หางยาวเท้าปุย กับเส้นทางสู่ยอดปราการ (Yaoi)

ตอนที่ 14 : ตลาดมืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    30 ธ.ค. 60

*ลงครั้งแรก 19 พ.ค. 60

*ปรับปรุงเนื้อหา 30 ธ.ค. 60



 

ปึง!

 

ฟู่... เฉียดฉิว

 

อัศวินสามสีในร่างแมวน้อยขนฟูพ่นลมออกมาอย่างโล่งอก หลังสามารถกระโดดลงจากปลายทางลาดไม้ ลงจอดอย่างสวยงามบนพื้นก่อนที่ประตูจะปิดงับปลายหางได้ทันอย่างฉิวเฉียด ในใจร่างเล็กนึกขอบคุณทักษะเท้าลมกรดและการตัดสินใจอันฉับไวของตน ที่ทำให้ไม่โดนประตูหนีบดับอนาถให้ได้กลับจุดเกิดก่อนเวลาอันควร หลังจากปลอบขวัญตนเองพร้อมกับสาปแช่งขาที่สั้นไม่ได้ดั่งใจจนพอหอมปากหอมคอแล้ว เจ้าตัวเล็กจึงได้ฤกษ์มองสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบกาย

 

จุดที่อัศวินสามสียืนอยู่ เหมือนกับเป็นด้านในสุดของอุโมงค์อันมืดมิด ด้วยนัยน์ตาที่สามารถมองเห็นได้ดีในที่มืดและประสาทหูที่รับเสียงได้ดีกว่ามนุษย์ทั่วไป เจ้าแมวน้อยก็พบว่าตนเองกำลังอยู่ในอุโมงค์ที่ล้อมรอบไปด้วยผนังหินสีน้ำตาลชื้น ๆ ซึ่งทางออกมีเพียงทางเดินหินขรุขระด้านหน้า บริเวณที่ร่างเล็กกำลังยืนอยู่นั้นตัวเพดานไม่สูงมาก และมีน้ำหยดลงมาเป็นระยะจนเจิ่งนองไปทั่ว เมื่อเงยหน้าขึ้นมองไปยังทางเข้าที่เพิ่งจากมา ก็พบว่ามันได้ปิดแนบสนิทไปกับเพดานถ้ำแล้ว แถมยังไม่มีสัญลักษณ์หรือวัตถุหน้าตาประหลาดใด ๆ อยู่ใกล้ที่พอจะเป็นกลไกเปิดประตูได้ทั้งสิ้น ทำเอาแมวน้อยเริ่มเหงื่อตก

 

แล้วนี่ตูจะกลับออกไปยังไงละเนี่ย เอาเถอะ เดี๋ยวแอบเกาะใครสักคนออกไปก็คงได้ละมั้ง

 

คิดได้ดังนั้น เจ้าเหมียวก็หันไปพิจารณาทางออกเดียวซึ่งกลุ่มคนที่ตนแอบติดตามกำลังเดินไป ทางเดินหินสีน้ำตาลนั้นทอดยาว  ก่อนจะเลี้ยวโค้งไปทางซ้ายจนหายลับไปจากคลองสายตา แสงลูกไฟนำทางจาง ๆ กับเงาคนวูบไหวยังคงสะท้อนลอดออกมาบริเวณผนังหินใกล้ทางโค้งนั้น

 

ยังไปกันได้ไม่ไกลเท่าไหร่ น่าจะตามทัน

 

เท้าปุยทั้งสี่เร่งออกเดินตามเป้าหมายตรงหน้าไปอย่างเร่งรีบ เดินไปสักพักเจ้าเหมียวก็ต้องแปลกใจ เพราะได้ยินเสียงสะท้อนที่ฟังเหมือนเสียงไหลของสายน้ำ หากไม่ใช่เพียงไหลอย่างเอื่อย ๆ แต่เป็นเสียงดั่งสายน้ำเชี่ยวกรากที่ดังกึกก้องเหมือนกับเป็นทางน้ำใหญ่

 

แย่ละสิ ยิ่งไม่ค่อยถูกกับน้ำมืด ๆ เย็น ๆ อยู่

 

