[Fic] DC Bat family (AllTim)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,344 Views

  • 80 Comments

  • 75 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    72

    Overall
    2,344

ตอนที่ 5 : Cross the time to find love 2 โซลเมทที่(ไม่)รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 พ.ค. 61


Cross the time to find love

ข้ามกาลเวลาตามหารัก

Jason x Tim


ตอนที่ 2  โซลเมทที่(ไม่)รัก
_________________________________________________



 



 

 

ผมเคยเชื่อเรื่องคู่ตามพหรมลิขิต หรืออีกชื่อที่พวกสาวๆชอบเรียก ว่า โซลเมท  ตามที่ผมเคยอ่านมานั้นเป็นเรื่องยากมากและมีน้อยคนเท่านั้นจะเจอคู่โซลเมทของตนและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข  เพราะในชีวิตจริงแล้ว  การจะรักใครสักคนและพร้อมจะใช้ชีวิตร่วมกันนั้น ไม่ใช่แค่เป็นโซลเมทก็ทำได้  พวกเขาต้องมีฐานะ มีเงิน  มีหน้ามีตาในสังคมมากพอที่จะไม่พาให้คู่ครองของตนจมดิ่งลงนรกไปกับตนเองได้  คนส่วนใหญ่จึงเลือกคู่ที่คิดว่าสมควรมากกว่าคู่ตามพหรมลิขิตอะไรนั่น  ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะ  เพราะผมเป็นโอเมก้าผู้ชาย  และยังไง?  คู่โซลเมทผมก็ต้องเป็นอัลฟ่าผู้หญิงเหรอ  น่าตลกสิ้นดี  ผมไม่ขอยึดติดกับสัญชาตญาณที่พันธนาการโชคชะตาผมเอาไว้หรอกนะ ชีวิตน่ะ  ผมต้องเป็นคนกำหนดเองเท่านั้น...


ไม่มีใครกำหนดชีวิตผมได้ทั้งนั้น  ต่อให้เป็นพระเจ้าก็ตาม....

 

 

 

 

พ่อหนุ่ม  พ่อหนุ่ม...

 

เสียงของหญิงชราคนหนึ่งเอยปลุกร่างเพรียวให้ลืมตาขึ้น  ปรากฏหญิงชราอายุประมาณ 60 ปีขึ้น  เธอสวมชุดแม่บ้านสมัยก่อนที่มีผ้าโพกศรีษะ เสื้อยาวกระโปงยาวสีเทา

 

อ้ะ!  ครับๆ  มีอะไรครับ   ทิมที่เพิ่งรู้สึกตัวก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที  ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะหลับในบ้านคนอันตรายแบบนี้

 

หญิงชราจ้องทิมค้างก่อนเผยยิ้มอ่อนโยนออกมา  เธอยกถาดอาหารซึ่งมี เนื้อย่าง ซุป และ นม   ท่านเจสันบอกดิฉันให้เตรียมอาหารมาให้ท่านทีโมธีรับประทานค่ะ   หญิงชรายิ้มให้อีกครั้ง

 

ฮะ?  เขาบอกเหรอครับ   ทิมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง  ทิมมองสำรับอาหารด้วยหน้าอึ้งๆพลันก็เพิ่งนึกได้ว่าตนเองไม่ได้กินอะไรมาหนึ่งวันแล้ว  พอเห็นอาหารความหิวที่ลืมก็กลับมาทำงานทันที  แต่มีหรือที่ทีโมธีจะแสดงอาการดีใจออกมาน่ะ  ร่างเพรียวทำหน้าไม่ค่อยอยากอาหารเพื่อบอกเป็นนัยๆว่าไม่หิว

 

หญิงชราเอ่ยต่อ   ท่านเจสันก็ให้ดิฉันเฝ้าจนกว่าคุณจะทานหมดด้วยค่ะ

 

ห๋า!  เขาเนี้ยนะครับ   ได้ยินแบบนั้นทิมยิ่งอยากเอาช้อนล้วงขี้หูตัวเองออกมาเผื่อจะได้ยินผิดเป็นถูกใหม่

 

ค่า   หญิงชราหัวเราะขบขันปนความเอ็นดูในท่าทางของทิมเมื่อเอ่ยถึงเจสัน

 

ทิมถอนหายใจแต่ก็รับถาดอาหารโดยดี  แม้หญิงชราจะยกถาดให้ทิมไปรับประทานที่โต๊ะ แต่ทิมปฏิเสธจะขอกินที่พื้น(เพราะไม่อยากนั่งทับที่ใครอะนะ)  เป็นแบบนั้นหญิงชราก็เลยนั่งข้างทิมมองดูร่างเพรียวค่อยๆตักอาหารเข้าปากอย่างไม่รีบร้อน  หญิงชราแอบลอบยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียวหลายครั้ง  ทิมเองก็เห็นแต่ไม่อยากถามกลัวจะเสียมารยาท  หญิงชรามองอยู่ครู่ใหญ่ก่อนเอ่ยขึ้น

 คุณทีโมธีกับท่านเจสันเป็นคู่โซลเมทกันสินะคะ

 

อุบ!!!

