[Fic] DC Bat family (AllTim)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,329 Views

  • 80 Comments

  • 74 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    2,329

ตอนที่ 2 : Cross the time to find love : ปฐมบท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    17 พ.ค. 61


Cross the time to find love

ข้ามกาลเวลาตามหารัก

Jason x Tim


ปฐมบท : โชคชะตาเล่นตลก

______________________________________________

 



 

หาเครดิตไม่เจอแย้วอะ ใครรู้ก็บอกเค้าด้วยนะ  ฮือ T T

 



คุณเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหม?   ทำไมชีวิตของเราถึงไม่เคยพบกับความสุข  ไม่เคยพบโอกาสดีๆเหมือนคนอื่นๆเขา  ไม่โชคดีเหมือนคนดังในทีวี  ไม่ร่ำรวยเหมือนนักธุรกิจพันล้าน  ไม่มีเส้นสายในวงการเด่นดัง  แล้วคุณโทษความย่ำแย่ทั้งหมดในชีวิตของคุณจากอะไร  ตัวคุณเอง?  ครอบครัว?  โชคชะตา?  พระเจ้า?  หรือไอบรรทัดฐานของสังคมที่เอาไว้แบ่งแยกมนุษย์จากเผ่าพันธ์ที่ติดตัวพวกคุณมาตั้งแต่เกิด? 

 

 

 

ผมคงเป็นหนึ่งในนั้นที่เลือกโทษข้อสุดท้ายนะ  ถึงเมื่อก่อนผมไม่เคยเชื่อเลยก็ตาม จนกระทั่ง... ผมได้เจอกับเขา

 

 

ในโลกที่มนุษย์ถูกแบ่งแยกประภท เป็น อัลฟ่า เบต้า และโอเมก้า   โลกที่ไร้ขอบเขตเรื่องเพศ ไม่ว่าหญิงหรือชาย ล้วนท้องและทำให้ผู้อื่นท้องได้ มันดูเหมือนเท่าเทียม แต่มันกลับยิ่งความกดขี่มากกว่าเดิม

อัลฟ่า  หรือพวกกลุ่มคนชั้นสูงที่มีความสามารถและออร่าจนคนทั่วไปสามารถรู้ได้ทันทีว่าคนกลุ่มนี้เป็นอัลฟ่า  สามารถทำให้โอเมก้าท้องได้ ไม่ว่าโอเมก้าคนนั้นจะเป็นหญิงหรือชาย  และยังไวต่อกลิ่นฟีโรโมนของพวกโอเมก้าด้วย

เบต้า หรือคนทั่วไป ไม่มีความพิเศษใดๆ มีจำนวนมากที่สุด

โอเมก้า  หรือกลุ่มคนที่ต่ำต้อยที่สุดในสังคม โอเมก้าชายสามารถท้องได้  ช่วงฮีท จะปล่อยฟีโรโมนออกมาดึงดูดอัลฟ่า และโอเมก้าด้วยกันให้เกิด อารมณ์ทางเพศ เข้าหาตามสัญชาตญาณอย่างห้ามไม่ได้

 

เมืองกอตแธมที่เต็มไปด้วยประชาชนนับสิบล้านชีวิตที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่อันดับต้นๆของประเทศ  ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนประเทศให้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ  ศูนย์รวมผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์มาอยู่รวมกันจนเป็นสังคมใหญ่   และยังเป็นศูนย์รวมอาชญากรรมอีกด้วย  แน่นอน คดีอาชญากรรมส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับการข่มขืน  ทำร้ายร่างกาย  การกดขี่ข่มเหงมนุษย์ด้วยกันเอง  สาเหตุเพียงเพราะคนกลุ่มนั้นถูกสังคมตราหน้าว่าต่ำต้อย เป็นกลุ่มชนชั้นล่างที่ไม่อาจเชิดหน้าชูตาในสังคมได้  นักวิทยาศาสตร์ที่เห็นความเดือดร้อนจึงผลิตทั้งน้ำหอมกลบกลิ่นโอเมก้า  ปลอกคอป้องกันการถูกกัดคอ และอีกมากมาย  ให้ชาวโอเมก้าสามารถอยู่ร่วมกับเบต้า และอัลฟ่าได้   แต่ด้วยราคาที่แพงมากเกินจะแตะต้องได้ทุกระดับฐานะนั้นจึงมีโอเมก้าเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ได้ใช้  คดีการทำร้ายร่างกายกลุ่มคนที่เป็นโอเมก้ายังมีมากมายอยู่ดี  ถึงกระนั้น เทคโนโลยีที่มากขึ้นและล้ำสมัยตามกาลเวลาช่วยผ่อนแรงตำรวจได้มาก  แต่หลายต่อหลายคดีจำเป็นต้องใช้มันสมองของมนุษย์คลี่คลายคดีอยู่  หลายกรณีต้องอาศัยร่วมมือจากนักสืบบ้างในกรณีสืบสวนลับ  หรือกรณีกำลังตำรวจไม่เพียงพอก็จะติดต่อนักสืบเพื่อมาช่วยทำคดี  หนึ่งในนักสืบที่ได้รับการกล่าวขานถึงเรื่องความเฉลียดฉลาด และไหวพริบดีเป็นเลิศนั้น  เป็นเพียงนักเรียนไฮสคูล  อายุเพียง17 เท่านั้น  ชื่อของเขาคือ...  ทิม เดรก