ประสบการณ์เลวร้ายจากผืนน้ำดำมืดทำให้เจ้าเหมียวยิ่งเร่งฝีเท้าขึ้น เมื่อเดินถึงทางโค้งสุดท้ายแมวตัวน้อยก็ใจชื้น เพราะกลุ่มเป้าหมายได้หยุดเดินไปแล้ว หากแต่มีเสียงถกเถียงของชายหนุ่มกับเสียงแหลมเล็กประหลาดดังขึ้นมาแทนที่

 

“1200 เหรียญทองน่า คราวที่แล้วก็ราคานี้”

 

เสียงชายหนุ่มที่แมวน้อยจำได้ว่าเป็นอัศวินที่โดนเรียกว่า ตูบดังขึ้นต่อรอง

 

“ฮึ! พวกเจ้าหัดดูสารรูปตัวเองก่อนเถ้อ ใส่เกราะกันมาอย่างหนา จะถ่วงเรือข้าจมธาราไปรึเปล่าก็ยังไม่รู้ 1800 เหรียญทองนั่นแหละดีแล้ว”

 

เสียงแหลมเล็กท้วงขึ้นมาด้วยสำเนียงเหน่อ ๆ อย่างไม่ยอมแพ้

 

“1400 เหรียญ เรือผุ ๆ นั่น นั่งไปอาจจะจมเองเอาดื้อ ๆ ก็ได้ นี่พวกข้ายอมเสี่ยงชีวิตนั่งเรือของเอ็งเลยนะเนี่ย”

 

ในที่สุดแมวขนฟูก็เดินพ้นแนวโค้งของอุโมงค์จนเข้ามาสู่โพรงถ้ำกว้างใหญ่ ภาพที่เห็นทำให้แมวตัวน้อยตะลึงจนต้องหยุดยืนมอง ด้านหน้าของเจ้าเหมียวเป็นโพรงถ้ำหินขนาดมหึมา เพดานด้านบนมีหินย้อยสีน้ำตาลทองมากมายส่องประกายระยิบระยับตระการตา หากบางส่วนของเพดานก็สูงลิบ จนแสงจากลูกไฟนำทางสีทองส่องไปไม่ถึง เห็นเป็นเพียงเงามืดเลือนรางดั่งท้องฟ้ายามราตรี

 

เมื่อออกมาจากอุโมงค์ก็เป็นลานหินกว้าง มีหินงอกระยิบระยับอยู่ประปราย ไกลออกไปเป็นทางน้ำกว้างใหญ่สีนิลไหลเชี่ยวมาจากทางน้ำคดเคี้ยวด้านซ้าย ก่อนจะไหลตรงเรียดลานกว้างที่ทั้งหมดกำลังยืนอยู่ แล้วไหลหายลับไปในโพรงหินมืดสนิททางด้านขวา ที่ริมน้ำกึ่งกลางลานมีท่าเรือไม้เล็กดูเก่าแก่แต่แข็งแรงตั้งอยู่ ข้างกันมีเรือไม้ขนาดย่อมสีน้ำตาลอ่อนจอดเทียบ ด้านหัวเรือโค้งขึ้นสูงแล้วม้วนตรงปลายคล้ายยอดเถาวัลย์ ปลายม้วนนั้นห้อยตะเกียงกระจกใสที่ภายในมีกองใบไม้บางอย่างทอแสงสีทองสว่างไสวแต่ไม่แสบตา

 

บนท่าเรือไม้ อัศวินในเกราะโลหะสามคนกำลังยืนหันหน้าเข้าสู่ผืนน้ำดำมืด มีลูกไฟนำทางลูกใหญ่สีเหลืองทองลอยอยู่เหนือศีรษะ ร่างที่ยืนเท้าสะเอวประจันหน้ากับทั้งสามอยู่บนท่าเรือด้านริมน้ำเป็นร่างเล็กผิวสีน้ำตาลเข้ม สูงเพียงช่วงเอวของเหล่าชายหนุ่ม ผมยาวสีเงินผูกเป็นหางม้าที่แกว่งไปมาในยามเคลื่อนไหว ใบหูเรียวแหลมยาวชี้ตั้งขึ้น ในมือถือไม้ถ่อที่ปลายด้านบนสูงเลยหัวเจ้าของไปหลายช่วงตัว

 

“ฮึ! ถึงเรือข้า ซาลู ผู้นี้จะเก่า แต่มิเคยส่งผู้ใดไม่ถึงจุดหมาย ข้าให้ 1600 เหรียญทองเป็นโอกาสสุดท้าย หากพวกเจ้ายังมิอยากพลาดการประมูลนั่น!

