[Fic] DC Bat family (AllTim)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,336 Views

  • 80 Comments

  • 75 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    64

    Overall
    2,336

ตอนที่ 7 : Cross the time to find love 4 เปิดใจแค่เพียงเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    14 พ.ค. 61


Cross the time to find love

ข้ามกาลเวลาตามหารัก

Jason x Tim


ตอนที่ 4  เปิดใจแค่เพียงเธอ
________________________________________







 

ทิมกับเจสันกลับมาที่บ้านทันทีหลังจากเกิดเรื่องที่ร้านขนมปัง  ทิมเดินกอดซองขนมปังมานั่งที่โซฟาตัวเดิม... ทำไมขนมปังกลับมาได้น่ะเหรอ  ก็หลังจากเจสันพาทิมกลับเข้าร้านชายชรา เจสันก็จัดการฝากชายชราไปซื้อขนมปังมาใหม่นั่นเอง เหตุผลเพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

ปัจจุบันทั้งคู่ยังคงเงียบใส่กัน เจสันยืนพิงเสาบ้านมองทิมที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล  ร่างเพรียวยังคงสีหน้ารู้สึกผิดจนเจสันเริ่มใจอ่อนไม่กล้าดุใส่  เจสันเดินเข้าไปหาทิม ทำเอาร่างเพรียวทำตัวไม่ถูก  ร่างสูงเอื้อมมือหยิบซองขนมปังออกจากอ้อมกอดทิมไปวางบนโต๊ะอาหารก่อนจะกลับมายืนกอดอกที่เดิม

 

แกออกไปข้างนอกทำไม   ร่างสูงเป็นคนทำลายบรรยากาศเงียบในที่สุด  แม้จะรู้คำตอบก็ตามแต่ภายในใจอยากได้ยินจากร่างพรียวมากกว่า

 

ฉัน...   ทิมเลิกลั่กหลบตาจนเจสันขมวดคิ้วเพราะหงุดหงิด 

 

เอาความจริง   เจสันขึ้นเสียงจ้องทิมไม่กระพริบจนร่างเพรียวเหงื่อตก

 

ทิมเม้มปากเป็นเส้นตรง จากที่หน้าซีดกลายเป็นเริ่มขึ้นสี  ร่างเพรียวหลับตาพูดเพื่อหลบสายตาเรียวคม  ฉันอยากให้คุณหายโกรธ...

 

โดยการล่อด้วยของกินกับฉันงั้นเรอะ!   เจสันขึ้นเสียงโดยไม่รู้ตัว แท้จริงหัวใจร่างสูงกำลังพองโตด้วยความดีใจ

 

ทิมหน้าเริ่มแดงระเรื่อมากกว่าเดิม  กะ ก็  ฉันคิดว่ามันจะได้ผลน่ะสิ   ทิมหลบหน้าหนีเจสันราวกับเด็กง้องอน  ซึ่งในสายตาร่างสูงมันน่ารักเสียเหลือเกิน

 

อืม  มันก็ได้ผลอยู่นิดๆล่ะนะ  แต่เจสันไม่พูดหรอก...  ร่างสูงแอบยิ้มมุมปากในตอนทิมไม่ทันเห็น แต่แวบเดียวเจสันก็เก๊กหน้าขรึมต่อ  “ แกยอมเสี่ยงกับเรื่องไร้สาระแบบนี้  แกมันโง่จริงๆ ไอเตี้ย   เจสันถอนหายใจ

 

ทิมแอบมองค้อนเจสันด้วยใบหน้าขึ้นสี  ก็ได้  คราวหน้าฉันจะไม่ทำอีก   ร่างเพรียวพูดเสียงเบาปนน้อยใจ ทั้งที่เขาอุสาเสี่ยงอันตรายไปซื้อของชอบอีกฝ่าย แต่กลายเป็นโดนมองว่าเป็นตัวสร้างปัญหาเนี่ย ไม่น้อยใจก็ให้มันรู้ไป

 

... 

 

...   

 

ทั้งสองกลับมาสู่ความเงียบอีกครั้ง  เจสันจึงใช้เวลานี้พินิจพิจาราณาเหตุการณ์ตอนเขาไปช่วยทิมจากพวกเร่ร่อน  พลันภาพทักษะต่อสู้ที่พริ้วและคล่องแคล่วแล่นเข้ามาในหัว  แกไปฝึกการต่อสู้แบบนั้นมาจากไหน

 

ทิมทำหน้าฉงนก่อนจะร้องอ้อเหมือนเพิ่งนึกได้  หมายถึงตอนที่ฉันสู้กับพวกข้างถนนน่ะเหรอ...   ร่างเพรียวเหมือนจะพูดต่อแต่ก็ชะงักไป  ใบหน้าหวานเริ่มแสดงความวิตกอีกครั้ง

 

...  เจสันไม่พูดอะไรต่อเพื่อรออีกฝ่ายยอมบอกเอง

 

ไว้เมื่อคุณเปิดใจเมื่อไหร่ฉันจะบอก   ร่างเพรียวเอ่ยด้วยท่าทีเหนื่อยใจ  ทิมรู้อยู่แล้ว หากบอกความจริงไปเจสันคงไม่เชื่ออยู่ดี  แต่คราวนี้ทิมคงมองผิดไป

 

ฉันว่าฉันพร้อมแล้ววะ  รีบๆเล่าเรื่องของแกมาให้หมด  

 

ฮะ??   ทิมหันขวับด้วยความตกใจ แทบไม่เชื่อหูตัวเอง

 

 

เจสันเดินไปยกเก้าอี้ไม้จากโต๊ะอาหารมานั่งกอดอกอยู่ตรงหน้าทิม

เอ้า เร็วสิเว้ย​  อย่าชักช้า   สีหน้าจริงจังของเจสันที่ทิมไม่เคยเห็นมาก่อนทำเอาทิมชั่งใจอย่างสูง

 

 ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานก่อนจะเป็นทิมที่หลับตาถอนหายใจหมดหนทาง ก็ได้  คุณขอเองนะ อย่าตกใจจนช็อคแล้วกัน...

