(Fic Gintama) My love รักวุ่นวายของเจ้าชายดาว S

ตอนที่ 36 : บทที่ 15 บางเรื่องที่ไม่น่าจดจำก็ลืมๆมันไปซะเถอะ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,526
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    4 มิ.ย. 57




                “หยุดนะ! นั่นแกจะทำอะไรน่ะ”

                โอคิตะเดินผ่านมาเห็นคอนโด้กำลังจะถูกฆ่าจึงรีบเข้ามาช่วย แต่มือสังหารไหวตัวทัน รีบปีนหนีไปทางหลังคา เขาคิดจะตามมือสังหารคนนั้นไปแต่เห็นเลือดไหลอาบศีรษะคอนโด้อย่างนั้นก็เป็นห่วง รีบเข้าไปช่วยหัวหน้าตัวเองก่อน

                “คุณคอนโด้ๆ” เขาตบหน้ากอลิล่าเบาๆเพื่อเรียกสติเขากลับคืนมา แต่ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นเลย จึงแบกร่างใหญ่ขึ้นหลังแล้วเดินไปที่ที่ใกล้ที่สุด นั่นคือร้านเหล้าที่โอทาเอะทำงานอยู่

                “กรี๊ดดดดด! ตายแล้ว นั่นมันอะไรกันน่ะ” พนักงานและลูกค้าในร้านแตกตื่นเมื่อเห็นเลือดท่วมร่างของคนที่เพิ่งเดินเข้าร้านมา

                ลูกค้าหลายคนวิ่งหนีออกจากร้านด้วยความหวาดกลัว ทั้งกลัวผู้ชายที่โอคิตะแบกมาจะเป็นศพและกลัวสายตาดุดันที่ของโอคิตะที่กวาดมาทุกคนทั่วร้าน ฮิจิคาตะเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติเป็นคนแรก เขารีบตรงเข้าไปหาโอคิตะทันทีที่เห็นคอนโด้

                “นี่มันเกิดอะไรขึ้นโซโกะ”

                “อย่าเพิ่งถามตอนนี้เลยครับ รีบไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้คุณคอนโด้ก่อนดีกว่า” พวกกินโทกิลุกขึ้นจากโซฟาตัวยาวเพื่อให้โอคิตะแบกคอนโด้ไปนอนที่นั่น

                “ยามาซากิไปขอกล่องปฐมพยาบาลกับทางร้านมาหน่อย” ยามาซากิวิ่งไปหาเจ้าของร้านตามคำสั่งของฮิจิคาตะ

                “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะคุณโอคิตะ ทำไมคุณคอนโด้ถึงมาอยู่ในสภาพนี้ได้” โอทาเอะว่าพลางมองสำรวจบาดแผลของคนเจ็บ

                “มีใครบางคนตั้งใจจะลอบสังหารคุณคอนโด้ โชคดีที่ผมผ่านมาทางนั้น เจ้านั่นเลยหนีไปซะก่อน ว่าจะตามมือสังหารคนนั้นไปก็เป็นห่วงอาการบาดเจ็บของคุณคอนโด้เลยตามไปไม่ได้”

                “แล้วทำไมต้องพาคุณคอนโด้มาที่ร้านของฉันด้วยคะ ทำไมไม่พาโรงพยาบาล พวกคุณจะรับผิดชอบยังไง ลูกค้าแตกตื่นจนหนีออกจากร้านไปหมดเลยเห็นมั้ย”

                “ที่นี่อยู่ใกล้กว่าโรงพยาบาลนี่นา อีกอย่างคุณคอนโด้ก็แค่โดนฟาดหัวจนสลบ ไม่ได้เป็นอะไรมากซักหน่อย นอนพักเดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว”

                “ยามาซากิได้กล่องปฐมพยาบาลหรือยัง!” ฮิจิคาตะหันไปมองก็เห็นเจ้าหมอนั่นกำลังตีแบดมินตันกับเจ้าของร้านอย่างเอาเป็นเอาตาย

