ตอนที่ 10 : For My Dear​ 3 : Stone Cold

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    26 พ.ค. 61


For My Dear​ (J x T x Dm)


3  Stone cold
__________________________________________






เปิดฟังเพื่ออรรถรสนะจ๊ะ





หลังจากการเล่นดนตรีติดต่อกันเป็นเวลานานจนทิมเริ่มปวดนิ้ว  เขาก็ส่งสัญญาณให้วงดนตรีเล่นเพลงต่อ  ทิมลงเวทีพร้อมสเตฟานนี่และแคสแซนดรา  ก่อนจะเจอกลุ่มนักข่าวขอสัมภาษณ์และถ่ายรูปอยู่นานกว่าจะหลุดมาได้  ทิมนวดมือพลางเดินมาหยิบจานเพื่อตักอาหาร

 

ที่แกร้องเพลงนั้นหมายความว่ายังไง  เสียงทุ้มใหญ่ดังจากด้านหลังของทิม  แต่ไม่ต้องหันก็รู้ว่าคือใคร 

 

ทิมวางช้อนตักอาหารกับจานลงช้าๆ  ใบหน้างามหันหลังเพียงเสี้ยวหนึ่งราวกับไม่ต้องการเห็นหน้าอีกฝ่าย  ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้นแหละเจสัน  ฉันไปก่อนนะ   ยังไม่ทันเดินหนี  ร่างเพรียวก็ชะงักเมื่อมีมือใหญ่ดึงแขนตนเอาไว้

 

จะไปไหน  คิดจะหนีฉันรึไง ”  ร่างสูงขึ้นเสียงดุ  แววตาสีเขียวใบไม้มองร่างเพรียวอย่างคาดโทษ

 

.....  ปล่อยฉัน  นายควรมองไปรอบๆนะว่าเราไม่อยู่กันแค่สองคน   ทิมมองค้อนพยายามสะบัดแขนจากการจับกุมโดยรักษากิริยาท่าทางไม่ให้คนรอบข้างสังเกตเห็น

 

อ๋อ  แกสนเรื่องนั้นด้วยเหรอ   เจสันแสยะยิ้มก่อนดึงให้ร่างเพรียวแนบชิดกับตน  ใบหน้าหล่อคมยื่นเข้าใกล้ร่างเล็กกว่าอย่างจงใจ

 

เจสัน...  ป-   ทิมเบิกตาโต ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก  เพราะเขาไม่เคยเห็นเจสันทำเช่นนี้มาก่อน  ทั้งที่เตรียมใจว่าต้องเผชิญร่างสูงอยู่แล้ว  แต่ตอนนี้ เขาไม่อาจขยับเยื้อนร่างกายหนีจากชายคนนี้ได้เลย  เขาควรทำยังไงดี​  ในสถานการณ์แบบนี้ ควรทำอย่างไรดี...

 

หูเจ้าหนวกหรือไง ทอดด์   เสียงปริศนาเอ่ยขัดการกระทำของร่างสูง เป็นจังหวะที่ทิมได้สติรีบผลักเจสันก่อนสะบัดแขนออกในที่สุด  ร่างเพรียวหันมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาฉงน

 

เดเมี่ยน...  มีอะไรเหรอ   ทิมพยายามเดินเข้าหาเดเมี่ยนช้าๆเพื่อไม่ให้ดูโจ่งแจ้งว่าเขากำลังวิ่งหนีเจสันหลบหลังเดเมี่ยน  เพราะตอนนี้เดเมี่ยนสูงเท่าเจสันแล้ว เผลอๆอนาคตอาจสูงกว่าผู้เป็นพ่อก็ได้  มันน่าอายสำหรับทิมหากเจ้าเด็กปีศาจรู้เรื่องนี้  แต่อีกใจก็ขอบคุณที่เข้ามาช่วยเขาจากสถานณ์ล่อแหลมเมื่อครู่



 

