{KIHAE&WONHYUK} If that day comes ... ถ้าหากวันนั้น

ตอนที่ 22 : If that day comes - [15] - Seoul,Korea

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    28 พ.ย. 53




                เค้าว่ากันว่า .. เวลาที่คนเรามีความสุขนั้น วันเวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว.. แต่ทำไมสำหรับทงเฮแล้วไม่ว่าจะตอนที่สุขหรือทุกข์มันก็ผ่านไปเร็วเท่ากันอยู่ดี

                ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อล่ะ ว่านับจากที่เค้าเหยียบแผ่นดินกรุงโซล ประเทศเกาหลีหลังจากกลับมาจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษแล้ว จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบสองเดือนแล้ว

                ไม่มีการติดต่อ ไม่มีการพบเห็น ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ..

                จนทงเฮได้แต่ยิ้มรับกับโชคชะตาของตัวเอง แล้วพยายามทำใจให้ยอมรับความจริงที่ว่า เค้ากับคิบอมจะไม่มีวันเจอกันอีกแล้ว ตามที่ตัวเองเคยพูดเอาไว้

                ทงเฮรู้ตัวดีว่าตนเองเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เปลี่ยนไปยังไงหลังจากกลับมา พูดน้อยลง เก็บตัว ยิ้มน้อย และร้องไห้บ่อย

                นี่ใช่มั้ย? ที่เค้าเรียกว่า อาการของคนอกหัก ทงเฮรู้ซึ้งถึงพิษสงของมันแล้วล่ะ

                รูปถ่ายทุกรูป เรื่องราวทุกเรื่องราว นึงถึงเมื่อไหร่...น้ำตาก็พาลจะไหลทุกครั้งไป ไม่รู้เมื่อไหร่...จะกลับมาเป็นคนที่เข้มแข็งคนเดิมสักที

                หรือจะมีโอกาสนั้นอีกครั้งมั้ย .. ก็ไม่รู้

 

                ทงเฮมองภาพถ่ายในกระเป๋าเงิน แล้วก็ยิ้มบางๆสลับกับใช้มือปัดไล่น้ำใสๆที่หางตาเป็นพักๆ ก่อนจะรับรู้ถึงแรงตบเบาๆที่หัวไหล่ซ้ายของตัวเอง

                ซองมิน ..

                ทงเฮรับแก้วกาแฟอุ่นๆจากเพื่อนร่วมงานที่นั่งลงข้างๆแล้วยิ้มให้เบาๆ

                ไง .. ไปลอนดอนน่ะได้เจอมั้ย... ซองมินเพิ่งจะได้มีโอกาสถามทงเฮ เพราะว่าตั้งแต่กลับมาราวกับว่าคนข้างๆนี้เป็นใครใหม่ก็ไม่รู้ ไม่เหมือนกับทงเฮคนเดิมที่เค้าเคยรู้จัก

                แววตาเลื่อนลอย น้ำเสียงขาดหาย และอาการซึมเศร้า

                อืม..คงเจอมั้ง ..ความรัก ทงเฮตอบ

                ชั้นคงไม่กล้าถามนายหรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้านายไม่หาว่ารบกวน อยากฟังเรื่องของชั้นกับคยูฮยอนมั้ยล่ะ?

                ก็...ได้นะ ถ้านายอยากเล่า บางทีการรับฟังเรื่องราวของคนอื่นบ้าง อาจจะทำให้คิดอะไรดีๆออกก็ได้

                ตอนแรกที่ชั้นเจอคยูฮยอนน่ะ รู้มั้ย ชั้นไม่รู้หรอกนะว่าเค้าเป็นกัปตันสายการบินน่ะ ซองมินนึกเรื่องราวในอดีตแล้วก็อดขำไม่ได้

                หืม?... ทงเฮขมวดคิ้วอย่างสงสัย

                ก็! พอดีว่าวันนั้นน่ะที่เราเจอกันครั้งแรก ชั้นไปกินเค้กที่ร้านเบเกอรี่เปิดใหม่ แล้วมันเป้นร้านของเพื่อนคยูฮยอน วันนั้นพนักงานลาป่วย แล้วลูกค้ามีเยอะ แฟนชั้นที่แวะมาเยี่ยมเพื่อนก็เลยต้องมาช่วยเสิร์ฟน่ะ

                อ่อ..แล้วนายกับบเค้าก็ ...

