[Yaoi : KHR 805918] The Timer.

ตอนที่ 1 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 57


* ไม่รับประกันความสั้น-ยาวของเนื้อหา เพราะไรต์หั่นชาร์ป แบ่งตอนอาจไม่เท่ากัน
** หากเนื้อหา สำนวนต่างๆ การเว้นบรรทัด อ่านแล้วไม่เข้าใจ ก็ขอให้เม้นท์มาได้เลย เพราะไรต์พิมพ์ใน note 8
*** ไรต์อัพฟิคช้านะ แต่ไม่ปิดฟิคจ้ะ ขอบคุณสำหรับการติดตามมาหลายบทความน๊าาา...





Chapter One

 

 

แกร๊กกก กก แกร๊กกก กกก ก....

 

 

เสียงของชอล์คกำลังถูกใช้งานอย่างบรรจงบนกระดานดำในห้องเรียนขนาดย่อม

ตัวหนังสือค่อยๆ ปรากฏทีละตัวอักษรและไม่นานเสียงของการขีดเขียนตัวหนังสือบนกระดานดำก็ยุติลง

 

 

"เอาล่ะๆ เงียบเสียงลงหน่อย อย่างที่พวกเธอเห็นกันบนกระดานดำนะ วันนี้เราจะมีเพื่อนใหม่มาอยู่ร่วมชั้นเดียวกับเรา"

 อาจารย์ประจำชั้นพูดอย่างเสียงแข็งและเสียงดัง จึงทำให้นักเรียนในห้องต่างก็สงบการพูดคุยลง

เพื่อรอดูเด็กใหม่ที่จะเข้ามาร่วมเรียนด้วยกันอย่างตื่นเต้นและใจจดใจจ่อ

 

 

ทันทีที่ห้องเรียนเงียบสงัดขึ้น เสียงประตูห้องเรียนก็ถูกเปิดขึ้นจากภายนอก

และมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามาในห้องจนถึงกลางห้อง

...เขาก็หยุดลงพร้อมกับเงยหน้ามาสบตากับนักเรียนภายในชั้น แล้วค่อยๆ เอ่ยเสียงที่แผ่วเบาหยาบกระด้าง

 

 

"โกคุเดระ ฮายาโตะ"

 

 

ชายร่างบางที่มีผิวพรรณ หน้าตา แตกต่างกับชาวญี่ปุ่นพูดชื่อของตนอย่างสั้นๆ ห้วนๆ

ทำให้ใครหลายคนค่อนข้างจะไม่ชอบกิริยาท่าทางของเด็กใหม่เท่าไหร่นัก

นักเรียนส่วนใหญ่จึงไม่อยากจะต้อนรับเด็กใหม่คนนี้....ทำไมน่ะหรอ?

ก็สังเกตได้จากสายตาหลายคู่ที่บ่งบอกได้ว่า....ไม่ชอบใจเอามากๆ

 

 

"เพื่อนเราคนนี้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาจากอิตาลี แต่เค้าพอมีทักษะการพูดภาษาญี่ปุ่นมาบ้าง

ถ้ายังไงพวกเราทุกคนก็คอยดูแลเพื่อนใหม่ของเราด้วยล่ะ เข้าใจมั้ย?"

 

 

ว่าแล้วทุกคนขานรับคำทันทีหลังจากที่อาจารย์ประจำชั้นพูดจบ

 

 

"จริงสิ ที่นั่งของเธอ.....ข้างๆ ยามาโมโตะว่างใช่มั้ย?"

ผมสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่ออาจารย์เรียกชื่อผมพร้อมกับถามคำถามที่ผมไม่อยากจะได้ยินมันเท่าไหร่

แต่ผมก็ต้องตอบตกลงไปเพราะเห็นแก่เด็กใหม่และอาจารย์ที่มองตาขวางใส่จนผมระแวงขึ้นมา

 

 

"อ่ะ ครับ"

เมื่อบทสนทนาของอาจารย์และผมจบลง เด็กใหม่ผู้มาเยือนญี่ปุ่นก็สาวเท้าตรงมาที่ผมทันที

