(Harry Potter Fanfiction) - Unlucky Princess

ตอนที่ 3 : Year 1 : Diagon Alley

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 201 ครั้ง
    31 ก.ค. 63

 

 

ภายในตรอกไดแอนกอนที่มีร้านค้ามากมายและผู้วิเศษก็มากพอกัน เนื่องจากเป็นสถานที่จับจ่ายใช้สอยของผู้วิเศษที่มีเพียงไม่กี่แห่งในอังกฤษหลายๆ พ่อมดแม่มดก็ต่างพาบุตรหลานมาซื้อของเพื่อที่จะเตรียมตัวไปเรียนที่ฮอกวอตส์เช่นเดียวกันกับศาสตราจารย์วิชาปรุงที่กำลังยืนถกเถียงกับเด็กหญิงที่สูงเลยข้อศอกเขามาเพียงนิดเดียวอยู่ระหว่างร้านขายสัตว์เลี้ยงกับร้านนกฮูกอายล็อปส์ 

 

"หนูอยากได้แมวมันน่ารัก" เลอาชี้ไปที่กรงแมวเปอร์เชียสีขาว

 

"แต่มันไม่มีประโยชน์ไง นกฮูกดีที่สุด" เซเวอร์รัสเอ่ยแย้งก่อนที่จะชี้ไปยังร้านนกฮูก

 

"มีสิ ให้ความบันเทิงไง" เด็กน้อยเถียงข้างๆคูๆ คำตอบของเธอทำให้เซเวอร์รัสถึงกับขมวดคิ้วทันที

 

"เธอดูมันแล้วหัวเราะหรือไง" เซเวอร์รัสย้อนถามเด็กน้อยที่ทำปากยื่นปากยาวใส่เขาอยู่

 

"เปล่า แต่มันน่ารักดี" 

 

"ไหนเธอลองบอกเหตุผลที่เธออยากเลี้ยงแมวนอกจากเพราะมันน่ารักสิ ถ้ามีฉันจะซื้อให้" เซเวอร์รัสย่อตัวลงมาเล็กน้อยให้เสมอกับลูกสาวของเขา

 

"ไม่มี หนูอยากได้เพราะน่ารักเฉยๆ"

 

"ฟังฉันนะเลอา เธอจะเลือกสัตว์เลี้ยงเพียงเพราะว่ามันน่ารักเฉยๆ ไม่ได้เธอต้องคิดถึงในวันที่มันไม่น่ารักด้วยว่าเธออยากจะเลี้ยงมันอีกไหม ถ้าเธอซื้อมันออกจากร้านนั้นแปลว่าเธอต้องรับผิดชอบชีวิตมันทั้งชีวิต แมวเป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เธอต้องคอยอาบน้ำ ให้อาหาร รวมถึงเก็บของเสียของมันด้วย เธอคิดว่าเธอจะดูแลมันได้มั้ย?" เลอาส่ายหน้ารั่วๆ อย่างไม่ต้องคิดมาก มันหนักเกินไปลำพังแค่ดูแลตัวเองน่ะเธอทำได้แต่ถ้าเอาแมวเพิ่มมาอีกหนึ่งตัว เลอาบอกเลยว่าไม่ไหว

 

"นกฮูกหนูก็ต้องทำเหมือนกัน"

 

"ที่โรงเรียนมีโรงสำหรับนกฮูก"

 

"คุณก็ช่วยหนูเลี้ยงมันสิ" เลอาจับมือของเซเวอร์รัสเอาไว้พร้อมช้อนตาขึ้นมองเขาตาแป๋วจ้องผู้เป็นพ่ออย่างออดอ้อน

 

"ฉันจะไม่เลี้ยงเจ้าสัตว์หน้าขนนี่แทนเธอแน่ แค่นี้งานฉันก็รัดตัวจะตายแล้ว" น้ำเสียงเด็ดขาดเหมือนอย่างเคย พร้อมแกะมือปลาหมึกของเด็กสาวออกอย่างไร้เยื่อใย เลอามุ้ยหน้าก่อนที่จะครุ่นคิดอีกสักพักก่อนจะเอ่ยตอบ

 

"จริงๆ หนูว่าแมวมันไม่ได้น่ารักเท่าไรเอานกฮูกแล้วกันเนอะ" และแล้วปัญหาที่ถกเถียงกันมามากกว่า 10 นาทีก็จบลงด้วยดีโดยที่เลอาได้นกฮูกอายล็อปส์สีน้ำตาลมา สองพ่อลูกเดินออกจากร้านขายสัตว์เลี้ยง เขาพาเธอมาหยุดตรงร้านไม้กายสิทธิ์โอลิแวนเดอร์

ในที่สุด!! ในที่สุด!! เธอก็จะมีไม้กายสิทธิ์เป็นของตัวเองแล้ว จะไม่ต้องขโมยไม้เซเวอร์รัสใช้แล้ว!!

 

"ถ้าเธอเสร็จก่อนไปรอที่ร้านเสื้อคลุมที่เราผ่านกันมานะ​ จำได้ไหม​" ใบหน้าน่ารักพยักขึ้นลงรั่วๆ "เสร็จแล้วรอฉันอยู่ที่นั้น​ เมื่อฉันเสร็จธุระฉันจะไปรับ" เซเวอร์รัสส่งถุงเงินอ้วนๆให้เธอพร้อมเดินจากไป 

 

เลอาเงยหน้าขึ้นมองหน้าร้านไม้กายสิทธิ์อย่างพิจารณา ร้านเก่าดูคับแคบและซอมซ่อตัวหนังสือสีทองที่ลอกแล้วบนประตูเขียนไว้ว่า “โอลิแวนเดอร์ ผู้ประดิษฐ์ไม้กายสิทธิ์ชั้นดี นับตั้งแต่ 382 ปีก่อนคริสตกาล” เลอาหวั่นใจเล็กน้อยว่าตอนเธอเปิดเข้าไปร้านจะพังลงมาหรือป่าว แต่มือเล็กค่อยๆผลักประตูเข้าไป

 

"สวัสดีสาวน้อย ฉันโอลิแวนเดอร์" ทันทีที่เข้ามาในร้านเสียงทักทายก็ดังขึ้นจากชายมีอายุที่ยืนอยู่บริเวณเคาน์ตอร์ของร้าน คุณโอลิแวนเดอร์ส่งยิ้มให้เด็กสาวน้อยๆ

 

"สวัสดีค่ะ" เธอกล่าวคำทักทายชายชราที่เลอาเดาว่าน่าจะเป็นเจ้าของร้าน ชายชรามองสร้อยที่คอเธอก่อนจะเอ่ยคำชมออกมา

 

"สร้อยคอสวยดีนะ"​ เลอาเอามือเล็กกุมสร้อยคอเอาไว้ก่อนที่จะสบตากับชายชราตรงหน้า

 

"ขอบคุณค่ะ" เลอาฉีกยิ้มสดใสให้เจ้าของร้าน

 

"เอาล่ะ ถนัดมือไหน"

 

"ขวาค่ะ​" เลอาชูมือขวาขึ้น ​ชายชราส่งยิ้มให้อย่างเอ็นดูก่อนที่จะนำสายมาวัดแขนของเธอและหายไปให้ห้องใต้บรรไดเพื่อไปเลือกไม้กายสิทธิ์​ที่เหมาะกับเธอ​ ผ่านไปสักพักชายชรากับมาพร้อมกล่องไม้กายสิทธิ์​หลายกล่องเขาวางมันลงก่อนที่จะหยิบขึ้นมาหนึ่งอัน

 

