129 KIHAE's DAY :: our LOVE is REAL

ตอนที่ 16 : [129 KIHAE] :: FAN [CLUB] #3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ต.ค. 53

สตูดิโอ สสถานโทรทัศน์ SBS

 

                จำนวนแฟนคลับที่มากมายกว่าทุกครั้ง โชคดีนะที่ลี ทงเฮใช้สัมพันธภาพที่ดี(?)กับคนที่มานั่งรออยุ่ก่อนแล้ว ทำให้เข้ามาถึงด้านหน้าสุดได้

                “มองจากตรงนี้...ยังไงคิบอมก็ต้องเห็น(มั่ง)ล่ะวะ!” ทงเฮพูดให้กำลังใจตัวเอง

                เพราะจากมุมนี้ ถึงแม้ว่ามันจะหน้าสุดก็จริง แต่มันเป็นหน้าสุดจากด้านข้างน่ะสิ คิบอมจะนั่งมุมไหนก็ไม่รู้ ถ้าเกิดเป็นหันหลังให้เค้าล่ะ?

               

                โอ๊ย!! ลี ทงเฮเครียด!!

 

                นั่งคิดมากอยู่ไม่นาน ในที่สุดทีมงานก็เริ่มให้สัญญาณบอกว่าการทำงานจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้านี้

                และก็มีตัวแทนรายการเข้ามาเจรจากับเหล่าแฟนคลับว่าห้ามรบกวนการถ่ายทำโดยเด็ดขาด

 

                “กล้องพร้อม! ไฟ เสียง พร้อม! 3…2…1!!

 

                พิธีกรเริ่มเปิดรายการไปด้วยความสดใส และไม่นานเมื่อคิบอมเดินก้าวออกมาจากบริเวณด้านหลังของเวที แฟนคลับก็ส่งเสียงต้อนรับ

                การสัมภาษณ์ต่างๆก็เริ่มต้นขึ้นทั้งเรื่องาน เร่องสมัยเด็ก ชีวิตส่วนตัว

                แต่หัวข้อต่อไปนี่ล่ะ...ที่สำคัญ

 

                “ความรักของคิม คิบอม”

 

                “เอาล่ะค่ะ และตอนนี้...ก็มาถึงที่ทุกๆคนรอคอยแล้วล่ะค่ะ กับหัวข้อ...ล้วงลับตับไต หัวใจของคิบอมคิบอม!

                “ฮะๆ.......” คิบอมยิ้มเขินๆ

                “เอาล่ะค่ะ ขอเริ่มด้วยคำถามซอฟต์ๆก่อนนะคะ ตอนนี้มีแฟนรึยังคะ?”

                “โอ้...ซอฟต์มากเลยนะครับ” คิบอมแกล้งยิ้มปกปิด

                “แล้วคำตอบเป็นยังไงล่ะคะ?”

                คิบอมนิ่งไปเล็กน้อย พร้อมกับอาการลุ้นของแฟนคลับ ทุกๆคนต่างภาวนาให้คำตอบของร่างสูงเป็น “ไม่”

 

                ทงเฮยกมือขึ้นสวดภาวนากับพระเจ้า

                อย่าเพิ่งให้เค้ามีแฟนเลยนะครับ!

 

                “ตอนนี้....ยังครับ...^^” คิบอมยกมือโบกให้แฟนคลับได้สบายใจ

                “ตอนนี้ไม่มี...แสดงว่าก็อาจจะไม่แน่ล่ะสิคะ” พิธีกรสาวยังไม่ยอมจบประเด็นนี้

                “เป็นเรื่องของอนาคตครับ.”

                “งั้นข้ามมาที่คำถามที่ว่าคนที่คิบอมชอบ จะต้องเป็นยังไงหรอคะ?”

                “ก็...ไม่ได้ตายตัวอะไรหรอกนะครับ ก็คงเป็นผิวขาว ตาโต น่ารักๆ และมีจิตใจดีล่ะครับ”

                “แหม...ก็สเป็คเหมือนผู้ชายทั่วไปเลยนะคะ..”

