ไฟแค้นเพลิงพิศวาส

ตอนที่ 10 : #10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 มิ.ย. 59

          เช้าวันรุ่งขึ้น  แดนนี่มักจะออกไปสะสางงานปางไม้รวมถึงดูแลธุรกิจเกี่ยวกับผ้าส่งออกที่มักจะมีคนเข้ามาติดต่อมากขึ้นแทบจะทุกวัน
ส่วนช่วงสาย  เขาก็ใช้เวลาอยู่กับลูกน้องเพื่อฝึกยิงปืนรวมถึงการต่อสู้อื่นๆด้วย  เขามักจะทำแบบนี้แทบจะทุกวันก่อนออกมาจากห้อง
          ตอนที่เขาลุกออกมาจากห้องปานกมลยังคงนอนหลับสนิท  เขาเลยเลือกที่จะไม่ปลุกแต่ลุกขึ้นมาอย่างเงียบๆแทน  แต่พอให้เวลากับตัวเองเข้าจริงๆตัวเองกลับนึกถึงผู้หญิงคนนี้จับใจ
          ปานกมลที่กำลังยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง  ยังคงไม่รู้ว่าแดนนี่เข้ามายู่ในห้องแล้วเพราะตอนนี้จิตใจตัวเองเอาแต่จดจ่อเหม่อมองออกไปอย่างใช้ความคิดมันเลยทำให้แดนนี่ได้มีโอกาสพิจารณาผู้หญิงคนนี้อีกครั้ง  เขายอมรับกับตัวเลยว่าปานกมลเป็นผู้หญิงที่สวยเอามากๆยิ่งเวลาปล่อยผมด้วยแล้วมันยิ่งทำให้ชวนมองยิ่งขึ้น
          แดนนี่เข้ามาหยุดยืนจากทางเบื้องหลัง  ทันทีที่ไออุ่นได้สัมผัสกันปานกมลก็รับรู้ได้ทันทีก่อนที่จะหันมองแดนนี่  แดนนี่เองก็สอดแขนรั้งรอบเอวดึงรั้งเข้ามากอดแนบอกเพื่อผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้าๆแล้วอิงหัวกับแผ่นอกที่มีแต่กล้ามเนื้อแน่น  กุมทับลงบนมือเขาไว้อีกทีแดนนี่ก็ไม่น้อยหน้าทั้งปากทั้งจมูกสูดดมความหอมกรุ่นหลังกกหูไล่เรื่อยไปตามลำคอไม่ยอมหยุดเลย
         "ทำไมคุณไม่ยอมปลุกปาน"  ปานกมลถามเสียงอ่อนๆออกมา
         "ก็เห็นหลับสบาย  ผมไม่ใจร้ายถึงขนาดปลุกคนนอนหลับได้ลงคอหรอก"  แดนนี่ตอบไปแต่ก็ยังคงไม่ยอมหยุดริมฝีปากตัวเองได้เลย
          "ไปอาบน้ำกัน"  แดนนี่ชวนขึ้นมาดื้อๆ  มีหรือที่ปานกมลจะไม่รู้แถมยังยิ้มหัวเราะออกมา
          "ปานอาบแล้วคะ  คุณไปอาบเถอะ  เดี๋ยวปานจะไปผสมน้ำให้อาบ"  แดนนี่ถึงกับหน้าตูมออกมา  งอแงเหมือนกับเด็กๆที่ไม่ได้ของเล่นจนปานกมลได้แต่หัวเราะน้อยๆออกมา  
          "อย่างอนสิคะ..แต่ปานจะขัดตัวให้คุณแทนแล้วกัน"  แดนนี่พอได้ยินก็ได้แต่ยอมเพราะมันก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย  ทั้งสองคนเลยได้ใช้เวลาเล็กๆในการแช่น้ำของแดนนี่เพื่อพูดคุยกันถึงสิ่งที่ปานกมลเองอยากรู้มานาน
          "คุณช่วยเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้คุณกับพ่อของปานเป็นศัตรูกันมาหลายปีให้ปานฟังหน่อยได้หรือเปล่าคะ  ปานยังไม่เคยรู้เลยว่าเรื่องราวจริงๆมันเป็นยังไง"
