ตอนที่ 3 : Love myths of unlucky Mermaid (JayTim)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    8 พ.ค. 61


Love myths of unlucky Mermaid (JayTim)

ตำนานรักเมอร์แมนผู้อาภัพ



 

 

เราพยายามไม่อธิบายหรือใส่คำพูดเยอะเพื่อให้อารมณ์เหมือนนิทาน แต่ไม่รู้ว่าเหมือนรึเปล่านะ 5555

หากเนื้อเรื่องซ้ำกับใครก็อภัย ณ ที่นี้ด้วยนะคะ (กันไว้เผื่อบังเอิญไปซ้ำกับใครเข้า)






 

ในโลกใบนี้ล้วนมีเรื่องเหนือธรรมชาตินับหมื่นนับล้านที่ไม่อาจหาข้อพิสูจน์ได้  ส่วนใหญ่แล้ว เรื่องเหนือธรรมชาติมักเริ่มต้นจากตำนานเมืองต่างๆ เรื่องเล่าหรือตำนานที่มักเล่าขานเป็นนิทานก่อนนอนให้ลูกหลานฟัง

ในวันนี้ เราจะมาเล่าตำนานเมืองเรื่องหนึ่ง 
ว่าด้วยเรื่องความรักอันแสนบริสุทธิ์ของเมอร์แมนตนหนึ่ง กับ หนุ่มชาวประมง

.

.

.

ทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นตำนานเมืองอันโด่งดังงั้นน่ะเหรอ 
ก็จงตั้งใจฟังเรื่องที่ฉันจะเล่าก่อนก็แล้วกัน

 

 

 

ย้อนเวลาไปเมื่อ ค.ศ. 1600   ณ  เมืองติดทะเลเมืองหนึ่งในแถบทะเลแอตแลนติส 
มีเด็กชายอายุประมาณสิบขวบคนหนึ่งผู้มีดวงตาสีเขียวมรกต นาม เจสัน  ทอดด์  กำลังเดินเล่นบริเวณโขดหินริมทะเลที่ทอดยาวเกือบหนึ่งไมล์  สองเท้าเล็กกระโดดข้ามโขดหินก้อนแล้วก้อนเล่า ดวงตาใสไร้เดียงสาสอดส่องตามพื้นหินเพื่อ
เก็บเปลือกหอยสวยๆไปสะสม

 

ช่วยด้วย...

 

เด็กน้อยหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงร้องอวดครวญอย่างเจ็บปวด ร้องขอความช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ  เด็กน้อยไม่รอช้ากระโดดตรงไปข้างหน้าเมื่อเห็นร่างชายท่อนบนนอนคว่ำหน้าเกยโขดหินโดยมีแหจับปลาถ่วงเหล็กพันร่างชายปริศนาคนนั้นแน่น  เมื่อเจสันมาถึงร่างที่นอนคว่ำหน้าก็ต้องตกตะลึงเมื่อร่างกายท่อนล่างที่อยู่ในน้ำทะเลไม่ใช่ขาสองข้างแต่กลับเป็นหางปลาเหมือนโลมายาวเกือบสองเมตร

ความคิดแรกของเด็กน้อยคือวิ่งไปตามชาวบ้านมาดู  แต่กลับเปลี่ยนความคิดเมื่อร่างครึ่งคนครึ่งปลาอวดครวญอย่างทรมาน  เด็กน้อยจึงหยิบมีดสั้นออกมาเพื่อจะช่วยตัดแหให้  แต่ยังไม่ทันที่มือน้อยๆจะสัมผัสกับร่างผอมเพรียว  เสียงหวานของผู้ชายก็เอ่ยขึ้นว่า