 

ทิมเล่าจุดเริ่มต้นตั้งแต่ว่าเขาเป็นใคร มาจากที่ไหน โลกปัจจุบันของเขาเป็นอย่างไร  ความสามารถด้านการเรียนของทิม  สาเหตุที่ทำให้ทิมมาอยู่ที่แห่งนี้ พิพิธภัณฑ์  ภาพสีน้ำมันของเจสัน ชายสวมสูทที่นำทางทิม  แต่ทิมไม่ได้เล่าเรื่องการสืบสวนของเขา  ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นนักสืบ... ทิมบอกพียงว่าเขาชอบกฏหมายและคดีฮาญา  ก็นะ  เรื่องแบบนั้นไม่สมควรเล่านี่นา  หากเล่าจะยิ่งทำให้เจสันไม่ไว้ใจเขารึเปล่า  เพราะมันอาจทำให้เขานึกถึงบรูซ  ยังไงทิมก็ขอภาวนาให้เขาไม่ต้องใช้ทักษะพวกนี้ในเร็ววัน  อย่างน้อย ก็จนกว่าเจสันจะเชื่อใจเขาแบบเต็มร้อนน่ะนะ

 

เรื่องมันก็มีเท่านี้แหละ   ทิมโล่งใจที่ในที่สุดเขาก็ได้บอกความจริง(เกือบ)ทั้งหมดเสียที  แต่สายตาเจสันกลับไม่เป็นเช่นนั้น

 

... แกยังเล่าไม่หมด   ร่างสูงกล่าว

 

ทิมหน้าเหวอไปไม่เป็น ฉันเล่าหมดแล้วนะ!   ร่างเพรียวมั่นใจว่าเขาแสดงท่าทางเป็นธรรมชาติที่สุดแล้ว  หรือว่าเรื่องที่เขาแถเรื่องทักษะศิลปะการต่อสู้ของตนว่ามาจากการฝึกฝนเองมันไม่เนียนกันนะ?

 

เจสันยังคงใบหน้าเรียบเฉย  ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ตรงดิ่งมายังร่างเพรียว  เจสันเอาแขนจับพนักพิงโซฟาคร่อมร่างทิมที่ยังนั่งอยู่ปิดกั้นทางหนี  ใบหน้าคมลดระยะห่างจากหนึ่งช่วงแขนเหลือเพียงเขตปลอดภัยระหว่างประจมูกพอให้ทั้งสองได้มองใบหน้ากันและกัน  ถึงจุดนี้ร่างเพรียวช็อคจนไม่กล้าขยับแม้แต่กระพริบตาแล้ว  มือหนาเอื้อมไปล้วงบางอย่างในกระเป๋าเสื้อโค้ททิม  ปรากฏนาฬิกาพกเรือนงามของทิม  แล้วนาฬิกานี่มันอยู่กับแกได้ยังไง   เจสันจ่อนาฬิกาตรงหน้าทิม

 

นั่น มันแค่นาฬิกาที่ได้เป็นของแถมตอนไปพิพิธภัณฑ์เท่านั้นเอง   ทิมเหงื่อตก ทั้งสงสัยว่าเจสันรู้จักนาฬิกาเรือนนี้ได้อย่างไรในเมื่อมันมาพร้อมกับทิมจากโลกอนาคต




 

นาฬิกาเรือนนี้เป็นของพ่อฉัน   เจสันดึงนาฬิกากลับพร้อมปล่อยทิมให้เป็นอิสระ



 

ทิมกระพริบตาถี่ๆปรับอารมณ์ให้เข้าที่เข้าทางจากสภานการณ์เมื่อครู่  หมายถึง ท่านบรูซเหรอ

 

เจสันคิ้วกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่อยากได้ยินที่สุด  ไม่ใช่  เจสันมองนาฬิการาวกับกำลังนึกย้อนสู่อดีต  เป็นของดูต่างหน้าพ่อแท้ๆของฉัน ก่อนที่มันจะด่วนตายไปเสียก่อน

 

ทิมเบิกตาโตแต่ก็เงียบรอให้ร่างสูงพูดต่อ

 

  ฉันพกเจ้านี่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กยังกับฉันขาดมันไม่ได้  แต่มันหายไปราวสัปดาห์ก่อน ”  เจสันแกว่งนาฬิกาไปมาราวกับเป็นของเล่นชิ้นหนึ่ง 

 

หายไปเหรอ?  