ร่างสูงของเดเมี่ยนในชุดสูทสีเทาไม่ติดกระดุมเผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีครามกับเนคไทสีเทาชัดเจน  นัยต์ตาสีเขียวมรกตจิกปากไม่พอใจก่อนชี้นิ้วโป้งไปด้านหลัง ท่านพ่อเรียกเจ้าไปพบทางโน้น  ท่านพ่ออยากแนะนำ เจ้ากับข้า ทำความรู้จักกับพวกนักธุรกิจเข้าไว้ ”  เดเมี่ยนจงใจขึ้นเสียงตรง เจ้ากับข้า ให้เจสันได้ยินพร้อมเอานิ้วชี้ที่ทิมกับตัวเองประกอบ  เมื่อกล่าวจบ เดเมี่ยนดึงท่อนแขนร่างเพรียวก่อนกึ่งลากกึ่งดึงให้มากับตน  “ รีบมาได้แล้วเดรก  เจ้าจะทำให้ข้าเสียเวลา

 

ทิมได้แต่ไหลตามน้ำและไม่คิดขัดแรงของเดเมี่ยน  เพราะเขาอยากออกจากเจสันให้มากที่สุด  แม้ในใจมีหลายสิ่งจะพูดกับเจสัน แต่เขายังไม่กล้าจะเอ่ยคำนั้นออกไป  แต่แล้ว  เดเมี่ยนก็หยุดเท้าลง  แล้วก็ทอดด์

 

เดเมี่ยนสบตากับเจสัน เรียวตาคมแสนเย็นชาจนถึงขั้วกระดูกทำเอาเจสันชะงัก  ถ้าเจ้าจะใช้สมองทื่อๆของเจ้าให้ทำงานสักนิด  เจ้าคงจะรู้ตัวได้แล้วว่าเดรกต้องการบอกอะไรกับเจ้า

 

ว่าไงนะ!   เจสันเดือดขึ้นหน้า  มันน่าโมโหที่คนเอ่ยนั้นไม่ใช่ทิมแต่เป็นไอเด็กปีศาจ ราวกับกำลังต่อว่าในความโง่เขลาของเขา    เจสันกำหมันแน่นเตรียมสวนหากความอดทนเหลือศูนย์

 

ไม่ต่างกันกับทิม  เจ้าของดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลสั่นไหวกับคำพูดของเดเมี่ยน  ทิมเข้าใจว่าคนที่รู้เรื่องของเขากับเจสัน มีแค่ บรูซ สเตฟานนี่และแคสแซนดรา เท่านั้น  แต่ทำไมเดเมี่ยนถึงรู้ว่าเพลงที่เขาร้องนั้น มันหมายถึงเจสัน  ทำไมเดเมี่ยนถึงเป็นฝ่ายออกปากเพื่อปกป้องเขา  ทำไมถึงเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเขา ทั้งที่มันไม่ใช่ธุระอะไรของเจ้าเด็กนี่เลย

 

 

นายกำลังสงสารฉันงั้นเหรอ...

 

 

เลิกยุ่งกับหมอนี่ซะ  ไม่งั้นเจ้า---   เดเมี่ยนชะงักเมื่อเรียวแขนที่ตนจับอยู่หลุดออก  เจ้าของดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลหม่นลงจนไร้แวว  มือขาวเนียนวางทาบบนหน้าอกแกร่งของเดเมี่ยนอย่างเบาเบาง​  เด็กหนุ่มมองการกระทำของทิมอย่างไม่เข้าใจ

 

 

พอเถอะ... นายกำลังทำให้ฉันยิ่งดูน่าสมเพชนะ  แววตาไร้แววคู่นั้นกำลังร้องไห้อยู่ภายใน

 

 

เดรก....   เดเมี่ยนเอ่ยเรียกอย่างหวาดหวั่น  เป็นจังหวะเดียวกับที่ทิมหันหน้าสบตากับเจสันเต็มสองตา

 

... เจสัน  นายถามฉันใช่ไหมว่าเพลงที่ฉันร้องหมายถึงอะไร ”  ทิมกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด  ใบหน้าบิดเบี้ยวเพื่อสะกดกลั้นน้ำตาที่เอ่อเต็มดวงตาสีสวย 

 

 

 

ลาก่อน  เจสัน...