 

“ชิ! ตกลงก็ตกลง”

 

ในที่สุดมือต่อราคาฝ่ายอัศวินก็ยอมแพ้อย่างจนใจ และนั่นก็พอดีกับที่แมวตัวเล็กเยื้องย่างไปถึงท่าน้ำจนใครบางคนสังเกตเห็น

 

“นะ..นั่นมันเจ้าแมวตัวตะกี้นี่ ฉิบหายละ ทำแมวหลงเข้ามิติมา จะโดนฝูงผู้คุมกฎรุมทึ้งไหมวะเนี่ย”

 

เจ้าตูบที่ลงไปนั่งบนเรือเรียบร้อยแล้วมองมาทางแมวน้อยแล้วทำหน้าสยองขวัญ ก่อนจะเริ่มดึงทึ้งผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

 

เอิ่ม... เจ้านี่มันไม่ปกติสินะ

 

แมวตัวน้อยละสายตาจากอัศวินหนุ่มในท่าทางประหลาด แล้วหันเงยหน้าขึ้นสูงส่งสายตาเห็นใจไปให้อัศวินอีกสองคนที่เหลือบนท่าเรือ ทว่ากลับพบความกังวลในดวงตาของทั้งคู่

 

“อะ แฮ่ม... หากพวกเจ้าสัญญาว่าจะพาแมวเหมียวไปส่งคืนในภายหลังอย่างปลอดภัย ข้าก็จะไม่ว่าอะไร และไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกเหล่าผู้คุมกฎก็ได้ หากแต่พวกเจ้าก็ต้องพาแมวเหมียวติดตามไปยังทุกแห่งที่เจ้าไปเยือน แล้วก็...”

 

เอลฟ์ผิวหมึกมองมาทางแมวน้อยด้วยสายตาวิ้ง ๆ เป็นประกายแปลกประหลาด ก่อนริ้วสีแดงระเรื่อจะพาดผ่านสองแก้ม ทั้ง ๆ ที่ผิวสีนั้นไม่น่าจะเห็นสีอื่นเพิ่มขึ้นได้

 

“หากพวกเจ้าทำให้แมวเหมียวมานั่งชมวิวข้าง ๆ ข้าระหว่างเดินทางผ่านลำน้ำได้... ข้าจะลดค่าเรือให้เหลือ 1400 เหรียญทองตามที่พวกเจ้าปรารถนา”

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

ภาพร้านรวงมากมาย เพิงขายของแปลกตา และสินค้าแปลกประหลาดพิสดารตรงหน้า ไม่อาจทำให้แมวน้อยในถุงผ้าบนฝ่ามือของอัศวินร่างใหญ่คลายความหงุดหงิดลงไปได้

 

เลวร้าย เลวร้ายที่สุด!

 

ร่างฟูกรีดร้องในใจอย่างไร้หนทางระบายออก พร้อมกับนึกย้อนไปถึงสาเหตุของความอึดอัด ณ ริมท่าน้ำเมื่อประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนหน้า

 

ฮึ่ย! คิดแล้วก็เจ็บใจ พอเจ้าผิวหมึกนั่นพูดจบ ไม่ทันให้ผมได้หันหลังหนี พวกอัศวินชั่วร้ายไร้ยางอายนั่นมันก็พุ่งเข้าตะครุบผม จับมัดแขนมัดขาเป็นบ๊ะจ่างแมว แล้วก็เอามายัดลงถุงผ้าเน่า ๆ นี่ ดีหน่อยที่พวกมันยังปล่อยให้ผมโผล่หัวออกมาได้ ไม่งั้นผมคงสำลักความเหม็นตายไปแล้ว!