                ไม่ๆ มันไม่ใช่ครั้งแรกหรอก ตอนแรกเราก็ไม่ได้อะไรกันหรอกนะ แต่พอหลังๆที่เจอกันบ่อยขึ้น ก็เริ่มคุยกัน แล้วก็พัฒนาความสัมพันธ์กันมาเรื่อยๆ จนตกลงคบกันในที่สุดนั่นล่ะ

                แล้วตอนที่ตกลงคบกัน นายก็ยังไม่รู้หรอว่าเค้าเป็นใคร

                โอ๊ย! ยังหรอก..ชั้นนะคิดซะเต็มที่เลยว่าเค้าเป็นแค่เด็กเสิร์ฟ ไปรู้อีกที ตอนไปเจอครอบครัวเค้านั่นล่ะ ลมแทบจับบ้านหรือคฤหาสน์!! เดินเข้าไปงี้นะ คนใช้ คนสวน แม่บ้าน พรึ่บ! ชั้นล่ะแทบก้าวขาไม่ออก

                ฮะฮะ นายก็ว่าไปนั่น แล้วเป็นยังไงต่อ ทงเฮหลุดขำเล็กน้อย

                ก็เข้าไปในห้องรับแขกที่กว้างมาก แล้วก้เจอคุณพ่อคุณแม่ของคยูฮยอนท่านนั่งอยู่ก่อนแล้ว ชั้นทักทายสวัสดีไป แล้วพี่สาวเค้าก็ตามเข้ามาสมทบต่อเลย...แล้วนั่นล่ะชั้นถึงได้รู้ว่าคยูฮยอนที่จริงแล้วเป็นกัปตับขับเครื่องบิน

                โอ้ นายคงช็อคเลยล่ะสิ..

                เกินกว่าคำนั้นเลยเถอะ! อึ้ง ทึ่ง งง ไม่รู้ทำอะไรไม่ถูก แล้วก็งึ่บหนักไปกว่าเมื่อรู้สภาพทางการเงินของครอบครัวโจว...

                รวยมากเลยหรอ?

                พ่อเป็นศาตราจารย์ แม่เป็นหุ้นส่วนของธุรกิจค้าพลอย พี่สาวเป็นแอร์โฮสเตสต์ ตัวเค้าเป็นกัปตัน นายคิดเอาเองแล้วกัน

                พระเจ้า... ทงเฮเองยังอดอึ้งไม่ได้

              ชั้นนะ อยากจะลุกวิ่งหนีกลับบ้านด้วยซ้ำ รู้สึกตัวเองน่าสมเพช ไม่เหมาะสมกับคยูฮยอนขึ้นมาทันที แล้วยังโกรธนิดๆอีกที่มาหลอกเราอ่ะ ซองมินมีน้ำเสียงเจ็บใจนิดๆแฝงอยู่ด้วย

                ทงเฮได้ยินแล้วก็แอบเก็บมาคิดในใจของตัวเองเช่นกัน เค้าโกรธอะไรคิบอมกันนะ

                เพราะว่าคิบอมโกหกเค้า หรือเป็นเพราะความแตกต่างระหว่างเค้ากับร่างสูงกันแน่ เค้ามันก็แค่พนักงานกินเงินเดือนไปวันๆ

                แต่อีกฝ่ายนี่สิ...ร่ำรวยแค่ไหนเค้าก็ไม่กล้าคิดออกมาเป็นตัวเลขจริงๆ

                คิดแล้วก็กลุ้ม ..เฮ้อ

                แต่นะ...หลังจากนั้นชั้นก็ไม่ติดต่อกับคยูฮยอนอีกเลยล่ะ เกือบๆเดือนได้เลยมั้ง

                อืม..แล้วตอนนั้นนายเป็นยังไงบ้าง

                โห...ยังกับผีเถอะ ร้องไห้ฟูมฟายจะเป็นจะตายอยู่คนเดียวในห้อง ร้องจนมันไม่มีน้ำตาจะให้ไหลอีกแล้วอ่ะ ชั้นต้องคอยหลบหน้าคยูฮยอน เปลี่ยนเบอร์มือถือ เปลี่ยนที่ทำงาน พบเจอสิ่งใหม่ๆให้ไกลจากเค้า

