(Fic Gintama) My love รักวุ่นวายของเจ้าชายดาว S

ตอนที่ 34 : บทที่ 14 ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่เขาเฝ้าคิดถึง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    18 เม.ย. 58


 

                “ทะ...ท่านพี่”

                ท่านพี่งั้นเหรอ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน หรือจะเป็นคนรู้จักของเขา ทำไมโอคิตะถึงเรียกหล่อนว่าท่านพี่ แล้วทำไมฮิจิคาตะกับโอคิตะต้องทำท่าช็อกขนาดด้วย คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวคางุระเต็มไปหมด

                โอคิตะดึงร่างเล็กนั่นมากอดแน่น ซบหน้าอยู่กับเรือนผมนุ่ม คนที่ถูกกอดอยู่เริ่มรู้สึกอึดอัด เธอค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อพบว่าตัวเองตกอยู่ในอ้อมแขนของคนแปลกหน้าก็ผลักเขาออกทันที

                “คุณเป็นใครคะเนี่ย!” หล่อนกระเถิบออกห่างโอคิตะแล้วกอดอกป้องกันตัวเองไม่ให้เขาเข้ามาลวนลามเธออีก

                “ทำไมท่านพี่พูดอย่างนั้นล่ะครับ ผมก็...”

                “เฮ้ย! โซโกะพอเถอะ ยัยนี่ไม่ใช่มิตสึบะ มิตสึบะไม่ขาสั้นขนาดนั้นซักหน่อย” คำพูดของฮิจิคาตะทำให้คนที่ถูกพาดพิงหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย

                ร่างเล็กขึ้นมาชี้หน้าฮิจิคาตะ ยิ่งยืนอยู่อย่างนี้ยิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ ส่วนสูงยัยนี่เท่าไหร่กัน สูงยังไม่ถึงหน้าอกเขาด้วยซ้ำ

                “คุณแอบมองขาฉันสินะคะ เจ้าคนลามก!

                “ขาสั้นๆเหมือนเป็ดอย่างเธอมันน่ามองนักหรือไง ยัยเปี๊ยก”

                “อย่ามาเรียกฉันอย่างนั้นนะ! ฉันไม่ใช่ยัยเปี๊ยกสักหน่อย” นอกจากขาสั้นลงแล้วเสียงยังแหลมขึ้นอีก ให้ตายสิ! หน้าของยัยนี่ไม่เหมาะกับเสียงอันซะเลย ยัยลูกเป็ดขาสั้นทำให้อิมเมจของมิตสึบะต้องแปดเปื้อน

                “ดูเหมือนว่าโซโกะจะไม่ได้ขับรถชนเธอนะ เห็นท่าทางแข็งแรงดีนี่ แกล้งสลบแล้วจะเรียกร้องค่าเสียหายหรือไง รีบไสหัวไปซักที น่ารำคาญจริง”

                “คุณหยาบคายแบบนี้กับผู้หญิงได้ยังไงคะ ที่ฉันสลบเมื่อกี้เพราะตกใจต่างหาก แล้วถ้าฉันไปได้ฉันก็ไปตั้งนานแล้วล่ะค่ะ”

                “หมายความว่ายังไงครับ” โอคิตะเอ่ยถาม เขารู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ท่านพี่ของเขา ท่านพี่ของเขาไม่มีทางพูดจาแบบนี้กับฮิจิคาตะแน่

                “เอ่อ...ขอโทษที่แนะนำตัวช้า ฉันชื่อมิกะค่ะ อายุ 17 ปี เลือดกรุ๊ป O ชอบกินหมี่เย็นเป็นพิเศษ สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดคืออาหารรสเผ็ดทุกชนิด สัตว์ที่ชอบคือกระต่าย ส่วนสัตว์ที่เกลียดคือ...”