อย่าสัมผัสตัวข้า

เด็กน้อยชะงักแต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะช่วย  เด็กน้อยจับแค่แหที่พอดึงได้มาตัดออกอย่างระมัดระวังและใจเย็น  เพียงไม่นาน แหอันใหญ่โตก็หลุดออกปล่อยร่างผอมเพรียวให้เป็นอิสระ  ทันทีที่ครึ่งคนครึ่งปลาถูกปลดพันธนาการก็ดีดตัวหมุนครึ่งรอบลงทะเลทันทีจนร่างกระทบผิวน้ำเสียงดังตูม  แต่ไม่นาน  ร่างที่เด็กน้อยคิดว่าจะหนีหายลงทะเลก็ค่อยๆโผล่ศรีษะที่ปกคลุมด้วยกลุ่มผมสีดำเงางามพร้อมดวงตาสีครามเปล่งประกายสีเขียวมรกตมองมาที่เด็กน้อยด้วยสายตามุ่งร้าย  นั่นเพราะมันคือกฏของเผ่าพันธ์ หากถูกมนุษย์พบเจอ ต้องฆ่ามนุษย์ตนนั้นเพื่อป้องกันความลับการมีอยู่ของพวกเขา

เจ้าของดวงตาคู่งามปลดเงี่ยงรูปร่างเหมือนใบมีดเรียงไปตามกระดูกสันหลัง ตามแขนไปถึงมือ เพื่อกำจัดเด็กน้อย แต่ก็ต้องชะงักเมื่อ...

ท่านเป็นนางเงือกเหรอฮะ

สิ่งที่เด็กน้อยเรียกว่านางเงือกไม่ตอบ เอาแต่จ้องเด็กน้อยไม่กระพริบ  เด็กน้อยสบตากับดวงตาคู่นั้นอยู่นานสองนาน  เมื่อร่างอมนุษย์ในทะเลเห็นว่าเด็กน้อยไม่มีท่าทีตื่นตกใจก็ค่อยๆเคลื่อนกายเข้าใกล้โขดหินที่เด็กน้อยนั่งอยู่ขึ้นเรื่อยๆ

เจ้าไม่กลัวข้าหรือ

อมนุษย์ตนนั้นเอ่ยถาม เด็กน้อยเอียงคอถามกลับ

คุณไม่มีอะไรที่ผมต้องกลัวเลยนี่ฮะ

ร่างในน้ำทะเลเงียบ เจ้าของใบหน้างามเก็บเงี่ยงที่แสนอันตรายเข้าร่างกาย ก่อนยกสองมือกดกับโขดหินดันร่างตนขึ้นจากน้ำมานั่งข้างจสัน  นั่นทำให้เด็กน้อยได้เห็นเรือนร่างของ เมอร์แมน ได้ชัดๆ  ผมสีดำเงางามยาวประบ่า  โครงหน้างดงามราวหญิงสาว ผิวสีขาวซีด ผิวเรียบเนียนไม่มีขน  ท่อนล่างตั้งแต่เอวลงไปเป็นรูปร่างคล้ายโลมาตัวโต

เด็กอย่างเจ้ามาทำอะไรที่นี่

 

ผมมาเก็บเปลือกหอยฮะ

 

... งั้นหรือ  ข้าต้องขอบคุณเจ้าอย่างสูงที่ช่วยชีวิตข้าไว้
ข้ามีนามว่า ไบเฮน

 

ผมชื่อ เจสัน ทอดด์ ฮะ ท่านเป็นนางเงือกจริงๆสินะฮะ

 

ข้าเป็นเมอร์แมน... แต่มันก็ไม่ต่างจากนางเงือกที่เจ้าเรียกหรอก เพียงแค่ข้าเพศผู้

 

สุดยอดไปเลย  ผมเคยเห็นแต่รูปวาด ไม่คิดว่านางเงือกตัวจริงจะสวยขนาดนี้
เจสันตาประกายลุกวาวด้วยความตื่นเต้น ผิดกับไบเฮนที่ยังคงตีสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ ราวกับนางเงือกตนนี้มีสีหน้าเพียงสีหน้าเดียวจนบางทีเด็กน้อยก็เริ่มกลัวในความเย็นชาของเขา

 

ท่านมาจากไหนเหรอฮะ

 

.... ใต้มหาสมุทร  ข้าหนีชีวิตที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของบิดา  ข้ามาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง

 

ผมอยากไปใต้ทะเลบ้างจัง  มันต้องสวยมากแน่ๆ

 