                “ฮะๆ แน่สิครับ......”

                “แล้วว่าแต่ว่าเจอคนแบบนั้นรึยังคะ?”

 

                พอเจอคำถามนี้เข้าไป คิบอม...ก็ยิ้มนิ่งไปสักนิด แล้วกวาดตาไปมองเหล่าแฟนคลับ

                แต่ความจริงแล้ว ต้องการที่จหาใครบางคนมากกว่าล่ะ แล้วก็เจอจนได้ ยืนลุ้นจนตัวสั่นเชียวนะ

 

                “เจอแล้วครับ ^^

 

                สิ้นคำพูดสั้นๆ เสียงของแฟนคลับก็ถอนหายใจเฮือกด้วยความอึ้งทันที

                ผิดกับทงเฮที่ร่างมันชาไปหมดแล้ว

 

                เจอแล้ว....พบแล้ว...มันจะเป็นความหมายเดียวกับคำที่ว่า มีคนที่ชอบแล้ว รึเปล่า?

                ร่างบางมองไปยังคนที่ตัวเองแอบรักด้วยแววตาตัดพ้อ ก่อนจะค่อยๆรวบของใส่ถุงแล้วเดินออกไป

                “พี่ทงเฮ...ไปไหนคะ...” หญิงสาวแฟนคลับที่เริ่มร้องไห้เพราะรับความจริงไม่ได้รีบดึงมือทงเฮเอาไว้

                “ไม่ไหวว่ะ...พี่ทำใจไม่ได้...” ทงเฮเอ่ยสั้นๆ แล้วก้มหัวลาทุกคนก่อนจะเดินออกจากสตูดิโอไป

 

                พิธีกรก็กล่าวต่อไปอีกนิดหน่อย ก่อนจะเป็นการปิดรายการ

                สายตาคมของร่างสูงไปยังที่ๆร่างบางนั่งอยู่เมื่อครู่นี้ ก็ไม่พบซะแล้ว อึ้งขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย?

                คิ้มเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความเป็นห่วง...

                จะเป็นอะไรรึเปล่านะ?

               

 

                ทงเฮนั่งอยู่ที่ร้านอินเตอร์เน็ต พร้อมกับเช็คข่าวของศิลปินคนโปรดไปด้วย

                นับจากวันที่อัดรายการนั่นก็เกือบสามสี่งานได้แล้วล่ะ ที่เค้าไม่ตามคิบอมไปที่ไหนๆเลย

                มันเหมือน...ยังไม่กล้าพอที่จะมองหน้าคนๆนี้ได้

                ขนาดแค่เห็นรูปยังเจ็บเลย

                กว่าจะกลั้นใจไม่ตามแต่ล่ะงานได้ ก็ร้องไห้แล้วร้องไห้อีก บอกตัวเองให้คิดกับเค้าให้ได้แค่ศิลปินกับแฟนคลับก่อน แล้วค่อยไปตามอีกครั้ง

                แต่มันก็ทำไม่ได้เลย มีแต่คิดถึงๆๆๆ มากขึ้นอยู่ทุกๆวัน

 

                “เฮ้อ....ชั้นไม่น่าไปรักนายมากกว่าที่แฟนคลับควรจะรุ้สึกเลย”

 

                มือบางกดคลิกๆๆ ในหน้าแฟนเพจไปเรื่อยๆ พอกดรีเฟรชอีกครั้งก็พบกับข่าวใหม่จนได้

 

                “คิมคิบอมจัดมินิคอนอำลาก่อนจะไปพักร้อนเป้นเวลาสองสัปดาห์”

 

                ร่างบางขมวดคิ้ว ก่อนจะคลิกเข้าไปดู

 

                วิธีการเข้าร่วมคอนเสิร์ตก็คือซื้ออัลบั้มพิเศษที่คิบอมเป็นผู้ร่วมแต่งทั้งหมด พร้อมกับนำสติ๊กเกอร์มาแลกเข้างานได้ที่หน้างานในวันจัดงานเท่านั้น

 

                ซึ่งแน่นอน “บัตรมีจำนวนจำกัด”

               

                ทงเฮกำมือเข้าหากันแน่น...