                เอางั้นเลยหรอ? ทงเฮตาโต  

                แต่ก็นะ ...ถึงชั้นจะหนีเค้าไปไกลสักแค่ไหน สุดท้ายก็หนีหัวใจตัวเองไม่พ้นอยู่ดี เมื่อได้เห็นชัดๆเค้าตรงหน้าหลังจากที่ไม่ได้เห็นมาเกือบเดือน ตอนนั้นเค้าพูดอะไรบ้าง ชั้นก็ฟังไม่ค่อยทันหรอกน่า...รู้แต่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ช่าง คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าชั้นนี่ล่ะ คือคนที่หัวใจของชั้นต้องการ

                ทงเฮนิ่งไปสักพักก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ

                ชั้นรักคยูอยอน ตรงที่เป็นเค้าเป้นคนที่ชั้นรัก แล้วเบื้องหลังของเค้าจะเป็นยังไง ชั้นไม่สนใจหรอก รุ้แค่ว่าชั้นรักเค้า และเก็รักชั้น สำหรับชั้น ชั้นพอใจจนไม่ต้องการจะขออะไรอีกแล้วล่ะ

                ทงเฮมองรูปถ่ายในกระเป่าตังค์ตัวเองอีกครั้ง ภาพถ่ายคู่ใบแรกที่เบื้องหลังเป็นหอนาฬิกาบิ๊กเบน ภาพที่เค้าหันข้างไปมองใบหน้าหล่อของคิบอม

                ภาพที่คิบอมยิ้มจนเห็นฟันสีขาวเรียงตัวสวย...

                คงงั้นล่ะมั้ง ถึงเราจะหนีใครต่อใครไปจนสุดขอบโลก ยังไงก็หนีความเป็นจริงของหัวใจตัวเองไม่พ้น

                ซองมินมองเพื่อนร่วมงานแล้วก็ยิ้มนิดๆ ก่อนจะพูดเบาๆแล้วแยกไปทำงานต่อ

                ความรักดีๆน่ะว่าหาบากแล้ว การรักษาความรักดีๆนั่นไว้กลับยากกว่า ถ้าเจอแล้วก็อย่าให้หลุดมือไปล่ะ

 

                เกือบชั่วโมงได้ล่ะมั้ง หลังจากที่ซฮงมินแยกไปทำงานแล้ว ทงเฮที่ยังนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทบทวนแต่ความรู้สึกของตัวเอง และพยายามคิดหาทางออกที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ให้ได้

                และเมื่อใกล้จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว เจ้าเพื่อนตัวดีก็โทรเข้ามาก่อนซะได้

                ว่าไง มีอะไร ทงเฮกรอกเสียงถาม

                เลิกงานแล้วไปไหนรึเปล่าวะฮยอคแจถามกลับมา

                ไม่นี่ ว่าง มีไรรึเปล่า

                ออกมาเจอกันที่อินซาดงหน่อยสิ

                ไปทำไมวะ ร่างบางขมวดคิ้ว

                กินกาแฟ ฮยอคแจตอบสั้นๆ

                โอ๊ะ กาแฟแก้วเดียว ต้องไปกินถึงที่นู่นเลยหรอวะ

                บอกให้มาก็มาเถอะน่า

                สั่งจริง แล้วจะให้ไปเจอที่ไหนล่ะ

                มาถึงก็เดินๆมาแล้วกัน แค่นี้นะเว้ย จะทำงาน ว่าแล้วก็ตัดสายทิ้งทันที

                ไอ้นี่เว้ย นึกจะโทรก็โทร นึกจะวางก็วาง

                ทงเฮส่ายหัวให้กับนิสัยของเพื่อนรักเล็กน้อยก่อนจะเริ่มลงมือทำงานต่อ

                ไม่กี่อึดใจ มันก็ถึงเวลาเลิกงานจนได้

                ทงเฮเอ่ยลาเพื่อนร่วมงานอย่างซองมิน แล้วรวบกระเป๋าออกไปจากที่ทำงาน เพื่อเดินทางไปยังย่านศิลปะเก่าแก่อย่างอินซาดงเพื่อพบกับเจ้าเพื่อนสนิทตัวแสบ

                ทงเฮยกโทรศัพท์หาฮยอคแจอีกครั้งเมื่อลงจากรถโดยสารประจำทางแล้ว

                ตั้งแต่กลับมา เค้าไม่เคยขึ้นรถไฟใต้ดินอีกเลยสักครั้ง เพราะมันทำให้หวนนึกไปถึงครั้งที่เคยขึ้นกับคิบอมในลอนดอน