 

ทิมสำลักเนื้อที่เพิ่งกลืนลงคอถูกดันกลับมาที่ปากอีกรอบเพราะคำถามสายฟ้าแลบที่ไม่คิดหรือปราถนาจะได้ยิน   ปะ คุณป้าพูดอะไรน่ะครับ  ผมน่ะไม่---

 

ดิฉันดูจากท่าทางท่านเจสันก็พอเดาได้แล้วค่ะ  ปกติท่านเจสันใจเย็นและสุขุมมากเลยนะคะ ถึงจะใจร้อนง่าย เขาก็เป็นคนมีเหตุผลสูง  แต่เมื่อเขาเจอคุณ เขาดูควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้  หงุดหงิดง่ายผิดปกติ  แต่พวกเราก็เข้าใจท่านเจสัน เพราะตลอดชีวิตเขาไม่เคยยึดติดความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับใครสักคน  ไม่แปลกถ้าเขาเจอโซลเมทจะโมโหร้ายแบบนี้   หญิงชราเล่าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน  แต่ทิมที่ตีตราว่าเจสันเป็นคนป่าเถื่อนและหยาบคายไปแล้วนั้นพยายามไม่โอนอ่อนตาม รักษาบุคลิกตัวเองอย่างดี

 

ผมก็เป็นแค่คนนอก  คุณป้าไม่เห็นต้องเล่าเรื่องเขาให้ผมฟังเลย    ที่จริงก็ไม่ได้อยากฟังอยู่แล้ว  แต่พูดไปคงไม่ดีต่อจิตใจคุณป้าเท่าไหร่

 

ดิฉันอยากให้ท่านเข้าใจท่านเจสันน่ะค่ะ  ไม่อยากให้ท่านทั้งสองมีเรื่องผิดใจกัน ”   นั่นสร้างความหนักใจให้ทิมไม่น้อยเพราะทิมได้สร้างกำแพงระหว่างตนกับเจสันไว้เรียบร้อยแล้ว  พอมาได้ยินแบบนี้ทำเอาทิมสั่นคลอนไปหมด  ทิมรีบยกนมขึ้นมาดื่ม  หญิงชราเอ่ยขึ้นในจังหวะนั้นพอดี  “ ดิฉันขอให้ท่านทั้งสองรักกันในเร็ววันนะคะ

 

พรวดดดด!!!

 

จะเหลือเหรอ  เละเทะน่ะสิ  ทิมสำลักนมยกใหญ่จนหลังโยก  ใบหน้าหวานแสดงความเจ็บจากการสำลักจนหญิงชราต้องเข้ามาประคองพลางเช็ดตามปากและใบหน้าให้เด็กหนุ่ม

คุณทีโมธี  ไม่เป็นไรนะคะ   หญิงชราแสดงความเป็นห่วง

 

ทิมใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะกลับมาหายใจได้ตามปกติ ฝืนยิ้มบางๆให้หญิงชรา  ไม่เป็นไรครับ  ขอบคุณ   ถึงกระนั้นทิมก็เสียแรงไปเยอะ  นั่นมากพอทำให้ผู้ชายอกสามศอกเหนื่อยล้าได้  ผมอยากพักผ่อน   ทิมกล่าวเสียงเอื่อยๆ

 

ได้ค่ะ  ประเดี๋ยวดิฉันจะสั่งให้คนมาจัดเตียงให้ที่ห้องนอนท่านเจสันนะคะ ”  หญิงชรากล่าวยิ้มๆ

 

ครับ... หืม?   ทิมพยักหน้ารับก่อนจะชะงักกึกเหมือนตัวเองหูฟาด  ทิมสบตากับหญิงชราไม่กระพริบ

 

หญิงชรายิ้มรู้งานพูดขยายความ ท่านเจสันสั่งให้ท่านนอนห้องเดียวกับท่านน่ะค่ะ

 

ไม่เอาด้วยหรอก!!! ”  ทิมลุกพรวดลืมตัวไปว่าร่างกายยังไม่แข็งแรงพอ  ทันทีที่ลุกขึ้นยืนโลกก็หมุนไปรอบตัว  ทิมรีบเอามือยันกำแพงประคองศรีษะตนเองไม่ให้ล้มท่ามกลางสายตาเป็นห่วงของหญิงชรา  ทิมจิปากไม่สบอารมณ์ ที่เขาอ่อนแอขนาดนี้นั่นก็เพราะถูกปิดตาปิดปากนอนอยู่ท่าเดิมนานๆกว่าสองวัน อาหารก็ไม่มีโภชนาการเท่าที่ร่างกายต้องการ ไม่แปลกถ้าชายวัยรุ่นอย่างเขายังอ่อนกำลังลงขนาดนี้  ทิมคิดอย่างหัวเสียก่อนเอ่ยถามทั้งที่ยังเอามือกุมขมับอยู่  “ ให้ผม... นอนห้องอื่นได้ไหมครับ จะห้องเก็บของเก่าๆ หรือห้องใต้ดินมืดๆก็ได้   ทิมไม่อยากเสียเวลานอนไปกับการทะเลาะไร้ที่สิ้นสุดกับชายคนนั้น  ให้ไปนอนกับหนูสกปรกยังดีกว่า

 

คงไม่ได้หรอกค่ะ  ท่านเจสันไม่อนุญาต   หญิงชรากล่าว

 

เขาจะขังผมอย่างนั้นเหรอ ”  ทิมเริ่มหงุดหงิดอีกครั้งในความเผด็จการของเจสัน

 

หญิงชรามีสีหน้าลำบากใจ พยายามอธิบายอีกครั้ง  ขออภัยด้วยนะคะท่านทีโมธี  ช่วงนี้ท่านเจสันยุ่งจนไม่ได้นอนที่ห้องหลายคืนแล้ว  ท่านเจสันคงอยากรอคุยกับคุณหลังจากจัดการงานเสร็จเสียก่อน  และเพื่อป้องกันคุณที่เป็นโอเมก้าด้วย... 