 


I wish I could mean this but here’s my goodbye

 

 

 



 

ณ คฤหาสน์เวนย์  ในห้องโถงขนาดใหญ่ของบ้าน  ปล่องไฟกำลังลุกโชนไปด้วยไฟอันร้อนแรง ราวกับกำลังแข่งกันว่าระหว่างร่างเพรียวที่ซดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนหน้าแดงเป็นมะเขือเทศ กับ ไฟในปล่องอันไหนจะร้อนกว่ากัน

 

ร่างเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวยับยู่ยี่​ กางเกงยาวสีดำ​ อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเก้าอี้ตัวใหญ่  ในมือถือเบียร์กระป๋องที่ 16 แกว่งไปมาพลางมองเปลวไฟเหมือนคนไร้สติ  อัลเฟรดที่เข้ามาพร้อมผ้าเช็ดตัวและถ้วยใส่น้ำอยู่ครึ่งถ้วย เห็นอาการทิมก็ถอนหายใจ แววตาชายชราแสดงความเป็นห่วงจนทำให้ดูแก่กว่าเดิมขึ้นสิบปีได้  ชายชราส่งสายตาไปหาทายาทบรูซ เวนย์ ที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลว่าเขาเอาของที่ต้องการมาให้แล้ว

 

เดเมี่ยนรับถ้วยและผ้าเช็ดตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉยปนหงุดหงดเล็กน้อย  ไม่เป็นไรอัลเฟรด  ผมจัดการต่อเอง   เอลเฟรดได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มๆก่อนเดินออกไปอย่างเงียบเชียบ

 

 

 

เจ้าของดวงตาสีเขียวมรกต ตั้งถ้วยกับผ้าเช็ดตัวบนชั้นวางแถวๆนั้นก่อนจะเดินไปดูสภาพไม่เอาถ่านของพี่ชายต่างสายเลือด  เดเมี่ยนขมวดคิ้วกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่แล่นเข้าโซนประสาทสัมผัสรับกลิ่นของตน  เจ้าดื่มมากไปแล้วเดรก  ร่างสูงเตือน แต่ดูเหมือนร่างเพรียวในตอนนี้จะไม่ต้องการความเป็นห่วงจากใครทั้งสิ้น

 

 นั่นเรื่องของฉัน  วันนี้ไม่มีอารมณ์ทะเลาะด้วยหรอกนะเดเมี่ยน   ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์สะสม  แววตาหวานเยิ้มยิ่งยั่วยวน

 

แต่นี่มันไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมานั่งกินเหล้า  เดรก  ถ้าอยากทำตัวเสเพลนักก็ไปทำที่อื่น ”  ร่างสูงแย่งกระป๋องเบียร์จากมือทิมก่อนโยนลงถังขยะอย่างหงุดหงิด  เดเมี่ยนเดินเขี่ยกระป๋องที่วางเกลื่อนเต็มพื้นมาจนถึงปล่องไฟ  เดเมี่ยนกำลังมองเปลงไฟพลางคิดว่าจะดับมันเสียตอนนี้เลยดีไหม

 

พลันสายตาสะดุดเข้ากับไดอารี่ขนาด A4พับครึ่ง สีแดงอมม่วงเข้ม  ตั้งบนขอบปล่องไฟ 

 

เดเมี่ยนถือวิสาสะหยิบมันก่อนเปิดดู  ภาพที่เห็นคือรูปถ่ายของเจสัน  หยุดนะ  อย่ายุ่งกับสมุดนั่น!!   เดเมี่ยนเอียงตัวหลบหมัดที่พุ่งมายังเขา  ทิมโถมตัวใส่ร่างสูงชิงสมุดภาพมากอดไว้ในอ้อมกอดอย่างหวงแหนก่อนสองขาจะอ่อนแรงทรุดตัวลงนั่งข้างหน้าปล่องไฟ

 

  นั่นอะไร  ไดอารี่ภาพของเจ้าเหรอ ”  เดเมี่ยนมองภาพเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างอึ้งๆ

 

จะเผามันงั้นหรือ   ทิมเงียบกับประโยคดังกล่าว  ซึ่งในความหมายของเดเมี่ยนนั่นคือ ใช่

