{KIHAE&WONHYUK} If that day comes ... ถ้าหากวันนั้น

ตอนที่ 8 : If that day comes - [3] - Check in

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 พ.ค. 53












            ในที่สุดสองหนุ่มหน้าหวานสัญชาติเกาหลีก็เหยียบแผ่นดินสหราชอาณาจักรหรือที่ทั่วโลกพากันเรียกว่าอังกฤษได้อย่างสำเร็จสวยงาม

                ฮิ้ววววว....สวัสดีลอนดอน.... ทงเฮลากกระเป๋าตะโกนร้องอย่างดีใจ

                อายหน่อยดิวะ... ฮยอคแจตามไปเขกหัวเพื่อน

            โหย...แกคิดดูสิ แปดชั่วโมงที่แล้วเรายังอยู่ในเวลา 22.00 น.อยู่เลยที่อินชอน แต่ในตอนนี้เรากำลังยืนอยู่ที่หน้า สนามบิน Heathrow ด้วยเวลา 14.00 น.เองนะเว้ย เหมือนได้นั่งไทม์ แมชชีนย้อนเวลาเลย ทงเฮเล่าอย่างตื่นเต้น

            ฮยอคแจจึงได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา แล้วพาทงเฮเดินไปขึ้นรถบัสเพื่อพาพวกเค้าเข้าสู่ตัวเมืองลอนดอน ค่าโดยสารจากสนามบินไปยังตัวเมืองคือคนละ 6 ปอนด์

            โห....นี่หรอวะ โรงแรมที่เราจะได้พัก ตื่นเต้นอีกแล้ว...ลี ทงเฮ

            เออ รีบไปเช็คอินกันเถอะ ชั้นเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ฮยอคแจรีบเดินนำไปยังเคาท์เตอร์

            เมื่อจัดการทุกสิ่งจนได้คีย์การ์ดแล้ว ก็มีพนักงานมาขนกระเป๋าและนำทางพวกเค้าสองคนไปยังห้องพัก

            และด้วยความที่เป็นโรงแรมสี่ดาว จัดอยู่ในระดับที่เรียกว่าบริการดีมาก ความเป็นอยู่ของห้องพักจึงหรูหราตามไปด้วย

            เชื่อแล้วล่ะว่าเงินเดือนแกเยอะจริงๆฮยอคแจ ทงเฮพูดเนื่องจากว่าฮยอคแจเป็นคนติดต่อเรื่องที่พักทั้งหมด

            อย่าพูดมากน่า...รีบจัดเสื้อผ้าเข้าตู้เถอะ ชั้นเหนื่อยและอยากนอนจะตายอยู่แล้วเนี่ย ฮยอคแจลองมือเปิดกระเป๋าเดินทางของตัวเอง

            แกไปนอนเถอะไป เดี๋ยวชั้นจัดการเก็บให้เอง ทงเฮมองเพื่อนแล้วก็สงสารในสังขารเหลือเกิน

            ไม่เป็นไร...ช่วยกันเก็บก็ได้ ฮยอคแจไม่อยากเอาเปรียบเพื่อน

            ไปนอนเถอะไป เดี๋ยวชั้นทำให้แกเอง แค่นี้สบายมาก ทงเฮบีบหลังมือเพื่อนเบาๆ

            งั้นฝากด้วยนะ...ขอบใจมากว่ะ ฮยอคแจว่าแล้วก็ระหกระเหินตัวเอง เดินไปนอนที่เตียง

            ทงเฮมองเพื่อนสนิทอย่างเป็นห่วง ฮยอคแจมักจะมีอาการเหนื่อยๆแบบนี้เสมอเมื่อต้องเดินทางโดยเครื่องบินป็นเวลานานๆ

            เนื่องจากบริษัทที่เจ้าตัวทำงานอยู่ จะมีการอบรมพนักงานอยู่บ่อยๆ ฮยอคแจจึงจะต้องเดินทางไปไหนมาไหนอยู่เสมอ ส่วนตัวเค้าเองก็มีบ้างที่จะได้ติดตามไปท่องเที่ยว แต่ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในโซนเอเชียมากกว่าเช่น จีน ญี่ปุ่น ไทย มาเลเซีย แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยล่ะที่เค้าได้มาเที่ยวในแถบยุโรปนี้

            ทงเฮลงมือเก็บเสื้อผ้าของตัวเองเข้าตู้ก่อน เมื่อเสร็จแล้วจึงตามมาจัดการของฮยอคแจต่อ และเมื่อเก็บของเสร็จแล้ว มีบางสิ่งที่ทงเฮต้องหยิบขึ้นมาดู กรอบรูปสีน้ำตาลสำหรับใส่รูปไซส์ 4x6 นิ้ว

            ซีวอน กับ ฮยอคแจ และด้านหลังเป็น บิ๊กเบน

            แสดงว่าสองคนนี้เคยมาที่นี่ด้วยกันงั้นหรอ? ตอนไหนกันนะ หรือว่าจะเป็นเมื่อเกือบครึ่งปีที่แล้ว ที่โทรมาบอกเค้าว่าจะไปยุโรปอาทิตย์นึง? น่าจะเป็นตอนนั้นแน่ๆเลย

            แต่ทั้งคู่ก็ดูจะมีความสุขมากเลยนะ เมื่อดูจากรอยยิ้มในรูปแล้ว นายคงจะคิดถึงเค้ามากเลยสินะฮยอคแจ ถึงได้เอาติดตัวมาด้วยแบบนี้

            ทงเฮคิดก่อนจะเก็บกรอปรูปนั้นไว้ในกระเป๋าดังเดิม

            แหงนมาดูนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลา 16.13 น.ตามเวลาท้องถิ่นของลอนดอนแล้ว แต่เค้าดูไม่มีวีแว่วว่าจะเหนื่อยเหมือนฮยอคแจเลยแฮะ