"ลองอันนี้ ไม้แอช ยาว10นิ้ว แกนกลางเอ็นหัวใจมังกร" ชายชรายืนให้เธอไม้อันหนึ่งมาให้เธอ​ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะสัมผัสมาไม้กายสิทธิ์​ตรงหน้าก็ดีดหนีเธอ "ยังไม่ใช่ๆ"​ เขาพูดออกมาเบาๆ ก่อนที่จะส่งไม้กายสิทธิ์​อันต่อไปให้เธอ

 

"ไม้ไซเปรส ยาว11นิ้ว แกนกลางขนหางยูนิคอร์น" เมื่อเอื้อมมือ​ไปจับ​ไม้กายสิทธิ์อีกครั้ง ครั้งนี้เธอสัมผัสมันได้เลอายกยิ้มอย่างดีใจก่อนที่จะหันไปมองหน้าของชายชรา เขาสะบัดข้อมือของเขาเล็กน้อยเชิงให้เธอลองสะบัดมันดู ​เลอาพยักหน้าก่อนที่จะสะบัดข้อมือของเธอแต่เมื่อข้อมือเล็กยกขึ้นเตรียมจะสะบัดไม้กายสิทธิ์ลงมันก็หักสองท่อนคามือของเธอ ไม้ไซไปรสหักออกเป็นสองท่อนโดยที่ปลายไม้ตกลงกับพื้นของร้านทำให้เห็นขนหางสีฟ้าของม้ายูนิคอร์นที่เป็นแกนกลางของไม้ที่คาอยู่กับด้ามจับที่มือของเธอ เลอหันไปยิ้มแห้งๆ ให้คุณโอลิแวนเดอร์

 

เวลาผ่านไปสักพักเธอลองไม้กายสิทธิ์ได้ประมาณ5-6อัน แต่ยังไม่มีท่าทีว่าจะเจอไม้กายสิทธิ์ที่เลือกเธอแม้แต่น้อย หญิงสาวเริ่มถอดใจขึ้นมาหน่อยเพราะสภาพไม้แต่ละอันไม่ค่อยน่าชมเสียเท่าไร เลอาคิดคำนวณถึงปริมาณเงินที่จะต้องจ่ายให้คุณโอลิแวนเดอร์ใบหน้าของเธอก็เริ่มซีดขึ้นมา เงินจะพอมั้ยเนี่ย….

 

"ประหลาดจริง​หรือจะเป็นไม้อันนั้นทำไมฉันคิดไม้ได้นะ"​ คุณโอลิแวนเดอร์พึมพำอะไรสักอย่างที่เธอไม่ได้ยิน​ "รอสักครู่นะ" เขาหันมาบอกเธอก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในประตูข้างหลังเคาน์เตอร์​ร้านสักพักที่ไม่ใช่บานเดิมที่เขาเข้าไปในตอนแรกก่อนที่จะกลับมาพร้อมกับกล่องไม้กายสิทธิ์​ที่แปลกตา​ มันไม่ใช่กล่องธรรมดาแบบกล่องอื่นแต่เป็นกล่องไม้สีขาวที่ข้างกล่องประดับไปด้วยลวดลายสวยงามสีทอง​ 

 

"ลองอันนี้ดู" คุณโอลิแวนเดอร์ยื่นกล่องไม้กายสิทธิ์​ให้เธอ ภายในมีไม้สีขาวที่ประดับด้วยลวดลาย​สีทองเหมือนตัวกล่องกล่องไม้ ปลายด้ามไม้กายสิทธิ์ประดับด้วยอัญมณี​สีม่วงอมชมพูหนึ่งเม็ด​ 

 

"คือหนูว่าไม่ใช่หรอกคะ​ ถ้าหนูทำมันพังอีกล่ะค่ะ​" เธอปฎิเส​ธชายชราตรงหน้า​ ไม้หลายอันก่อนสภาพดูไม่ได้สักอัน​ ถ้าอันนี้พังละจะทำยังไง​ เธอไม่มีจ่ายหรอกนะเซเวอร์รัสต้องฆ่าเธอแน่ๆ​ ขนาดแค่เรื่องแมวยังเถียงกันอยู่หน้าร้านตั้งนานสองนาน​ ถึงเธอจะชอบไม้กายสิทธิ์​อันนี้ก็เถอะแต่มันดูล้ำค่าไป 

 

"มันเป็นอันนี้แน่นอน​ ฉันว่ามันเลือกเธอ" คุณโอลิแวนเดอร์ยังคงยืนยังคำเดิม

 

"แต่ว่า...."

 

"ถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันรับผิดชอบเอง​" ชายชราเอ่ยขึ้นแทรกเธอ​เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะปฏิเสธ​ที่จะลองไม้กายสิทธิ์​อันนี้​ เลอาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือ​ไปหยิบด้ามไม้กายสิทธิ์ตรงหน้าขึ้นจากกล่อง​อย่างทะนุถนอม​ เมื่อเธอสัมผัสมันเลอารับรู้ถึงไอเย็นจากไม้กายสิทธิ์ที่​ทำให้เธอสดชื่น​ 

 

ชายชราที่ยืนอยู่ในร้านด้วยก็สัมผัสได้เช่นกันและนัยน์ที่พร่ามัวของเขาเห็นแสงแวววาวออกมาจากตัวเธอ​ นัยน์ตาสีเขียวคู่สวยของเด็กหญิงส่องแสงออกมาอย่างน่าประหลาด แต่ความจริงเรื่องนี้มันประหลาดตั้งแต่กล่องไม้กายสิทธิ์นี้ยอมเปิดออกโดยง่ายแล้ว ตั้งแต่เขารับฝากมันมาเขาเคยเห็นไม้กายสิทธิ์อันงดงามนี้เพียงครั้งเดียวคือวันที่มีคนนำมันมาฝากไว้กับเขาแล้วพอกล่องปิดลงเขาก็ไม่เคยได้เห็นแม้แต่ปลายไม้กายสิทธิ์อีกเลยและมันก็ไม่เคยที่จะยอมเปิดออกจนกระทั่งเด็กน้อยคนนี้เดินเข้ามาในร้านมันกลับยอมเปิดออกโดยง่ายราวกับว่ามันรอเวลาที่จะพบเจอเจ้าของที่แท้จริงของมัน 

 

"เคราเมอร์ลิน… ตั้งแต่ฉันขายไม้กายสิทธิ์​มายังไม่เคยมีไม้อันไหนเป็นแบบนี้​" คุณโอลิแวนเดอร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ ก่อนที่จะเดินตรงมาหาเธอแล้วมองใบหน้าของเด็กหญิงสลับกับไม้กายสิทธิ์

 

"หนูชอบมันค่ะ​" เลอาทอดสายตามองไม้กายสิทธิ์​ก่อนจะลูบมันเบาๆ อย่างทะนุถนอม เธอมีความรู้สึกแปลกๆกับไม้อันนี้ เลอาไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือไม้แต่ราวกับว่ามันเป็นของเธอมาก่อน เมื่อครั้งแรกที่เธอสัมผัสมันเหมือนหมู่มวลผีเสื้อบินอยู่ในตัวเธอนับร้อยตัว

 

“ดี​ มันเองก็ชอบเธอ​ ไม้นี้ทำมาจากไม้แอสเพนและไม้แพร์ ตัวไม้ทำมาจากไม้เอสแพนและลวดลายทำจากไม้แพร์เกะสลักด้วยความประณีตเป็นอย่างมาก พูดตามตรงนะฉันยังไม่เคยเห็นไม้กายสิทธิ์อันไหนที่ประณีตแบบนี้มาก่อน” ชายชรากล่าวถึงไม้กายสิทธิ์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

 

“แล้วเธอรู้ความหมายของไม้สองนิดนี้มั้ย?” เด็กน้อยส่ายหัวเล็กไป ก่อนที่จะก้มมองไม้กายสิทธิ์อีกครั้ง 

 