                แกอยู่ที่ไหนเนี่ย ชั้นมาถึงที่ป้ายอินซาดงแล้ว

                แกเดินมาแถวๆลานใหญ่ที่เค้าเอาไว้โชว์ดนตรีแล้วกัน ฮยอคแจตอบ

                แกไปทำอะไรตรงนั้นน่ะ ทงเฮขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

                แกนี่มันช่างถามมากจริงๆ เอาน่ารีบๆมาแล้วกัน ชั้นขี้เกียจรอแล้วก็เสต็ปเดิม ชิ่งตัดสายทันที

                จนทงเฮชักระอา จึงรีบออกเดินไปตามทางที่ฮยอคแจสั่งทันที

                และเมื่อมาถึงแล้ว สายตาหวานจากดวงตาคู่ใส ก็กวาดไปทั่วบริเวณนั้นเพื่อมองหาเพื่อนสนิท แล้วก็ได้พบ...

                ...เขา...

 

                ผู้ชายรูปร่างสูงสมส่วน สวมกางเกงยีนส์สีซีดกับแจ๊กเก็ตตัวเก่าๆสีน้ำตาล มีหมวกสีเทาวางอยู่ที่พื้น ในมือประคองกีตาร์โปร่งเอาไว้

                และที่ยิ่งย้ำชัดในความทรงจำของเค้าก็คือ...

                ดวงตาสีฟ้าน้ำเงิน

                มือหนาค่อยคลอกีตาร์ขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มที่ไม่ได้ฟังนานร่วมสองเดือน ตอนนี้ทงเฮกำลังได้ยินมันอีกครั้ง

 

I still feel your touch in my dreams.
ผมยังคงรู้สึกถึงสัมผัสของคุณ ในความฝัน
Forgive me my weakness, but I don't know why
อภัยให้กับความอ่อนแอของผมด้วย แต่ไม่รู้ว่าทำไม
Without you it's hard to survive.
เมื่อปราศจากคุณ มันยากที่จะอยู่ต่อไป

 

Your arms are my castle, your heart is my sky.
อ้อมแขนของคุณคือบ้านของผม หัวใจของคุณคือ ท้องฟ้าของผม
They wipe away tears that I cry.
พวกมันลบเลือนน้ำตาที่ผมร้องไห้
The good and the bad times, we've been through them all.
ในช่วงเวลาที่ทั้งดีและแย่ พวกเราจะผ่านพ้นมันไปทั้งหมด
You make me rise when I fall.
คุณทำให้ผมยืนหยัดอีกครั้งเมื่อผมล้ม

                อีกครั้งแล้วสินะกับเพลงนี้ เพลงโปรดของเค้า

                ...Everytime we touch…

                ผู้คนจำนวนหนึ่งพากันปรบมือ และโยนเศษเหรียญลงในหมวกสีเทาใบนั้น ก่อนจะพากันเดินจากไปช้าๆ

                ในที่สุดก็เหลือเพียงเค้ากับคิบอมยืนประจันหน้ากันแล้ว

 

                มือหนาค่อยๆวางกีตาร์ลงแล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของทงเฮ

                ร่างบางราวกับว่าทุกส่วนของร่างกายมันได้ชาไปหมดแล้ว ดวงตาไม่สามารถกระพริบหลบอีกฝ่าย หรือแม้แต่ริมฝีปากก็ไม่อาจจะเอื้อนเอ่ยอะไรได้

                ผมขอโทษ...ที่มาช้านะครับ ประโยคแรกหลังจากไม่ได้เจอกันเป็นเวลานาน

                ทงเฮทำได้เพียงผงกหัวรับเบาๆเท่านั้น

                ถ้าคุณไม่รังเกียจ ช่วยรับฟังผมอธิบายสักครั้งนะครับ...

                วันนั้นที่แยกจากคุณไป ผมก็ต้องไปเคลียหลายๆเรื่องและแน่นอนเรื่องของผมกับวิคตอเรียด้วย คิบอมยึดเอาอาการนิ่งของทงเฮเป็นการอนุญาตจึงเริ่มต้นเล่า

 

            วิค...ผมรักคุณ ร่างสูงกรอกเสียงไปบอกกับหญิงสายที่ถือสายปลายทาง

            คะ? คิบอม... วิคตอเรียยังคงตั้งรับไม่ทัน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะบอกตนเองเช่นนี้

            ผมรักคุณ...แต่ในฐานะ พี่สะใภ้ ของผม คิบอมพูดช้าๆชัดๆ

            คิบอม....

