ไฟแค้นเพลิงพิศวาส

ตอนที่ 23 : #23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ส.ค. 59

          ก่อนถึงทางเข้า  แดนนี่สั่งทุกคนให้คอยระวังตัวกันแทบทุกคนเพราะภายรอบๆทางเข้ามีชายฉกรรจ์คอยวนเวียนคุ้มกันอยู่ตลอดเวลา  คนของแดนนี่เองก็รู้หน้าทีดีถ้าใครขัดขืนก็จะทำให้สลบไม่ให้ถึงตาย  ตามที่แดนนี่สั่งไว้  
          "ฉันต้องการพบปานกมล  เธออยู่ใหน!"  ญาติของฐิติดลถึงกับหน้าซีด  เมื่อจู่ๆเข้ามาเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนของตัวเองที่นอนกันอย่างสลบสไล
          "นาย..นาย..เป็นใครกัน?..แล้วต้องการพบตัวยัยปานเพื่ออะไร"   
          "ผม  แดนนี่  ผมจะมารับตัวปานกมลกลับไปปางไม้กับผม"  
คนเป็นอาที่ได้ฟังถึงกับสะอึกไปนานเมื่อรู้ว่าเป็นใคร
          "ไม่ได้!  นายนี้เองที่หลอกพวกเราหลอกยัยปาน  นายจะมาหยามเกียรติยัยปานเหมือนกับครั้งที่แล้วอีกไม่ได้  ฉันไม่ยอม!"  แดนนี่ที่ได้ฟังการต่อว่า  แทนที่ตัวเองจะโกรธแต่คราวนี้ตัวเองกลับสงบไม่เหมือนกับทุกครั้ง
          "ด้วยเกียรติของลูกผู้ชายอย่างผม  ผมตั้งใจมารับเธอเพื่อกลับไปแต่งงานจริงๆ  แล้วการมาครั้งนี้ผมไม่ต้องการทำร้ายใคร  บอกผมมาดีกว่าว่าปานอยู่ใหน"  คนเป็นอาถึงกับเงียบไปอีกครั้ง  เพราะด้วยน้ำเสียงอีกทั้งสายตาที่ดูหน้ากลัวเลยทำให้คนเป็นอาเองถึงกับต้องกลืนน้ำลายยอมที่จะบอกออกไป  แดนนี่มองมือของคนชี้แล้วได้แต่มองตามพอจะเข้าใจว่าปานกมลจะต้องอยู่ข้างบนแน่ๆ  ตัวเขาเองแทบจะเก็บความดีใจไว้ไม่อยู่รีบก้าวขึ้นไปอย่างร้อนรน  มองประตูห้องๆนึงที่ถูกปิดสนิทเปิดเข้าไปโดยไม่ลังเลเลย
         ปานกมลที่หันหลังอยู่หลังหน้าต่างถึงกับหันไปมองด้วยตาที่เบิกกว้าง  ปราณีเองที่จัดผ้าปูที่นอนถึงกับหันขวับมามองด้วยความตกใจไม่ต่างกัน  แต่พอรู้ว่าเป็นใคร  ก็ทำให้ตัวเองเดินปลีกตัวออกมาอย่างเงียบๆแถมยังปิดประตูให้อีกต่างหาก
          "แดนนี่..."  ปานกมลอุทานออกมาเสียงเบา  ยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น  มองคนตัวโตที่ยืนตระหง่านจนคับห้องไปหมดแถมยังอยู่ในชุดที่ตัวเองตัดเย็บไว้อีกต่างหาก
          แดนนี่เองก็จ้องมองใบหน้าหน้าที่หวานปานน้ำผึ้งนั้น  ที่กำลังมีน้ำตารื่นขึ้นมา  เขาเองก็ไม่ต่างกันเพราะตอนนี้ดวงตาที่มีแต่ความกร้าวกระด้างมันเริ่มระเรื่อแดง  น้ำใสๆเริ่มเอ่อขังคลอออกมาให้ได้เห็นเหมือนกัน