ทำให้ผมค่อนข้างลุกลี้ลุกลนในการเอากระเป๋าเป้ออกจากโต๊ะข้างๆ ที่มันว่างมาตลอดมาวางบนโต๊ะของผมแทน

 

 

เมื่อโต๊ะข้างๆ มันว่างเปล่าเหลือเพียงแค่โต๊ะกับเก้าอี้ที่ไร้สัมภาระของผม

เด็กใหม่จึงนั่งลงทันทีอย่างหน้านิ่งพร้อมกับหยิบสมุดโน็ตและหนังสือเรียนขึ้นมา

 

 

นี่เขาแทบจะไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยซักนิด คำขอบคุณหรือคำฝากตัวก็ไม่มีแม้แต่ประโยคเดียว

เป็นคนประเภทไหนกันแน่ ผมไม่ค่อยชอบคนนิสัยแบบนี้เท่าไหร่

เพราะมันทำให้เสียอารมณ์แถมหงุดหงิดอีกต่างหาก

 

 

เมื่อเด็กใหม่มานั่งเรียนข้างๆ ผม ความรู้สึกมันเริ่มแย่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...

 

 

'บรรยากาศ...มาคุ...'

เห้ออออ...ผมต้องอดทนกับนักเรียนใหม่ที่มีลักษณะเย็นชาคนนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันนะ โชคไม่ดีเลย

 

 

"จะจ้องชั้นอีกนานมั้ย?"

เสียงของนักเรียนใหม่ทักขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่พอใจ
เขากระแทกเสียงใส่ผมพร้อมกับมองจิกๆ ด้วยความเกลียดขี้หน้าอย่างเห็นได้ชัด

 

 

'แย่ล่ะ....ดันเผลอไปจ้องนาน คงจะเสียมารยาทเค้าสินะ'

 

 

"..ขะ ขอโทษๆ ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะจ้อง แต่พอดีชั้นไม่คุ้นน่ะ"

เมื่อผมพูดประโยคขอโทษพร้อมกับยิ้มแห้งๆ
เขาก็เลิกสบตาด้วยความรู้สึกเกลียดขี้หน้าผมแล้วหันไปที่หน้าห้องเหมือนเดิม

 

 

......ผมโคตรอึดอัดเป็นบ้า!......

 

 

ผมน่ะ ชอบนั่งคนเดียวก็จริง แต่เรื่องเพื่อนฝูง อัธยาศัย หรือมนุษยสัมพันธ์ล่ะก็...
ผมมีมากกว่าเด็กใหม่คนนี้ก็แล้วกัน

ที่ผมมานั่งคนเดียวเพราะผมเป็นพวกคนที่ปฏิเสธคนไม่เก่งเท่าไหร่ เกรงใจคนรอบข้าง

มันจึงทำให้ผมไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองนัก




โต๊ะข้างๆ ผมมันว่างมาหลายปี จนในที่สุด...มันก็ไม่ว่างอีกแล้ว

ถึงจะไม่ว่าง อย่างน้อยก็ขอให้คนที่มานั่งข้างๆ พูดคุยบ้าง ยิ้มบ้าง ก็ยังดี

แต่นี่มัน.....มาคุชัดๆ! หยิ่ง! แถมไม่พูดไม่จาอะไรซักคำ! โคตรแย่จริงๆ เลยแหะ...

 

 

กรี้งงงงงง....

 

 

เสียงออดโรงเรียนของผมดังขึ้นเป็นสัญาณเตือนบอกเวลา

เมื่อเข็มยาวและเข็มสั้นชี้เลข 12 พร้อมกัน มันจะดังเพื่อบอกเวลาในโรงเรียน

 

 

'เที่ยงแล้วหรอ....ไวเหมือนกันแฮะ เวลาเดินเร็วๆ นี่ดีจัง ความอึดอัดของผมก็จะจบเร็วด้วย'

 

 

นักเรียนทุกคนในห้องต่างรีบลุกจากโต๊ะเรียนของตนแล้วออกไปโรงอาหารอย่างรีบร้อน

เพื่อไปนั่งทานข้าวพร้อมกับเพื่อนๆ เพื่อจะพูดคุยสังสรรค์และผ่อนคลายจากการเรียนในแต่ละคาบ

 

 