          "แล้วปานไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เมื่อไหร่ละ"  แดนนี่หลับตาอย่างมีความสุขกับมือน้อยๆนั้นที่นั่งขัดตัวให้กับตัวเองอย่างเบามือ
          "ปานไปตั้งแต่อายุสิบห้าคะ  ตอนนั้นยังไม่มีอะไรเลย"
          "พ่อของผมตอนนั้นไปติดต่อธุรกิจพร้อมกับลุงจอนนี่  หลังจากตกลงธุรกิจเสร็จแล้วกำลังจะกลับ  จู่ๆกลางทางเราก็เจอกับคนของทางพ่อเลี้ยง  เราเกิดมีปากเสียงกันขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจบางอย่าง  คนของทางพ่อผมน้อยกว่าทางคนของพ่อเลี้ยง  แล้วตอนนั้นก็เป็นช่วง
ชุลมุล  ลุงจอนนี่มาเห็นอีกครั้งก็ตอนที่พ่อผมโดนยิงไปแล้ว  นั้นเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องเป็นศัตรูกัน"  พอนึกถึงเหตุการณ์ที่โดนเล่ามาให้ฟังอีกที  แดนนี่ก็ถึงกับหยุดชะงักกำมือแน่น  กรามบดกันแน่นจนปานกมลรู้สึกถึงความเครียดนั้นได้ดี  ก่อนที่ตัวเองจะเปลี่ยนจากขัดตัวมาเป็นนวดบ่าเพื่อให้ผ่อนคลายแทน
          "แล้วทำไมคุณถึงไปสู่ขอปานกับพ่อละคะ  ทำไมต้องเอาเรื่องแต่งงานมาเป็นข้ออ้างด้วย"  ปานกมลยังคงรักษาระดับน้ำเสียงไว้อย่างอ่อนโยนนุ่มนวลเพื่อความอยากรู้ของตัวเองต่อไป
          "เพราะตอนนั้น..ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ  เราเป็นศัตรูกันมาหลายปี  มีทั้งคนของทางผมรวมถึงคนของทางพ่อคุณ  ที่ต้องมาเจ็บตัวกับเรื่องพวกนี้  พอรู้ว่าคุณกำลังจะกลับมา  ผมจึงแวบคิดวิธีนี้ขึ้นมา  ผมเชื่อว่าพ่อกับพี่ของคุณจะต้องรีบหาตัวคนฆ่ามาแลกกับตัวของคุณแน่ๆ"
          "งั้น..ก็แสดงว่า  คุณก็ยังไม่รู้เหมือนกันนะสิว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อของคุณจริงๆกันแน่"  ปานกมลตั้งข้อสังเกตุอย่างคนหัวไว  จับประเด็นเรื่องได้อย่างรวดเร็ว
         "ใช่..ผมยังไม่รู้  แค่ลุงจอนนี่บอกมา  เขาบอกว่าไม่เห็นว่าใครเป็นคนยิง"
         "แล้วคนอื่นละคะ  คนอื่นไม่เห็นกันบ้างเลยเหรอคะ?"  แดนนี่ส่ายหัวแทบจะทันที
         "ทุกคนแทบจะบอกเป็นเสียงเดียวว่าไม่เห็น  มีลุงจอนนี่คนเดียวเท่านั้นที่บอกเหตุการณ์นั้นได้ชัดเจนที่สุด"  ปานกมลแทบจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัยออกมา
          "แล้ว..ลุงจอนนี่ของคุณ  เขาเป็นใครเหรอคะ?"  ปานกมลถามไปก็เปลี่ยนท่ามานวดศรีษะแดนนี่แทนเพื่ออยากทำให้เขาผ่อนคลายมากกว่าเดิม
