The fulfilled song : คีตาสื่อรัก

ตอนที่ 6 : บทที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ต.ค. 55


บทที่ห้า


 

            อาคิระถูกคิริซามิพาออกมาจากห้องหลังเวทีอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่เพราะจู่ๆ คิริซามิก็เดินเข้ามาหาเธอในห้องแล้วก็บอกว่ามีเรื่องจะให้ช่วย จากนั้นก็ลากเธอออกมาโดยไม่คิดจะเปิดโอกาสให้เธอพูดอะไรเลยสักนิด หลังจากที่ถูกลากไปไหนต่อไหนจนจับทางไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง คิริซามิก็หยุดแล้วผลักเด็กสาวออกมา


            “เอ่อ คุณโยชิโนะมีอะไรจะให้หนู” อาคิระหันมาหาคิริซามิ หวังจะถามว่าจะให้เธอช่วยอะไร


            แต่พูดยังไม่ทันจบ เธอก็ได้ยินเสียงประตูปิด ตามมาด้วยเสียงลงกลอนดังแกร๊ก อาคิระรู้สึกงุนงงเป็นอย่างมากว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ภายในใจก็รู้สึกหวั่นๆ เพราะเห็นว่าสถานการณ์ดูจะไม่ชอบมาพากล


            “คุณโยชิโนะ” เธอร้องเรียกคิริซามิ ไม่มีเสียงตอบจากเจ้าตัว แต่ว่า

            “ว่ายังไง อาคิระจัง?”


            อาคิระถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงนั้น แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงของคิริซามิ เพราะว่ามันเป็นเสียงของผู้ชาย!


            “คุณ คุณโอมุระ” เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ แล้วพูดชื่อผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเบาๆ “ทำไมคุณถึง

            “ผมก็มารออาคิระจังไงล่ะครับ” ไทจิตอบด้วยน้ำเสียงขำๆ ซึ่งดูไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย

            “รอหนู?” อาคิระทวนคำอีกฝ่ายอย่างงงๆ และความรู้สึกบางอย่างก็บอกให้เธอก้าวถอยไปข้างหลัง


            ไทจิจะมารอเธอทำไม เธอไม่ได้มีธุระอะไรกับเขาเสียหน่อย แล้วคิริซามิหายไปไหน ทำไมจู่ๆ ถึงได้เงียบไป แล้วที่นี่มันที่ไหน อาคิระคิดอย่างหวาดหวั่น รู้สึกใจคอไม่ดีเลย


            “ผมต้องขอโทษด้วยนะอาคิระจัง ความจริงผมก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอก” ไทจิกล่าว คำพูดของเขาดูมีเลศนัยและอาคิระก็ได้ยินเสียงเขาเดินเข้ามาหาเธอ “แต่เพราะอาคิระจังน่ารักเกินไป แล้วก็เล่นตัวเกินไป จนผมจำเป็นต้องใช้วิธีนี้”

            “คุณโอมุระพูดเรื่องอะไรคะ?” เด็กสาวยังไม่เข้าใจความหมายของเขาแต่ภายในใจนั้นรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก

            “ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธผม แต่อาคิระจังพิเศษกว่าคนอื่นๆ เพราะดูจะไม่สนใจผมเลยสักนิดเดียว ผมก็เลยจะทำให้อาคิระจังหันมาสนใจผม” ไทจิตอบ เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหาเธอนั้นหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ อย่างมาดหมาย ขณะที่อีกฝ่ายก้าวถอยหลังไปด้วยความหวาดกลัว “ผมจะทำให้อาคิระจังลืมผมไม่ลงไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว”


            ไม่ว่าคำพูดของเขาจะหมายความว่าอย่างไร อาคิระก็รู้ว่าเขาคงจะไม่ใช่ความหมายที่ดีแน่ ดังนั้น เธอจึงจะวิ่งหนีออกไปจากห้องแม้จะไม่รู้ว่าประตูอยู่ตรงไหนก็ตาม แต่ก็ดีกว่ายืนเฉยๆ ให้เขาไล่ต้อนแบบนี้ แต่ไทจิรู้ทันเธอ เขาก้าวพรวดเข้ามาประชิดก่อนที่เด็กสาวจะทันได้ก้าวขา มือแข็งแรงยึดข้อมือบางของเธอเอาไว้แล้วเขาก็ดันเธอเข้าไปชิดกับผนัง


            “จูบแรกของอาคิระจัง ขอผมเถอะนะครับ” ชายหนุ่มกล่าว ขยับหน้าเข้ามาหาเด็กสาวช้าๆ

            “คุณโอมุระ ปล่อยหนูนะ! อาคิระหันหน้าหนีแล้วดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์เลวร้ายนี้

            “แค่จูบเท่านั้นเอง ผมไม่ทำอะไรมากกว่านั้นหรอกนา รับรองว่าอาคิระจังไม่มีอะไรสึกหรอแน่นอน แล้วก็จะรู้สึกดีมากเชียวล่ะ” ไทจิพูดพร้อมเสียงหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างชั่วร้าย สอดแขนข้างหนึ่งเขามารัดเอวอาคิระไว้แล้วดึงตัวเธอขึ้นจนเท้าไม่แตะพื้น

            “อย่า! เด็กสาวร้อง ขาที่แกว่งไปมาเตะเข้าที่หน้าขาของอีกฝ่ายอย่างแรง


            ไทจิร้องลั่นด้วยความเจ็บและเผลอปล่อยตัวอาคิระ เธอรีบฉวยโอกาสนี้วิ่งหนีไปด้านข้างแต่แล้วก็ชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นชั้นวางของ หน้าผากของเธอกระแทกอย่างแรงจนมีเลือดไหลซึมออกมา ร่างบางถึงกับทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นทันทีพร้อมกับร้องครางออกมา


            “อาคิระจัง!” ไทจิดูเหมือนจะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้คิดจะทำให้อาคิระบาดเจ็บ “อาคิระจังเป็นอะ

            “อย่าเข้ามานะ! อาคิระร้อง ปัดมือของอีกฝ่ายออกไปแล้วรีบลุกพรวดขึ้นมาอย่างลนลาน


            เธอกวาดมือสะเปะสะปะไปทั่ว เดินพล่านไปทั่วอย่างไม่รู้ทิศทาง พยายามจะหาประตูห้องให้เจอเพื่อหนีออกไปจากที่นี่ ส่วนไทจิก็มองดูพฤติกรรมแปลกๆ ของอาคิระอย่างงุนงง แล้วเด็กสาวก็สะดุดเข้ากับของบางอย่างจนล้มหน้าคว่ำ


            “อาคิระ!” ไทจิจะเข้ามาช่วยประคองแต่อาคิระซึ่งกำลังหวาดกลัวอย่างสุดขีดรีบกระถดตัวหนีพร้อมกับกรีดร้อง

            “ไม่! อย่าทำหนู! หนูกลัวแล้ว อย่าทำอะไรหนูเลย!