เจ้าคิดว่าใต้ทะเลมีอะไรบ้างละ
ไบเฮนเอ่ยถามพล่างนึกถึงที่ที่ตนหนีออกมากว่า
100 ปี  เมอร์แมนนั้น แท้จริงแตกต่างจากเมอร์เมดมาก เมอร์แมนทั่วไป น่ากลัว ดุดัน ชอบใช้กำลังความรุนแรงมาก เมอร์เมดก็เช่นกัน พวกหล่อนน่ะเย็นชา เจ้าเล่ห์ ชอบอยู่เป็นกลุ่ม อารมณ์ร้ายมาก  แตกต่างจากไบเฮน แม้จะเป็นเมอร์แมน แต่อุปนิสัยเขากลับอ่อนโยนรักสงบ เมื่อไม่อาจทนต่อกฏสังคมของเผ่าพันธุ์เดียวกันได้  ไบเฮนตัดสินใจหนีสังคมมาใช้ชีวิจเพียงลำพังใต้โขดหินบริเวณเมืองแห่งนี้

 

ก็มีปลาเป็นล้านๆตัว มีปะการังสวยๆ  เมืองใต้ทะเล  อ้อๆ แล้วก็ปลาโลมาด้วย ผมชอบปลาโลมานะ
เจสันยิ้มร่าอย่างสนุกสนาน ไบเฮนยังนั่งนิ่งไม่ตบโต้อะไร ส่วนใหญ่จะเป็นการถามคำตอบคำมากกว่า ราวกับเงือกตนนี้ไม่รู้วิธีพูดคุยกับมนุษย์เท่าไหร่ แต่การที่ไบเฮนพยายามชวนเด็กน้อยคุยด้วยคำถามสั้นๆนั่นก็บอกได้ว่า เงือกตนนี้ไม่ได้เย็นชาอย่างที่คิด

 

เจ้ามาเก็บเปลือกหอยสินะ  ข้าจะมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้าเป็นการตอบแทนที่ช่วยเหลือข้า
ไบเฮนหยิบหินสีดำก้อนหนึ่งก่อนที่มันจะเปลี่ยนสภาพเป็นเปลือกหอยเชลล์สีขาวมุขเปล่งประกายแวววับเหมือนอัญมณี

 

ขะ ขอบคุณครับ  มันสวยมากเลย
เจสันแบบมือรับก่อนกล่าวขอบคุณ  เด็กน้อยหน้าแดงเมื่อเห็นใบหน้าไร้อารมณ์กำลังยิ้มให้กับเขา

 





นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด  เด็กน้อยกับเงือกหนุ่มพบกันที่โขดหินที่เดิมทุกวี่ทุกวัน พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวซึ่งกันและกัน  ทั้งคู่ยิ่งสนิทสนมมากขึ้น แต่ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวด้วยคำขอของไบเฮน เจสันก็ทำตามแม้ไม่เคยได้รับเหตุผลว่าทำไม   และเจสันไม่เคยรู้เลยว่า ไบเฮลนั้น คิดอย่างไรกับตน



ไบเฮล รัก เจสัน



ไบเฮนเก็บซ่อนความรู้สึกมาตลอดจนเวลาล่วงเลยกว่า10ปี  เจสันโตเป็นหนุ่มรูปหล่อ ร่างใหญ่โต แข็งแรงกำยำ  เป็นชาวประมงที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับต่อชาวเมือง ถึงอย่างนั้นเจสันก็ไม่ลืมมาพบไบเฮนทุกวันไม่ขาด เจสันยอมรับว่าเขาก็มีความรู้สึกพิเศษให้เมอร์แมนตนนี้ แต่การถูกปฏิเสธการแตะตัวจากไบเฮนสร้างความน้อยใจแก่เจสันมาก  จนกระทั่งวันหนึ่ง เจสันก็ได้พบกับ หญิงสาวรูปงาม ลูกสาวเจ้าของธุรกิจท่าเรือมาดูตัว  เจสันตกหลุมรักในความงามของเธอในทันที ทั้งคู่ตกลงคบหาดูใจอยู่สักพัก เมื่อฝ่ายพ่อหญิงสาวชื่นชอบเจสันและอยากได้มาเป็นลูกเขย ก็ประกาศให้ทั้งคู่แต่งงานกัน สร้างความปิติยินดีแก่ชาวเมืองรวมถึงเจสันที่ฝันถึงชีวิตครอบครัว



เจสันไม่รีรอไปบอกข่าวดีกับไบเฮน

ไบเฮล  ข้ากำลังจะแต่งงาน

ไบเฮนเบิกตาด้วยความตกใจ ราวกับหัวใจของตนถูกฉีกกระชากออกจากอก  ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไบเฮลรับฟังเรื่องราวความรักระหว่างเจสันกับสาวคนรักมาตลอดโดยไม่เคยแสดงอาการเจ็บปวดใดๆออกมา  แต่ครั้งนี้ มันเจ็บเกินไป  เขากำลังเสียเจสันไป

 

ข้ายินดีกับเจ้าด้วย...