          "ปาน...ปานกมล"  แค่เพียงสองก้าวยาวๆ  แดนนี่ก็เข้าถึงตัวปานกมลรวบร่างผู้หญิงตัวเล็กเข้ามากอดแนบอกด้วยความรัก   จนตัวคนถูกกอดแถบจะหายใจไม่ออก  แต่มันก็ไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกผลักไสออกไปแต่สิ่งที่ตัวเองทำกลับนั้นคือการกอดตอบ  ซบหน้าเข้ากับอกกว้างๆซุกซบกับอกที่ตัวเองไม่คิดว่าจะได้กอดอีกเลย
          ใบหน้าของแดนนี่เองก็เกลือกซบกับเรือนผมดกดำนั้น  ฝ่ามือใหญ่ลูบผมและกดหัวอีกฝ่ายให้อิงซบกับอกของตัวเอง  ความอ้างว้างที่จับหัวใจเขาอยู่มาหลายสิบวัน  มันแทบจะมลายหายไปสิ้นเพราะเพียงแค่ได้กอดได้ไออุ่นจากเนื้อตัวของคนที่ตัวเองรักมันแทบจะทำให้เขาแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง
          "เธอหนีฉันมาทำไมปาน  ใหนบอกว่ารักฉัน  แล้วทำไมไม่อยู่รอฉันกลับมา"  น้ำตาร้อนๆไหลลงมาเป็นทาง  เสียงของแดนนี่ถึงกับสั่นเครือน้อยๆด้วยความเจ็บแปลบปลาบอยู่ในใจ
        "ฉันคิดถึงเธอ  มันทรมานเหลือเกิน  เมื่อไม่มีเธออยู่ด้วย.."  
น้ำเสียงที่พูดออกมามีทั้งตัดพ้อต่อว่า  แต่การกระทำมันต่างกันเสียเหลือเกิน  เพราะสองแขนมันเอาแต่กกกอดไว้แน่นมากกว่าเดิมเข้าไปอีก
          "ปานไม่ได้หนีมาคะ...แต่พี่ชายปานไปรับตัวปานมาต่างหาก  แล้ว..คุณเองก็ไม่ต้องการตัวปานแล้วด้วย  คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะส่งตัวปานกลับคืนไปไม่ใช่เหรอ"  ปานกมลอดที่จะต่อว่าด้วยความน้อยใจเสียไม่ได้  ทำให้แดนนี่ต้องเป็นฝ่ายเชยคางอีกฝ่ายขึ้นมาเพื่อจ้องมองใบหน้านั้น  แล้วก็ทำให้ปานกมลได้เห็นว่าตอนนี้ดวงตาของผู้ชายที่ตัวเองรักตอนนี้มีแต่คราบน้ำตาเต็มไปหมด  แต่ปานกมลก็มองได้ไม่นาน  เพราะตอนนี้แดนนี่ก้มลงมาจูบตัวเองอย่างดูดดื่มแทน  ปานกมลเองก็จูบตอบด้วยความรักความคิดถึงที่อัดแน่นอยู่ในใจ  เรียวแขนตวัดโอบคออีกฝ่าย  กดรั้งลงมาเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความรู้สึก  ตอนนี้เลยไม่มีใครยอมใครทั้งสองคนต่างแลกจูบกันไปมาด้วยความคิดถึง  ให้สมกับที่ทั้งสองคนรอคอยกันมานานแสนนาน  