 

...   ทิมยังคงไม่ไว้ใจคำพูดของหญิงชราทั้งหมด  เหมือนว่าเธอต้องการให้เขาเข้าใจคนป่าเถื่อนคนนั้น

 

หญิงชราเหมือนอ่านความคิดออก เธอเอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน  ดิฉันขออย่างนึงได้ไหมคะ

 

ครับ?   ทิมขานรับเต็มเสียง

 

อย่าทอดทิ้งท่านเจสันเลยนะคะ  หากคุณเปิดใจให้กับเขา คุณจะเห็นด้านดีและอ่อนโยนของเขาอีกมาก   หญิงชรากล่าว

 

ทิมได้รับฟังก็เกิดคำถามขึ้นในใจ  ทำไมคุณถึงขอร้องผมขนาดนั้นล่ะครับ  เพียงเพราะผมกับเขาเป็นโซลเมทกันเหรอ  ต่อให้เป็นคู่พรหมลิขิตหรือะไรก็ตาม  หากเราเข้ากันไม่ได้ พรหมลิขิตยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็รั้งเราสองคนไม่ได้อยู่ดี   ทิมกล่าวทั้งที่ไม่สบตากับหญิงชรา  กลัวว่าเธอจะเห็นดวงตาที่กำลังหวั่นไหวของเขาอยู่

 

หญิงชราเอื้อมมือมาจับมือทิมแผ่วเบา  ทิมหันมาสบตากับเธอพลันเห็นดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นเปล่งประกายความรักและศรัทธาอยู่เต็มเปี่ยม  หญิงชรายิ้มอ่อนโยนให้กับเขา  คุณต้องเชื่อมั่น   แม้อนาคตจะกำหนดไม่ได้  หากคุณเชื่อว่ามันจะผ่านไปได้ ก็ไม่มีสิ่งใดที่ท่านต้องกลัวอีกต่อไป ”  คำพูดเหล่านั้นสะท้อนภาพในอดีตที่ทิมเคยใช้พูดกับตัวเองเวลาประสบเจอแต่เรื่องเลวร้ายและท้อแท้กับชีวิต  หากเขาเชื่อมั่น มั่นใจในตัวเอง  สักวันเขาจะผ่านไปได้และได้ยืนบนจุดสูงสุด  ทิมจดจำช่วงเวลาในชีวิตทั้งหมดเพื่อย้ำเตือนตัวเองว่าเขา คือใคร...

 

ทิมยิ้มปนเศร้า   คุณดูเข้าใจเรื่องพวกนี้ดีจังนะครับ

 

หญิงชรายิ้ม  ดวงตาสีน้ำตาลหม่นเริ่มฉ่ายความเศร้าออกมา  ดิฉันเป็นโอเมก้า  ดิฉันเคยมีโซลเมท แต่เขาเสียชีวิตเพราะสงครามเมื่อสามสิบปีก่อนน่ะค่ะ...

 

...   ทิมนิ่งเงียบในทันที  มือที่เคยถูกหญิงชรากุมไว้ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายกุมมือเธอแทน  ทิมเข้าใจความรู้สึกของหญิงชราราวกับมันเกิดขึ้นกับเขาเอง  เพราะอะไรกันนะ  เพราะเป็นโมเอก้าเหมือนกันงั้นหรือ

 

หญิงชราเงียบไม่สักพักก็กลับมายิ้มอีกครั้ง  ดิฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ  หากมีของขาดตกบกพร่องประการใดก็เรียกดิฉันได้นะคะ   หญิงชราลุกขึ้นช้าๆตามสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงโดยมีร่างเพรียวช่วยประคองอีกแรง  ทิมช่วยหญิงชรามาจนถึงประตู

 

อ้ะ  จริงสิ  ผมยังไม่รู้ชื่อคุณป้าเลย   ร่างเพรียวแทบจะเอามือตีหัวตัวเองทีลืมเรื่องสำคัญเรื่องนี้ไป

 

ดิฉันชื่อ ซาแมนธา  ค่ะ   หญิงชรายิ้มไม่มีร่องรอยความเจ็บปวดเมื่อครู่

 

ทิมยิ้มโล่งอก  หญิงชราแข็งแกร่งกว่าที่คิด  ตลอดสามสิบปีที่ผ่านมาเธอต้องผ่านมาอะไรมามากจริงๆ  ทิมนับถือในความอดทนของซาแมนธาอย่างมาก  ถ้าไม่รังเกียจ  เรียกผมว่า ทิม ก็ได้นะครับ   ร่างเพรียวกล่าวเสียงสดใส

 

ได่ค่ะ คุณทิม  ยินดีที่ได้พูดคุยกับคุณค่ะ   ซาแมนธายิ้มขอบคุณ

 

ขอบคุณเช่นกันครับ ” 

 

 

 

 

 

ตกดึกคืนนั้น

 

แอ๊ด....

ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา  เจสันเดินเข้าบ้านในชุดเดินป่า นั่นเพราะเขาเพิ่งกลับจากสำรวจป่า ร่างสูงหันมองคนที่เขายังไม่พูดคุยให้เคลียร์สักทีรอบบ้านอันมืดมิด  ถึงจะมองไม่เห็นแต่จมูกของเขายังได้กลิ่นโอเมก้าหอมหวานจากร่างเพรียวที่อยู่รอบบ้าน  น่าแปลกที่ข้าวของในบ้านยังอยู่ดี  ถาดอาหารที่เขาสั่งให้แม่บ้านนำมาให้ใครอีกคนนั้นถูกวางไว้บนโต๊ะอาหารเกลี้ยงไม่เหลือ  ร่างสูงแอบดีใจอยู่ไม่น้อย  ร่างสูงถอดเสื้อคลุมตัวโต อุปกรณ์และอาวุธไว้บนโต๊ะอาหาร มือแกร่งเสยผมลวกๆไปด้านหลังให้ไม่บังตา  สองเท้าเดินไปยังห้องนอนของตนที่อยู่ด้านในสุดของตัวบ้านโดยพยายามเดินเบาๆจนแทบไม่มีเสียง  ร่างสูงหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูห้องนอน  ดวงตาสีเขียวสวยจ้องบานประตูอยู่นานก่อนตัดสินใจเปิดมันออก