ผมน่ะแปลกอยู่นิดหน่อย ถึงจะบอกว่ามีเพื่อนฝูงเยอะ แต่ผมก็ไม่ค่อยจะรีบร้อนอะไรตามเพื่อนๆ มาก

เพราะผมชอบทำอะไรแบบเรื่อยๆ ไม่ถึงกับอืดอาดนะ แบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า

 

 

คนที่นั่งข้างๆ ตัวผม ดูเหมือนจะไม่ชินกับสภาพการเรียนในญี่ปุ่นแหะ

เขานั่งเท้าคางชันก้บโต๊ะของตัวเอง สายตาเอาแต่มองไปนอกห้องไปๆ มาๆ แล้วก็ฟุบกับโต๊ะลงไป

 

 

....คงจะรู้สึกเบื่อรึเปล่า?

 

 

เอายังไงดีล่ะ จะชวนไปกินข้าวด้วยกันดีมั้ยนะ? หรือจะพาทัวร์โรงเรียนดีล่ะ?
ไม่สิ...เค้าอาจจะอยากอยู่คนเดียวก็ได้ล่ะมั้ง?




รู้สึกในใจผมมันเริ่มลนลานเล็กน้อยแล้วสิ ก็บอกแล้วไงว่าผมมันเป็นคนที่พวกเกรงใจคนอื่น

แถมนี่ยังเป็นเด็กใหม่อีก มันช่าง.....หนักใจอะไรแบบนี้

 

 

"ยามาโมโตะคุง ไปกินข้าวด้วยกันเถอะ~"

เสียงของเพื่อนสนิทร่วมชั้นของผม เรียกผมขึ้นมาพร้อมกับเดินมาหาถึงโต๊ะของผม

 

 

'สึนะ นายช่างมาได้ถูกจังหวะจริงๆ!!'

ความคิดที่ผมกำลังกังวลในใจก็หลุดไปทันทีแล้วหันไปคุยกับเพื่อนชายที่ผมสนิทมาตั้งแต่เด็กๆ

 

 

"โอ๊สสส~ ไปสิ"

ผมรีบตอบตกลงทันทีที่เพื่อนของผมมาชวนผม จังหวะดีอะไรแบบนี้นะ

ว่าแล้วผมก็ลุกขึ้นจากที่นั่งของตนแล้วเดินไปหาสึนะที่ยืนรอไม่ไกลนัก

 

 

"นี่ๆ...ชั้นว่านะ เราชวนโกคุเดระไปทานข้าวกับเราด้วยดีมั้ย? มาใหม่แบบนี้คงไม่คุ้นกับโรงเรียนในญี่ปุ่นหรอกเนอะ"

ฮร้าาา....ผมว่าแล้วว่าเพื่อนแสนใจดี มีเมตตาคนนี้ต้องพูดประโยคนี้ขึ้นมา

แทงหวยไม่เคยถูก แต่เดาความคิดล่ะแม่นเป๊ะจริง

ถึงผมจะไม่ชอบเด็กใหม่เท่าไหร่ แต่จะปล่อยทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียว ก็ใจร้ายใจดำเกินไปแหละนะ....ชวนก็ชวน

 

 

"นั่นสินะ เราไปชวนเค้ามาทานข้าวกับเราก็แล้วกันเนอะ"

สุดท้ายผมก็ต้องใจอ่อนเพราะความดีที่เพื่อนของผมตั้งใจจะช่วยใครซักคน
มันทำให้ผมอยากช่วยอย่างไม่มีสาเหตุ 
ทั้งๆ ที่ผมก็ไม่ได้อยากจะทำเท่าไหร่นัก

 

 

"เอ่อ....นี่....โก..โกคุเดระคุง..."

สึนะพยายามเดินเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับตะแคงหน้าเรียกชื่อของเด็กใหม่อย่างตั้งใจ

ผมเห็นแล้วต้องบอกเลยว่า 'นายช่างโคตรเป็นคนดีเลย สึนะ'

 

 

ร่างบางที่นอนฟุบกับโต๊ะก็ค่อยๆ เงยหน้าพร้อมกับสบตาเพื่อนของผมอย่างจริงจัง

....จะโมโหรึเปล่าที่ไปปลุกเค้าน่ะ?

