[Fic] DC Bat family (AllTim)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,328 Views

  • 80 Comments

  • 74 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    56

    Overall
    2,328

ตอนที่ 11 : For My Dear​ 4 : Set It All Free (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    30 พ.ค. 61


For My Dear (J x T x Dm)


4  Set It All Free
_______________________________________
ในตอนนี้ คาแรกเตอร์เดเมี่ยนอาจหลุดไปนิดหน่อยเพื่อความโรแมน(??)ของเนื้อเรื่องนะคะ





โปรดเปิดฟังเพื่ออรรถรสนะคะ


 

 

 

 

 

ในห้องนอนสีขาวตัดดำของคอนโดหรูเมืองกอตแธม  ร่างเพรียวนอนมือก่ายหน้าผาก  ดวงตาสีน้ำเงินน้ำทะเลเหม่อมองเพดานห้องอันแสนว่างเปล่า  มีเพียงความมืดอยู่เป็นเพื่อนเขา  คราบน้ำตายังหลงเหลือรอบดวงตาและแก้มนวล

 

นี่ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้วสินะ  หลังจากวันนั้น...

 

หลังเหตุการณ์ตัดความสัมพันธ์กับเจสัน  ทิมก็เลี่ยงการพบเจอเจสันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  ยกเว้นช่วงเวลางานที่ทั้งคู่จะบังเอิญได้ทำงานร่วมกัน  ทิมก็จะเย็นชาใส่ แทบไม่พูดกับเจสัน  ไม่ว่าเจสันจะพยายามชวนคุยหรืออะไรก็ตามเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ทิม

 

 

ทิมทำตัวให้เหมือนว่า เขาเกลียดเจสัน

 

แต่  มันตรงข้ามทุกอย่าง

 

 

 

ความรู้สึกนั้นมันยังชัดเจนไม่เคยเปลี่ยน  แน่ละ  เขารักเจสันมานานเหลือเกิน  นอกจากความรัก  มันคือความผูกพัน  มันจึงยากที่เขาจะลืมเจสันในเวลาอันสั้น   ความคิดถึงที่มีให้เจสันยังหลอกหลอนทุกค่ำคืน   ความรู้สึกพวกนี้มันค่อยๆกัดกินหัวใจให้ทิมแทบบ้ายามอยู่เพียงลำพัง

 

ทิมนึกอยากเอาหัวโขกกับกำแพงให้ความจำเสื่อมไปเลยคงดี  เขาอุสาหนีไปทำงานลับให้บรูซถึง 5 เดือน  เกือบครึ่งปีเลยนะ!  ที่ทุกคนคิดว่าเขาหนีออกจากบ้าน  ความจริงคือทำงานให้แบทแมนต่างหาก...  แต่นัยแฝงก็เพื่อเพื่อฟื้นใจและลืมเจสันนั่นแหละ  รู้ไหมว่างานล้วงข้อมูลของพวกองค์กรก่อการร้ายมันยากและใช้เวลานานมากขนาดไหน  พวกแฮกเกอร์ และโปรแกรมเมอร์สมัยนี้มีมากขึ้น  กว่าเขาจะเจาะเอาข้อมูลมันต้องแข่งกับเวลาเพื่อไม่ให้พวกนั้นตามหาที่อยู่ของเขาเจอ  เขาต้องเปลี่ยนที่อยู่ เดือนละสองครั้งเพื่อไม่ให้พวกก่อการร้ายจับตัวเขาได้  ต้องปิดซ่อนตัวเองแบบสุดๆ ทุ่มทั้งกายและใจกับงานที่บรูซมอบหมายจนมันแทบกลืนตัวเองลงในคอมพิวเตอร์  แต่ความหวังดี(??)ที่บรูซให้มาถึง 5 เดือน มันไม่ได้ช่วยเลยสักนิด...

 

 

ครืด  ครืด....

 

 

ทิมรู้สึกตัวเมื่อโทรศัพท์สั่น  หน้าจอสว่างจ้าจนแสบตา  มันคือนาฬิกาปลุกตอนเช้าของทิม 

 

 

ร่างเพรียวขยี้หัวอย่างหงุดหงิด  เพราะเขายังไม่ได้นอนเลยสักงีบ  มันควรเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ของเขา  แต่มันก็พังลงเพราะบริษัท เวนย์เอ็นเตอร์ไพรส์  ขณะนี้กำลังมีโครงการใหญ่ที่รวมกับบริษัทใหญ่ยักษ์ทั่วประเทศ  แต่คุณท่านประธานกับคุณลูกชายประธาน อย่าง บรูซ และ เดเมี่ยน ดันไปทำภารกิจกับจัสติกลีกนี่สิ  ทิมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเวนย์เอ็นเตอร์ไพรส์ตามกฎหมาย และพินัยกรรมนั้นได้มอบหมายให้เขาเป็นตัวแทนบรูซในการดูแลบริษัท ประชุมและตัดสินใจแทนบรูซได้(ค่อนข้างภูมิใจมากทีเดียว)  ทิมจึงต้องแบกสังขารมาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวไปบริษัทอย่างช่วยไม่ได้

 

แต่เมื่อทิมมาถึงบริษัท  ทางเลขาก็แจ้งว่าบรูซกลับมาแล้ว  ทิมขมวดคิ้วก่อนขอพบบรูซ  หลังจากเลขาติดต่อให้ ทิมก็เดินเข้าห้องทำงานของบรูซทันที

 

คุณน่าจะบอกผมก่อนว่าคุณกลับมาแล้ว   ทิมมองพ่อบุญธรรมของตนที่นั่งเซ็นเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงาน

 

ขอโทษด้วยนะ  ฉันก็เพิ่งกลับมาเมื่อครู่เหมือนกัน   บรูซพูดทั้งที่ไม่ได้มองคู่สนทนา

 

ทิมถอนหายใจ  งั้นผมก็คงมาเสียเปล่า

 

บรูซละสายตาจากกองงานมองร่างเพรียวที่นั่งบนโซฟาตัวโตของตน  ใบหน้าร่างเพรียวยังแสดงความเหนื่อยล้าไม่เปลี่ยน  บรูซรู้สึกเป็นกังวลกับทิมในตอนนี้มาก   ไม่หรอก  ฉันตั้งใจให้นายมาเพื่อขอให้ช่วยเรื่องหนึ่ง   บรูซตัดสินใจทำบางสิ่งเพื่อให้ทิมหยุดคิดเรื่องเจสัน  แม้การทำแบบนี้อาจทำให้เขาโดนใครบางคนเหม็นขี้หน้าไปอีกหนึ่งสัปดาห์ก็ตาม

 

 

เพราะเขาคือแบทแมนผู้รู้ทุกอย่างยังไงล่ะ....

