ไฟแค้นเพลิงพิศวาส

ตอนที่ 5 : #5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 พ.ค. 59

          เมื่อเครื่องบินส่วนตัวจอดสนิท  ทุกๆคนต่างทยอยเดินออกมากันอย่างไม่รีบร้อน  อัศนัยที่มายืนรอคอยการมาของเพื่อนอยู่ก่อนแล้ว
เพ่งมองไปทางบันไดที่เป็นทางลงสำหรับทุกๆคนแล้วก็ต้องสะดุดกับอะไรบางอย่าง  ชุดที่ดูพริ้วไหวกับผู้หญิงผมดำปล่อยผมยาวสยายที่ทำให้เขาถึงกับจังงัง  เพราะภาพที่เขาเห็นคือผู้หญิงที่สวยจนเขาตะลึง กับชุดเดรสสีขาวหน้าสั้นหลังยาวที่ดูสะอาดตา  ขับกับผิวผ่องที่ขาวเนียนโดยเฉพาะกับวงหน้ารูปไข่แล้วใหนจะอกจะเอวที่รับกันพอเหมาะพอเจอะนั้นอีก  มันทำให้ผู้ชายที่มีเลือดเนื้ออย่างเขาถึงกับใจเต้นไม่เป็นจังหวะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ขาคู่ยาวคู่นั้นก้าวเดิน  มันก็เพียงพอที่จะให้เขาถึงกับอ้าปากค้างเมื่อคิดว่ามันจะดีสักแค่ใหนที่จะมีโอกาสได้ครอบครองมาเป็นของตนเอง
          แดนนี่ที่เดินตรงเข้ามาหาเพื่อนอย่างรู้ทันความคิด  จับปากที่อ้าค้างของเพื่อนให้หุบฉับลงแทบจะทันที  ทำให้อัศนัยถึงกับร้องโวยออกมาด้วยความเจ็บที่ปากกระแทกอย่างแรง
"โอ๊ย!ไอ้แดนกูเจ็บ  นี้เหรอว่ะ!ผู้หญิงที่มึงว่า!"  แดนนี่ผงกหัวรับแทนคำตอบออกมา  มองเพื่อนที่ดูจะพูดติดๆขัดเมื่อหันไปทักทายคนที่เดินเขามาถึงตัวคนทั้งคู่
          "ยินดีที่ได้รู้จักครับ  คุณปานกมล"  อัศนัยแทบจะไม่ต้องรอเพื่อนแนะนำเลย  แถมยังถือวิสาสะจับมือของหญิงสาวเข้ามาจับอีก  ทำให้ปานกมลรู้สึกรู้สึกแปลกๆกับท่าที่ของคนตรงหน้า  ก่อนหันไปมองแดนนี่ที่ก็จ้องมองการกระทำของเพื่อนอยู่แล้ว  แดนนี่ค่อยๆจับมือของปานกมลดึงออกจากการเกาะกุมของอัศนัยแถมยังจ้องมองเพื่อนอย่างถือสิทธิ์ทันที  อัศนัยพอโดนสายตาคู่นั้นเข้าก็ทำให้ตัวเองได้แต่ยิ้มเจื่อนๆออกมา
          "คุณปานกมล 'เขาเป็นคนของกู'  แต่สำหรับคนอื่นๆ  เขาคือแขกคนหนึ่งที่กูเชิญเขาให้มาเที่ยวพักผ่อนที่นี้  เพราะฉนั้น!มึง  หรือใครๆก็ควรให้เกียรติสุภาพสตรีคนนี้ด้วย..เข้าจั๋ย!"  แดนนี่พูดใส่เพื่อนให้อย่าง
กวนๆก่อนสอดนิ้วประสานเกาะกุมไว้อย่างคนที่หวงเต็มที
           ปราณีที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับยิ้มพอใจเมื่อรู้ว่าแดนนี่ให้
เกียรติกับคนของตัวเองยังไงบ้าง  ก่อนเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ
          "ป้ามาก็ดีแล้ว  เดี๋ยวผมจะให้คนของผมพาป้ากับคุณปานกมลล่วงหน้ากันไปก่อน  ส่วนเรื่องเสื้อผ้าเดี๋ยวจะมีคนตามเอาไปให้ที่หลัง"
ทั้งปานกมลกับปราณีได้แต่พยักหน้ารับกันอย่างเงียบๆก่อนที่จะเดินออกไปจนพ้นคนทั้งคู่  ถึงทำให้แดนนี่หันมาจ้องหน้าเพื่อนที่ยังคงเอาแต่จับจ้องมองผู้หญิงไม่คลาดสายตาเอาเสียเลย
           "ระหว่างที่กูไม่อยู่  ที่นี้เรียบร้อยดีหรือเปล่าว่ะ"
           "อืม!"  มันเป็นคำตอบที่สั้นเอามากๆ  จนแดนนี่ถึงกับหลุดเสียงขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้  แต่อัศนัยกลับไม่สนใจหันมาพูดกับเพื่อนเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน
            "ไอ้แดน..มึงจำเรื่องที่เราเคยคุยกันเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนหน้านี้ได้หรือเปล่าว่ะ!"