            ผมไม่รู้ว่าคุณกับพี่ชายต่างแม่ของผมทะเลาะอะไรกันมา แต่การที่คุณจะกลับมารื้อฟื้นความสัมพันธ์ของผมกับคุณในตอนนี้ ผมคิดว่ามันไม่ใช่การประชดที่ดีนักหรอกนะ

            คุณรู้?

            เรารู้จักกันมานานเท่าไหร่แล้ว...ทำไมเรื่องแค่นี้ผมจะไม่รู้กันล่ะครับ คุณน่ะรักพี่ชายผมมาก ไม่งั้น...คุณจะกล้าทิ้งผมไปเลือกเค้าหรอกหรอ

            ชั้น...ขอโทษ ปลายสายแสดงน้ำเสียงแห่งความรู้สึกผิดออกมาจริงๆ

            ไม่เป็นไรครับ กลับไปจัดการปัญหาของคุณเถอะ ผมเองก็ต้องไปจัดการปัญหาของผมเช่นกัน

            ในตอนนั้นคิบอมรู้แล้ว ว่าคนที่ทำให้หัวใจของเค้ารู้สึกเจ็บ ไม่ใช่วิคตอเรียอีกต่อไป แต่มันคือการจาลาของทงเฮต่างหากล่ะ !

 

                เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ หลังจากที่จบเรื่องพี่ชายของผมกับวิคตอเรียไปแล้ว งานที่ผมดูแลอยู่ก็เกิดการจะร่วมลงทุนกับบริษัทต่างชาติรายใหญ่ ผมซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารก็เลยต้องอยู่ร่วมฟังประชุมยาวมาก ทำให้การเดินทางมาหาคุณมันล่าช้าจนถึงตอนนี้... คิบอมพูดยาวก่อนจะกลับมาสบตาทงเฮอย่างแนวแน่อีกครั้ง

                ทงเฮยืนนิ่งสงบ ว่ากันตามตรงเค้าฟังไม่ทันนักหรอกว่าคิบอมพูดอะไรมาบ้าง บางทีนี่อาจจะเป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่ซองมินเคยรู้สึกก็ได้

                ทงเฮ.... คิบอมที่เห็นทงเฮนิ่งเงียบนานเกินก็เริ่มใจไม่ดี

                ร่างบางไม่พูดอะไรทำเพียงยกมือข้างหนึ่งลูบไล้ไปทั่วโครงหน้าหล่อ ปลายนิ้วแตะที่คิ้ว เลื่อนมาที่เปลือกตา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสุขภภาพดี แก้มที่มีเนื้อที่ค่อนข้างเยอะ

                นี่คงจะเป็นเค้าจริงๆสินะ...ใช่คิบอมจริงๆด้วย

                ความโกรธ ผิดหวัง น้อยใจทุกอย่างที่แบกรับมาตลอดสองเดือน ตอนนี้แค่เพียงได้เห็นเค้ายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง มันก็เหมือนจะสลายไปหมดแล้ว

                ทงเฮ...ครับ... คิบอมลองเรียกอีกครั้ง

                คราวหน้า.... ทงเฮเปิดประโยคแรกช้าๆ

                ครับ?....

                ต้องพาผมไปขึ้นรถเมล์สีแดงสองชั้นให้ได้นะ.... ทงเฮระบายยิ้มบางๆ

                ครับ?....

                ทำไมตามหาผมเจอช้าจังเลย รู้มั้ยการต้องแบกคำว่ารัก รอคิบอมเนี่ยมันหนักมากๆเลยรู้มั้ย

                ก่อนที่จะได้รับรู้สิ่งใดๆต่อไป ตอนนี้ทงเฮก็ถูกรวบตัวเข้าไปกอดซะแล้ว กอดอย่างแนบแน่นให้ทดแทนเวลาที่เสียไป

                ผมรักคุณ..ทงเฮ... คิบอมกระซิบเบาๆ ทั้งๆที่ยังคงกอดดเอาไว้

                ทงเฮน้ำซึมที่หางตาเล็กน้อย ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแล้วตอบเช่นกัน

                ผมก็รักคุณเหมือนกันคิบอม

                ยามแสงแดดตกกระทบอ่อนๆ สะท้อนกับสีน้ำตาลจางๆของกีตาร์ คิบอมค่อยๆผลักทงเฮออกมา สบตากันชั่วขณะ ให้ภายในดวงตาของทั้งคู่นั้นสะท้อนเพียงเงาของกันและกัน