            ชายหนุ่มนั่งจังงังทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นเด็กสาวร้องห่มร้องไห้ ทันใดนั้นเอง เสียงประตูที่ถูกกระชากเปิดอย่างแรงก็ดังขึ้นและคนกลุ่มหนึ่งก็เข้ามาในห้อง


            “อาคิระ! คนหนึ่งในกลุ่มเรียกชื่ออาคิระอย่างตกใจ มันคือเสียงของเรียว แต่ตอนนี้เด็กสาวไม่มีสติพอจะแยกแยะใครเป็นใครอีกต่อไป


            เรียวตรงเข้ามาหาน้องสาวที่ร้องไห้โฮๆ อยู่ และเมื่อได้เห็นแผลบนหน้าผากของเธอ เขาก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้าทันที เรียวพุ่งเข้าใส่ไทจิแล้วเงื้อหมัดชกจนหน้าหัน


            “ไอ้ชั่ว! แกทำร้ายอาคิระ! อย่าอยู่เลย! เรียวระดมชกไทจิด้วยความโกรธ เขาคงจะอัดไทจิจนน่วมกว่านี้ถ้าหากไม่ถูกทีมงานสองคนมาช่วยกันยึดตัวเอาไว้ก่อน

            “คุณโอโมมินนะได้โปรดใจเย็นๆ ก่อนเถอะนะคะ ฉันขอร้อง” เสียงของยูยูเมะดังขึ้น บอกให้รู้ว่ายูยูเมะก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่เข้ามาใหม่


            เรียวยังคงอาละวาดจะเข้าไปทำร้ายไทจิต่อให้ได้ ทุกอย่างในตอนนี้ดูยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด อาคิระกำลังอยู่ในอาการช็อกจนได้แต่นั่งร้องไห้และตัวสั่นอย่างรุนแรง และแล้วก็มีใครบางคนเดินเข้ามาโอบกอดอาคิระเอาไว้ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างเบามือแล้วก็พาออกมาจากห้องนั้น


            เด็กสาวคุดคู้ตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนของใครก็ไม่รู้ แต่เธอไม่มีเรี่ยวแรงและสติเหลือพอจะทำอะไรได้อีกแล้วจึงได้เพียงนิ่งเงียบ ยอมให้เขาอุ้มเธอไปโดยไม่ทักท้วงอะไร มือใหญ่ที่ประคองตัวเธออยู่ให้ความรู้สึกปลอดภัย และแผ่นอกที่เธออิงซบอยู่ก็ช่างอบอุ่น ปลอบประโลมหัวใจที่กำลังขวัญหนีของเธอได้อย่างน่าประหลาด


            คนๆ นั้นพาเธอกลับมาที่ห้องหลังเวที วางเธอลงบนโซฟาตัวยาวอย่างทะนุถนอมราวกับเธอเป็นตุ๊กตาตัวน้อยๆ จากนั้นอาคิระก็ได้ยินเสียงรินน้ำใส่แก้ว


            “ดื่มสักหน่อย แล้วจะรู้สึกดีขึ้น” เสียงทุ้มบอกเรียบๆ พร้อมกับหลอดที่จ่อมาตรงริมฝีปากของเธอ “ค่อยๆ จิบนะ จะได้ไม่สำลัก”


            อาคิระทำตามอย่างว่าง่าย ดื่มน้ำเข้าไปทีละนิดๆ สักพักหนึ่งก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น สติที่หายไปกลับคืนมาเล็กน้อย คนๆ นั้นพูดกับเธออีกครั้งอย่างอ่อนโยน


            “ไม่เป็นไรแล้วนะ” เขาพูดพลางเอาผ้าชุบน้ำเช็ดแผลบนหน้าผากให้เธอเบาๆ “แผลไม่ได้ใหญ่มาก ไม่ต้องห่วงนะ”


            เมื่อสติกลับมา เด็กสาวก็สามารถที่จะใช้ความคิดแยกแยะว่าใครเป็นใครได้อีกครั้ง จากเสียงของเขา อาคิระก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาคือใคร


            “คุณ คุณชิซุกานะ” เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            “ใช่ ฉันเอง” โซระตอบ ลูบหัวเด็กสาวเบาๆ เพื่อปลอบโยน “หนูปลอดภัยแล้ว ไม่มีอะไรแล้วล่ะนะ อาคิระ”


            น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งอย่างไม่ทราบสาเหตุ คงเป็นเพราะว่าเขาใจดีกับเธอหลังจากที่เธอได้เผชิญกับเรื่องร้ายๆ มา อาคิระเอนตัวเข้ามาซบโซระ โอบแขนกอดเขาเอาไว้อย่างต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวแล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นโซระถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะกอดเธอตอบพร้อมกับกระซิบคำปลอบโยนซ้ำๆ ข้างหูเธอ


            “ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรๆ”

š{
มาอัพต่อแล้วจ้า หายไปพักหนึ่งต้องขออภัยด้วยนะจ๊ะ

ขอบคุณคุณ
เฟริสซ่า มากๆ จ้าที่มาติดตามเรื่องนี้ด้วย ดีใจมากๆ เลย กำลังใจของคุณทำให้คนแต่งมีความสุขมากๆ เลยจ้า