 

ภายในห้องมืดมิดจนมองแทบไม่เห็น  มีเพียงแสงจันทร์ส่องแสงเบาบางจากหน้าต่างเพียงสองบาน  เจสันปรับสายตาสักครู่ก็มองเห็นร่างเพรียวนอนตะแขงข้างหันหลังอยู่บนเตียงของเขา  เสียงลมหายใจอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังหลับสนิท  เจสันค่อยๆเดินไปหาร่างเพรียวไม่ให้รู้ตัวสะดุ้งตื่นมาเห็นสภาพเปื้อนดินเปื้อนโคลนของร่างสูง  เจสันนั่งลงขอบเตียงเหลือบมองใบหน้าหวานราวสตรีเพิ่มความงามไปอีกเมื่อแสงจันทร์ตกกระทบบนผิวสีขาวสะอาดกับเส้นผมดำเงาเป็นประกาย  เจสันได้แต่เฝ้ามองด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูกของตนเอง  ระหว่างคิดอะไรเพลินๆพลันสายตาคมก็เหลือบไปเห็นของบางอย่างวางอยู่บนลิ้นชักหัวเตียง  ของบางอย่างที่ทำให้เจสันต้องเบิกตากว้างเมื่อได้เห็นมัน

 

 

นาฬิกาพกของทิม...  เจสันเอื้อมมือหยิบนาฬิกามาดูด้วยสีหน้าตกใจ  เขากดเปิดฝาพลิกดูไปมารอบนาฬิกา  ร่างสูงหันไปมองร่างเล็กที่หลับสนิทสลับกับนาฬิกาด้วยความคิดที่ตีมั่วไปหมด 

 

เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ... เจสันคิดพลางกำนาฬิกาแน่น  เจสันปิดตาอยู่ครู่หนึ่งก็สงบสติอารมณ์ให้กลับมาเหมือนเดิม  นัยต์ตาสีเขียวสดมองทิมด้วยแววตาสับสน  เจสันเอื้อมมือหมายสัมผัสแก้มนวล แต่ก็ชะงักเมื่อเจ้าตัวเพิ่งเห็นมืออันสกปรกจากการเดินป่า  เจสันกำมือตัวเองก่อนดึงมือกลับทีเดิม เจสันได้แต่มองร่างเพรียวยามหลับสบายอยู่อย่างนั้นนานสองนาน ในหัวคิดเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งที่มาของทิม  และนาฬิกาเรืองนั้น  ยิ่งคิดเจสันยิ่งรู้สึกว่าตนเองช่างโง่เง่าไม่รู้อะไรเอาเสียเลย

 

 

เธอเป็นใครกันแน่  ทีโมธี   เจสันทิ้งท้ายก่อนวางนาฬิกาไว้ที่เดิมแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างไร้เสียง

 

 

 

 

 

 

อืม  เช้าแล้วเหรอ.... เช้าแล้ว?” 

 

พึบ!
ทิมเด้งตัวอย่างรวดเร็วเมื่อตอนนี้แสงอาทิตย์สาดเข้ามาจนห้องสว่างแล้ว  ทิมหันซ้ายหันขวามองหาเจสันเพราะเขาดันคิดไปไกลเหมือนละครน้ำเน่าที่ จะมีชายร่างใหญ่นอนอยู่ข้างๆในสภาพถอดเสื้อ  แต่เมื่อทิมหันไปข้างเตียง กลับว่างเปล่า  ไม่มีใครนอนอยู่ข้างๆ ไม่มีร่องรอยว่าเคยมีใครนอนอยู่  มีแต่ผ้าห่มที่ทิมจำได้ว่าก่อนหลับเขาไม่ได้เป็นเอามันมาห่ม  ทิมหน้าขึ้นสีด้วยความอายตัวเอง

 

บ้าจริง!  ดันเผลอหลับบนเตียงของไอบ้าขี้โมโหนั่นจนได้  อ้าาาาา!!  เป็นเพราะไอกลิ่นของหมอนั่นแน่ๆ  ทำไมพอได้กลิ่นแล้วจิตใจรู้สึกสงบและอบอุ่นจังฟะ  ทั้งที่ความจริงกลิ่นในห้องออกจะอับขนาดนี้  ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ  แถมยังหลับสนิทไม่รู้สึกตัวอีก มันผิดนิสัยของเราไปหมด  หรือเพราะเป็นโซลเมทงั้นเหรอ  เพราะเป็นกลิ่นฟีโรโมนที่ดึงดูดเข้ากันงั้นเหรอ   โอ้ยยย  อยากหนีกลับบ้านแล้วอะ!