“ไม้แอสแพนมันเป็นไม้แห่งการปฏิวัติ ผู้ครอบครองไม้แอสแพนมักจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในด้านการประลองหรือถูกโชคชะตาลิขิตให้เป็นอนาคต ส่วนไม้แพร์เป็นไม้ที่เต็มเปี่ยมไปพลังวิเศษที่ดีเยี่ยม ผู้ครอบครองไม้แพร์มักมีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพ วิเศษไปเลยว่ามั้ยเธอมีไม้ที่ยอดเยี่ยมถึงสองอย่างในไม้กายสิทธิ์อันเดียว” ชายชรากล่าวอย่างขี้เล่นทำให้เลอาอดที่จะยกยิ้มออกมาไม่ได้ 

 

“แล้วแกนกลางของมันล่ะคะ” เสียงใสของเด็กหญิงเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัยหลังจากที่ฟังชายชราพูดอยู่นาน คุณโอลิแวนเดอร์ก้มหน้าลงดมที่ไม้กายสิทธิ์สีขาวก่อนที่จะยืดตัวตรงตามเดิม

 

“เอ็นหัวใจมังกร แต่ไม่ใช่มังกรธรรมดาเป็นพันธ์เฮบริเดี้ยนสีดำ” เด็กสาวขมวดคิ้วจนมันแทบจะเป็นปม เธอไม่เคยได้ยินชื่อมังกรพันธ์นี้มาก่อน พูดตามตรงเลอาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามังกรมีพันธ์ด้วยนึกว่ามังกรก็คือมังกรอะ….

 

“มันเป็นมังกรท้องถิ่นของอังกฤษอีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งดุร้ายกว่าทุกพันธ์ มีเพียงตระกูลด้วยที่มันจะเชื่อฟังคำสั่งอย่างว่าง่าย…” เลอาเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง ทำไมคุณโอลิแวนเดอร์ถึงต้องชอบทำให้ลุ้นตามไปด้วยนะแค่พูดมามันก็จบแล้วมั้ย ชายชราที่เหมือนจะรับรู้ถึงควมไ่พอใจนี้ก็หัวเราะออกมาน้อยๆ ก่อนที่จะพูดต่อ “ราชวงษ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ราชวงษ์เอ็ดการ์” เลอานิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอคิดว่าเธอรู้จักโลกนี้ดีแล้วซะอีกแต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เธอยังไม่รู้สินะ หัวเล็กพยักหน้าขึ้นลงอย่างเห็นด้วยกับความคิดของตัวเอง สงสัยเธอต้องไปร้านนหนังสือต่อแล้วสิ

 

"เธอมีทั้งไม้และแกนกลางที่ดีขนาดนี้ฉันเชื่อว่ามันจะดูแลปกป้อง​เธอและไม่มีวันที่มันจะทรยศเธอเด็กน้อย"​ เสียงของคุณโอลิแวนเดอร์ทำให้เลอาหลุดจากภวังค์ เธอส่งไม้กายสิทธิ์ใส่ในกล่องก่อน​และก่อนที่ชายชราจะห่อมันด้วยกระดาษสีน้ำตาลแล้วส่งกลับมาให้เธอ

 

"เท่าไรคะ​" เลอาหยิบถุงเงินที่เซเวอร์รัฐให้เธออกมาเตรียมที่จะจ่ายเงินและค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น

 

"ไม่คิดเงินหรอก มันเป็นของที่มีคนมาฝากฉันไว้เมื่อไม่นานมานี้น่ะ​ เขาบอกว่าเขารอวันที่เจ้าของมันจะมารับมันแล้วเหมือนวันนี้ฉันจะเจอเจ้าของมันแล้ว"​ นัยน์ตาสีขาวครุ่นของชายชราผู้เป็นเจ้าของร้านจ้องมองเด็กน้อยที่​กอดกล่องไม้กายสิทธิ์ไว้กับตัว

 

"งั้นหนูไปก่อนนะคะ​ ขอบคุณ​มากค่ะ" เธอโค้งลงให้เจ้าของร้านไม้กายสิทธิ์​

 

"เป็นเกียรติมากนะ ที่เธอมาร้านของฉัน ฉันจะรอฟังเรื่องราวของเธอนะ"​ เด็กสาวเจ้าของผมสีน้ำตาลสวยงุ่นงงกับคำพูดของคุณโอลิแวนเดอร์แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปเธอทำเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆให้เจ้าของร้านก่อนที่จะหมุนตัวออกมาโดยมีชายชราค้อมหัวให้อยู่ 

 

หลังจากเก้าเท้าออกมาจากร้านเด็กหญิงก็หันกับไปมองที่ประตูร้านเล็กน้อย เลอาก็ไม่คอยเข้าใจประโยคของคุณโอลิแวนเดอร์เท่าไรก็มีอยู่ร้านเดียวทั้งตรอกจะให้ไปร้านไหนล่ะ​ แต่ก็นะคนแก่ก็ชอบพูดอะไรเข้าใจยากแบบี้แหละยกตัวอย่างเช่น เซเวอร์รัสกับดัมเบิ้ลดอร์ไง…

 

 

เท้าเล็กเดินแหวกฝูงชนที่คับคั่งเพื่อที่จะมารอรับเสื้อคลุมที่เธอตัดไว้จากร้านเสื้อคลุมทุกโอกาสของมาดามมักกิ้น ระหว่างทางเธอแทบจะล้มหายรอบเนื่องจากหนทางมันช่างเบียดเสียดเหลือเกิน ร่างเล็กๆของเลอาต้องคอยหลบหลีกพวกพ่อมดแม่มดตัวใหญ่ตลอดทาง นี่ถ้าหากมีเซเวอร์รัสอยู่นะเลอาไม่ต้องไม่โดนเบียดเป็นแน่ เพราะรังสีความไม่น่าเข้าใกล้ของคุณพ่อส่งผลให้ใครหลายคนมักจะหลีกทางให้เขาอยู่เสมอ บางที…ก็เป็นคนแบบเซเวอร์รัสก็มีข้อดีอยู่เหมือนกันนะ เมื่อถึงร้านมาดามมักกิ้นเลอาเอามือปาดเหงื่อที่ไหลลงมาที่หน้าสวยก่อนที่จะถอนหายใจออกมา แค่เดินมาร้านเสื้อคลุมมันเหนื่อยอะไรขนาดนี้

เลอาอยากร้องไห้ เลอาคิดถึงเซเวอร์รัส

 

เสียเวลารอไม่นานนักร่างของผู้เป็นพ่อก็มาถึงทั้งสองเข้าไปที่ร้านเพื่อที่จะเข้าไปรับเสื้อคลุมที่ตัดไว้ เมื่อรับเสื้อคลุมของเด็กสาวเสร็จพวกเขาก็หมุนตัวเดินออกจากร้านจุดหมายปลายทางคือเตาผิงสักเตาเพื่อที่จะกลับบบ้านแต่ก็ต้องชะงักลงเมื่อมีเสียงทุ้มต่ำของใครสักคนเรียกผู้เป็นพ่อของเธอไว้

 

"เซเวอร์รัส" เลอาหันหน้ามาเพื่อที่จะมองหน้าชายวัยกลางคนตรงหน้า ผมสีบลอน์ขาว นัยน์ตาสีเทาของเขาจ้องมองเลอาอย่างสงสัย

 

"รุ่นพี่ลูเซียส พาเดรโกมาซื้อของเหรอครับ" พ่อของเธอทักทายชายตรงหน้าด้วยความสนิทสนม มือซีดของคนผมบลอน์เอื้อมมาตบบ่าเซเวอร์รัสเบาๆเพื่อทักทายกัน

 

อา คนสนิทกันสินะ เลอาค่อนข้างประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่เซเวอร์รัสมีเพื่อน เพราะเธอไม่เคยเห็นพ่อของเธอจะไปมาหาสู่หรือพาใครมาบ้านกับเขาเลยสักครั้ง