 

ทิม อรุณสวัสดิ์!” 

เสียงเรียกของเพื่อนชายร่างสูงโหญ่  เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ผ่านการเล่นกีฬาอย่างหนัก  ใบหน้าหล่อเหลาคมเข็มมาพร้อมรอยยิ้มที่คนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้เห็นมากนัก ยกเว้นคนสนิท  เสื้อโปโลกีฬาสีดำรัดรูปเข้ากันได้ดีกับกางเกงยีนส์สีคราม รองเท้าผ้าใบเกรดดีสีดำ  ยิ่งเพิ่มเส่ห์นในรูปร่างนักกีฬาประจำโรงเรียนอย่าง คอนเนอร์ เคนท์ มากขึ้น

 

อรุณสวัสดิ์คอน

เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกคือชายหนุ่มร่างเพรียวพอมีเนื้อมีนวลและมัดกล้ามพองาม  ผิวขาวสวยราวหญิงสาว  ผมดำยาวถึงต้นคอแสกกลางหน้าผากเข้ากับใบหน้าหวานที่ดูนิ่งยากจะเข้าใจ  อย่าง ทิโมธี แจ็คสัน เดรก  หันมายิ้มรับเพื่อนสนิทของตนอย่างเป็นกันเอง  ร่างเพรียวสวมเสื้อเชิ้ตด้านในสีขาวสวมทับด้วยเสื้อกันหนาวสีแดงม่วงเหมือนเลือดนกเข้าได้ดีกับกางเกงยีนส์สีดำรองเท้าผ้าใบสีขาว  ในมือถือหนังสือเล่มหนาว่าด้วยเรื่องกฎหมายฉบับใหม่  คอนอ่านชื่อหน้าปกหนังสือก็ทำสีหน้าหนักใจเล็กน้อยแต่ก็ทำเป็นเมิน  แม้เขารู้ดีว่าทิมเป็นใครและทำอะไรได้บ้าง  ทั้งคู่กล่าวทักทายตามด้วยคำถามทั่วไปก่อนเดินเข้าโรงเรียนด้วยกัน

 

นายได้รับเมล์จากมหาลัยรึยัง   คอนเริ่มบทสนทนาติดหูที่เด็กไฮสคูลเกรด 12 ทั้งหลายต้องได้ยินทุกคน  นั่นคือการสอบเข้ามหาลัยโดยการยืนเกรดให้ทางมหาลัยและรอการติดต่อ ซึ่งระยะเวลาที่ต้องรอนั้นมันช่างทรมานสำหรับเด็กทุกคนอย่างยิ่ง  แต่คงไม่ใช่ปัญหาสำหรับ ทิม  เดรก  หรอกมั้ง... คอนเนอร์คิดขณะมองเพื่อนสนิทเดินอ่านหนังสือ

 

อืม... ได้รับแล้ว  ร่างเพรียวตอบเสียงเรียบทั้งที่ยังจ้องตัวอักษรไม่หันมองผู้ถาม

 

เห้ย!  จริงดิ  ผลเป็นไง ได้รึเปล่า

 

  หึ หึ รับเข้าศึกษาเป็นที่เรียบร้อย  พร้อมทุนการศึกษา   ทิมหัวเราะน้อยๆกับปฏิกิริยาของอีกฝ่ายเป็นไปตามที่ตนคิดไว้ไม่มีผิด  แม้กิริยาของทิมดูเฉยเกินกว่าคนปกติจะเป็น เมื่อพูดว่าตนได้มหาลัยแล้ว