          "เรื่องอะไร..มึงกับกูคุยกันตั้งหลายเรื่อง"  แดนนี่แกล้งพูดออกมา  ทำไมเขาจะไม่รู้ความคิดอัศนัยว่าหมายถึงเรื่องอะไร
          "ก็เรื่องที่มึงบอกกับกูว่า  มึงจะแต่ง  แต่เวลาที่เข้าหอมึงจะยกให้กูเข้าไง  ทีอย่างงี้ทำไมมึงถึงจำไม่ได้ว่ะ!  มึงยกให้กูแล้วนะโว๊ย!"  
อัศนัยพูดอย่างกระตือลือล้นออกมา
          "เอ๋อออ..เรื่องวันนั้นเอง  อืมมม..."  แดนนี่หันมาลูบคางตัวเองอย่างคนใช้ความคิดอย่างหนัก  ทำท่าคิดไปคิดมาจนทำให้อัศนัยถึงกับจ้องมองตามไปอย่างลุ้นๆ
          "จำได้สิ!  แต่!...มึงเองไม่ใช่เหรอ  ที่บอกว่าไม่เอา!"  แดนนี่พูดอย่างคนเหนือกว่า  ทำให้อัศนัยถึงกับกลอกตาไปมานึกเจ็บใจตัวเองที่ไม่หน้าพูดแบบนั้นออกไปเลย 'โธ่!..โว๊ยย..ดันเสือกจำแม่นอีก  เรื่องอื่นแม่งไม่เห็นจะจำแม่นแบบนี้เลย  แล้วส่วนใหญ่ก็จะเป็นเขาที่มักจะคอยเตือนเพื่อนอยู่เสมอ
          "จำได้ด้วยเหรอว่ะ"  อัศนัยถึงกับเกาหัวเมื่อได้ยินคำตอบเพื่อน
          "อื่อ!  จำได้แม่นมาก"  แดนนี่ยักคิ้วให้อย่างกวนๆ  เผลอๆจะมีรอยยิ้มออกมาอีกต่างหาก
          "ไอ้นัย..กูบอกไว้ก่อนเลยนะ..ผู้หญิงคนนี้..'ของกู  มึงห้ามยุ่ง' "  แดนนี่ประกาศความเป็นเจ้าของแทบจะทันที
          "อะไรว่ะ!ไอ้แดน  ทุกทีมึงไม่เคยหวงเรื่องผู้หญิงกับกู  มึงยังแบ่งผู้หญิงให้กูออกบ่อย  แล้วนั้น!มึงก็บอกเองว่าเป็นลูกของศัตรู  ไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับมึง  แล้วที้นี้มึงบอกว่าเป็นผู้หญิงของมึง  ทำไมมึงพูดกลับกลอกแบบนี้ว่ะ!"