            มันกระหายอยากจะเดินออกไปพบปะกับผู้คนในเมืองนี้มากกว่า อยากสำรวจ อยากถ่ายรูป

            เมื่อคิดได้ดังนั้นทงเฮจึงเปิดประตูห้องนอนไปเจอฮยอคแจที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ แล้วหยิบโพสต์อิทขึ้นมาเขียนโน้ตไว้

 

            ชั้นไปเดินเล่นใกล้ๆ ไม่ต้องห่วง

 

            แล้วแปะไว้บนหน้าผากของฮยอคแจเบาๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กๆ พร้อมกับกล้องคู่ใจเดินลงจากโรงแรม

            ความสวยงามของที่นี่มันมากกว่าที่เค้าเคยจินตนาการเอาไว้เสียอีก! ผู้คนที่พากันเดินขวักไขว่สวนกันไปมา ไม่ได้มีเพียงชาวอังกฤษเพียงอย่างเดียว แต่มันยังรวมไปถึงชาวต่างชาติ ต่างภาษาจากทั่วโลกอีกมากมาย

            แม้มันจะทำให้แลดูว่าเป็นความวุ่นสายก็เถอะ แต่ลี ทงเฮกล้ารับประกันว่า มันไม่ได้ช่วยลดเสน่ห์ของประเทศนี้ไปได้เลย

            ร่างบางหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูป นู่น นี่ นั่น ไปเรื่อย และที่สำคัญที่ไม่ยอมพลาดที่จะถ่ายเก็บเอาไว้เลยก็คือตู้โทรศัพท์สีแดง เอกลักษณ์ของประเทศอังกฤษ

            ทงเฮเดินต่อมาเรื่อยๆ จนเจอกับย่านคนเดินที่มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และอะไรอีกมากมาย

 

            ...เสียงกีตาร์ดังขึ้นมา...

 

            ทำให้ทงเฮรีบหันไปมองทันที เพลงนี้...เค้าจดจำได้แม้ว่ามันจะมีเพียงดนตรีเองก็ตามเถอะ เพราะมันคือซาวแทรกซ์ประกอบภาพยนตร์ฝรั่งที่เค้าชอบมาก

 

            ...The Notebook... ชื่อเพลง Everytime we touch

 

            จำได้เลยล่ะว่าความรักของเรื่องนี้ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของหนังสือนิยายหรือภาพยนตร์ก็สามารถเรียกน้ำตาของเค้าได้จากทุกครั้งที่อ่านหรือรับชม

            ทงเฮมองหาต้นเสียงก็พบว่า เป็นอีกฝั่งของริมถนนตรงข้ามจากจุดที่ยืนอยู่ชายคนหนึ่งสวมเสื้อสีขาวคลุมทับด้วยแจ๊คเกตสีดำซีด รวมไปถึงกางเกงยีนส์สีสนิมด้วย เค้ากำลังยืนเล่นกีตาร์ตัวเก่าๆตัวหนึ่ง

            พร้อมกับหมวกที่วางหงายอยู่บนพื้นใกล้ๆ ดูแล้วคงจะเป็นนักดนตรีริมถนนที่มาร้องเพลงหารายได้แน่ๆ

            แต่มันก็น่าแปลกเพราะว่าดูจากลักษณะท่าทางของเค้า ถ้าหากไม่นับรวมเสื้อผ้าแล้ว จัดว่าเป็นคนที่ดูดีเกินกว่าจะมาเล่นดนตรีแลกเศษเหรียญแบบนี้

            ก่อนที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้สองขามันก็ก้าวข้ามถนนไปเสียแล้ว พร้อมกับไปหยุดยืนอยู่ที่ตรงหน้าของนักดนตรีคนนี้ เค้าดูดีกว่าตอนที่มองไกลๆมาก ยิ่งเห็นใกล้ๆชัดๆแบบนี้ยิ่งดูดี

            จนมือทั้งสองข้างอดที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ไม่ได้ เค้าเหมือน...คนเอเชียมาก ไม่สิ...เหมือนคนเชื้อชาติเดียวกับเค้าด้วยซ้ำ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เค้าเหมือนกับคนยุโรปนั่นก็คือดวงตาสีฟ้าคู่นั้น

            ทงเฮเก็บกล้องลงในกระเป๋าพร้อมกับล้วงหาเศษเหรียญที่ว่าพอจะมีอยู่ก่อนจะย่อตัวนั่งลงจะวางไปในหมวกสีดำนี้ซึ่งมีเหรียญกองอยู่ก่อนแล้ว

            ระหว่างนั้นมีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่งวิ่งตรงมาทางทงเฮอย่างรวดเร็วแล้วชนร่างบางจนเซไปข้างหน้าเล็กน้อย

            หมับ!!!

            แต่ก่อนที่จะได้หน้าทิ่มให้อายประชากรอังกฤษเล่น นักดนตรีคนตรงหน้าก็ใช้มือหนึ่งจับกีตาร์ตั้งไว้เพื่อเป้นหลักยึดและใช้มืออีกข้าวรับเอวของร่างบางเอาไว้ในอ้อมกอด

            ........

            สองสายตาที่ประสานกันเอาไว้ ราวกับว่าทุกๆสิ่งหยุดนิ่ง

            ทงเฮรู้สึกว่าเกิดความรู้สึกประหลาดบางอย่างเกิดขึ้นในใจ ดวงตาสีฟ้าจนเกือบจะเป็นน้ำเงินนั้นเมื่อได้สบจากระยะเกือบจะชิดแบบนี้มันยิ่งชวนให้หลงใหล ผิวสีแทน หรือแม้แต่รูปหน้าที่มีพื้นที่แก้มค่อนข้างเยอะ

            แล้วทำไม หัวใจเค้าจะต้องเต้นระรัวแบบนี้ด้วยล่ะ!!