                เขาตรงไปกระโดดถีบกลางหลังยามาซากิเต็มๆจนหมอนั่นล้มคว่ำอยู่กับพื้น “เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ยังมีอารมณ์มาตีแบดอีกเรอะ! คุณก็เหมือนกันคุณผู้จัดการ รีบไปเอากล่องยามาซักที คนจะตายอยู่แล้วยังมีหน้าไปเล่นแบด เดี๋ยวพ่อก็ฆ่าซะหรอก!” ผู้จัดการร้านรีบวิ่งไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้ฮิจิคาตะอย่างรวดเร็ว

                “แผลขนาดนั้นต้องเย็บหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นมันจะติดเชื้อเอานะ” คาเซงาว่าถามขึ้น

                “ไม่ต้องห่วงหรอกคุณฮาเซงาว่า เดิมทีเจ้าหมอนี่ก็ติดเชื้อทุกเชื้ออยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นราชากอลิล่าแห่งเชื้อโรคเลยก็ได้” กินโทกิพูดจบก็เดินไปนั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามกับคอนโด้แล้วหยิบเหล้ามาดื่มต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                “คุณคอนโด้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเฟ้ย!” ฮิจิคาตะเข้ามาใกล้คอนโด้เพื่อดูแผลที่หัว “แผลใหญ่จริงๆด้วย อย่างนี้ต้องพาไปโรงพยาบาลให้หมอเย็บหรือเปล่า”

                “ไม่ต้องไปให้เสียเวลาหรอก เดี๋ยวฉันเย็บให้เอง” กินโทกิเสนอตัว

                “อย่างแกเย็บเป็นเรอะ! เป็นหมอหรือไงกันฮะ!”  ฮิจิคาตะกระชากกินโทกิให้ออกห่างคอนโด้

                “แหม มันจะยากอะไร ก็เหมือนๆกับการเย็บผ้านั้นแหละ”

                “ไม่เหมือนเฟ้ย! ยังไงก็ไม่เหมือน แกออกไปอยู่ห่างๆเลยไป” ฮิจิคาตะกวาดสายตามองแต่ละคนที่อยู่ที่นี่ ดูเหมือนจะพึ่งไม่ได้เลยซักคน “มีใครทำแผลเป็นบ้างมั้ย”

                “อั๊วน่อ” คางุระยกมืออาสาแล้วก้าวออกมาข้างหน้า “อั๊วทำเป็นน่อ”

                “ไปฝึกทำแผลตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับคางุระจัง” ชินปาจิไม่ยักรู้มาก่อนว่าเธอทำแผลเป็นกับเขาด้วย

                “เรื่องแบบนี้ไม่ต้องฝึกหรอกน่อ มันอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว” คางุระหยิบขวดเหล้าไปเทราดหัวคอนโด้ “เริ่มจากล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์ก่อน”

                “เดี๋ยวสิ!” ชินปาจิแย่งขวดเหล้าจากมือคางุระหลังจากที่เธอเทราดหัวไปเกือบหมดขวดแล้ว “อย่างนี้มันคนละแอลกอฮอล์แล้วมั้ย! กล่องยาก็มีทำไมไม่เอาไปใช้”

                “ก็อย่างนี้มันเร็วกว่านี่นา”

                “ฉันว่ารีบเอายัยหมวยนี่ไปเก็บก่อนคุณคอนโด้จะโดนฆ่าเถอะ” ฮิจิคาตะรีบห้ามไว้ “นอกจากยัยหมวยแล้วไม่มีใครทำแผลเป็นเลยเหรอไง”

                “ให้ฉันทำให้มั้ยล่ะคะ” โอทาเอะเสนอ ฮิจิคาตะมองหล่อนเหมือนไม่ไว้วางใจเนื่องจากมีแนวโน้มที่คอนโด้จะถูกหล่อนฆ่าสูงมาก แต่เขาไม่มีทางเลือก

                “เอางั้นก็ได้”