                จะไป....

                หรือไม่ไปดีนะ...?

 

                “นี่เธอ....เธอจะไปงานครั้งนี้ของพี่คิบอมมั้ย?” เสียงหวานๆที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดถึงเรื่องกันพอดี ทงเฮจึงอาศัยแอบฟังอยู่เงียบๆ

                “ไปสิ จะพลาดได้ยังล่ะ” อีกตอบกลับชนิดที่ว่าแทบจะไม่ต้องคิดเลย

                “อ้าว! ไหนเธอบอกว่าทำใจไม่ได้เรื่องที่พี่คิบอมออกมาพูดว่ามีคนที่ชอบแล้วยังไงล่ะ?”

                การสนทนาเงียบลงเล็กน้อย จนทงเฮก็ชักจะอยากรู้คำตอบของอีกฝ่ายเข้าเหมือนกัน

                “อืม....นั่นน่ะ ชั้นก็ยังทำใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ” เธอตอบในที่สุด

                “แล้วเธอยังจะไปมองหน้าเต้าให้มันช้ำใจเพิ่มรึไง”

                “ไม่รู้สิ แต่ชั้นคิดว่า....ความสุขของพี่คิบอมก็คือความสุขของชั้น”

                “โธ่....แม่นางเอก” เพื่อนคนเริ่มประเด็นอดอจะจิกกัดไม่ได้

 

                ความสุขของคนที่เรารัก...ก็คือความสุขของเรา

 

                ทงเฮหลับตาลงและยอมรับอยู่ในใจเบาๆ นั่นสินะ...กฎอีกข้อของการเป็นแฟนคลับที่ดีก็คือ

                “ยอมรับและยินดีในวันที่ศิลปินของเรารักใคร”

 

                “เจอกันวันงานนะ...คิม คิบอม”

 

 

งานมินิคอนเสิร์ตของคิม คิบอม

 

                จะเรียกได้ว่าเป็นการวัดใจกันเลยรึเปล่านะ...ที่ทงเฮเลือกที่จะไม่มานั่งเฝ้าข้ามวันข้ามคืนเหมือนกับทุกครั้ง

                ในวันนี้ร่างบางมาในเวลาที่เริ่มเปิดรับให้แลกบัตรพอดี

                จำนวนผู้คนที่มากมายจนล้นหลามไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับร่างบางมากนัก

                มือบางยกสติ๊กเกอร์บนมือของตัวเองขึ้นมาดู

               

                “วัดดวงกันอีกสักครั้งนะ!

 

                ทงเฮพูดก่อนจะเดินปต่อแถวของมหาชนขาวแฟนคลับนั่น ก่อนจะถูกใครอีกคนสะกิดเข้าให้ซะก่อน

                “เอ่อ...ครับ?....” ทงเฮทำหน้าสงสัย

                ดูท่าแล้วคนตรงหน้านี้ยังไงก็น่าจะเป็นหนึ่งในทีมงานนี่นา แล้วจะมาทักเค้าทำไม?

                “น้องมาแลกบัตรเข้างานใช่มั้ยครับ?”

                “เอ่อ....คะ...ครับ” ทงเฮตอบอย่างงงๆ

                “รบกวนมาทางนี้กับพี่หน่อยได้มั้ยครับ?”

                “ไปไหน? ไปทำไมครับ?” ทงเฮถามอย่างไม่ไว้ใจทันที

                ถ้าคนตรงหน้านี้เป็นแอนตี้แฟนที่แฝงตัวเข้ามาเค้าจะทำยังไงล่ะ?