 

 

"...มีอะไร?"

ตอบแบบห้วนๆ น่าหมั่นไส้จริงๆ เด็กใหม่คนนี้
นี่ถ้าไม่เห็นแก่เพื่อนของผมที่พยายามจะช่วยเด็กใหม่คนนี้ล่ะก็
ผมคงจะลากเพื่อนผมออกไปจากห้องนี้แล้วล่ะ

 

 

"เอ่อ...คือว่า...คือว่านะ โกคุเดระคุง จะไปทานข้าวกับพวกเรามั้ย?"

สึนะพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ เด็กใหม่ที่จ้องมองด้วยสายตาแสนเย็นชา

เขามองสึนะแล้วก็มามองตัวผมที่ผมกำลังฝืนยิ้มแหยๆ แล้วเขาก็ฟุบลงไปกับโต๊ะเหมือนเดิม

 

 

'คนอะไรว่ะ เย็นชาไม่พอ ทำนิสัยเสียใส่เพื่อนผมอีก!'

ผมหัวเสียมากกับพฤติกรรมที่แย่ๆ ของเด็กใหม่
ถ้าผมชวนคนเดียวแล้วเค้ามาทำท่าทางกับผมแบบนี้ ผมคงทิ้งเค้าไว้แล้วเลิกคุยด้วยไปแล้วล่ะ

 

 

"เอ่อ....โกคุเดระคุง..?"

ความพยายามของสึนะยังไม่ลดละที่จะผูกมิตรกับเด็กใหม่ แต่รู้มั้ยว่ามันกลับทำให้ผมชักอารมณ์บูดมากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

"สึนะ อย่าไปกวนเค้าเลย เค้าอาจจะอยากอยู่คนเดียวก็ได้"

ผมรีบพูดตัดบททันทีที่เห็นความพยายามแสนจะทิ้งเปล่าของเพื่อนสนิทผม

เหมือนมันเสียเวลามากกว่า

 

 

นี่ผมพูดไว้หน้าเค้านะว่า อาจจะอยากอยู่คนเดียว แต่ใจผมนะอยากจะบอกว่า

ปล่อยคนนิสัยเสียแบบนี้ไว้ที่นี่แหละ ซะมากกว่าด้วยซ้ำไป

 

 

"..ต ตะ แต่...แต่ว่า...ชั้นอยากเป็นเพื่อนกับโกคุเดระคุงนะ!"

ผมสะอึกกับคำพูดที่จริงและสีหน้าที่ดุดันของเพื่อนผม
น้อยครั้งที่สึนะจะทำเสียงแข็งใส่ผมแถมยังทำหน้าตาที่ค่อนข้างดุใส่ผม

มันทำให้ผมยืนทื่อจนพูดอะไรไม่ออกเลยซักคำ

 

 

และอีกด้านที่มีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับ ร่างบางที่นอนฟุบกับโต๊ะก็ค่อยๆ ปรือตาแล้วเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับลุกขึ้นจากที่นั่งของตน

 

 

"ก็ได้ ชั้นจะไปทานข้าวกับนาย"

เด็กใหม่พูดด้วยเสียงเรียบๆ ขึ้นมาท่ามกลางความอะเมซิ่งของชายทั้งสองที่พยายามจะชักชวน

 

 

"จ จริงหรอ! ขอบใจนะที่นายจะไปด้วยกันน่ะ"

 

 

"....ไม่เป็นไร"

เพียงแค่ร่างบางรับคำสั้นๆ มันทำให้สึนะยิ้มแก้มปริพร้อมกับรีบชวนโกคุเดระออกจากห้องเรียนอย่างขมักเขม้น

 

 

ความดีของเพื่อนผมมันสุดยอดไปเลยแหะ ผมแทบจะไม่เชื่อว่าสึนะจะสามารถพูดคุยกับคนไร้มนุษยสัมพันธ์คนนี้ได้ด้วยน่ะ

แถมยังพาออกมาจากห้องเรียนได้....นายเทพมาก สึนะ!

 

 

"เอ่อ...โกคุเดระคุง...ชอบทานอะไรหรอ?"