                “พอๆ จะแนะนำตัวอะไรยืดยาวขนาดนั้น บอกชื่อพ่อแม่ด้วยเลยมั้ย ขอแบบย่อๆสั้นๆได้ใจความก็พอแล้วเฟ้ย” ฮิจิคาตะขัดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าหล่อนเริ่มจะออกทะเลไปทุกที

                “ฉันเดินทางมาจากบ้านนอกเพื่อจะมาทำงานกับท่านป้าอายาโนะที่ร้านโอโทเซะสแน็ค แต่เกิดหลงทางซะก่อน ไม่รู้ว่าเอโดะจะกว้างใหญ่ขนาดนี้ แถมเงินที่พกติดตัวทั้งหมดยังถูกโจรกระชากไปพร้อมกับตระกร้าหมาก(ฝรั่ง)แล้วด้วย ไม่ทราบว่าทุกคนจะช่วยบอกทางไปร้านโอโทเซะให้หน่อยได้มั้ยคะ”

                “ตามอั๊วมาก็ได้น่อ เพราะอั๊วจะกลับบ้านอยู่พอดี” คางุระเสนอ “ลื้อไปรู้จักป้าแก่นั่นได้ไงน่อ”

                “ใครกันคะป้าแก่ ถ้าหมายถึงท่านป้าอายาโนะล่ะกันเป็นผู้หญิงที่สวยมากและสาวไม่สร่างเลยนะคะ”

                “ลื้อคงไม่รู้ล่ะสิว่าความสวยของอีมันสร่างจนไม่เหลือแล้ว”

                “คิกๆๆ” หล่อนปิดปากหัวเราะคิกคักอย่างผู้หญิงเรียบร้อย ทำเอาคางุระผงะไปเลย เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นผู้หญิงแบบนี้มาก่อน “อย่าพูดเรื่องโกหกที่น่าขำอย่างนั้นสิคะ ฉันรู้จักท่านป้าอายาโนะมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้วล่ะค่ะ ว่าแต่คุณ...”

                “อั๊วชื่อคางุระน่อ จะเรียกว่าราชินีแห่งคาบุกิโจวหรือผู้จัดการโรงงานก็ได้ ส่วนนั่นเจ้าบ้ามายองเนสกับเจ้าบ้าซาดิสม์”

                “ไม่ใช่สักหน่อย อย่ามาเปลี่ยนชื่อให้คนอื่นอย่างนี้ดิยัยหมวยสาหร่ายดอง ฉันชื่อโซโกะต่างหาก จะเรียกผมว่าโซจังก็ได้นะครับ” ให้เรียกโซจังงั้นเหรอ! ทั้งที่เมื่อก่อนบอกให้เธอเรียกเขาแบบนั้นแค่คนเดียวแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับยอมให้ผู้หญิงคนอื่นเรียก ทำไมแค่มองหน้ามิกะแล้วต้องหน้าแดงก่ำอย่างนั้นด้วย เจ้าคนซาดิสม์โรคจิต!

                “ฉันว่าคงไม่เหมาะมั้งคะ ให้ฉันเรียกว่าคุณโซโกะดีกว่า แล้วคุณ...” มิกะหันมาทางฮิจิคาตะเพื่อจะถามชื่อของเขา แต่เขากลับหันหน้าหนีแล้วเดินขึ้นไปนั่งบนรถ เห็นเขาแสดงท่าทางเย็นชาอย่างนั้นก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา เธอทำอะไรไม่ถูกใจเขาหรือเปล่านะ

                “อย่าไปสนใจคนบ้าอย่างเจ้าหมอนั่นเลยครับ” เสียงของโอคิตะช่วยเรียกความสนใจจากมิกะ เธอหันกลับมามองเขา “จริงสิ! ให้ผมไปส่งท่านพะ...มิกะที่ร้านดีมั้ยครับ บังเอิญว่าต้องขับรถผ่านทางนั้นอยู่พอดี”

                “เอ๊ะ! จะดีหรือคะ ฉันเกรงใจคุณจังเลยค่ะ”

                “ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ฉันยินดีไปส่งอยู่แล้ว” โอคิตะเดินนำมิกะไปที่รถ “คุณฮิจิคาตะ ผมจะไปส่งมิกะที่ร้าน คุณคงไม่คิดจะไปด้วยกันใช่มั้ยครับ”