ไบเฮนกลั้นความเจ็บปวดเก็บไว้ไม่แสดงออกมาแม้จะยากเย็นก็ตาม โชคดีในโชคร้ายที่เจสันอยู่ในห้วงความสุข เขาไม่ได้สนใจสีหน้าที่ผิดปกติของไบเฮนสักนิด

 





ตกดึกคืนก่อนแต่งงาน เจสันพาสาวคนรักเดินเล่นที่เรือประมงของเขา  ท่ามกลางเสียงพูดคุยอย่างมีความสุข มีสายตาคู่หนึ่งเฝ้ามองพวกเขาด้วยความโศกเศร้าและริษยา  ไบเฮนหลบอยู่ใต้ท้องเรือ  เขามาที่นี่เพื่อจัดการหญิงสาวที่บังอาจแย่งคนรักไปจากเขา  และโอกาสก็มาถึง  เจสันขอออกไปพูดคุยกับเพื่อนนอกเรือ ทิ้งให้แฟนสาวอยู่บนดาดฟ้าเรือเพียงลำพัง  เธอคนนั้นนั่งขอบเรือเพื่อรับลมทะเล

 


เจ้า!  เจ้าแย่งคนรักของข้า

ไบเฮน ยกนิ้วขึ้นเพื่อร่างมนตร์หวังดึงหญิงสาวตกทะเลจมน้ำเสียชีวิต 
แต่แล้วก่อนที่จะร่างมนตร์ ไบเฮลนึกถาพหลังจากนั้น เจสันร้องไห้ โศกเศร้าที่สูญเสียคนรัก
จึงหยุดทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนกำลังจะทำ  แท้จริงไบเฮลนั้นรู้วิธีทำให้เจสันเป็นของตน เขามีเวทย์มนตร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเมอร์แมน  เขาสามารถเสกหางเป็นขาเหมือนมนุษย์ แปรงกายเป็นหญิงสาวและใช้มนตร์สะกดให้เจสันรักเขาได้  แต่ไบเฮนเลือกไม่ทำ  เขาไม่ต้องการทำร้ายเจสัน  เขารู้ดีว่าการสูญเสียคนที่ตนรักมันเป็นอย่างไร และเขาไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นกับเจสัน

 


ไบเฮนร่ำร้องใต้น้ำในความคิดอันโง่เขลาของตนเอง อับอายจนไม่อาจกลับไปเจอเจสันได้ ไบเฮนตัดสินใจว่ายน้ำดำดิ่งกลับใต้สมุทรไม่คิดจะขึ้นมาอีก

 

 





หลายปีผ่านไปไบเฮนกลับมายังเมืองแห่งเดิมด้วยความคิดถึงชายที่ตนรัก  ก็เจอเจสันนั่งอยู่ที่เดิม  ที่โขดหินประจำด้วยใบหน้าเคร่งเครียด  เมื่อไบเฮลโผล่ขึ้นจากน้ำต่อหน้าเจสัน  เจสันก็แสดงสีหน้าดีใจมากที่เจอไบเฮนอีกครั้ง  

ไบเฮล  ท่านกลับมา
เจสันยิ้มก่อนขยับตัวให้ไบเฮนมานั่งข้างๆเหมือนทุกครั้ง  แม้ในหัวจะเต็มไปด้วยคำถามว่าทำไมไบเฮนถึงหายไป

 

เหตุใดเจ้าถึงมีสีหน้าอมทุกข์เช่นนี้

 


ข้า...