 

ใช่  หึ หึ ตอนนั้นฉันผลิกแผ่นดินหาจนแทบถล่มบ้านหลังนี้เลยมั้ง  เจ้าพวกนั้นล็อคฉันไว้แทบตาย  ฮ่าๆ   เจสันนึกถึงวันนั้นก็หลุดหัวเราะลั่นออกมา

 

ร่างเพรียวครุ่นคิดปะติดปะต่อเรื่องราวในสมองอยู่ครู่หนึ่ง  ... ตอนฉันได้มันมา มันทั้งเก่าและหยุดเดินไปแล้ว  แต่เมื่อมาที่นี่ มันดูใหม่  มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นอันเดียวกันสูง

 

หมายความว่า เจ้านาฬิกาเรือนนี้มันผ่านกาลเวลาเป็นร้อยปีจนแกได้มันมางั้นหรือ   เจสันทำหน้าไม่ค่อยเชื่อ

 

ใช่ และฉันคิดว่าเจ้าสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่พาฉันมาที่นี่ด้วย  ฉันได้นาฬิกาเก่าๆพังๆ หลังจากนั้นก็พบภาพของคุณ และพบชายปริศนา  ทั้งหมดเริ่มจากที่ฉันได้นาฬิกาเรือนนี้   ทิมพูดด้วยสีหน้าครุ่งคิดจนคิ้วแทบมัดเป็นปม  ความจริง นอกจากนาฬิกาที่เป็นตัวกลางพาเขามาที่นี่  ยังมีอีกอย่างที่น่าเชื่อถือเหมือนกัน  นั่นคือ พวกเขาเป็นคู่โซลเมท...  ใจจริงทิมไม่อยากยอมรับเรื่องนี้ แต่มันก็ไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอ ที่พอได้นาฬิกาที่เจ้าของเป็นโซลเมท​  ไม่กี่นาทีต่อมาตัวเองก็ถูกย้อนอดีตมาเจอโซลเมทเจ้าของนาฬิกาน่ะ...  ทำไมยิ่งคิดยิ่งงงฟะ!!  ทิมเกาหัวหงุดหงิด

 

มันเหลือเชื่อเกินไปว่ะ   เจสันยังไม่กล้าปักใจเชื่อได้เต็มร้อยนัก  ซึ่งมันก็เป็นไปอย่างที่ทิมคิดไว้อยู่แล้วล่ะ  ขนาดเขาเองยังไม่อยากเชื่อความคิดตัวเองเลย

 

ทิมลุกขึ้น ดันนาฬิกาในมือเจสันเข้าไป  จะยังไงก็ช่าง  ในเมื่อฉันพานาฬิกากลับมาให้คุณ  ก็ถึงเวลาคืนมันให้เจ้าของแล้วล่ะ   แต่เจสันดึงมือออก

 

... เห้ย  ฉันไม่รับของมือสองหรอกเว้ย  อย่างไรมันก็เป็นของแกแล้ว   ร่างสูงโยนนาฬิกาเรือนงามให้ร่างเพรียว ก่อนเดินหนีไปยังโต๊ะอาหาร  นั่งยกเท้าวางบนโต๊ะพลางหยิบขนมปังฝรั่งเศสกัดเข้าปากก้อนโต

 

ใบหน้าหวานมีแต่ความไม่เข้าใจ  แล้วคุณ

 

เจสันกลืนขนมปังลงคอก่อนดื่มน้ำอึกใหญ่พลางหยิบนาฬิกาพกสีดำไม่มีฝาปิดขึ้นมา  ฉันซื้ออันใหม่นานแล้ว  แกก็ใช้ของเก่าไปแล้วกัน ....  เจสันเก็บนาฬิกาในกระเป๋ากางเกง  อีกอย่าง ถ้าเรื่องที่แกพูดเป็นความจริง  มันพาแกย้อนเวลามาที่นี่  มันก็อาจพาแกกลับโลกของแกได้ไม่ใช่เหรอ  แกเก็บไว้กับตัวดีกว่า

 

แปล็บ....  ทำไมถึงเจ็บแบบนี้นะ   เจสันรู้สึกหัวใจตกวูบเมื่อรู้ว่าตนพูดอะไรผิดไป แทบอยากตบปากตัวเองที่เผลอพูดแบบนั้น  ร่างสูงไม่แม้จะหันไปมองร่างเพรียวว่าจะมีสีหน้าอย่างไร  ไม่มีเสียงพูดใดๆจากทิม เนิ่นนานจนเจสันใจเสีย

 

 

... อืม    เสียงของทิมตอบรับสั้นๆก่อนจะมีเสียงเท้าเดินไปยังห้องนอนของเจสัน ตามด้วยเสียงประตูถูกปิดลงอย่างอ่อยอิ่ง

 

เจสันยกเท้าลงเบาๆ  ใบหน้าคมหันไปยังประตูห้องนอนด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา  หัวใจของเขาชาวาบตามด้วยความเจ็บแสบที่คอยจั๊กจี้ต่อมความรู้สึกอยู่ตลอดเวลา  เขาควรรู้ว่า  ต่อให้ไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนคนรักกัน  ถึงอย่างนั้น สายสัมพันธ์ของพวกเขาก็เป็นโซลเมท  การพูดแบบนั้นออกไปก็ไม่ต่างกับไล่ทิมให้รีบกลับอนาคต  แย่จริงๆเลยนะ...

 

 



 

 

ตกดึกคืนนั้น

 

เจสันแอบเข้ามาในห้องนอนกลางดึกอีกครั้ง  เห็นร่างเพรียวนอนหลับรับแสงจันทร์ที่สาดกระทบจนราวกับมีออร่าสีขาวโอบรอบร่างไว้  ร่างสูงนั่งขอบเตียงมุมเดิมไม่บดบังแสงจันทร์จนมองไม่เห็นใบหน้างาม  นัยต์ตาสีเขียวสวยเฝ้ามองร่างเพรียวอยู่เนิ่นนานก่อนหันไปเห็นนาฬิกาของพ่อเขาตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียง พลันภาพในอดีตก็ห้วนกลับมา

 

ซาแมนธา  ผมหามันไม่เจอ  นาฬิกาของผม!! ร่างสูงโวยวายราวคนเสียสติ สภาพบ้านไม่ต่างกับกองขยะเพราะน้ำมือเจ้าของบ้าน

 

อย่าเป็นกังวลเลยค่ะ   หญิงชราเข้ามาโอบไหล่ปลอบให้ร่างสูงสงบอารมณ์

 