                โอทาเอะรับกล่องปฐมพยาบาลมาจากฮิจิคาตะแล้วเดินไปหาร่างสูงใหญ่ที่นอนสลบไสลอยู่บนโซฟา เธอช่วยใส่ยาแล้วเอาผ้าพันแผลมาพันรอบศีรษะของเขา

                นิ้วเรียวยาวกระดิกเล็กน้อย ดวงตาเรียวขยับกลอกไปมาขณะที่ยังหลับตาอยู่จากนั้นจึงค่อยๆลืมขึ้นมา ร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นนั่งยืดขา มือใหญ่เลื่อนขึ้นมากุมศีรษะของตัวเองไว้เพราะรู้สึกเจ็บแปลบที่แผล

                “หัวหน้าคอนโด้ฟื้นแล้ว!” ยามาซากิตะโกนลั่นร้าน

                “เป็นยังไงบ้างคุณคอนโด้” ฮิจิคาตะถามขึ้นเป็นคนแรก คอนโด้เงยหน้าขึ้นมามองพวกเขาทีละคนด้วยความสงสัยก่อนจะมาหยุดอยู่ที่โอทาเอะซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นข้างโซฟา

                “พวกคุณ...เป็นใครครับ” นิ้วเรียวชี้มาที่ตัวเอง “แล้วผมเป็นใครกัน”

                ทำไมคิดอะไรไม่ออกเลย สมองขาวโพลนไปหมด ยิ่งพยายามนึกก็ยิ่งรู้สึกปวดหัว นี่เขาเป็นอะไรไป ทำไมจำแม้กระทั่งชื่อตัวเองก็ยังไม่ได้

                “เอ๊ะ!!!” ทุกคนตะโกนขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ

                “หรือว่าคุณคอนโด้จะความจำเสื่อมครับ” โอคิตะพูดขึ้น คอนโด้ถูกคนร้ายเล่นงานที่ศีรษะซะขนาดนั้นก็มีโอกาสที่สมองจะได้รับความกระทบกระเทือนจนความจำเสื่อมก็ได้ “ถ้าอย่างนั้นก็จำหน้าคนร้ายไม่ได้สินะ”

                “เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะโซโกะ เรื่องที่คุณคอนโด้จำแม้แต่ชื่อตัวเองไม่ได้สิสำคัญกว่า คุณคอนโด้พยายามนึกให้ออกสิครับ คุณคือคอนโด้ อิซาโอะ หัวหน้ากลุ่มชินเซ็นงุมิไงล่ะ” ฮิจิคาตะพยายามช่วยฟื้นความทรงจำ

                “เหมือนจะเริ่มนึกอะไรออก” คอนโด้รู้สึกเหมือนมีภาพเหตุการณ์บางอย่างปรากฏขึ้นในหัว แต่แค่แวบเดียวก็หายไป “อ๊ะ! หายไปแล้ว”

                “ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ดีมั้ย” ทุกคนหันไปมองโอคิตะ รอดูว่าเขาจะพูดอะไร “ให้พวกเราทีละคนพูดกระตุ้นความทรงจำของคุณคอนโด้ จะพูดอะไรก็ได้ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณคอนโด้ เผื่อว่าจะนึกอะไรขึ้นมาได้บ้าง”

                “งั้นก็ทำตามที่เจ้าโอคิตะมันบอกเถอะ เริ่มจากนายเลยฮิจิคาตะคุง” กินโทกิว่าก่อนจะผลักฮิจิคาตะเข้าไปใกล้ๆคอนโด้

                เขาหันไปถลึงตาใส่คนที่ผลักเขาก่อนจะเริ่มพูด “เอ่อ...ก็อย่างที่ผมบอกไปเมื่อกี้ คุณคอนโด้เป็นหัวหน้าของพวกเรา ถึงปกติจะไม่ค่อยเหมือนหัวหน้าสักเท่าไหร่ก็เถอะ”

                “ที่ว่าไม่ค่อยเหมือนหัวหน้ามันหมายความว่าไงกันแน่ครับ”

                “เรื่องนั้นช่างมันเถอะน่า!