 

 

??   ทิมสงสัยในแววตานิ่งสงบของบรูซและเริ่มมีลางสังหรณ์ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขาแน่ๆ

 

 

 

 

ถึงช่วงนี้จะว่างก็เถอะ  แต่ทำไมทิโมธีคนนี้ต้องเป็นคนเอาเอกสารไปให้เจ้าเด็กปีศาจนั่นด้วย!!’  ทิมร้องทักท้วงในใจอยู่หน้าประตูคฤหาสน์เวนย์  ในมือถือกระเป๋าเก็บเอกสารสำคัญของบริษัทโดยบรูซเป็นคนขอให้เขาพามันมาให้เดเมี่ยน เพราะหลังปฏิบัติภารกิจ เดเมี่ยนบ่นว่าเหนื่อยจึงขอกลับบ้านและปิดสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างทำให้ติดต่อไม่ได้ และเอกสารพวกนี้ก็เร่งด่วนมาก  ผลคือ ทิมต้องแบกมาให้นั่นเอง  ทิมคิดเรื่องนี้แล้วยังโมโหไม่หายว่าทำไมต้องเป็นเขา

 

 ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าจะให้อัลเฟรดที่อายุมากแล้วไปส่งก็ดูใจร้ายเกินไป แต่ทำไมไม่ส่งทางเมล์หรือให้เจ้าเด็กบ้านั่นไปรับแทนล่ะ  อย่างแบทแมนก็ต้องหาวิธีติดต่อได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ!!  ’  

 

 

 

ก๊อก ก๊อก

 

เดเมี่ยน  อยู่รึเปล่า ”  ร่างเพรียวเคาะประตูห้องของทายาทบรูซ เวนย์ตัวจริงอยู่นานสองนาน แต่ไม่มีวี่แววเจ้าของห้องจะเปิดประตูมารับ  หรืออาจเป็นวิธีแกล้งให้ทิมยืนรอเก้อก็เป็นได้  ร่างเพรียวถอนหายใจก่อนจับลูกบิดค้าง  “ ฉันเข้าไปนะ

 

 

ภายในห้องนอนที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มากนัก  ถูกม่านปิดหน้าต่างที่มีเพียงบานเดียวอย่างมิดชิดจนห้องดูมืดสลัวๆ  ทิมเริ่มคิดว่าบางทีเด็กหนุ่มอาจหลับอยู่  แต่เมื่อมองยังเตียงนอนขนาดพอดีตัวกลับไม่พบเจ้าของห้องอยู่ดี  กระดานวาดรูปยังตั้งเด่นตระหง่านบนข้าตั้งกระดานใจกลางห้อง  ทิมลองสำรวจห้องนี้อีกครั้ง พบว่าของตกแต่งและเฟอนิเจอร์ต่างๆมีน้อยกว่าที่คิด  ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่กว่าห้องอื่นๆ มันดูใหญ่เพราะห้องค่อนข้างโล่ง  ปล่องไฟอันใหญ่  ตู้เสื้อผ้าโบราณหนึ่งตู้  กรอบรูปอันใหญ่ที่ไม่มีรูป  โต๊ะทำงานขนาดพอดีตัว  ไวโอลินตั้งติดกับชั้นวางหนังสื้อขนาดสองเมตรมุมห้อง  มีต้นไม้ประดับขนาดเล็กและกลางวางใกล้หน้าต่าง  ทิมเพิ่งเคยเข้าห้องเดเมี่ยนเป็นครั้งแรกและพบว่า เด็กหนุ่มฝีปากกล้าและแก่แดดกลับมีรสนิยมเรียบง่าย พอเหมาะพอควร

 

ทิมถือวิสาสะเดินสำรวจเข้าไปอีก  ร่างเพรียวมาหยุดหน้ากระดานวาดรูป  กระดาษแผ่นหนายังว่างเปล่า ไม่มีการแตะต้องหรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้น  อุปกรณ์จำพวกดินสอถ่าน ยางลบ จานสี พู่กันและสีประเภทต่างๆตั้งบนโต๊ะไม้ใกล้ๆกัน  ทิมคงละจากอุปกรณ์ทางศิลปะที่ตนไม่ค่อยเชี่ยวชาญไปแล้วหากไม่สัมเกตว่า  มีสีอยู่ในหลุมจานแบบสดๆร้อนๆ

 

 

กำลังจะวาดรูปเหรอ

 

 

ทิมมองกระดานวาดรูปอีกครั้ง  เขาเห็นสมุดสเก็ตภาพสีน้ำตาลเปลือกไม้ขนาด A4  วางทับกระดานวาดรูป 

 

หึ หึ ไหนๆก็หาโอกาสแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว  ขอดูหน่อยแล้วกัน  ความคิดแรกแวบเข้ามา  ร่างเพรียววางกระเป๋าใส่เอกสารก่อนหยิบสมุดสเก็ตมาเปิดทีละหน้าๆ  หน้าแรกๆ เป็นภาพสเก็ตต้นไม้ ดอกไม้  หากทิมจำไม่ผิดคงเป็นดอกไม้ในสวนที่อัลเฟรดปลูก  หลังจากนั้นก็เป็นภาพสัตว์ ทั้งหมา แมว นก แมลง ปะปนกันไป  เหมือนว่า เด็กหนุ่มเห็นสิ่งใดก็วาดสิ่งนั้นในทันที  แถมยังวาดสวยซะด้วย  ก่อนที่หน้ากลางๆเริ่มวาดอัลเฟรด  บรูซ ริชาร์ด ... แล้วก็   ทิม

 

 

 

เอ๊...  นี่มัน  ฉัน ?

 


 

หากเป็นภาพแค่ 2 – 3 ภาพ เหมือนคนอื่นๆคงไม่แปลกใจเท่าไหร่  แต่ หลังจากนั้น  รูปทั้งหมด เป็นภาพของทิม ไม่ว่าจะตอนนั่งทำงานในห้องนั่งเล่น  ทานกาแฟหน้าคอมพิวเตอร์  เดิน วิ่ง ทุกกิริยาถูกสเก็ตอย่างบรรจง  ทิมยืนตัวแข็ง ไม่กล้าเปิดหน้าต่อๆไป  ความรู้สึกเหมือนรู้ความลับที่ไม่ควรรู้เข้าให้แล้วทำให้ทิมแทบจะปิดสมุดแล้วรีบออกจากห้อง  แต่อีกใจ  ในส่วนลึก  กลับโหยหาความจริง  อยากได้ยินจากปาก  พลันเหลือบเห็นคลิปหนีบกระดาษอันเล็กขั้นหน้ากระดาษหน้าหนึ่งอยู่  ทิมกลืนน้ำลายคิดหนัก  ความอยากรู้และวิ่งหนีตีกันในหัวจนมึนงง  ในที่สุด  ร่างเพรียวก็เปิดหน้ากระดาษที่ถูกขั้นไว้

 

ร่างกายชาวาบทั้งร่าง  ภาพที่เห็น คือ รูปสเก็ตครึ่งตัวของเขาเอง  ใบหน้าหันตรง  ดวงตาของทิมสบกับดวงตาที่ถูกร่างด้วยดินสอ  แววตามันช่างมีมิติราวกับมันมีชีวิต  รอยยิ้มถูกวาดให้ยกยิ้มจางๆ  ทรงผมถูกปล่อยปรกหน้า  เสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมูแบบที่ทิมชอบใส่  สีหน้าและกายท่าทางที่ดูผ่อนคลายถูกถ่ายทอดว่าตัวเขาในรูปภาพกำลังมีความสุข  มากกว่าตัวเขาจริงๆเสียอีก...  ทิมไม่อยากเชื่อว่า ภาพนี้เป็นแค่ภาพที่วาดจากดินสอ  มันช่างงดงามและวิจิตร  มีโน้ตตัวเล็กๆเขียนใต้ภาพด้วยลายมือบรรจง For My Dear   พลันหัวใจที่เคยคิดว่าด้านชากลับเต้นแรงชั่วขณะ 

 

 

เจ้าเด็กบ้านั่น...  รู้สึกแบบนั้น...

