต่ว่า...”

 

ร่างเล็กกำลังจะพูดถึงเรื่องที่ตนเคยโดนหัวหน้ากิลด์หน้าสวยลักพาตัวไป แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่านั่นคือตอนที่ยังเป็นแมวบ้องแบ๊วขนฟู ก็เปลี่ยนใจ

 

“ถ้าเดาไม่ผิด พวกมันน่าจะอยากรู้ที่ตั้งของอักขระปริศนาที่พวกเราเจอมากกว่า ฉันก็กำลังสงสัยอยู่ ว่าที่ที่พวกมันเจอเควสท์ปริศนาอาจจะไม่ใช่ทะเลสาบที่เราเจอก็ได้ ถ้าดูจากเวลาแล้ว คืนที่พวกเราเจอเควสท์นั่นเป็นคืนเดือนมืด ปริศนาจากดวงดาวที่ปรากฏขึ้นยามไร้ซึ่งแสงน่าจะตีความได้ว่าคืนที่ไม่มีแสงอะไรเลยแม้แต่แสงจันทร์ คืนเดือนมืดครั้งล่าสุดก็คือคืนที่พวกเราไปเจอเควสท์นั่นแหละ แถมคืนนั้น นอกจากเราก็ไม่มีคนอื่นอีก ไม่มีเสียงประกาศต่อ เป็นไปไม่ได้ที่พวกนั้นจะเจอเควสท์ที่เดียวกับเรา”

 

“อืม... ถ้างั้น นายหมายความว่าพวกนั้นจะสะกดรอยพวกเราไปเอาแสงจากอักขระที่ทะเลสาบ แล้วก็ส่งคนอื่นไปเก็บแสงจากที่ของตัวเองสินะ อ๊า! งั้น ๆๆๆ ง่า...”

 

ดวงตาสีฟ้าใสเบิกกว้าง หันไปหันมาอย่างตื่นเต้น ก่อนจะกลับมาห่อเหี่ยวเอนตัวราบไปกับก้อนหินใหญ่ด้านหน้า เมื่อมองไม่เห็นใครอื่นนอกจากพวกตน

 

“แล้วพวกเรามีกันแค่ 2 คน จะไปสู้ได้ยังไงละเนี่ย พวกพี่จ๋ายก็กำลังยุ่งกันด้วยอะ”

 

“อะไร ๆ มันก็ไม่แน่หรอก ถ้าอักขระของปริศนาเควสท์นรกมันหาได้ง่ายขนาดนั้น มันคงไม่เหลือรอดไม่เคยมีคนเจอมานานขนาดนี้ ของบางอย่าง ถ้าไม่มากับดวง มี NPC อุปถัมภ์ ก็ไม่ได้มาหรอกนะ แล้วคนที่มีดวงอย่างนั้น ฉันก็เห็นอย่างน้อยคนหนึ่งล่ะที่นั่งอยู่ตรงนี้”

 

เงาอัคคีหันมองมา แล้วยิ้มให้อย่างมีเลศนัย

 

“อีกอย่าง เราก็ไม่ได้มีกันแค่ 2 คน จริงไหม ปราบแมว

 

“แอ๊บ ๆ อี้”

-ใช่ครับ เจ้านาย!-

 

“อ่า...”

 

“ตอนนี้ฉันสงสัยมากกว่า ว่าถ้าแสงอักขระปรากฏแค่ในเวลาที่ไม่มีแสงอะไรเลยจริง ๆ แล้วพวกนั้นไปได้เควสท์วันอื่น หลังจากคืนเดือนมืดที่ผ่านมาได้ยังไง”

 

“อาจจะเป็นที่ประหลาด ๆ มืด ๆ อย่างตามถ้ำก็ได้นี่”

 

“หืม... เป็นไปได้”

 

ชายหนุ่มผมดำสะบัดข้อมือให้กำไลพลิกขึ้น แล้วตวัดมือใหญ่อีกข้างวาดไปมาในอากาศอย่างรวดเร็ว

 