                “ปหน่อยนะครับ ตรงบู๊ธนั้นไง ช่วยไปทำแบบสอบถามหน่อย” คนแปลกหน้าชี้ไปยังโต๊ะของออฟฟิศเชี่ยล

                แม้จะงงๆ แต่ทงเฮก็ยอมเออออเดินตามมาจนถึงบู๊ธ

                “ไหนครับ?” ทงเฮหมายถึงแบบสอบถาม

                “เอ่อ.......” ทีมงานคนนั้นทำหน้าลำบากใจ แล้วถอยออกไปเมื่อหมดหน้าที่

                “อะไรของเค้า?” ทงเฮยังไม่เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

                “จะเลิกบัตรหรอ? มีสติ๊กเกอร์รึยังล่ะ?” เสียงใหม่ที่ดังขึ้นทำมห้ทงเฮต้องหันหลังไปมอง

                แล้วก็ผมเข้ากับ....

                ผู้จัดการฮง....คนที่คอยดูแลคิบอม

                “เอ่อ...มีครับ...นี่.....” ทงเฮพูดจาตะกุกตะกักแล้วชูสติ๊กเกอร์ของตัวเองขึ้นมา

                “เอามาสิ.....” ผจก.ฮงพูดสั้นๆ

                “เอ่อ แล้วผมไม่จำเป็นที่จะต้องไปต่อแถว....” ทงเฮชี้ไปยังแถวที่ยังคงยืดยาวขึ้นมา

                “พอดีว่าชั้นมีติดตัวอยู่ใบนึงพอดี ไหนๆก็มาแล้ว เอามาแลกไปซะสิ...”

                ทงเฮยื่นสติ๊กเกอร์ไปพร้อมๆกับที่อีกฝ่ายยื่นบัตรรูปสีเหลี่ยมผืนผ้าสีทองให้กับตนเอง

                “เอ๊ะ...บัตรมันจะต้องเป็นสีเงินไม่ใช่หรอครับ?” ทงเฮพูดตตามที่รู้มา

                “หึหึ...รับไปเถอะ...ใบนี้น่ะ....มีเพียงแค่ใบเดียวทั้งงานนะ” ประโยคสุดท้ายผจก.ฮงพูดเบาๆ

                “ครับ?” ทงเฮเอียงคอเพราะได้ยินไม่ชัดนัก

                “เปล่า ชั้นว่านายรีบไปเฝ้าที่ประตูเถอะ อีกไม่นานมันก็จะเปิดขึ้นแล้วนะ”

                “ไม่เป็นไรครับ...ผมไม่ได้คิดจะไปยืนอยู่ข้างหน้าหรอกนะครับ...” ทงเฮก้มหน้าแล้วยิ้มเศร้าๆ

                “คิบอมจะไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่มีใครรู้ได้ แม้แต่ทางบริษัทเองก็ตามเถอะ แถมยังเป็นเวลาถึงสองอาทิตย์เชียวนะ” ผจก.ฮงพูดขึ้นลอยๆ

                ทงเฮจึงหันกลับมาให้ความสนใจทันที

                ผจก.ฮงเหลือบตามองทงเฮเบาๆ

                “อยากจะทำอะไรก็รีบทำ” ว่าแต่ก็หันหลังเดินออกไปทันที

                ร่างบางมองบัตรแข็งสีทองในมือ แล้วก็กำเอาไว้แน่น รีบวิ่งตรงไปที่ประตูงานทันที

 

                ผจก.ฮงที่หันหลังเดินออกไปก่อน หันกลับมามองร่างบางที่รีบวิ่งออกไป ก่อนจะยิ้มออกมา

                “ชั้นช่วยนายได้แค่นี้ล่ะนะ...คิบอม”

                ถือว่าเป็นการไถ่โทษคราวก่อนก็แล้วกัน

 

                งานมินิคอนเสิร์ตเริ่มขึ้น...ไปเรื่อยๆ ทั้งร้องเล่น เต้น แสดงละคร เป็นที่แน่นอนว่าระดับคิม คิบอไม่ทำให้เหล่าแฟนๆได้ผิดหวัง เวลาสองชั่วโมงมันจึงดูสั้นนักเมื่อในที่สุดก็มาถึงช่วงทอล์คในช่วงสุดท้ายแล้ว

                “อ่า...เวลามันผ่านไปไวมากเลยนะครับ....”