 

คิดพลาง แมวตัวน้อยก็พ่นลมออกจากจมูกอย่างแรง ดั่งจะไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ในความทรงจำให้หลุดหายไป

 

จับยัดไม่พอ พวกมันยังผูกเชือกล้อมทั้งปากถุงทั้งคอผมไว้อีกชั้น นี่กะจะไม่ให้กระดิกตัวได้เลยใช่ไหม ไม่แค่นั้น เจ้าพวกใจโหดยังยัดลูกอะไรหยุ่น ๆ ก็ไม่รู้เข้ามาเต็มปาก เคี้ยวก็ไม่เข้า คายก็ไม่ได้ เลยได้แต่ติดแหง็กคาปากผมอยู่อย่างงี้ จนสภาพผมตอนนี้ช่างน่าอเนจอนาถ อยากจะหนีก็หนีไม่ได้ อยากจะร้องให้คนอื่นช่วยก็ไม่มีเสียงออกมาอ่า งือออ...

 

เสร็จแล้วพวกมันก็จับผมในสภาพถุงใส่บ๊ะจ่างมาวางข้าง ๆ เจ้าผิวหมึกท้ายเรือ เจ้านั่นก็ทำตัวน่าขนลุก ขยันส่งสายตาวาว ๆ มาจ้องทีละนาน ๆ พอผมรำคาญหันไปมองหน่อยก็หันหน้าหนี นาน ๆ ทีก็มีกรีดมือมาลากผ่านคางผ่านแก้มช้า ๆ บรื๋ออออ... ขนลุก

 

โดยไม่รู้ตัว ร่างน้อย ๆ สั่นเทา ก่อนที่ขนฟูตั้งชันไล่เป็นลูกคลื่นตั้งแต่หัวจรดหางยามที่คิดถึง

 

แต่ที่จริง ถ้าไม่นับเจ้าตัวน่าขนลุกนั่น กับถ้าผมไม่ได้อยู่ในสภาพนี้ การล่องเรือลอดถ้ำนี่ก็น่าสนุกดีนะ เรือลำเล็กแล่นฉิวฝ่าน้ำเชี่ยวที่โค้งไปโค้งมา มีคลื่นให้เรือกระเด้งบ้าง โคลงซ้ายโคลงขวาบ้าง ผ่านทั้งถ้ำมืด โพรงโล่งและทางแยกเยอะยุ่บยั่บจนนับไม่ถ้วน อืม..เหมือนว่าถ้ำทั้งหมดนี่จะเป็นธารน้ำใต้ดินที่ไหนสักที่

 

สุดท้าย เรือเราก็ฝ่าคลื่นน้ำมาจอดเทียบที่ท่าเรือใหญ่ในโพรงถ้ำยักษ์ มีเรือแบบคล้าย ๆ ของเราจอดลอยลำอยู่เป็นร้อย โพรงถ้ำนี่ใหญ่ที่สุดเท่าผมเห็นมาเลย แถมยังประดับสายรุ้งเรืองแสงสีทอง ขึงจากผนังถ้ำฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่ง สานกันไปสานกันมาจนสว่างไปทั่ว สายรุ้งบางเส้นก็มีตะเกียงใส่ใบไม้เรืองแสงเหมือนกับที่หัวเรือแขวนเอาไว้ด้วย ดูไปก็สวยแบบให้อารมณ์แฟนตาซีดี

 

ดวงตาสีฟ้าใสกลอกขึ้นมองตะเกียงแก้วดวงน้อยที่ห้อยอยู่บนเส้นสายรุ้ง ซึ่งเรียงร้อยจากใบไม้เรืองแสงสีทองเป็นเส้นยาวเหนือศีรษะตนอย่างชื่นชม ก่อนจะลดสายตาลงมองภาพตลาดใหญ่อันจอแจเบื้องหน้า

 

ถัดจากท่าเรือไปดูเหมือนจะเป็นตลาด มีทั้งร้านแบกะดินทั้งเพิงขายของเรียงกันเป็นแนวแน่นเอี้ยด บางร้านถึงขนาดเจาะเข้าไปตั้งในผนังหิน คนซื้อคนขายก็มีหลายขนาด เขาผุดหางโผล่ รู้เลยว่ามีหลายสายพันธุ์ แต่เอ..นอกจากพวกเอลฟ์ผิวดำเหมือนที่ท้ายเรือของผมแล้ว ทุกคนดูจะใส่ผ้าคลุมยาวปิดหน้าปิดตากันหมดเลยแฮะ แล้วผมไม่ปิดอย่างงี้จะเป็นไรรึเปล่า หรือแค่อยู่ในถุงบ๊ะจ่างแมวอย่างงี้ก็ใช้ได้แล้ว!?