 

 

เด็กอย่างนายไม่เข้าใจหรอก   ร่างเพรียวกลั้นเสียงไม่ให้สั่น  เขาในตอนนี้ทั้งอ่อนแอและน่าสมเพช  มันคงไม่แปลกหากเขาจะโดนเดเมี่ยนดุด่าในเมื่อสภาพเขามันแย่จริงๆ

 

ข้าไม่เด็กแล้วเดรก  ข้ารู้มากกว่าคำที่เจ้าสบประมาทข้า ”  เด็กหนุ่มถอนหายใจก่อนย่อตัวนั่งชันเข่าข้างๆทิม  “ แล้ว...   ไม่คิดอยากระบายหน่อยรึไง 

 

ร่างเพรียวเงยหน้าสบตากับร่างสูง  ขอบตายังช้ำและแดงก่ำ  ระบายอะไร?

 

อะไรก็ได้ที่เจ้าคิดว่าทำแล้วเจ้าจะพอใจ   เดเมี่ยนกลอกตามองบน

 

ต่อยหน้านายมั้ง   ทิมวางไดอารี่ลงข้างตัว

 

ข้าต่อยกลับแน่   เดเมี่ยนตอบกลับในทันที

 

... ระเบิดบ้านบรูซทิ้ง   ร่างเพรียวกล่าวเสียงเอื่อยๆ

 

เดรก   เดเมี่ยนจ้องเขม็งอย่างกินเลือดกินเนื้อ

 

... ”  ทิมนั่งโอนไปเอียนมา ดวงตาเหม่อลอยอย่างว่างเปล่า พลันสายตาก็ไปสะดุดกับเปียโนสีดำตัวใหญ่ตั้งไม่ใกล้ไม่ไกลจากเขา  แววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจ้องมองเปียโนอยู่นานสองนาน จนในที่สุด ทิมก็เอ่ยถาม  “ เปียโนนั่น  ยังใช้ได้ไหม?

 

เดเมี่ยนมองตามก่อนส่ายหน้า  ไม่รู้

 

 

ทิมยกมือจับขอบปล่องไฟด้านบนก่อนพยุกตัวให้ลุกยืน  ใช้สติที่พอมีเดินโซเซจนถึงเปียโนได้สำเร็จ  มือเรียวราวสตรีเปิดฝาเปียโนออกอย่างเบามือ  ปลายนิ้วไล่กดตามโน้ตทีละโน้ตช้าๆ

 

 

ดวงตาสีน้ำทะเลแน่นิ่งมองแป้นเปียโนราวกับกำลังคิดบางสิ่งอยู่  นายว่า อยากระบายอะไรให้ฟังก็ได้สินะ   ทิมกล่าวเสียงแผ่วเบาช่างดูอ่อนแรงน่าใจหาย

 

แค่วันนี้เท่านั้นแหละ  ข้าจะยอมเป็นพี่เลี้ยงดูเจ้าแล้วกัน   เด็กหนุ่มพาตัวเองมานั่งบนเก้าอี้ตัวโตก่อนหันหน้าเข้าหาทิมราวกับเป็นคนดูรอชมละครเวที

 

ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องลึกเข้าไปในดวงสีน้ำเงินคู่สวย  ทิมไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ในแววตาที่เขามักเห็นแต่ความกวนประสาทและดุร้ายนั้น กลับมีความห่วงใยที่ส่งมาถึงเขาอยู่ภายใน  อารมณ์ ความรู้สึกที่ลึกซึ้งทำให้ทิมหยุดนิ่ง

 

ทิมหัวเราะแห้งๆ รีบปฏิเสธว่าเป็นเพราะเขาเมาจึงเห็นเช่นนั้น ก่อนหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้นุ่ม  ร่างเพรียวหลับตาลง  ดึงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจออกมา  ตอนนี้ เขาไม่ได้อยู่ในงานเลี้ยง เขาอยู่ในบ้านของตัวเอง  อยู่ในสถานที่ที่ไม่มีใครเห็นสภาพเขา

 

 