 

พระเจ้า ทิม!!  นายได้เข้ามหาลัยที่ยากที่สุดของโลกได้  นายมันสุดยอดจริงๆ!!   คอนเนอร์ตะโกนลั่นด้วยความดีใจโดยลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้พวกเขาทั้งคู่อยู่กลางโรงเรียน  ผู้คนต่างมองมายังทั้งคู่อย่างสนอกสนใจ

 

พอได้แล้ว  ฉันอายนะ   ทิมแทงศอกเข้าชายโครงร่างสูงทีหนึ่งถึงน้ำเสียงยังคุมโทนความนิ่งได้จนเหมือนพูดเล่น  แต่คิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยบอกให้เพื่อนคนสนิทรู้ว่าอีกฝ่ายไม่สบายใจอย่างที่พูดจริงๆ  ร่างสูงเพียงหัวเราะกลบเกลื่อนให้บรรยากาศผ่อนคลายไปบ้าง  ทิมจึงใช้โอกาสที่ช่องบทสนทนาว่างถามร่างสูงต่อ   แล้วของนายล่ะ มหาลัยส่งเมล์มารึยัง

 

คอนเลือกคณะวิศวะตามที่พ่อและแม่ของเขาต้องการ  ผิดกับทิมที่เลือกเรียนกฎหมายตามที่ตนเองต้องการเพราะความฝันของเขาคือการเป็นFBI( Federal Bureau of Investigation ) หรือ สำนักงานสอบสวนกลางแห่งชาติ  แม้ฟังดูไกลเกินจริงสำหรับทิมที่เป็น 'โอเมก้า '  แต่ข้ออ้างเรื่องที่เขาเป็นโอเมก้าไม่อาจหยุดความทะเยอทะยานและความพยายามของทิม เดรก คนนี้ได้  เพราะตอนนี้เขาได้พิสูจน์ให้ทุกสายตาบนโลกเห็นแล้วว่าเขาทำได้ ด้วยตัวเอง

 

... ส่งมาแล้ว  แต่ไม่ผ่านวะ  เขาว่าเกรด12 วิชาวิทย์ของฉันไม่ผ่านเกณฑ์   คอนกล่าวเสียงเคืองๆไม่สบอารมณ์  สงสัยต้องเลือกมหาลัยเอกชนธรรมดาแล้วล่ะมั้ง  เซงจริงๆ

 

เอานาๆ  ก็นายดันเลือกคณะที่เน้นวิทย์นี่  เลือกเรียนคณะศิลป์แบบที่ถนัดก็ดีแล้วแท้ๆ   ทิมกล่าวยิ้มๆพลางกลับมาสนใจเนื้อหาในหนังสือต่อ  หากเป็นคนที่ไม่รู้จักทิมล่ะก็ คงคิดว่าเขาไม่ใส่ใจเพื่อน  แต่แท้จริงคำพูดเหมือนไม่ใส่ใจนั้นมันคือใจจริงที่สุดที่ทิมกล่าวแล้ว  อาจเพราะเป็นแบบนี้หรือเปล่าถึงได้มีเพื่อนน้อยนัก  ถึงกระนั้นร่างเพรียวก็ไม่คิดสนใจอยู่แล้ว  เขาต้องการเพื่อนสนิทมากกว่าเพื่อนเที่ยว และเขาโชคดีที่ได้เจอกับคอนเนอร์  ทั้งคู่แตกต่างกันมากในสายตาคนนอกแต่กลับสนิทกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ  แม้คอนจะเคยบอกว่าเขาเป็นอัลฟ่าและทิมก็เปิดเผยว่าเขาเป็นโอเมก้าก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังคบในฐานะเพื่อนมานานกว่าสามปีแล้ว  หรือแท้จริง ทั้งคู่อาจเป็นเพียงเด็กคบยากสองคนมาเจอกันแค่นั้นก็ได้กระมั้ง...