                “คุณคอนโด้จำได้มั้ยครับว่าพรุ่งนี้คุณบอกกับผมว่าจะไล่คุณฮิจิคาตะออกจากชินเซ็นงุมิ” โอคิตะว่าพลางปรายตาไปมองฮิจิคาตะ

                “อย่าพูดเรื่องที่ไม่ใช่ความจริงสิฟะ!” ถ้าไล่เขาออกมีหวังหน่วยต้องยุบแน่ๆ ดูพวกที่เหลือแต่ละคนสิ มีแต่พวกที่พึ่งพาได้ซะที่ไหน

                “หัวหน้าคอนโด้มักจะถูกคนอื่นเรียกว่ากอลิล่าน่ะครับ” ยามาซากิพูดเรื่องที่ลืมไม่ได้ขึ้นมา

                “ทำไมต้องเรียกอย่างนั้นด้วยล่ะครับ”

                “คงเพราะคุณตัวโตเหมือนกอลิล่า แต่สำหรับผมคิดว่าเพราะคุณมีนิสัยดิบเถื่อนเหมือนพวกกอลิล่ามากกว่า”

                “นี่ผมเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ” คอนโด้น้ำตาปริ่ม เขาเป็นคนที่นิสัยแย่สุดๆเลยสินะ เป็นหัวหน้าที่ไม่ได้เรื่องแล้วยังเป็นพวกดิบเถื่อน ตัวก็โตเหมือนกอลิล่า ไม่นะ! กอลิ

                “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกน่อ ลื้อเองก็มีข้อดีของลื้อเหมือนกัน” คอนโด้เงยหน้าขึ้นไปมองคางุระอย่างคาดหวัง “นอกจากเป็นกอลิล่าแล้วลื้อยังทำตัวเป็นพวกสตอร์กเกอร์โรคจิตคอยสร้างความรำคาญให้อาเจ้ด้วยน่อ” ว่าแล้วก็ชี้ไปที่โอทาเอะ

                “เป็นความจริงเหรอครับ” คอนโด้หันไปถามโอทาเอะ

                “จริงค่ะ คุณทำตัวน่ารำคาญมาก ไม่ว่าฉันจะไล่ยังไงก็ไม่ยอมออกไปจากชีวิตฉันซักที” โอทาเอะยังส่งยิ้มให้เขาแม้จะพูดจาทำร้ายจิตใจเขาก็ตาม “ใช่ว่าคุณจะมีแต่ข้อเสีย ข้อดีคุณก็มีอยู่เหมือนกัน”

                “ข้อดี? อะไรเหรอครับ”

                “นั่นสินะ ^^ ฉันก็พยายามมองหาอยู่น่ะค่ะ” แปลว่าไม่มีสินะ ยิ่งรู้อย่างนี้ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตตัวเองน่าสมเพชเข้าไปใหญ่

                “คุณมีข้อดีอยู่นะครับคุณคอนโด้” ชินปาจิพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณสามารถแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นอย่างหน้าไม่อายไงล่ะ ยังไม่หมดแค่นี้ คุณยังเคยอึราดเหมือนเด็กๆทั้งที่ตัวโตอย่างกับกอลิล่าด้วยล่ะ”

                นั่นมันใช่ข้อดีแล้วเหรอ! สรุปก็คือเขาเป็นคนไม่เอาไหน เป็นสตอร์เกอร์โรคจิต นิสัยดิบเถื่อน ไม่มีข้อดีอะไรซักอย่าง ระหว่างที่เขากำลังคิดทบทวนเรื่องของตัวเองอยู่นั้น กินโทกิก็ยื่นมือมาตบบ่าเขาเบาๆ

                “อย่าคิดมากสิกอลิล่า แต่อย่าลืมคืนเงินหนึ่งล้านเยนที่นายยืมฉันไปเมื่อเดือนที่แล้วด้วยนะ”

                “คุณมีเงินให้คนอื่นยืมตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมตั้งล้านเยนด้วย เงินจะซื้อข้าวสารกรอกหม้อยังแทบไม่มีเลยไม่ใช่เหรอ” ชินปาจิแย้ง