ร่างสูงยังร้องโวยวายไม่หยุด  ไม่ให้กังวลได้ยังไงเล่า  นั่นนาฬิกาของ---

 

การสูญเสียของรักอาจเป็นลางว่าจะมีสิ่งใหม่มาทดแทนนะคะ   หญิงชรากล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

 

คุณเลิกเล่าเรื่องเพ้อฝันแบบนั้นทีเถอะ   ร่างสูงรู้สึกท้อแท้และเบื่อหน่ายกับการนั่งฟังเรื่องแบบนี้ของเธอ แต่กระนั้นเขาก็ยังรับฟังไม่เคยขัดอย่างใด

 

หญิงชรายิ้มเศร้าแต่ก็ยังกล่าวต่อ  ดิฉันอยากให้คุณศรัทธาและเชื่อมั่น  ว่าสิ่งที่คุณต้องการจะกลับมา พร้อมบางสิ่งที่ดีกว่า

 

ฉันจะภาวนาให้คุณพบสิ่งที่ตามหานะคะ

 

 

 

บางสิ่งที่เสียไปจะเจอสิ่งใหม่มาทดแทน

ในตอนนั้น เจสันไม่เข้าใจสิ่งที่ซาแมนธาพูด  เขาเพียงต้องการนาฬิกาคืน  แต่เหมือนหญิงชราจะรู้ได้ว่าเจสันกำลังตามหาอะไรอยู่  ใครบางคนที่จะอยู่เคียงข้างเจสันตลอด  ใครบางคนที่เจสันจะฝากหัวใจไว้ได้ตลอดชีวิตไม่หายจากเขาไป  ใครบางคนที่ร่างสูงเคยใฝ่หามาทั้งชีวิต แต่เขาไม่เคยพบ ราวกับคนที่เขารอคอยไม่มีจริง จนกระทั่งนาฬิกาซึ่งเป็นตัวแทนพ่อของเขาหายไป เหมือนหัวใจร่างสูงถูกช่วงชิง  แต่แล้ว ในวันที่เขาไม่นึกไม่ฝันก็บรรจบพาให้พบกับใครบางคนที่นำหัวใจเขากลับมาคืน  แล้วขโมยหัวใจของเขาไปอีกครั้ง

 

 

เจสันเอื้อมมือหนาเกี่ยวไรผมสีดำเงางามนุ่มลื่น​มาทัดหูไม่ให้บดบังใบหน้างามจากเขา พลางไล่ปลายนิ้วลูบแก้มเรียบเนียนอย่างเบามือไม่ให้รบกวนการนอนของร่างเพรียว  อยู่ๆความรู้สึกผิดเมื่อตอนเย็นก็หวนมาอีกครั้ง  เจสันชะงักไปครู่หนึ่ง  ร่างสูงดึงมือกลับนั่งคอตกทำใจอย่างยากลำบาก  ร่างสูงต้องการพูดอะไรบางอย่างลบล้างสิ่งที่เขาพูดไปอย่างไม่ทันคิด  แม้ร่างเพรียวจะไม่ได้ยิน  ไม่รับรู้  แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ทำอะไรแล้วต้องเก็บความรู้สึกแบบนี้ต่อไป

จะเชื่อใจได้รึเปล่า  จะไว้ใจได้รึเปล่า  ฉันเริ่มแยกตัวตนฉันไม่ออก ในหลายครั้งที่ทำพฤติกรรมโง่ๆใส่แกมันเป็นเพราะหัวใจของฉันหรือสัญชาตญาณที่อัลฟ่าคนหนึ่งจะทำกับโซลเมทกันแน่  เหมือนฉันเริ่มเสียความเป็นตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆเมื่ออยู่ใกล้แก  

 

 

 “ ฉันขอโทษที่พูดแบบนั้นกับแก  ฉันเพียงหวัง  ว่าแกจะไม่หายไปเหมือนนาฬิกาเท่านั้น...

 

 

 

 



 

ฝันเหรอ  นั่นเป็นภาพความฝันรึเปล่า  ทำไมหมอนั่นต้องทำหน้าเสียใจด้วยล่ะ  เพราะฉันทำให้นายลำบากเหรอ หรือเพราะ การที่ฉันอยู่ที่นี่  เจสัน...

 

ทิมตื่นขึ้นก่อนเช้าตรู่ด้วยสภาพขอบตาเปื้อนรอยดำเล็กน้อย  ภาพอันเลือนรางราวความฝันทำให้ทิมไม่ค่อยสบายใจ  แม้จะคิดว่าเป็นความฝัน  แต่สายตาเจ็บปวดและโดดเดี่ยวของร่างสูงไม่อาจทำให้ร่างเพรียวเบาใจได้ลง  ทิมนวดขมับคลายเครียดก่อนหันออกไปนอกหน้าต่าง  ข้างนอกยังมืดสลัวๆ  มีเพียงเสียงเครื่องครัวด้านนอกดังเล็ดลอดเข้ามา  ทิมหยิบนาฬิกาพกมาดูเวลาก็ถอนหายใจยาวๆ

 

เฮ้อ... เพิ่งตี 5 เอง  จะให้หลับต่อก็หลับไม่ลงแล้วล่ะ  ทิมคิดอย่างหัวเสีย

 

ทิมเดินออกไปนอกบ้านเพื่อไปดูต้นเสียง  ปรากฏซาแมนธากับสาวใช้อีกสองคนช่วยกันทำอาหารและอุ่นขนมปังอย่างขะมักเขม้น  สองสาววิ่งวุ่นไปมาราวกระต่ายตื่นตูมตามคำสั่งของซาแมนธาหัวหน้าแม่บ้าน  ทิมเห็นก็แอบสงสารสองสาวเพราะทำงานไม่ทัน