สึนะเริ่มเปิดคำถามระหว่างที่พวกเรากำลังเดินไปตามระเบียงชั้นเรียนเรื่อยๆ

คงจะไม่อยากให้เด็กใหม่เบื่อสินะ

 

 

"....."

คนเค้าถามก็ยังจะทำหน้านิ่งไม่ตอบอะไร นี่เค้าเป็นคนประเภทไหนกันแน่เนี่ย ผมไม่ชอบเลย

 

 

"เอ่อ ชั้นถามมากไปรึเปล่า?"

นายไม่ได้ถามมากไปหรอกสึนะ แต่เด็กใหม่คนนี้นั่นแหละที่แทบจะไม่พูดไม่จาไม่ถามอะไรเลยมากกว่า!

 

 

"ไม่รู้สิ..."

ร่างบางตอบอย่างสั้นๆ พร้อมกับเดินตามข้างสึนะไปเรื่อยๆ

 

 

"งั้นหรอ นายคงจะไม่ชินกับญี่ปุ่นสินะ"

 

 

"....."

 

 

"นี่...สึนะ ชั้นว่าเราอย่าเพิ่งไปเซ้าซี้อะไรเค้ามากเลยดีกว่าน่าา"

ผมล่ะเหลืออดกับท่าทางของเด็กใหม่คนนี้จริงๆ มันทำให้ความดีของเพื่อนผมหมดค่า แถมยังเสียความรู้สึกอีก

 

 

"..นั่นน่ะสินะ ขอโทษนะ โกคุเดระคุง"

 

 

"...อืม..."

ยามาโมโตะจึงพยายามตัดบทสนทนานี้ลง เพราะพวกเขาทั้งสองนั้นต่างก็ทำอะไรไม่ถูก

เนื่องจากโกคุเดระแทบจะไม่แสดงอาการอะไรออกมาให้เห็น และการพูดจาสนทนาก็น้อยมาก

 

 

ทั้งสามคนจึงเร่งฝีเท้าทีละนิดๆ เพื่อไม่ให้เกิดบรรยากาศตึงเครียดหรือมาคุนั่นแหละ

จนในที่สุด จุดหมายปลายทางก็ถึง...

 

 

"นี่คือ โรงอาหารของเรานะ โกคุเดระคุงจะเข้าไปทานข้างในมั้ย?"

พวกเราหยุดลงที่หน้าห้องอาหารขนาดใหญ่ เพื่อรอคำตอบจากเด็กใหม่ที่จ้องมองด้วยสายตาที่บอกได้ชัดเจนว่า ไม่ชอบใจนัก

 

 

"ไม่ล่ะ ชั้นไม่หิว ขอบคุณ"

เมื่อร่างบางพูดจบแล้ว เขาก็รีบปลีกตัวเดินแยกออกไปจากสึนะและยามาโมโตะทันที

 

 

นั่นไง...ท่าทางจะไม่ชอบคนเยอะๆ คนประเภทนี้ชอบอยู่คนเดียวจริงๆ ด้วย

ชั้นกะไว้แล้วว่าสึนะคงจะชวนออกมาได้ไม่นานเขาก็ต้องไปอยู่คนเดียวจริงๆ เสียแรงเปล่าชะมัด

 

 

"...ด เดี๋ยวสิ! โกคุเดระคุง"

โห่ยๆ สึนะ นายจะพยายามเพื่อคนแบบนี้ทำไมกันล่ะเนี่ยะ จะไปเรียกรั้งเค้าทำไมกันล่ะ

ในเมื่อเค้าปฏิเสธความหวังดีของเราแล้วไม่ใช่รึไง ทำไมนายช่างเป็นพ่อพระแบบนี้
ชั้นนี่โชคดีที่มีเพื่อนแบบนี้ ซึ้งเลย...พระเจ้าครับ!

 

 

"คือ...ถ้านายไม่ชอบคนเยอะๆ..."