เจสันเล่าว่าภรรยาเขาเป็นหมัน ไม่สามารถมีลูกได้  ตอนนี้ความสัมพันธ์ทั้งคู่ไม่สู้ดี เจสันเครียดมาก ตั้งแต่ไบเฮนหายไปวันแรกเจสันก็เฝ้ารอใจจดใจจ่อ  รอเพื่อนคนสนิทของตน

ไบเฮนนิ่งเงียบ ตนไม่คิดจะบอกสาเหตุที่หายไปให้เจสันรู้  ภายในใจนั้นยังคงเจ็บปวดไม่บรรเทาลงสักนิดเดียว  ไบเฮนสะกดกลั้นน้ำตาของตนเอาไว้  เขารู้ดีว่าไม่ควรกลับมา  เขารู้ดีว่าตอนนี้เจสันไม่หลงเหลือใจให้เขาแล้ว  

 


ข้าช่วยเจ้าได้

 


ข้าจะมอบพรแก่เจ้า  ให้เจ้ามีบุตรสมดังปรารถนา

เจสันดีใจมากกล่าวขอบคุณไบเฮนจากใจจริง  แต่แล้ว

 

แต่ข้ามีข้อแลกเปลี่ยน...

 

อะไรหรือ

 

เจ้ากับข้าจะไม่สามารถพบกันอีกต่อไป

เจสันหน้าซีดเผือกช็อคกับสิ่งที่ได้ยิน   แม้ถามว่าทำไมแต่ไบเฮนไม่ตอบ พร้อมกับท่าทีเฉย  เจสันทนไม่ไหวทำลายข้อตกลง  เอื้อมมือรั้งแขนไบเฮนไม่ให้ไป  ไบเฮนตกใจมากรีบสะบัดออก 

 


เจ้า  สัมผัสข้า...

ไบเฮนมีสีหน้าตื่นกลัว  รีบกระโดดลงน้ำหนี  เจสันที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและยังมีข้อสงสัยก็กระโดดตามลงไป เขาไม่ต้องการเสียไบเฮนไป  เจสันกอดแผ่นหลังไบเฮลเอาไว้แน่น  นี่เป็นครั้งแรกที่เจสันได้สัมผัสผิวกายของไบเฮน  มันช่างนุ่มนวล และเรียบเนียน ไบเฮนพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการจนผิวน้ำกระเด็นเป็นวงกว้าง  แม้อยากผลักไปให้ไกลแต่อีกใจก็อยากอยู่ในอ้อมกอดนี้ตลอดกาล  แต่เขาไม่อาจทำแบบนั้นได้  ไบเฮลหยุดดิ้นรนก่อนที่จะปล่อยเสียงสะอื้นออกมา

 



ทำไม  ทำไมท่านถึงอยากหนีจากข้าขนาดนี้

เจสันซบบ่าได้รูปของไบเฮลสะกดกลั้นไม่ให้ร้องไห้ออกมาเช่นกัน  ไบเฮลค่อยๆหันหน้ากลับมายังชายที่รัก  ใบหน้าของทั้งสองห่างแค่เพียงไม่กี่คืบ  นั่นเป็นครั้งแรกที่เจสันได้เห็นใบหน้างดงามของไบเฮนชัดๆ  เจสันชะงักราวต้องมนตร์  ไบเฮนยิ้มอย่างโศกเศร้าแสนอาลัย

 


ข้ารักเจ้า  ลาก่อน


ไบเฮนมอบให้จูบเจสันอย่างแผ่วเบา  เจสันนิ่งค้างไปกับสัมผัสจากริมฝีปากนุ่มนวล เจสันกุมมือไบเฮนไว้ไม่ให้จากไปไหน   

 


ซ่าาาา

ทันใดนั้นคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามายังทั้งสอง  เจสันหลับตาโดยอัตโนมัติ  แต่แล้ว มือที่ตนกุมไว้พลันสลายหาย  เจสันฝืนเปิดตาในน้ำก็เห็นไบเฮลค่อยๆสลายเป็นฟองคลื่นไปต่อหน้าต่อตา  เจสันเอื้อมแขนไปมาอย่างไร้ทิศทางหวังไข่วคว้าร่างนั้นเอาไว้  แต่คลื่นลูกใหญ่ซัดร่างของเขาชนกับโขดหินจนได้รับบาดเจ็บ  ร่างของเขาถูกคลื่นซัดกลับเขาชายหาดได้อย่างไรก็ไม่รู้  เจสันตะโกนร้องเรียกไบเฮนดังก้องจนเสียงเฮือดแห้ง   และนับแต่นั้นเจสันก็ไม่เคยเจอไบเฮนอีกเลย 