                ริมฝีปากที่โน้มเข้าหากันอย่างแนบชิดสนิท บ่งบอกให้ได้รู้เป็นอย่างดีว่าต่อไปนี้ คงจะไม่ต้องตามหากันอีกแล้ว...เพราะสองมือที่คอยจับกันไว้ มันจะไม่มีทางปล่อยออกจากกันอย่างแน่นอน

 

            ...ถ้าหากวันนั้นเราพลาดกันเพียงแค่เสี้ยวนาทีคงไม่รู้เลย ปลายทางของฉันจะไปลงเอยที่ไหน ... ได้เข้าใจแล้วสัมผัสของอ้อมกอดมันอบอุ่นเท่าไร ขอบคุณจริงๆ...กับรักที่เธอให้มา...

 

               

ถัดออกไป ณ ร้านกาแฟ STARBUCKs

 

                จูบกันกลางลานเลยแฮะ เจ้าสองคนนี้ ฮยอคแจกับซีวอนที่กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ชิดกระจก พูดออกมา

                แน่ล่ะ...จะเป็นใครจัดการเรื่องนี้ถ้าไม่ใช่เพื่อนที่แสนดีอย่างเค้า

                เบื่อ! กับอาการเซ็งโลกของเจ้าปลาเน่า ไม่รู้ว่าตอนนี้เค้าเจ็บจะมีสภาพแบบเจ้านี่บ้างรึเปล่า

                แต่ก็นะ...ดีแล้ว จากนี้ไปก็มีความสุขกับเค้าซะนะเพื่อนรัก

                เก่งจริงๆ เมียใครเนี่ย ซีวอนวางแก้วกาแฟแล้วพูดออกมา

                เมียคนรวยที่หล่อๆ เงินเยอะๆๆๆๆ เค้าชื่ออะไรน้า... น้ำเสียงช่างเจรจาซะจริง

                หมั่นเขี้ยวจริงๆ ชั้นสั่งขนมเค้กไว้ ไปรับให้หน่อยสิ ซีวอนหมายถึงที่หน้าเคาท์เตอร์

                ทำไมวันนี้อยากกินเค้กขึ้นมาซะล่ะ ปกติไม่เห็นชอบ ฮยอคแจแปลกใจ

                เอาเถอะน่า...ตัวเล็กไปรับให้ผมหน่อยนะ

                ฮยอคแจยักไหล่อย่างไม่สนใจอะไร ก่อนจะเดินไปที่ตู้โชว์ขนมตามที่ซีวอนสั่ง

                รับอะไรดีครับ... พนักงานเริ่มต้นทักทาย

                ผู้ชายคนนั้นให้ผมมารับขนมเค้กน่ะครับ ฮยอคแจชี้มือที่ซีวอน

                อะ...อ๋อ! ได้เลยครับ พนักงานรีบจัดแจงตามคำสั่งทันที

                บลูเบอร์รี่ชีสเค้กชิ้นเล็กบนจานสีสวย ถูกจัดวางลงบนถาดสีน้ำตาล พร้อมด้วยซองสีน้ำตาลแก่เล็กๆอีกหนึ่งซอง

                เอ๋...เราสั่งแค่เค้กไม่ใช่หรอครับ? ฮยอคแจขมวดคิ้ว

                พอดีตอนนี้เป็นช่วงโปรโมชั่นน่ะครับ มีการจัดรายชิงโชคพิเศษน่ะครับ ลองลุ้นดูนะครับ พนักงานยิ้มให้อีกครั้ง

                ฮยอคแจพยักหน้ารับเบาๆ แล้วถือถาดกลับมาที่โต๊ะอย่างงงๆ

                นี่ตัวใหญ่ เดี๋ยวนี้ร้านนี้เค้ามีคูปองชิงโชคแล้วหรอ แต่ก่อนไม่เห็นจะเคยมีเลยสักครั้ง

                หรอ...ก็ลองเปิดดูสิ เค้าว่าไงอ่านให้ฟังด้วย ดังๆนะ ซีวอนจิบกาแฟ

                ฮยอคแจจึงค่อยๆแกะซองนั้นออก

                แหวนทองคำขาว และมีเพชรเรียงกันอยู่สี่เม็ด

                และกระดาษการ์ดใบหนึ่งที่ร่างบางหยิบขึ้นมาอ่านช้าๆ

               