 

ทิมกุมหน้านั่งขดตัวสะกดกลั้นความอายตัวเองราวกับหญิงสาวโดนบอกรักครั้งแรกอย่างไงอย่างงั้น

 

 

แล้ว... เจ้าตัวไปไหน? ทิมนึกขึ้นได้ก็ปรับอารมณ์ให้เป็นปกติก่อนต่อมความสงสัยจะเข้ามาแทนที่  ทั้งที่ทิมได้กลิ่นอัลฟ่าจางๆอยู่ภายในบ้าน  แต่ทำไมถึงไม่เห็นในห้องนอนล่ะ  


ทันเท่าความคิด  ทิมลุกจากที่นอนให้เบาที่สุด ไม่ลืมหยิบนาฬิกาพกใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนเดินไปถึงประตูห้อง 

 

ทิมชะโงกหน้าออกไปช้าๆ   ภายในบ้านเงียบสงบปกติดี... หรือไม่ดี?  เสียงกรนเป็นจังหวะสม่ำเสมอบ่งบอกว่ามีใครบางคนกำลังหลับสนิทอยู่ใกล้ๆนี้  ทิมหันไปตามเสียงก็เจอกับโซฟายาวที่ตั้งกลางบ้าน  ร่างๆหนึ่งอันคุ้นเคยกำลังนอนหงายหลับปุ๋ยไม่รู้สึกรู้สาว่ากำลังถูกมองอยู่  ทิมเดินเข้าไปใกล้เจสันพลางสำรวจเจ้าของร่างใหญ่ไปด้วย  ใบหน้าดุดันเมื่อยามตื่นบัดนี้ดูเป็นเพียงชายหนุ่มรูปงามธรรมดาไร้พิษสง  ปากอ้ากว้างพ่นเสียงกรนดังไม่เกรงใจ มือข้างซ้ายเอามาหนุนศรีษะ ข้างขวากำปืนสั้นวางบนอก  ท่านอนที่พยายามเบียดตัวเองให้นอนบนโซฟาให้มากที่สุดแต่ก็ไม่พอดีกับตัวอยู่ดีเพราะมีขาข้างหนึ่งห้อยลงไปกับพื้น  เห็นแบบนี้ความกลัวที่เคยมีหดหายเปลี่ยนเป็นขบขันทันที

 

เจ้าของบ้านไปนอนโซฟาซะงั้น  แถมนอนกำปืนด้วย  คิดว่าตัวเองเป็นเจมส์ บอนด์ หรือไง...  ทิมคิดพลางแอบยิ้มมุมปาก  ไม่อยากคิดไปเองหรอกว่าที่พ่อร่างโตแบกสังขารมานอนบนโซฟาแคบๆเพราะให้เขานอนบนเตียง  หรือ เพราะรังเกียจไม่อยากนอนห้องเดียวกันแน่

 

งี่เง่า   ทิมเอ่ยเบาๆก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกไป

 

ได้ยินนะเว้ย  ไอเตี้ย   ทิมหันกลับมาเมื่อเสียงจากคนที่คิดว่ากำลังหลับนั้น ตอนนี้นอนลืมตาจ้องร่างเล็กด้วยสายตาอ่อนเพลียปนหงุดหงิด

 

เหอะ...   ทิมทำเสียงขึ้นจมูกเบือนหน้าทำเป็นไม่สนก่อนจะเดินไปทางประตูบ้าน  แต่เดินออกจากโซฟาได้แค่ห้าก้าว ร่างเล็กก็แทบหงายหลังเมื่อมีมือแกร่งดึงแขนกระชากไปด้านหลังจนหน้ากระแทกไหล่ร่างสูงเต็มๆ

 

แกจะไปไหน   เจสันขึ้นเสียง

 

ทิมกุมจมูกที่ไปชนกับมัดกล้ามร่างสูงอย่างแรง  ดวงตาสีน้ำเงินสวยเหลือบตามองคนตัวสูงอย่างคาดโทษ  ออกไปข้างนอก   ในความหมายทิมคือแค่ออกไปเดินเล่น สูดอากาศเท่านั้น

 

เจสันมองร่างเล็กไม่สบอารมณ์ สายตาคมไล่จากศรีษะยันเท้าจนทิมรู้สึกประหม่าเล็กน้อย  ขืนออกไปทั้งชุดประหลาดของแก แล้วก็กลิ่นเหม็นๆนั่น แกได้โดนพวกทหารจับไปแน่   เจสันพูดเสียงเข้ม

 

กลายเป็นกระตุกต่อมความสงสัยของทิมเข้า  “ พวกทหารอะไร?  

 

เจสันสะอึก แอบหลบสายตาขี้สงสัยของทิม แต่แน่ละ นักสืบอย่างทิมมีหรือจะไม่สังเกต  เจสันรีบพูดปัด  ... ถ้าแกอยากออกนักก็ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ ตัวเหม็นสาบของแกทำฉันหงุดหงิด   เจสันเอามือบีบจมูกทั้งที่มืออีกข้างยังจับแขนทิมไม่ปล่อยตั้งแต่แรก

 

นายก็มีกลิ่นตัวเหมือนหมาเหมือนกันนั่นแหละ  ไม่ดูสภาพตัวเองเลย ตานี่...  ทิมเถียงกลับในใจ แต่ก็แอบยิ้มมุมปากในความซึนของร่างสูง

 

เจสันปล่อยแขนทิมพล่างปัดมือไล่  ทิมไม่อยากเถียงก็ยอมเดินกลับห้องโดยดี ร่างเพรียวเปิดตู้ไม้ขนาดใหญ่ที่คิดว่าน่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า ก็เจอมหากองเสื้อผ้าที่ไร้การจัดการพับ   ทิมสตั้นกับภาพที่เห็น มั่นใจได้ทันทีว่าพ่อตัวสูงไม่เคยจัดผ้าในตู้แน่ๆ หรือถ้าซาแมนธามาจัดให้  นิสัยใจร้อนแบบนั้นถ้าหาเสื้อที่ต้องการไม่เจอคงคุ้ยผ้าทุกชิ้นออกมาแล้วยัดกลับเข้าไป​  ผลจึงออกมาเป็นสภาพทีเห็น ทิมกำลังปิดตู้เพราะทนเห็นไม่ไหว พลันสายตาก็สะดุดกับ  ผ้ากองหนึ่งถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย 