            “Excuse me, Are you alright?” บุคคลที่ช่วยเค้าเอาไว้ถามขึ้น

            ไม่เป็นไรครับ เอ้ย! No, Thank you” เผลอลืมไปที่นี่ลอนดอนนี่นา ไม่ใช่โซล ทงเฮก้มหน้าอย่างอายๆ แล้วลุกขึ้นยืน

            คนเกาหลีหรอครับ? นักดนตรีคนนี้ วางกีตาร์เอาไว้ แล้วถาม

            คุณพูดภาษาเกาหลีได้? ทงเฮเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย

            ผมเกิดที่เกาหลีน่ะครับ

            แต่สีตาของคุณ... ทงเฮกลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาท

            คุณพ่อของผมเป็นคนอังกฤษครับ

            อ่อ...ครับ แต่ว่าคุณเล่นกีตาร์ได้เพราะมากเลย ผมชอบเพลงนี้มากๆเลยครับ ทงเฮปรบมือชื่นชม

            ขอบคุณมากครับ และอีกฝ่ายก็ยิ้มตอบกลับมาเสียด้วย

            คุณจะเล่นที่นี่ทุกวันเลยหรอครับ? ทงเฮก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรตนเองถึงได้อยากจะคุยกับคนที่เพิ่งจะรู้จักมากขนาดนี้

            ก็ไม่ทุกวันหรอกครับ แต่ทว่าส่วนใหญ่ก็จะที่นี่ล่ะ

            ก่อนที่จะได้ถามอะไรกันต่อ โทรศัพท์มือถือของทงเฮก็ดังขึ้นเสียก่อน

            ขออนุญาตนะครับ ทงเฮรักษามารยาท

            เชิญครับ... อีกฝ่ายพูดก่อนจะเริ่มบรรเลงกีตาร์ต่อ

 

            ทงเฮเหลือบมองชื่อหน้าจอเล็กน้อยแล้วจึงกดรับ

            มีอะไร

            แกอยู่ที่ไหนเนี่ย ฮยอคแจกรอกเสียงถามกลับมา

            อยู่ใกล้ๆโรงแรมนี่ล่ะ จะกลับแล้วมาเดินถ่ายรูปเฉยๆ

            รีบกลับมาหน่อย ชั้นงานเข้าแล้วเนี่ย ฮยอคแจพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

            ทำไม? เกิดอะไรขึ้น?

            พี่จินซอกหางานให้ชั้นอีกล่ะ เอาเป็นว่าแกรีบกลับมาก็แล้วกันฮยอคแจพูดก่อนจะตัดสายไป

            ทงเฮหันกลับมามองนักดนตรีที่เพิ่งจะได้รู้จักกันอย่างเสียดาย

            ผมจะต้องไปแล้วล่ะครับ ทงเฮพูดเบาๆ

            อีกฝ่ายจึงทำเพียงพยักหน้าเบาๆ

            ทงเฮหันหลังเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว ก็หันกลับมาถามคิบอม

            ขอโทษนะครับ แต่ว่าคุณชื่ออะไร

            มือกีตาร์ริมถนนเงยหน้าหลังจากก้มมองพื้นไป แล้วชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบออกมา

            คิม คิบอม

            เมื่อได้คำตอบแล้วทงเฮจึงเดินข้ามถนนไป แต่นะ...สุดท้ายก็ยังวิ่งข้ามมาอีกที

            ถึงแม้คุณจะไม่อยากรู้ก็ถามเถอะนะ แต่คุณบอกชื่อผมแล้ว ผมก็อยากให้คุณร้ชื่อของผมเหมือนกัน ผมชื่อ ลี ทงเฮนะครับ!” ทงเฮพูดไปเหนื่อยหอบไป แต่เมื่อสามารถข้ามถนนกลับไปได้สำเร็จแล้ว ก็ยังไม่วายหันกลับมาโบกมือให้คิบอมอีกต่างหาก

            ร่างสูงขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย

            ก่อนจะจุดรอยยิ้มเล็กๆขึ้นที่มุมปาก

            แปลกคนจริงๆ

 

ฝั่งคนที่อยู่ในโรงแรม

 

            ฮยอคแจตื่นมาได้ประมาณสี่โมงครึ่ง ลุกขึ้นมาด้วยอารมณ์งัวเงียก่อนจะขยับหน้าผากด้วยความรำคาญ แล้วหยิบกระดาษที่แปะอยู่ออกมาอ่าน

            ไปไหนอีกล่ะไอ้ปลาเน่านี่

            แต่นะ..ยังไงเค้าก็เชื่อว่าเพื่อนเค้าจะสามารถเอาตัวรอดได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นฮยอคแจจึงลุกขึ้นมาจากเตียงและออกไปดูตู้เสื้อผ้าก็พบว่าเพื่อนสนิทของตัวเองจัดการเรียบร้อยแล้ว

            มือบางเปิดกระเป๋าเดินทางออกอีกครั้ง แล้วหยิบกรอบรูปขึ้นมาดู ภาพถ่ายนี้คือตอนที่เค้ากับซีวอนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันครั้งแรกและครั้งเดียว

            จำได้ขึ้นใจเลยล่ะ ว่าครั้งนั้น...เรามีความสุขกันมาก และยังจดจำได้ดีถึงทุกช่วงเวลาที่เราเคยอยู่ด้วยกัน

            เค้านี่ก็เหมือนคนบ้า ทั้งๆที่เป็นคนขอเลิกเองแท้ๆ แต่กลับยังรออยู่ทุกเวลา ทุกวินาที เผื่อว่าตอนไหนที่ซีวอนจะมาขอโทษเค้า

            และเค้าเองก็เชื่อว่าตัวเค้าเองจะให้อภัยซีวอนได้อย่างแน่นอน

            เพียงแค่คำว่าขอโทษคำเดียว ก็พอ

            เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ทำให้ฮยอคแจจะต้องกลับมาสู่โลกของความเป็นจริง

            สวัสดีครับพี่จินซอก....ครับ! ว่ายังไงนะฮะ?         