“ผาอันไร้ยอด มายาแห่งทุ่งหญ้ากว้าง ทางลึกลับแห่งผืนป่า ผืนน้ำกว้างใหญ่... ผืนน้ำนั่นคือทะเลสาบมรกตแน่ ๆ ผาไร้ยอดกับทุ่งหญ้า ก็ไม่น่าจะมืดสนิทในคืนอื่นได้ ถ้าอย่างนั้น ที่ที่พวกปีกดำเจอก็น่าจะเป็นทางลึกลับแห่งป่า”

 

“งืม ๆๆ”

 

“อีก 6 วันข้างหน้าก็จะคืนเดือนมืดครั้งต่อไปแล้ว ในฐานะตัวนำโชค นายว่าพวกเราควรขึ้นเหนือไปสำรวจแถบภูเขา สำรวจเขตทุ่งหญ้าทางตะวันตก หรือสำรวจเขตป่ารอบ ๆ แล้วรอเก็บอักขระที่ทะเลสาบก่อนดีครับ นายท่าน”

 

“มีฝูงอินทรีนำทางอย่างงี้ก็ต้องตามไปเขตป่าสิ ว่าแต่ ผมไม่ใช่ตัวนำโชคนะเว้ยเฮ้ย!

 

“อี้ ๆๆ แอ๊บ อี้”

-ฮะ ๆๆ รุ่นพี่ตลกจังครับ-

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

 “รายงานมา”

 

ร่างระหงในชุดคลุมนักเวทสีม่วงกำมะหยี่หรูหราค่อย ๆ ยกถ้วยชาหอมกรุ่นขึ้นจิบ มืออีกข้างวางพาดบนขอบหน้าต่างแกะสลักงดงามบนชั้น 5 ของอาคารศิลาสูง ดวงตาทรงอำนาจทอดมองออกไปไกล ในขณะที่สั่งให้หน่วยข่าวของกิลด์รายงานความก้าวหน้า

 

"ทางด้านแท่นอักขระแห่งดงเสือผ่าน ท่านรองสะบั้นเมฆาอาสาจะนำปาร์ตี้ของท่านบุกเข้าไปเองครับ ตอนนี้ท่านรองกำลังจัดไอเทมเตรียมออกเดินทางอยู่ คาดการณ์ว่าเราน่าจะฝ่าฝูงพยัคฆ์มนตราเข้าไปเก็บแสงอักขระได้ไม่ยากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงถ้าไม่เจอพยัคฆ์ขาวเทพารักษ์ บอสเจ้าถิ่นที่ชอบเดินทางไปมาระหว่างเมืองเริ่มต้นกับป่าสีเงิน แต่ถ้าโชคร้ายต้องปะทะกับพยัคฆ์ขาวเทพารักษ์ ทางท่านรองประเมินออกมาว่า ทางเราอาจจะได้รับความเสียหายหนักจนต้องล่าถอยครับ"

 

“พยัคฆ์ขาวเทพารักษ์... มีรายละเอียดไหม”

 

“เท่าที่เราทราบ พยัคฆ์ขาวเทพารักษ์ เป็นบอสระดับ 150 ที่ไม่มีคนรู้จุดเกิดแน่นอน จากรายงาน มีผู้เล่นพบเห็นในเขตพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้าง พบตั้งแต่ป่าเมืองเริ่มต้นไปจนถึงป่าสีเงินเลยครับท่าน แต่ในช่วงหลายเดือนในเกมมานี่ มีคนเจอมันในเขตเมืองเริ่มต้นบ่อยขึ้นมาก ทางกิลด์เรายังไม่เคยปะทะบอสตัวนี้จริงจัง แต่จากสายข่าวอื่นรายงานว่า บอสตัวนี้เป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ เคลื่อนที่ได้เร็วมาก ค่าพลังป้องกันระดับกลางแต่พลังป้องกันเวทมนตร์สูง โจมตีระยะประชิดได้รวดเร็ว และร่ายเวทใหญ่เป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ได้รุนแรงมากครับ”