                เสียงแฟนๆครางราวกับว่าไม่อยากให้เวลามันหยุดลง

                ทงเฮเองก็เช่นกัน ร่างบางจ้องไปยังคนที่ตัวเองแอบชอบมานาน ด้วยใจที่เต้นระทึก...รักนะคิบอม

                คำว่ารักที่ดังก้องอยู่ในอก ทำให้น้ำตามันพาลจะไหลออกมาให้ได้

                “มีหลายคน...ที่สงสัยถึงคำพูดที่ผมเอ่ยในรายการไปเมื่ออาทิตย์ก่อน...ใช่มั้ยครับ” คิบอมพูดขึ้นช้าๆ

                แต่แฟนคลับก็ส่งเสียงขึ้นมาว่าต้องการอยากรู้มากๆจริงๆ

                “ผมเลยถือโอกาสว่าจะมาบอกทุกๆคนเลยในวันนี้...”

                ทงเฮยกมือกุมที่หัวใจของตัวเองเอาไว้

                เจ็บ...แต่ก็ต้องยิ้ม

                นายจะต้องยิ้มให้กับความสุขของคิบอมนะ ลี ทงเฮ!

 

                “ความจริงแล้วคนๆนั้นน่ะ...ถือได้ว่าเป้นคนที่ทำให้ผมไม่ท้อใจในการเป็นศิลปินครับ....” คิบอมเริ่มต้นเล่าช้าๆ

                “ผมพบกับเค้าเมื่อตอนที่ผมเดบิ๊วท์ขึ้นเวทีเป็นครั้งแรก ในสเตจเล็กๆของห้าง ที่ไม่มีแม้แต่ใครจะสนใจผมด้วยซ้ำ จนผมเริ่มใจฝ่อ เต้นไปเท่าไหร่ ร้องแค่ไหน ผู้คนก็เอาแต่เดินผ่านไปผ่านมา....”

                ทงเฮเริ่มรู้สึกแปลกๆ มันเหมือนกับวันนั้น...

 

                วันที่เค้าเจอคิบอมครั้งแรก!

 

                “แต่แล้วกลับมีคนๆหนึ่ง...เดินเข้ามาตรงหน้าเวทีตบมือให้ผมอย่างจริงๆ สายตาที่ซ่อตรงต่อความรู้สึก เสียงที่พร่ำบอกว่าชอบการแสดงของผม รอยยิ้มในวันนั้นทำให้ผมไม่เคยลืมได้เลยสักครั้ง”

                “และมันก็น่าแปลกจริงๆ ที่เราไม่ได้เจอกันที่นั่นเป็นเพียงครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ทุกครั้งที่ผมจะไปแสดงที่ไหน ไม่ว่าจะลำบากยังไงเค้าก็จะต้องตามไปให้กำลังใจให้ผมให้ได้...ผมเองก็รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่พบเค้า”

                ทงเฮยกมือขึ้นแนบที่หัวใจของตัวเองอีกครั้ง

                คราวนี้มันไม่ได้สั่นเพราะความเจ็บปวดอีกแล้ว แต่มันเต้นระรัวคล้ายเสียงกลองด้วยความดีใจ...ใช่มั้ย?

 

                “เขาทำให้ผมเข้มแข็งในวันที่เหนื่อยล้า...เข้าทำให้ผมลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้งในวันที่อ่อนแอ ผม...ต้องขอบคุณเค้ามากๆ....”

                คิบอมยิ้มไปพูดไป...บรรดาแฟนคลับจึงพากันตบมือ

                แต่ไม่ได้ตบมือให้คิบอมหรอกนะในคราวนี้ แต่เป็นการตบมือให้กับคนๆนั้นของคิบอมต่างหาก

                “และวันนี้ผมก็หวังว่าเค้าจะอยู่ในที่แห่งนี้ด้วยนะครับ คนๆเดียวที่ได้บัตรสีทองไป...หลงจากจบงานมินิคอนนี่แล้ว รบกวนไปที่ๆได้บัตรมาด้วยนะครับ...ผมขอร้อง”

                ทงเฮกำของที่อยู่ในกระเป๋าเอาไว้แน่นให้แน่ใจว่ามันยังไม่ได้หายไปไหน

 

                ...บัตรสีทอง...