 

 

เจ้าไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว

 

 

สัมผัสจากอ้อมกอดเมื่อคราวนั้นยังเจือจางในความทรงจำ แม้คิดปฏิเสธ แต่ความก็คือความจริง ว่าเจ้าของอ้อมกอดที่ปลอบประโลมเขาตอนนั้น คือ

 

เดเมี่ยน...

 

 

 

เจ้าทำอะไรน่ะเดรก  วางสมุดของข้าเดี๋ยวนี้!!   เจ้าของเสียงกล่าวเสียงดังจนร่างเพรียวสะดุ้งเฮือก  เมื่อหันไปที่ประตูก็เจอเข้ากับ ร่างสูงของเดเมี่ยนยืนเป็นยักษ์สีหน้าโกรธเกรี้ยว  เด็กหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวกับกางเกงสีดำ  ในมือถือโหลบรรจุน้ำเปล่าและพู่กัน  ทิมรีบปิดสมุดแล้วว่างที่เดิมทันที

 

เจ้าเข้ามาทำไม!!   เดเมี่ยนตรงปรี่มายังร่างเพรียวที่คงใบหน้าเรียบเฉยไม่รู้ไม่ชี้

 

ฉ ฉันเอาเอกสารบริษัทมาให้   ทิมหยิบกระเป๋ายื่นให้เดเมี่ยนโดยไม่สบตา

 

ชิ...  ออกไป   เด็กหนุ่มกัดฟันกรอดก่อนวางขวดโหลบนโต๊ะแล้วรีบคว้ากระเป๋าอย่างเร็ว  ทิมซึ่งเตรียมเดินออกตามคำสั่งก็ชะงักเมื่อเขาเห็นเดเมี่ยนหน้าแดง  ไม่อาจล่วงรู้ว่ากำลังโกรธหรือเขินอาย เพราะเดมี่ยนก็หลบตาทิมเช่นกัน

 

ทิมยังไม่ไปไหน  ร่างเพรียวจ้องใบหน้าหล่อคมราวต้องการคำตอบ  เด็กหนุ่มเองก็ไม่เอ่ยปากไล่ซ้ำ  เขาพยายามอย่างมากที่จะหลบใบหน้าตนจากสายตาช่างสงสัยของทิม

 

เดเมี่ยน  สมุดภาพนั่น...   ทิมเป็นฝ่ายเปิดทันที

 

ข้าบอกให้ออกไป   เดเมี่ยนคำรามเสียงต่ำ

 

ทิมยังคงยืนนิ่งเช่นเดิม  ใบหน้างามแสดงความเศร้าเล็กน้อย  สองมือกำหมัดแน่น  ในสมุดภาพนั่น  เกือบครึ่งเป็นรูปฉันทั้งหมดเลยใช่ไหม  

 

“ !! ” 

 

 “  แล้วยังรูปนั้น...  นายชอบฉันงั้นเหรอ   ร่างเพรียวเอ่ยเสียงเบา

 

...   ร่างสูงยังไม่หันมาสบตาทิม  คิ้วได้ทรงขมวดลง  ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง ใบหน้าบึ้งตึงราวสะกดกลั้นบางสิ่งเอาไว้  ใบหูขึ้นสีแดงลามถึงพวงแก้ม  ทิมเห็นดังนั้นก็ไม่ต้องเดาให้มากความแล้ว  ใบหน้างามหม่นหมองลง  ความรู้สึกผิดลึกๆทำให้ร่างเพรียวไม่กล้าเดินหนีชายหนุ่มตรงหน้าได้

 

... นานแค่ไหนแล้ว เดเมี่ยน   ทิมพยายามอย่างมากไม่ให้เสียงของตนสั่น  เมื่อเดเมี่ยนค่อยๆหันมาสบตากับเขา  แววตาสีเขียวมรกตหม่นหมองลงไม่ต่างจากเขา

 

...  นานพอๆกับที่เจ้ารักทอดด์   เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าเจ็บปวด  ภาพความทรงจำที่ตนทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่ฝ่ายเดียว  ได้เพียงมอง เชยชม  ในมุมมืดเพื่อไม่ให้ร่างเพรียวมองเห็นเขาและรู้ว่าเขาคิดไม่ซื่อ

 

ทิมเบิกตาโตก่อนฝุบลงพร้อมหัวใจที่โดนบีบจนจุกไปทั้งอก  ... นั่นมัน  นานทีเดียวนะ   ดวงตาสีน้ำเงินสวยเสมองทางอื่น

 

ไม่แปลกหรอกที่เจ้าไม่เคยรู้ตัว  ในสายตาเจ้ามีแต่ทอดด์  ข้าน่ะ ไม่คิดจะบังคับให้เจ้ารับรู้ถึงความรู้สึกข้าหรอกเดรก  ข้ารู้ว่าการคิดไปเองคนเดียวมันทรมานขนาดไหน...   เดเมี่ยนขยับเข้าใกล้ร่างเพรียวที่ยังก้มหน้าหนีเขาอยู่

 

... ขอโทษนะ  ขอโทษที่ปล่อยให้นายอยู่คนเดียวมาตลอด   ทิมรับรู้ถึงระยะห่างที่มันสั้นลงเรื่อยๆระหว่างพวกเขาทั้งสองคน  ถึงกระนั้นร่างเพรียวก็ไม่คิดขยับตัวหนีแต่อย่างใด

 

ข้าไม่โทษเจ้าเรื่องนี้หรอก   มือหนาเอื้อมสัมผัสมือเรียวที่ยังกำแน่นจนสั่น  ร่างเพรียวสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่สะบัดมือทิ้ง  กลับผ่อนคลายมือให้เด็กหนุ่มจับได้สะดวก  เดเมี่ยนสัมผัสได้ถึงลมหายใจขาดช่วงยามเขาสัมผัสร่างกาย

 

ข้าไม่ต้องการเป็นตัวแทนทอดด์เพื่อให้เจ้าลืม  ข้าอยากให้เจ้ามองข้าแล้วเห็น...  ตัวตนของข้า  ทิม   ร่างสูงเอื้อมมืออีกข้างเกี่ยวผมที่ลงปรกใบหน้างามทัดหูก่อนเปลี่ยนมาลูบแก้มนวลเบาๆ เรียกให้ทิมยอมเงยหน้าสบตากับเขา  นัยต์ตาสีมรกตสั่นไหวเมื่อภาพที่เห็นนั้น  ทิมกำลังหน้าแดงด้วยความเขินอาย  ดวงตากลมโตเจือน้ำตาเล็กน้อย  ใบหน้างามที่หงิกงอใกล้ร้องไห้เต็มทีนั้น  มันช่างน่ารักเหลือเกิน 

 

 

มันจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม ถ้าหาก...

 

 

เดเมี่ยนค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าหวานราวต้องมนตร์  ทั้งคู่ยังคงสบตาไม่กระพริบ  ร่างเพรียวเองก็เหมือนถูกตรึงด้วยดวงตาเรียวคมสีมรกตแสนอันตรายแต่อ่อนโยนอย่างไม่อาจขัดขืนได้  เขาเป็นอะไรไป 

 

 

ฉันต้องการอะไรกันแน่...