š{

            ภายในห้องเก็บอุปกรณ์ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ หลังจากที่ทุกคนออกไปกันหมดแล้ว คิริซามิก็แอบเข้ามาเพื่อที่จะเอาของที่เธอซ่อนไว้ เธอเดินไปที่กองลังกระดาษที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้อง หากสังเกตดูดีๆ จะพบว่ามีลังใบหนึ่งถูกเจาะรูเป็นวงกลมเอาไว้ เธอยกลังใบนั้นขึ้นเพื่อจะเอาของที่อยู่ในนั้นแต่ว่า


            “หานี่อยู่เหรอ?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ถึงกับสะดุ้ง รีบหันควับกลับไปมองอย่างรวดเร็ว


            คนๆ หนึ่งยืนพิงกรอบประตูห้องด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมกับถือของที่คิริซามิหาอยู่เอาไว้ในมือ มันคือกล้องวีดีโอซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ที่ไทจิกำลังลวนลามอาคิระเอาไว้ เรียวปากบางแย้มรอยยิ้มแสนกลขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลเรียวรีจ้องมองมายังคิริซามิด้วยประกายยั่วล้อ


            “อาเซการิ” คิริซามิกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเรียกชื่อคนตรงหน้า

            “แผนสูงนี่ คิริซามิซัง วางแผนให้ไทจิซังลวนลามอาคิระจังแล้วบันทึกภาพเก็บไว้ คงคิดที่จะใช้วีดีโอนี้แบล็กเมลล์อาคิระจังใช่ไหม?” ไอรินะพูด รู้ทันแผนการของคิริซามิทุกอย่าง “ตอนที่เจอเธอกับไทจิตรงหน้าลิฟท์ฉันก็คิดแล้วว่าพวกเธอคงกำลังสุมหัวจะทำอะไรกัน ตอนแรกก็นึกว่าพวกเธอจะหาเรื่องรังแกฉันซะอีก”


            คิริซามิกัดฟันด้วยความเจ็บใจที่ไอรินะรู้ทันแผนการของเธอ แล้วตอนนี้กล้องวีดีโอก็อยู่ในมือของไอรินะ มันจะเป็นหลักฐานอย่างดีที่เอาผิดเธอได้ถ้าหากไอรินะเอามันไปให้กรรมการ


            “เอาคืนมานะ! คิริซามิตรงเข้ามาจะแย่งกล้อง แต่ไอรินะเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับแสยะยิ้ม

            “นี่เป็นหลักฐานที่จะเอาตัวคนผิดอย่างเธอมาลงโทษได้ เรื่องอะไรจะคืนให้เธอ”

            “เธอต้องการอะไร!?” คิริซามิร้องถามอย่างโมโห

            “ต้องการอะไรเหรอ อืม ตอบยากแฮะ เพราะฉันมีอะไรที่ต้องการเย๊อะแยะไปหมดเลยอ่ะ เธอจะให้ฉันไหวเหรอ?” ไอรินะตอบกวนๆ หมุนกล้องที่ถืออยู่ในมือเล่น

            “นี่เธอเป็นอะไรกับยูเมฮานะรึยังไงถึงได้คอยปกป้องยัยนั่นอยู่เรื่อย” คิริซามิขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเพราะเห็นไอรินะคอยปกป้องอาคิระจากไทจิมาสองครั้งแล้ว

            “อุ๊ยต๊าย ดูถามเข้าสิ ฉันเป็นอะไรกับอาคิระจังเหรอ อืม” ไอรินะแกล้งทำท่าครุ่นคิดก่อนที่จะหันมาตอบพร้อมแสยะยิ้มเย็นเยียบ “จะเป็นอะไรก็ไม่สำคัญหรอกนะ แต่ถ้าใครคิดที่จะรังแกยัยลูกปลานั่นละก็ ฉันจะไม่ปล่อยไว้แน่”


            พูดจบนักไวโอลินสาวก็หมุนตัวกลับจะเดินจากไป คิริซามิฉวยโอกาสที่ไอรินะเผลอพุ่งตัวเข้ามาทางด้านหลังและฉกกล้องไปในทันที พอได้หลักฐานสำคัญที่จะเอาผิดเธอกลับมาในมือแล้วก็หัวเราะเยาะลั่น


            “เธอพลาดแล้วล่ะอาเซการิ เท่านี้เธอก็ทำอะไรฉันไม่ได้แล้ว!


            ไอรินะไม่ได้มีท่าทีรู้ร้อนรู้หนาวแม้แต่น้อยทั้งที่เพิ่งพลาดท่าไป แต่ว่ากลับแย้มยิ้มกว้างจนคิริซามิต้องสงสัย และแล้ว ไอรินะก็ชูแผ่นซีดีขึ้นมาโบกไปมา


            “ทำไมจะทำไม่ได้ ก็ในเมื่อซีดีน่ะ มันอยู่นี่”


            คิริซามิหน้าเหวอไปในทันที คาดไม่ถึงเลยว่าไอรินะจะเป็นคนที่เหลี่ยมจัดถึงขนาดนี้ เธอพยายามที่จะแย่งแผ่นซีดีมา แต่คราวนี้ไอรินะไม่ปล่อยให้เธอฉกไปได้ง่ายๆ อีกแล้ว นักไวโอลินสาวใช้ไม้สีไวโอลินที่ถือมาด้วยฟาดคิริซามิจนต้องถอยห่างออกไป


            “เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย คิริซามิซัง เธอจะต้องถูกลงโทษในความผิดครั้งนี้แน่นอน”

            ในขณะที่จะเดินจากไป คิริซามิก็รีบร้องเรียก “เดี๋ยว! ฉันมีข้อต่อรองกับเธอ!