 

 

"ไม่เป็นไร ชั้นอยากอยู่คนเดียว"

ร่างบางรีบพูดตัดบทขึ้นมาทันที เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องพูดมากมาย พร้อมกับเตรียมที่จะสาวเท้าเดินหนี

ทว่าความพยายามของสึนะยังคงไม่ลดละ สึนะยังพยายามพูดเพื่อให้เด็กใหม่มาทานข้าวกับตน

....เพราะเขาเป็นห่วงโกคุเดระ

 

 

"เดี๋ยวนายก็หิวหรอก โกคุเดระคุง"

เด็กใหม่ชะงักขาอย่างตกใจ แล้วหันไปตั้งคำถามใส่ชายที่กำลังตื้อตนเองด้วยความสงสัย

 

 

"...นาย...ชื่ออะไร?"

 

 

"ชั้นหรอ อ๋อ...ซาวาดะ สึนะโยชิ เรียกชั้นว่า สึนะ ก็ได้นะ"

เมื่อร่างบางได้รับคำตอบ เขาก็ยืนมองหน้าสึนะได้อยู่ครู่หนึ่งพร้อมกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง

 

 

'ซาวาดะ สึนะโยชิ? คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนนะ...'

 

 

เด็กใหม่ยืนนิ่งได้ระยะนึงเขาก็รีบกระตุกความคิดของตนเอง

แล้วรีบพูดกับชายที่กำลังพยายามพูดรั้งตนเองเพื่อไม่ให้เขาเสียเวลาเปล่า

 

 

"ขอบคุณมากที่เป็นห่วง แต่ชั้นดูแลตัวเองได้"

ทันทีที่โกคุเดระพูดจบ เขาก็หันหลังและเดินออกไปจากหน้าสึนะที่ยืนมองเขาด้วยรู้สึกเสียดาย

 

 

รู้มั้ยว่าผมยืนมองการสนทนาของสองคนนี้ มันทำให้ผมเริ่มไม่ชอบหน้าเด็กใหม่ขึ้นอย่างจริงจังทุกทีๆ

 

 

"..ว้าา..ไปซะแล้วสิ แย่จังเลยนะ"

ผมทนเห็นเพื่อนผมต้องยืนเสียความรู้สึกไม่ได้หรอกนะ เพื่อให้เพื่อนที่แสนดีของผมกลับมาร่าเริงอีกครั้ง

ผมจึงเดินเข้าไปตบบ่าแล้วลากเข้าไปกินข้าวด้วยกันจะดีซะกว่า

 

 

"ปล่อยไปเถอะ อย่าไปคิดมากกับคนแบบนี้เลยนะ กินข้าวกันดีกว่า ชั้นหิวแล้วล่ะ"

ผมค่อยๆ ดันตัวเพื่อนของผมไปที่ห้องอาหารพร้อมกับพยายามยิ้มและทำตัวให้เขารู้สึกผ่อนคลายลง

 

 

สึนะจึงเดินตามผมเข้าไปในโรงอาหารที่มีนักเรียนแน่นมากมาย
และพวกเราก็มานั่งบริเวณโต๊ะว่างๆ หลังจากซื้ออาหารเสร็จแล้ว

 

 

พวกเรานั่งลงและเริ่มลงมือทานข้าวเที่ยงไปเรื่อยๆ

จนกระทั่ง สึนะทักผมขึ้น ทำให้ผมหยุดทานข้าวแล้วฟังเพื่อนผมที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างด้วยความสงสัย

 

 

"นี่...ยามาโมโตะ.."

 

 

"มีอะไรหรอ?"

 

 

"ชั้นว่า โกคุเดระคุงน่ะ..."

เอาอีกแล้ว พูดถึงเด็กใหม่ที่ผมเซงๆ คนนั้นอีกแล้ว นายติดใจอะไรกับคนแบบนั้นนักหนานะ

 

 

"...ทำไมหรอ?"

 

 

"ไม่รู้สิ ชั้นว่า...ชั้นคุ้นๆ ชื่อของโกคุเดระคุงนะ"

 

 

"คุ้นๆ หรอ?"