 

 

ทิมทำได้เพียงหลับตาลงพร้อมหยาดน้ำตาที่ไม่อาจหักห้ามมันได้  ยามริมฝีปากแตะเข้าหากัน  หัวใจทั้งสองดวงเต้นแรงแทบทะลุจากอก  สัมผัสอันอ่อนโยน ไม่ลุกล้ำ ไม่รุนแรง ไม่ต้องการแสดงความเป็นเจ้าของ  เพียงแค่ต้องการส่งความรู้สึกนี้ถึงคนๆนี้ที่เขาหลงรักมาตลอด  แม้ไม่ได้มาครอบครอง  เขาก็ยินดีเฝ้ามองและคอยอยู่เคียงข้างตลอดไป

 

 

ร่างสูงค่อยๆถอนจูบอย่างเชื่องช้า  ร่างเพรียวเองก็ลืมตาขึ้น   เดเมี่ยน...   ทิมเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว 

 

ข้ายังมีหวังใช่ไหม   เดมี่ยนกล่าว แววตาเต็มไปด้วยความหวัง  เพราะถ้าหาก  จูบเมื่อครู่คือสัญญาณที่บอกว่า ทิมไม่ได้เกลียดเขา ไม่ได้ปฏิเสธเขา  ความหวังที่เคยโยนทิ้งก็หวนคืนอีกครั้ง

 


ถ้าหาก  ทิมมีใจให้เขาสักนิดล่ะก็...

 

 

...   แววตาสีน้ำเงินสวยสั่นไหวและสับสน  ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงก่อนค่อยๆอ้าปากแต่ก็ชะงักไปเสียดื้อๆ  มือเรียวจับมือของเดเมี่ยนที่สัมผัสใบหน้าของตนออกช้าๆ ทิมก้มหน้ามองระยะห่างอันน้อยนิดของพวกเขา

 

  เดรก   เดเมี่ยนเริ่มใจไม่ดี  ทิมเงียบไม่ยอมเงยหน้ามาสักพักนึงแล้ว  

 

ฉันยังให้คำตอบไม่ได้... ขอโทษนะ   ทิมเอ่ยแผ่วเบา   เดเมี่ยนฝุบตาลงอย่างหม่นหมอง  



ข้าเข้าใจดี...เดรก   ข้าผิดเองที่รีบถามเจ้าแบบนั้น  ข้าคง เห็นแก่ตัวมากสินะ... 


 

... ไม่เป็นไร  ข้าเข้าใจ เด็กหนุ่มถอยห่างหนึ่งก้าวก่อนเดินสวนไปด้านหลังอย่างเงียบเฉียบ  เจ้าไปได้แล้ว   เดเมี่ยนนั่งบนเก้าอี้หน้ากระดาน หันหลังให้ทิมไม่กล้าสบตาในตอนนี้

 

 

 

 

 

 

 

เดเมี่ยน

 

เด็กหนุ่มกำลังหยิบกระเป๋าเอกสารพลันต้องหยุดลง  ร่างสูงยังคงนั่งในท่าเดิมไม่หันมองหรือขานรับ เขารอให้อีกฝ่ายพูดต่อ

 

พรุ่งนี้... ว่างรึเปล่า   น้ำเสียงที่พยายามเปล่งอย่างยากลำบากเรียกให้เดเมี่ยนยอมหันหลังมองร่างเพรียวซึ่งตอนนี้กำลังยืนประจันหน้าสบตาเขาอย่างมุ่งมั่นผิดกับน้ำเสียงที่ดูเขินอาย...

 

ทำไม   เด็กหนุ่มถามกลับ

 

....ไป ”  ทิมกระตุกกระตัก  มือไม้ขยับยุกยิกดูไม่เป็นธรรมชาติ

 

 

 

ไปสวนสนุกกันเถอะ

 

 

 

 

และแล้วก็มาลงเอ่ยที่สวนสนุกจนได้

 

สองหนุ่มกำลังยืนอยู่ตรงทางเข้าสวนสนุกกอตแธม  แหล่งรวมหนุ่มสาวและครอบครัวนับพันอยู่ ณ ที่แห่งนี้  พวกเขาต่างมาเพื่อดื่มด่ำความสุขและสนุกสนาน  แต่คงมีเพียงสองหนุ่มที่มีอาการแตกต่างกัน  คนหนึ่งยืนมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทีเฉยชา  ส่วนอีกคนทำสีหน้านิ่งราวรูปปั้น ในหัววนคำพูดหนึ่งซ้ำๆว่า เขามาทำอะไรที่นี่...

 

แบบนี้จะเรียกว่าเดทรึเปล่านะ   ทิมใส่หมวกไหมพรหมพร้อมแว่นดำอันโต มัดผมหางม้าเป็นจุกน้อยๆที่ท้ายทอย  สวมเสื้อยืดสีเหลืองคอปกกระดุมสองเม็ดที่คอเสื้อ แม้มันดูเชยไปเสียแล้วแต่เมื่อร่างเพรียวสวมใส่ควบคู่กับกางเกงยีนส์รัดรูปสีดำและรองเท้าผ้าใบสีเหลืองนั้น  มันช่างเข้าคู่ราวนายแบบในนิตยสารไม่มีผิด  แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อปกปิดตัวตนไม่ให้สื่อมวลชนเห็นว่าเขามาเที่ยวสวนสนุกกับน้อยชายตัวเอง

 

ถ้ามากับเจ้า ข้าก็หวังให้เป็นแบบนั้น   สำหรับเดเมี่ยนค่อยข้างดีหน่อยเพราะไม่ค่อยได้ออกสื่อ  จึงสามารถใส่อะไรก็ได้  ถึงอย่างนั้น การที่เด็กหนุ่มวัย 20 สวมเสื้อไหมพรหมแบบถักมือลายแถบขาวดำกับกางเกงยีนส์ตัวโตรอบเท้าผ้าใบสีดำ  เข้าคู่กับแว่นโปร่งใส มือสอดกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง  ก็ไม่อาจบดบังออร่าความหล่อทะลุแว่นได้เลย ดูได้จากเหล่าสาวๆที่เหลียวหลังมองเดเมี่ยนกับทิมแทบไม่วางตา  แต่สองหนุ่มกลับไม่สนใจสายตาเหล่านั้นเลยสักนิด

 

ไปเอาคำพูดแบบนั้นมาจากไหนกัน  มุขจีบสาวเหรอ   ทิมพูดทั้งที่ยังคงเล่นสมาร์ทโฟนคุยงานอยู่  แม้มุมปากจะแอบยกยิ้มไม่ให้เด็กหนุ่มเห็นก็ตาม

 

ไม่เห็นเกี่ยวเลย  หรือเจ้าไม่ชอบให้มีคนมาผูกสัมพันธ์เชิงชู้สาวระยะยาวกัน   เดเมี่ยนเองก็ทำเป็นมองรถไฟเหาะที่เพิ่งเคลื่อนผ่านหน้าไป

 