                แต่ง...งาน...กับ...ผม...นะ

 

                และภาพที่ฮยอคแจมองผ่านม่านน้ำตาของตัวเองเมื่อลดกระดาษลงนั่นก็คือ  ภาพที่ซีวอนชูมือซ้ายของตนที่มีแหวนแบบเดียวกันสวมอยู่ที่นิ้วนางและส่งยิ้มมาให้แก่เค้า

 

            ...ถ้าหากวันนั้น...ผมไม่เอาชนะความกลัวที่จะทำความรู้จักกับคุณ ผมคงจะไม่ได้รู้จักว่าความรักนั้นเป็นเช่นไร...ขอบคุณนะครับที่เดินเข้ามาในชีวิตของผม ขอบคุณ...ที่รักผม และผมจะรักคุณตลอดไป...





^^' จบลงอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด....
ตอนที่เขียนตอนจบของเรื่องนี้ พอได้ลองย้อนอ่านอีกครั้ง นึกภาพตาม บางทีมันก็แอบน้ำตาซึมนะ.

อยู่กันมานาน เดินทางด้วยกันมานานในที่สุดทริปนี้ก็จบลงเสียทีเนอะ :)
ของคุณผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน หวังว่าครั้งหน้าจะได้ร่วมขบวนกันอีกนะคะ
อันยองฮีคาเซโย Good bye ค่ะ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

689 ความคิดเห็น

  1. #687 KIHAE*129 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 16:43
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    จบแล้วอ่ะ

    เป็นเรื่องที่อบอุ่นมากกกกกกกกกกกกก

    น่ารักกกกกกกกกกก

    ทำให้เขินได้เลยทีเดียว

    มีความสุขมากๆ

    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #687
    0
  2. #666 sandee_everyday (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2554 / 22:05
    จบแฮปปี้มากกกก
    ซึ้งอ่า >
    #666
    0
  3. #661 jenny narak (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 มีนาคม 2554 / 19:42
    ไรเตอร์เเต่งได้ดีมากเลยย จาเปงกำลังใจให้จ้าา from: love kihae :)
    #661
    0
  4. #660 meenim (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 19:26
    กรี๊ดดดดดดดดดด แฮปปี้ที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #660
    0
  5. #652 moomee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 / 01:58
    จบเรื่องแต่อารมณืไม่จบ



    ซาบซึ้งจิงๆแต่ละคู่

    #652
    0
  6. #639 DongHa3_Forever (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 23:34

    ซึ้งน้ำตาไหล TT

    จบแล้ว เสียดายมาก
    สุดท้ายก็แฮปปี้ เย่ๆ

    #639
    0
  7. #634 แต้มฝัน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2553 / 20:47
    ว๊าววววววววววววววววววว

    ในที่สุดก็จบแล้วเหรอ..Happy กันทุกคนเลย

    คิดไปคิดมา..ก็เริ่มอยากมีบ้างแล้วเหมือนกันนะสิ่งที่เรียกว่า..ความรัก

    จะเป็นยังไงนะ..อืม..ยิ่งพิมพ์ยิ่งเพ้อ

    เอาเป็นว่า..จะเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ต่อไปนะ..

    Fingtingggggggggggggggggggg
    #634
    0
  8. #629 Kyukie_Minnie (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2553 / 21:53
    ง่า....จบแล้วหรอเนี่ย  รู้สึกใจหาย  ฟู่
    จบลงด้วยดี  บอมก็มาหาเฮที่เกาแล้วก็
    รักกันต่อไป  วอนฮยอกก็จะแต่งงาน
    อ๊ายยย
    #629
    0
  9. #628 darkreaction (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 10:16
    แอบใจหาย จบแล้วเหรอเนี่ย
    มันซึ้งมากๆเลยคะไรเตอร์
    อยากเจอบ้างจัง
    #628
    0
  10. #627 bam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2553 / 20:10
    แอบแปลกใจ



    จบแล้วหรอเนี่ย



    ซึ้งมากเลย วอนฮยอกก็น่ารักมาก



    ขอบคุณไรเตอร์ที่แต่งฟิคสนุกๆให้รีดเดอร์อ่าน
    #627
    0
  11. #626 *Aphorist* (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 / 21:07
    จบแบบซึ้งมากอ่ะ

    ในที่สุดก็ลงเอยอย่างมีความสุขกันซะทีเนอะ ^ ^
    #626
    0
  12. #625 ple_129 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 / 16:14
    เฮ้อ กว่าบอมจะมา ด๊องคงเสียน้ำตาไปหลายถัง