 

ทิมขมวดคิ้ว  ทำไมถึงมีผ้ากองนี้กองเดียวที่ดูเรียบร้อยผิดปกติ เหมือนเพิ่งถูกนำมาวางทับกองผ้ารกๆนี้ภายหลัง แถมยังดูใหม่อีกด้วย  ว่าแล้วทิมก็หยิบกองผ้ามาวางไว้บนเตียง เมื่อหยิบแยกออกทีละชิ้นก็อดสงสัยเรื่องขนาดเสื้อผ้าที่เล็กกว่าเจ้าของห้องอย่างยิ่ง  ทั้งเสื้อ กางเกง ดูเล็กไปเมื่อเทียบกับร่างสูง  แล้วถ้าเอามาเทียบกับตัวเขาเองละ  ทิมไม่รอช้าเปลี่ยนเสื้อผ้าที่มีครบชุดในทันที  ผลคือ มันพอดีกับเขาซะงั้น เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อโค้ทมีกระดุมสีแดงเลือดหมูยาวถึงเข่า ซึ่งทิมก็ติดกระดุมไปสามเม็ดให้ดูสวยงามเรียบร้อย  กางเกงผ้าหนาสีน้ำตาลอ่อนยาวเกือบถึงข้อเท้า  ถึงจะมีบางจุดดูหลวมๆ คับๆไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วเสื้อพวกนี้มันดูถูกเตรียมมาให้เขามากกว่าเจสัน

 

ซาแมนธาเอามาเหรอ?    ทิมลองดึงคอเสื้อมาดมพลันหัวใจก็เต้นแรงโดยไม่ทันตั้งตัว

 

นี่มันกลิ่นของตานั่นนิ!!   ทิมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งพยายามหาข้อแย้ง ว่าอาจเป็นเพราะกลิ่นในตู้ติดมากับเสื้อ  แต่ก็ต้องปัดข้อสันนิษฐานทิ้งเพราะเมื่อลองดมอีกครั้ง  เสื้อผ้ามีแต่กลิ่นเจสันเพียงคนเดียว  ตอนนี้ในสมองของทิมมีแต่ใบหน้าของเจสัน

 

หากท่านเปิดใจให้กับเขา ท่านจะเห็นด้านดีและมุมอ่อนโยนของเขาอีกมาก

 

คำพูดของซาแมนธาเมื่อวานผุดขึ้น ทิมกำเสื้อแน่นพยายามข่มหัวใจตัวเองไม่ให้มันเต้นรุนแรงไปมากกว่านี้  

 

... หรือบางที  ถ้าเราลองคุยกับหมอนั่นด้วยเหตุผลจริงๆ เขาอาจเชื่อเรื่องที่ฉันมาจากอนาคตก็ได้

 

 

ทิมออกจากห้องโดยไม่ลืมพกนาฬิกาของเขาใส่กระเป๋าเสื้อ  ทันทีที่ออกจากห้องก็พบเจสันรออยู่ที่ประตูแล้ว เขาในชุดคล้ายคลึงกันแต่เจสันใส่กางเกงสีดำ เสื้อโค้ทสีน้ำตาลเข้ม พร้อมรองเท้าหนังอย่างดี  เจสันหันมองที่ร่างเพรียวพลันปากตัวดีก็หาเรื่องทันที  มองอะไรของแกไอเตี้ย  

 

ไม่ต้องเดาก็ดูออกว่าเขาต้องตามฉันออกไปข้างนอกด้วยแน่ๆ...  ทิมทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินที่เจสันพูด

 

ฉันชื่อทีโมธี   ทิมกล่าวหน้านิ่งขณะเดินเข้าใกล้เจสัน

 

อ้าวเหรอ  โทษที  เจ้าเตี้ยทีโมธี   เจสันแสยะยิ้ม

 

ทิมเพียงแค่เหลือบมองนิ่งๆไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมาก่อนหลับตาถอนหายใจเฮือกใหญ่  ... จะไปกันได้รึยัง   ทิมพยายามตัดบท

 

แกดูรีบนะ  มีนัดรึไง   เจสันยังไม่ยอมหยุด

 

เปล่า  ฉันแค่ไม่อยากมัวยืนทะเลาะกับคุณ   ร่างเพรียวตอบ

 

โอ้ว คุยกับฉันมันอึดอัดมากเลยงั้นสิ   เจสันยื่นหน้าเข้ามาใกล้แถมเสียงหัวเราะในลำคอให้ทิม

 

โว้ยยยยยย  อยากต่อยหน้ามันให้คว่ำจริงๆ!!  ทิมคิดแต่สายตาที่มองเจสันเริ่มมีประกายไฟอาฆาต

 

เจสันหัวเราะชอบใจที่ทำให้ทิมหงุดหงิดได้สำเร็จ  หึ  แล้วจะไปที่ไหนละ   เจสันกลับเข้าเรื่องหลักจนทิมที่เตรียมพร้อมเปิดสงครามถึงกับตีลังกาพลิกคว่ำไปไม่เป็น  ทิมเข้าใจแล้วว่าเจสันแค่ต้องการยั่วโมโหเขาเท่านั้น

 

ไม่รู้สิ  อยากพาไปไหนก็แล้วแต่คุณเลยแล้วกัน   ทิมหันหน้าไปทางอื่นรีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ

 