 

"ใช่ แล้วนั้นใคร" ชายผลบลอนด์ชายตามาทางเธออย่างสงสัย

 

"ลูกสาวผมครับ เลอาแนะนำตัวสิ" เซเวอร์รัสดันตัวขึ้นมาเพื่อให้ทำความรู้จักกับชายตรงหน้า

 

"สวัสดีค่ะ เลอา สเนป" เด็กสาวกล่าวแนะนำตัวอย่างสุภาพ

 

"สวัสดีสาวน้อย ฉันเอิร์ลมัลฟอย ลูเซียส มัลฟอย" เลอามองมือซีดที่ยื่นมาเพื่อทำความรู้จักเธอ เธอยิ่นมือไปเพื่อจับมือทักทายตามมารยาทก่อนที่จะถอนสายบัวให้เป็นการทำความเคารพตำแหน่งของเขา ดูก็รู้ว่าเขาจงใจที่จะอวดยศถาบรรดาศักดฺ์ของเขากับเธอเพราะน้ำเสียงของเขาดูจะเน้นคำว่าเอิร์ลเป็นพิเศษ เลอาไม่รู้ว่าพ่อของเธอสนิทกับคนแบบลูเซียสได้อย่างไร แต่เอาเป็นว่า…เลอาไม่ชอบเขา!

 

"เป็นเกียรติที่ได้พบค่ะ มายลอร์ด" เลอายกยิ้มตามมารยาทให้ชายตรงหน้า ลูเซียสที่เห็นแบบนั้นโคล่งหัวเล็กน้อยอย่างพึงพอใจในเด็กตรงหน้า ถือว่าเป็นเด็กที่หัวไวใช้ได้ รู้จักคำพูดและคำทักทายของขุนนางไม่เหมือนพวกเด็กที่โวยวายเหมือนลิงเหมือนข้างในตรอกไดแอนกอนที่เขาเดินผ่านมา แม้จะเป็นเพียงเด็กกำพร้าไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่รุ่นน้องคนสนิทของเขารับมาเลี้ยงแต่ลูเซียสจะยอมปล่อยผ่านไปแล้วกัน

 

"เช่นกันสาวน้อย ยินดีที่ได้รู้จัก" ลอร์ดมัลฟอยเอ่ยตอบเด็กหญิงก่อนที่จะหันหน้าไปยังพ่อของเธอ “ช่วงนี้งานยุ่งเหรอ ฉันไม่เห็นนายมาหาเดรโกเลย”

 

“ครับรุ่นพี่ รุ่นพี่สบายดีใช่มั้ย” ทั้งสองคนพูดคุยกันอีกเล็กน้อยใช้เวลาไม่นาน โดยมีเลอาคอยยื่นหูฟังแต่เก็บอาการอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ เผื่อมันจะเป็นเรื่องงานของพ่อหรือไม่ก็เรื่องอะไรที่เธอพอจะนำมาใช้ได้อย่างมีประโยชน์

 

"เดรโกบ่นคิดถึงน่ะ ไว้ว่างๆ ก็ไปหาเขาบ้างนะถ้าเป็นห่วงสาวน้อยคนนี้ก็พาไปด้วยก็ได้ คฤหาสน์มัลฟอยยินดีต้อนรับ" ลูเซียสวางมือบ่นไหล่พ่อของเธอก่อนที่จะเอ่ยคำเชิญชวนพ่อทูลหัวของลูกชายตน

 

"ครับ ไว้พรุ่งนี้ผมจะไป" เซเวอร์รัสตอบรับ "ยังไงต้องขอตัวก่อนนะครับ ต้องพาเลอาไปทำธุระต่อ" ชายผมดำเอ่ยอย่างสุภาพก่อนที่จะค้อมหัวให้ เลอาที่เห็นแบบนั้นก็ค้อมหัวตาม 

 

"แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ ทั้งสองคน" เขาโยนไม้เท้าขึ้นเพื่อให้มันพอดีมือก่อนที่จะเดินจากไป 

 

หลังที่ลอร์ดมัลฟอยเดินจากไปเซเวอร์รัสก็ก้มลงมามองลูกสาวที่มองเขาที่มองตามหลังรุ่นพี่ในบ้านของเขาที่เดินจากไป 

 

“แอบฟังคนอื่นคุยกันมันเสียมารยาทรู้มั้ย” เลอาส่งยิ้มแห้งๆ ให้ผู้เป็นพ่อแต่ไม่มีความสำนึกผิดแม้แต่น้อย

 

“พ่อไม่ใช่คนอื่นซะหน่อย” เสียงใสลากเสียงยาวพลางสบสายตาดุๆของผู้เป็นพ่อและยกยิ้มให้อย่างออดอ้อน “ไปร้านหนังสือกันต่อเถอะค่ะ” มือเล็กรีบฉวยโอกาสของคว้ามือหนาและเดินนำไปยังร้านหนังสือทันที

 

 

 

เซเวอร์รัฐคิดว่าเขาจะหูดับในอีกไม่ช้า​ เลอาที่ตั้งแต่กลับมาก็พล่ามเรื่องไม้กายสิทธิ์​ที่ได้มาเจื่อยแจวไม่หยุด​ เสียงใสของเธอพูดไม่รู้จักจบ มันทำให้เขาดูทีวีไม่รู้เรื่อง​ ไม่รู้ว่ามันจะอะไรนักหนาก็แค่ไม้กายสิทธิ์​กับตรอกไดแอนกอน​ เจ้าตัวยุ่งทำยังกับไม่เคยไปไหนเลยทั้งๆที่เขาพาไปออกไปข้างนอกบ่อยแท้ๆ​ สวนสาธารณะ​กับร้านค้าหน้าตรอกฝ้ายไง​ แถวโค๊กเวิร์ธเขาก็พาไปหมดแล้ว​แท้ๆ​ ทำตัวเหมือนไม่เคยออกจากบ้านไปได้

 

"เลอาเลิกพล่าม ไปอ่านหนังสือซะก่อนที่จะกลายเป็นพวกสมองนิ่ม" เซเวอร์​รัส​ถอนหายใจออกมายาวๆพร้อมทั้งมองเด็กน้อยที่กำลังกินช็อกโกแลต​ที่ซื้อมาจากร้านหน้าปากซอยโค๊กเวิร์ธ​ ช็อกโกแลต​เปื้อนปากเล็กไปเต็มไปหมด​ เซเวอรัสถอนหายใยออกมาอีกรอบ "กินเลอะเทอะเป็นเด็กหรือไง​ ไปล้างหน้าล้างมือ"​ เลอามุ้ยหน้าลงะร้อมเดินไปล้างมือที่ห้องน้ำ

 

"ก็หนูยังเด็กอยู่จริงๆหนิคะ​" เลาอาที่ล้างมือล้างหน้าเสร็จก็กลับมาเถียงต่อทันที ยอมง่ายๆก็ไม่ใช่เลอาน่ะสิ

 

"ถ้าหมายถึงสมองน่ะ​ ฉันคงต้องบอกใช่​" เซเวอร์รัสยกยิ้มอย่างเหนือกว่า เลอาปรุงน้ำยาตายทั้งเป็นไม่ได้ตามที่เขาคาดหวังไว้​ถึงมันจะเป็น​หลักสูตร​ปีหกก็เถอะแล้วถึงแม้ผลไม่ได้เข้าขั้นย้ำแย่ก็ตาม แต่ยังไงก็ไม่ได้ตามที่เขาคาดหวังอยู่ดี

 