            .

            .

            .

            กลับมาแล้ว.... ทงเฮที่เปิดประตูห้อง เดินเข้ามานั่งลงข้างๆฮยอคแจที่กำลังดูทีวีอยู่บนโซฟา

            เห็นแล้วว่ะ.... ยังไม่กะจิตกะใจมากวนประสาทกันอีกนะคนเรา

            ไอ้นี่นิเว้ย!” ทงเฮเอาหมอนอิงฟาดใส่สักสองสามที

            โอ๊ย! โธ่เว้ย...เออๆ ขอโทษ ฮยอคแจต้องยกมือป้องไว้หลายปี

            รีบๆบอกมาเลย ทงเฮเกือบจะแยกเขี้ยวใส่

            ชั้นกำลังเซ็งได้ที่เลย ก็พี่จินซอกที่เป็นรุ่นพี่ชั้น แล้วถูกส่งมาดูแลสาขาที่นี่น่ะสิ พอรู้ว่าชั้นมาลอนดอนก็จะจิกให้ชั้นเข้าไปช่วยงานนี่สิ ชั้นมาเที่ยวแท้ๆยังจะเอางานมาให้หนักหัวอีก ฮยอคแจทำท่าราวกับว่าโลกจะแตกก็ไม่ปาน

            งานเข้าของแท้เลยว่ะ..แล้วเค้าให้แกไปวันไหน และกี่วันวะ ทงเฮทำหน้าเซ็งตามไปด้วย

            สิบวัน! และไปเช้าพรุ่งนี้!!!!” ฮยอคแจโพล่งออกมา

            เฮ้ย! กรรมเลยว่ะ ทงเฮดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟา

            เออดิ ชั้นจะขัดก็ไม่ได้ซะด้วยสิ เค้าเคยช่วยชั้นไว้ตั้งหลายอย่าง ยังดีที่ได้สามวัน แล้วชั้นกลับมาได้วันนึง เฮ้อ...

            อุตส่าห์ได้มาเที่ยวกันแท้ๆ ทงเฮนั่งลงแล้วเอาหัวซุกกับไหล่ฮยอคแจแล้วหมุนไปหมุนมา จนฮยอคแจเกิดเอ็นดูแล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวเพื่อนเบาๆ

            ชั้นขอโทษนะ...

            มันไม่ใช่ความผิดแกนี่หว่า ทงเฮบอก

            แกจะอยู่ที่นี่ หรือไปกับชั้นวะ?

            ถ้าเป็นก่อนหน้านี้สักสองชม. ทงเฮจะตอบอย่างไม่ลังเลใจเลยว่าจะต้องขอตามฮยอคแจไปด้วยแน่ๆ แต่พอนึกถึงเจ้าของดวงตาสีฟ้านั้น ไม่รู้เหมือนกัน มันทำให้ทงเฮอยากจะอยู่ที่นี่ต่อเสียแล้ว

            ไม่เป็นไร แกไปเถอะ ชั้นอยู่ได้...

            เอาจริง? ฮยอคแจยังคงอดเป็นกังวลไม่ได้

            แกก็ดูถูกชั้นนะ ชั้นไม่เป็นไร...แกไปทำงานเถอะ... ทงเฮชูสองนิ้วยืนยัน

            เออๆ แล้วชั้นจะหมั่นโทรหาแกทุกวันแล้วกัน

            เมื่อตกลงกันได้แล้ว ทั้งสองคนจึงตกลงกันว่าอาหารค่ำของคืนแรกในอังกฤษนี้จะเป็นร้านอาหารอังกฤษแท้ๆของโรงแรมที่กำลังพักกันอยู่

            เมนูที่ผู้ที่มาเยือนอังกฤษทุกคนจะต้องรู้จักนั่นก็คือ Fish & Chips หรือเนื้อปลาชุบเกล็ดขนมปังทอดและมันฝรั่งแท่งทอดกรอบนั่นเอง

            นอกจากสองอย่างนี้แล้วก็จะมีซุปครีมเห็ด แฮมเบอร์เกอร์หมู และที่ขาดไม่ได้ชาอังกฤษนั่นเอง

            ชั้นเป็นห่วงแกจริงๆว่ะทงเฮ...ไม่อยากไปเลย ฮยอคแจทำเสียงละห้อย

            ชั้นเบญจเพสเท่าแกแล้วนะเว้ย ทงเฮว่าก่อนจะหั่นชิ้นปลาเข้าปาก

            นั่นแหละ...เฮ้อ.... ฮยอคแจถอนหายใจ

            เอ๊ะ! ไอ้นี่นิเว้ย พูดยังกับว่าจะไปตายอย่างงั้นล่ะ เดี๋ยวอีกสามวันแกก็จะกลับมานี่หว่า