เจสันพยักหน้า   ได้  แต่ก่อนอื่น  คลุมไอนี่ไว้ ”  เจสันเดินไปหยิบผ้าคลุมสีเขียวขี้ม้าสะบัดอ้อมหลังทิมมาผูกปมด้านหน้า  พฤติกรรมดั่งกล่าวเหนือความคาดหมายของทิม  ยังไม่ทันตั้งตัวเจสันย่อตัวลงไปนั่งชันเข่า  “ เอ้า  ยกเท้าขึ้น   ทิมเห็นเจสันถือรองเท้าบูธสีน้ำตาลเข้มจ่อมาที่เท้าของทิม

 

ฉันใส่เองได้   ทิมหน้าแดงไม่รู้ตัว

 

เงียบไปซะ แล้วก็ยกเท้าขึ้น เจสันแอบขึ้นเสียงบังคับ  เมื่อเห็นว่าร่างเพรียวไม่ยอมยกเท้าสักที เจสันก็จัดการจับเท้าของทิมมาใส่รองเท้าเสียเอง  ทำเอาทิมเกือบหงายหลัง ยังดีที่ร่างเพรียวยึดกำแพงได้ทัน เจสันจึงถูกบ่นไปหนึ่งชุดขอหาเกือบทำให้ร่างเพรียวหน้าหงาย  สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี  ก่อนพวกเขาจะเดินออกจากประตู  เจสันหันมาหาทิมพูดด้วยสายตาจริงจัง ฟังนะ... แกต้องตัวติดกับฉันตลอดเวลา ห้ามออกห่างจากฉันเกินสามก้าว  ไม่งั้นกลิ่นแกจะไปเตะจมูกพวกทหารเข้า

 

แม้ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้เท่าไหร่นัก  แต่ทิมก็พยักหน้าตกลงทั้งที่ใบหน้าหวานยังขึ้นสีไม่หาย  อ อืม ... เข้าใจแล้ว

 

 

 

 

ทั้งสองนั่งรถม้าจากหมู่บ้านชานเมืองกว่า30นาที ก็ถึงตัวเมืองกอตแธมที่แสนเจริญรุ่งเรือง  ร่างสูงสั่งลูกน้องให้หยุดรถม้าในซอกอาคารสูงเพื่อหลบสายตาทหารและประชาชนทั่วไป  เจสันบอกให้รถม้ารอจนกว่าพวกเขาจะกลับพลางดึงแขนทิมให้เข้ามาใกล้เขาก่อนพาเดินออกไปจากซอกตึก

 

ทันทีที่แสงแดดสาดเข้ากระทบดวงตาสีน้ำเงินคู่สวย ภาพเมืองกอตแธมที่ทิมเคยเห็นเพียงภาพวาดในหนังสือประวัติศาสตร์ก็ปรากฏแก่สายตา ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่  หญิงสาวแต่งตัวสไตล์วิคตอเรียสมัยใหม่ สวมชุดปกปิดเนื้อหนัง กระโปงยาวจรดเท้าใส่สุ่มขนาดเล็กที่สะโพกให้นูนขึ้น มีหมวกที่ตกแต่งด้วยดอกไม้และขนนกสวยงามหรูหราในความเรียบง่ายที่สุดในสมัยนั้น เหล่าชายชาตรีสวมสูทสมัยใหม่หน่อยควงสาวเดินไปมาบนถนน รถยนต์ใยยุคแรกเริ่มชนิดที่ยังช้ากว่าแรงม้า แต่ทิมกลับชอบที่จะมอง ถึงอย่างนั้น รถยนตร์ก็ยังน้อยกว่ารถม้าที่วิ่งบนถนนอยู่ดี  รถม้าส่วนมากตกแต่งอย่างหรูหรา ถนนที่ยังปูพื้นด้วยอิฐสีดำแบบโรมัน ร้านค้า อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่มีประมาณ3-4ชั้น ไม่มีระเบียงมีเพียงหน้าต่าง   ตามร้านค้าก็มีป้ายทำจากไม้มีลวดลายเถาวัลย์ ยิ่งเพิ่มความคลาสสิก  จุดเริ่มต้นยุคศตวรรตที่ 20  ยุคสมัยที่อาวุธนิวเคลียร์เป็นทฤษฎีในกระดาษ  ยุคสมัยที่สงครามโลกยังไม่ปะทุ  ยุคสมัยที่ความเจริญทางเทคโนโลยีกำลังก้าวสู่ยุคแรกเริ่ม   

 

ทิมตื่นเต้นที่ได้เห็นด้วยตาตัวเองจริงๆครั้งแรกจนเก็บอาการไม่อยู่  ร่างบางยิ้มกว้าง ตาเป็นประกายลุกวาวจนเจสันแอบสงสัยไม่ได้ว่าทำไมทิมถึงมีทีท่าเหมือนเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก  เจสันตัดอารมณ์ทิมด้วยการใช้แขนแกร่งโอบไหล่ทิมให้เข้ามาประชิดตัวกับร่างสูง  มันเป็นข้อตกลงที่ทั้งสองพูดคุยกันขณะอยู่ในรถม้า เมื่อถึงตัวเมืองพวกอัลฟ่าจะจู่โจมโอเมก้าอย่างทิมได้เพราะฉะนั้น ทิมจะต้องตัวติดกับเจสันไม่ให้ห่างแม้แต่เซนเดียว  กลิ่นอัลฟ่าที่แข็งแกร่งของเจสันช่วยกลบกลิ่นโอเมก้าของทิมได้  และหากมองภายนอก ทั้งคู่ก็ไม่ต่างอะไรกับคู่รักหนุ่มสาวที่ออกมาเดินเที่ยวตามถนนแต่อย่างใด  ดังนั้นเมื่อทิมโดนเจสันดึงเข้าไปโอบจึงไม่ตอบโต้หรือต่อว่าอะไร ถึงในใจจะแอบบ่นไปแล้วก็เถอะ