            คำพูดนั้นทำให้ไอรินะชะงักเท้าแล้วก็หันกลับมามอง ส่วนคิริซามินั้นก็แย้มรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา

š{ 

            ตอนนี้ผู้ดำเนินรายการได้พยายามถ่วงเวลาด้วยการบอกกับเหล่าผู้ชมว่าเกิดปัญหาทางเทคนิค อาคิระจึงยังออกมาแสดงไม่ได้และกำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ แต่การที่ต้องรอนานเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ทำให้คนดูแต่ละคนเริ่มมีท่าทางหงุดหงิด

            พวกกรรมการกำลังทำการซักไซ้ไล่เลียงไทจิถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อหาข้อสรุป ส่วนอาคิระนั่งอยู่ที่ห้องหลังเวทีโดยมีเรียว โซระ ชิโอริ และนากะอยู่เป็นเพื่อน เรียวนั้นกอดน้องสาวเอาไว้แนบตัวตลอดไม่ยอมถอยห่างไปไหนแม้อาคิระจะบอกว่าไม่เป็นไรแล้วก็ตาม


            “ท่าไม่ดีแล้วแฮะ” นากะที่ชะเง้อชะแง้มองลอดผ้าม่านออกไปมองที่เวทีพูดขึ้น

            “ทำไมเหรอ?” ชิโอริหันไปถาม

            “พวกคนดูน่ะสิ เริ่มจะอารมณ์เสียกันแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปอาจจะมีเรื่องก็ได้” นากะบอกอย่างเป็นกังวล

            “แต่จะทำยังไงได้ล่ะ พวกกรรมการยังสอบสวนไทจิอยู่เลย” ชิโอริกล่าว รู้สึกเป็นกังวลไม่แพ้กัน


            จากนั้น ก็มีเสียงคนดูกลุ่มหนึ่งดังโวยวายขึ้นมาว่าจะให้รอไปอีกนานถึงเมื่อไหร่ แล้วทันใดนั้น คนดูคนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นมาโวยวายแบบเดียวกันจนเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาดูแลความปลอดภัย ผู้ดำเนินรายการพยายามที่จะพูดให้คนดูใจเย็นๆ แต่ก็ดูจะไม่ได้ผลเท่าไรนัก


            “แย่แล้วสิ ข้างนอกวุ่นวายกันใหญ่แล้ว!” นากะพูดเมื่อเห็นเหตุการณ์ข้างนอก

            “จะทำยังไงกันดีล่ะ?” ชิโอริถามอย่างหวาดหวั่น

            ขณะที่แต่ละคนพากันวิตก อาคิระก็พูดขึ้นมา “หนูจะออกไปค่ะ”


            ทุกคนหันมามองเด็กสาวกันเป็นตาเดียว


            “นี่เป็นเวลาแสดงของหนู ถ้าหนูออกไป พวกเค้าก็จะสงบลง” เธอพูดต่อไป

            “แต่กรรมการ” เรียวทำท่าจะค้าน

            “ไม่มีเวลาแล้วค่ะ ถ้าหนูไม่ออกไปเรื่องคงจะวุ่นวายกว่านี้แน่ ให้หนูออกไปเถอะนะคะพี่เรียว” อาคิระบอก

            “แล้วสภาพจิตใจของเธอพร้อมแล้วเหรอ?” นากะถามอย่างเป็นห่วง เพราะอาคิระเพิ่งจะผ่านเรื่องร้ายๆ มา สภาพจิตใจจึงยังไม่น่าจะพร้อมในตอนนี้

            “อาจจะยังไม่เต็มที่แต่หนูคิดว่าไหวค่ะ” อาคิระตอบด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย ใจของเธอตอนนี้ยังเต้นตึกๆ อยู่เล็กน้อยจากอาการช็อก


            คนอื่นๆ แสดงสีหน้าไม่เห็นด้วยทันทีเมื่อได้ฟังคำตอบของอาคิระ เพราะถ้าสภาพจิตใจไม่พร้อม อาคิระก็จะไม่สามารถเล่นดนตรีได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร แล้วยิ่งในตอนนี้คนดูกำลังหงุดหงิดหัวเสียกันอยู่ด้วย ถ้าพวกเขาผิดหวังกับการแสดงของอาคิระก็จะส่งผลร้ายต่อตัวเธอเอง แต่แล้วโซระที่ยืนพิงผนังอยู่เงียบๆ ก็ยันตัวลุกขึ้นยืน


            “ถ้าอย่างนั้นก็ออกไปเถอะ” เขากล่าว ยื่นมือมาจับมืออาคิระแล้วดึงเธอเบาๆ ให้ลุกขึ้นมายืน

            “แต่ว่า” เรียวซึ่งเป็นห่วงน้องสาวทำท่าจะค้าน

            “อาคิระพร้อมพอสำหรับงานนี้ และถึงจะไม่พร้อมฉันก็จะช่วยเธอเอง” โซระหันมาพูดกับเรียว “มาเถอะ อาคิระ”


            คำพูดของโซระนั้นทำให้อาคิระรู้สึกสบายใจขึ้นเป็นอย่างมาก แม้จะไม่รู้ว่าเขาจะช่วยเธอยังไงแต่แค่นี้เธอก็อุ่นใจแล้ว


            “หนูไหวค่ะพี่เรียว อย่าเป็นห่วงหนูเลย” เด็กสาวหันมายิ้มให้กับพี่ชายของเธอ


            เรียวถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจแต่ถึงอย่างนั้นก็เดินเข้ามากอดอาคิระเอาไว้แล้วกระซิบอวยพรที่ข้างหูของเธอ


            “ทำให้ดีที่สุดนะ อาคิระ”

   š{        

            “เอาล่ะครับ ในตอนนี้ข้อผิดพลาดได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ต้องขออภัยทุกท่านอย่างสูงสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก็ขอเชิญชมการแสดงของผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายของวันนี้ เด็กสาวผู้มีความสามารถในการเล่นพิณได้ยอดเยี่ยม ยูเมฮานะ อาคิระ ครับ!