            เออ...ก็คนมันห่วง รับรู้บ้างดิวะ ฮยอคแจทำเสียงน้อยใจ

            โหย...รู้แล้ว แต่ชั้นดูแลตัวเองได้! รับรองเลยล่ะ

            อืม ถ้ามีอะไรแกต้องรีบโทรหาชั้นคนแรกเลยนะเว้ย!” ยังไม่วายกำชับ

            ไม่โทรหาแกแล้วจะโทรหาใคร ทั้งประเทศนี้ชั้นรู้จักแกอยู่คนเดียว

            นั่นล่ะ...แล้วระหว่างช้นไม่อยู่แกเกิดไปชอบใคร ก็ต้องบอกชั้นนะ

            พอพูดถึงเรื่องความรักแล้ว ทำเอาทงเฮอดจะคิดถึงนักดนตรีคนนั้นไม่ได้ คิม คิบอม...ได้รู้ชื่อแล้ว...รูปถ่ายก็อยู่ในกล้องแล้ว..แต่ทำไม? ถึงอยากจะรู้จักให้มากกว่านี้นะ?

            เฮ้ย! เฮ้ย...เป็นไรวะ ฮยอคแจเขย่าแขนทงเฮที่เหมือนจะลืมไปแล้วว่าเค้าพูดด้วยอยู่

            หะ...หา?

            แกโอเคนะ? ฮยอคแจมองอย่างเป็นห่วง

            โอเคมากกกกกกกก

            เออ งั้นก็รีบกินเถอะ.... จากนั้นฮยอคแจก็เริ่มสั่งการอะไรอีกมากมายที่ทงเฮไม่ทันฟัง เพราะความรู้สึกนึกคิด มันล่องลอยไปหาเจ้าของเสียงกีตาร์คนนั้นซะแล้ว

            พรุ่งนี้...เราจะได้เจอกันมั้ยนะ?

 

วันต่อมา ณ เวลา 13.00 น.

 

            ทงเฮลงมาส่งฮยอคแจที่ป้ายรถบัส เจ้าตัวยังคงเอาแต่สั่งนู่นนี่กับเค้ามากมาย ทั้งๆที่เค้าเองก็ฟังมาเป็นรอบที่ร้อยแล้ว

            เออ....ชั้นท่องได้ยิ่งกว่าบทสวดแล้วนะ ทงเฮทำหน้าเบื่อหน่าย

            ก็แกมันยิ่งซุ่มซ่าม จะไปไหนมาไหนก็อย่าลืมคีย์การ์ดห้องล่ะ มีอะไร...

            มีอะไรก็โทรหาชั้นทันที ท่าเห็นว่ามีลางไม่ดีก็ให้รีบวิ่งหนีทันทีเลยใช่มั้ย? ชั้นฟังมาจะร้อยหนึ่งรอบแล้วนะ ลี ฮยอคแจ!” ทงเฮเริ่มจะเอือมกับอาการห่วงจนโอเวอร์ของเพื่อนรักมากขึ้นไปทุกที

            จำได้ก็ดีแล้ว... ฮยอคแจกลับไม่รู้สึกถึงความรำคาญของทงเฮเลยแม้แต่น้อย

            นั่นไง...รถที่แกรอใช่บัสคนนั้นที่กำลังแล่นมารึเปล่า ทงเฮชี้

            เออ...มาเร็วจังวะ อยอคแจบ่น

            รักษาตัวเองเหมือนกันนะ แม้ว่าอีกสามวันชั้นจะได้เจอแกก็ตามเถอะ ทงเฮกอดเพื่อนเอาไว้แน่นๆ

            แกก็เหมือนกัน ถึงบ้านพี่จินซอกแล้วชั้นจะโทรหานะ ฮยอคแจสวมกอดตอบ แล้วผละออกไปขึ้นรถ

            ทงเฮยืนมองรถบัสคนนั้นแล่นออกไปจนลับตา แล้วหันมาจัดการกับชีวิตตัวเองต่อ ยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ปรับให้เป็นเวลาตมท้องถิ่นของลอนดอนแล้วก็พบว่าเพิ่งจะเป็นเวลา 13.32 น. เท่านั้นเอง

            เมื่อวานเราเจอกันเกือบสี่โมงครึ่ง...ตอนนี้คุณจะมารึยังนะ

            ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอาการอยากจะเจอหน้าทั้งๆที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกแบบนี้มันคืออะไร อยากคุยด้วย อยากจะสร้างความรู้จัก นี่มันเรียกว่าอะไรกันนะ

            คิดต่อไปก็ฟุ้งซ่านเปล่าๆ ทงเฮจึงกลับไปนอนอ่านหนังสือท่องเที่ยงเมืองลอนดอนต่อบนห้องพักในโรงแรม และก็เห็นสถานที่ๆน่าสนใจมากมาย แต่ถ้าเค้าใจกล้าขนาดจะแบคแพคกระเป๋าไปคนเดียวนี่จะหลงมั้ยนะ?

            แค่จำเส้นทางรถไฟใต้ดินก็ลำบากมากแล้วล่ะ

            คิดนู่นคิดนี่...ไปเรื่อยจนเผลอหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าเป็นเวลาเกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว

            คิบอม!!!!” ตะโกนเรียกชื่อคนรู้จักซะลั่น แล้วรีบความสัมภาระออกมาจากโรงแรม

            ขอร้องล่ะ...ช่วยยังอยู่ด้วยนะ อย่าพึ่งไปเลยล่ะ

            วิ่งไป ก็ภาวนาไปแบบนี้

 

            ก่อนที่รอยยิ้มจะเปล่งประกายบนหน้าหวานๆเมื่อเห็นว่ายังมีเสียงกีตาร์ดังเช่นเมื่อวานอยู่

            อ้ะ!...... ทงเฮยื่นกระป๋องน้ำอัดลมสีแดงที่ภายในเป็นน้ำสีดำให้แก่คิบอม

            ให้ผมหรอครับ?