... คุณป้า  ให้ผมช่วยไหมครับ   ทิมเดินเข้าไปหาซาแมนธาที่กำลังใส่เครื่องปรุงลงในหม้อซุปใบใหญ่

 

อ้ะ  ตื่นเช้าจังเลยนะคะคุณหนูทิม   ซาแมนธาหันมายิ้มทั้งที่มีเหงื่อเต็มใบหน้า

 

ฮะ ฮะ ผมมักตื่นเวลานี้ประจำอยู่แล้วครับ  ว่าแต่  ให้ผมช่วยไหม?   ซาแมนธาเห็นความตั้งใจผ่านสายตาของทิมก็ยกยิ้มกว้าง

 

จะทำให้คุณเจสันเหรอคะ   หญิงชรากล่าว

 

อ้ะ  ไม่  ไม่ใช่   ทิมส่ายมือปฏิเสธไม่กล้าพูดเต็มเสียง แต่ดูหญิงชราจะไม่ได้ยิน

 

ดิฉันยินดีเลยค่ะ  เขาชอบขนมปังฝรั่งเศสมาก ตอนเช้าเขามักทานคู่กับนมบ่อยๆ  แต่ช่วยนี้เขาแทบไม่มีเวลาทานอาหารเช้าเลย  รบกวนคุณช่วยนำไปให้เขาหน่อยนะคะ  ดิฉันว่าเขาต้องยอมทานแน่ๆ   ซาแมนธารีบไปหยิบถ้วยจานชามด้วยอารมณ์เบิกบาน  ทิมได้แต่น้อมรับคำขอด้วยความไม่เต็มใจ

 

ผ่านไปเกือบสามสิบนาที  ทิมช่วยเหล่าแม่ครัวเท่าที่จะทำได้ แม้จะไม่ได้รับหน้าที่ปรุง แต่ก็มีหน้าที่จัดอาหารใส่ถ้วยและหั่นขนมปัง  จากจำนวนอาหารที่มากใช้ได้ คงเตรียมให้เหล่าลูกน้องในการดูแลของเจสันด้วยแน่ๆ  มีอาหารแจกให้ด้วยแบบนี้  ใจดีกว่าที่คิดอีกแหะ

 

ถึงตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่างมากขึ้น  เหล่าคนรับใช้และทหารในกลุ่มต่อต้านเริ่มแห่เข้ามา  ทิมกล่าวทักทายตามมารยาทซึ่งทุกคนก็พูดคุยอย่างเป็นมิตร  ขณะที่ทิมยืนพูดคุยกับหนึ่งในทหารกลุ่มต่อต้าน  ซาแมนธาก็เรียกทิมให้เข้ามาในครัว  เมื่อเข้ามาก็เจอถาดอาหารถาดใหญ่ พร้อมอาหารเช้าสองชุด  ประกอบด้วย ขนมปังฝรั่งเศสหั่นตัดสี่ชิ้นพร้อมเนย นมวัว  ซุป  ไข่ดาวสองฟองและเนื้อไก่อบโรยพริกไทยป่น

ถาดใหญ่หน่อยนะคะ  ดิฉันเตรียมไว้เผื่อคุณด้วย  มีคุณอยู่ด้วยฉันค่อยโล่งใจหน่อย   ซาแมนธายิ้ม

 

คะ ครับ  ขอบคุณมากๆครับ...   สุดท้ายทิมก็ต้องรับถาดอาหารเข้าไปให้เจ้าชายนิทราด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ

 


 

ไหงกลายมาเป็นแบบนี้ได้ล่ะเนี่ย

 

 

 

ทิมมาอยู่ในจุดเดิมเหมือนเมื่อวาน เพิ่มเติมคือความลำบากใจ  ร่างสูงยังคงนอนหลับอ้าปากกว้างกรนเสียงดังลั่น  ทิมถอยหายใจเฮือกใหญ่

 “ เฮ้  เจสัน  ตื่นมาทานมื้อเช้าได้แล้ว

 

อืม...    ร่างสูงขมวดคิ้วเมื่อถูกรบกวนก่อนพลิกตัวเอาแขนปิดหู  ร่างเพรียวถอนหายใจอีกครั้ง  ดูท่าใช้ไม้อ่อนคงไม่ตื่น

 

เจสันตื่นเร็ว  เจสัน... เจย์!!!   ทิมตะโกนดังลั่น ร่างสูงถึงกับพลิกตัวกระทันหันจนตกโซฟา

 

ฮะ!  อะไรฟะ!!   เจสันหูตาตั้งเหมือนถูกราดด้วยน้ำร้อนก็ไม่ปาน

 

ฉันเอง   ทิมกอดอกมองเจสันแอบอมยิ้มกลั้นขำ

 

เมื่อร่างสูงเห็นตัวการก็ลุกพรวดด้วยความหงุดหงิด  ไอเตี้ย!!  แกกล้าปลุกฉันเหรอวะ!