 

เหอะ ทำไงได้ พ่อ แม่ฉันกดดันฉันนี่หว่า  ช่างเถอะ คุยเรื่องนี่แล้วปวดกะบาล ไปหาอะไรกินกัน ”  คอนตัดบทเรื่องเครียดเปลี่ยนมายิ้มแย้มก่อนยกแขนแข็งแกร่งคล้องคอทิมจนร่างเพรียวแทบทำหนังสือหล่นจากมือด้วยแรงที่ไม่ตั้งใจของเพื่อนคนสนิท  ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ยังหัวเราะเริงร่าตามประสาวัยรุ่นที่ยังมีเรื่องสนุกให้ทำอีกมาก  จนกว่าจะถึงเวลาแยกไปทางที่ตนเลือก พวกเขาก็ยังใช้ชีวิตตามปกติเก็บความทรงจำที่ดีเอาไว้ให้นานที่สุด   เพราะอานาคตไม่มีอะไรแน่นอนเสมอไป...

 

 

 

เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน  แสงแดดยามเที่ยงกลายเป็นสีส้มแดงอ่อนๆ  ทิมเก็บหนังสือเรียนอย่างไม่รีบร้อน  วันนี้ไม่มีคดีอะไรให้เขาต้องยื่นมือไปช่วย ถือว่าค่อนข้างหายากทีเดียว...

นายจะไปไหนต่อไหม  คอนเดินมาหาทิมที่โต๊ะ

 

ก็... กะว่าจะไปอ่านหนังสือกฎหมายต่อให้จบน่ะ   ทิมยิ้มตอบ

 

คอนแสดงสีหน้าเสียดายอย่างเห็นได้ชัด   โหย ขยันอะไรขนาดนี้วะ  คอนเกาหลังคอทำสีหน้าครุ่นคิดแต่เหมือนตัดใจที่จะพูดก่อนกล่าวเสียงเอื่อยๆตอบกลับ  โอเคๆ งั้นฉันไปก่อนล่ะ  เจอกันพรุ่งนี้นะเพื่อน  บาย~   คอนโบกมือลาทิม

 

อืม ไว้เจอกัน   ทิมโบกมือกลับไม่ลืมส่งยิ้มเป็นกิจวัตรให้

 

 

 

ท่ามกลางเมืองกอตแธมแสนใหญ่โตนี้  เป็นปกติที่จะได้ยินเสียงเครื่องจักรสร้างตึกหรือทำถนน  เป็นปกติที่จะเดินชนผู้คนตามท้องถนนที่กว้างใหญ่  เป็นปกติที่คนเหล่านี้ต่างเฉยชาให้กันและกัน  แม้จะเป็นเรื่องปกติแต่ทิมก็ไม่ชอบที่ต้องเดินฝ่าฝูงชนอยู่ดี  เพราะเป็นวันที่ไม่มีงานจากกรมตำรวจมาขอความช่วยเหลือแล้ว วันนั้นก็จะไม่มีรถหรูมารับขึ้นทางด่วนจำเป็นต้องเดินกลับบ้านไปโดยปริยาย  ทิมเดินมาจนถึงอุโมงค์ใต้สะพานซึ่งเป็นเส้นทางกลับบ้านของเขา  แต่วันนี้ช่างผิดไปจากเดิม  ใต้สะพานทางเชื่อมเมืองแบบนี้กลับไม่มีคนเดินเลยสักคนเดียว  จะมีก็แต่ปลายอุโมงค์ทิมเห็นเงาคนรางๆรูปร่างเหมือนผู้ชายกลางคน  หากเป็นปกติทิมจะระมัดระวังตัวกับสถานการณ์นี้เป็นพิเศษเนื่องจากอาจฝ่ายอาจเป็นโจรปล้น  แต่คราวนี้ทิมไม่มีความรู้สึกแบบนั้น เพราะชายคนนั้นถือกองกระดาษเหมือนใบปลิวโฆษณาอยู่และเสื้อผ้าก็ดูดีไม่น้อย

 

เมื่อทิมเดินใกล้ทางออก  ชายวันกลางคนก็เดินเข้ามายื่นใบปลิวให้ทิมทันที  หนุ่มน้อย สนใจไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กอตแธมไหม เรายินดีนำเสนอห้องเปิดใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยอดนักสือทั่วโลก รวมถึงผลงานศิลปะจากยุคสงครามโลกอีกมากมาย หากพ่อหนุ่มชอบเรื่องสืบสวนล่ะก็ มาที่พิพิธภัณฑ์กอตแธมได้เลยนะ   ทิมมองหน้าชายร่างสูงหน้าตาดีพล่างไม่สบอารมณ์อยู่ในใจ เพราะเขาไม่ชอบการตื้อรับของอะไรพวกนั้น  แต่ร่างเพรียวเลือกเก็บอาการไว้ไม่แสดงออกทางสีหน้าให้อีกฝ่ายเห็น  ถึงอย่างไร ชายคนนี้ก็ทำงานอย่างสุจริตนี่เนอะ...