                “พอเถอะครับทุกคน ผมขอบคุณทุกคนมากที่อุตส่าห์ทำเพื่อผมขนาดนี้ ผมรู้สึกว่าผมได้ลืมบางสิ่งไป...บางสิ่งที่สำคัญกับผมมาก” คอนโด้ยิ้มอย่างเศร้าๆ “เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน บางเรื่องที่เจ็บปวดในอดีต ตัวผมคงอยากจะลืมมันไปเองซะมากกว่า ถึงได้จำอะไรไม่ได้เลยอย่างนี้ แล้วก็ไม่อยากเป็นคนที่น่าสมเพชที่ต้องให้ใครๆมาช่วยหรอก ความทรงจำที่ไม่น่าจดจำพวกนั้นลืมมันไปได้ซะก็ดี”

                “คุณคอนโด้ครับ แต่ว่า...” ชินปาจิยังพูดไม่จบประโยค คอนโด้ก็ขัดขึ้นมาก่อน

                “ตัวผมน่ะ...คงจะเคยทำเรื่องน่ารำคาญให้พวกคุณมาตลอดเลยสินะครับ” แม้ว่าเขาจะยิ้ม แต่ดูเหมือนจะฝืนยิ้มมากกว่า “ต้องขอโทษทุกคนด้วย โดยเฉพาะคุณโอทาเอะ”

                เหมือนกับว่ามีประกายวูบไหวอยู่ในดวงตาของโอทาเอะเมื่อได้ยินคำพูดแปลกๆจากผู้ชายตัวโตตรงหน้าแต่พอกระพริบตาอีกทีก็หายไปแล้ว

                “ที่ผ่านมาผมตามตื้อคุณมาโดยตลอด ทำตัวเป็นสตอร์กเกอร์โรคจิต ทำให้พวกลูกน้องต้องอับอาย ไม่สงสัยเลยว่าทำไมคุณถึงได้รังเกียจผม”

                “เอ่อ...ที่จริงแล้วฉัน...”

                “ไม่ต้องปลอบใจผมหรอกครับ ผมรู้ตัวเองดี ผมคนก่อนได้หายไปแล้ว จากนี้ไปผมจะเป็นคอนโด้คนใหม่และจะไม่โผล่หน้ามาให้คุณเห็นหรือทำให้คุณลำบากใจ ที่ผ่านมาต้องขอโทษจริงๆ” คอนโด้ลุกขึ้นอย่างซวนเซเพราะความเจ็บปวดจู่โจมที่ศีรษะ โอทาเอะกำลังจะยื่นมือไปช่วยประคองเขา แต่พอรู้ตัวว่าเธอไม่ควรทำอย่างนั้นก็ชักมือกลับ

                “คุณคอนโด้” ชินปาจิเรียกชื่อเขาด้วยเสียงอันแผ่วเบา มองตามร่างหนาที่เดินออกจากร้านไป

                “เดี๋ยวสิน่ออากอลิล่า รออั๊วก่อน” คางุระวิ่งตามคอนโด้ไป

                “บ้าจริง! คุณคอนโด้ความจำเสื่อมอย่างนั้นจะจำทางกลับบ้านได้เหรอ รีบตามไปเถอะ” ฮิจิคาตะวิ่งนำโอคิตะและยามาซากิออกไป

                โอทาเอะนั่งนิ่งตั้งแต่ได้ยินคำว่าจะไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีก เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันนี้จะมาถึง วันที่จะไม่มีกอลิล่าสตอร์กเกอร์คอยตามเธออีกแล้ว ประหลาดจัง ทั้งที่ๆที่เธอควรจะดีใจที่ชีวิตเธอจะกลับไปสงบสุขได้สักที แต่ทำไมถึงได้...รู้สึกอึดอัดในอก มันแน่นจนหายใจแทบไม่ออก

                “ท่านพี่ครับ” ชินปาจิต้องตกใจเมื่อหันกลับมามองหน้าพี่สาวของตัวเอง “ทำไมถึง...” เขาถึงกลับพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นหยาดน้ำใสๆเอ่อล้นดวงตาของโอทาเอะ