 

ใช่ว่ะ   ทิมเงยหน้าประจันหน้ายิ้มมุมปากอย่างท้าทาย

 

แก...   ร่างสูงแยกเขี้ยวขบกรามพร้อมว้ากใส่  แต่ทิมไม่เปล่อยให้อีกฝ่ายทำหรอก

 

ไปล้างหน้าล้างตาได้แล้วครับพ่อคนเก่งขี้โมโห  คุณซาแมนธาขอให้ฉันดูคุณทานอาหารจนกว่าจะหมด   ทิมดันตัวเจสันก่อนผลักแผ่นหลังกว้างไล่ให้ไปทำความสะอาดตัว แต่ก็โดนร่างสูงสะบัดตัวหนี

 

ไม่  ฉันต้องออกไปลาดตระเวนช่วงเช้า   ร่างสูงว่าพลางเกาผมที่ยุ่งกระเซิง

 

ฉันให้คนอื่นไปแทนแล้ว   ทิมพูดเสียงเรียบ

 

ฮะ! ว่าไงนะ   เจสันเบิกตาโต

 

ไม่สิ ฉันไม่ได้สั่ง  พวกคุณอาเธอร์อาสาลาดตระเวนแทนคุณเอง   ทิมหมายถึงเหล่าทหารที่ทิมไปคุยด้วยช่วงเช้านั่นเอง

 

ไอลุงขี้เหล้านั่นมันลาดตระเวนตอนเช้าได้ซะที่ไหน  ปกติยังเดินไม่ตรงเลยไอบ้าเอ๊ย   เจสันหัวเสียจนอยากตะโกนดังๆ

 

ไม่ต้องห่วงนา ยังมีอีก2-3คน ไปเป็นเพื่อนเขาแล้ว  พวกเขายินดีทำงานแทนคุณ แถมยังโม้ว่าพวกเขาเป็นยอดฝีมือเชียว   ทิมเล่าพลางเก็บผ้าห่มกับหมอนบนโซฟาให้เรียบร้อย

 

แต่---   เจสันตั้งใจจะเถียงต่อ แต่ทิมก็โยนเสื้อคลุมตัวเมื่อวานให้เจสัน

 

บ่นตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้วครับคุณท่าน  รีบไปล้างหน้าแปรงฟันได้แล้วครับ ฉันจัดอาหารเช้าให้คุณที่โต๊ะแล้ว​  รีบมาล่ะ   ร่างเพรียวชี้ไปที่โต๊ะทานอาหารด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ร่างสูงกำลังจะอ้าปากพูดบางอย่างก็เงียบลงก่อนเดินฟึดฟัดเหมือนเด็กถูกขัดใจ

 

ทิมพ่นลมหายใจอย่างโล่งอกที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี

 

 


เจสันหายไปห้านาทีก็ออกจากห้องน้ำด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่  ทิมเพียงมองก็รู้ว่า หมอนี่วิ่งผ่านน้ำมาแน่ๆถึงได้เร็วนัก

นี่อะไร ทำไมมีเยอะกว่าปกติ   เจสันที่ดึงเก้าอี้เตรียมนั่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ามื้อเช้าวันนี้มีถึงสองชุด

 

ดูไม่ออกรึไง  ฉันก็ต้องกินเหมือนกันนะ   ทิมซึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้วกำลังจะตักเนื้อไก่เข้าปากก็ต้องหยุดเมื่อเห็นสายตาแปลกๆของเจสัน  มองแบบนั้นหมายความว่าไง

 

แค่ไม่คิดว่าแกจะกินอาหารมนุษย์เป็นว่ะ   ร่างสูงยกยิ้มมุมปากยียวนกวนประสาท

 

นี่จะชวนทะเลาะให้ได้เลยรึไง  ทิมยิ้มเจ้าเล่ห์กลับ ขอโทษนะ ยุคของฉันอาหารไม่เปลี่ยนไปมากขนาดนั้น  แค่อร่อยมากกว่าเดิมเท่านั้นแหละ  คุณคงไม่มีโอกาสได้ชิมบรูสเกต้า(bruschetta) หรือ ครอสตินี่(crostini) หรอกมั้ง  คงเคยกินแบบ อบกระเทียมแค่นั้นล่ะสิ  หึ หึ...  

 

มันคืออะไรวะ  ชื่อฟังดูพิลึก ”  เจสันงงเป็นไก่ตาแตก

 

ทิมหัวเราะขบขันกับชัยชนะของตัวเองเงียบๆ  มันก็เป็นอาหารที่มีขนมปังฝรั่งเศสเป็นส่วนหนึ่งของอาหารนั่นแหละ  ถ้ามีโอกาสฉันอาจทำให้คุณกินได้นะ  แค่อาจจะนะ... ”  ทิมไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองคิดหนักเรื่องอาหารการกินของอีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่  แต่เมื่อคิดว่าตนเองจะทำอาหารที่ร่างสูงโปรด หัวใจดวงน้อยก็เผลอเต้นแรงไปโดยห้ามไม่อยู่ซะได้

 

หึ หึ   เจสันหัวเราะในลำคอไม่น่าไว้ใจ  แต่สุดท้ายทั้งสองก็รับประทานอาหารด้วยกัน  แม้จะมีเสียงบ่นถกเถียงบ้างประปราย แต่มันก็สร้างสีสันยามเช้าวันนี้ให้สดสันขึ้นมาก

 

 



 

เวลาผ่านถึงตอนบ่าย  ทิมซึ่งไม่มีอะไรทำและออกไปไหนไม่ได้ก็หาอะไรทำแก้เบื่อโดยเลือกอ่านหนังสือบนชั้นวางมาหนึ่งเล่มพลางเปิดดูอย่างตั้งอกตั้งใจ  เจสันเปิดประตูเข้ามาเห็นพอดี  ร่างสูงเดินเข้าด้านหลังเพื่อดูใกล้ๆก็เห็นว่ามันคือ  หนังสือภูมิศาสตร์

ศึกษาประวัติศาสตร์อยู่หรือ   ร่างสูงชะโงกหน้าถาม 

 

อืม  ฉันชอบอ่านหนังสือน่ะ  น่าเสียดายบ้านคุณมีน้อยไปหน่อย   ร่างเพรียวตอบ ยังไม่วายแซะเจสันจนได้สินะ

 

เจสันคิ้วกระตุก  เออ  โทษทีโว้ย  แล้วแกชอบอ่านแบบไหน?