 

ขอบคุณครับ... ”  ร่างเพรียวอ่านเนื้อหาในแผนพับโฆษณาพลันต้องตะลึงเมื่อในหน้าปกเขียนอักษรตัวโตว่า  สำหรับ 100 คนแรกเท่านั้นจะได้รับหนังสือประวัติและผลงานการสืบคดีของยอดนักสืบในประวัติศาสตร์โลก บรูซ เวนย์

 

... บรูซ   เวนย์ ...

 

ไม่จริงน่า!!!

 

 

 

 

ยินดีต้อนรับครับ

ทิมมาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่อลังกาล ด้านบนประตูมีป้ายชื่อเขียนว่า  ชีวประวัติยอดนักสืบแห่งประวัติศาสตร์   ในพิพิธภัณฑ์เมืองกอตแธม  ตอนแรกก็กะว่าจะเดินย้อนกลับอยู่แล้วแต่ในเมื่อพนักงานกล่าวเชิญขนาดนี้ก็มีแต่ต้องเข้าไปแล้วเท่านั้น...  ใครจะไปเชื่อล่ะ  ว่าทิม เดรก  มีไอดอลในดวงใจกับเขาด้วย  และคนนั้นก็คือ  ยอดนักสืบในประวัติศาสตร์โลกที่ทั่วโลกกล่าวขานมากที่สุดอย่าง บรูซ  เวนย์  ตลอดมาตั้งแต่เด็ก ทิมนับถือบรูซมากและอยากเดินตามรอยคนดังในประวัติศาสตร์  เป็นดั่งแรงบันดาลใจและกำลังใจให้ทิมมาถึงได้ทุกวันนี้

 

 

ทิมเดินผ่านประตูเข้ามาด้านในในที่สุด  หลังประตูมีโต๊ะวางหนังสืออยู่  ทิมมองแว๊บเดียวก็รู้ทันทีว่านี่ล่ะคือสิ่งที่เขาต้องการ  นี่ครับ  หนังสือชีวประวัตินักสืบและของที่ระลึกสุดพิเศษเฉพาะผู้เข้าชมคนที่100 เท่านั้นนะครับ   พนักงานชายยื่นหนังสือพร้อมกล่องขนาดเกือบเท่าฝ่ามือของทิม  รูปร่างของมันเป็นกล่องสีดำคราม  ตรงกลางถูกตัดและติดพลาสติกใสให้เห็นของด้านใน  ยังไม่ทันที่ทิมจะดูว่าข้างในคืออะไร พนักงงานก็พูดขึ้น

 

เป็นนาฬิกาพกสมัยวิกตอเรีย ศตวรรษที่ 19 มีเพียงชิ้นเดียวนโลกด้วยนะครับ...   ทิมมองเข้าไปด้านในเห็นนาฬิกาพกโบราณ  ตัวเรือนมีฝาปิดและปุ่มกดเปิดสีน้ำตาลทอง    ตรงกลางวงกลมรอบนอกเป็นอักษรเลขโรมันตั้งแต่หนึ่งถึงสิบสองตามเข็มนาฬิกา  วงกลมตรงกลางฝาเปิดถูกเว้นว่างเป็นวงกลมเห็นเข็มเวลาบอกเวลา

 

ภาพนาฬิกาพกดังกล่าว




 

ขอบคุ---   ขณะที่ทิมเงยหน้าขึ้นจะกล่าวขอบคุณ ก็ต้องตกใจเมื่อเบื่องหน้าเขาไม่มีใครเลยสักคนเดียว  มีเพียงโต๊ะกับกองหนังสือเท่านั้น  ทิมกันซ้ายหันขวาก็ไม่มีวี่แววพนักงานคนนั้นก็ได้แต่คิดไปเองว่าพนักงานคงเดินออกไปตอนเขามองนาฬิกานั้นล่ะ  แม้จะแอบตำหนิในใจก็ตามแต่ทิมก็ไม่อยากเอาเรื่องจุกจิกมาคิดให้รกสมอง  ทิมเลือกมานั่งก่อนเดินชมเพราะเขาอยากเห็นนาฬิกาพกด้านใน  เฮ้อ... ขอดูหน่อยแล้วกัน   ว่าแล้วก็ค่อยๆดึงฝากล่องออกเบาๆ  นาฬิกาพกพร้อมสร้อยถูกยกขึ้นมาดู