"โธ่​ พ่อเครียดเกินไปแล้ว​ หนูเก่งกว่านักเรียนปีสามของพ่อบ้างคนอีก"​ เลอากรอกตาให้กับความเยอะของคุณพ่อ ให้ตายเถอะ​ เซเวอรัสจะเอาเก่งขนาดไหน​ จะให้เธอเป็นแม่มดที่เก่งที่สุดในโลกเวทมนตร์​หรือยังไง​ บ้าไปแล้วเธอแค่ 11 ขวบเองนะ

 

"ทำได้ไม่สมบูรณ์แบบยังมีหน้ามาเถียงอีกเหรอ" เขาเขกหัวเล็กหนึ่งทีเป็นการลงโทษ เลอาเอามือลูบหัวปอยๆ พร้อมเบะปากแล้วเถียงต่อ

 

"นั้นมันหลักสูตรปีหกนะ หนูพึ่งสิบเอ็ดขวบ" เลอานั่งกรอกตามองบนอยู่บนโซฟา ก่อนที่จะขุมขมิบปากตัดพ้อเขา

 

“ก็เพราะเธอสมองนิ่มไง” เด็กหญิงเตรียมที่จะอ้าปากเถียงอีกรอบแต่ก็ต้องงับปากลงเมื่อคำขู่ออกจากมาจากปากผู้เป็นพ่อ “ถ้าเธอไม่หยุดเถียงไม่ต้องดูการ์ตูนตลอดอาทิตย์” 

 

"พรุ่งนี้ไปคฤหาสน์มัลฟอยกับฉันและห้ามทำฉันขายหน้า"

 

"หนูไม่อยากไป ไม่ไปไม่ได้เหรอ" เสียงใสเอ่ยออกมาอย่างงอแงง

 

"ทำไม" เซเวอร์รัสถามด้วยเสียงแปลกใจเล็กน้อยเพราะปกติเลอาชอบออกไปข้างนอกตลอด ไม่ไปเล่นกับเด็กที่ชื่อลิซก็ไปป่วนเจ้าของร้านขายของหน้าปากซอย เรียกเอาง่ายๆว่าเป็นเด็กที่อยู่ไม่ค่อยติดบ้านนั้นเอง

 

"ไม่รู้สิ หนูว่าคุณมัลฟอยเขาแปลกๆ เขาดูเอ่อ--" ไม่รู้สิ มันก็ค่อนข้างที่จะอธิบายไม่ถูก

 

"เจ้ายศเจ้าอย่าง" เลอาดีดนิ้วให้เซเวอร์รัส ก่อนที่ชูค้างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เอาไว้ "ปกติของพวกเลือดบริสุทธิ์ เขาจะคิดว่าตัวเขาวิเศษกว่าผู้วิเศษคนอื่น โดยเฉพาะยศของเขาที่เขาภูมิใจเป็นอย่างมากในการได้มันมา" เลอาพูดถูก รุ่นพี่ของเขาลูเซียสเป็นพวกเจ้ายศเจ้าอย่างจริงๆ เขาชอบดูถูกคนอื่นเสมอขนาดเซเวอร์รัสที่เป็นรุ่นน้องคนสนิทก็ยังเคยโดนเป็นบางครั้ง ลูเซียสเป็นคนที่คบคนที่ผลประโยชน์เสมอนั้นก็คงเป็นสาเหตุที่รุ่นพี่ร่วมบ้านคนนี้ยังติดต่อหรือพูดคุยกับเขาอยู่และเซเวอร์รัสก็คบลูเซียส มัลฟอยเพราะผลประโยชน์เช่นกัน นั้นอาจจะเป็นสาเหตุที่เขาต้องทนแม้บางครั้งเวเวอร์รัสอยากจะยกไม้กายสิทธิ์สาปรุ่นพี่ร่วมบ้านคนนี้ก็ตามเถอะ

 

"แต่เขาไม่ได้ได้มันมาเองซะหน่อย มันเป็นเพราะเขาได้จากพ่อเขาต่างหาก"

 

"นั้นแหละ ยิ่งทำให้เขาภูมิใจในตระกูลของเขายิ่งขึ้นไปอีกและเมื่อไปที่คฤหาสน์เธอต้องชมมันด้วยเพราะมันจะทำให้เขาพอใจ" เลอาขมวดคิ้วจนมันแทบรวมกัน

 

"ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ??" เธอเลิกคิ้วถาม

 

"เขาเป็นรุ่นพี่ที่ฉันสนิทด้วยและเป็นมิตรเพียงไม่กี่คนที่ฉันรู้จัก" เมื่อได้ยินแบบนั้นเลอาก็พยักหน้าแบบส่งๆ ทำให้ก็ได้ ถือว่าเพื่อนพ่อ

 

"ถือว่าคุณขอหรอกนะ" เลอาเอ่ยอย่างกวนประสาทก่อนที่จะหันไปหยิบป็อปคอร์นที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟามาทานด้วย

 

"ฉันไม่ได้ขอเลอา ฉันสั่ง" เซเวอร์รัสเน้นคำสุดท้ายพร้อมยกยิ้มมุมปากให้เธออย่างเหนือกว่า นั้นทำให้เลอาถลึงตาใส่เขา

ร้ายกาจ!!! เซเวอร์รัสจะร้ายกาจเกินไปแล้ว

 

"ไป-อ่าน-หนัง-สือ" เลอาเบะปากทำหน้าเหมือนจะร้องไห้พร้อมกระพริบตาถี่ๆเชิงอ้อน เซเวอร์รัสคลี่ยิ้มให้เธอนั้นทำให้เด็กหญิงมีความหวังขึ้นมา แต่คำพูดของเซเวอร์รัสเหมือนพลักเธอลงเหวด้วยสั้นเพียงคำเดียวคือคำว่า "ไป" นั้นทำให้เลอาดิ้นไปกับโซฟาก่อนที่จะวิ่งขึ้นห้องนอนไป ผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู้บนโซฟามองตามก่อนที่จะขำออกมาพรางส่ายหัวอย่างเอ็นดู

เด็กก็คือเด็ก

 

 

เลอานั่งหน้างอรอผู้เป็นพ่ออยู่ที่โซฟาในบ้าน ผมสีน้ำตาลสวยถูกรวบขึ้นพร้อมผูกด้วยโบว์สีขาวที่เข้ากับชุดกระโปรงตัวสวยลายดอกไม้แขนกุดที่เซเวอร์รัสจัดไว้ให้ทำให้เด็กสาวดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นอีกเป็นกองเมื่ออยู่ในชุดนี้ โอกาสแบบนี้ไม่ได้หาง่ายๆนะบอกไว้ก่อนการที่เลอา ลิเลียน สเนป จะใส่กระโปร่งน่ะ เพราะเวลาเธออกไปเล่นกับเพื่อนก็มักจะใส่กางเกงเพื่อสะดวกในการปีนป่ายของเธอ ไม่ใช่เซเวอร์รัสไม่ให้เธอใส่ชุดสวยๆหรอก เลอามีชุดน่ารักๆหลายชุดที่เซเวอร์รัสซื้อมาให้แต่เธอก็เลือกที่จะเมินมันแล้วหันมาใส่พวกกางเกงเองแทน

ให้ใส่กระโปรงไปปีนต้นไม้มันก็ยังไงๆอยู่ แต่เด็กผู้หญิงเขาก็เล่นอะไรกันแบบนี้ป่ะ!!