            เหล่าผู้ชมที่วุ่นวายเมื่อได้ยินดังนั้นแล้วก็ยังคงวุ่นวายต่อไป แต่เป็นการวุ่นวายที่แตกต่างจากเดิม ทุกคนต่างไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจและปรบมือกันเซ็งแซ่ จากนั้นเมื่อแสงไฟบนเวทีสว่างขึ้นพร้อมกับที่คนคู่หนึ่งเดินจูงมือกันออกมาจากหลังม่าน คนดูทั้งหลายต่างก็เงียบกริบและจ้องมองไปที่คนคู่นั้นอย่างงงๆ


            คนสองคนที่ยืนอยู่บนเวทีขณะนี้เป็นคู่ชายหญิง สำหรับผู้หญิงนั้นก็คืออาคิระอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ผู้ชายนั้นเป็นคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขาจูงเด็กสาวมาที่กลางเวทีซึ่งเป็นตำแหน่งที่พิณฮาร์ปของเธอตั้งอยู่ ประคองเธอลงนั่งด้วยท่าทางสุภาพ กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเธอเบาๆ จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งที่เปียโนซึ่งอยู่เยื้องไปด้านหลัง


            ความเงียบโรยตัวไปทั่วทั้งฮอลล์ในขณะที่ทุกคนเฝ้ารอการแสดงในครั้งนี้อย่างใจจดใจจ่อ และแล้วมันก็เริ่มขึ้นด้วยเสียงเปียโนที่ถูกบรรเลงโดยผู้ชายคนนั้น


            เสียงเปียโนนั้นเป็นเสียงสั้นและใสคล้ายเสียงเพลงของกล่องดนตรี บรรเลงไปอย่างแช่มช้า เอื่อยเรื่อยดั่งกระแสน้ำที่ไหลริน เพียงได้ฟังแค่ไม่กี่วินาที ทุกคนก็เหมือนดั่งต้องมนต์ของเสียงเพลงนั้น หัวใจของพวกเขาในตอนนี้กำลังรู้สึกวาบหวามอบอุ่น ราวกับมีไฟดวงน้อยจุดประกายอยู่ภายใน และแล้ว หยดหมึกในจิตนาการก็ปรากฏ ค่อยๆ ระบายตัวเป็นภาพร่างบางๆ ที่รางเลือน แต่ก็แจ่มชัดขึ้นเป็นลำดับ ในขณะที่ลายน้ำหมึกลากเลื่อนไปบนแผ่นกระดาษในความคิด สีสันก็ถูกระบายขึ้นตามส่วนที่น้ำหมึกเคยลากผ่านไปแล้ว ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดสีสันนั้นก็คือเสียงพิณที่คลอเบาๆ โดยที่ไม่มีใครทราบเลยว่าอาคิระเริ่มเล่นพิณตอนไหน


            เสียงเปียโนขึ้นนำ เสียงพิณบรรเลงตาม เสียงจากเครื่องดนตรีทั้งสองสอดคล้องลงตัว เฉกเช่นภาพวาดอันงดงามที่ประสานกันระหว่างลายเส้นและสีสัน บัดนี้ ทุกคนได้มองเห็นภาพต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งสูงตระหง่านอยู่ริมน้ำ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสด้วยแสงอาทิตย์เที่ยงวัน สาดส่องต้องพุ่มใบเขียวชอุ่มและลอดผ่านช่องว่างกิ่งก้านลงมาเป็นไรสีทองงดงาม ต้องร่างของชายหญิงคู่หนึ่งที่อยู่ใต้ต้นไม้ ผู้หญิงนั่งอยู่บนชิงช้าแขวนอย่างง่ายโดยมีผู้ชายทำท่าเหมือนกำลังไกวให้


            ในที่สุดเนื้อเพลงท่อนแรกก็สิ้นสุดลง เสียงเปียโนที่เล่นนำมาถึงโน้ตตัวสุดท้าย อาคิระรูดนิ้วผ่านสายพิณทุกเส้นทำให้เกิดเสียงร่ายที่ก้องสะท้อนขึ้น และแล้วภาพนิ่งที่ทุกคนเห็นก็เริ่มเคลื่อนไหวเมื่อเนื้อเพลงท่อนที่สองเริ่มขึ้นโดยมีเพียงเสียงพิณบรรเลงเพียงหนึ่งเดียว พุ่มไม้เริ่มเคลื่อนไหว ประกายแสงบนผิวน้ำกระพริบระยิบยับ และผู้ชายก็เริ่มไกวชิงช้าให้กับผู้หญิง มันคือภาพที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น สัมผัสได้ถึงอารมณ์แห่งรักของชายหญิงคู่นั้น นอกจากนี้ ยังรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะต่อกระซิกด้วยความสุขของสองคนนั้นด้วย


            สามนาทีหลังจากนั้น บทเพลงอันวาบหวามก็ล่วงมาจนใกล้จุดสิ้นสุด เสียงเปียโนก็ดังขึ้นประสานกับเสียงพิณอีกครั้ง แต่คราวนี้ เสียงพิณคือเสียงหลักและเสียงเปียโนคือเสียงตาม ชายหญิงในภาพหยุดเล่นชิงช้าขณะที่ท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มเพราะเวลาที่ล่วงผ่าน ดวงตะวันคล้อยต่ำเบื้องหน้าทั้งสอง และผู้ชายก็โอบกอดผู้หญิงเอาไว้จากด้านหลัง มองดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันอย่างมีความสุข


            อาคิระลุกขึ้นยืนแล้วไขว้ขาย่อตัวลงเป็นการขอบคุณคนดู ชายหนุ่มที่เล่นเปียโนในช่วงเริ่มต้นเดินมายืนข้างๆ เธอแล้วโค้งคำนับอย่างสง่างามก่อนที่จะจูงมือเด็กสาวเดินเข้าหลังเวทีไปโดยที่คนดูยังคงนั่งเงียบกริบ ไม่แม้แต่จะปรบมือให้จนกระทั่งในอีกหนึ่งนาทีต่อมาเมื่อพวกเขาหลุดพ้นจากโลกในจิตนาการที่บทเพลงได้สร้างขึ้นแล้ว เสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งฮอลล์ นอกจากนี้ ก็มีบางคนในกลุ่มคนดูตะโกนขึ้นมาว่า


            “ฉันจำได้แล้ว เขาก็คือ ชิซุกานะ โซระ ไง!


            เสียงฮือฮาด้วยความแปลกใจดังอึงคะนึงไปทั่ว การที่พวกเขาได้เห็นโซระ สุดยอดคีตกวีผู้หนึ่งซึ่งเคยมีชื่อเสียงระดับโลกมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าทั้งๆ ที่ตลอดห้าปีมานี้เขาเป็นเหมือนคนที่หายสาบสูญทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมากและยังทำให้อาคิระกลายเป็นจุดสนใจของงานนี้ไปโดยปริยาย เพราะการที่เธอได้เล่นดนตรีคู่กับอดีตนักดนตรีชื่อดังนั้นแสดงว่าเธอต้องไม่ใช่คนธรรมดา


            ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้กลายมาเป็นข่าวใหญ่ข่าวดังที่สะเทือนไปทั่ววงการบันเทิงแค่เพียงชั่วข้ามคืน

š{
อัพเพิ่มต่อแล้วจ้า ตอนนี้โซระเริ่มจะมีบทบาทมากขึ้นแล้ว แต่จะใช่พระเอกรึเปล่านั้นต้องรอดูกันนะจ๊ะ
เอ... พูดแบบนี้เหมือนจะบอกอะไรรึเปล่านะ?