 

อ้าว  นาฬิกาไม่เดินแล้วนี่นา  ฟันเฟืองเสียแล้วเหรอ...   ทิมขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเข็มนาฬิกาไม่ตรงกับเวลาจริงและไม่มีการขยับ  ทิมจึงกดปุ่มด้านบนเพื่อเปิดฝาออก  ตัวนาฬิกาก็เป็นปกติ ตัวเลขเป็นภาษาโรมันเหมือนด้านหน้าฝา  เมื่อดูรายละเอียดรอบๆแล้ว  นาฬิกาเรือนนี้ดูเก่ามาก ไม่ใช่ของที่เพิ่งสร้างเลียนแบบยุควิกตอเรียแต่สภาพเหมือนมันถูกสร้างในยุคสมัยนั้นเลยก็ว่าได้  ทั้งสีหลุด ลอก  ไม่มีความแวววาวเงางาม  ไม่มีร่องรอยการดูแลหรือปรับปรุงมันมาก่อน  เรียกได้ว่าเป็นของเก่าโบราณของแท้

 

 

ถึงจะได้หนังสือตามที่ต้องการก็เถอะ  แต่ดันได้ของแถมเป็นนาฬิกาเก่าพังๆมาด้วยซะงั้น...  ทิมมองนาฬิกาอย่างเอื่อมระอา

 

 

ทิมถอนหายใจเฮือกใหญ่ข่มใจเก็บนาฬิกาใส่กล่องตามเดิมตามด้วยใส่ไว้ในกระเป๋าของตน  หาแรงดึงดูดใจไม่ให้หมกมุ่นกับความไม่พอใจเปลี่ยนมาเดินชมภาพนิทรรศการตามจุดต่างๆแทน  ทิมเดินชมภาพบุคคลและผลงานของเหล่านักสืบทั่วโลก  รวมถึงเหล่าอาชญากรที่น่ากลัวอีกหลายคน  มาจนถึงคดีอาชญากรรมต่างๆมากมาย  ทิมรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความรู้ใหม่ที่เขาได้รับและจดจำเข้ามาในสมองของเขา 

 

ร่างเพรียวเดินมาจนถึงหมวดหมู่รวมอาชญากรที่โลกต้องจดจำ  แม้ถึงจะไม่สนใจเท่าไหร่นักสำหรับทิม  เหล่าผู้ร้ายที่ทิมเดินผ่านมานั้นทิมล้วนรู้จักหมดแล้ว  จะอ่านอีกรอบก็เหมือนอ่านหนังสือซ้ำรอบสอง  ทิมไล่ตามองไปเรื่อยๆจนเพิ่งรู้ตัวว่าเขาค่อนข้างเดินเข้ามาลึกทีเดียว  จากตอนแรกยังมีคนเดินชมอยู่หลายสิบ  แต่พอมาอยู่หมวดนี้กลับไม่มีใครอยู่เลย  แถมไฟก็น้อยจนดูน่ากลัวไปอีก  ทิมคิดว่าควรจะเดินกลับดีกว่า  .....   แต่อะไรบางอย่างดึงดูดให้ทิมคิดเดินเข้าไปลึกมากขึ้น  มากยิ่งขึ้น 

 

และแล้วก็มาจนถึงชีวประวัติอาชญากรคนหนึ่ง ทิมเห็นชุดภาพถ่ายสีซีเปียหลายรูป  และ  ภาพวาดสีน้ำมันขนาดสี่ฟุตครึ่ง  พร้อมป้ายชีวประวัติขนาดกระดาษเอสี่ใต้รูป 

 

ราชาแห่งอาชญากร

 