และแล้ว​  เสียงเปียโนก็บรรเลงขึ้นอีกครั้งในบ้านหลังใหญ่อันเงียบสงบ  คงมีเพียงเดเมี่ยนและอัลเฟรดที่สามารถได้ยินท่วงทำนองอันโศกเศร้าในหัวใจนี้

 

 



อยากระบายความรู้สึกนี้ออกมา  ปล่อยให้ความรู้สึกควบคุมจนสิ้นตัวตนไปก็น่าจะดี... อย่างน้อยก็ขอแค่วันนี้  วันเดียวที่ฉันจะได้เป็นตัวของตัวเองบ้าง  




Stone cold, stone cold
You see me standing, but I’m dying on the floor
Stone cold, stone cold
Maybe if I don’t cry
,
I won’t feel anymore

หัวใจด้านชาดั่งหิน
เธอเห็นฉันยืนอยู่ แต่จริงๆฉันแทบจะดิ้นตายอยู่บนพื้น
หัวใจเยือกเย็นดั่งหิน
บางที หากฉันไม่ร้องไห้ออกมา ฉันคงจะไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว



ตลอดที่ผ่านมา นายไม่เคยเห็นฉันร้องไห้สักครั้ง  แต่นั่นไม่ได้แปลว่าฉันไม่เจ็บนะ

ทุกครั้งที่ฉันร้องไห้ ฉันรู้สึกอ่อนแออ  แต่ทั้งหมด มันเพราะใครกันล่ะ

 


Stone cold, baby
God knows I tried to feel
Happy for you
Know that I am, even if I
Can’t understand, I’ll take the pain
Give me the truth, me and my heart
We’ll make it through
If happy is her, I’m happy for you

หัวใจฉันเยือกเย็นดั่งหิน ที่รัก
พระเจ้ายังรู้ว่าฉันพยายามแล้วนะที่รู้สึก
ดีใจไปกับเธอ
รู้ไว้นะว่าฉันดีใจไปกับเธอ ถึงแม้ว่า
ฉันจะไม่เข้าใจเลยก็ตาม ฉันยอมรับความเจ็บปวดนี้เอง
แค่มอบความจริงให้ฉัน ฉันและหัวใจของฉัน
เราจะผ่านพ้นมันไปได้
หากความสุขของเธอ คือเขาคนนั้น งั้นฉันก็คงดีใจไปกับเธอด้วยจริงๆ

 

 

คนนายต้องการคือดิ๊ก  คนที่นายอยากครอบครองคือริชาร์ด ทุกอย่างที่นายต้องการคือเขา  ไม่ใช่ฉัน
และนายก็ทำเหมือนฉันเป็นแค่ที่ระบาย  ไม่มีค่าอะไรกับนาย  นายเหยียบหัวใจฉันอย่างไม่ปราณี  เจสัน
นายทำกับฉันได้ยังไง... เจย์

 


Stone cold, stone cold
You’re dancing with her, while I’m staring at my phone
Stone cold, stone cold
I was your amber, but now she’s your shade of gold

หัวใจด้านชาดั่งหิน
เธอกำลังเต้นรำกับเขาคนนั้น ขณะที่ฉันได้แต่จ้องมองโทรศัพท์ตัวเอง
หัวใจเยือกเย็นดั่งหิน
ฉันเคยเป็นอำพันของเธอ แต่ตอนนี้เขาคนนั้นกลายทองคำของเธอเสียแล้ว



ทั้งที่นายรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับนาย  และฉันก็รู้ว่าเสี้ยวหนึ่งของหัวใจนายก็มีฉัน

แต่นายก็ยัง... ทำแบบนั้นกับฉัน  นายมันเห็นแก่ตัว  เจสัน

 


Stone cold, baby
God knows I tried to feel
Happy for you
Know that I am, even if I
Can’t understand, I’ll take the pain
Give me the truth, me and my heart
We’ll make it through
If happy is her, I’m happy for you