 

เมื่อขึ้นฝั่งได้ เหล่าอัศวินที่สวมเสื้อคลุมกันเรียบร้อยก็พากันจ้ำอ้าวผ่านทางเดินไม้ของท่าเรือตรงดิ่งไปยังตลาด หากเดินไปได้ไม่ทันไร ร่างสีเข้มของเอลฟ์ผิวหมึกที่ตัวใหญ่กว่าปกติก็ผุดขึ้นมาจากกลางอากาศดั่งภูตผีทั้งซ้ายและขวา แถมยังยื่นเคียวใบมีดแหลมคมกริบออกมาไขว้กันเป็นกากบาทขวางทางเดินเอาไว้ พร้อมกับเสียงตะโกนดังลั่น

 

“ตราผ่านทาง!

 

“เห้ย! ลืม”

 

หัวหน้ากลุ่มอัศวินหัวหน้าร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะเปิดกระเป๋าควานหาเข็มกลัดอันเล็กมาติดบนเสื้อคลุมของตนอย่างลนลาน ในระหว่างนั้น แมวตัวเล็กก็สัมผัสได้ว่ามือของ เจ้าตูบที่อุ้มตนอยู่สั่นและรัดแน่นขึ้นอย่างผิดปกติ

 

เหล่าเอลฟ์ผิวหมึกจ้องมองดูเข็มกลัดอันนั้นเนิ่นนาน ก่อนกวาดสายตามองอัศวินทีละคนรวมไปถึงแมวตัวน้อยอย่างช้า ๆ ดวงตาสีน้ำเงินลึกลับที่สบเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าใสดูเข้มงวด กดดันจนให้ร่างฟูต้องเกร็งตัว ผ่านไปชั่วอึดใจทว่ารู้สึกเหมือนดั่งชั่วกัปชั่วกัลป์ อยู่ ๆ ฝูงเอลฟ์ผิวหมึกก็สลายร่างหายตัวไปเหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

 

ฟู่...

 

เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกสี่เสียงดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ชายหนุ่มทั้งสามมองกันไปมาและยิ้มให้กันเล็กน้อย ส่วนแมวตัวเล็กก็แทบจะทรุดจมลงไปในถุงผ้า หากทันใดนั้นเอง เสียงที่ดังแว่วมาแต่ไกลก็ทำให้อัศวินทั้งสามต้องวิ่งกันตาตั้ง

 

“ยินดีต้อนรับนักเดินทางจากทั่วสารทิศสู่ลานประมูลกลางแห่งมิติมนตราธาราวิถี วันนี้เราก็มีทรัพย์สิน......”

 

 

*****-----*****-----*****

 

  

ฮึ่ย เจ้าตูบนี่จะอุ้มให้สูง ๆ หน่อยไม่ได้รึไง ผมก็อยากดูเหมือนกันนะ เจ้าคนข้างหน้านั่นก็ไม่รู้จะสูงไปไหน บังซะมิดจอเลย ฮึ่ม ๆๆ

 

แมวน้อยประท้วงในใจอย่างทำอะไรไม่ได้ เสียงอู้อี้ที่เปล่งออกมาก็โดนเสียงจอแจรอบด้านกลบไปจนหมด ก่อนเสียงประกาศที่ทุกคนรอคอยจะทำให้แมวน้อยหูกระดิกตั้งใจฟัง

 

“รายการต่อไป แส้หางราชาราชสีห์เพลิงกาฬ ก็อย่างที่ท่านๆ รู้ดีกันอยู่แล้ว ราชาราชสีห์เพลิงกาฬนั้นเป็นถึงเจ้าป่าทางใต้ของเวิ้งอสูร หางของมันแข็งแกร่งจนสามารถตัดหินผาได้อย่างง่ายดาย เมื่อนำมาทำเป็นแส้ก็เป็นอาวุธที่ร้ายกาจ มาพร้อมกับทักษะติดอาวุธ ตัดภูผา ระดับ 5 ข้าขอเปิดประมูลแส้หางราชาราชสีห์เพลิงกาฬด้วยราคา 5 แสนเหรียญทอง”

 

“5 แสน 1 หมื่น เหรียญ!!

 

“5 แสน 5 หมื่น เหรียญ!!