นายจะคุ้นได้ยังไงสึนะ? คนอย่างนายไม่น่าจะมีเพื่อนแบบนั้นได้หรอกนะ

ถึงจะมีแต่ก็น่าจะจำได้สิ แต่นี่กลับเมินเฉย ชั้นว่านายต้องเข้าใจผิดแน่ๆ

 

 

"อื้อ เหมือนเคยมีคนพูดกับชั้นน่ะ แต่ชั้นก็ลืมไปแล้วด้วยสิ"

เพื่อนผมพูดไปพร้อมกับทำหน้าสงสัยกังวลใจเอาเรื่องพอสมควร

 

 

อาาา....เปลี่ยนเรื่องดีกว่า เดี๋ยวสึนะจะคิดมากอีก แค่เด็กใหม่แย่ๆ คนนั้นผมก็เซงสุดจะทนอยู่แล้ว

ถ้าเพื่อนผมคิดมากเพราะเด็กใหม่คนนั้น ผมคงจะเสียความรู้สึกเอามากๆ เลยแหละ

 

 

"ฮ่าๆ งั้นก็ช่างมันเถอะนะ เรากินข้าวให้เสร็จแล้วไปที่ห้องกันดีกว่าเนอะ"

 

 

"อื้อ นั่นสินะ"

ในที่สุด สึนะก็ยิ้มรับคำแล้วนั่งทานข้าวที่เหลือต่อ

 

 

ผมลำบากใจจริงๆ ที่ดันมาเจอคนแบบนั้น แล้วทำให้เพื่อนของผมต้องมาเป็นห่วงไม่เข้าท่าแบบนี้

 

 

ครืนนนน นนนน

 

 

เสียงโทรศัพท์ของสึนะสั่นขึ้นมาในระหว่างที่พวกเรากำลังเดินออกไปจากโรงอาหารพอดี

ทำให้เพื่อนของผมกระตุกชายเสื้อของผม จึงทำให้ผมหยุดเดินแล้วหันมาสนใจกับเทคโนโลยีเคลื่อนที่ของเพื่อนผมตามๆ กัน

 

 

"ยามาโมโตะ แป๊ปนึงนะ เหมือนจะมีข้อความเข้าน่ะ"

 

 

"ข้อความหรอ?"

 

 

"อื้อ แต่ใครส่งมาตอนนี้กันนะ"

 

 

- ซือคุง แม่ขอรบกวนลูกหน่อยนะ ตอนนี้มีญาติเรามาหาที่บ้านกำลังรอที่หน้าประตูน่ะจ้ะ

แม่อยากให้ลูกช่วยมาดูแลญาติเราตอนนี้ได้มั้ยจ๊ะ แม่อยู่ข้างนอกแถมวันนี้กลับค่ำด้วยสิ

แม่วานลูกหน่อยนะ ซือคุง แล้วคืนนี้แม่จะรีบกลับบ้านนะลูก -

 

 

"แย่ละ มีญาติมารออยู่ที่หน้าบ้านตอนนี้ด้วยสิ! วันนี้แม่ไปทำธุระด้วยนินา.."

สึนะพูดด้วยสีหน้าที่ตกใจอย่างมากเมื่ออ่านข้อความเสร็จ เพื่อนผมลนลานจนหน้าเสีย
ทำให้ผมต้องรีบพูดช่วยแก้ปัญหาขึ้นมา
เพื่อดึงสติของเพื่อนผมที่กำลังทำหน้าเครียดไม่น้อย

 

 

"เอางี้...นายรีบไปที่บ้านเถอะนะ คาบบ่ายเรียนง่ายๆ เดี๋ยวชั้นจะจดเลคเชอร์ไว้ให้

สึนะ นายรีบไปที่บ้านเถอะนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องเลคเชอร์หรอก"

เมื่อสึนะได้ยินเพื่อนเขาพูด จึงสงบตัวลงแล้วเปลี่ยนอิริยาบสทันทีที่ได้ยินประโยคของยามาโมโตะ

 

 

"..ขอโทษทีนะ ขอรบกวนเรื่องจดเลคเชอร์แล้วก็ฝากดูแลโกคุเดระคุงด้วยนะ ยามาโมโตะ"

 

 

'เห้ยยยย! ฝากดูแลเด็กใหม่คนนั้นงั้นหรอ? หมายความว่าไงเนี่ยะ'

ผมยืนผงะไปครู่หนึ่งหลังจากที่ได้ยินประโยคที่ไม่น่าจะหลุดปากจากเพื่อนสนิทของผม

....งานเข้าอย่างแรงเลยล่ะ แล้วทำไมต้องมาฝากดูเด็กใหม่คนนั้นด้วย?