ทิมเหลือบมองอย่างดูแคลนหลักภาษาของเดเมี่ยนก่อนหัวเราะในลำคอเบาๆ  ก็เปล่า... แค่ไม่ชินที่โดนโปรยคำหวานๆน่ะ   ร่างเพรียวเก็บสมาร์ทโฟนใส่กระเป๋ากางเกง สายตามองทอดยาวตามฝูงชนเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย  แต่   นานๆทีจะมีคนเอาใจบ้างก็ไม่เลวหรอก   รอยยิ้มบางที่ประดับบนใบหน้างามไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าคิดอะไรอยู่

 

...   เดเมี่ยนคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจก่อนตัดสินใจจับมือขวาทิมแล้วดึงให้เข้ามาเดินใกล้ๆ  ทิมหันขวับค่อนข้างตกใจ  เด็กหนุ่มเหลือบมองแวบหนึ่งก่อนตอบให้หายสงสัย  เดี๋ยวหลง

 

ร่างเพรียวมีสีหน้าอึ้งนิดหน่อยก่อนหัวเราะพอเป็นพิธีกับพฤติกรรมที่หาได้ยากของเด็กหนุ่ม  ฉันต่างหากควรพูดคำๆนั้น  กับเด็กหนุ่มที่ไม่เคยพาสาวมาเดทน่ะ  มีโอกาสหลงกับฝูงชนมากกว่าฉันเป็นไหนๆ

 

TT   เดเมี่ยนทำหน้าหงุดหงิดทันที แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือเช่นกัน

 

เอาเถอะ  จะยอมให้ก็ได้นะ   ทิมยังคงหัวเราะเบาๆในลำคอก่อนกระชับมือที่ถูกจับไว้ให้แน่นขึ้น

 

สำหรับทิมแล้ว  การมาเที่ยวกับเดเมี่ยนครั้งนี้  มันอาจยังหาคำตอบที่แน่นอนไม่ได้  ทิมมั่นใจว่าเขาไม่ได้มาเดทเพื่อให้เดเมี่ยนมาแทนเจสัน หรือ ประชดเจสัน  และทิมก็ไม่ต้องการทำแบบนี้เพื่อให้ความหวังเดเมี่ยน  เพราะการให้ความหวังกับคนที่รักเราแต่เราไม่รักตอบน่ะ มันเลวร้ายขนาดไหนทิมเองก็รู้ดี  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ใบหน้าอันโศกเศร้าและผิดหวังของเดเมี่ยนเมื่อเขาไม่อาจรับความรักตอบได้นั้น มันกรีดแทงหัวใจแสนบอบช้ำของทิมให้เจ็บปวดขึ้นไปอีก  ทั้งๆที่ทิมคิดเสมอว่าเขาคงไม่รักใครอีกแล้ว  คงไม่รู้สึกแบบนั้นกับใครอีก  แต่มันกลับเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด แถมยังเป็นเดเมี่ยนด้วย  บางที... สิ่งที่ทิมทำในวันนี้ ก็อาจแค่ต้องการพิสูจน์หัวใจตัวเองว่า เขายังสามารถรักใครได้อีกไหม

 

  จะไปไหนก่อนดีล่ะ   ทิมสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงเดเมี่ยนทักขึ้น  ทิมมองเดเมี่ยนสลับกับสวนสนุกก่อนยิ้มเย้ยหยันให้ตัวเองที่เผลอคิดมาก ทั้งที่มาเที่ยวกันแท้ๆ...

 

ทิมรีบหยิบใบปลิวแผ่นที่สวนสนุกออกมาดู  ...  ทอร์นาโดไหม  ได้ยินว่าเป็นสุดยอดเครื่องเล่นสุดระทึกไว้วัดความกล้าได้ดีเลย

 

แค่นี้ชีวิตการเป็นเรดโรบิ้นของเจ้ายังระทึกไม่พออีกเหรอ เดรก   เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ

 

รถไฟเหาะล่ะ   ทิมเสนอ

 

คนเยอะ  ข้าไม่ชอบรออะไรนานๆ   เด็กหนุ่มตอบทันที

 

  งั้นนายอยากทำอะไรฟะ ”  ทิมกำใบปลิวแน่นจนยับ  หันมาโวยวายร่าวสูงอายุน้อยกว่าอย่างหาเรื่อง

 

เด็กหนุ่มชะโงกหน้าย่อตัวลงมาดูแผ่นที่สวนสนุกโดยตั้งใจให้ใบหน้าของพวกเขาใกล้กัน  ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดใบหูทิมทำเอาเผลอกลั้นหายใจไม่ทันตั้งตัว เดเมี่ยนมองรายการเครื่องเล่นในใบปลิวอยู่นาน  พลันนัยต์สีเขียวก็เปล่งประกายก่อนเอ่ยขึ้นราวกระซิบ   ... โชว์ โลมา  กับ  แมวน้ำ

 

 

 

 

เอาล่ะค่ะท่านผู้ชม  เตรียมพบกับ  มีมี่และไลล่า  โลมาอัฉริยะแสนน่ารักได้เลยค่า 

 

พิธีกรสาวในชุดว่ายน้ำเต็มตัวยกแขนชี้ไปทางสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีคลับมีหางสองตัวว่ายแหวกคลื่นน้ำพร้อมลูกบอลสีรุ้งอยู่บนหัว  พวกมันโยนลูกบอลสลับไปมา ก่อนจะว่ายลงใต้น้ำแล้วดีดตัวผ่านห่วงยาง  เสียงกรี๊ดเชียร์และเสียงปรบมือดังเป็นระยะเมื่อโลมาแสดงความสามารถตามที่พี่เลี้ยงสั่ง  แม้ทิมจะเคยเห็นการแสดงในทีวีมาแล้ว แต่เมื่อมาเห็นของจริง ต้องยอมรับว่าชายหนุ่มอย่างเขาก็ยังตื่นเต้นและทึ่งในความสามารถของมัน

 

ทิมเหลือบมองยังเด็กหนุ่มข้างกายว่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไรก็ต้องเบิดตากว้าง เมื่อเห็นดวงตาเดเมี่ยนเปล่งประกายแวววาวราวเด็กตัวน้อยวัยห้าขวบที่เพิ่งมาชมการแสดงครั้งแรกไม่มีผิด

 


อุ๊บ!  ไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าเด็กนี่จะมีมุมน่ารักขนาดนี้  ทิมแอบหันไปกลั้นยิ้มไม่ให้เดเมี่ยนเห็น 


 

แต่  จะว่าไป  เจ้าเด็กนี่ก็เป็นคนรักสัตว์มากเลยนี่นา  ทั้งเจ้าไททัส  แมว  วัว  และหลากหลายสิ่งมีชีวิตที่ยังรอการพิสูจน์อีกมากมายที่อยู่ในการเลี้ยงดูของเดเมี่ยน  เวลาเห็นหมอนี่อยู่กับสัตว์เลี้ยงพวกนั้นแล้ว  ก็ดูเป็นเด็กปกติคนหนึ่งเหมือนกันแหะ  ทำไมเราเพิ่งมาสังเกตเอาตอนนี้นะ  ที่ผ่านมาฉันไม่เคยมองใครเลยงั้นเหรอ... 


ร่างเพรียวรีบดึงสติตัวเองอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงพิธีกรสาวพูดอีกครั้ง  หลังจากนั้น ทิมก็พยายามไม่นึกถึงเรื่องในอดีต มีสมาธิกับปัจจุบันและคนที่อยู่ข้างเขาตอนนี้...