          "ฉันต้องการเธอน่ะปานกมล  ฉันไม่ต้องการผู้หญิงคนใหนอีกแล้วนอกจากเธอคนเดียว  ฉันรักเธอ.."  ปานกมลถึงกับกอดซุกซบอกกำยำแน่นนั้น  ก่อนที่จะน้ำตามันจะไหลออกมาเป็นทางกับประโยคที่เฝ้ารอคอยมานานแสนนาน  แดนนี่ได้แต่จูบซับน้ำตาให้อย่างทะนุถนอม  ค่อยๆอุ้มอีกฝ่ายขึ้นมาพาไปนั่งบนขอบเตียง  ส่วนตัวเขาเองได้แต่นั่งคุกเข่าตรงหน้า  กุมมือเล็กๆไว้แน่นก่อนที่จะยกสองมือนั้นจุมพิตอย่างแผวเบา  ทั้งยังเงยสบตาให้อย่างแสนหวาน
          "แต่งงานกับผมนะปานกมล  กลับไปเป็นนายหญิงที่ปางไม้  กลับไปเป็นภรรยาของผมนะ"   ปานกมลถึงกับปล่อยโฮออกมา  โผเข้าไปสวมกอดแดนนี่ไว้แน่น  ซึ่งแดนนี่ก็อ้าแขนรอรับร่างอีกฝ่ายไว้อยู่แล้ว  ซ้ำยังจูบทุกๆที่  ที่ริมฝีปากตัวเองสัมผัสโดนกับอะไร  ไม่ว่าจะเป็นผม  แก้ม  คาง
          "หยุดร้องได้แล้วที่รัก  เดี๋ยวตาบวมช้ำหมดสวยกันพอดี  เดี๋ยวอาของปานจะคิดว่าผมรังแกคุณเอาน่ะ"  แดนนี่แกล้งแหย่ออกมา  แถมยังใช้นิ้วปาดน้ำตาจากพวงแก้มเนียนนั้น  ปานกมลเลยได้แต่สูดน้ำมูก  ยิ้มปากสั่นๆแกล้งตีเบาๆไปที่อกด้วยความเขินแทน  แถมยังลูบเสื้อไปมาที่เห็นว่าแดนนี่เลือกที่จะใส่เสื้อตัวนี้มาหาตัวเอง
          "อย่าลืมไปเย็บเสื่ออีกตัวให้เสร็จด้วยละ  ผมไม่เอาฝีมือยัยเจนหรอกน่ะ"  คนฟังถึงกับหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา  พยักหน้ารับหงึกๆให้อย่างขำๆ  
         "ถ้างั้น  เดี๋ยวเราลงไปบอกกับอาของปานก่อนดีกว่า  พวกนั้นยังถือปืนคุมเชิงกันอยู่เลย  แล้วพอพรุ่งนี้เช้า  เราก็ค่อยออกเดินทางกลับกันเลย  ดีมั๊ย"  แดนนี่พูดออกมาแต่ใบหน้ากลับซุกไซ้ไปมาระหว่างอกของอีกฝ่าย  แถมยังดูต่ำไปเรื่อยๆจนปานกมลต้องรีบดึงใบหน้าอีกฝ่ายขึ้นมา
          "ใหนว่าจะลงไปบอกอาไงคะ"  แดนนี่ถึงกับทำเสียงขัดใจออกมาที่ถูกขัดจังหวะ
          "อดใจรอหน่อยสิคะ  อาบน้ำ  ทานอาหาร  ผักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อน  คืนนี้เรามีเวลาทั้งคืนน่ะคะ"  ปานกมลบอกเสียงอ่อนหวาน  บรรจงจูบที่ริมฝีปากอีกฝ่ายให้อย่างเอาใจ  แต่มันก็ทำให้แดนนี่พึงพอใจแถมยังจูบตอบอย่างหนักหน่วงดูดดื่ม  กว่าจะถอนริมฝีปากได้ก็อีกสักพักใหญ่ๆ  ปานกมลต้องรีบดึงตัวออกมาดึงให้อีกฝ่ายให้ลุกตามไปไม่อย่างนั้นคนของตัวเองที่อยู่ข้างล่างต้องตายไปก่อนแน่ๆ

                                          ##########
          


2 ความคิดเห็น