หัวใจฉันเยือกเย็นดั่งหิน ที่รัก
พระเจ้ายังรู้ว่าฉันพยายามแล้วนะที่รู้สึก
ดีใจไปกับเธอ
รู้ไว้นะว่าฉันดีใจไปกับเธอ ถึงแม้ว่า
ฉันจะไม่เข้าใจเลยก็ตาม ฉันยอมรับความเจ็บปวดนี้เอง
แค่มอบความจริงให้ฉัน ฉันและหัวใจของฉัน
เราจะผ่านพ้นมันไปได้
หากความสุขของเธอ คือเขาคนนั้น งั้นฉันก็คงดีใจไปกับเธอด้วยจริงๆ



ฉันไม่อยากเป็นแค่ตัวแทนของนาย  แค่หวังว่าสักวัน คนที่สามารถยืนเคียงข้างนายได้ คือ ฉัน  แต่ตอนนี้ฉันเลิกหวังไปแล้ว  ฉันเลิกหวังที่จะได้รับความรักจากนายแล้ว เจย์

 


Don’t wanna be stone cold, stone
I wish I could mean this but here’s my goodbye

Oh, I’m happy for you
Know that I am, even if I
Can’t understand
If happy is her, If happy is her
I’m happy for you

ไม่อยากจะมีหัวใจเยือกเย็นดั่งหินนี้อีกแล้ว
ฉันหวังว่าฉันจะพูดออกมาจากใจจริงได้นะ แต่นี่แหละคือการบอกลาของฉัน
ฉันดีใจกับเธอจริงๆ
รู้ไว้นะว่าฉันดีใจไปกับเธอด้วย ถึงแม้ว่า
ฉันจะไม่เข้าใจเลยก็ตาม
หากความสุขของเธอ คือเขาคนนั้น
งั้นฉันก็คงดีใจไปกับเธอด้วยจริงๆ

 


(เว็บแปลเพลง : คลิ๊ก! )

 

 


 

 

ทันทีที่โน็ตตัวสุดท้ายมาถึง  ร่างเพรียวใช้นิ้วทั้งสิบกดลงแป้นเปียโนจนเกิดเสียงดังที่ผิดเพี้ยน ก่อนที่ร่างเพรียวจะระเบิดเสียงออกมาแทบขาดใจ

 

 

อ้าาาาาาา!!!!

 

 

ทิมกรีดร้องดังที่สุดเท่าที่เดเมี่ยนเคยได้ยิน  มันทั้งเจ็บปวดถึงขนาดเด็กหนุ่มยังรู้สึกได้  ทิมโฮร้องออกมาไม่สนแล้วว่าตัวเองเป็นใครมาก่อน  ไม่สนว่าเขาอยู่กับใคร  ที่ไหน  สิ่งเดียวที่ทิมต้องการตอนนี้คือร้องไห้ระบายความเจ็บปวดทั้งหมดออกมาให้หมด

 


เพราะนี่  จะเป็นการร้องไห้ครั้งสุดท้ายของเขา

 

 

 

 

ร่างเพรียวตกในห้วงความโศกเศร้าเพียงลำพัง  ความหนาวเหน็บกัดกินทั่วหัวใจ  แต่​ กลับมีใครคนหนึ่งโอบกอดเขาไว้ภายใต้อ้อมแขนที่แข็งแกร่งและอ่อนโยน  ร่างกายของเขาถูกโอบอุ้มด้วยไออุ่นจนไม่เหลือที่ให้ความเยือกเย็นแทรกผ่านเข้ามา  หยาดน้ำตาที่ไม่คิดแตะต้องกลับมีมือเช็ดให้อย่างทะนุถนอม  ใบหน้าหวานถูกดึงให้ซบกับไหล่กว้างเพื่อรองรับน้ำตาจำนวนมหาศาลอย่างเต็มใจ

 

 

เจ้าไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว  ร้องออกมาให้หมด  ระบายออกมาซะ  ทิม   เสียงกระซิบอย่างอ่อนโยนเอ่ยข้างหูทิม นั่นยิ่งทำให้ร่างเพรียวโฮร้องหนักมากกว่าเดิม  เพราะในที่สุด  ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา  เขาก็ได้ระบายมันออกมาเสียที...