 

 


 

เมื่อทั้งคู่ดูการแสดงจบก็เริ่มคึกอยากเล่นเครื่องเล่นบ้าง  ต้องขอบคุณเหล่าสัตว์โลกน่ารักที่สามารถดึงความเป็นเด็กของเดเมี่ยนกลับมา  กลายเป็นเดเมี่ยนชวนทิมเล่นเสียด้วยซ้ำ  เริ่มจากเครื่องเล่นโหดน้อยไปโหดมากถึงมากที่สุด ไม่มีกังวลเรื่องรอคิวยาว อิทธิพลและเส้นสายของในชื่อสกุลของเดเมี่ยนและทิมก็สามารถลัดคิวได้สบาย แม้ดูไม่ยุติธรรมสำหรับคนรอคิวด้านหลังก็ตาม  เรียกได้ว่าทั้งคู่เก็บแต้มเครื่องเล่นสุดเสียวไส้ครบทั้งหมด  

 

และแล้ว จุดจบมาลงเอยที่ทั้งสองนั่งหมดสภาพกับโต๊ะที่ร้านไอศครีมแห่งหนึ่ง

 

โอย... วันนี้ออกลาดตระเวนไม่ได้แน่ๆ   ทิมนั่งหมอบวางศรีษะบนแขนเอ่ยอย่างพะอืดพะอม

 

เห็นด้วย   เดเมี่ยนกึ่งนั่งกึ่งนอนแหงนหน้ามองท้องฟ้าเพื่อไม่ให้ตนเองขย้อนเอามื้อเช้าออกมา

 

ทั้งสองกำลังตกอยู่ในความคิดว่า หากแบทแมนหรือหนึ่งในสมาชิกแบทแฟมรู้  คงอับอายขายขี้หน้าจนอยากมุดดินหนีเป็นแน่  คนหนึ่งเป็น เรด โรบิ้น  อีกคน เป็นถึงทายาทแบทแมนที่ใกล้วันรับตำแหน่งอันสูงสุดอยู่แล้ว ดันตกม้าตายกับเครื่องเล่นในสวนสนุกเสียอย่างนั้น  ใครรู้คงหัวเราะเยาะให้  โดยเฉพาะดิ๊ก กับ สเตฟานนี่

 

เพราะนายเลยเดเมี่ยน  ไหนว่าไม่สนใจไง   ทิมเอาคางเกยแขนเพราะยังปรับสมดุลระหว่างท้องฟ้ากับพื้นดินไม่ค่อยได้

 

เจ้าเองก็อยากเล่นไม่ใช่รึไง   เดเมี่ยนหลับตานวดขมับเอ่ยอย่างหงุดหงิด

 

เงียบไปเลยเจ้าเด็กบ้า   ทิมเอ็ดไปหนึ่งทีก่อนรีบเด้งตัวขึ้นนั่งเมื่อเห็นพนักงานสาวถือถาดใส่ไอศครีมมาเสิร์ฟ

 

“ Dark Chocolate กับ Cookies and Cream  ได้แล้วค่ะ   พนักสาววางถ้วยไอศกรีมให้ทั้งสอง  เดเมี่ยนสั่ง Cookies and Cream   ส่วนทิมสั่ง Dark Chocolate

 

ขอบคุณครับ   ทิมกล่าวขอบคุณก้มศรีษะให้เล็กน้อย  พนักงานสาวเหลือบมองทิมกับเดเมี่ยนสลับไปมาก่อนยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีเล่ห์นัยรีบถอยออกมา

 

หล่อนมองแบบนั้นหมายความว่ายังไง   เดเมี่ยนเอ่ยถามหลังพนักงานสาวเดินจากไป

 

ทิมหันมองพนักงานสาวแวบหนึ่งก่อนหันกลับมาตักไอศครีมหวานเย็นเข้าปาก  ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ ”  คงเพราะยังเห็นแววตาไม่เข้าใจของเดเมี่ยน ทิมจึงอธิบายต่อ  “ คงมองว่าน่ารักดีน่ะสิ ฉันกับนาย  เธอคงคิดว่าพวกเราเป็นแฟนมาเดทกันมั้ง

 

ข้าว่าหล่อนคงขำหน้าพะอืดพะอมของเจ้ามากกว่า   เด็กหนุ่มยกยิ้มยียวน

 

ทำยังกับตัวเองดูดีตายล่ะ   ทิมโต้กลับ

 

แน่นอนอยู่แล้ว   น้ำเสียงมั่นใจสุดติ่งของเด็กหนุ่มทำเอาทิมหลุดขำเสียดัง

 

อุ๊บ  ฮะ ฮะ!! 

 

ขำอะไรของเจ้า   เดเมี่ยนมองค้อนแยกเขี้ยวอย่างไม่พอใจ

 

เปล่า  ก็แค่คิดว่า  น่าแปลกดีที่ฉันกับนายสามารถคุยกันโดยไม่ทะเลาะลงไม้ลงมือได้ยังไงน่ะ ฮะ ฮะ   ร่างเพรียวยกมือป้องปากพยายามปรับสีหน้าอารมณ์ให้สุขุมเหมือนเดิม  ถึงแม้เมื่อครู่จะหลุดไปหน่อยก็ตาม

 

คิดอะไรไร้สาระชะมัด   เด็กหนุ่มเบ้หน้าก่อนตักไอศรีมส่วนของตนเองบ้าง

 

ฉันถนัดใช้ความคิดนี่นา ”  ทิมกล่าวยิ้มๆไม่ถือสา  ดวงตาสีฟ้ามหาสมุทรเหลือบมองท้องฟ้าที่เริ่มถูกแสงสีส้มของดวงอาทิตย์กลืนกิน  “ ไปดูอาทิตย์ตกดินที่หอดูดาวกันไหม   ร่างเพรียวเสนอสถานที่ต่อไป

เดเมี่ยนแหงนมองท้องฟ้าตามก่อนหันมาสบตาทิมที่มองอยู่ก่อนแล้ว พร้อมรอยยิ้มที่ยากปฏิเสธ    ได้ 

 

 

 

ณ  หอชมวิวของสวนสนุก มีความสูงกว่า 60 เมตร  ถูกสร้างให้หันหน้าตรงกับจุดอาทิตย์ตกพอดี  สองหนุ่มอยู่ชั้นสูงสุด  มีผู้ชมอยู่เพียงสองสามคนเท่านั้น  ร่างเพรียวมองดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าสีส้มแดงที่ไม่ว่าจะมองจากที่ไหนก็ช่างโดดเดี่ยว แต่มันก็ยังคงความงามของธรรมชาติได้ดี

สวยไปอีกแบบนะ   ทิมเอ่ยชม ดวงตาเหม่อมองเบื้องล่างที่ถูกย้อมจากแดดยามเย็น  พัดพาให้หัวใจนึกย้อนถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่เขามักนั่งชมวิวเพื่อรอใครบางคนเป็นประจำ

 

ไม่เห็นต่างจากดูบนยอดตึกตรงไหน   เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าแข็งทื่อเหมือนมีอยู่หน้าเดียว  และเสียงนั้นเรียกให้ทิมกลับมาปัจจุบันอีกครั้ง  ร่างเพรียวหัวเราะเบาๆ

 

นายนี่ไม่โรแมนติกเอาซะเลย  มิน่าถึงไม่มีแฟนกับเขาสักที   ทิมสอดมือในกระเป๋ากางเกงพลางยกยิ้มให้เด็กหนุ่ม  เขาดีใจมากจริงๆที่วันนี้ได้มากับเดเมี่ยน  เด็กปีศาจที่เขาคิดว่าไม่มีทางญาติดีตลอดชีวิต  แต่วันนี้ ทิมกลับได้ยิ้ม  หัวเราะ มากที่สุดวันหนึ่งในระยะเวลาอันยาวนานที่เขารู้สึกว่ามันเหมือนหยุดนิ่งและไร้สีสัน  และเดเมี่ยนทำให้มันมีชีวิตอีกครั้ง...