 

ทั้งสองเดินไปได้พักใหญ่ ทิมก็สังเกตถึงสิ่งผิดปกติในเมืองได้บางอย่าง  ทำไมถึงมีพวกทหารเยอะขนาดนี้  ทิมพึมพัมเบาๆให้แค่เจสันได้ยิน

 

เจสันถอนหายใจ คงต้องบอกจริงๆสินะ...  พวกมันตามล่าคนที่เป็นโอเมก้าและจับไปยังปราสาทของราส์ อัลกูล  ไม่ว่าหญิงหรือชาย คนชราหรือเด็ก   ทิมหันขวับทันที

 

พวกเขาจับคนเหล่านั้นไปทำไม

 

เจสันตอบ  พวกมันจับไปขายทาส ไม่ก็ฆ่าเพื่อขายชิ้นส่วนมนุษย์กับพวกแม่มดหมอผี ไม่ก็เอาไปแปรรูปขายต่อในตลาดมืดใต้ดิน ”  เจสันเงียบไปสักพักก็หันมาถาม  “ ที่ที่แกจากมาคงรู้จัก แม่มดกับตลาดมืด สินะ

 

ทิมพยักหน้ารับ พลันแอบสงสัยในสายตาของเจสันที่มองมายังตน แต่ทิมยังคงถามต่อเพื่อเค้นความจริง  “ แล้วพวกคุณคิดจะทำอะไร  จะก่อสงครามกับราส์ เพื่อช่วยประชาชนเหรอ

 

เจสันชะงักก่อนหัวเราะในลำคอ  ถ้าแกอยากเชื่อว่าพวกฉันเป็นคนดีก็แล้วแต่แก   ดวงตาเจสันว่างเปล่าจนทิมไม่สามารถเดาได้ว่าร่างสูงกำลังคิดอะไร

 

ถ้าเช่นนั้น ประวัติศาสตร์ก็เป็นเรื่องเท็จน่ะสิ ”  ทิมเอ่ยขึ้นเพื่อย้ำเตือนเรื่องที่เขามาจากอนาคตและตั้งข้อสงสัยกับตัวเองว่าสิ่งที่ตนได้รับรู้นั้นไม่เป็นความจริง  “ พวกเขาบันทึกว่าคุณเป็นอาชญากร เป็นคนอันตรายที่สังหารผู้คนกว่าพันคน

 

... มันก็ไม่แน่หรอก  ฉันอาจเป็นอย่างที่แกได้ยินมาก็ได้ ”  เจสันเอ่ยอย่างแผ่วเบา แกอย่าเชื่ออะไรในตัวฉันนักเลยดีกว่า ที่ฉันทำ สิ่งที่ฉันเป็น นั่นก็เพื่อผลประโยชน์ของฉันเท่านั้น

 

... รวมถึงการเสียสละตัวเองด้วยน่ะเหรอ   ทิมเอ่ย

 

 

 

 

  ... แล้วแต่แกจะคิด

 

 

 

 

 


.........................................................................................................................................................................


หุ หุ หุ ตอนที่ 2  แล้วเน้อ 
เริ่มมีปมเกี่ยวกับเจสันมากขึ้นแล้ว  เจสันเองก็เริ่มเปิดเผยตัวตนกับทิมมากขึ้น ทำไมถึงยอมกันน้า

ตัวละครเสริมที่มีบทบาทสำคัญ คือ ซาแมนธา ตัวละครออริที่เราสร้างขึ้นเองในเรื่องโดยเฉพาะนะคะ


สำหรับตอนต่อไป เราจะอัพหลังวันที่ 8 พฤษภาคม นะคะ เพราะเราสอบถึงวันที่ 6  วันที่7-8 เตรียมตัวกลับบ้าน  แต่เพิ่งนึกได้ว่าที่บ้านไม่มีWifi ...... //อยู่ๆก็ไม่อยากกลับบ้านเลยแหะ 55555555

ตอนหน้า บรูซ จะออกมาแล้วนะ!!

แล้วตอนหน้า หนูทิมก็จะโชว์สกิลบ้างแล้ว


คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นเป็นกำลังใจได้นะฮับ  ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะค้าาาาาาาา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #23 KiNOZE (@spy_gang) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 19:47
    ชอบที่เจสันเรียกทิมว่าเตี้ยจังค่ะ อดยิ้มไม่ได้เลย5555555

    แหม่ ด่าเขาทำร้ายเขาแต่ก็ดูแลทะนุถนอม เตียงก็ไม่นอนด้วยสงสัยกลัวห้ามใจไม่ไหว~

    เคมีเจสันกับทิมดีจังค่ะ สารภาพเลยว่าอ่านไปยิ้มไป -/////-)
    #23
    1
    • 22 พฤษภาคม 2561 / 20:21
      งุ้ย​ ขอบคุณ​ค่า​ ดีใจที่ชอบนะคะ
      เจย์คนซึนปากร้ายใจดีค่ะ บางทีก็หมั่นไส้เจสันทั้งที่แต่งเอง 55555
      #23-1
  2. #8 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 11:58
    ฮื่อออออ ความซึนของอิเจย์นี้55555 อยากเห็นทิมแกล้งกลับบ้างนะ แค่กก ตอนนี้จะมีบรูซแล้ว โอ้น ตื่นเต้น5555 จนมาทั้งแบทแฟมเลยได้มั้ยคะ55555 /สู้ๆกับการสอบนะคะไรท์
    #8
    4