 

“6 แสนเหรียญ!!

 

“ข้าเหมือนเห็น ราชันย์ปีกนิล หัวหน้ากิลด์อินทรีดำ แว้บ ๆ ด้วยว่ะ มันจะมาประมูลอะไรวะนั่น กุหลาบราชินี หัวหน้ากิลด์นางฟ้าก็มา ยังสวยเหมือนเดิมเลยแม่คู้นนน กิลด์หงส์เพลิงส่งมาแค่เพลิงสุริยะ ดูท่าว่าข่าวที่พวกมันใกล้จะปิดเควสท์ประดับสัญลักษณ์ปราการศิลาปราชญ์ได้แล้วท่าจะจริง เฮ้ย!! นั่นไอ้ยันต์แปดทิศ คู่ปรับแกนี่ มันจะมาประมูลแข่งกับแกรึเปล่าวะไอ้ศักดิ์”

 

“ก็เป็นไปได้ ใกล้สงครามแล้ว ใครได้หอกนั่นไปก็ได้เปรียบ”

 

“แล้วแกว่าเราจะมีโอกาสได้หอกนั่นสักกี่เปอร์เซ็นต์วะ”

 

เจ้าพวกนี้ก็มัวแต่คุยกันอะไรก็ไม่รู้ น่าเบื่อชะมัด

 

กร๊อบ ตุ้บ....

 

โอ้ เจ้าลูกหวาน ๆ นี่รสชาติคล้ายแอปเปิลเลยแฮะ แต่เสียดายอีกครึ่งลูกอะ ร่วงไปซะละ ง่ำ ๆๆ

 

“ขอแสดงความยินดีกับท่าน จันทร์ฉาย เราจะรอท่านมารับแส้ที่ด้านหลังเวที รายการต่อไป หอกเกลียววายุ หอกที่ตกมาจากสัตว์อสูรระดับราชา วานรเท้าทองแห่งป่าสีเงิน คุณสมบัติพิเศษ...”

 

“นั่นของนายมาแล้ว ปะ..เข้าไปใกล้ ๆ กัน”

 

กลุ่มอัศวินในชุดเกราะพยายามมุ่งมั่นแทรกตัวกันเข้าไปใกล้ ๆ หน้าเวที

 

“แม้ว ๆๆๆ  มี้ ๆ แม้ว เมี้ยว มี้ ๆๆ ม้าววว”

-นี่ ผมจะไม่ว่าอะไรเลยถ้านายจะใช้ไหล่ดัน ไม่ใช่ท่อนแขน เฮ้...นายลืมไปรึเปล่าว่าผมอยู่ตรงแขนนายนี่น่ะพรรคพวก-

 

หากแต่เสียงของแมวน้อยก็เหมือนจะกลืนไปกับเสียงพูดคุยด้านข้างโดยไร้คนเหลียวแล

 

“เริ่มการประมูลที่ 5 แสนเหรียญทอง”

 

“5 แสน 5 หมื่นเหรียญทอง”

 

“6 แสนเหรียญทอง!!

 

“7 แสน!!

 

การประมูลเต็มไปด้วยความดุเดือด ในขณะที่เจ้าแมวน้อยก็ค้นพบบางสิ่ง

 

เห... เชือกหลวมแล้วนี่ อย่างงี้ต้อง...

 

หงับ ๆๆ

 

ว่าแล้วเจ้าเหมียวก็ใช้ปากค่อย ๆ ดึงเชือกรอบปากถุงผ้าที่คลายตัวแล้วออกอย่างใจเย็น

 

“2 ล้านเหรียญทอง มีผู้ใดจะประมูลเพิ่มอีกไหมหรือไม่ 2 ล้านเหรียญทอง ครั้งที่ 1...”

 

“2 ล้าน 5 หมื่นเหรียญทอง”

 

ในที่สุดเจ้าหัวหน้าอัศวินที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยกมือขอเพิ่มราคาเป็นครั้งแรก

 

“2 ล้าน 1 แสนเหรียญ!!

 

เพียงชั่วอึดใจ ชายหนุ่มในชุดคลุมสีเทาทางซ้ายของกลุ่มอัศวินก็ยกมือเพิ่มราคา ก่อนที่จะหันมายิ้มเยาะ

 

“ฮึ่ย!! ไอ้ยันต์แปดทิศนี่กวนโอ๊ยจริง พวกมันไม่มีใครใช้หอกได้แท้ ๆ”

 

“2 ล้าน 2 แสนเหรียญ!!