            อื้ม...ผมเห็นคุณยืนแบบนี้ ไม่มีน้ำอยู่ใกล้ๆเลยกลัวคุณจะเหนื่อย ทงเฮยิ้ม

            คุณดูเหนื่อยกว่าผมนะ หายใจเร็วเชียวครับ คิบอมมองทงเฮที่หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงเร็วกว่าคนปกติ

            อะ...อ่อ...ผม...ผมวิ่งจ๊อกกิ้งออกกำลังกายตอนเย็นน่ะ!”

            จะให้บอกได้ยังไงล่ะว่าโกยไม่คิดชีวิตมาเพื่อให้ได้เจอคนตรงหน้านี้

            อ่อ รักษาสุขภาพจังเลยนะครับ คิบอมคลี่ยิ้มเพียงเล็กน้อย

            แต่เพียงแค่นั้นก็สามารถเรียกริ้วชมพูจางๆบนแก้มนวลของทงเฮได้แล้วล่ะ ครั้นจะบิดไปบิดมา ก็กลัวจะเป็นตัวประหลาดในสายตาของอีกฝ่ายน่ะสิ

            เพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับน้ำกระป๋องนี้ ผมจะเล่นเพลงที่คุณชอบเป็นการตอบแทนก็แล้วกันนะ... คิบอมพูด

            ทงเฮจึงปรบมือรัวหลายครั้งเลยทีเดียว

            กีตาร์เริ่มขึ้นท่วงทำนองแล้ว ทงเฮที่ตัดสินใจนั่งลงกับพื้นกอดเข่าข้างคิบอมที่ยืนเล่นกีตาร์อยู่ มือบางตบประกอบจังหวะไปด้วย

            และเมื่อถึงท่อนกลาง จึงร้องตามไปด้วยเบาๆ

 

'Cause every time we touch, I get this feeling.
เพราะทุกครั้งที่เราแตะต้อง กัน ฉันรู้สึกถึงความรู้สึกนี้
And every time we kiss I swear I could fly.
และทุกครั้งที่เราจูบ กัน ฉันสาบาน ฉันลอยได้เลยทีเดียว
Can't you feel my heart beat fast, I want this to last.
คุณรู้สึกว่าหัวใจฉันเต้นแรงหรือเปล่า  ฉันอยากให้มันอยู่ตลอดไป
Need you by my side.
ต้องการคุณอยู่ข้างฉัน


'Cause every time we touch, I feel this static.
เพราะว่าทุกครั้งที่เราสัมผัส ฉันรู้สึกว่ามันยังคงอยู่
And every time we kiss, I reach for the sky.
และทุกครั้งที่เราจุมพิต ฉันเอื้อมมือไปที่ท้องฟ้า
Can't you hear my heart beat so...
คุณได้ยินเสียงหัวใจของฉันหรือไม่  เพราะงั้น
I can't let you go.
ฉันไม่สามารถปล่อยคุณไปได้
Want you in my life.
ต้องการคุณในชีวิตของฉัน

 

น่าแปลก...ผมมองคนที่กำลังมุงล้อมผมและคิบอมอย่างแปลกใจ หลายคนพากันโยนเหรียญใส่หมวกใบนั้น และตามมาด้วยเสียงปรบมือเกรียวกราวเมื่อเพลงจบลง

คุณร้องเพลงเพราะมากเลยนะ คิบอมพูดขึ้นเมื่อนั่งลงข้างๆทงเฮแล้ว

ขอบคุณครับ... ทงเฮยิ้มอายๆ

คิบอมหยิบห่อบัตเตอร์เค้กออกมาจากเสื้อแจ๊กเกตของตัวเอง

สภาพมันดูไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่รสชาติมันคงจะยังไม่เปลี่ยน กินด้วยกันมั้ย? คิบอมถามทงเฮ

ขอบคุณครับ... ร่างบางกล่าวก่อนจะรับขนมที่เหลืองครีมนั่นมากิน มันอร่อยมากๆเลยล่ะ

วันนี้ผมได้เงินมากกว่าทั้งอาทิตย์รวมกันอีกนะเนี่ย เจ้าของดวงตาสีฟ้า หยิบหมวกมาดู ทงเฮเองก็เลื่อนหน้าไปดูเหมือนกัน

ภายในนั้นมีเหรียญเงินตราของอังกฤษอยู่มากมาย ทั้งเซนต์ เพนนี ปอนด์ ผสมกันสูงขึ้นมาเกือบครึ่งหมวก รวมๆแล้วคงไม่น้อยเลยทีเดียว

ทงเฮมองเงินพวกนั้นอย่างตื่นเต้น แล้วเงยหน้าขึ้นมอง ร่างสูงกลับไม่มีประกายแววตาดีใจเลยถ้าได้เงินพวกนั้น

ผมควรจะแบ่งให้คุณครึ่งนึงนะ คิบอมพูดขึ้น แล้วโกยเหรียญขึ้นมากำไว้

ไม่เอา!~ ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้ต้องการเงิน ทงเฮรีบปฏิเสธทันที

แต่ผมไม่อยากรู้สึกว่าติดค้างใคร คิบอมตอบตามความจริง

แต่ผมก็ไม่ได้ต้องการจริงๆนะ...

แล้วคุณ...จะให้ผมทำยังไงล่ะ จะให้ผมทำอะไรเพื่อคุณ คิบอมว่าแล้วก็ยกกระป๋องน้ำอัดลมที่ยังเหลืออยู่ขึ้นกิน

ทงเฮคิดไปคิดมาอยู่หลายตลบ เอายังไงดีล่ะทงเฮ...เอายังไงดี?