 

 

ทิมไม่คิดจะลืมตามองว่าใครคือผู้โอบกอดเขาไว้  เขาเพียงต้องการความอบอุ่นจากใครสักคนเป็นที่พึ่งให้เขาได้ปลดปล่อย  ต้องการใครสักคนที่รับรู้ว่าเขาเจ็บปวดมากเพียงใด

 

 



 


มันเกิดอะไรขึ้นวะ? 



 

ทิมนั่งบนตักเดเมี่ยนอยู่ที่พื้นห้องนั่งเล่นเช่นเดิม  ทิมพยายามนึกภาพความทรงจำว่ามันเกิดอะไรขึ้น  ทำไมพอรู้สึกตัวอีกทีเขากลับมานั่งตักเจ้าเด็กปีศาจนี่ซะได้  แล้วแทนที่เขาจะเป็นฝ่ายหลับเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และความหนื่อยล้าจากการร้องไห้อย่างหนักดันกลายเป็นเจ้าเด็กแก่แดดที่หลับปุ๋ยโดยใช้ไหล่ของทิมเป็นหมอนพิงศรีษะแทนซะงั้น

 

ดวงตาสีน้ำเงินมองกองไฟที่ยังคงมอดไหม้เชื้อเพลิงไม่ไหวติง  ทิมหลับตาครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจทำบางอย่าง  ร่างเพรียวค่อยๆขยับร่างกายให้ออกจากเดมี่ยนให้เบาที่สุด  เบาขนาดเดเมี่ยนไม่รู้สึกตัวและยังหลับต่อไปได้  แม้ท่าทางมันจะดูตลกไปหน่อยก็ตาม​  แต่อย่างน้อยทิมก็จัดท่าให้เดเมี่ยนพิงเก้าอี้ตัวโตแทนแล้ว

 

 

เก่งเหมือนกันแหะเรา  ทิมคิด

 

 

 

ทิมหยิบไดอารี่ของตนขึ้น  เปิดไล่ไปทีละหน้าๆอย่างใจเย็น  ทบทวนความรู้สึกทั้งหมดที่เขาเคยบันทึกลงในสมุด  รูปถ่ายคู่เพียงรูปเดียวที่ทิมมีถูกติดไว้หน้าหลังสุดของไดอารี่พร้อมข้อความสั้นๆที่เขาเขียนเอาไว้

 

รักนายตลอดไป

 

 

 

ทิมลูบรูปถ่ายคู่ช้าๆ  ก่อนปิดสมุดลงแล้วตัดสินใจโยนไดอารี่เข้ากองไฟโดยไม่ลังเล

 

เสียงประกายไฟปะทุเมื่อมันกำลังเผาไหม้กระดาษทุกแผ่น  หมึกทุกหน้า และอักษรทุกตัวให้เป็นขี้เถ่า  ทิมนั่งกอดเข่ามองประกายไฟลุกโชนด้วยเชื้อเพลิงเผาง่ายจากกระดาษของเขา  เฝ้ามองจนกระทั่งกองไฟค่อยๆเล็กลงเมื่อเชื้อเพลิงถูกเผาจนหมดแล้ว  แต่ทิมก็ยังมองอย่างนั้นไม่แสดงอาการอะไรออกมา

 

 

เสี้ยวหนึ่งของหัวใจยังหวังให้ทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน  อยากให้เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง  เขายังอยู่ในอ้อมกอดของเจสัน  ยังหวังให้มันกลับมา... แต่คงถึงเวลาต้องหยุดแล้วเดินต่อไปข้างหน้า

 

 

 

เจ้าไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว

 

 

 

ทิมชะงักก่อนหันไปมองเด็กหนุ่มที่นั่งหลับไม่รู้ตัวเช่นเดิม  ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีอย่างไม่ทราบสาเหตุ  ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย

 

 

 

ทำเป็นเท่นักนะ  เจ้าเด็กบ้า

 

 





...................................................................................................................................