ขอบคุณคุณ
เฟริสซ่า มากๆ จ้า ใครจะเป็นพระเอกในเรื่องนี้รอดูกันไปนะจ๊ะ

ขอบคุณคุณ
ล่องลอย ที่คอยติดตามอยู่เสมอจ้า เค้าจะพยายามมาอัพให้ต่อเนื่อง ไม่ให้รอนานจ้า

ขอบคุณคุณ
SoM^0^ ที่คอยติดตามเช่นกันจ้า ดูเหมือนจะเชียร์คุณโซระอยู่ใช่ไหมเอ่ย?

ขอบคุณคุณ
Yam_RolL ด้วยนะจ๊ะที่มาอ่าน กำลังใจของคุณจะเป็นแรงใจให้กับเค้าจ้า

š{

 

            สำหรับการแข่งขันในรอบนี้ กรรมการได้ตัดสินให้คัดไทจิออกจากการแข่งขันเพราะความผิดที่ได้ทำไว้แล้วก็ให้เรื่องที่เกิดขึ้นปิดไปอย่างเงียบๆ เพื่อรักษาชื่อเสียงของทั้งไทจิและอาคิระ ไทจินั้นหายหน้าหายตาไปในทันทีด้วยความอับอายและไม่มีใครได้พบกับเขาอีกเลยแม้แต่ที่โรงเรียนสอนดนตรี


            “สุดยอดมากๆ เลยอาคิระจัง เธอน่ะเล่นคู่กับคุณชิซุกานะได้ยอดเยี่ยมมากๆ เลยนะ!” นากะร้องชมอาคิระด้วยความตื่นเต้น

            “ขอบคุณค่ะ” อาคิระโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างสุภาพ “เป็นเพราะคุณชิซุกานะบรรเลงนำให้ก่อนน่ะค่ะ หนูก็เลยตามต่อได้ ถ้าไม่มีคุณชิซุกานะหนูก็คงแย่เหมือนกัน”

            “อย่าถ่อมตัวไปเลยจ้ะอาคิระจัง มีไม่กี่คนหรอกนะจ๊ะที่จะเล่นดนตรีคู่กับโซระได้สอดคล้องกันดีขนาดนี้ เพราะการจะสร้างภาพในจินตนาการด้วยเสียงดนตรีได้นั้นไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้” ยูยูเมะพูด “อาคิระจังมีความสามารถพิเศษเดียวกันกับโซระ ดังนั้นจึงสามารถเล่นคู่กับโซระได้อย่างไม่ติดขัดไงจ๊ะ”

            “พูดมากเกินไปแล้วยูยูเมะ” โซระกล่าวเสียงขรึมแล้วก็เดินออกไปจากห้อง


            ยูยูเมะมองตาหลังโซระไป ยิ้มอย่างขำๆ แล้วก็ส่ายหน้าเพราะรู้ดีว่าเขากำลังเขิน เวลาที่โซระเขิน เขาจะแกล้งทำขรึมแล้วก็เดินหนีไปแบบนี้เสมอ


            “คุณชิซุกานะเขาเป็นอะไรเหรอคะ?” ชิโอริถามอย่างงุนงงเมื่อเห็นท่าทางของโซระ

            “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ เขาก็เป็นของเขาแบบนี้แหละ” ยูยูเมะตอบแล้วหัวเราะเบาๆ “เอาล่ะจ้ะ ครูว่านี่ก็มืดแล้ว เราแยกย้ายกันกลับบ้านเถอะนะจ๊ะ”

š{

            โซระเดินมาที่ลิฟท์และกดปุ่มเพื่อที่จะลงไปชั้นล่าง เมื่อประตูลิฟท์เปิดเขาก็ก้าวเข้าไป ขณะที่ยืนอยู่ในลิฟท์เขาก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา มองดูมันแล้วก็ถอนหายใจออกมาเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาได้ทำไปในวันนี้ เขาใช้มือทั้งสองข้างของเขาเล่นดนตรี ทั้งๆ ที่เขาเคยสาบานกับตัวเองเอาไว้แล้วว่าเขาจะไม่แตะต้อง ไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรที่เกี่ยวกับดนตรีอีก

            แต่ในวันนี้เขากลับลืมคำสาบานนั้นจนหมดเพราะเด็กสาวแค่คนเดียว


            เพราะอาคิระ เขาจึงมาที่นี่ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เคยคิดจะมาเลยก่อนหน้านั้น เพราะอาคิระ เขาถึงยอมที่จะใช้มือคู่นี้เล่นดนตรีอีกครั้ง


            ทำไมกัน แค่เพราะอาคิระ เขาถึงกับอ่อนแอขนาดนี้เลยเหรอ


            ลิฟท์ลงมาถึงชั้นล่าง ประตูลิฟท์เปิดออก ชายหนุ่มถอนหายใจอีกครั้งแล้วเอามือทั้งสองข้างซุกลงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกมาจากลิฟท์


            “นายมาที่นี่ทำไม?” เสียงหนึ่งดังขึ้นในทันทีเมื่อโซระก้าวเท้าออกมาจากลิฟท์


            ร่างสูงชะงักกึกแล้วดวงตาสีดำขุ่นมัวก็เหลือบมามองต้นเสียง ไอรินะยืนกอดอกพิงผนังอยู่ข้างๆ ลิฟท์ ท่าทางเหมือนกับตั้งใจมาดักรอโซระอยู่แล้ว


            “ว่ายังไง นายมาที่นี่ทำไม?” หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง ยันตัวขึ้นมายืนตรงพร้อมกับหันมาประจันหน้ากับอีกฝ่าย


            ทั้งสองจ้องตากันไม่กระพริบ ดวงตาสีน้ำตาลของไอรินะเป็นประกายวาววับอย่างดุดัน ในขณะที่ดวงตาสีดำของโซระนั้นเรียบเฉยอย่างไร้ความรู้สึก หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างยืนนิ่งไม่ขยับกันอยู่ครู่หนึ่ง โซระก็เป็นฝ่ายถอย เขาละสายตาจากไอรินะแล้วทำท่าจะเดินหนีไป แต่อีกฝ่ายก้าวพรวดเข้ามาขวางแล้วคว้าคอเสื้อของเขาเอาไว้


            “อย่ามาเดินหนีฉันนะ!