 

เดเมี่ยนแสร้งหันหน้าไปทางอื่น  เจ้าชักพูดเหมือนยัยสเตปขึ้นทุกวันนะ  อีกอย่าง  ข้าไม่คิดมีใจให้ใครนอกจากเจ้าหรอกเดรก   ใบหูขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด แม้ใบหน้าหล่อคมจะถูกย้อมเป็นสีส้มแดงอยู่แล้วก็ตาม  แต่มันคงไม่แดงไปกว่าใบหน้าหวานตอนนี้เช่นกัน

 

... ให้ตายสิ  อยู่ๆก็พูดไม่ให้ทันตั้งตัวแบบนี้  ทำตัวไม่ถูกเลยแหะ   ทิมแกล้งยกมือปกปิดใบหน้าของตนก่อนหันไปทางอื่นเช่นกัน  หัวใจเต้นแรงจนทิมแอบหวั่นว่าเดเมี่ยนจะได้ยินไหม

 

...   ทั้งสองต่างหนีเพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเองให้เข้าที่อยู่นานสองนาน  ไม่มีใครกล้าเอ่ยประโยคทำลายความเงียบ  จนกระทั่ง

 

เดเมี่ยน...   เสียงเรียกนั่นดึงให้เด็กหนุ่มหันมอง  เดเมี่ยนเห็นใบหน้าหวานจ้องมองดวงอาทิตย์  รอยยิ้มยังเจือด้วยความเศร้า  แววตายังคงสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด  เพียงแต่  มันน้อยลงไปมากหลังจากวันที่ทิมระบายให้เขาฟังเพียงผู้เดียว

 

รอก่อนได้ไหม  ขอเวลาฉันอีกหน่อย  ให้ฉัน... เยียวยาหัวใจตัวเองอีกสักพัก   ทิมค่อยๆหันมองเดเมี่ยน  ทิมรู้จักตัวเองดี  เขาไม่มีทางลืมเจสันได้โดยง่าย  อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่ระยะเวลาอันใกล้นี้  แต่ เขาไม่อยากละทิ้งความหวังว่าเขาจะสามารถเปิดโอกาสหัวใจให้กลับมารักใครได้อีกเช่นกัน  และยิ่ง  ใครคนนั้นแอบรักเขามาเนิ่นนานแล้ว  ทิมก็อยากหวัง ว่าหัวใจเขาจะทำได้  เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง  รอยยิ้มจางหายเปลี่ยนเป็นความเศร้าหมองในดวงตาคู่สวย  แต่เดเมี่ยนยังคงเห็น ความหวัง ในดวงตาคู่นั้นเช่นกัน

 

ดวงตามรกตคู่สวยอ่อนลง  มือหนาเอื้อมกุมมือเรียวเบาๆ  ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน   ...  ข้ารอเจ้ามา 5 ปีแล้ว เดรก  รอเพิ่มอีก 5 ปี หรือ 10 ปี ข้าก็ยอมรอ หากปลายทางคือความสุขที่เจ้าเฝ้าคอยมาตลอด   เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวล  มือหนายกมาสัมผัสแก้มนวลที่เริ่มขึ้นสีอีกครั้ง  ถึงอย่างไรเสีย  ยามนี้เดเมี่ยนไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดของทิมอีกแล้ว  เขามองเห็นความสุข ความหวัง  และความฝัน ที่มันเปล่งประกายอยู่ในแววตาคู่นั้น  และเดเมี่ยนเองก็ถูกเติมเต็มไปด้วยความสุขที่เขาไม่เคยฝันว่าจะได้รับมันจากชายตรงหน้าเช่นกัน



 

จากประโยคของเด็กหนุ่มที่มันช่างโอบอุ้มหัวใจบอบช้ำของทิมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งนั้น  กระตุ้นให้น้ำตาเจ้ากรรมเอ่อออกมาอีกครั้ง  เดเมี่ยน... ฮึ อึก... เจ้าเด็กบ้า  ไปจำคำพูดน้ำเน่ามาจากไหนกัน     ทิมรู้สึกอายเล็กน้อย เพราะเขาร้องไห้ต่อหน้าเดเมี่ยนเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้  แต่ ทุกครั้งที่เขาร้องไห้  กลับมีเพียงเด็กหนุ่มคนเดียวที่คอยซับความเจ็บปวดทั้งหมดนั่นให้เขา  และทุกครั้งที่เสียน้ำตา  ความเจ็บปวดอันหนักอึ้งมันค่อยๆจางหายไปทีละนิดๆ  สิ่งที่แบกรับไว้  ทิมค่อยๆปล่อยวางมันลงและโยนมันทิ้งไป



ราวกับว่า เขาจะสามารถบินได้อีกครั้งโดยไม่มีสิ่งพันธนาการรั้งเขาจากอิสระภาพได้อีก  และถ้าหากเขาพลาดพลั้งตกสู่พื้นดินแห่งความทุกข์อีกครั้ง  เขาก็ไม่กลัวที่จะต้องเจ็บอย่างโดดเดี่ยว  เพราะตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่ายังมีใครบางคนคอยรับเขาไว้ในอ้อมแขนแห่งความกล้าและอบอุ่นให้กับนกน้อยตัวนี้...

 


ทิมสวมกอดเดเมี่ยน  ใบหน้างามซบกับไหล่กว้างราวต้องการที่พึ่งพิง  เด็กหนุ่มอึ้งชั่วขณะก่อนกอดตอบแล้วเผยยิ้มออกมา  รอยยิ้มที่แม้แต่ทิมก็ไม่เคยเห็น  อ้อมแขนอันแข็งแกร่งได้โอบกอดร่างเพรียวที่แสนบอบบางอีกครั้ง  เขายินดีอยู่เคียงข้างเพื่อปกป้องมันตลอดไป  เดเมี่ยนซบไหล่ร่างเพรียวเพื่อซ่อนรอยยิ้มจากทิม  ไม่ให้รู้ว่าตอนนี้เขามีความสุขมากขนาดไหน  เขายอมรับว่าเขาซึน ปากไม่ตรงกับใจและปากเสียไม่เลิก  แต่คงอีกไม่นานหรอก  เขาจะกล้ามอบรอยยิ้มที่จริงใจนี้ต่อหน้าคนที่เขารักมากที่สุด

 

 

อา  มันอบอุ่นเหลือเกิน

 

 

ราวกับ  มันคืออ้อมกอดที่ทั้งสองเฝ้ารอมาตลอด

 

 



 

ขอบคุณนะ...  ขอบคุณจริงๆ

 

 

 

 

 

สักวัน  เมื่อบาดแผลของนกน้อยจางหายและหวนคือสู่ท้องนภาได้อีกคราใด 

ยามนั้น  โลกที่เคยมองเห็นจะสวยงามมากกว่าเดิม

 

 

 

 





....................................................................................................................................