 

หลายสัปดาห์ผ่านไปเจสันพบข่าวดีว่าภรรยาตั้งครรภ์  ชาวบ้านต่างจัดงานเลี้ยงขอบคุณพระเจ้าที่สร้างปาฏิหาร์ แต่เจสันรู้ดีว่าเป็นเพราะไบเฮนที่มอบพรแสนวิเศษนี้แก่เขาและภรรยา  เจสันไม่เคยมีความสุขอีกเลยนับแต่นั้น  เขาจึงเลือกกลับมาทำอาชีพชาวประมงต่อเพื่อลงทะเล หวังว่าสักวันเขาขะได้พบเจอไบเฮนอีกครั้ง

 

 

 




เวาลาผ่านไปจนเจสันสูงอายุ เขาได้เป็นกับตันเรือประมงใหญ่ที่สุด  เขามีลูกเรือกว่ายี่สิบคน  วันหนึ่งขณะออกไปหาปลาเจสันบังเอิญได้ยินลูกเรือสองคนเล่าตำนานนางเงือกให้ฟัง ว่าด้วยเรื่อง

หากนางเงือกรักกับมนุษย์แต่ไม่สมหวัง  จิตใจของนางจะแตกสลายอย่างเจ็บปวด  นางเงือกตนนั้นจะตรอมใจตายกลายเป็นฟองคลื่นของทะเล   เจสันชะงักเมื่อได้ยินก่อนเดินไปหาลูกเรือของเขา  ทั้งสามพูดคุยตามประสาคนสนิทก่อนที่เจสันจะเล่าเรื่องเมอร์แมนไบเฮนให้ฟังแต่ดูลูกเรือสองคนนั้นไม่เชื่อ ก่อนโต้กลับว่า แท้จริงนางเงือกเป็นเพียงนิทานหลอกเด็ก  เจสันได้แต่หัวเราะเศร้าถึงอย่างไรก็คิดอยู่แล้วว่าคงไม่มีใครเชื่อ  

 

และแล้วในคืนนั้น เกิดพายุกลางทะเล  ลูกเรือคนหนึ่งโดนคลื่นทะเลซัดจนตกทะเล ท่ามกลางคลื่นลมแรงทุกกคนต่างรู้ชะตากรรมดีและไม่สามารถลงไปช่วยได้เพราะรู้ดีว่าคนที่ตกเรือไม่มีทางรอด  แต่แล้วเจสันก็กระโดดลงไปช่วยท่ามกลางเสียงร้องห้ามของเหล่าลูกเรือ

 

ลูกเรือคนสนิทรีบไปหาแผ่นไม้ลอยน้ำมาผูกเชือกแล้วโยนลงไป  ไม่กี่นาทีเจสันโผล่ขึ้นจากน้ำพร้อมลูกเรือ เจสันคว้าแผ่นไม้ไว้พร้อมกำชับลูกเรือคนนั้นว่าห้ามปล่อยมือเด็ดขาด  ขณะที่ทุกคนบนเรือออกแรงดึงขึ้นมา  คลื่นลูกใหญ่ก็โถมเข้ามาอีกครั้ง  และครั้งนี้เป็นเจสันที่อายุมากแล้วไม่อาจสู้ต่อแรงคลื่น โดนซัดจมดิ่งลงมหาสมุทร

 

 




ร่างของเจสันกำลังจมลงไปใต้มหาสมุทรอันหนาวเย็น  ก่อนที่เขาจะหมดลม ดวงตาใกล้จะมืดบอด  พลันมีแขนคู่หนึ่งประคองเจสันไว้ในอ้อมแขน  สายตาอันเลือนรางเบิกตาขึ้นอีกครั้ง  สิ่งที่เจสันเฝ้ารอมาตลอดเป็นจริงในที่สุด 