                “อะ...อะไรเหรอ ^^ สงสัยพี่จะดีใจมากเกินไปล่ะมั้ง” แม้ว่าจะพยายามยิ้มสักเท่าไหร่ แต่ในใจกลับยิ่งเศร้ามากยิ่งกว่า

                “ท่านพี่ครับ เป็นแบบนี้ดีแล้วเหรอครับ” ถึงจะไม่บอก แต่เขาก็พอจะรู้ว่าพี่สาวของเขา...อาจจะชอบเจ้ากอลิล่าสตอร์กเกอร์นั่นไปแล้วก็ได้ เขาไม่อยากยอมรับผู้ชายอย่างนั้นเป็นพี่เขยเลย ให้ตายเถอะ! แต่ความสุขของโอทาเอะสำคัญที่สุด ถ้าพี่สาวเขาตัดสินใจเลือกกอลิล่ามาเป็นแฟนจริงๆ คนเป็นน้องของเขาจะทำอะไรได้...นอกจากยอมรับมันเท่านั้น

                “แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องมีคนมาตามตื้อให้รำคาญใจอีก”

                อีกด้านหนึ่ง คอนโด้เดินออกมาจากร้านของโอทาเอะแล้วหันมามองที่ร้านที่หล่อนทำงานเป็นครั้งสุดท้าย เขายิ้มเยาะในความโง่เง่าของตัวเองในอดีต ไปรักคนที่เขาไม่มีวันหันมามองมันทรมานอย่างนี้นี่เอง แม้จะจำเรื่องในอดีตไม่ได้ แต่หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบรัดให้เจ็บปวด เจ็บจนน้ำตาไหลออกมาจากตาทั้งสองข้าง เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังมืดครึ้มเหมือนจิตใจของเขาอยู่ตอนนี้ พยายามให้น้ำตาไหลกลับเข้าไปในตาอีกครั้ง

                พลั่ก!

                “โอ๊ย! เจ็บๆๆ ทำไมถึงมีกำแพงอยู่ตรงนี้ได้น่อ” คางุระวิ่งตามคอนโด้ออกมาโดยไม่ได้มองทางข้างหน้าทำให้เธอวิ่งมาชนคอนโด้จนล้มก้นกระแทกพื้น ขณะที่คอนโด้ยังยืนนิ่งอยู่เหมือนเดิม

                “อ้าว ลื้อเองเหรออากอลิล่า อั๊วนึกว่าปะ...” พอเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นคอนโด้น้ำตาไหลพรากๆอย่างกับท่อประปาแตก "ลื้อร้องไห้ทำไมน่อ อากอลิล่า”

                “มะ...ไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย” คนตัวโตรีบเช็ดน้ำหูน้ำตาออก

                “ไม่ได้ร้องยังไงก็เห็นๆอยู่ว่าร้องไห้น่อ”

                เหมือนคำพูดของคางุระไปปลุกวิญญาณส่วนที่อ่อนแอของคอนโด้ให้ตื่นขึ้น เขาเบ้ปากและเริ่มแหกปากร้องไห้อย่างไม่อายสายตาของคนที่กำลังเดินผ่านไปมาเลย

                “ฮือๆๆๆ คางุระจัง ฉันไม่น่าพูดแบบนั้นกับคุณโอทาเอะเลย” คอนโด้โถมตัวมากอดคางุระแน่นและร้องไห้จนน้ำมูกไหลมาเปื้อนเสื้อของเธอ “ฮือๆ ต่อจากนี้ไปฉันคงไม่มีหน้าไปเจอคุณโอทาเอะอีกแล้ว”

                “เอ่อ...ใจเย็นๆน่ออากอลิล่า” เธอพยายามแงะตัวคอนโด้ออกแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาเกาะเธอแน่นกว่าเดิมซะอีก