เหนื่อยเหลือเกิน ใจดวงนี้กำลังกรีดร้อง~~ 


ตอนนี้หนูเมี่ยนพระเอกมากมายค่ะ  ไม่รักจริงคงทำไม่ได้---

ตอนต่อไปอัพวันที่  30 พฤษภาคม นะจ๊ะ  ตอนจบของซีรี่ย์ For My Dear แล้วเนอะ  จบดีไม่ดีไม่รู้  แต่สำหรับเรา เราว่าดี 5555


ปล. เห็นว่าหลังจบคอมมิก Detective จะไม่ได้เจอทิมถึง 3 เดือนเลยหรือคะ แถม DC ยังทิ้งดราม่าไว้อีกมากมายจนหวั่นใจในอนาคตว่า เรด โรบิ้น และตัวละครอื่นๆจะเป็นอย่างไรต่อไป  ถึงเราจะยังติดตามโรบิ้นไม่นานและไม่ได้อ่านคอมมิก  แต่ เรารู้สึกเจ็บทุกครั้งที่รู้ข่าวคราวของทิมจริงๆค่ะ  ภาวนาให้ใครก็ได้ที่รับผิดชอบทิม ช่วยให้ทิมเจอเรื่องดีๆบ้างคงเป็นเกียรติแก่ชีวิตเหล่าแฟนๆได้มาก  นับวันยิ่งลืมเลือน... // กุมอกร้องไห้พลางกอดทิมในภาพมโน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #71 Nut .. (@supawitsombatlay) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:10
    เดม่อนทัมดีย์
    #71
    1
  2. #27 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 16:29
    แค่รอคอมมิกอาทิตย์กว่าๆยังทรมานเลยค่ะ แต่นี่หายไปอาจจะมากกว่า3เดือนคือบับ ดีซีจะฆ่าเราทางอ้อมเลยใช่มั้ยย;-;
    #27
    3
    • 26 พฤษภาคม 2561 / 16:58
      ความรู้สึกแบบ รอคอยอย่างไร้ความหวังเลยค่ะ ฮือๆ คงต้องเยียวยาหัวใจกันเอง 5555
      #27-1
    • 26 พฤษภาคม 2561 / 17:13
      เอ้า! สูดค่ะ // ยื่นถุงกาวให้
      #27-3
  3. #26 KiNOZE (@spy_gang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 09:43

    ให้เดเมี่ยนเป็นพระเอกก็ดีนะ แอบเชียร์ ถ้าเจย์จะได้กับทิมมี่มันต้องมีปัญหาเรื่องพี่ดิ๊กอ่ะ เพราะงั้น....


    เดเมี่ยน จับรวบหัวรวบหางทิมซะ---- /ไอ


    ปล.และใช่ค่ะ ทิมจะหายไปจากคอมมิค 3 เดือนหรืออาจจะมากกว่านั้น เพราะไม่มีข่าวว่าใครจะรับช่วงทิมต่อ อีเว้นท์งานแต่งงานของบรูซก็ไม่มีทิม 55555555 #ในเลขห้ามีน้ำตาซ่อนอยู่

    #26
    3
    • #26-2 KiNOZE (@spy_gang) (จากตอนที่ 10)
      30 พฤษภาคม 2561 / 10:56
      แผนออกคอมิกส์ตั้งแต่เดือนนี้ยันเดือนสิงหา ไม่มีชื่อทิมเลยค่ะ หายไปยาวเลย ทางนี้น้อยใจมากจนไม่อยากอ่านแม้กระทั่งหัวงานแต่ง มันเจ็บค่ะคิดถึงทิม Orz
      #26-2
    • 30 พฤษภาคม 2561 / 11:18
      ใช่ค่ะ โรบิ้นทุกคนมีบทบาทหมด แต่ไม่มีทิมอยู่คนเดียวคือแบบ... 'เห้ย! นี่ทิมไง เรด โรบิ้นอะ โรบิ้นคนที่3ของป๋าแบทนะเว้ย!!' ในใจเรานี่หมดคำพูดเลย ไปร้องไห้ระบายกับเพื่อนในความน้อยใจ ช้ำใจเกือบชั่วโมงเลยค่ะ 5555 ไม่รู้จะงอลฝ่ายไหนดี ทำได้แค่ปั่นฟิคระบายอย่างเดียวเลย แงๆ
      #26-3