 

"หนูไม่ไปไม่ได้เหรอ" เลอาขืนตัวไม่ยอมเดินเข้าไปในเตาผิง

 

"ไม่ได้เธอรับปากเขาไปแล้ว" เซเวอร์รัสมองเลอาที่ดื้อผิดปกติ ปกติเป็นแบบนี้ที่ไหนเขาพาไปไหนเธอก็ไปหมดไม่เคยขัดสักครั้ง

 

"พ่อบอกเขาก็ได้ว่าหนูตกบันไดคอหักตายไปแล้ว" เธอแกล้งหลับตาเอียงคอแล้วแลบลิ้นออกมาทำเหมือนว่าตายไปแล้ว ทำให้เซเวอร์รัสมองด้วยความระอา

 

"ตลกพอยัง พอแล้วก็ไปได้แล้ว" เซเวอร์รัสทำการลากเจ้าเด็กจอมแสบเขาเตาผิงก่อนที่จะกำผงฟลูแล้วปาลงเตาผิงทันที เปลวไฟสีเขียวคลุมร่างของสองพ่อลูกก่อนที่จะหายไป

 

แค่กๆๆๆๆ

 

"ทำไมพ่อไม่บอกหนูก่อนว่าจะปา หนูจะได้กลั้นหายใจก่อน" เมื่อมาถึงเลอาก็ไออกมาทันทีเนื่องจากสูดขี้เถ้าเข้าไปในปอดเยอะไปหน่อย เซเวอร์รัสเช็ดหน้าขาวที่เปื้อนไปด้วยขี้เถ้าอย่างอ่อนโยน ร่างเล็กบ่นกระปอดกระแปดทันทีที่เท้าแตะพื้นในคฤหาสน์มัลฟอยพร้อมปัดฝุ่นออกจากตามเนื้อผ้า

 

"มากันแล้วเหรอ" หญิงวัยกลางคนที่ท่าทางดูสง่างามออกมาต้อนรับทั้งคู่ เธอมีผมสีทองแซมดำ นันย์ตาสีฟ้าอ่อน ซึ่งเลอาเดาได้ทันทีว่าเธอต้องเป็นเลดี้มัลฟอยแน่

 

"สวัสดีครับ" คราวนี้ไม่ต้องให้เซเวอร์รัสบอก เลอาแนะนำตัวเองทันที

 

"สวัสดีค่ะ หนูเลอา สเนปค่ะ" เมื่อแนะนำตัวเสร็จเลอาถอนสายบัวให้เล็กน้อยเพื่อแสดงถึงความเคารพ ถึงแม้จะไม่ได้อยากมาแต่ในเมื่อมาแล้วเลอาจะทำให้เซเวอร์รัสขายหน้าไม่ได้เป็นอันขาดเพราะไม่งั้นชะตาเธอขาดแน่!

 

"เรียกนาซิสซ่าก็ได้จ๊ะ ฉันนาซิสซ่า มัลฟอย"

 

"ยินดีที่ได้พบค่ะ มายเลดี้" เลอายกยิ้มให้เธอเล็กน้อย นาซิสซ่ารับรู้จากลูเซียสแล้วว่าเซเวอร์รัสรับเลี้ยงเด็กสาวคนหนึ่ง แต่เมื่อได้มาเห็นกับตาก็ทำให้เธอถูกใจเธอไม่น้อย ดูท่าทางฉลาดรอบรู้ มีมารยาท มีชั้นเชิง ถ้าไม่ติดเรื่องสายเลือดนาซิสซ่าคงจะรีบไปขอเซเวอร์รัสให้แม่หนูคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้เป็นแน่

 

"ยินดีที่ได้พบเหมือนกันจ๊ะ แต่ไม่ต้องเรียกฉันว่าเลดี้หรอก เรียกซิสซ่าเถอะ" เลดี้มัลฟอยเอ่ยอย่างเอ็นดู นาซิสซ่านั้นอยากมีลูกสาวด้วยอีกสักคนแต่ติดที่เธอนั้นเป็นคนมีลูกยากนั้นทำให้เธออดเสียดายไม่น้อย แค่คิดว่าถ้ามีลูกสาวอีกสักคนมันคงดีไม่น้อย

 

"ค่ะ ซิสซ่า" เสียงใสเอ่ยตามอย่างว่าง่ายนั้นทำให้นาซิสซ่าอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิกแก้มเด็กหญิง 

 

การกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของพ่อบุญธรรมอย่างเซเวอร์รัส เขาเบาใจไม่น้อยที่ลูกสาวเขารู้จักเก็บอาการได้ดีเกินกว่าเด็ก11ขวบ ถึงเลอาจะไม่ได้เต็มใจมาแต่ก็ตอบรับไมตรีได้อย่างมีมารยาททำให้เธอเป็นที่เอ็นดูในสายตาคนอื่น ซึ้งนั้นก็ดีเพราะในชีวิตความเป็นจริงเราไม่สามารถเลือกบุคคลคนที่เราต้องพบเจอได้ เวลาเข้าสังคมจำเป็นต้องเอาน้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก บางคนแม้จะไม่ชอบแต่ก็จำเป็นต้องรักษาไมตรีไว้เพื่อผลประโยชน์และความอยู่รอด เขาจึงอยากให้เลอาน้ำตัวเหมือนน้ำที่เปลี่ยนไปตามพาชนะต่างๆได้ เธอจะได้อยู่รอดได้อย่างปลอดภัย 

 

"ด็อบบี้" เมื่อสิ้นคำพูดของนาซิสซ่าเอลฟ์ตัวเล็กที่ใส่ปลอกหมอนเก่าๆ ก็โผล่ออกมา

 

"พาเลอาไปที่สวนไปหาเดรโกแล้วดูแลเธอด้วย" เลดี้มัลฟอยออกคำสั่งกับเอลฟ์ประจำบ้าน

 

"ครับ เลดี้" มันตอบลับก่อนที่จะพาเธอมาที่สวนของคฤหาสน์

 

ร่างเล็กของเลอาก้าวเข้ามาภายในสวนคฤหาสน์​ตระกูลมัลฟอยที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่หลายร้อยต้นภายในสวนอันงดงามที่ตกแต่งด้วยสไตล์อังกฤษสังเกตุได้ซุ้มเหล็กสีขาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงทางเข้า พื้นทางเดินที่ปลูกหิน น้ำพุและรูปปั้นปูนสีเทาแบบยุโรปดั้งเดิมที่มีความอ่อนช้อยสวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและยังมีชุดเก้าอี้เหล็กดัดสีขาวที่ดูแล้วน่าจะเหมาะแก่การจิบชาย่ามบ่ายหรือทานอาฟเดอร์นูนที และในสวนแห่งนี้ยังมีเรือนกระจกอีกสองสามหลังเดาว่าในนั้นต้องเป็นเรือนดอกไม้เป็นแน่​ เลอาไล่สายตาสำรวจภายในสวนของคฤหาสน์มัลฟอยแห่งนี้​แต่นัยน์ตาสีกรีนไพร์คู่สวยของเธอสังเกต​เห็นมีคนขี่ไม้กวาด​อยู่​และดูเหมือนว่าเขาเองก็จะเห็นเธอเช่นกัน​ เด็กชายผมบลอน์ล่อนไม้กวาดเพื่อที่จะลงมาหาเธอ

 

"สวัสดี​ ฉันเดรโก​ ​มัลฟอย" เด็กชายตรงหน้าช่างเหมือนพ่อของเขา​ ผมสีบลอนด์​ทอง​ นัยน์ตา​สีเทา​
 

"สวัสดี​ เลอา​ สเนป" เดรโกเปิดตากว้างอย่างแปลกใจ​ ลูกเซเวอร์รัสเหรอเป็นไปไม่ได้เขาไม่มีภรรยาสักหน่อย​ จะมีลูกได้ไง​ เมื่อเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่เดรโกก็เอ่ยปากถามออกไปเลย

 

"เด็กเก็บมาเลี้ยงเหรอ? " คำพูดของเด็กชายผมบลอนด์​ทำให้เลอาชักสีหน้าออกมา​ อีตานี้ไม่เคยเรียนมารยาทแแหงๆ​ เธอรู้สถานะตัวเองดีแต่มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดออกมามั้ย?