 

"อืม... กลับไปแจ้งท่านเสนานครให้ลองคิดหาทางรับมือให้ด้วย"

 

"ได้ครับท่าน"

 

"แล้วแผนตามหาอักขระอื่นตามวิธีของท่านเสนา ลงมือไปถึงไหนแล้ว"

 

"กำลังคนที่เหลือ เราได้จัดปาร์ตี้ค้นหา กระจายกำลังออกไปทั้ง 3 ทิศ เขตภูเขาทางเหนือ เขตทุ่งหญ้าทางตะวันตก และเขตป่าทางใต้เมืองเริ่มต้น ตามที่ท่านเสนาแนะนำแล้วครับท่านราชันย์"

 

รายงานไป ชายหนุ่มชุดดำก็ได้ใจชื้น ที่ตนยังไม่เจอไอยะเยือกปริศนาตามคำร่ำลือจากหน่วยข่าวรุ่นพี่เลยสักครั้ง

 

“แล้วทางเงาอัคคี...”

 

“เอ่อ... จากรายงาน จุดที่พบเห็นจุดสุดท้าย คือในขณะที่เงาอัคคีอุ้มบุคคลปริศนาออกนอกประตูเมืองเริ่มต้นเข้าไปยังป่าทางทิศใต้ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเงาอัคคีอีกเลยครับ”

 

นัยน์ตาคมกริบสีทองตวัดกลับมามองผู้รายงานอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ถูกจ้องมองรู้สึกถึงไอเย็นยะเยือกที่พัดผ่านไปวูบหนึ่ง จนต้องห่อตัวเข้าหากันน้อย ๆ

 

“รู้ไหม ว่าคนคนนั้นคือใคร”

 

“อะ..เอ่อ... สายของแจ้งว่า ตอนที่รออยู่หน้าประตูป้อม ทันเห็นว่าชายปริศนาชื่ออัศวินสามสีครับ แต่พอจะใช้ทักษะตรวจสอบ กะ..กลับโดนเงาอัคคีเอาผ้าคลุมขึ้นปกปิดสถานะก่อน เลยไม่สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ครับท่าน”

 

นัยน์ตาทรงอำนาจสีทองหรี่ลงเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมไปชั่วครู่ ให้อีกฝ่ายได้แอบลุ้นกับคำถามต่อไปอยู่ในใจ

 

“แล้วแมวน้อย... อัศวินสามสีที่หายไปล่ะ”

 

โดยไม่ทันตั้งตัว อยู่ ๆ หน่วยข่าวมือใหม่ก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกแปลกประหลาดที่แทรกซึมในบรรยากาศรอบตัว

 

“เอ่อ... จากที่มีการพบเห็นล่าสุดคือ ท่านผู้เฒ่าไม้เท้าแดงอุ้มเจ้าเหมียวอัศวินสามสีเข้าไปในป้อมศิลาเมื่อวานตอนบ่าย หลังจากดับไฟที่หอสังเกตการณ์เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็ยังไม่มีใครพบเห็นเจ้าแมวน้อยอีกเลยครับท่าน”

                                       

“ที่เดียวกันสินะ...”

 

รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนมุมปากของใบหน้าหวานก่อนที่จะหมุนร่างไป ทำให้หน่วยข่าวมือใหม่ที่ทันได้เห็นเกิดขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ พร้อมกันก็รู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านกำจาย โดยสันนิษฐานว่ามีต้นเหตุมาจากร่างระหงเบื้องหน้า จนต้องยกมือขึ้นกอดแขนตนเองแล้วลูบเบา ๆ

 

“ถ่ายทอดคำสั่งออกไป พยายามจับตัวอัศวินสามสีมาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือแมว ส่วนเงาอัคคี...”

 

ร่างสูงเพรียวหันกลับมาจ้องตาหน่วยข่าวผู้น่าสงสารที่เริ่มจะหน้าซีดตัวสั่น

 

“ส่งมือดีสะกดรอยตามไปเพิ่ม ทำตามที่ท่านเสนาเคยแนะนำ สืบข่าวและขัดขวางการทำเควสท์ให้ถึงที่สุด ถ้าจะมีการปะทะ ก็ไม่ต้องออมมือ!