                ฮิจิคาตะมองสายตาดุดันของโอคิตะที่จ้องมายังเขา นั่นเป็นกดดันให้เขาบอกว่าจะไม่ไปด้วย เจ้าบ้านี่คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเขาอยากไปต่อให้โอคิตะขู่ฆ่าเขาก็จะไป แต่ไม่ใช่ตอนนี้แน่ๆ ชำเลืองมองมิกะที่ยืนอยู่ข้างหลังโอคิตะก็รู้สึกแปลกใจอย่างประหลาด ผู้หญิงคนนี้มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา ดูเหมือนเป็นคนร่าเริงแจ่มใส แต่ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกว่านั่นเป็นรอยยิ้มจากใจจริง เหมือนมีความลับมากมายซ่อนอยู่ในรอยยิ้มนั่น

                “ถึงนายไม่บอกฉันก็ไม่ไปอยู่แล้ว แต่นายอย่าลืมสิโซโกะ ตอนนี้เป็นเวลาทำงานไม่ใช่เวลามาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้”

                “การช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ของชินเซ็นงุมิ”

                “ฉันขี้เกียจพูดกับนายแล้ว” เขาเปิดประตูลงมาจากรถ “อยากทำอะไรก็ตามใจ”

                โอคิตะทำอย่างที่เขาบอกจริงๆ หลังจากรอให้มิกะขึ้นรถเรียบร้อยแล้วก็ขับรถออกไปทันที ทิ้งให้ฮิจิคาตะและคางุระมองตามไปจนลับตา

                ฮิจิคาตะเข้าไปแบกร่างหัวขโมยขึ้น กำลังจะเดินกลับไปที่ชินเซ็นงุมิแต่คางุระดึงชายเสื้อของเขาไว้ซะก่อน เธอจ้องมองเขาด้วยความสงสัยใคร่รู้

                “อะไรอีกยัยหมวย ฉันมีงานต้องทำนะเฟ้ย!

                “อั๊วอยากรู้เรื่องผู้หญิงที่อาตี๋เรียกว่าท่านพี่” ดวงตาสีนิลของร่างสูงไหววูบเล็กน้อยเมื่อได้ยินอย่างนั้นก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “ช่วยบอกอั๊วทีได้มั้ยน่อ”

                “ฉันไม่ว่าง ต้องเอาเจ้าโจรนี่ไปยัดใส่ตะรางก่อน”

                “ถ้าเอาโจรไปยัดตะรางแล้วลื้อก็ว่างใช่มั้ย” คางุระแย่งตัวหัวขโมยคนนั้นมาจากฮิจิคาตะแล้วเอาไปพาดไว้บนหลังสัตว์เลี้ยงตัวเป้ง “ซาดาฮารุช่วยพาเจ้านี่ไปส่งที่ชินเซ็นงุมิให้ทีนะ เสร็จแล้วรีบกลับบ้านเลย อย่าไปเถลไถลที่ไหนน่อ”

                “โฮ่ง!” ซาดาฮารุวิ่งออกไปตามคำสั่งของคางุระ

                “เดี๋ยวสิ! ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ ถ้าโจรนั่นฟื้นขึ้นมาแล้วหนีไปจะทำไงเล่า”

                “ไม่ต้องห่วงน่อ ถ้าเจ้านั่นคิดหนีเดี๋ยวซาดาฮารุก็งับหัวไว้เองแหละ” อย่างนั้นยิ่งน่าเป็นห่วงกว่าเดิมอีกไม่ใช่หรือไง! “ตอนนี้ลื้อคงว่างแล้วใช่มั้ยอามายองเลอร์”

                ดูท่าเขาจะปฏิเสธไม่ได้แล้วสิ “ช่วยไม่ได้ ฉันจะเล่าให้เธอฟังเองก็แล้วกัน”