 

เจ้าหัวหน้ายกมือขอประมูลเพิ่ม ก่อนจะพูดขึ้น

 

“เอาน่า จะสงครามอยู่แล้ว มันตอดเรานิด ๆ หน่อย ๆ ได้มันก็ทำ ถ้าเป็นพวกเราก็คงจะทำเหมือนกัน”

 

“2 ล้าน 3 แสนเหรียญ!!

 

ฝ่ายตรงข้ามประมูลแข่งอีกครั้ง

 

“2 ล้าน 8 แสนเหรียญ!!

 

หัวหน้าอัศวินเพิ่มราคาขึ้นจนอีกฝ่ายเริ่มลังเล

 

อ้า... ในที่สุดเชือกก็หลุดไปได้ซะที แต่ยังเหลือเชือกที่ขาอยู่สินะ จะทำไงดี อืม...

 

“2 ล้าน 8 แสนเหรียญ ครั้งที่ 1.... 2 ล้าน 8 แสนเหรียญ ครั้งที่ 2.... 2 ล้าน 8 แสนเหรียญ ครั้งที่ 3.... ขอแสดงความยินดีกับท่าน ดาบศักดิ์สิทธิ์ด้วย กรุณามารับของที่ด้านหลังเวที รายการต่อไป....”

 

แต่ก่อนที่แมวน้อยจะคิดออกหรือเหล่าอัศวินจะขยับเดินไปไหน ชายในชุดคลุมสีเทาผู้เพิ่งแข่งกันประมูลเสร็จไปหมาด ๆ ก็เดินเข้ามาหมายจะทักทายกลุ่มอัศวินใกล้ ๆ

 

“ไง ท่านดาบศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้เจอกันนานนะ ถ้าสงครามครั้งนี้นายจะฝากความหวังทั้งหมดไว้แค่ที่หอกวายุอันนั้น บอกได้เลยว่ายาก รอบนี้พวกเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว หึ ๆ”

 

“ไม่ต้องห่วง พวกเราไม่ไร้มารยาทดูถูกฝีมือพวกกระจอกอย่างพวกนายขนาดนั้นหรอก”

 

“หมายความว่าไง!!

  

อ้า! นึกออกละ

 

ในระหว่างที่หัวหน้าของสองฝ่ายกำลังจ้องหน้ากันอย่างจะเชือดเฉือน ความคิดดี ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัวของแมวน้อย และเจ้าตัวก็ไม่ลังเลที่จะลงมือทำทันที

 

ฉึก!!

 

มีดเล่มเล็กสีเงินเล่มหนึ่งพุ่งจากอ้อมแขนของอัศวินในชุดเกราะทางด้านหลัง พุ่งตรงไปยังหัวไหล่ของผู้มาทักทาย พร้อมกับค่าความเสียหายสีแดงที่ลอยขึ้นบนหัว

 

-10

 

“อึก! อ้อ นี่พวกนายนึกกลัวถึงขนาดจะเล่นลอบกัดก่อนสงครามเลยงั้นสิ ได้ เฮ้ย!! พวกเรา จัดการมัน!!

 

“ใครลอบกัดกัน อย่ามาพูดหมา ๆ แค่อยากตีกันก่อนสงครามก็บอกมาดี ๆ พวกเราก็มีมือมีเท้าเหมือนกันนะเฟร้ย”

 

แล้วความชุลมุนจากการปะทะขนาดย่อมของบุคคลสองกลุ่มก็เกิดขึ้นด้านหน้าเวทีอย่างงง ๆ

 

 

*****-----*****-----*****

 

 

โดยไม่มีใครสังเกต แมวน้อยขนฟูตัวหนึ่งเล็ดลอดผ่านช่องว่างระหว่างเท้าของฝูงคนออกมาได้อย่างปลอดภัย หลังจากหลุดออกมาได้ เจ้าตัวเล็กก็มาหยุดยืนเหยียดแข้งเหยียดขาอยู่ริมผนังถ้ำใหญ่ใกล้ซุ้มทางเข้าลานประมูล

 

เห้อ.... เจ้าพวกนั้นมัดแน่นชะมัด เมื่อยไปทั้งตัวเลย อื๊ดดดดดดด

 

พรึบ!!