            โซระไม่ได้ตอบโต้ เขาก้มหน้านิ่งและปล่อยให้อีกฝ่ายตะโกนใส่หน้าเขา


            “นายยังกล้ามาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีกอย่างนั้นเหรอ ไม่ได้รู้สึกละอายอะไรเลยสักนิดใช่ไหม” ไอรินะร้องตวาดอย่างโกรธเกรี้ยวไม่ได้สนใจสายตาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาในที่นั้นแม้แต่น้อย “นายฆ่าพี่สาวฉัน แล้วยังจะมาเดินเอ้อระเหย ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้ได้อีกเหรอ นายนี่มันเลวได้ใจจริงๆ เลยนะ!


            โซระยังคงเงียบแม้จะถูกไอรินะทุบตีและต่อว่าอย่างรุนแรง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวใจเย็นลง หนำซ้ำกลับยิ่งทำให้เธอยิ่งโมโหมากขึ้น ฝ่ามือเรียวบางฟาดใส่แก้มเขาอย่างแรงจนหน้าหัน แล้วเงื้อขึ้นอีกครั้งเพื่อจะตบอีก


            “หยุดนะ! เสียงร้องห้ามของใครคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่กำลังเดือดดาลหยุดชะงัก


            ยูยูเมะเดินเข้ามาขวางกลางระหว่างโซระกับไอรินะเอาไว้ ด้านหลังของไอรินะ พวกอาคิระที่เพิ่งลงลิฟท์มายืนมองดูเหตุการณ์อยู่ด้วยความตกใจ


            “เธอไม่มีสิทธิทำร้ายเขานะ” ยูยูเมะพูดอย่างดุดัน

            “ทำไมจะไม่มีสิทธิ เขาฆ่าพี่สาวฉัน เขาเป็นฆาตกร! ไอรินะชี้หน้าโซระอย่างโกรธแค้น

            “โซระไม่ใช่คนฆ่าพี่สาวของเธอสักหน่อย! ยูยูเมะตวาดกลับ “คนร้ายถูกจับแล้ว เรื่องก็ควรจะจบลงได้แล้ว”

            “แต่ที่พี่ฉันต้องตายก็เป็นเพราะเขาอยู่ดีนั่นแหละ! ไอรินะโต้กลับอย่างไม่ลดละพร้อมน้ำตาที่อาบรื้น “ถ้าวันนั้น ถ้าวันนั้นเขาไม่มัวแต่เที่ยวเล่นจนไปรับพี่ของฉันช้า พี่ก็คงไม่ตาย”

            “นั่นไม่ใช่ความผิดของโซระสักหน่อย” ยูยูเมะจะเถียงกลับแต่โซระวางมือลงบนไหล่ของเธอแล้วส่ายหน้า

            “ช่างเถอะยูยูเมะ” เขากล่าว “ถูกของเขา ถ้าวันนั้นฉันไม่ไปช้า เรื่องก็คงไม่เกิด ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง”

            “แต่ว่าที่เธอไปช้าก็เพราะ” ยูยูเมะพยายามจะพูดแต่โซระก็ขัดเธอเอาไว้

            “ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะไม่ว่าจะยังไงที่เธอต้องตายก็เป็นเพราะฉันจริงๆ” เขากล่าวแล้วเงยหน้าขึ้นมามองไอรินะที่ยืนหอบสะอื้นอยู่ “โทษฉันเถอะ ฉันยินดีรับทุกความผิดที่ฉันได้ทำ”

            “คิดว่าพูดอย่างนี้แล้วฉันจะให้อภัยนายเหรอ” ไอรินะตรงเข้ามาผลักโซระอย่างแรง “คนเลวอย่างนายมันควรจะตายๆ ไปซะ!


            หญิงสาวเงื้อมือขึ้นจะตบหน้าชายหนุ่ม แต่ทันใดนั้นร่างบางของใครคนหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาขวางจนเป็นคนโดนตบแทน


            “อาคิระจัง! ยูยูเมะร้องอย่างตกใจ


            อาคิระเซไปพิงตัวโซระที่รับเธอเอาไว้ไม่ให้ล้ม เด็กสาวมึนงง รู้สึกถึงความเค็มของเลือดที่มุมปาก ขณะที่ไอรินะชะงักนิ่งไปในทันที


            “คุณไอรินะ” อาคิระเรียกชื่อไอรินะตรงๆ “ถึงหนูจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเมื่อหลายปีก่อน แต่ แต่ทำอย่างนี้แล้วมันมีประโยชน์อะไรล่ะคะ พี่สาวของคุณก็ตายไปแล้ว ถึงคุณจะโกรธแค้นคุณโซระขนาดไหน พี่สาวของคุณก็ไม่ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา แล้วคุณโซระก็ไม่ใช่ว่าไม่สำนึกผิด หลายปีมานี้เขาอยู่อย่างเศร้าหมอง ไม่ได้มีความสุขไปมากกว่าคุณหรอกนะคะ”

            “แล้วยังไง เธอจะให้ฉันให้อภัยเขาอย่างนั้นเหรอ! ไอรินะร้องถาม

            “ใช่ค่ะ หนูอยากให้คุณให้อภัยเขา” อาคิระตอบอย่างชัดเจน “แต่ถ้าคุณโกรธจนให้อภัยเขาไม่ได้ หนูก็ขอแค่ให้คุณเข้าใจได้ไหมคะ เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่สาวของคุณ คุณโซระเองก็ไม่ได้ต้องการให้เกิดขึ้น ไม่ได้ต้องการที่จะทำให้พี่สาวของคุณตาย เพียงแค่นี้ แค่นี้เท่านั้นที่หนูขอ คุณไอรินะให้หนูได้ไหมคะ?”