                “งั้นก็ดีเลย” คางุระจับมือฮิจิคาตะให้เดินตามเธอมาอย่างลืมตัว เธอหันมาฉีกยิ้มให้เขา

                เขาเพิ่งเคยเห็นหน้าคางุระแบบใกล้ๆขนาดนี้เป็นครั้งแรก ผิวของเธอขาวราวกับหิมะ ไม่ได้ขาดซีดเหมือนคนป่วย แต่ขาวใสอมชมพูอย่างคนสุขภาพดี ยัยหมวยนี่...ก็สวยเหมือนกันแฮะ บ้าน่า! เมื่อกี้เขาคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย

                “เดี๋ยวอั๊วจะพาลื้อไปกินข้าวมันไก่ทองคำเป็นการตอบแทน” เขาเดินมาแรงดึงของคางุระไปแต่โดยดี

 

                “คุณกินครับ รู้สึกว่าคางุระจะมาช้าเกินไปหรือเปล่า” ชินปาจิว่าพลางหยิบลูกอมในจานข้างหน้ามาแกะแล้วโยนเข้าปาก

                “ยัยนั่นคงแวะเล่นกับเด็กแถวๆนั้นอยู่ล่ะมั้ง” กินโทกิเทนมรสสตอเบอร์รี่ใส่แก้วแล้วยกขึ้นมาดื่ม

                “เดี๋ยวเถอะพวกแก! อย่ามาทำเนียนนะเฟ้ย! ที่กินอยู่นั่นมันของในร้านฉันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอไง ค่าเช่าบ้านก็ไม่ยอมจ่ายยังจะมานั่งหน้าระรื่นกินของในร้านคนอื่นอีก” โอโทเซะตวาดใส่ แต่ทั้งสองคนหาได้สนใจไม่ ชินปาจิยังแกะลูกอมกินต่อ ส่วนกินโทกิเอานิ้วแคะหูทำเหมือนเสียงของโอโทเซะเป็นแค่แมลงหวี่แมลงวันที่บินอยู่ข้างๆหู คอยก่อความรำคาญใจให้เท่านั้น

                “อย่ามาทำเมินกันนะเจ้าพวกบ้า!

                “อย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้นะคะคุณโอโทเซะ ต้องจัดการทำให้เจ้าพวกนี้สูญพันธุ์ซะ” แคทธาลีน ชาวสวรรค์หูแมวที่สุดจะโมเอะ(?)หนึ่งในพนักงานประร้านโอโทเซะสแน็คกำลังใช้ไม้ถูพื้นไล่ตีกินโทกิ ดีที่เขากระโดดตีลังกาหลบได้ทัน

                “เฮ้ยๆ  ทำอะไรของเธอเนี่ย ถ้ามันถูกจุดสำคัญของร่างกายเธอจะชดใช้ยังไงฮะ!

                ก๊อกๆ!

                เสียงเคาะประตูดังขึ้นจังหวะการทะเลาะที่เป็นกิจวัตรประจำวันของพวกเขา ทามะเดินไปเปิดประตูอย่างรู้หน้าที่ ทุกคนหันไปมองคนมาเยือนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วได้แต่สงสัยว่าคนพวกนั้นมาที่นี่ทำไม จะมีก็แต่กินโทกิที่กระโดดไปซ่อนตัวหลังเคาน์เตอร์ทันทีเมื่อเห็นหน้าของผู้หญิงที่ตามหลังโอคิตะมา

                “อ้าวคุณกิน เป็นอะไรไปเหรอครับ ทำท่าอย่างกับเห็นผี” ชินปาจิถามด้วยความสงสัย

                “กะ...ก็ผีน่ะสิ ผีอยู่ข้างหลังเจ้าโอคิตะนั่นไง” การปรากฏตัวของคนที่ตายไปแล้วอย่างพี่สาวของโอคิตะมันเป็นอะไรไปได้นอกจากผี สงสัยคุณพี่สาวยังห่วงน้องชายอยู่ถึงไม่ยอมไปผุดไปเกิด ตามติดน้องตัวเองไปทุกที่