ทิมอ่านฉายาส่วนนิยามของบุรุษในภาพด้านบนพลันความสงสัยก็แล่นเข้าสู่สมอง  เขาไม่เคยได้ยินฉายาอาชญากรคนไหนมีฉายายิ่งใหญ่ขนาดนี้  ทิมเงยหน้าโฟกัสโฉมหน้าชายที่ถูดวาดด้วยสีน้ำมันอย่างวิจิตร   ชายรูปร่างกำยำและหล่อเหล่าภายใต้เครื่องแบบทหารเต็มยศ ดูจากเครื่องแบบน่าจะอยู่ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเสียอีก...  ทิมเผลอจ้องนานไปหน่อยจึงเปลี่ยนมาอ่านประวัติบ้าง  ใช้เวลากว่าห้านาทีในการอ่าน ทิมก็สรุปมาได้ดังนี้  ชื่อของเขาคือ  เจสัน ทอดด์  เป็นบุคคลอันตรายที่สุดของกอตแธมในขณะนั้น ไม่มีบันทึกว่าอายุเท่าใด เกิดที่ใด เสียชีวิตตอนไหน  เขาคือหัวหน้ากองโจร ผู้นำกองทัพกฏบโค่นล้มและสังหารเจ้าเมืองที่ปกครองเมืองเพื่อปล้นทรัพย์สินของมีค่า  ก่อให้เกิดสงครามระหว่างผู้ก่อการร้ายกับทหาร  มีผู้เสียชีวิตกว่าพันคนในสงครามนี้  เจสันหายสาบสูญไปจากประวัติศาสตร์หลังจากสังหารเจ้าเมืองกอตแธม  กล่าวว่า เขาน่าจะเสียชีวิตจากโรคระบาดในสมัยนั้น หรือไม่ก็โดนล่าตัวจนหนีออกนอกประเทศ  แม้แต่ยอดนักสืบ บรูซ เวนย์ ซึ่งอยู่ในยุคสมัยเดียวกันยังไม่เคยจับตัวได้  ถึงกระนั้นก็เคยมีบันทึกถึงการต่อสู้ของทั้งสองว่าดุเดือนจนยอดนักสืบ บรูซ  บาดเจ็บสาหัสเกือบเสียชีวิต    

 

ทิมไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ในหัวอย่างรวดเร็ว  พลันดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเหลือบมองดวงตาสีเขียวสดดั่งสีของใบไม้ยามฤดูใบไม้ผลิ  อุดมสมบูรณ์  ที่แสนอบอุ่น  อ่อนโยน...  ทิมไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม  เขารู้สึกจริงๆว่าในสายตาคู่นั้นแฝงความอ่อนโยนในภายใต้สีหน้าดุดันที่ภาพน้ำมันสื่อ  ทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้นล่ะ  ทำไมรู้สึกอยากรู้จักชายคนนี้ให้มากกว่านี้  ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้นะ

 

สนใจเรื่องของชายคนนี้อยู่หรือ 

 

ขณะที่ทิมเผลอนั้น  ก็มีชายแปลกหน้าที่ไม่รู้มายืนอยู่ข้างทิมตั้งแต่เมื่อไหร่เอ่ยถามประโยคดังกล่าวเสียแล้ว

 

อ้ะ... ก็ ประมาณนั้นครับ   ทิมถอยห่างโดยอัตโนมัติ จ้องผู้มาใหม่ไม่ว่างตา  ชายคนนี้ใส่หมวกTop Hat หรือหมวกทรงสูงเหมือนที่พวกขุนนางผู้ดีนิยมใส่ในช่วงยุคคริสตศักราช 1800 – 1900  เครื่องแต่งกายก็เป็นชุดสูทสีดำยิ่งเข้ากับแฟชั่นในยุคเดียวกับหมวกเป๊ะ  พอจะมองหน้าตากลับถูกปกปิดด้วยหมวกอีก  เห็นเพียงปากลงมาเท่านั้น  ทิมยิ่งมองก็ยิ่งไม่ไว้ใจ

 

 

มาจากไหนกัน...  พนักงานเหรอ  แต่งกายตามนักสืบบางคนรึเปล่าเนี้ย...?   ทิมคิด

 

 

ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ก็ตามมานี่สิขอรับ   น้ำเสียงฟังดูมีอายุเรียกให้ทิมตามเขาไป  ด้วยความอยากรู้อยากเห็น  ไม่ว่าทั้งเรื่องของเจสัน  หรือเรื่องน่าสงสัยของชายตรงหน้า  ทิมอยากคลี่คลายให้กระจ่าง  ร่างเพรียวมั่นใจว่าหากมีอะไรผิดปกติเขาจะไม่ลังเลจัดการชายตรงหน้าด้วยทักษะต่อสู้ที่ฝึกฝนมาอย่างดีของเขาแน่นอน

 

 

 