แต่ผมก็ไม่อยากจะปฏิเสธเพื่อนคนนี้ด้วยสิ เพราะสึนะเป็นคนที่ดีกับผมมาตลอด เอาว่ะ! แค่วันนี้วันเดียวเอง!

 

 

"...อื้อ วางใจชั้นเถอะ นายรีบไปที่บ้านดีกว่า สึนะ"

 

 

"ขอบใจมากเลยนะ ยามาโมโตะ!"

และแล้วเพื่อนของผมก็รีบวิ่งไปที่ห้องเรียนเพื่อกลับไปเอากระเป๋านักเรียน

พร้อมกับออกไปจากโรงเรียนเพราะเหตุความบังเอิญที่ทำให้เขาต้องไปรับงานจากที่บ้านอย่างช่วยไม่ได้

 

 

'แล้ว....เอาไงต่อล่ะ'

 



-- Talkingggg --

อย่าเขวี้ยงสิ่งของ กะละมัง หม้อ ไหปลาร้ามาใส่ไรต์นะ!!
รู้ว่าผิดที่ขึ้นฟิคให้หนูก๊กเป็นคนเย็นชา แล้วยามะก็ไม่ชอบน่ะ 5555 *ร้อนตัวแพพ*
ขอให้ติดตาม แล้วจะเข้าใจเรื่องราวเอง =w=
ดูจากหัวเรื่องก็รู้ว่า 805918 ใครคือพระเอก พระรอง 5555
เปล่าสปอย! แค่บอกให้รู้เฉยๆ ค่ะ //โดนยิงกระหน่ำ
ท่านฮิกว่าจะออกโรงก็ปาไปตอนที่ 10 กว่านะ อันนี้ต้องบอกก่อน เดี๋ยวหาว่าลืมมมม

ขอแก้จาก 25 chapters เป็น infinity นะคะ
//ยังลงเรื่องจบไม่ได้ เพราะสะดุดการต่อเรื่อง (เรียนมาราธอนซัมเมอร์นั่นเอง - -)

ขอบคุณแฟนๆ ที่เคยติดตาม เรกิยังไม่โฆษณาเหมือนคนอื่นเพราะยังไม่พร้อมมาก
ไว้จะโฆษณาทีเดียวพร้อมกับทุกบทความ 55555 (ทำนองแบบ สึนามิมาเอง)


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #13 KITZTIE.8059 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 00:38
    ไม่เคยอ่านฟิคที่ยามาโมโตะนินทาโกคุเดระในใจเลยค่ะ ตลกจริงๆ 55555555' แต่จะว่าไปหนูก๊กก็ซึนจริงๆน้า ประหม่าล่ะสิ *ลูบหัว//โดนตื้บ 

    ฟิคน่ารักมากค่ะ อ่านเพลินเลย รู้สึกลื่นไหลมาก 
    #13
    0
  2. #9 {Tsunayoshi-} (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 10:58
    โอ้โหห..ไม่ถูกชะตาตั้งแต่เจอกัน -.-
    แล้วเหตุไฉนหนูก๊กคุงถึงเย็นชา !! โอ้พระเจ้า Orz..
    คู่กะยามะไม่เท่าไหร่นะ แต่ท่านฮิ .. ท่านฮิเย็นชา หนูก๊กก็เย็นชา...หวังว่าจะไปรอด Omg..
    แต่เชียร์ยามะก๊ก ท่านฮิเป็นของหนูซือ #ผิดสุดๆ
    #9
    0
  3. #6 mina.mimi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 21:23
    เปิดมาก็ไม่ถูกชะตากันเลยอ่ะ ยามะไม่ชอบโกคุจังอ่ะ ทำไมอ่ะ ทำไม?
    ทำไมแต่งแบบนี้คะ!!!! #เขวี้ยงระเบิดไปหาพี่เรกิ
    #6
    0
  4. #2 Ren -[ตัวตนของความตาย]- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2557 / 22:50
    สามพีสุดยอด!!!!!!!! #นั่งฟินนอนฟินรอตอนต่อไป
    #2
    0