                “อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย เดี๋ยวฉันจะซื้อเซมเบ้รสเผ็ดไปเซ่นไหว้”

                “ไม่ใช่ผีหรอกครับ ผีที่ไหนจะมาหลอกตอนกลางวันแสกๆ” คำพูดของชินปาจิทำให้กินโทกิคิดขึ้นมาได้ จึงออกจากที่ซ่อนแล้วเหลือบๆมองผู้หญิงในชุดกิโมโนสีแดงเป็นพักๆ ร่างไม่ได้โปร่งแสงนี่ แสดงว่าไม่ใช่ผี หรือว่า...

                “โอคิตะ นี่นายคิดถึงพี่สาวถึงขนาดปลุกซอมบี้พี่สาวขึ้นมาจากหลุมเชียวเหรอ”

                “ลูกพี่ครับ นี่น่ะไม่ใช่ท่านพี่ของผมซักหน่อย”

                “ไม่ใช่ได้ไง หน้าตาเหมือนกันอย่างกะ...”

                “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ” มิกะก้าวเข้าไปใกล้ๆกินโทกิ “ฉันไม่ใช่พี่สาวคุณโซโกะหรอกค่ะ ฉันชื่อมิกะ เป็นญาติห่างๆของท่านป้าโอโทเซะค่ะ ท่านป้าโอโทเซะจำมิกะได้ใช่มั้ยคะ”

                โอโทเซะกวาดสายตามองมิกะทั่วตัวแล้วก็เงียบไปพักใหญ่  คิ้วสีดำขมวดเป็นปมก่อนจะคลายออก ริมฝีปากที่ทาลิปสติกสีแดงคลี่ยิ้มออกมา

                “โอ้ มิกะนี่เอง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน โตขึ้นตั้งเยอะเลยนี่นา แถมยังสวยมากด้วยสิ” คนถูกชมหน้าแดงก่ำ

                “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกท่านป้าโอโทเซะ มิกะไม่อาจหาญสู้ความงดงามของท่านป้าได้ ท่านป้าสวยกว่ามิกะหลายเท่านัก” คำพูดของมิกะได้ใจโอโทเซะไปเต็มๆ หล่อนเดินไปจูงมือมิกะให้มานั่งที่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์

                “แหม เธอนี่ยังปากหวานไม่ต่างจากสมัยเด็กเลยนะ”

                “มิกะแค่พูดความจริงเท่านั้นเองค่ะ”

                “คนอย่างป้ามีญาติกับเขาด้วยเหรอ” โอโทเซะตบกบาลกินโทกิทันทีที่เขาถามจบ

                “ฉันไม่ใช่คนไร้ญาติขาดมิตรเหมือนแกนะเจ้าบ้า ถึงจะบอกว่าเป็นญาติแต่มันก็...” จู่ๆก็หยุดพูดไปซะเฉยๆ

                “ก็อะไรป้าแก่ อย่าหยุดพูดได้มั้ยมันคาใจนะเฟ้ย!

                “ก็เป็นแค่ญาติทางสามีของท่านป้าเท่านั้นแหละค่ะ พ่อของฉันเป็นลูกพี่ของน้องของสามีท่านป้าน่ะค่ะ ตอนเด็กๆท่านป้ามักใจดีมิกะอยู่เสมอ จนมิกะติดท่านป้าแจเลย จากนี้ไปมิกะจะมาช่วยท่านป้าทำงานที่นี่ คงต้องรบกวนท่านป้าแล้ว”

                “ที่ส่งจดหมายมาเดือนที่แล้วน่ะเหรอ พ่อแม่เพิ่งเสียไปนี่นะ คงลำบากแย่เลยใช่มั้ย”

                “มิกะ...ไม่อยากพูดถึงหรอกค่ะ พูดแล้วน้ำตาจะไหล” ใบหน้างดงามเริ่มเศร้าสร้อย น้ำตาเอ่อล้นดวงตาคู่สวยจนเกือบไหลลงมาแต่เธอเช็ดมันออกไปซะก่อน