ไบเฮนกำลังประคองเขาไว้ 


ใช่แล้ว  ไบเฮนเธออยู่ที่นี่

 

ไบเฮนมีสีหน้าเศร้าสลด  ไบเฮนยังไม่ตาย  เขาเพียงสูญเสียพลังเวทย์มนตร์เพราะการสัมผัสกับมนุษย์ ถึงกระนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาไบเฮนอยู่ใกล้เจสันเสมอมา คอยดูแลและปกป้องมาตลอด แม้กระทั่งตอนนี้  แต่การสัมผัสตัวกันอีกครั้งในครั้งนี้ อาจทำให้ไบเฮนสูญสลายกลายเป็นฟองคลื่นไปจริงๆ

 

ไบเฮนหาใส่ใจไม่  หากคนที่รักตายเขาจะมีชีวิตเพื่ออะไร

 



มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่โง่เขลานัก  เหตุใดเจ้าออกเรือทั้งที่รู้ว่ามีพายุ

ไบเฮนร้องไห้ เจสันลูบใบหน้างามช้าๆ  ทั้งคู่สบตากัน ไบเฮนได้ยินเสียงในใจเจสันพูดถึงเขา


สิ่งสุดท้ายที่ข้าต้องการคือได้เห็นท่านอีกครั้ง


ข้ารักท่าน

 

ไบเฮนร้องไห้หนักยิ่งขึ้นก่อนคลี่ยิ้มออกมา  ร่างกายของเขากำลังแตกสลายเป็นฟองคลื่นขึ้นเรื่อยๆ  ไบเฮนไม่กลัวตายอีกแล้ว  ไบเฮนสวมกอดเจสันอย่างรักใคร่  เจสันโอบกอดไบเฮนอย่างโหยหา 

 



และแล้วทั้งสองก็จมดิ่งลงสู่มหาสมุทรไปตลอดกาล 

 

 

 

 

 

 

จบแล้วครับ    ทิมปิดหนังสือเล่มหนาลง  ท่ามกลางเสียงสะอื้นของเหล่าเด็กน้อยที่นั่งฟังเขาเล่านิทานในสวนสาธาราณะริมทะเล

 

อึก... อึก  น่าสงสารพวกเขาจังเลยค่ะ   เด็กสาวคนหนึ่งยกมือปาดน้ำตา

 

ทิมเห็นแบบนั้นก็ลุกจากม้านั่งมาลูบศรีษะน้อยๆของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน  อย่าร้องเลยแคสแซนดร้า เพราะในที่สุดพวกเขาก็ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปแล้วนะ   ทิมยิ้มปลอบเด็กสาว

 

แต่พวกเขาก็ตายอยู่ดีนี่คะ ....ฮึก   เด็กสาวอีกคนเอ่ยขึ้นพล่างร้องไห้ไม่อยู่

 

มันก็เป็นแค่นิทานเท่านั้นแหละน้า  สเตปฟานี่ ”    ทิมหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาพล่างปลอบเหล่าเด็กหญิงเด็กชายทั้งหลายไม่ให้ปล่อยโฮจนโดนตำรวจจับข้อหากลั่นแกล้งเด็ก

 

พี่ว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนเนอะ  นี่ก็ใกล้เย็นแล้วเดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่พวกเธอจะเป็นห่วงเอานะ   เมื่อทุกอย่างกลับเป็นปกติ ทิมก็รีบให้บอกเด็กๆกลับบ้าน

 

ค่ะ งั้นพวกหนูกลับก่อนนะคะพี่ชาย   สเตปฟานี่กล่าวขณะจับมือปลอบแคสแซนดร้าที่ยังสะอื้นไม่หยุด

 

พรุ่งนี้มาเล่านิทานสนุกๆให้ฟังอีกนะครับ   เด็กชายคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยต่อ

 

แน่นอนจ้า  เดินทางดีๆนะทุกคน   ทิมโบกมือลา

 

บ๊ายบาย~

ทิมมองเหล่าเด็กๆเดินกลับออกไปจนลับตา  เด็กหนุ่มวางสมุดนิทานลงข้างตัว  ดวงตาสีน้ำเงินสวยปิดลงด้วยความเหนื่อยล้าในการเล่านิทานยาวนาน

 