 

                รอยยิ้มเริ่มฉาบขึ้นมาขึ้นเรื่อยๆ ทงเฮอยากจะหัวเราะออกมาซะให้ได้

                จนกระทั่งงานเลิก และผู้คนทยอยกันออกจากที่จัดงาน ไปรวมกันตรงที่แลกบัตร เพราะอยากรู้ว่าใครจะเป้นคนๆนั้นของคิบอม

                แต่ก็ไม่เจอสักที...

                มีเพียงทงเฮ...ที่ถือบัตรเอาไว้...แล้วคิดว่าจะนำไปที่บู๊ธออฟฟิศเชี่ยลดีมั้ย?

                นายแน่ใจอย่างนั้นหรอ? ว่าเค้าหมายถึงนาย?

                ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเลย

 

                “จะเป็นนายจริงๆเหรอทงเฮ...” ร่างบางถามตัวเอง

                “ใช่สิ...” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเหลือเกิน...ดังอยู่ข้างๆ

                ทำให้ร่างบางรีบหันไปมอง ก่อนจะช็อกค้างเมื่อรู้ว่าคนที่กำลังยืนอยู่ข้างๆตัวเองนั้น คือ...

 

                “คิม คิบอม”

 

                ร่างสูงของศิลปินชื่อดังตอนนี้กำลังแต่งตัวอำพรางตัวสุดๆ

                หมวก ผ้าพันคอ ทำเอาทงเฮกลัวว่ามันจะเด่นจนคนอื่นๆจับได้น่ะสิ

                “คิ...เอ้อ...คุณมาทำอะไรตรงนี้....” ทงเฮพยายามพูดเบาๆ

                “สวัสดีคุณแฟนคลับ” คิบอมยังไม่คิดจะกลัวอะไร

                “สวัสดี เฮ้ย! ไม่ใช่...ผมถามว่าทำไมคุณมายืนตรงนี้ เดี๋ยวก็ไม่รอดแฟนคลับหรอก..”

                “ก็ผมรอใครบางคนไปที่บู๊ธตั้งนาน แต่ก็ไม่ยอมมาสักที...เลยต้องออกมาตามเองนี่นา” คิบอมพูดผ่านผ้าพันคอที่พันเอาไว้อย่างดี

                ทงเฮขมวดคิ้วอย่างไม่แน่ใจ

                “เป็นผม...จริงๆหรอ?”

                “เป็นคุณ...แน่นอน” คิบอมเอื้อมมือไปเกาะกุมมือบางของคนตัวเล็กเอาไว้

                ทงเฮยกมือข้างที่ยังว่าง ยกขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้ แล้วร้องไห้ออกมา

                “ฮึก....ผมรักคุณ....ผมรัก...คุณ....” ร่างบางกลับพูดได้เพียงสามคำนี้เท่านั้น

                “ผมได้ยินเสียงคุณพูดคำนี้บ่อยแล้วล่ะ....ขอผมพูดบ้างนะ...” คิบอมบอกก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้ๆร่างบาง

                ดึงผ้าพันคอลงเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบเบาๆที่ข้างหู

 

                “...ผมรักคุณ...”

 

                ทงเฮยิ้มรับกับคำพูดนั้น ยิ้มรับกับสัมผัสที่โอบกอดตัวเอง พร้อมๆกับผู้คนที่เดินสวนกันไปมา โดยไม่สนใจว่าเค้าทั้งสองคนเป็นใคร

                ถ้าเกิดว่ามีใครรู้ว่าคนที่กำลังยืนกอดเค้าอยู่นี่ เป็นถึงซุปเปอร์สตาร์หน้าใหม่ของเกาหลี

                ก็เดาไม่ออกเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

                แต่ตอนนี้...เวลานี้...

ผมได้เค้ามายืนอยู่ข้างๆแล้ว...ผมได้บอกรักเค้าในฐานะผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งแล้ว...