                “เย็นไม่ได้แล้ว เย็นไม่อยู่ ฮือๆๆ ฉันไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ ทั้งๆที่จำอะไรไม่ได้แต่ใจของฉันกลับทรมานขนาดนี้ ฉันจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”

                ฮิจิคาตะ ยามาซากิและโอคิตะวิ่งตามมาเห็นคอนโด้กำลังกอดคางุระอยู่ และบังเอิญเข้ามาได้ยินคอนโด้พูดว่า

                ฉันจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว

                คำพูดก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ยิน โอคิตะรู้สึกหึงหวงคางุระขึ้นในใจ ทั้งยังไม่พอใจที่คอนโด้มาแตะของของเขาและที่คางุระปล่อยให้คนอื่นกอดด้วย เขาอยากชกหน้าคอนโด้จริงๆ ทั้งที่เขาไม่เคยคิดอย่างนี้กับคอนโด้มาก่อน พอรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองเข้ามาดึงคางุระออกจากคอนโด้แล้ว

                “อะ...อาตี๋ ปล่อยสิน่อ อั๊วเจ็บ” คางุระพยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุมของเขา เมื่อเขาออกแรงบีบแขนเรียวเล็กจนแดงเถือก เห็นเธอเจ็บจึงรีบปล่อยทันที

                “เธอทำอะไรอยู่กับคุณคอนโด้มิทราบ” คนถามจ้องคางุระเขม็ง

                “ไม่ได้ทำอะไรซะหน่อยน่อ”

                “จะไม่ทำอะไรได้ไง! เมื่อกี้กำลังกอดกันอยู่เห็นๆ”

                “ก็อากอลิล่ามากอดอั๊วเองนี่นา อั๊วไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย”

                “เธอเองก็ยอมให้คุณคอนโด้กอดไม่ใช่เหรอไง” ยอมให้ผู้ชายคนอื่นกอด แต่พอเขากอดกลับชกเขาซะน่วม อย่างนี้มันน่าโมโหมั้ยล่ะ

                “แล้วลื้อจะให้อั๊วตบเขาหรือไง อากอลิล่าเพิ่งจะอกหักมานะ อั๊วทำอย่างนั้นก็ใจอำมหิตเกินไปแล้วน่อ”

                โอคิตะมองไปที่คอนโด้ผู้ถูกลืม แม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเมื่อกี้แล้ว แต่ก็ยังสะอื้นอยู่ ถึงจะรู้สึกหึงอยู่แต่ก็อดห่วงคนตรงหน้าไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ก็เป็นเหมือนพี่ชายของเขา ตอนนี้คอนโด้กำลังลำบากจะไม่สนใจคงจะใจร้ายเกินไป

                “คุณคอนโด้เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”

                “ผมไม่เป็นไรแล้วล่ะ” คอนโด้รับเช็ดน้ำมูกกับน้ำตาออก “พวกคุณมารับผมกลับใช่มั้ย งั้นก็ไปกันเถอะนะ”

                ฮิจิคาตะกับยามาซากิเดินมานำคอนโด้กลับชินเซ็นงุมิ เหลือแต่โอคิตะที่ยังไม่ยอมขยับไปไหนซักที เขาเอาแต่ยืนจ้องหน้าคางุระ

                “มองอะไรของลื้อ ทำไมไม่รีบตามอากอลิล่ากลับไปอีกน่อ”

                “คราวหลังอย่าให้ฉันเห็นเธอให้ผู้ชายคนอื่นมาแตะต้องเธออีก” โอคิตะก้มหน้ามาชิดใบหน้าเรียวจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ “ไม่อย่างนั้นฉันจะลงโทษเธอแน่”

                “มันไม่เกี่ยวกับลื้อสักหน่อยน่อ”

                “ทำไมจะไม่เกี่ยว ก็เธอน่ะเป็นของฉัน ไม่เข้าใจอีกหรือไงยัยหมวย” โอคิตะเลื่อนมือมาโอบเอวบางไว้แล้วดึงเข้ามาใกล้ๆตัวเอง คางุระต้องเอามือมากั้นระหว่างตัวเธอกับเขา ทำให้เธอต้องสัมผัสแผงอกกำยำอย่างเลี่ยงไม่ได้