ไร้มารยาทเสียจริง​…

 

"ใช่​ แต่นายไม่ควรพูดแบบนี้มัลฟอย​ มันเสียมารยาท" เสียงใสเอ่ยดุคุณชายแห่งตระกูลมัลฟอยโดยที่ไม่กลัวว่าจะ๔ุกโยนออกไปจากคฤหาสน์เลยสักนิด

 

"ฉันขอโทษ​ ก็ฉันอยากรู้หนินา" เดรโกก้มหน้าลง​ด้วยความน้อยใจ

ถามแค่นี้ก็ดุกันด้วย

 

"แล้วไม่รังเกียจ​ฉันหรือไง"

 

"รังเกียจ​ทำไม​ เธอเป็นลูกพ่อทู​ลหัว​ฉันหนิ" เด็กชายผมบลอนด์ขึ้นยักไหล่ขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ในเมื่อเซเวอร์รัสเป็นพ่อทูลหัวของเขาและเป็นผู้ใหญ่ที่เขาทั้งเคารพและนับถือเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าเขาจะทำอะไรเดรโกก็จะยอมรับการตัดสินใจของเขาเสมอ 

 

"ฉันอาจจะเป็นมักเกิ้ล​บอร์น" เลอารู้ดีว่าพวกเลือดบริสุทธิ์​ส่วนใหญ่มักจะรังเกียจ​พวกที่เกิดจากมักเกิ้ล​ และตระกู​ลมัลฟอยเป็นหนึ่งในตระกูลที่รังเกียจ​พวกมักเกิ้ลบอร์นเช่นกัน

 

"เธอรู้เหรอว่าพ่อแม่เธอเป็นใคร" เด็กชายเลิกคิ้วเชิงถาม

 

"ไม่รู้​ ฉันจะไปรู้ได้ไงฉันเป็นเด็กกำพร้า" ตานี้ประสาทกลับหรือไงก็บอกอยู่ว่าเป็นเด็กกำพร้า

 

"ใช่ไง​ พ่อแม่เธอยังไม่รู้เลยว่าเป็นใครแล้วแบบนี้เธอจะรู้สายเลือดตัวเองได้ไง​ เพราะฉะนั้น​ลืมเรื่องอดีตไปซะ​ ตอนนี้เธอคือลูกของเซเวอร์รัส​ สเนป" เลอามองเด็กผมบลอนด์​และยกยิ้มเล็กออกมา อย่างน้อยก็ยังถือว่าไม่ใช่คนที่แย่มากเท่าไร​

 

"ยิ้มอะไร​ เพราะเธอเป็นลูกพ่อทู​ลหัว​ฉันต่างหากฉันถึงยอมเป็นเพื่อนกับเธอ" เมื่อเห็นเด็กหญิงยกยิ้มเดรโกก็อดไม่ได้ที่จะแย้งออกมา

 

"ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยมัลฟอย​ ไม่ต้องรีบแก้ตัวขนาดนั้น" เลอากอดอกมองหน้าลูกชายเพียงคนดียวของเจ้าของคฤหาสน์ที่เธอยืนอยู่

 

"เพื่อนบ้านเธอเรียกนามสกุล​กันหรือไง​ เรียกฉันเดรโกสิ"

 

"โอเค​ เดรโก" ว่าจบเด็กหนุ่มผมบลอนด์​ก็ถือไม้กวาดเดินจากไป​ แต่ยังไม่วายหันมาตะโกนใส่เธอ

 

"ตามมาสิ​ เธอจะยืนคุยกับต้นหญ้าหรือไงยัยเพี้ยน! " เลอาเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างเก็บอารมณ์

เธอขอกลับคำที่ว่าหมอนี้ไม่ได้แย่มาก

 

เด็กสองคนกำลังนั่งเล่นกันอยู่ในศาลากลางส่วนของคฤหาสน์​มัลฟอย​ ​ลมเย็นๆ​ พัดผ่านทำให้พวกเขาไม่ร้อน​ แต่มันก็แค่ร่างกาย

 

"ขนเม่นมันต้องใส่หลังจากเอาหม้อลงตาทึ่ม!!"

 

"เธอค่อยพูดไม่ได้หรือไง! "

 

"ฉันบอกนายรอบที่3แล้วเดรโก"

 

"ฉันทำได้​ แต่ฉันไม่ถนัดพูดอะ! "

 

"ยังจะเถียงอีก" มือเล็กของเลอาบิดหูทายาทมัลฟอยทันที​ เดรโกร้องจ๊าก​ออกมาหูขาวขึ้นสีแดงเล็กน้อย

 

สงครามน้ำลายของเด็กวัย11​ปีสองคนกำลังร้อนระอุเนื่องจากพวกเขามานั่งท่องสูตรน้ำยากันอยู่แต่ความจริงเดรโกอยากไปขี่ไม้กวาดมากกว่าแต่ก็ต้องพับความคิดนั้นใส่กระเป๋ากางเกงไปเมื่อเพื่อนใหม่ของเขาใส่กระโปรงมา​ พวกเราเลยตัดสินใจเล่นหมากรุก​พ่อมดกันแต่ผลปรากฏ​ออกมาว่าเขาแพ้ยัยเด็กตัวเท่าโนมนี่ เขาเลยเปลี่ยนเป็นเกมส์ไล่โนมออกจากสวนโดยที่เราสองคนจะหยิบโนมขึ้นมาแล้วเหวี่ยงให้ไปให้ไกลใครไกลกว่าชนะซึ่งเดรโกคิดว่าเขาชนะแน่นอนแม้เขาจะไม่เคยไล่โนมสักครั้งเพราะมันเป็นหน้าที่ของเอลฟ์ประจำบ้านไม่ใช่คุณชายมัลฟอยอย่างเขาแต่เรื่องกำลังแน่นอนว่าผู้ชายอย่างเขาก็ต้องชนะผู้หญิงแบบเลอาแน่ๆ แต่ผลปรากฎออกมาว่าเขาเป็นฝ่ายแพ้…

 

ซึ่งเขาไม่ชอบแพ้!​ 

 

แพ้! แพ้งั้นเหรอ!

 

เขาคือเดรโก มัลฟอยตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยแพ้อะไรหรือใครทั้งนั้นเพราะฉะนั้นเดรโกจะมาแพ้กับการเล่นเกมส์กับยัยเด็กตัวเท่าโนมในสวนของเขาไม่ได้!!

 

สุดท้ายก็เลยจบด้วยการที่ต้องมานั่งติวสูตรปรุงยาอย่างจำใจ​ แต่พอเขาพูดผิดนิดหน่อยยัยเด็กเตี้ยนี้ก็ดุเขาเสียงดัง​เดรโกไม่รู้เซเวอร์รัสเลี้ยงเธอไก่สดหรือไงถึงได้ดุเหมือนแมวป่าแบบนี้​ ตั้งแต่เดรโกเกิดมาได้​สิบเอ็ดปี​ สาบานต่อหน้ากางเกงในที่ยานที่สุดของเมอร์ลินว่าเขายังไม่เคยโดนทำร้าย​ร่างกายเลยแม้แต่น้อย​ แม่ของเขานาซิสซ่าก็ไม่เคยดุด่าหรือลงมือกับเขาเลยสักครั้งแต่เขาพึ่งรู้จักกับเธอวันแรกก็โดนบิดหูซะแล้ว

ยัยปีศาจ! 