         "เขาเป็นพี่ชายคนละแม่ของพ่อผมอีกที   เขาสองคนสร้างธุรกิจที่นี้ร่วมกันจนแทบจะตายแทนกันได้"
         "แล้ว..ตอนนี้เขาอยู่ที่ใหน  อยู่ที่นี้ด้วยหรือเปล่าคะ"  มือเล็กๆยังคงนวดไปเรื่อยๆอย่างไม่ยอมหยุดเพื่ออยากถามต่อไป
         "เปล่า..ลุงจอนนี่มีบ้านของตัวเองต่างหาก  นานๆครั้งถึงจะแวะมาที่นี้หนนึง"  ปานกมลเงียบอย่างใช้ความคิดอีกครั้ง  เลยเปิดโอกาสให้แดนนี่ถามถึงสิ่งที่ตัวเองอยากรู้บ้าง
          "แล้วปานละ  ไปเรียนเมืองนอกเป็นยังไงบ้าง"
          "ก็ไปเรียนหลายๆอย่างคะ"  ปานกมลตอบทั่วๆไปไม่บ่งชี้ว่าคือเรื่องอะไรบ้าง
         "ก็แล้วมันเรียนอะไรกันบ้างละ!"  ปานกมลถึงกับหัวเราะออกมา  อยู่ๆก็นึกอยากแกล้งคนตรงหน้าออกมา
          "ก็....ไปเรียนเรื่องความต้องการของผู้ชาย  แล้วก็ไปศึกษาหาวิธีให้ความสุขกับสามี.....ว๊าย!!..กรี๊ดดด!"  ปานกมลร้องออกมาด้วยความตกใจ  ที่จู่ๆแดนนี่ก็ดึงตัวเองลงมาที่อ่างแทบจะทันทีที่พูดจบ
         "คุณแดน!..ปานเปียกหมดเลย!"  แดนนี่มองหน้าคนตรงหน้าที่เอาแต่สำลักน้ำหน้าดำหน้าแดงอย่างเคืองๆ
         "พูดจริงพูดเล่นเมื่อกี้นี้!"  ปานกมลถึงกับตีไปที่แขนให้อย่างเคืองๆ
         "พูดเล่นคะ!..ใครจะไปเรียนเรื่องแบบนี้กันเล่า!"  แดนนี่ถึงกับยิ้มออกมารู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก
         "แต่ผมว่า..มีเรียนเรื่องแบบนี้บ้างก็ดีน่ะ  คุณจะได้มาใช้กับผมไง" ปานกมลมองหน้าคนที่เอาแต่ยิ้มกริ่มรู้เลยว่าคิดอะไรอยู่เลยแกล้งคุยทับกลับบ้าง
         "ถ้ามี..ปานก็จะใช้กับสามีของปาน  คุณไม่ใช่สามีปานสักหน่อย" แดนนี่ถึงกับหุบยิ้มอีกครั้งทำหน้าเครียดแทบจะทันที  แล้วก็เป็นปานกมลเองที่ทนเห็นแดนนี่ทำหน้าแบบนั้นไม่ได้
        ".....แต่  ในใจของปาน  คุณคือสามีของปานคะ"  เท่านั้นแหละที่ทำให้แดนนี่ถึงกับดึงปานกมลเข้ามากอด  รู้สึกถึงความเห็นแก่ตัวของตัวเอง  ไม่สมควรกับความน่ารักของผู้หญิงคนนี้เลย
        "ปานเป็นผู้หญิงที่สวย  แล้วก็ดีที่สุดเท่าที่ผมเรยเจอมาเลยน่ะ  รู้ไว้เสียด้วย"  แดนนี่พูดจบก็บดจูบเข้าที่ริมฝีปากอย่างแผ่วเบาในช่วงสั้นๆเร็ว จากนั้นถึงได้มาเป็นไปอย่างเร่าร้อน  คนทั้งคู่แทบจะเบียดเข้าหากันด้วยความรู้สึกที่มี  แม้ต่างคนจะไม่เคยเอ่ยคำว่ารักให้แก่กันเลยสักครั้งนึง

                                         ###########



          

2 ความคิดเห็น