 

หากแต่ขยับตัวไปได้ไม่กี่ที อยู่ ๆ ก็มีเงาร่างไม่ใหญ่นักผิวสีหมึกผุดขึ้นจากอากาศว่างเปล่าตรงหน้าเจ้าเหมียว ดวงตาสีน้ำเงินลึกลับจ้องตรงมานิ่งอย่างกดดัน มือเรียวกระชับเคียวในมือจนแสงสะท้อนจากใบเคียวส่องมายังใบหน้าที่เต็มไปด้วยขนฟู ให้เจ้าตัวเล็กยืนนิ่งตัวแข็งค้างแล้วลอบกลืนน้ำลายลงคอ

 

กรึบ...

 

“ขอโทษด้วย แต่แมวตัวนั้นมากับผม”

 

เสียงนุ่มทุ้มของชายคนหนึ่งดังขึ้นก่อนตัว ไม่นานนัก ร่างสูงในชุดคลุมสีม่วงเข้มขลิบทองก็ปรากฏขึ้นจากทางเดินฝั่งงานประมูล โดยมีชายในชุดคลุมสีดำอีก 4 คนเดินติดตามมาเบื้องหลัง ชายหนุ่มก้มลงช้อนตัวแมวน้อยขึ้นอุ้มเข้าสู่อ้อมกอด จนเผยให้เห็นเปียยาวสีเงินโผล่พ้นออกมาจากรอยแหวกของเสื้อคลุม

 

“คราวหน้าคราวหลังโปรดระวังด้วย มิติมนตราธาราวิถี ของพวกเราไม่อนุญาตให้คนภายนอกหรือสัตว์เลี้ยงที่ไร้ตราผ่านทางเดินเพ่นพ่านโดยไร้การควบคุม ทุกสิ่งที่ไม่มีตราผ่านทางแสดงตัว...ต้องถูกกำจัด!!

 

เอลฟ์ผิวหมึกเอ่ยขึ้นกับชายหนุ่มด้วยเสียงจริงจัง โดยไม่ลืมเน้นเสียงจนเข้มที่ท้ายประโยค จนแม้แต่แมวตัวเล็กที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นสบตาโดยตรงยังต้องทำตัวหดเกร็งหางตกด้วยความหวาดกลัว

 

“เข้าใจแล้ว คราวหน้าผมจะระวัง”

 

โดยไร้เสียงตอบ เอลฟ์ผิวหมึกก็สลายร่างหายไปในอากาศว่างเปล่า เมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ชายหนุ่มในชุดคลุมสีม่วงก็ก้มลงมองแมวขนฟูที่นิ่งแข็งอยู่ในอ้อมแขน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา

 

“เราเจอกันอีกแล้วนะ อัศวินสามสี”


 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #701 ningthanaporn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 18:32
    ใครรรรรร
    #701
    0
  2. #667 milk-m.g.m (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 13:43
    ดาเมจน่าเอ็นดูเกินนนนนน
    #667
    0
  3. #120 []SO_DadE[] (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 11:47
    น้องจาลอบกัด เกือบดีแล้ว พอดีค่าดาเมจ 55555555 สงสารรรน้องวง
    #120
    0
  4. #117 win_โอตาคุนารูโตะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 07:50
    ใคร!? มันคือใคร!!!???
    #117
    0
  5. #116 DarkSaylai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 01:33
    ดูอบอุ่น แฮ่!
    #116
    0
  6. #114 Miss Anna. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 00:11
    ใครวะ?
    #114
    0
  7. #113 Kronos-Hades (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 22:18
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #113
    0
  8. #112 Yoru rin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 08:05
    ใครเอ่ยยยย ไรท์มาต่อแล้ว ขอคุณน้าาา
    #112
    0
  9. #111 น้ำอุ่น น้ำหวาน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 05:46
    ชอบมากกกก เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
    #111
    0
  10. #110 แมวดำ มุ้งมิ้ง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 05:45
    เย้! ไรท์มาต่อแล้ว
    #110
    0
  11. #109 oDeeo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 03:22
    ขอบคุณครับ
    #109
    0