                การกระทำของหล่อนทำให้กินโทกิรู้สึกขนหัวลุก แปลกจังทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะเนี่ย ทั้งๆที่ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง กริยามารยาทก็เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกขัดๆตากันล่ะ

                “มิกะอย่าเสียใจไปเลยนะครับ อีกไม่นานคุณก็จะรู้สึกดีขึ้นเอง” โอคิตะทำเนียนมานั่งข้างหล่อนก่อนดึงมือเล็กๆนั่นมากุมไว้

                “เฮ้ยๆ นั่นแกทำอะไรของแก เอามือไปจับยัยนั่นทำไม” กินโทกิรับไม่ได้! ไม่กี่วันก่อนยังทำตัวติดกับคางุระอย่างกับปาท่องโก๋ มาวันนี้แค่เจอผู้หญิงที่หน้าเหมือนพี่สาวตัวเองเข้าหน่อยกลับทำท่าระริกระรี้ใส่ซะงั้น อย่างนี้มันน่าจับตัวไปให้อุมิโบสึ พ่อของคางุระทรมานให้ขาดใจตายจริงๆ

                “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลูกพี่สักหน่อย อย่ามายุ่งได้มั้ยครับ”

                “เจ้าบ้านี่! ที่ฉันพูดเพราะฉันหวังดีนะเฟ้ย!!! ทำตัวอย่างกับพวกซิสค่อนอย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหน”

                ตอนนี้ทุกคนกำลังหันมามองหน้ากินโทกิ ดูเหมือนเขาจะทำตัวให้คนอื่นสนใจมากเกินไป พอมิกะเห็นว่าไม่มีใครมองเธอก็ยิ้มเยาะใส่กินโทกิอย่างกวนทีนสุดๆ เธอเอามืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกโอคิตะกุมไว้ไปลูบไล้หลังมือโอคิตะเบาๆ คนถูกจับมือถึงกลับหน้าแดงก่ำ ทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

                กินโทกิอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ยัยผู้หญิงคนนี้เป็นตัวอันตราย ไม่น่าเข้าใกล้ ไม่น่าไว้ใจด้วยประการทั้งปวง ดูยังไงก็เป็นปีศาจในคราบนางฟ้าชัดๆ

                “ขอบคุณคุณโซโกะมากนะคะ ถ้าไม่ได้คุณป่านนี้ฉันคงแย่แน่ๆเลย”

                “มิกะครับ ได้โปรดคบกับผมเถอะนะครับ”

                ครืด!

                เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคางุระ บังเอิญมากที่เธอเข้ามาได้ยินประโยคที่เขาขอมิกะเป็นแฟนอยู่พอดี ร่างเล็กแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหินด้วยความตกใจ

                “ค่ะ ฉันจะคบกับคุณค่ะคุณโซโกะ” มิกะถลาเข้าไปซบอกโอคิตะ ใบหน้าที่หันมาทางคางุระกำลังยักคิ้วยียวนกวนประสาทใส่เธอ

                หน็อยแน่ะ! อะไรกันยัยผู้หญิงคนนี้ ทำตัวออดอ้อนออเซาะผู้ชายกลางวันแสกๆ ไม่รู้จักอายผีสางเทวดาบ้างเลยหรือยังไง

                โอคิตะแม้จะตกใจที่เห็นคางุระโผล่มา แต่พอก้มมองผู้หญิงที่มีใบหน้าเหมือนท่านพี่ของเขาแล้วก็ลืมไปซะสนิท สิ่งที่คิดมีเพียงแค่ความดีใจที่ได้เจอใบหน้างดงามของท่านพี่อีกครั้ง แม้จะไม่ใช่ท่านพี่จริงๆก็ไม่เป็นไร ขอแค่ให้เขาได้เห็นใบหน้านี้ไปทุกๆวันให้หายคิดถึงก็พอแล้ว หากการคบกับมิกะช่วยรั้งให้เธออยู่ข้างๆเขาตลอดไป เขาก็ยินดีจะทำอย่างไม่ลังเล