ว่ายังไงล่ะครับ... คิบอมถามแล้วก็หันไปหยิบกีตาร์มาเช็ดทำความสะอาด

ทงเฮรวบรวมความกล้า แล้วพูดออกไป

ช่วยพาผมเที่ยวลอนดอนหน่อยได้มั้ยครับ!” พูดไปก็เขินไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเช่นกัน

ครับ? ดูเหมือนว่าคิบอมจะยังไม่เก็ทนัก

ผมมาที่นี่กับเพื่อนผม แต่ตอนนี้เค้าไปทำงาน และผมเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นเที่ยวที่นี่ยังไงด้วย ทงเฮพูดน้ำไหลไฟดับ จนบ้างครั้งลิ้นก็พันกัน

คุณมาอยู่กี่วันล่ะ?

“20 เอ้ย! ไม่สิ ตอนนี้เหลือ 19 วันแล้ว

ผมพาคุณตะลอนเที่ยวทุกวันไม่ได้หรอกนะ... คิบอมตอบ

นั่นสินะ ทงเฮก็ลืมนึกไปว่าร่างสูงเองก็ต้องทำมาหากินเหมือนกัน หน้าหวานๆเลยจ๋อยลงทันที

ขอโทษครับ...

แต่ถ้าเป็นวันเว้นวันล่ะก็...พอไหวอยู่เหมือนกัน และประโยคนี้ก็จุดรอยยิ้มบนหน้าของทงเฮขึ้นมาได้อีกครั้ง

จริงหรอครับ?!”

ผมจะโกหกคุณทำไมล่ะ... คิบอมยิ้มตอบ

ขอบคุณครับ คุณใจดีที่สุดเลย ^O^!!!” ยิ้มหวานๆถูกส่งไปให้คิบอมระลอกแล้วระลอกเล่า

พรุ่งนี้เช้า เวลาสิบโมง เจอกันตรงที่ผมเล่นกีตาร์นะครับ คิบอมย้ำเรื่องเวลาและสถานที่อีกครั้ง เมื่อเดินมาส่งทงเฮจนถึงที่หน้าโรงแรมแล้ว

ครับ...เอ่อ ขอบคุณนะครับที่เดินมาส่งผม...คิบอม นี่นับเป็นครั้งแรกเลยที่ทงเฮเรียกชื่อร่างสูงต่อหน้าแบบนี้ จะว่าไปแล้วมันก็รู้สึกร้อนๆที่หน้าเหมือนกันแฮะ

คิบอมมองคนที่เอาแต่ก้มหน้ามองพื้นทั้งๆที่หูแดงก่ำแล้วก็ยิ้มออกมา

ไม่เป็นไรครับ...ทงเฮ ก่อนจะสะพายกระเป๋ากีตาร์เดินออกไป

ไม่รู้ว่าเนิ่นนานเท่าไหร่ที่ทงเฮเอาแต่ก้มหน้ามองพื้นทางเท้าหน้าโรงแรมแบบนั้น รู้แต่ว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมา คิบอมก็ไม่ได้ยืนอยู่ที่ตรงนั้นอีกแล้ว

สองมือเรียวยกขึ้นมาจับแก้มเนียนของตัวเองเบาๆ มันร้อนไปหมดเลย

ทริปตะลุยลอนดอนของเค้าครั้งนี้...จะต้องมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเลยล่ะ!

 
.
.
.
.
.

 

 เนื้อเรื่องทุกตอนจะออกมาประมาณนี้ >//< ไม่หวานเวอร์ตบจูบ แต่จะแสดงออกถึงความอบอุ่น
พวกคุณเชื่อมั้ย? ว่าความรักสามารถเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆแม้เพียง 20 วันก็ตาม?
ในที่สุดนักแสดงค่าตัวเเพงก็ได้ออกซะที (ใครรอเจ้าแก้มแตกบ้างเนี่ย?) ฮ่าๆๆๆๆ
หวังว่าทุกคนอ่านแล้ว...จะอยากไปลอนดอนกันนะ? (ไปตามหานักดนตรี!!!)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

689 ความคิดเห็น

  1. #675 KIHAE*129 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 03:44
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    แอบเขินด้วยเบาๆ

    บอมมันเอาเงินไปทำไรหว่า
    #675
    0
  2. #669 13association (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2554 / 11:02
    แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยน่ารักมากมายคร่า
    คิเฮจงเจริญ
    #669
    0
  3. #648 moomee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:49
    ปลาน้อยตกหลุมรัก

    พ่อนักดนตรีเข้าให้
    #648
    0
  4. #633 Lee Cin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2553 / 01:15
    ชอบจังเลย



    แอบเขิลแทนด๊อง 555



    บอมจ๋า พาเที่ยวให้รอบเลยน๊า^-^
    #633
    0
  5. #602 grabbb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 21:36
    โหเฮเจอปุ๊บรักปั๊บเลย
    ฮยอกสั่งยังกะแม่แก่เลยนะ
    #602
    0
  6. #531 geejajaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2553 / 03:29
    รักไม่จำกัดเวลาหรอก 555+
    ตอนแรกอาจจะไม่เรียกว่ารัก
    แต่มันอาจจะดึงดูดคนสองคนเข้าหากันเสมออ่ะ
    เหมือนคิเฮไง
    เอ๊ะ อันนี้ด๊องวิ่งเข้าหานี่นา 555+
    #531
    0
  7. #495 L T!!! (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2553 / 23:57
    อ่า...หวานจังเลยย ^________^ ~~~