 

ทิมละสายตาจากตัวหนังสือมองร่างสูงด้วยสีหน้างุนงง  ทำไม  จะซื้อให้เหรอ?

 

ไม่ใช่เว้ย  แค่ถาม   ร่างสูงรีบปฏิเสธเสียงดัง

 

ทิมเอียงศรีษะเล็กน้อยก่อนยกยิ้มตอบคำถาม  ... ฉันอ่านได้หมดนั่นแหละ  จะชีวประวัติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฉันชอบทั้งหมด

 

แกอ่านหรือกินกันแน่วะ ไอเตี้ย   เจสันยอมยกธงขาวให้เลย สำหรับเจสันแล้วเรื่องอ่านหนังสือทั้งวันทั้งคืนน่ะ ลืมไปได้เลยล่ะ

 

ทิมหัวเราะ  ฮะ ฮะ  ไม่แปลกใจเลยที่หนังสือพวกนี้ถูกตั้งทิ้งให้ฝุ่นเกาะขนาดนี้

 

เออ คนมันชอบลงมือมากกว่านั่งคิดทฤษฎีนี่หวา ช่างเถอะ  เอ้านี่! ของฝาก   เจสันยื่นกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดใหญ่กว่ามือร่างสูงนิดหน่อย

 

ทิมรับมาด้วยสีหน้างงๆ  ทันทีที่เปิดฝากล่องออก  น้ำหอมเหรอ?   ร่างเพรียวมองขวดน้ำหอมทรงสี่เหลี่ยมสีใส่มีฝาจุกไม้  ล้อมด้วยแก้วเลียนแบบคริสตัลดูหรูหรา  ภายในมีน้ำหอมสีเหลืองเข้มราวน้ำผึ้งบรรจุเต็มขวด

 

มันสามารถกลบกลิ่นโอเมก้าของแกได้   เจสันอธิบาย

 

ระยะเวลาการของกลิ่นล่ะ?   ทิมหยิบขวดน้ำหอมมาดู

 

เจสันเงยหน้านึก  อืม  ตามที่ตาลุงบอกมา...  ราวๆ 4 ชม. ในการใช้หนึ่งครั้ง

 

ทิมลองเปิดฝาขวดออกก่อนยกมาดมใกล้ๆ  มีกลิ่นสมุนไพรพวกให้กลิ่นแรงปะปนจนแยกไม่ออกก่อนที่กลิ่นหอมแสบจมูกจากสมุนไพรเริ่มเป็นกลิ่นวนิลาหอมหวานแทน  กลิ่นช่วงหลังคล้ายกลิ่นในร้านของชายชรา  ซึ่งเป็นกลิ่นที่ทิมชอบมากตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าร้าน  สำหรับโอเมก้า และอัลฟ่าที่อาศัยการดมกลิ่นในชีวิตประจำวันอยู่มาก  การเจอกลิ่นที่ถูกใจจะทำไห้อารมณ์ผู้นั้นผ่อนคลายได้ราวมีเวทย์มนตร์

 

ร่างเพรียวปิดฝาขวดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม   ขอบคุณนะ เจสัน

 

  เออ  อย่าเคยตัวมากนักนะเว้ย   เจสันพยายามหลบตาไม่มองทิมที่มอบรอยยิ้มหวานให้

 

ในขณะที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ทั้งสองไม่เคยมอบให้กัน  ความสุขพลันหายไปเมื่อ

คุณเจสัน  แย่แล้วค่ะ!!!   ซาแมนธาวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นกลัว  เธอหยุดอยู่หน้าเจสันพลางหอบหายใจแรงเหมือนจะเป็นลม  ทิมรีบเข้าไปประคองไว้ได้ทัน

 

เกิดอะไรขึ้น!!   เจสันถามเสียงแข็ง  ยังไม่ทันที่หญิงชราจะเอ่ย  เหล่าทหารที่อาสาไปลาดตระเวนแทนเจสันเมื่อตอนเช้าทั้งสามคนก็ถูกห่ามเข้ามาในสภาพโชกเลือด ทุกคนอยู่ในอาการไม่มีแรงจะยืนด้วยซ้ำ  มีเพียงอาเธอร์ที่ยังมีสติพอขยับปากได้  ร่องรอยบาดแผลเกิดจากของมีคมเช่นมีดและดาบนับไม่ถ้วนจนทิมยังเอามือกุมปาก

 

... จ เจสัน  ฉันขอโทษ  พวกเราประมาทพวกมันมากเกินไป   อาเธอร์ไอออกเป็นเลือดก่อนร่างจะล้มลงกับพื้นโชคดีมีเพื่อนทหารสองคนเข้ามาช่วยพยุง

 

เจสันเดินมาหาอาเธอร์  แววตาดุดันจนน่ากลัว  มันเป็นใคร  พวกไหน   น้ำเสียงกดต่ำแต่แฝงด้วยเพลิงพิโรธราวไฟจากนรกทำเอาคนรอบข้างตัวแข็งเกร็ง

 

อาเธอร์กุมแผลที่ท้องพยายามพูดอย่างยากลำบาก  เป็น... เป็นเด็ก  ลูกชาย...ของทาเลีย

 

!!!   เหล่าทหารทุกคนรวมถึงเจสันเบิกตากว้างเมื่อได้ยิน  เจสันกัดฟันด้วยความโกรธแค้น  พาพวกเขาไปรักษา  เร็วสิวะ!!!   เจสันตะโกนดังลั่นบ้านจนทุกคนพากันสะดุ้ง ก่อนที่เหล่าทหารและแม่บ้านจะวิ่งวุ่นราวไฟไหม้ 