 


 

มาอยู่นี่อีกแล้วเหรอทิม  นายดูชอบอยู่กับเด็กๆเหลือเกินนะ   

เสียงบุรุษปริศนาเอ่ยขึ้นก่อนที่จะมีแขนแกร่งกอดคอทิมจากด้านหลัง  ทิมไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร

 

 ก็ฉันเหงานี่นา  อีกอย่าง พวกเขาก็น่ารักออก ตั้งใจฟังนิทานของฉันทุกเรื่องเลยนะ   ทิมจับมือชายคนนั้นมาจูบแผ่วเบาก่อนเงยหน้าสบตากับเจ้าของดวงตาสีเขียวมรกตในชุดเครื่องแบบตำรวจ  ทั้งสองมอบจูบให้กันด้วยความคิดถึง

 

งานวันนี้เป็นอย่างไรบ้างเจสัน   ทิมเอ่ยถาม

 

เจสันหัวเราะที่ไม่ได้ดูมีความสุขเท่าไหร่  ก็เหมือนเดิม  ไม่มีอาชีพไหนน่าเบื่อเท่าตำรวจอีกแล้วล่ะ   เจสันกระโดดข้ามม้านั่งมานั่งข้างทิมพล่างโอบไหล่ทิมให้เข้ามาซบอก

 

แต่คุณในเครื่องแบบดูดีมากเลยนะ   ทิมหลับตาไปกับความอบอุ่น

 

ทั้งสองจ้องมองไปยังทะเลสีคราม แสงอาทิตย์ใกล้ตกดินกลายเป็นสีส้ม เจสันเอ่ยถาม เริ่มเย็นแล้วนะ กลับบ้านเลยไหม ”  เจสันเห็นว่าทิมยังเงียบเหมือนเดิม  เจ้าของดวงตามรกตยิ้มเจ้าเล่ห์ก้มลงไปกระซิบข้างหูคนรัก 

หรือไปเล่นน้ำกันดีละ  ไบเฮน

 

ทิมลืมตาขึ้นเงยหน้ามองเจสัน ใบหน้าหวานยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์นัย 

 

หึ หึ  ไปเล่นน้ำอยู่แล้ว

 

 

 




................................................................................................................................

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ งงกันรึเปล่าเอ่ย  ไรท์รีบตัดจบเกินไปรึเปล่าเนี้ย 55555555555

สรุปเผื่อมีใครไม่เข้าใจ คือ ไบเฮนที่เป็นเมอร์แมนหรือนางเงือกเพศผู้ รักเจสัน แต่ตอนสารภาพรักครั้งแรกนั้น เจสันไม่ได้ตอบรับรักและเพราะเจสันแตะตัวเมอร์แมนซึ่งไรท์ตั้งกฏไว้(หากมนุษย์แตะนางเงือก นางเงือกตนนั้นจะสูญเสียพลังเวทย์มนตร์ของตนไป) ทำให้ไบเฮนตรอมใจจนเสียพลังของตนไป ไบเฮลจึงหนีไปอยู่ใต้ทะเล จนเมื่อเจสันตกทะเล ไบเฮนมาช่วยไว้อีกครั้ง แต่ก็ต้องยอมเสียสละชีวิตเพื่อช่วยเจสัน แต่วินาทีที่เจสันสารภาพรักกับไบเฮนก่อนที่ร่างจะแตกสลาย ทำให้บิดาของไบเฮนเห็นใจ ดนบันดานให้ทั้งคู่เป็นเมอร์แมน ทั้งคู่จึงได้อยู่ด้วยกันมาจนถึงปัจจุบันที่ทิมเล่านิทานให้เด็กฟังนั่นแหละค่ะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #7 bluerosttime (@yokouo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 12:52
    เค้าเศร้านะ 
    #7
    0
  2. #6 bluerosttime (@yokouo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 12:51
    เค้าเศร้านะ 
    #6
    0
  3. #4 sm3908028 (@sm3908028) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 11:15
    <p>รักคู่นี้ที่สุด&#10084;&#10084;&#10084;</p>
    #4
    0
  4. #3 18042545sandra (@18042545sandra) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 22:21
    เลิศมาค่ะไรท์ 
    #3
    0