ทิมเดินตามชายตรงหน้าเว้นระยะห่างพอสมควรเพื่อไว้ตั้งหลัก   ตามทางประกอบไปด้วยรูปภาพมากมายเรียงรายทั้งสองข้างทางที่พวกเขาเดินเข้าไปลึกจนทิมคิดว่าเขาอาจหลงทางแล้ว  จากพื้นพหรมสีแดงแปรเปลี่ยนเป็นพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดตา  เหมือนห้วงเวลาผิดเพื้ยน  ทิมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่กลางน้ำ  พื้นที่เหยียบเริ่มเหลวเหมือนคลื่นทะเล  มวลอากาศบีบดันจนทิมปวดหัวแทบอาเจียน  ทิมเริ่มมองภาพตรงหน้าพร่าเลือน...

คะ คุณครับ  รอผมด้วย  

 

ชายเบื้องหน้าหยุดตามเสียงของร่างเพรียว  ทิมพยายามเดินไปข้างหน้าแต่ยิ่งเดินระยะทางยิ่งไกลมากเท่านั้น  ทุกสิ่งทุกอย่างบิดเบี้ยวจนสูญสิ้น  ทิมเอื้อมมือไขว่คว้าเพื่อขอความช่วยเหลือ

 

คุณ...

 

ชายเบื้องหน้าค่อยๆหันหลังมาที่ทิม  ปลายนิ้วชี้เรียวกำลังดันหมวกขึ้น   รอยยิ้มยากอธิบายผุดออกมาจากชายเบื้องหน้า  ก่อนที่ทุกอย่างจะหายไปกับนัยน์ตาสีดำเทาส่องประกายดั่งดวงดาวนับล้านประดับประดาทั่วผืนฟ้ายามรัตติกาลปกคลุม  เหมือนว่าในดวงตาคู่นั้นได้กลืนกินจิตวิญญาณทิมสู่ห้วงนินทาไปตลอดกาล...

 

 

 

วูบ...

 

 



ติ๊ก ต่อก  ติ๊ก  ต่อก...

 

 





.................................................................................................................................................................

สวัสดีค่า  เริ่มด้วยโอเมก้าเวิร์ดเลยเนอะ  อาจไม่ได้เน้นเรื่องความเป็นโอเมก้ามากนัก  แต่ยังจำเป็นต้องใช้เพื่อให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไป  อาจงงๆไปบ้าง หากไม่พอใจอย่างไรก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะค่า  >////<
ในส่วนเรื่องนี้ วางไว้มี 10 ตอน แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด 

 อ้อ แล้วก็ หากมีคำผิดเยอะก็ขออภัยด้วยนะ คอมเราถูกตั้งค่าเป็นภาษาอังกฤษ เพราะงั้นตอนพิมพ์มันจะไม่ตรวจคำผิดภาษาไทยให้ เราอ่านวนหลายรอบแล้ว แต่อาจมีคำตกหล่นได้ เลยบอกไว้ก่อน แหะ แหะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #61 yongyeethamdy123 (@yongyeethamdy123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:22

    หูยยยยยย มีคนผลิตAllทิมมาให้เราอ่านอีกคนแล้ว//???? ดีใจ//หลังตามที่เราคิดว่าในไทยคงมีแต่พี่พลอยที่เขียนคู่นี้คนเดียว???????? เพิ่งเจอฟิคนี้เมื่อกี่เลยค่ะสดๆร้อนๆ น้องทิมกำลังย้อนอดีตไปหาเจย์ใช่มั๊ยคะ เรารีบอ่านตอนต่อไปด่วนๆเลยค่ะ

    #61
    1
    • 5 สิงหาคม 2561 / 00:03
      อ้ายยยยยยยย ยินดีต้อนรับค่า เราเองก็ดีใจที่เจอคนชอบหนูทิมเหมือนกัน ยอมรับว่ายังแต่งไม่ดีเท่าที่ควรแต่ก็ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

      ยินดีที่ได้รู้จักและขอบคุณที่คอมเม้นนะคะ >3<
      #61-1
  2. #9 mintpoor (@mintpoor) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 11:48
    ไรท์เเต่งดีมากๆๆๆเลย
    ชอบมาก สุ้ๆค่ะ
    #9
    1
  3. #5 bluerosttime (@yokouo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 12:48
    หาคำผิดได้น้อยมาก เปิดมาแบบนี้กำลังดีเลยค่ะ
    #5
    1