 

ร่างสูงที่ตอนนี้ไม่ต่างกับภูเขาไฟใกล้ระเบิดเดินไฟหยิบเสื้อคลุมบนโซฟา  ทิมรีบเดินตามมาด้วยความเป็นห่วง เจสัน  จะทำยังไงต่อ

 

ฉันต้องไปศูนย์บัญาชาการเดี๋ยวนี้   เจสันตอบไม่แม้สบตา

 

นี่เกี่ยวกับราส์ อัลกูล ด้วยใช่ไหม   ร่างเพรียวถามเสียงเบา

 

ใช่   เจสันกัดฟันตอบ

 

ทิมจับแขนเสื้อเจสันแน่น  เจสันหันมามองทั้งสงสัยทั้งโมโห พลันต้องชะงักเมื่อเจอกับแววตามุ่งมั่นและกล้าหาญ

 

ให้ฉันช่วยคุณเถอะ เจสัน   ทิมกล่าว

 

แกรู้ไหมว่าพูดอะไรออกมา   เจสันสะบัดแขนแต่คราวนี้ทิมวนแขนตามทิศทางเดียวกับแขนร่างสูง ทิมจับข้อมือเจสันแน่น  แววตาสีฟ้าน้ำทะเลฉายประกายจริงจัง  มันเป็นแววตาของนักสู้...  เจสันหยุดนิ่ง

 

เจย์  ฉันมีความสามารถมากพอจะช่วยคุณได้ ทั้งความรู้และการต่อสู้ฉันมีมากกว่าที่คุณคิด  และฉันเชื่อว่าฉันไม่ได้ถูกพามาที่นี่เพื่อนั่งรออยู่เฉยๆให้ปฏิหาริย์บังเกิดหรอกนะ  ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น   ทิมขึ้นเสียงเข้มแต่ยังคงคุมความสุขุมไว้ได้ดี

 

ทิม   ร่างสูงอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน เจสันจ้องลึกยังแววตานั้น  ดวงตาสีฟ้าสวยสะท้อนใบหน้าเขาราวกับฉายอดีตตอนเจสันยังเด็ก เด็กน้อยผู้เปี่ยมล้นด้วยความฝัน และความยุติธรรม  เด็กน้อยผู้พยายามดันตัวเองออกจากสลัม เด็กน้อยผู้เปลี่ยนตัวเองจากเด็กข้างถนนมาจนถึงจุดนี้  เจสันรับรู้จากความตั้งใจในแววตานั้น ราวกับทิมเคยรู้สึกแบบเดียวกับเขา  นี่สินะ สิ่งที่พวกเรามีเหมือนกัน

 

 

 

... ตกลง

 

 

 



.....................................................................................................................................................

ดีจ้า  คิดถึงเค้าบ้างไหมเอ่ย

ตอนต่อไป เนื้อเรื่องจะเข้มข้นเรื่องสงครามมากขึ้น  แผนของเจสันจะดำเนินไปทิศทางใด ทิมจะช่วยอะไรได้บ้าง ติดตามตอนต่อไปได้เลยนะ


ที่สำคัญ  ตอนหน้า พี่ดิ๊กโผล่แล้วนะทุกคนนนนนนนน!!  อัลเฟลดก็มาด้วยล่ะ

ส่วนเดเมี่ยน.... รอต่อไป พอดีช่วยนี้ค่านักแสดงเพิ่มสูงจนไม่พอจ่าย 5555555


แล้วก็  ขอแจ้งประกาศก่อนว่า  เราจะขอขั้นโปรเจคเรื่องนี้ชั่วคราวนะ เราจะลง ฟิคเรื่องใหม่ มีทั้งหมด 4 ตอน 
คือเรื่อง
For My Love  คู่ เจสัน x ทิม x เดเมี่ยน  อัพในอีก 2 วัน หรือวันที่ 16 พฤษภาคม (หากไม่มีธุระเร่งด่วนเข้ามาน่ะนะ)
หลังจากจบ เรื่องนี้ทั้ง 4 ตอนแล้ว เราจะลง Cross the time to find love ต่อนะ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #25 KiNOZE (@spy_gang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 21:19
    ตื่นเต้นหนูเมี่ยน อยากเห็นน้องไวๆ ฮึ่ยยยยยย อะอย่างน้อยได้เห็นเจย์ใจอ่อนแล้วก็ดีใจแล้วค่ะ -////-)

    #25
    1
    • 24 พฤษภาคม 2561 / 22:04
      หนูเมี่ยนมาแบบลาสบอสค่ะ ออกมาช้า(มาก)แต่จะแย่งซีนจนรู้สึกอยากเปลี่ยนพระเอกเลยล่ะค่ะ 5555
      #25-1
  2. #14 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 22:38
    กรี๊ดดดดดด เห็นอิเจย์ใจอ่อนแล้วมันกร๊าวใจ55555555 /เดมี่ลูก ถ้าหนูจะโหดขนาดนี้ เดี๋ยวแม่จะส่งน้องจอนไปปราบนะ5555555
    #14
    1
  3. #13 mintpoor (@mintpoor) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 10:42
    <p>เจย์ใจอ่อนเเล้วละซิ<a><img src="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png" alt="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png"> </a></p>
    #13
    1
  4. #12 bluerosttime (@yokouo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 07:29
    <p> เดมี หนูจะเปิดตัวยังงี้ไม่ได้ เจเจน่ารักก</p>
    #12
    1