ผมมมีความสุขมากๆ

มากจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดทั้งหมดไม่ได้

แต่ถ้อยคำสั้นๆที่อธิบายเรื่องราวทั้งหมดได้เป็นอย่างดีเลยก็คือ...

 

“ผมรักเค้า รักคิมคิบอม...ที่สุดของหัวใจ”






^^'' จบไปอีกเรื่อง ฮะฮะ ... ขออภัยที่มาอัพช้า
แต่คิดถึงทุกคนเสมอ ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

276 ความคิดเห็น

  1. #265 moomee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 / 02:08
    คิเฮน่ารักสุดๆ
    #265
    0
  2. #239 MyKiBum (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 21:13

    โอ๊ยยย

    ดีใจแทนด๊องมากมายยยยย

    รักคู่คิเฮที่สุดเลยยย

    ><

    #239
    0
  3. #226 ple_129 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 14:27
    เรื่องนี้แบบว่าถ้าในชีวิตใครเกิดเรื่องแบบนี้สักครั้งในชีวิตเนี่ยจำไม่ลืมแน่ๆ
    #226
    0
  4. #219 lovekihae (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 16:43
    น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ

    คิดว่าด๊องจะอกหักซะแล้ว

    ที่แท้คนที่บอมประกาศก็คือด๊องนี่เอง

    #219
    0
  5. #218 UyunDH (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 22:24
    ไม่รู้ดิ...ฟิคเรื่องนี้แบบ โดนใจมากอ่ะ

    เหมือนบรรยายความรู้สึกของเรา...หรืออาจจะเป็นแฟนคลับอีกหลายๆคน

    ที่รู้สึกแบบนี้

    อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้กับตัวเองบ้าง

    แต่มันก็เป็นไปได้ยากเนอะ

    ถึงแม้นิยายจะสร้างมาจากเรื่องจริง

    แต่บางที เรื่องจริงก็ไม่ได้เป็นไปอย่างในนิยาย



    อ่า,, ดราม่ามากไปแล้ว



    เรื่องนี้น่ารักจริงๆ

    คิเฮน่ารักสุดยอด!!

    ^^=b
    #218
    0
  6. #217 I' Saru,, (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 19:54
    อ่านไปยิ้มไป
    บอกรักคิเฮดังๆ เลย
    กรี๊ดดดดดดด
    Sarang (Ki) Hae
    #217
    0
  7. #216 nongnu_na (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 17:35
    รักคิเฮด้วย



    อยากตะโกนให้ก้องโลก
    #216
    0
  8. #215 ขวัญ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 20:28
    ชอบมากมาย รักคิเฮเช่นกัน
    #215
    0
  9. #214 KiHae_FF (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 18:05
    เขินมากมาย
    อยากตะโกนว่ารักคิเฮเหมือนกัน
    #214
    0
  10. #213 -*- (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 16:30
    โอ๊ยยยยยย ไม่ไหวแล้ว



    เขินอ่ะ -////////-



    คคบ. ฉันก็รักคุณนะ มาบอกรักฉันบ้างซิ (แอบอิจฉา อทฮ.)



    ฮะฮ่า ๆ คู่กันแล้วก้คงไม่แคล้วกันหรอกมั้ง อิอิ
    #213
    0
  11. #212 @_KAN_@ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 15:07
    อ่านแล้วยิ่งคิดถึงอ่ะ...

    แต่ในที่สุดก็เข้าใจกันซักทีนะ อิอิ

    ฉากนี้เล่นเอาเขินแทนพี่สะใภ้อ่ะ

    แหม ก็พี่ชายเล่นบอกความรู้สึกกลางเวทีขนาดนั้นนี่เนอะ.. อิอิ

    แล้วมาอัพต่อเร็วๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ค่า...

    #212
    0
  12. #211 ::Kiss::Love:: (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 13:24
    เขินอ่าาา ๆๆ โอ้ยยย ตอนแรกสงสารคิบอม
    ที่ไม่มีใครมาดูเลย มีแต่ด๊อง กร๊ดด
    น่ารักว๊ากก
    #211
    0