 

“คะ..คะ... ครับ ทะ..ท่านราชันย์”

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

“จำที่บอกได้ใช่ไหม”

 

“จำได้น่า! นายย้ำมาเป็นรอบที่ 10 แล้วนะ ถ้าเจอพวกปีกดำ นายจะล่อพวกมันไป ให้ฉันแปลงเป็นแมวแล้วใช้สกิลพรางจิตซ่อนตัวอยู่นิ่ง ๆ มาร์คตำแหน่งของตัวเองบนแผนที่ รอให้นายมารับ”

 

“ถ้าเจอสัตว์อสูร...”

 

“ถ้าเจอสัตว์อสูรเข้ามาใกล้ ๆ ก็ให้หนีขึ้นต้นไม้ไว้ก่อน แล้วใช้สกิลพรางจิตซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ เรื่องแค่นี้ผมจำได้น่า!

 

“อืม... นี่ก็สายแล้ว งั้นพวกเราเดินทางเลยละกัน”

 

“มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นตั้งนานแล้ว!

 

“แอ๊บ อี้ ๆ! แอ๊บ อี้ ๆ!

-เดินทาง! เดินทาง!-

 

และแล้วในวันนั้น ท่ามกลางเหล่าพฤกษาและนกน้อยในพงไพร ชายหนุ่มสองคนต่างเผ่าพันธุ์ เดินเคียงคู่กันเข้าไปในเขตป่าลึกทางตะวันออกของเมืองเริ่มต้น เสียงใส ๆ ของคนตัวเล็กบ่นออกมาเป็นระยะ สลับกับเสียงร้องครื้นเครงของนากดนตรีตัวใหญ่ที่วิ่งวนไปมาอยู่รอบ ๆ โดยมีเสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มอีกคนตอบรับอย่างระอาเป็นครั้งคราว

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

หมายเหตุ 

 

[1] แท้งค์ (Tank) ผู้เล่นที่มีพลังชีวิตและพลังป้องกันสูง มันเป็นด่านหน้าในการรับมือกับศัตรู เพื่อให้คนอื่นที่มีพลังชีวิตน้อยแต่พลังโจมตีสูงกว่าเป็นฝ่ายสร้างความเสียหาย

[2] เลือด ค่าพลังชีวิตของตัวละครในเกม

[3] ตีบวก การอัพเกรดอาวุธหรือชุดเกราะด้วยวัสดุหายากเช่น แร่ หรือ อัญมณี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับของสวมใส่ชิ้นนั้น ๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #677 milk-m.g.m (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 18:22
    อยากหยิกแก้มน้องแมววว
    #677
    0
  2. #263 Whatever it is (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 13:34
    น่ารักมากกก
    #263
    0
  3. #262 แมวดำ มุ้งมิ้ง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 18:29
    ถถถถถ ตามหาน้องจาสุดขอบโลกสินะ 55+
    #262
    0
  4. #261 Tari (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 14:29
    สงสารคนสวย ตามหาน้องจาหนักมาก คนสวยจะคู่ใครป่ะเนี่ย -..-?
    #261
    0
  5. #260 เต่าน้ำ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:13
    ชอบบรรนากาสเรื่องนี้มากเลยค่ะ น่ารักดี น้องจาาาา 55
    #260
    0
  6. #259 KARENA (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 08:31
    อ่าาาาาาา น่าร้ากกกกก อยากอ่านต่อแล้วววว 555 ขอบคุณค่ะไรท์ รอๆค่ะ
    #259
    0
  7. #258 Morte'de angelo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 08:14
    อยากเห็นช็อตพี่หลงน้องจะแย่แล้ววว เมื่อไหร่พี่จ๋ายจะได้เจอน้องจา ฮืออออออ นั่ลร้ากกกก
    #258
    0