                “ขอโทษที่มาขัดจังหวะ อามายองเลอร์ฝากอั๊วมาบอกว่าให้ลื้อรีบกลับไปทำงานก่อนจะโดนหักเงินเดือน” ว่าแล้วก็ปิดประตูไว้เหมือนเดิมก่อนจะวิ่งขึ้นไปชั้นสองอันเป็นที่ตั้งของร้านสารพัดรับจ้างและที่ซุกหัวนอนของเธอ

                ร่างบางทรุดตัวนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง เมื่อกี้เธอดันเข้าไปได้ยินเรื่องที่ไม่ควรได้ยินเข้าแล้วสิ อาตี๋นั่นมีแฟนแล้ว ต่อไปเธอคงมามารถทำตัวสนิทสนมกับเขาเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ไม่สิ! เธอไม่เคยสนิทสนมกับเจ้าคนซาดิสม์อย่างนั้นสักหน่อย

                เธอรู้เรื่องทั้งหมดมาจากฮิจิคาตะแล้ว รู้เรื่องที่โอคิตะรักมิตสึบะมาก รู้เรื่องการจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับของมิสึบะ แม้เขาจะไม่ได้เล่าถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับท่านพี่ของโอคิตะแต่เธอก็พอจะมองออก สายตาของฮิจิคาตะอ่อนโยนลงเมื่อเล่าถึงผู้หญิงที่เป็นที่หนึ่งในใจของโอคิตะและตัวเขาเองก็ด้วย เธอมั่นใจว่าฮิจิคาตะรักมิตสึบะ

                ลื้อรักท่านพี่ของอาตี๋ใช่มั้ยล่ะ

                ‘นะ...นั่นมันไม่เกี่ยวกับเธอซักหน่อย! >///< ’ ให้ตายเถอะ! เขาเผลอบีบมายองเนสล้นจานข้าวมันไก่เลยเห็นมั้ย

                ‘หืม งั้นเหรอๆคางุระว่าพลางตักข้าวมันไก่ทองคำกินเป็นจานที่สิบ อย่างนั้นมันจะดีเหรอ...จะดีจริงๆเหรอที่ปล่อยให้อาตี๋ไปกับอามิกะ ถ้าทำอย่างนั้นอีอาจไม่หันมามองลื้อก็ได้นา

                ถึงฉันจะพยายามแค่ไหนก็ไม่มีวันที่สายตาคู่นั้นจะหันมามองที่ฉันอีกแล้ว หมอนั่นต้องดูแลผู้หญิงคนนั้นได้ดีกว่าฉันแน่ ไม่มีประโยชน์ที่จะไปดึงผู้หญิงคนนั้นให้มาตกต่ำกับคนอย่างฉัน แล้วอีกอย่าง...ต่อให้ยัยนั่นเหมือนมิตสึบะแค่ไหนก็ไม่มีทางใช่มิตสึบะที่ฉันรู้จักได้หรอก

                คำพูดสุดท้ายของฮิจิคาตะก่อนเขาเดินออกจากร้านไปยังดังก้องในหัวของคางุระไม่หยุด เจ้าหมอนั่นโง่ซะจริงๆ ทั้งที่มีโอกาสให้ได้แก้ตัวอีกครั้งแล้วแท้ๆแต่กลับปล่อยโอกาสนั่นไป โอคิตะเองก็เหมือนกัน โง่ที่สุดที่คิดจะรั้งผู้หญิงคนนั้นไว้กับตัวเพียงเพราะมีใบหน้าเหมือนท่านพี่ของตัวเอง