          "เออ!กูพูด  แต่นั้นมันก่อนที่กูจะเห็นหน้าเขานี้หว่า  แล้วมึงเป็นไรของมึง!  อยู่ๆมาทวงอย่างกับว่าเขาเป็นของมึงอย่างงั้น  มึงเป็นบ้าอะไรของมึงว่ะ!"
          "ก็นั้นมันก็ก่อนที่กูจะเห็นเหมือนกันนี้หว่า"  อัศนัยสวนคำพูดออกไปแทบจะทันทีด้วยความเสียดายเหมือนกัน  ทำให้แดนนี่ได้แต่ตบบ่าเพื่อนเบาๆออกไป
          "เห็นใจน่ะ..กูเห็นใจมึงมากจริงๆ..เฮ้ออ..แต่...มึงหมดสิทธิ์ว่ะ เพราะปานกมลเป็นของกูไปแล้วนะน่าสิ!  มึงไปหาผู้หญิงคนใหม่เอาน่ะเพื่อน" แดนนี่บอกเพื่อนออกไปอย่างตรงไปตรงมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง  แต่มีหรือที่อัศนัยจะยอม
          "ทำไมมึง 'เลว' แบบนี้ว่ะ!  เอ้ย!เร็ว..ไมเป็นไร!..งั้นกูก็จะรอจนกว่ามึงจะเบื่อทิ้งเขาแล้วกัน"  เป็นครั้งแรกที่คำพูดของอัศนัยดูจะหนักแน่นเอามากๆ  จนแดนนี่เริ่มที่เคร่งขรึมขึ้นมาบ้างแต่ก็ไม่ถือสาอะไร
          "ถ้าอย่างงั้น..กูก็ขอเตือนมึงไว้ล่วงหน้าเลยแล้วกัน  เพราะว่ามึงอาจจะต้องรอไปตลอดชีวิตของมึงเลยไอ้นัย"  แดนนี่ตบบ่าเพื่อนก่อนเดินออกไปขึ้นรถสปอร์ตคันหรูที่คนของตัวเองเตรียมไว้ให้  รู้สึกถึงความหงุดหงิดกับความหวงแหนความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ  ใจเขาแทบจะห่อรถตะบึงตามคนที่ไปล่วงหน้าไปก่อนนี้แล้ว
          นี้ถ้าเขาไม่คิดแผนการจับตัวผู้หญิงมาเป็นตัวแลกเปลี่ยนกับคนที่ฆ่าพ่อเขา  แล้วถ้าเขาปล่อยให้มีพิธีแต่งเกิดขึ้นจริงๆ  ป่านนี้ปานกมลก็เป็นแม่เลี้ยงของปางไม้นี้ไปแล้ว  แค่คิดว่าปรางกมลจะร่วมเป็นเข้าของที่นี้ด้วย  ความรู้สึกของเขามันไม่มีคำว่ารังเกียจหรือรู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไรเลย  ถึงแม้ว่าปานกมลจะเป็นลูกของศัตรูก็ตามที  เขาก็แค่รู้สึกแปลกใจว่าแค่เพียงวันเดียวเขาจะรู้สึกผูกพันกับผู้หญิงคนนี้ได้มากขนาดนี้เชียวเหรอ                    
          แม้แต่เพื่อนของเขาเองก็ยังแปลกไป  อยู่ๆอัศนัยก็เอ่ยปากขอดื้อๆทั้งๆที่อัศนัยแทบจะไม่สนใจผู้หญิงคนใหนเลย  แต่บทจะสนใจดันกลายเป็นผู้หญิงคนเดียวกันเสียนี้
          แดนนี่ได้แต่หวังว่าการที่เขาพูดประกาศออกไปขนาดนี้  คงจะทำให้เพื่อนของเขาไม่เข้ามาข้องเกี่ยวอีก  ทำไมนะผู้หญิงคนนี้ถึงชั่งมีอิธิพลกับผู้ชายได้มากมายขนาดนี้

                                           ##########
           

2 ความคิดเห็น