 

"เซเวอร์รัสเลี้ยงเธอด้วยไก่สดหรือไง​ ดุชะมัด" เดรโกพูดอย่างหัวเสีย

 

"นี่นายว่าฉันเป็นจระเข้เหรอ!" เลอาที่ได้ยินแบบนั้นก็ถลึงตาใส่คุณชายมัลฟอยที่นั่งอยู่ข้างๆ

 

"แมวป่าต่างหากล่ะ" เดรโกพลักหัวเล็กอย่างแรงทำให้เธอล้มหัวไปอีกข้าง เมื่อตั้งตัวได้เลอาลุกขึ้นเตรียมที่จะปะทุร้ายคุณชายมัลฟอยอีกครั้งแต่ก็ต้องหยุดความคิดนั้นเมื่อหางตาเธอเหลือบไปเห็นพ่อของเธอเดินมากับเลดี้มัลฟอย​ เลอานั่งลงพร้อมจัดผมเผ้า​ของเธอให้ดีทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมหยิบปากกาขนนก​ราวกับวาดภาพอยู่ การกระทำของเลอาอยู่ในสายตาเดรโกทั้งหมด​เขามองเธออย่างเหลือเชื่อ

โถ่​ ยัยกิ้งก่า​เอ้ย!

 

"แกล้งอะไรเลอาหรือเปล่า​เดรโก" เลดี้มัลฟอยเอ่ยถามลูกชายตัวดีของตนทันที​ เดรโกอยากจะถามแม่จริงๆ​ ว่าเห็นเขาเป็นคนยังไงแล้วยัยปีศาจ​นี้ต่างหากที่รังแกเขา​ เอาหูแดงๆของเขาเป็นพยานได้

 

"เปล่าครับ" แต่นั้นแหละเดรโกก็ตอบได้แค่นี้ 

 

"ไปเลอา​ รบกวนลอร์ดและเลดี้มัลฟอยนานแล้ว" เมื่อได้ยินแบบนั้น​เลอาก็ลุกขึ้นเตรียมที่จะไปหาพ่อของเธอ​ แต่ก็ต้องลงไปนั่งไปเหมือนเดิมเพราะเด็กชายหัวซีดกระชากกระโปรง​ของเธออย่างแรงทำให้เธอเสียการทรงตัว​ เลอาปลายตามองเดรโกก่อนที่จะเตะหน้าแข้งเขาไปแรงๆ​ไปหนึ่งทีก่อนที่จะเดินออกมาจับมือเซเวอร์รัสโดยไม่สนเดรโกที่นั่งเอามือกุ้มหน้าแข้งอยู่

 

"ขอบคุณนะคะซิสซ่าที่หนูแลหนูอย่างดี" นาซิสซ่าเข้าไปกอดเด็กน้อยก่อนที่จะจูบหัวเล็ก​อย่างเอ็นดู เล่นเอาเดรโกที่มองอยู่อยากจะวิ่งไปอ้วกให้รู้แล้วรู้รอดจริงๆ​ เขาอยากจะรู้นักว่าเธอร้ายแค่กับเขาหรือร้ายกับทุกคน​เพราะหลายชั่วโมงที่เขารู้จักเธอ​ เธอร้ายกับเขาแค่คนเดียวขนาดเอลฟ์เอาของมาให้ยังขอบคุณ​ ดูท่าน่าจะร้ายแค่กับเขา

ไร้ความยุติธรรม! 

 

"แล้วมาใหม่นะเลอา" เลดี้มัลฟอยย่อตัวลงบอกกับเด็กสาวด้วยน้ำเสียงหวานช้ำ

 

"ค่ะ​ ซิสซ่า" เลอาตอบรับอย่างมีมารยาท​พร้อมฉีกยิ้มให้เลดี้มัลฟอยอย่างสดใส​

 

"แล้วเจอกัน" ยัยปีศาจ​ คำท้ายได้แต่พูดเบาๆ​ เพราะกลัวนาซิสซ่าจะดุ​ ดูท่าแม่เขาจะหลงยัยปีศาจ​นี่เข้าเต็มเปา แม่เขาตกอยู่ในอำนาจปีศาจเมอร์ลินช่วยด้วย!!!!

 

Talk​ :::

 

อันนี้ไม้ของยัยน้องนะคะเพื่อจินตนาการกันไม่ออก

 

เราได้เปลี่ยนเนื้อเรื่องค่อนข้างเยอะนะคะ พ่อแม่ของเนวิลล์ไม่ได้เสียสตินะคะแล้วเบลล่าทริกซ์มีลูกนะคะ ส่วนอิจเมจเดี๋ยวเราจะจัดหาให้ใหม่นะ 

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าเอ๋? เบลลาทริกซ์ไม่ใช่ผู้เสพความตายหรอคำตอบคือเป็นนะคะ แต่เมื่อพวกคุณนางมีความผิดเนี่ยจะถูกสอบสวนโดยสภาขุนนางซึ้ง……. โอเครหยุดสปอยล์อยากรู้ตามมาอ่านต่อนะคะ5555555555

 

แฮ่มๆ //กระแอ่มไอ วันนี้เรานำเกร็ดความรู้มาฝากทุกคนนะคะ

บรรดาศักดิ์นี้จะได้รับการแต่งตั้งของกษัตริย์เป็นรางวัลเมื่อสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ๆ หรือมีการสืบต่อทางสายเลือด และพระมหากษัตริย์ก็มีอำนาจที่จะถอดยศเหมือนกัน

ขุนนางมี 2 ประเภทนะคะ 1. ขุนนางสืบสกุล 2. ขุนนางตลอดชีพ ขุนนางจะมี 5 ระดับนะคะ

ดยุก / ดัดเชส

มาร์ควิส / มาร์เชอเนส

เอิร์ล / เคาน์เตส

ไวเคานต์ / ไวเคานต์เตส

บารอน / บารอนเนส

ขุนนางตั้งแต่ระดับ 2 - 5 จะเรียกแทนว่าลอร์ด ส่วนผู้หญิงจะแทนว่าเลดี้ ส่วนลูกเราใช้คำว่าทายาทแทนนะคะเพื่อความเข้าใจง่าย และมีอีกหลายอย่างถ้าให้อธิบายหมดก็คงต้องเปิดอีกเรื่องเพื่ออธิบายเลยทีเดียว55555555555 ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับพวกนี้ก็ลองเสิร์ชกู้เกิ้ลดูนะคะ

 

คอมเม้นท์ติชมได้นะคะ ขอบคุณค่าาาาาาาาาาา //ไหว้ย่อ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 201 ครั้ง

198 ความคิดเห็น

  1. #181 Boomshanaphan (@Boomshanaphan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 14:58
    ชอบตอนขโมยไม้เซฟอ่ะน่ารัก5555
    #181
    0
  2. #127 pommier (@apple28012542) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 19:01
    เซฟคือคุณพ่อที่ดีมาก อาจจะแสดงออกไม่เก่ง แต่ก็น่ารักมาก
    #127
    0
  3. #43 Tidvita (@Tidvita) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 09:58
    อ่านแล้วหัวใจรู้สึกฟูฟ่อง (^-^)
    #43
    0
  4. #15 pim110643 (@pim110643) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 12:56

    รอตอนต่อไปค่ะ
    #15
    0
  5. #14 ttn_ (@opal555555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 12:30
    คุณพ่อคนซึน ส่วนน้องเลอาก็น่ารักก นุ่มฟูไปหมด
    #14
    0
  6. #13 Ssoraly (@Ssoraly) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 10:55

    เซเวอร์รัสคนซึนนน

    #13
    0
  7. #12 Nimayu (@nibtn4u) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 10:14
    ต้องเป็นคุณพ่อที่หวงลูกสาวมากๆแน่เลย
    #12
    0
  8. #11 Jamjam- (@Jamjam-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 10:09

    คุณเนปคนซึนนนน แหมหวงน้องก็ไม่บอกก//โดนป๋าเนปตบ น้องเลอาน่ารักเหมือนเดิมค่ะ น้องนุ่มนิ่มมม

    #11
    0
  9. #10 kanimimi2 (@kanimimi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 09:55
    ฟิลกู๊ดมากเลย อุแงง
    #10
    0
  10. #9 My-love (@My-love) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 09:47
    เซเวอรัสหวงน้องแน่เลยงื้ออออ
    #9
    0