                คนที่โง่ที่สุดอาจเป็นเธอก็ได้ ที่เธอพูดยุยงให้ฮิจิคาตะตามมิกะไปไม่ใช่เพราะเห็นแก่ฮิจิคาตะ แต่เป็นเพราะจิตใจส่วนลึกของเธอมันกู่ร้องให้ทำอย่างนั้น ถ้าฮิจิคาตะลงเอยกับมิกะซะ โอคิตะก็จะไม่เหลือใคร ถ้าอย่างนั้นแล้วเธออาจจะสามารถเข้าใกล้โอคิตะได้มากกว่านี้หรือเปล่านะ ความรู้สึกของเธอที่เป็นอยู่ตอนนี้มันคืออะไรกัน...รู้สึกทรมานจริงๆ

                ไม่ๆๆ!! เธอไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น เธอย้ำกับตัวเองแม้จะช่วยหยุดความคิดฟุ้งซ่านไม่ได้ก็ตาม

 





                หวัดดีค่าทุกคน ^^ พอเข้าบทนี้ไรท์เตอร์เริ่มหวั่นๆเพราะไม่รู้ว่าจะถูกใจนักอ่านหรือเปล่า แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไรท์ยังจะแต่งตามพล็อตที่วางไว้ต่อไป ไม่ว่ายังไงก็จะแต่งให้จบ! ถ้าเป็นไปได้จะพยายามให้จบภายในเดือนนี้ค่ะ

                ขอบคุณทุกแรงใจที่ส่งมานะคะ ช่วยให้ไรท์เตอร์มีแรงฮึดสู้เยอะแล้วล่ะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

624 ความคิดเห็น

  1. #602 supapornkul351 (@supapornkul351) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 16:36
    ยัยมิกะ
    #602
    0
  2. #600 ohno_yo_love (@2119) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 18:09
    ยัยมิกะ!!!!
    #600
    0
  3. #598 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 14:38
    อ้ากกกกกสงสารคางุระ Y_Y หมานไส้โซโกะกับมิกะ ชิบ - -*
    #598
    0
  4. #515 doraham (@doraham) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 03:13
    ขอพระรองให้อาหมวยเต๊อะ
    #515
    0
  5. #368 net_269 (@net_269) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 11:57
    เห็นด้วยกับคุณ Chuu!Cream ค่ะ แล้วก็คุณ สายลมหายนะ ด้วย
    #368
    0
  6. #211 Aomme Aommy (@aom_pichaya) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 18:20
    แงงงงงง่สงสารๆๆๆๆๆสงสารคางุระจังอ่าาาาาาาาาาาาาาTTT^TTTจะร้องตามแล้วน่ะไรค์ทำร้ายมากเลยอะพึงจะมาขโมยจูบแท้ๆไปทำยังงันได้ไงโซโกะตอนนี้คิดว่ารีดเดอร์อีกหลายคนคงเกลียดมิกะและอยากกระชากมาตบมากสินะเราเข้าใจ(เพราะตูก้เป้น) ทำไมถึงมฝทำกับคางุระจังได้แล้วที่ผ่านมามันคืออะไรละจูบนั้นเล่าจำไม่ได้หรือยังไงงงงงอร๊ายยยยยอินค่ะอินมากเลยเนี้ยยยยยยยยย มาอัพต่น่ะค่ะไรค์สู้ๆค่ะชอบมากๆเลยต่าาาาา
    #211
    0
  7. #210 Chuu!Cream (@morgaina) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 17:51
    โซโกะดันเป็นซะอย่างนี้จนอยากเชียร์คามุอิจังมาแย่งคางุระไปให้เสียใจตายเลย - -* #อินจัดค่ะแหะๆ สู้สู้นะคะไรท์สนุกมากเลยค่า ^^
    #210
    0
  8. #209 สายลมหายนะ (@sakurasasori) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 13:35
    คามุอิออกมาลักพาตัวคางุระจังเลย

    #209
    0
  9. #208 คามุอิ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 01:58
    เกลียดยัยมิกะ จัง สไตส์ลูกนกรับมิด๊าย คามุอิจังจัดยัยนี่ทีซิ หมั่นไส้ =_=;
    #208
    0
  10. #207 -NN- (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 23:40
    โอคิตาาาาาาา ไม่น้าาาาาา ;(

    #207
    0