                “ลื้อทำแบบนี้ทำไม ลื้อมีอามิกะอยู่แล้วนะ” โอคิตะถูกคางุระผลักจนเซถอยหลังไปหลายก้าว เธอทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในร้านอีกครั้งแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเขาพูดอะไรบางอย่าง

                “สิ่งที่เธอเห็นมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเข้าใจก็ได้”

                “คำพูดยากๆอย่างนั้นแหละที่อั๊วไม่เข้าใจที่สุด” ว่าแล้วก็เดินกลับเข้าไปในร้าน

                โอคิตะมองตามแผ่นหลังเล็กๆนั่นไป แม้จะอยากตามไปแค่ไหนก็ได้แต่อดกลั้นเอาไว้ เขาเองก็ไม่อยากเป็นอย่างนี้ ไม่อยากทำอย่างนี้ซักนิด ถ้าเลือกได้เขาอยากจะแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมาให้เธอรับรู้จริงๆ อีกนานแค่ไหนถึงจะสามารถทำอย่างนั้นได้ก็ไม่รู้เลย

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

624 ความคิดเห็น

  1. #623 ปภาศินี สุวรรณพรม (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 17:52

    คือสะใจมากก โซโกะบังอาจคบกับมิกะได้ไง เอาแบบเจ็บๆเลยนะคะ555

    #623
    0
  2. #609 สายฝน (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 16:46

    อ่านไม่ได้อะ เสียใจ

    #609
    0
  3. #371 net_269 (@net_269) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 12:40
    ไรท์สุดยอดค่ะ ขอชื่นชมเลย ไรท์อัพแบบไม่ขาดตอนเลย ชอบมาก แถมไรท์แต่งสนุกมากๆด้วย สู้ๆนะคะ
    #371
    0
  4. #233 Bird (@tanakul12) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 20:53
    อัพๆๆๆๆ ><
    #233
    0
  5. #232 สายลมหายนะ (@sakurasasori) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 09:28
    อัพไวๆนะ
    #232
    0
  6. #230 Ice:Erza (@rosara007) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 22:39
    ทำขนาดนี้ยังมีหน้ามาหึงหวง เลวที่สุด เสียคางุระไปแล้วนะรู้สึกเหอะ //อีบ้านี้อินไปหน่อยอย่าสนใจเลยเคอะ
    #230
    0
  7. #229 Chuu!Cream (@morgaina) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 20:56
    ไรท์ค้าาาาา ทำเราดิ้นมากกว่านี้สิคะอยากดิ้นๆๆๆๆๆ อยากกัดผ้าเช็ดหน้าร้องไห้ง่ะ #อินจัดจนกลายเป็นMซะงั้น
    #229
    0
  8. #228 KuroKami (@kuronosakura) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 20:32
    เป็นไรท์เตอร์คนแรกที่ขยันอัพขนาดนี้ 
    โซโกะพูดแบบนั้นแสดงว่าเอะใจอะไรอยู่แล้วสินะ
    #228
    0
  9. #226 DADA (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 20:16
    มาอัพทุกวันเลยนะค่ะ ^^
    #226
    0
  10. #225 Aomme Aommy (@aom_pichaya) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 12:14
    ไรค์เตอร์สนุกมากๆๆๆๆเลยยเมื่อไหรโอคิตะคึงจะยอมเปิดใจแล้วบอกคางุระจังสักทีเนี้ยยยยยยยเมื่อไหรจะเคลียเรื่องมิกะสักทีอยากตบมิกะมากกกกกกหมั่นไสสุดริดอะสนุกมากๆค่ะะไรค์มาอัพต่อน่าาาารออยู่ค่าาาาามาอัพน่าสาา
    #225
    0
  11. #224 สายลมหายนะ (@sakurasasori) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 05:27
    โอ้ พูดงี้แสดงโอคิตะรู้อยู่แล้วนะสิ
    #224
    0