    อยากไปตามหานักดนตรีแก้มป่องคนนี้บ้างจัง ! ^^
    #495
    0
  8. #479 Kyukie_Minnie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กันยายน 2553 / 00:24
    เฮน่ารักอ่ะ
    อยากไปบ้างจัง
    #479
    0
  9. #395 offlism (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 / 20:58
    แง้งงงงงงงงงง

    หวานจัง

    อุอิอุอิ

    ชอบๆ

    อยากบินไปตามหาความรักมั่งจัง

    วู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #395
    0
  10. #371 shrap (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2553 / 19:06
    ตกหลุมรักพ่อหนุ่มนักดนตรีเข้าแล้วสิ

    ฮิฮิฮิ+
    #371
    0
  11. #350 piggy-oun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 11:03
    สาว(?)เจ้าตกหลุมรักหนุ่มแก้มป่องก่อนซะแล้ว
    ด๊องแอบใจกล้านะคะ ขอให้คิบอมพาเที่ยว ซะงั้น
    สงสารฮยอกแจนะ อดเที่ยวเลยอ่ะ
    #350
    0
  12. #326 darkreaction (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2553 / 20:33
    ไม่ไหวจะเคลียร์แล้วน่ารักเว่อ
    รุกต่อไปด๊องเอ๋ย
    #326
    0
  13. #298 ~sand~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2553 / 11:54
    ทงเฮน่ารักจังเลย~ คิดอะไรอยู่แสดงออกมาทางแก้มแดง ๆ นั่นหมดแล้วอ่ะ

    ต้องขอบคุณฮยอกใช่มั้ยคะ ที่งานเข้า เลยทำให้เฮ ได้ไกด์นำเที่ยวคนใหม่ หล่อเฟี้ยวเลยอ่ะ
    #298
    0
  14. #258 ple_129 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2553 / 15:29
    ิบรรยากาศแบบนี้น่ารักจัง

    เหมือนดูหนังฝรั่งอยู่เลย
    #258
    0
  15. #245 E.L.F.*JW (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 / 20:22
    ขอเกบตังค์ซัก 10 ชาติก่อน

    T___________T;;
    #245
    0
  16. #244 ลาเต้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 / 20:14
    หลงเสน่ห์ลอนดอนและนักดนตรีจ้า
    #244
    0
  17. #227 DongHa3_Forever (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2553 / 19:02

    อยากไปๆ

    #227
    0
  18. #215 katuck (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2553 / 14:41
    หมวยเอ๊ยเหนื่อยไหมนั้นวิ่งไปวิ่งมา
    เล่นแนะนำตัวเองซะเสร็จเลยนะคะ
    แถมให้พาเที่ยวด้วย
    #215
    0
  19. #200 Mihona Akira (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2553 / 11:09
    โอยยยย อบอุ่นอย่างแรง  คิบอม  เอิ๊กกกก หลงพ่อแก้มแล้ว!~

    สงสารฮยอก ต้องไปทำงานง่ะ

    โรงแรมหรูอะ  อยากไปพักด้วยแต่ไม่มีเงิน  หุๆๆๆ
    #200
    0
  20. #189 YJ_Jaejoong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 / 11:43
    โรงแรมหรูดีจิงๆ
    อ่า ไก่น้อยน่าสงสารมาเที่ยวยังโดนใช้งาน~
    ในที่สุด..พระเอกของทงเฮ คิคิ ก็ออกโรงซะที
    #189
    0
  21. #184 STARBUCKS0704 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2553 / 23:50
    โรงแรมหรูและสวยมากกกกก
    อ่านเรื่องนี้แล้วอยากไปอังกฤษกับเพื่อนมั่งจัง
    น่าจะสนุกแน่ๆเลย

    เพลง Everytime we touch ของ Cascada ชิมิ?
    เราชอบเวอร์ชั่นช้าของเพลงนี้มากกกกก เพราะๆๆ
    #184
    0
  22. #167 ขวัญ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 09:27
    ว๊าว เรื่องนี้ก็สนุกไปอีกแบบ จะรออ่านนะคะ
    #167
    0
  23. #166 ขวัญข้าว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 02:05
    มาอ่านแก้ขัด เรื่องโลกกลมฯ



    ที่ว่าแก้ขัดเพราะว่า เรื่องนี้พี่ยังไม่ได้อ่าน



    แล้วกะว่าจะไม่อ่าน จะอ่านทีเดียวตอนซื้อเป็นเล่มเลย



    แต่ ณ ตอนนี้คงไม่ได้แล้วหล่ะ เพราะว่ามันว่างเกิน



    ไม่มีอะไรให้อ่าน จำเป็นจะต้องหาของมาเสพ

    ...........



    ร้ายนักนะคุณชาย รักเค้าแล้วทำไมถึงทำแบบนี้



    รู้บ้างไหมว่าฮยอกมันจะรู้สึกเสียใจแค่ไหน ใช้ไม่ได้!!!!!!!!



    คิเฮเจอกันแล้ว แถมคุณทงก็ปิ๊งเค้าก่อนซะด้วย



    หุหุหุหุหุหุ ชอบๆๆๆ แบบนี้แหล่ะ น่ารักใสกิ๊งเลย
    #166
    0
  24. #165 กระปุก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 / 21:30
    ด๊องแอบแรงนะเนี่ย

    เป็นสาวเป็นนางแท้ๆๆ

    ให้บอมพาเที่ยว แล้วแถมเริ่มต้นแนะนำตัวก่อนเลย

    น่ารักมากๆๆๆเลย

    ฮยอกต้องไปทำงาน น่าสงสารจัง

    รอคุณชายวอนมาง้อนะ
    #165
    0
  25. #163 129 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 / 11:17
    อยากอ่านต่อๆๆๆๆๆๆ

    สนุกมากเลย ด๊องน่ารัก
    #163
    0