    แต่เรื่องราวของด๊องช่างคล้ายกับมินเลยนะ
    #625
    0
  13. #624 piggy-oun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 / 12:41
    จบได้น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ
    หวานกันซะมากมาย
    ทั้งคู่วอนอยอก และคู่คิเฮ
    ชอบตอนซีวอนขอฮยอกแจแต่งงานจัง น่ารักมาก ๆ
    ติดตามเรื่องต่อไปนะคะ
    #624
    0
  14. #623 ขวัญ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 / 12:40
    ดีจัง ในที่สุดก็มีความสุขซะที ขอบคุณที่ทำให้คนอ่านมีความสุขนะคะ จะรอเรื่องต่อไปค่ะ อิอิอิ
    #623
    0
  15. #622 Only13♥KiHaE_DONGDANG (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 23:37
    อ่า ~
    จบแบบไม่ทันตั้งตัวเลยแฮะ


    วอนฮยอกน่ารักอ่า
    สุดท้ายก็ขอแต่งงานจนได้เนอะๆ ^^


    คิเฮ !!!!
    เธอสองคนจูบกันท่ามกลางผุ้คนเลยรึ
    5 555 ' อยากไปแอบดู
    #622
    0
  16. #621 geejajaa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 22:54
    อ๊าก เจริญๆ ชอบๆ ในที่สุด คิเฮก็ปรับความเข้าใจกันได้ด้วยดี

    วอนฮยอกทำเอาหวาน อ่ะ ขอแต่งงานกันง่ายๆ แต่ น่ารักที่สุด
    #621
    0
  17. #620 Mihona Akira (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 22:49
    HAPPY ENDING จริงๆเลย
    มีความสุขจัง โลกช่างสว่างสดใจเป็นสีชมพู
    เราอ่านอีกครั้งก็น้ำตาซึมเหมือนกันนะ เป็นความรักที่สวยงามดีจริงๆ
    จบแล้วจริงๆเหรอเนี่ย โอ้วววว
    #620
    0
  18. #619 เซียน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 22:28
    จบแล้วอ่า

    คิเฮก็กลับมาเจอกันแล้วววดีใจ

    ส่วนวอนน่ารักมากมายขอฮยอกแต่งงานด้วยอ่า
    #619
    0
  19. #617 yUiZy* (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 22:24
    โอ๊ยยยยย Finally
    ^___________^
    #617
    0
  20. #616 grabbb (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 22:21

    happy ทั้งสองคู่

    #616
    0
  21. #608 crapook (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 22:00
    จบแล้วอะ คิเฮก้อสมหวังจริงๆๆสักทีนะ
    บอมก้อกลับมาตามด๊องถึงที่เลย
    โดยมีวอนฮยอกอยู่ในแผนการ
    วอนก้อขอฮยอกแต่งงาน น่ารักมากๆๆ
    #608
    0
  22. #605 UyunDH (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 21:47
    อ๊าย ย ย ยX3

    จบแล้วเหรอออออออออออ

    ใจหายอ่ะ!!>3<

    ติดตารมมาตั้งนานน

    >3<





    อ่า,,

    จบได้น่ารักมากกก

    จูบกันกลางลาน

    เขิลลลลลลลลล>//<





    ส่วนวอนฮยอก

    ตัวเล็กก่าตัวใหญ่

    อ๊าก ก ก

    ขอแต่งงานกลางสตาร์บัค

    แจ่มๆๆๆ

    ๕๕๕



    ^^
    #605
    0
  23. #598 ยัยทะเลเรียกพี่ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 20:37
     
    ซึ้งได้ใจจริงๆค่ะ

    ในที่สุดก็จบลงแต่ชิวิตรักของคิเฮเพิ่งเริ่มต้นเอง

    ขอให้แฮปปี้นะ 
    #598
    0
  24. #597 shrap (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 18:55
    เค้าร้องไห้เลย

    Y_Y

    ซึ้งจังเลยไรเตอร์~
    #597
    0
  25. #596 Chicky Goy >< (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 18:04

    อ๊ายยย~ จบแล้วอ่า

    เรื่องนี้น่ารักมากคะ ชอบมากกกกกก~

    น่าจะแต่งตอนพิเศษวันแต่งงานของสองคู่นะคะ น่ารักๆๆ

    #596
    0