            ไอรินะนิ่งอึ้งเมื่อได้ฟังคำพูดของอาคิระ ความโกรธแค้นที่สุมอยู่เต็มหัวใจค่อยๆ มอดดับลง หญิงสาวก้มหน้าแล้วกำมือแน่น


            “ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเขาเด็ดขาด” เธอพูดเสียงสั่น จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาตวาด “ไม่ว่าจะยังไงก็จะไม่มีวันให้อภัย!


            แล้วร่างบางวิ่งออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้คนที่เหลือซึ่งยืนอยู่หน้าลิฟท์เป็นเป้าสายตาของผู้คนในบริเวณนั้นแทน อาคิระทรุดฮวบลงอย่างหมดแรงจนโซระต้องรีบพยุงเธอเอาไว้ไม่ให้ลงไปกองกับพื้น ส่วนคนอื่นก็รีบเข้ามาช่วยด้วยความตกใจ


            “อาคิระ เป็นอะไรนะ ทำใจดีๆ ไว้ก่อนนะ อาคิระ อาคิระ! เรียวเข้ามาประคองน้องสาวที่เป็นลมไปแล้วเอาไว้ส่วนโซระก็ถอยออกไป

            ยูยูเมะใช้นิ้วแตะที่คอของอาคิระเพื่อตรวจชีพจร “หัวใจเต้นปกติ หายใจก็ปกติ ไม่มีอะไรน่าห่วงมาก อาคิระจังคงจะแค่เหนื่อย วันนี้เธอเจอเรื่องหนักๆ มาเยอะเกินไป คุณพาเธอกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะค่ะ”


            เรียวอุ้มอาคิระขึ้นมา แล้วทั้งหมดก็รีบเดินออกไปจากที่ตรงนั้นทันที

š{
อัพจบอีกบทแล้วจ้า วันนี้ได้เห็นไอรินะวีนแตกกันบ้าง (ปกติมีแต่ทำให้คนอื่นวีน) ส่วนอาคิระจังก็ยังคงน่าสงสารเหมือนเดิม

ขอบคุณ คุณ
เฟริสซ่า มากๆ จ้า คุณไอรินะสุดยอดอยู่แล้วจ้า บางทีอาจจะเป็นตัวเด่นกว่าอาคิระจังซะอีก

ขอบคุณ คุณ
SoM^0^ ด้วยจ้าสำหรับคำแนะนำดีๆ เค้าจะจัดการตามคำแนะนำในบทต่อๆ ไปเลยจ้า

ขอบคุณ คุณ
ลิขิตนางฟ้า ที่แวะมาส่งกำลังใจให้กันนะจ๊ะ ไว้เดี๋ยวเค้าจะแวะไปส่งกำลังให้คุณบ้างนะจ๊ะ

ขอบคุณทุกๆ คนเลยนะจ๊ะที่ติดตามผลงานของเค้า มีอัพช้าบ้างก็อย่าว่ากันเลยนะจ๊ะ บางทีมันก็มีตันบ้างอ่ะจ้ะ แหะๆ

แต่มั่นใจได้เลยว่าเค้าแต่งจบแน่นอนจ้า ขอแค่ได้กำลังใจจากทุกคน รับรองไม่มีทิ้งกันแน่นอนจ้า

 


 

 

40 ความคิดเห็น

  1. #35 Yam_RolL (@yamroll-os) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 / 19:40
    ชอบโซระมากกกก >< 
    ติดตามๆ ค่าาา
    ขอโทษที่มาอ่านช้าน้าาา TT
    เป็นกำลังใจให้จ้า
    #35
    0
  2. วันที่ 24 ตุลาคม 2555 / 21:38
    โซระเป็นพระเอกสินะ -.-
    อาคิระน่าสงสาร T-T โดนตบซะนี่
    ปล.ยังไงก็เป็นกำลังใจให้คุณรังสิกาญจน์จ้า ^^
    #31
    0
  3. #30 ลิขิตนางฟ้า (@fungfungaem) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2555 / 16:24
    แวะมาส่งกำลังใจจ้า
    #30
    0
  4. #29 SoM^0^ (@ni-som-zaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2555 / 12:29
    มาทำให้สงสัย แล้วรีบมาเฉลยเร็วๆนะคะ
    แต่ว่ายังไงก็ยังเชียร์คุณโซระเหมือนเดิม
    แต่ว่าเรื่องชื่อตัวละคร  เห็นมีบางคนบอกว่าจำยาก หรือสับสน
    อยากเสนอให้ต่อไป อาจจะเรียกเป็นชื่อเล่นแล้วตามด้วยซังหรือจังตามแต่อายุนะคะ
    เช่น โซระซัง หรืออาคิระจังนะคะ (เรียกตามแบบหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเลยคะ น่าจะจำง่ายกว่านะคะ)
    #29
    0
  5. วันที่ 13 ตุลาคม 2555 / 09:56
    ไอรินะสุดยอด ! ('')b
    #28
    0
  6. #27 Yam_RolL (@yamroll-os) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2555 / 22:13
    อาคิระน่าสงสารมากเลยตอนนี้ T^T
    สู้ๆ จ้าาา อัพไวๆ น้าาา
    #27
    0
  7. #26 SoM^0^ (@ni-som-zaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2555 / 16:31
    คุณโซระมาแล้ว พระเอกมาได้เวลาพอดีเลย
    #26
    0
  8. #25 ~ล่องลอย~ (@ginny20437) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2555 / 01:21
    จำชื่อตัวละครไม่ค่อยได้ ถ้าคุณนักเขียนจะกรุณานักอ่านตาดำๆ อัพบ่อยๆเพื่อความต่อเนื่องก็ดีนะคะ 55
    #25
    0
  9. วันที่ 8 ตุลาคม 2555 / 00:04
    เรื่องนี้ดูเหมือนอาคิระจะเป็นผู้ถูกกระทำหลายฉาก ( น่าสงสาร) เรื่องนี้ใครคือพระเอกหว่าาาาา
    #24
    0