จบแล้วข้า  จบแบบให้ไปคิดต่อเอาเองเนอะ

 

ไม่มีอะไรจะพูดเท่าไหร่  แต่งเองค่อนข้างเขินเอง  ใจจริงก็อยากให้คืนดีกับเจสันอะนะ  แต่จิตใต้สำนึกอันดีงาม(เหรอ?) ไม่อยากให้พี่ดิ๊กในเรื่องนี้เจ็บงะ  อีกอย่าง ให้หนูทิมเริ่มต้นใหม่กับคนที่เขารักและเห็นคุณค่ามาตลอดอย่างเดเมี่ยนเลยดีกว่า  หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ

 

 

หลังจากนี้จะกลับเข้าสู่ ซีรี่ย์หลัก 10 ตอนอย่าง Cross the time to find love แล้วนะ  จะอัพในวันที่ 6 มิถุนายน 2561

แต่!!

ก่อนถึงวันที่  6  เราจะมีประกาศความคืบหน้าว่าเวลานี้กำลังปั่นเรื่องอะไรอยู่ และกำลังมีแผนทำเรื่องอะไรในอนาคต  แต่มีปัญหาที่เราไม่ได้อ่านคอมมิก จึงอยากถามผู้รู้เพื่อไว้เป็นต้นแบบในการสร้างคาแร็กเตอร์ของตัวละครให้สมจริงและอินกับเนื้อเรื่อง  ซึ่งเราจะบอกคร่าวๆว่า มีเรื่องถามเกี่ยวกับ Catlad  เซลิน่า  และอื่นๆ ซึ่งเราขอไปเรียบเรียงคำถามก่อนแล้วจะอัพหลังจากนี้นะคะ  อยากให้ทุกคนช่วยกันแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความรู้แก่หนูน้อยตาดำๆคนนี้หน่อย  และหากใครมีคำถามอยากถามเราก็ถามได้ในตอนหน้าเลยนะ // ทำตาปิ้งๆ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #72 Nut .. (@supawitsombatlay) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:43
    เดม่อนละมุมละมุนที่ดูไม่คุ้นแต่ชอบม๊ากมาก😘
    #72
    1
  2. #63 yongyeethamdy123 (@yongyeethamdy123) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 03:06

    อ่านแล้วร้องไห้นักมาก ขอบอกเลยว่าขนาดอ่านจนถึงตอนจบ เราทั้งร้องไห้กับทิมและเขินเดเมี่ยนหนักมาก โอ๊ยยยยยยยย เทใจให้เดเมี่ยนไปเต็มๆเลยค่ะ เริ่มอยากเปลี่ยนเรือหลักไปอยู่DamiTim//โดนเจย์ไล่ยิง อ่านเรื่องนี้แล้วนี้อยากให้ไรท์แต่งเดมิทิมให้อ่านอีกเยอะๆจังเลยค่ะ เอาให้ทิมเขินตายไปเลย>////< ชอบสุดของตอนนี่คือตอนเดเมี่ยนหน้าแดงค่ะ โธ่พ่อหนุ่มซึนและปากร้าย แต่รักหนูทิมคนเดียววววว~~~ //ปาใจรั่วๆ

    #63
    1
    • 5 สิงหาคม 2561 / 10:55
      อู้ย ตอนแรกก็อยู่เรือ JayTim นะคะ แต่พอได้ลองแต่ง DamiTim แล้ว ใจเต้นด้วยความฟินหนักมากค่ะ ตอนนี้ก็ลองเขียนโมเม้น D!ckTim ดูก็ชอบเหมือนกัน ตอนนี้เลยต่อเรือ AllTim แทนซะเลย ทุกคนจะได้เท่าเทียมกัน ไม่เป็นภาระแก่ผู้แต่งและผู้อ่าน หุ หุ =//.,//=
      #63-1
  3. #30 miruha (@miruha) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 09:04
    นานๆทีจะได้เจอแฟนฟิคหนูทิม และยิ่งหายากไปอีกของคู่damitim บอกไรท์เลยว่าปริ่มมากTvT สารภาพว่าอวยคู่นี้มากกว่าเจย์อีกค่---
    ด้านภาษาขอติตรงใช้คำซ้ำเยอะอย่างร่างเพรียวนิดนึงนะคะ แต่ก็มีบางช่วงที่ไหลลื่นมาก และยังอินไปกับสำนวนบรรยายของไรท์ ตัดคำผิดกับคำซ้ำออก สุดยอดแน่นอนค่ะ!
    #30
    1
    • 31 พฤษภาคม 2561 / 10:28
      โมเม้นทะเลาะกัน ระหว่างเดเมี่ยนทิม แตกต่างกับ จอนเดเมี่ยน สุดๆเลยค่ะ แต่เราก็ยังจิ้นหนูเมี่ยนทิมอยู่ดี ไม่รู้ทำไม 5555

      ขอบคุณมากๆค่ะที่ติชม เราจะพยายามปรับปรุงให้ออกมาดีมากขึ้นนะคะ >/////<
      ในส่วนคำผิด ค่อนข้างแก้ยากเพราะเราพิมพ์ในคอมที่ติดตั้งภาษาอังกฤษ มันจึงไม่เช็คคำผิดให้ แต่ก็เพราะเราไม่ได้ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนด้วย ต่อไปจะอ่านทบทวนให้มากขึ้นค่ะ ขอบคุณมากๆอีกครั้งค่ะ
      #30-1
  4. #29 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 16:34
    เมี่ยนมุมละมุนมันดีแบบนี้นี่เองง แงงงง /เราก็พึ่งเริ่มอ่านคอมมิกได้ไม่มากค่ะ แต่ถ้าช่วยได้ก็จะช่วยนะคะไรท์ ;)
    #29
    1
    • 30 พฤษภาคม 2561 / 17:26
      แต่เองเขินเองเลยละค่า ^//////^
      ขอบคุณมากๆค่ะ&#8203; เราจะพยายามอย่างเต็มที่เลยค่ะ
      #29-1
  5. #28 KiNOZE (@spy_gang) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 10:54

    ดีงาม ทิมมี่ พี่อยากให้หนูลืมเจสันอ่ะดีแล้ว เดเมี่ยนถึงจะปากร้ายแต่เขาก็รักน้อง /ซับน้ำตา/


    ทางนี้อ่านคอมิกส์ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่จะช่วยนะคะ! >__<) สู้ๆค่ะไรท์

    #28
    1
    • 30 พฤษภาคม 2561 / 11:07
      เย้~ ขอบคุณมากๆค่ะ // กระโดดกอดขาเหนียวแน่น
      ในเมื่อไม่ได้เจอหนูทิมไปอีกยาวนาน(ซับน้ำตาพูด) มีแต่ต้องเยียวยาใจกันเองแล้วละค่ะ มาพยายามด้วยกันนะคะ T T
      #28-1